FAZER LOGINซูเปอร์สีดำคันหรูขับเคลื่อนมาได้ไม่กี่นาที ก็ชะลอความเร็วลง ก่อนเลี้ยวเข้าสู่อาณาบริเวณของวิลล่าสไตล์โมร็อกโก
เมื่อรถจอดนิ่งสนิท สารถีหนุ่มก็รีบก้าวลงจากรถ เฌอริตาเห็นดังนั้นจึงหันไปเปิดประตูเพื่อจะก้าวตามลงไป ทว่าเมื่อคามินเดินมาถึงที่นั่งฝั่งผู้โดยสาร เขาก็ไม่รีรอที่จะโน้มกายลงไปช้อนร่างบางขึ้นมาสู่อ้อมแขนแกร่ง
“พี่คินคะ เฌอร์เดินเองได้”
“เฌอร์ ถ้ายังจะดื้อเดินไปเองแล้วเกิดอะไรขึ้นอีก คราวนี้พี่พาส่งโรงพยาบาลเลยนะ” คามินขู่เสียงเข้มทำเอาเฌอริตาหน้าเจื่อน รีบเบือนหน้าไปอีกทางเพื่อหลบสายตาคมกริบคู่นั้น ทำให้เธอได้เห็นสิ่งปลูกสร้างหรูหราสไตล์โมร็อกโกอย่างเต็มสองตา “ที่นี่ที่ไหนคะ พี่คินพาเฌอร์มาที่นี่ทำไม”
“บ้านพักตากอากาศของคนรู้จักน่ะ วันนี้เราคงต้องค้างที่นี่”
“ค้าง?”
“อืม พักที่นี่สักคืนนะ เราดื่มกันไปตั้งเยอะ ตอนนี้พี่เริ่มรู้สึกมึนแล้ว แล้วไหนเฌอร์ยังบาดเจ็บอีก”
“เอ่อ...” เพียงแค่คิดว่าต้องมาค้างอ้างแรมกับคามินสองต่อสอง ใจดวงน้อยก็พลันเต้นระส่ำ เลือดในกายสูบฉีดอย่างรุนแรงจนดวงหน้าสวยเห่อร้อน
“นี่เฌอร์ไม่สบายหรือเปล่า ทำไมหน้าแดงแบบนี้”
“ปะ...เปล่าค่ะ เฌอร์คงดื่มเยอะเกินไปก็เลยหน้าแดง”
“งั้นรีบเข้าบ้านไปอาบน้ำดีกว่า เดี๋ยวจะไม่สบาย”
“ค่ะ”
สิ้นเสียงหวาน คนตัวโตก็รีบสาวเท้าเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว
ภายในบ้านพักตากอากาศแห่งนี้มีห้องโถงกว้างที่ถูกออกแบบเป็นโซนห้องนั่งเล่น โซนครัว ไว้ในห้องเดียวกัน โดยมีโต๊ะรับประทานอาหารขนาดแปดที่นั่งกั้นกลาง
คามินวางร่างบางลงบนโซฟาตัวยาว ก่อนที่เขาจะกลับออกไปข้างนอกอีกครั้ง เพียงไม่นานชายหนุ่มก็กลับเข้ามาพร้อมถุงหิ้วพลาสติกหลายใบในมือ
“พี่ซื้อเสื้อผ้ามาให้ เฌอร์เข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนเลย” เขาว่าพลางยื่นถุงใบหนึ่งส่งให้เธอ “ห้องน้ำอยู่ตรงนั้น ห้องซ้ายมือ ส่วนขวามือเป็นห้องนอน คืนนี้เฌอร์นอนในห้องนั้น เดี๋ยวพี่จะนอนที่โซฟาเอง”
คามินผินหน้าไปทางบานประตูสองบานที่อยู่ใกล้กัน
“ขอบคุณค่ะ” เฌอริตากล่าวขอบคุณพร้อมยื่นมือไปรับถุงพลาสติกใบนั้นมาถือไว้อย่างว่าง่าย
หญิงสาวเดินตรงไปยังประตูที่อยู่ซ้ายมือ ก่อนเปิดเข้าไป และดึงประตูปิดกดล็อกกลอน
“เฮ้อ...” เธอถอนหายใจออกมายาวเหยียดเมื่อได้อยู่ตามลำพัง
นัยน์ตาคู่งามจ้องมองไปยังกระจกเงาบานใหญ่ เมื่อเห็นภาพสะท้อนของตัวเองก็ต้องตกใจ มือเล็กสองข้างยกขึ้นกุมปรางแก้มแดงระเรื่อ ก่อนลดมือข้างหนึ่งลงมาวางบนอกด้านซ้ายที่ก้อนเนื้อข้างในกำลังเต้นอย่างบ้าคลั่ง
“นี่มัน...ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ”
เมื่อพยายามคิดหาเหตุผลถึงความรู้สึกแปลกใหม่ที่เธอไม่เคยพานพบ ก็ยิ่งมีภาพชายหนุ่มที่อยู่หลังประตูบานนั้นโผล่เข้ามารบกวนจิตใจ
“ถ้าแกได้พบใครคนนั้น แกจะรู้เอง เชื่อฉัน”
จู่ ๆ คำพูดของมฑิราเพื่อนรักก็ดังขึ้นมาในห้วงความคิด
“ไม่ใช่หรอกน่า” เฌอริตาส่ายหน้าระรัว ขับไล่ความคิดเหล่านั้นออกไป
ดวงตาคู่งามจ้องมองถุงพลาสติกในมือเล็กครู่หนึ่งก็ยิ้มกว้างออกมา
หญิงสาวเทของในถุงลงบนเคาน์เตอร์หน้ากระจก สิ่งที่ปรากฏทำเอาดวงตาคู่หวานเบิกโพลงด้วยความตกใจ เพราะนอกจากชุดเดรสตัวยาวเนื้อผ้าบางเบา ยังมีบราเซียร์ลูกไม้สีดำและแพนตี้ตัวจิ๋วสีเดียวกัน
“อี๋...ซื้อมาด้วยเหรอ คนบ้า” เสียงหวานบริภาษออกมาพร้อมยกมือบางขึ้นปิดปาก
ก๊อก~ก๊อก~ก๊อก~
“เฌอร์ เป็นอะไรหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ เปล่า”
“แน่ใจนะ มีอะไรให้พี่ช่วยไหม”
“ไม่มีค่ะ” เฌอริตารีบปฏิเสธทันควันพร้อมหันไปทำหน้ายู่ใส่ประตู
เธอรอฟังว่าคามินจะพูดอะไรต่ออีกหรือไม่ เมื่อเงี่ยหูฟังจนได้ยินว่าชายหนุ่มเดินออกไปแล้ว หญิงสาวก็รีบอาบน้ำชำระล้างคราบเหงื่อไคลจนร่างกายสะอาดหมดจด และรีบแต่งเนื้อแต่งตัวออกมาจากห้องน้ำ
เมื่อเธอเดินมาถึงห้องนั่งเล่นก็พบเพียงความว่างเปล่า พอมองเลยไปยังประตูทางออกสู่เทอร์เรซข้างบ้านก็เห็นชายหนุ่มกำลังเอนกายอยู่บนโซฟาเบด ในมือข้างหนึ่งมีแก้วไวน์แดง
เฌอริตาเดินไปหยุดยืนตรงประตู จับจ้องเสี้ยวหน้าหล่อเหลา เมื่อคนถูกแอบมองรู้ตัวก็หันหน้ามาทันที
“อ้าว อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ”
“ค่ะ”
คามินหยัดกายลุกขึ้น พร้อมถือแก้วไวน์เดินกลับเข้ามาภายในบ้าน
“มานั่งที่โซฟาก่อน เดี๋ยวพี่ทำแผลให้”
“ไม่เป็นไรค่ะ เฌอร์ทำเองได้ พี่คินไปอาบน้ำเถอะค่ะ”
คามินวางแก้วลงบนโต๊ะตัวเตี้ยหน้าโซฟา ก่อนหันมาส่งสายตาดุใส่คนตัวเล็ก
“ดื้ออีกแล้วนะ”
“แต่ว่า...”
เฌอริตายืนนิ่งไม่ไหวติง คามินจึงสาวเท้าก้าวตรงมาที่เธอ ชายหนุ่มย่อตัวลงไปช้อนร่างบางลอยหวือขึ้นจากพื้น ก่อนวางเธอลงบนโซฟาตัวยาว
คนตัวโตทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นพรมหนานุ่ม และยกเท้าเล็กข้างที่บาดเจ็บขึ้นมาวางลงบนตักกว้าง เมื่อใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นมาเห็นสีหน้าลำบากใจของคนตัวเล็ก ชายหนุ่มก็โคลงศีรษะเบาพร้อมยกยิ้มมุมปาก
“ทำไมทำหน้าแบบนั้น ให้พี่ทำให้นี่แหละดีแล้ว เฌอร์ทำเองคงไม่ถนัด เดี๋ยวเกิดแผลไม่สะอาดติดเชื้อขึ้นมามันจะยุ่งเอานะ”
“เอ่อ...แต่ว่า”
“ถ้าติดเชื้อลุกลามนี่ถึงขั้นตัดขาเลยนะครับคุณผู้หญิง” คามินแกล้งขู่ ทว่านั่นก็ทำเอาหญิงสาวหน้าถอดสี
“งั้นรีบล้างเถอะค่ะ” เธอว่าพลางนั่งตัวตรง และยอมยื่นขาออกไปให้ชายหนุ่มปฐมพยาบาลให้แต่โดยดี
บุรุษพยาบาลจำเป็นก้มหน้าลงไปลอบยิ้มด้วยความชอบใจ ก่อนลงมือล้างแผลให้เฌอริตาด้วยความคล่องแคล่ว
เพียงฝ่ามือสากที่สัมผัสลงบนข้อเท้าเล็ก ก็ทำให้หัวใจของเธอปั่นป่วนอย่างยากจะควบคุม เฌอริตานึกแปลกใจตัวเอง เธอไม่เคยยอมให้เพศตรงข้ามหน้าไหนแตะต้องเธอได้ง่าย ๆ ทว่ากับคามินนั้นต่างออกไป
หากจะคิดว่าว่าเขาคือพี่ชายที่เธอเคยสนิทชิดเชื้อด้วย ทว่าในอดีตเธอไม่เคยมีความรู้สึกนี้เกิดขึ้นกับคามินแม้แต่น้อย
หญิงสาวมองการกระทำของชายหนุ่มที่ทำแผลให้เธอได้อย่างคล่องแคล่วราวกับมืออาชีพก็เกิดคำถามขึ้นในใจ และคิดว่าเขาคงดูแลใครต่อใครแบบนี้จนเคยชิน ซึ่งก็คงไม่แปลกที่ผู้ชายหล่อเหลา นิสัยดีคนนี้จะมีผู้หญิงมากมายหมายปอง
เพียงแค่คิดหัวใจดวงน้อยก็พลันสั่นไหว ฉายออกมาทางใบหน้าที่เศร้าสร้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
“เป็นอะไรอีกครับทำไมทำหน้าแบบนั้น พี่ทำเฌอร์เจ็บเหรอ” คามินเงยหน้าขึ้นมาเห็นจึงเอ่ยปากถาม
“เปล่าค่ะ แค่คิดว่าพี่คินดูคล่องจัง น่าจะทำบ่อย”
“ใช่ครับ พี่ต้องดูแลสาวน้อยคนหนึ่งมาหลายปีเลย”
“...” เฌอริตาได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าไม่ถูก ไม่รู้จะกล่าวอย่างไรจึงได้แต่ก้มหน้ามองมือที่กุมไว้บนตัก
“น้องสาวน่ะครับ พี่กับน้องอายุห่างกันหลายปี พ่อแม่ท่านก็มาเสียไปตั้งแต่ยัยครีมยังเด็ก พี่ก็เลยต้องเป็นทั้งพี่ชายและพ่อแม่ให้กับน้องสาว”
“อ๋อ...แบบนี้นี่เอง” เฌอริตากล่าวพร้อมพยายามกลั้นยิ้มเอาไว้ด้วยความดีใจ
“แล้วเฌอร์คิดว่าแบบไหน อย่าบอกนะว่าเฌอร์คิดว่าพี่ทำแบบนี้ให้กับสาว ๆ คนอื่น” คามินทำหน้านิ่วพร้อมจ้องมองเฌอริตาเพื่อรอฟังคำตอบ
“เอ่อ...กะ...ก็” เสียงหวานเอ่ยตะกุกตะกักไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร
“พี่น่ะ...” คามินหยุดพูดพลางจ้องมองคนตัวเล็ก รอให้เธอหันมาสบตาก่อนจะกล่าวต่อ “ไม่เคยทำแบบนี้ให้ใคร”
น้ำเสียงราบเรียบที่เอ่ยออกมา ทว่าในดวงตาดำขลับคู่นั้นกลับมีประกายบางอย่าง ทำเอากายสาววูบวาบสะบัดร้อนสะบัดหนาวราวกับจะจับไข้
เมื่อเธอเหลือบไปเห็นว่าคามินทำแผลเสร็จเรียบร้อย เธอจึงรีบชักเท้าออกมา และผุดลุกขึ้นยืน
“ขอบคุณมากนะคะพี่คิน เฌอร์ขอตัวไปนอนดีกว่า พี่คินจะได้พักผ่อน”
เฌอริตารีบวิ่งไปยังห้องนอน โดยลืมความเจ็บปวดของแผลที่ฝ่าเท้าไปในบัดดล
ทันทีที่ประตูห้องนอนปิดลง คามินก็พ่นลมหายใจออกมาทางปากยาวเหยียด พลางก้มลงมองเป้ากางเกงที่กำลังนูนเด่นขึ้นมา
ชายหนุ่มได้แต่พร่ำด่าตัวเองในใจ ร้อยวันพันปีไม่เคยรู้สึกรู้สากับผู้หญิงคนไหน ทว่านับตั้งแต่ได้พบเฌอริตา ก็เกิดความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อาจหาต้นสายปลายเหตุได้
ทุกครั้งที่ใกล้ชิดกัน นอกจากความรู้สึกปั่นป่วนภายในใจแล้ว หญิงสาวยังปลุกสิ่งที่หลับใหลภายในกายชายให้ตื่นขึ้น
นัยน์ตาคู่คมจ้องมองบานประตูห้องนอนนิ่งงัน ได้แต่หวังว่าเธอจะไม่ออกมาในยามค่ำคืน
เช้าวันแรกของการกลับมาทำงานอีกครั้ง ควรจะต้องเป็นวันที่สดใสและน่ายินดี ทว่ามันกลับไม่ใช่เลย เพราะคามินออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องรีบออกไปพบลูกค้าคนสำคัญ ทำเอาว่าที่คุณแม่นั่งใจลอยมาตลอดทาง กว่าจะรู้ตัวอีกทีพลขับหนุ่มก็จอดรถซีดานคันหรูด้านหน้าบริษัทแล้ว“คุณเฌอร์ครับ ถึงแล้วครับ”“อ้าว เฌอร์ก็นั่งเพลินเลยค่ะพี่ ขอบคุณมากนะคะที่ไปรับเฌอร์” เฌอริตาหันไปฝืนยิ้มขอบคุณให้กับสารถีหนุ่ม แม้ภายในใจจะหดหู่ก็ตามที“เป็นหน้าที่ผมอยู่แล้วครับ ถ้าคุณเฌอร์จะกลับบ้านหรือออกไปข้างนอกโทรตามผมได้เลยนะครับ”“ค่ะ”เฌอริตาตอบรับเพียงสั้น ๆ ก่อนเปิดประตูลงจากห้องโดยสารด้านหลัง หญิงสาวยืนรอจนกระทั่งรถซีดานสีดำคันหรูที่คามินให้เธอเอาไว้ใช้พร้อมพลขับ เลี้ยวเข้าไปในอาคารจอดรถจากนั้นเธอก็เดินเข้ามาในอาคารสูงเสียดฟ้าอันเป็นอาณาจักรของบริษัทซีซีอินเตอร์ฟูดส์ ขึ้นลิฟต์โดยสารมายังชั้น 25 ซึ่งเป็นฝ่ายการตลาดเพื่อนร่วมงานทุกคนตลอดจนผู้จัดการสาวต่างดีใจกันยกใหญ่ เข้ามาพูดคุยถามไถ่อาการ ก่อนหัวข้อสนทนาจะเปลี่ยนไปเป็นเรื่องงาน และเรื่องสัพเพเหระต่าง ๆ โดยที่ไม่มีใครปริปากถึงเหตุการณ์ที่ร้านอาหารเลยแ
กลางดึกคืนนั้น เฌอริตารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยอาการสะลึมสะลือ เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองเพดานห้องท่ามกลางแสงไฟสลัวจากโคมไฟเล็กบนผนังฝั่งหัวเตียงดวงตาคู่งามเหลือบไปเห็นเสาน้ำเกลือที่มีขวดน้ำเกลือแขวนอยู่ด้านบน พอมองไล่สายน้ำเกลือลงมาก็พบว่าปลายทางของสายน้ำเกลือนั้นอยู่บนหลังมือของเธอนั่นเองร่างบางขยับเล็กน้อย ก่อนรู้สึกถึงสัมผัสหนักอึ้งบนแขนเล็กข้างหนึ่ง เมื่อเธอหันไปมองก็พบว่าคามินกำลังนั่งฟุบหลับซบใบหน้าลงบนที่นอนข้างกาย โดยวางมือหนาลงบนเรียวแขนบอบบางหญิงสาวยังคงรู้สึกมึนงงและสับสน พยายามจับต้นชนปลายว่าเพราะเหตุใดเธอจึงมานอนอยู่ในโรงพยาบาลได้และเมื่อสติสัมปชัญญะเริ่มคืนกลับมา ภาพความทรงจำในเหตุการณ์ที่ร้านอาหารก็พรั่งพรูออกมาร่างบางลุกพรวดขึ้นพร้อมยกมือสองข้างขึ้นกุมหน้าท้องแบนราบด้วยอาการตื่นตระหนก และนั่นก็ทำให้คามินสะดุ้งตื่นชายหนุ่มรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ข้างเตียงขึ้นมานั่งลงบนเตียงคนไข้“เฌอร์เป็นยังไงบ้าง”“พี่คิน...พี่คินคะ...ละ...แล้ว...ลูก” เฌอริตาละล่ำละลักถามออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ ดวงตาคู่สวยแดงเรื่อเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอในหน่วยตาคู่นั้น“ลูกไม่เป็นไร ลูกปลอดภัยดี ปลอดภัยทั้งส
คามินควบซูเปอร์คาร์คันโปรดรีบพาคนรักไปยังโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน ตลอดทางที่อยู่บนรถหรู เฌอริตาร้องไห้ออกมาด้วยความขวัญเสีย เนื้อตัวสั่นเทาจากแรงสะอื้นตลอดเวลา ทำเอาชายหนุ่มสงสารจับใจ และอีกใจก็เป็นห่วงเลือดเนื้อเชื้อไขที่ไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ทว่าเขาก็ทำได้เพียงพูดพร่ำปลอบโยนเธอมาตลอดทางเมื่อทั้งคู่เดินทางมาถึงโรงพยาบาล คามินก็รีบพุ่งลงจากรถวิ่งมาทางฝั่งผู้โดยสาร เปิดประตูและช้อนร่างบางขึ้นมา วางคนรักลงบนเปลนอนที่เจ้าหน้าที่เข็นมาให้ จากนั้นเจ้าหน้าที่เวรเปลก็รีบเข็นรถนอนของเธอหายเข้าไปในห้องฉุกเฉินนัยน์ตาคู่คมเต็มไปด้วยความกังวลจ้องมองไปยังบานประตูห้องฉุกเฉินนิ่งงัน ก่อนค่อย ๆ เดินมานั่งลงบนม้านั่งหน้าห้องโดยไม่ยอมละสายตาออกจากหน้าห้องฉุกเฉินแม้เพียงเสี้ยววินาทีครืด~โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้น ชายหนุ่มจึงล้วงเข้าไปหยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมา ทว่าในขณะที่เขาหงายมันขึ้นมาเพื่อดูหน้าจอ พลันดวงตาดำขลับไปสะดุดเข้ากับคราบของเหลวสีแดงบนฝ่ามือหนา นัยน์ตาของเขาเบิกโพลงขึ้นด้วยความตกใจ“ไอ้คิน!” คามินหันไปตามเสียงเรียก ก็เห็นเกริกพลวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา “เฌอร์เป็นยังไงบ้า
ผ่านไปกว่าสามเดือน ชีวิตของเฌอริตาก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานที่กำลังไปได้สวย เพื่อนร่วมงานทุกคนไปจนถึงหัวหน้า ล้วนแล้วแต่ดีกับเธอทุกคน เธอได้รับโอกาสในการแสดงศักยภาพในการทำงานอย่างเต็มที่ จนได้รับมอบหมายให้ดูแลโพรเจคสำคัญ ซึ่งทุกคนก็ต่างยินดีกับความสำเร็จของเธอในครั้งนี้ ต่างจากที่ทำงานเก่าลิบลับส่วนประธานหนุ่มเจ้าของบริษัทที่มีสถานะเป็นแฟนลับ ๆ ของเธอ ก็ยิ่งแสนดีขึ้นทุกวัน คอยดูแลเอาใจใส่เธอไปเสียทุกเรื่อง และเขาก็ไม่เคยลืมที่จะใส่ใจมารดาของเธอด้วยเช่นกันตั้งแต่เฌอริตาและคุณนงเยาว์ย้ายมาอยู่ที่อาคารพาณิชย์หลังใหม่ คามินก็ช่วยจัดการเรื่องเปิดร้านอาหารตามที่คุณนงเยาว์ใฝ่ฝันเอาไว้ได้สำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยหาคนงานที่ไว้ใจได้และมีความรับผิดชอบมาช่วยคุณนงเยาว์อีกแรง ซึ่งนั่นช่วยแบ่งเบาภาระของท่านไปได้มาก ถึงแม้ว่ากิจการจะใหญ่โตขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ทว่าท่านกลับสบายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัวเฌอริตาหันไปมองกรอบรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็ยิ้มกว้างออกมา ภายในกรอบรูปนั้นมีภาพถ่ายในวันเปิดร้านวันแรก โดยมีคุณนงเยาว์ยืนอยู่ตรงกลางถูกขนาบข้างด้วยเฌอริตาและคามิน ใบ
เฌอริตาเข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่บริษัท ซีซี อินเตอร์ฟู้ดส์ ได้เกือบสองสัปดาห์แล้ว และเธอเข้ามาด้วยความสามารถของเธอล้วน ๆ โดยที่คามินไม่กล้ายื่นมือเข้าไปวุ่นวายตามคำขอร้องของแฟนสาว ถึงแม้ว่าเขาจะไปยืนส่งสายตากดดันกรรมการสอบสัมภาษณ์ก็ตามทีในวันที่เฌอริตาเริ่มงานวันแรก คามินก็ตั้งใจว่าจะมารับแฟนสาวเข้าไปบริษัทพร้อมกัน ทว่าเธอกลับยืนกรานปฏิเสธ อีกทั้งยังขอร้องให้คามินปฏิบัติต่อเธอเฉกเช่นพนักงานทุกคนในบริษัท และเธอก็ยังไม่พร้อมให้เขาเปิดเผยความสัมพันธ์ให้ใครรู้ เพราะเธออยากให้เพื่อนร่วมงานยอมรับในความสามารถที่แท้จริง โดยไม่มีตำแหน่งแฟนสาวของท่านประธานเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งคามินเองก็เข้าใจในเหตุผลของเธอดี และเคารพในการตัดสินใจของเธอก๊อก~ก๊อก~ก๊อก~เสียงเคาะประตูดังขึ้นหน้าห้องทำงานของประธานบริษัท ซีซี อินเตอร์ฟู้ดส์ ก่อนที่บานประตูไม้สีน้ำตาลจะเปิดอ้าออก ตามมาด้วยใบหน้าคมเข้มของเกริกพลที่ยื่นเข้ามาด้านในทว่าเจ้าของห้องที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานกลับไม่ได้สนใจ อีกทั้งยังมีสีหน้าเคร่งเครียด จ้องมองหน้าจอแล็ปท็อปไม่วางตา“นั่งทำหน้าเป็นตูด คิดถึงแฟนล่ะสิมึง ทำงานที่เดีย
ในช่วงบ่ายแก่ หลังจากฝนเทลงมาตั้งแต่ช่วงสาย เมฆดำบนท้องฟ้าก็เริ่มเบาบาง พอให้ดวงอาทิตย์ได้ทอแสงลงมาบ้างรถมินิแวนสีดำคันงามขับเข้ามาจอดบริเวณลานจอดรถของวัดแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ไกลจากบ้านเช่าหลังน้อยของเฌอริตาเท่าไรนักเมื่อรถจอดนิ่งสนิท พลขับหนุ่มก็รีบลงมาเปิดประตูห้องโดยสารด้านหลังให้แก่ผู้เป็นนายคามินก้าวลงมา ก่อนหันมายื่นมือหนาให้กับหญิงสาวที่นั่งข้างกันมาตลอดทางเฌอริตาส่งยิ้มหวาน ก่อนวางมือบางลงบนฝ่ามือใหญ่ ปล่อยให้ชายหนุ่มเป็นฝ่ายเดินนำไปยังทางเดินขนาดเล็กข้างวัดด้านในเป็นตรอกซอกซอยของชุมชนซึ่งรถยนต์ไม่สามารถผ่านเข้ามาได้ จะมีเพียงรถมอเตอร์ไซต์ และรถจักรยานที่พอจะสัญจรได้อย่างสะดวกเมื่อทั้งคู่เดินใกล้ถึงบ้าน ก็เป็นจังหวะที่คุณนงเยาว์กำลังยกกระถางต้นไม้ใบใหญ่หน้าบ้านด้วยความทุลักทุเลคามินเห็นเข้าก็รีบสาวเท้าเข้าไปช่วยหญิงสูงวัยในทันที โดยที่ยังไม่ทันได้กล่าวทักทายกันแต่อย่างใด“ว้าย!ตาเถร”คุณนงเยาว์ที่ถูกชายหนุ่มที่ไหนก็ไม่รู้เข้าประชิดตัวก็ตกใจจนร้องอุทานออกมา พอมองเลยไปก็เห็นลูกสาวเพียงคนเดียวกำลังยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่“เฌอร์ นี่มันอะไรกันลูก แล้วนี่...







