เข้าสู่ระบบเรื่องราวความรักโรแมนติก หวานปนซึ้งระหว่างท่านประธานหนุ่มสุดหล่อ กับมนุษย์เงินเดือนสาวสุดแสนธรรมดาทว่าน่ารักน่าเอ็นดูเสียจนท่านประธานที่ครองตัวเป็นโสดมานานร่วมสิบปีถึงกับตบะแตก
ดูเพิ่มเติม“ยัยเฌอร์” เสียงสดใสดังขึ้นพร้อมใบหน้าระรื่นโผล่พ้นกรอบประตูยื่นเข้ามาภายในห้อง ทำให้เจ้าของชื่อที่กำลังง่วนอยู่กับการพับเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ต้องหันกลับไปมองยังต้นเสียง “เก็บเสื้อผ้าจะไปไหน”
“ไปทำงานที่เวียดนามไง ฉันบอกแกไปหลายครั้งแล้วนะมัท”
เฌอริตากล่าวตอบมฑิราผู้เป็นเพื่อนสนิทด้วยสีหน้าอิดโรย เนื่องจากตลอดทั้งสัปดาห์เธอต้องทำงานอย่างหนักในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัทโฆษณาชื่อดัง
“เออ แกบอกฉันเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ลืมไปสนิทเลย มาฉันช่วย” มฑิราว่าพลางนั่งลงคว้าเสื้อผ้าที่วางอยู่บนเตียงพับใส่กระเป๋า
“ฉันฝากแม่ด้วยนะมัท ถ้ามีอะไรฉุกเฉินแกรีบโทรหาฉันเลยนะ”
เฌอริตาฝากฝังให้เพื่อนรักช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลคุณนงเยาว์ผู้เป็นมารดา ถึงแม้ว่าท่านจะร่างกายแข็งแรงดี แต่หญิงสาวก็อดห่วงไม่ได้ เนื่องจากท่านจะต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดทุกวันเพื่อเตรียมทำอาหารสำหรับไปขายในตลาดตอนเย็น
และด้วยอายุอานามที่มากขึ้นก็ทำให้มีอาการเวียนหัวหน้ามืดเป็นบางครั้ง เนื่องจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ อีกทั้งบ้านเช่าหลังนี้ที่เธออาศัยอยู่ตั้งแต่จำความได้ ก็อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เฌอริตาจึงอดห่วงไม่ได้ กังวลว่ามารดาอาจเกิดหน้ามืดพลัดตกน้ำตกท่าโดยที่ไม่มีใครเห็น
ครั้นจะให้ท่านเลิกทำอาชีพแม่ค้า ผู้เป็นมารดาก็มักจะยืนกรานเสียงแข็ง ไม่ว่าอย่างไรท่านก็จะทำอาหารขายต่อไป
“เรื่องนี้แกหายห่วงได้เลย แม่ฉันชวนน้าเยาว์ไปนอนที่บ้านเรียบร้อย แต่ถ้าน้าเยาว์ไม่ไปฉันนี่แหละจะมานอนเฝ้าน้าเยาว์เอง”
“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ แต่ก็ขอบใจแกมากนะ” เฌอริตากล่าวพร้อมยิ้มกว้างออกมา ทว่านัยน์ตาคู่งามนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความเหนื่อยล้า
“แกห่วงตัวเองก่อนเถอะ คราวนี้ไปกับหัวหน้าคนใหม่ด้วยนี่ แกต้องระวังตัวให้มาก ๆ นะ อีกไม่กี่วันแกก็จะเข้าเบญจเพสแล้วด้วย”
“แกไม่ต้องห่วงหรอกมัท รอบนี้ไปกันเป็นทีม”
เฌอริตาเอ่ยออกมาให้เพื่อนรักสบายใจ ทว่าดวงหน้าสวยนั้นยังคงเคลือบแฝงความกังวลอย่างปิดไม่มิด
หัวหน้าคนใหม่ที่มฑิรากล่าวถึงนั้น คือ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนใหม่ อีกทั้งยังเป็นลูกชายของเจ้าของบริษัทโฆษณาที่เธอทำงานอยู่
หน้าที่การงานของเฌอริตานั้นเคยสดใสงดงามราวกับโรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอมุมานะทำงานด้วยความตั้งใจ ทำให้เธอสามารถเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาดได้อย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งเมื่อหกเดือนก่อน เกิดการโยกย้ายตำแหน่งผู้บริหารภายในองค์กร นั่นรวมถึงแผนกของเธอด้วย
นับตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอได้พบกับวีรภาพ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนใหม่ เฌอริตาก็รับรู้ได้ในทันทีว่าชีวิตการทำงานของเธอต้องพบเจอกับอุปสรรคอย่างแน่นอน
วีรภาพมองเธอด้วยสายตาแทะโลมนับตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกัน หลังจากนั้นเขาก็พยายามถึงเนื้อถึงตัวเธอมาโดยตลอด ทว่าเฌอริตาก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่ารังเกียจการกระทำของเขามากเพียงใด
จนในที่สุดเฌอริตาก็ทนไม่ไหว ตัดสินใจไปร้องเรียนที่ฝ่ายบุคคล ทว่านั่นก็ไม่สามารถทำอะไรวีรภาพได้ ซึ่งเธอเองก็รู้ดีแก่ใจว่าผลลัพธ์จะออกมาแบบนี้ แต่อย่างน้อยการกระทำของเธอก็เป็นการส่งสัญญาณให้เหล่าผู้บริหารได้รับรู้ และนั่นก็คงทำให้วีรภาพถูกตำหนิไม่มากก็น้อย
นับตั้งแต่นั้น วีรภาพก็ใช้วิธีสกปรกกลั่นแกล้งเธอต่าง ๆ นานา ไม่ว่าจะเป็น สั่งให้แก้งานซ้ำแล้วซ้ำเล่า แก้มาแล้วก็ให้แก้กลับไปเป็นแบบเดิม เพื่อให้เธออยู่ทำโอทีจนมืดค่ำ
ล่าสุดก็ขโมยผลงานของเธอไปนำเสนอเป็นผลงานของตัวเอง จนได้รับคำชมเชยจากผู้บริหารระดับสูง
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้เฌอริตาก็ถอนหายใจออกมายาวเหยียด
“เฌอร์ แกไหวไหม”
“ใกล้จะไม่ไหวแล้ว พยายามอดทนอยู่ นี่ถ้าไม่ติดว่าเสียดายเงินเดือน ฉันคงลงออกไปแล้ว”
“แล้วแกจะทนไปทำไม ลาออกมาหางานใหม่ไม่ดีกว่าเหรอ”
“ไม่เอาหรอก ขืนออกมาแล้วหางานไม่ได้ ฉันก็แย่สิ นี่ฉันก็เพิ่งส่งเอกสารทำเรื่องกู้ซื้อบ้านไป ถ้าเกิดอนุมัติขึ้นมาฉันก็ต้องยิ่งรักษาตำแหน่งนี้ไว้ให้ได้ จะได้มีเงินผ่อนบ้าน”
เฌอริตาหันไปมองโบรชัวร์อาคารพาณิชย์ที่ติดไว้บนผนังห้อง ความฝันอันสูงสุดของเธอคือการซื้อห้องแถวเล็ก ๆ อยู่กับคุณนงเยาว์ และให้มารดาเธอได้เปิดร้านขายอาหารอย่างที่ท่านเคยฝันไว้
อีกทั้งบ้านเช่าหลังนี้ก็ผุพังเต็มที หนำซ้ำยังมีร่องรอยรั่วซึมบนหลังคาหลายแห่ง แต่ว่าเจ้าของบ้านไม่อนุญาตให้เธอซ่อมแซม เพราะสิ้นเดือนหน้าเธอจะต้องย้ายออก เนื่องจากเจ้าของบ้านต้องการรีโนเวทบ้านทั้งหลัง ทำให้เธอและมารดาต้องรีบหาที่อยู่ใหม่
“เออ ๆ ไอ้ลูกกตัญญู ตั้งใจทำงานแล้วก็ระวังตัวให้มาก ๆ โดยเฉพาะไอ้ผู้จัดการบ้ากามนั่น”
“ขอบใจมากนะแก ฉันโชคดีจริง ๆ ที่มีแกเป็นเพื่อน ถ้าไม่มีแกสักคนชีวิตฉันคงเฉาแย่” เฌอริตาเอ่ยพร้อมทำหน้ายู่ “แล้วแกไม่ต้องห่วงเรื่องผู้จัดการหรอกนะ ช่วงนี้มีน้องพนักงานคนใหม่เข้ามา หน้าตาน่ารักซะจนไอ้บ้ากามนั่นตามป้อไม่ห่าง แล้วดูท่าทางน้องมันก็เหมือนจะเล่นด้วย ฉันก็เลยรอดตัวไป แต่ก็ยังไม่เลิกแกล้งฉันเรื่องงานอยู่ดี เฮ้อ”
“ฉันถึงบอกให้แกรีบหาแฟนไง มัวแต่บ้างาน วัน ๆ มีแต่งาน ๆ ๆ ชีวิตไม่มีสีสันเอาซะเลย”
“จ้า...ใครจะไปเหมือนแกล่ะ มีหนุ่มคุยด้วยตลอด” เฌอริตาแกล้งแซว ทำเอาเพื่อนรักตาโตด้วยความร้อนตัว
“คุยเคยอะไรกัน อย่างไอ้พี่เกริกน่ะนะ กวนประสาททุกครั้งที่คุย น่ารำคาญ” มฑิราทำหน้าเหยเกเมื่อพูดถึงพี่ชายที่เคยอยู่ละแวกบ้านเมื่อนานมาแล้ว ถึงแม้จะย้ายออกไปก็ยังคงติดต่อกันผ่านทางโซเชียลมีเดีย
“แกพิรุธนะมัท ฉันยังไม่ได้เอ่ยชื่อพี่เกริกเลย” เฌอริตาว่าพลางหรี่ตามองอย่างจับผิด
“โอ๊ย ไม่คุยแล้ว ห่วงตัวเองเถอะระวังจะขึ้นคานไม่รู้ด้วยนะ” มฑิรารีบโวยวายเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“ฉันไม่กลัว ขึ้นคานฉันก็อยู่กับแม่สองคนได้” เฌอริตายักไหล่อย่างไม่ยี่หระ
เธอไม่เคยเชื่อเรื่องความรัก และการมีคู่ครองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมารดาของเธอถูกผู้ชายหลอกให้รัก เมื่อตั้งท้องก็ทิ้งไป จนถูกตราหน้าว่าท้องไม่มีพ่อ และต้องลาออกจากมหาวิทยาลัยก่อนจะย้ายมาอยู่บ้านเช่าหลังนี้เพียงลำพัง
เช้าวันแรกของการกลับมาทำงานอีกครั้ง ควรจะต้องเป็นวันที่สดใสและน่ายินดี ทว่ามันกลับไม่ใช่เลย เพราะคามินออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องรีบออกไปพบลูกค้าคนสำคัญ ทำเอาว่าที่คุณแม่นั่งใจลอยมาตลอดทาง กว่าจะรู้ตัวอีกทีพลขับหนุ่มก็จอดรถซีดานคันหรูด้านหน้าบริษัทแล้ว“คุณเฌอร์ครับ ถึงแล้วครับ”“อ้าว เฌอร์ก็นั่งเพลินเลยค่ะพี่ ขอบคุณมากนะคะที่ไปรับเฌอร์” เฌอริตาหันไปฝืนยิ้มขอบคุณให้กับสารถีหนุ่ม แม้ภายในใจจะหดหู่ก็ตามที“เป็นหน้าที่ผมอยู่แล้วครับ ถ้าคุณเฌอร์จะกลับบ้านหรือออกไปข้างนอกโทรตามผมได้เลยนะครับ”“ค่ะ”เฌอริตาตอบรับเพียงสั้น ๆ ก่อนเปิดประตูลงจากห้องโดยสารด้านหลัง หญิงสาวยืนรอจนกระทั่งรถซีดานสีดำคันหรูที่คามินให้เธอเอาไว้ใช้พร้อมพลขับ เลี้ยวเข้าไปในอาคารจอดรถจากนั้นเธอก็เดินเข้ามาในอาคารสูงเสียดฟ้าอันเป็นอาณาจักรของบริษัทซีซีอินเตอร์ฟูดส์ ขึ้นลิฟต์โดยสารมายังชั้น 25 ซึ่งเป็นฝ่ายการตลาดเพื่อนร่วมงานทุกคนตลอดจนผู้จัดการสาวต่างดีใจกันยกใหญ่ เข้ามาพูดคุยถามไถ่อาการ ก่อนหัวข้อสนทนาจะเปลี่ยนไปเป็นเรื่องงาน และเรื่องสัพเพเหระต่าง ๆ โดยที่ไม่มีใครปริปากถึงเหตุการณ์ที่ร้านอาหารเลยแ
กลางดึกคืนนั้น เฌอริตารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยอาการสะลึมสะลือ เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองเพดานห้องท่ามกลางแสงไฟสลัวจากโคมไฟเล็กบนผนังฝั่งหัวเตียงดวงตาคู่งามเหลือบไปเห็นเสาน้ำเกลือที่มีขวดน้ำเกลือแขวนอยู่ด้านบน พอมองไล่สายน้ำเกลือลงมาก็พบว่าปลายทางของสายน้ำเกลือนั้นอยู่บนหลังมือของเธอนั่นเองร่างบางขยับเล็กน้อย ก่อนรู้สึกถึงสัมผัสหนักอึ้งบนแขนเล็กข้างหนึ่ง เมื่อเธอหันไปมองก็พบว่าคามินกำลังนั่งฟุบหลับซบใบหน้าลงบนที่นอนข้างกาย โดยวางมือหนาลงบนเรียวแขนบอบบางหญิงสาวยังคงรู้สึกมึนงงและสับสน พยายามจับต้นชนปลายว่าเพราะเหตุใดเธอจึงมานอนอยู่ในโรงพยาบาลได้และเมื่อสติสัมปชัญญะเริ่มคืนกลับมา ภาพความทรงจำในเหตุการณ์ที่ร้านอาหารก็พรั่งพรูออกมาร่างบางลุกพรวดขึ้นพร้อมยกมือสองข้างขึ้นกุมหน้าท้องแบนราบด้วยอาการตื่นตระหนก และนั่นก็ทำให้คามินสะดุ้งตื่นชายหนุ่มรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ข้างเตียงขึ้นมานั่งลงบนเตียงคนไข้“เฌอร์เป็นยังไงบ้าง”“พี่คิน...พี่คินคะ...ละ...แล้ว...ลูก” เฌอริตาละล่ำละลักถามออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ ดวงตาคู่สวยแดงเรื่อเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอในหน่วยตาคู่นั้น“ลูกไม่เป็นไร ลูกปลอดภัยดี ปลอดภัยทั้งส
คามินควบซูเปอร์คาร์คันโปรดรีบพาคนรักไปยังโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน ตลอดทางที่อยู่บนรถหรู เฌอริตาร้องไห้ออกมาด้วยความขวัญเสีย เนื้อตัวสั่นเทาจากแรงสะอื้นตลอดเวลา ทำเอาชายหนุ่มสงสารจับใจ และอีกใจก็เป็นห่วงเลือดเนื้อเชื้อไขที่ไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ทว่าเขาก็ทำได้เพียงพูดพร่ำปลอบโยนเธอมาตลอดทางเมื่อทั้งคู่เดินทางมาถึงโรงพยาบาล คามินก็รีบพุ่งลงจากรถวิ่งมาทางฝั่งผู้โดยสาร เปิดประตูและช้อนร่างบางขึ้นมา วางคนรักลงบนเปลนอนที่เจ้าหน้าที่เข็นมาให้ จากนั้นเจ้าหน้าที่เวรเปลก็รีบเข็นรถนอนของเธอหายเข้าไปในห้องฉุกเฉินนัยน์ตาคู่คมเต็มไปด้วยความกังวลจ้องมองไปยังบานประตูห้องฉุกเฉินนิ่งงัน ก่อนค่อย ๆ เดินมานั่งลงบนม้านั่งหน้าห้องโดยไม่ยอมละสายตาออกจากหน้าห้องฉุกเฉินแม้เพียงเสี้ยววินาทีครืด~โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้น ชายหนุ่มจึงล้วงเข้าไปหยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมา ทว่าในขณะที่เขาหงายมันขึ้นมาเพื่อดูหน้าจอ พลันดวงตาดำขลับไปสะดุดเข้ากับคราบของเหลวสีแดงบนฝ่ามือหนา นัยน์ตาของเขาเบิกโพลงขึ้นด้วยความตกใจ“ไอ้คิน!” คามินหันไปตามเสียงเรียก ก็เห็นเกริกพลวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา “เฌอร์เป็นยังไงบ้า
ผ่านไปกว่าสามเดือน ชีวิตของเฌอริตาก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานที่กำลังไปได้สวย เพื่อนร่วมงานทุกคนไปจนถึงหัวหน้า ล้วนแล้วแต่ดีกับเธอทุกคน เธอได้รับโอกาสในการแสดงศักยภาพในการทำงานอย่างเต็มที่ จนได้รับมอบหมายให้ดูแลโพรเจคสำคัญ ซึ่งทุกคนก็ต่างยินดีกับความสำเร็จของเธอในครั้งนี้ ต่างจากที่ทำงานเก่าลิบลับส่วนประธานหนุ่มเจ้าของบริษัทที่มีสถานะเป็นแฟนลับ ๆ ของเธอ ก็ยิ่งแสนดีขึ้นทุกวัน คอยดูแลเอาใจใส่เธอไปเสียทุกเรื่อง และเขาก็ไม่เคยลืมที่จะใส่ใจมารดาของเธอด้วยเช่นกันตั้งแต่เฌอริตาและคุณนงเยาว์ย้ายมาอยู่ที่อาคารพาณิชย์หลังใหม่ คามินก็ช่วยจัดการเรื่องเปิดร้านอาหารตามที่คุณนงเยาว์ใฝ่ฝันเอาไว้ได้สำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยหาคนงานที่ไว้ใจได้และมีความรับผิดชอบมาช่วยคุณนงเยาว์อีกแรง ซึ่งนั่นช่วยแบ่งเบาภาระของท่านไปได้มาก ถึงแม้ว่ากิจการจะใหญ่โตขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ทว่าท่านกลับสบายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัวเฌอริตาหันไปมองกรอบรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็ยิ้มกว้างออกมา ภายในกรอบรูปนั้นมีภาพถ่ายในวันเปิดร้านวันแรก โดยมีคุณนงเยาว์ยืนอยู่ตรงกลางถูกขนาบข้างด้วยเฌอริตาและคามิน ใบ





