LOGINเฌอริตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่ารถซูเปอร์คาร์จอดนิ่งสนิทอยู่ริมทางเท้า เมื่อมองเลยไปก็เห็นทะเลกว้างไกลสุดลูกหูตาท่ามกลางแสงแดดจ้าในยามบ่าย
ร่างบางลุกพรวดขึ้นมาด้วยความมึนงงและสับสน ก่อนหันมาทางพลขับข้างกายที่กำลังนั่งเล่นสมาร์ตโฟน
“พี่คิน ที่นี่ที่ไหนคะ”
“หวุงเต่าครับ”
“คะ?” เฌอริตาอุทานออกมาพร้อมเลิกคิ้วสูง ก่อนควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายใบเล็กขึ้นมากดค้นหาโลเคชั่นจากกูเกิ้ล จึงได้รู้ว่าคามินพาเธอออกมาจากโฮจิมินห์ร่วมร้อยกิโลเมตร “เรามาทำอะไรกันคะ”
“ก็เฌอร์บอกว่าจะเลี้ยงข้าวเพื่อขอโทษพี่ไง”
“ใช่ค่ะ...แต่ว่า...ทำไมต้องมาไกลขนาดนี้”
“พี่อยากทานอาหารทะเลที่ทะเล” กล่าวจบชายหนุ่มก็หยิบแว่นกันแดดแบรนด์หรูขึ้นสวม ก่อนจะเปิดประตูก้าวลงจากรถ ทำให้เฌอริตาต้องรีบตามลงไป
หญิงสาวลงมายืนบนทางเท้า มองไปโดยรอบท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินขวักไขว่ไปมา
ทุกครั้งที่มาทำงานที่ประเทศเวียดนาม เธอไม่เคยออกนอกโฮจิมินห์เลยแม้แต่ครั้งเดียว
จู่ ๆ มือหนาก็เข้ามาคว้ามือบางเอาไว้พร้อมลดแว่นลงมาส่งสายตาดุ
“เดินระวังสิเฌอร์ คนเยอะเดี๋ยวก็โดนชนหรอก”
สิ้นเสียงทุ้ม ชายหนุ่มก็จูงมือเธอเดินไปบนทางเท้า เพียงไม่นานก็เลี้ยวเข้าไปในภัตตาคารอาหารทะเล
เมื่อพนักงานต้อนรับพาทั้งคู่มานั่งที่โต๊ะอาหาร เฌอริตาก็หันไปมองบรรยากาศภายในร้านที่ถูกตกแต่งเอาไว้สวยงาม
ทว่า...ไม่ได้อยู่ติดทะเล ซึ่งแน่นอนว่าไม่สามารถมองเห็นวิวทะเล แม้แต่เสียงคลื่นสักนิดก็ไม่ได้ยิน
หญิงสาวหันกลับมามองคามินด้วยความข้องใจ
“พี่คินคะ ไหนบอกว่าอยากทานที่ทะเล”
“นี่มันก็ใกล้ทะเล พี่ไม่ได้บอกว่าอยากทานแล้วมองทะเลไปด้วยซะหน่อย”
“ค่ะ” เฌอริตากัดฟันมันเขี้ยวความยียวนกวนประสาทของคนตรงหน้า
จากนั้นคามินก็หันไปสั่งอาหารกับบริกรหนุ่ม ส่วนคนตัวเล็กก็แอบบ่นในใจที่ไม่ได้ไปนั่งรับลมทะเลชมบรรยากาศริมหาด และอาการของเธอก็แสดงออกทางสีหน้าทำให้ชายหนุ่มแอบลอบยิ้มด้วยความขบขันระคนเอ็นดู
จนกระทั่งบริกรทยอยนำอาหารมาเสิร์ฟ คามินก็รีบจัดการตักอาหารลงบนจานตรงหน้าของหญิงสาว
เธอจ้องมองอาหารในจาน ก่อนตัดสินใจคว้าส้อมขึ้นมาจิ้มเข้าปากด้วยความหิว คำแรกที่ลิ้นเล็กได้สัมผัสอาหารแสนอร่อย เฌอริตาก็แทบจะลืมสิ้นทุกสิ่ง เธอเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย และเผลอทำหน้าฟินออกมาโดยไม่รู้ตัว
“เป็นไงครับ พอทานได้มั้ย” คามินแสร้งถามพร้อมยิ้มยั่ว ทำเอาเฌอริตาต้องก้มหน้าตอบด้วยความเขินอาย
“อร่อยค่ะ”
“อะไรนะ ไม่ได้ยินเลย”
“อร่อยค่ะ”
“แค่อร่อยเองเหรอ” คามินยื่นหน้าเข้ามาถามพร้อมทำหน้ายียวน
“อร่อยมากเลยค่ะ ไม่เคยกินอาหารทะเลอร่อยแบบนี้มาก่อนเลยค่ะ พอใจยังคะ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า โอเคครับ เชิญทานตามสบายนะพี่ไม่แกล้งแล้ว”
คามินว่าจบก็ตักอาหารแต่ละอย่างมาวางลงบนจานของเฌอริตา ก่อนที่เขาจะตักให้ตัวเอง และเริ่มทานไปพร้อมกัน
เมื่ออาหารมื้อเช้าควบเที่ยงสิ้นสุดลงในเวลาบ่ายแก่ คามินกลับเป็นฝ่ายจ่ายค่าอาหารทั้งหมด
และเมื่อทั้งคู่ออกมาจากร้าน เฌอริตาจึงรีบควานหาสมาร์ตโฟนขึ้นมากดเปิดแอปพลิเคชันธนาคาร
“พี่คินคะ เฌอร์จะโอนค่าอาหารคืนให้ ขอเลขบัญชีด้วยค่ะ”
“ไม่ต้องหรอก พี่เลี้ยง”
“อ้าว แต่เฌอร์ต้องเป็นฝ่ายเลี้ยงพี่คิน เฌอร์ไม่ได้จะให้พี่คินมาเลี้ยงเฌอร์นะคะ” เฌอริตาเดินเร็วเข้ามาขวางหน้าชายหนุ่มพร้อมทำหน้าตากระเง้ากระงอด
“งั้นเฌอร์เลี้ยงเบียร์พี่ละกัน” คามินว่าพลางผินหน้าไปทางร้านค้าท้องถิ่นที่อยู่ริมชายหาด จากนั้นมือหนาก็คว้าข้อมือบางพาเธอเดินข้ามถนนไปด้วยกัน
สุดท้ายทั้งคู่ก็เข้ามาในร้านเล็ก ๆ ริมชายหาด นั่งจิบเบียร์พูดคุยกันด้วยความคุ้นเคยกันมากขึ้น
ความรู้สึกผ่อนคลาย บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ไหลเวียนภายในร่างกาย ทำให้หญิงสาวเริ่มพูดเจื้อยแจ้ว โดยมีเรื่องราวในอดีตเป็นจุดเริ่มต้นให้ทั้งคู่ได้นำมาต่อยอดสนทนากันอย่างต่อเนื่อง
เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน ทั้งคู่ก็เช็กบิลออกจากร้าน พร้อมซื้อเบียร์กระป๋องติดมือมานั่งดื่มรับลมบนชายหาด
“อากาศดีจัง...ลมเย็น...เฮ้อ...” เสียงหวานยานครางกล่าวออกมาพร้อมเงยหน้าขึ้นหลับตาพริ้มให้สายลมปะทะใบหน้า
คามินหันมองเสี้ยวหน้างดงามอันแดงเรื่อด้วยฤทธิ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เธอหมั่นเติมเข้าไปในร่างกาย ก่อนจะมาหยุดที่ริมฝีปากบางสีชมพู
ความรู้สึกแห้งผากพลันเกิดขึ้นในลำคอ จึงทำให้ชายหนุ่มต้องรีบละสายออกจากสิ่งยั่วเย้า และยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่มดับความกระหายด้วยความรีบร้อน
“แค่ก แค่ก แค่ก”
“พี่คิน!” เฌอริตาเรียกชายหนุ่มด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าเขาสำลักจนหน้าดำหน้าแดง มือเล็กยกขึ้นวางบนแผ่นหลังกว้างพลางลูบเบา ๆ เพื่อให้เขารู้สึกดีขึ้น “เป็นยังไงบ้างคะ ดีขึ้นไหม”
น้ำเสียงอ่อนหวานเจือความห่วงใยทำให้ชายหนุ่มค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
ใบหน้าตาของเขาและเธอห่างกันเพียงแค่คืบ กลิ่นกายหอมกรุ่นจากกายสาวลอยมาแตะจมูกโด่ง พร้อมสัมผัสที่วางอยู่บนแผ่นหลังแข็งแกร่ง หลอมรวมกันจนเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นภายในก้อนเนื้อที่อกด้านซ้าย
เขาค่อย ๆ เคลื่อนใบหน้าเข้าไปหาดวงหน้าสวย จนปลายจมูกของทั้งคู่เกือบสัมผัสกัน
ทว่า...
เกิดเสียงกรีดร้องดังลั่นมาจากในท้องทะเล ทำให้ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว
เมื่อมองออกไปยังผืนน้ำด้านหน้า คามินก็เห็นเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังตะเกียกตะกายพร้อมร้องขอความช่วยเหลือ
ร่างสูงพุ่งออกไปตามสัญชาตญาณ กระโดดลงไปยังน้ำทะเล ว่ายตรงไปหาเด็กสาวคนนั้นที่กำลังลอยห่างออกไป
ชายหนุ่มทุ่มพละกำลังทั้งหมดที่มี แหวกว่ายไปอย่างไม่คิดชีวิต จนในที่สุดเขาก็คว้าตัวเด็กน้อยไว้ได้
เฌอริตาที่ยืนรออยู่บนผืนทรายด้วยความตื่นตระหนกระคนเป็นห่วง เมื่อเห็นคามินว่ายกลับมาพร้อมเด็กสาว เธอจึงรีบเดินลุยน้ำลงไปช่วยเขาอีกแรง
พลเมืองดีหลายคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างเข้ามาช่วยเด็กสาวผู้น่าสงสาร และช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวเธอส่งโรงพยาบาล
ด้านคามินและเฌอริตาก็มานอนหมดแรงอยู่บนชายหาด หญิงสาวหันหน้ามองชายหนุ่มพลเมืองดีที่กำลังนอนหอบเหนื่อยหายใจแรงอยู่ข้างกัน
“ไหวไหมคะพี่คิน”
“ไหวครับ ไปกันเถอะ หาเสื้อผ้าเปลี่ยนกันก่อน เดี๋ยวจะไม่สบาย”
กล่าวจบชายหนุ่มก็หยัดกายลุกขึ้นยืน ก่อนยื่นมือมาตรงหน้าเธอ
เฌอริตายิ้มรับ คว้าฝ่ามือหนานั้นไว้ และออกแรงลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง
“โอ๊ย!” เสียงหวานร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนก้มลงมองเท้าข้างซ้ายที่เหยียบอยู่บนผืนทราย เท้าเล็กข้างนั้นมีของเหลวสีแดงไหลออกมาจากฝ่าเท้า
ร่างบางเสียการทรงตัวเซเข้าไปปะทะอกกว้าง เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นใบหน้าหล่อเหลาเครียดขึง เธอจึงรีบเอ่ยปากเพราะไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้เขามากไปกว่านี้
“เฌอร์ไม่เป็นไรค่ะ น่าจะโดนเปลือกหอยบาดนิดหน่อย”
“ไม่น่าจะนิดนะครับ เลือดไหลขนาดนี้” สิ้นเสียงทุ้ม ร่างเล็กก็ลอยละลิ่วขึ้นจากพื้น
“อุ๊ย พี่คิน เฌอร์ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ วางเฌอร์ลงเถอะ”
ใบหน้าหล่อเหลาหันมาส่งสายตาดุ เฌอริตาจึงหยุดพูดในบัดดล พร้อมก้มหน้ายอมจำนนให้ชายหนุ่มพาเธอไปยังรถซูเปอร์คาร์
จากนั้นคามินก็ทิ้งเธอไว้เพียงลำพังครู่ใหญ่ ก่อนกลับมาพร้อมถุงหิ้วพะรุงพะรัง
ชายหนุ่มโยนถุงทั้งหมดไปยังที่นั่งด้านหลัง ก่อนนั่งประจำที่พลขับ และสตาร์ตเครื่องยนต์มุ่งหน้าไปยังถนนทอดยาว โดยมีตุ๊กตาหน้ารถคนสวยนั่งเงียบไปตลอดทาง
เช้าวันแรกของการกลับมาทำงานอีกครั้ง ควรจะต้องเป็นวันที่สดใสและน่ายินดี ทว่ามันกลับไม่ใช่เลย เพราะคามินออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องรีบออกไปพบลูกค้าคนสำคัญ ทำเอาว่าที่คุณแม่นั่งใจลอยมาตลอดทาง กว่าจะรู้ตัวอีกทีพลขับหนุ่มก็จอดรถซีดานคันหรูด้านหน้าบริษัทแล้ว“คุณเฌอร์ครับ ถึงแล้วครับ”“อ้าว เฌอร์ก็นั่งเพลินเลยค่ะพี่ ขอบคุณมากนะคะที่ไปรับเฌอร์” เฌอริตาหันไปฝืนยิ้มขอบคุณให้กับสารถีหนุ่ม แม้ภายในใจจะหดหู่ก็ตามที“เป็นหน้าที่ผมอยู่แล้วครับ ถ้าคุณเฌอร์จะกลับบ้านหรือออกไปข้างนอกโทรตามผมได้เลยนะครับ”“ค่ะ”เฌอริตาตอบรับเพียงสั้น ๆ ก่อนเปิดประตูลงจากห้องโดยสารด้านหลัง หญิงสาวยืนรอจนกระทั่งรถซีดานสีดำคันหรูที่คามินให้เธอเอาไว้ใช้พร้อมพลขับ เลี้ยวเข้าไปในอาคารจอดรถจากนั้นเธอก็เดินเข้ามาในอาคารสูงเสียดฟ้าอันเป็นอาณาจักรของบริษัทซีซีอินเตอร์ฟูดส์ ขึ้นลิฟต์โดยสารมายังชั้น 25 ซึ่งเป็นฝ่ายการตลาดเพื่อนร่วมงานทุกคนตลอดจนผู้จัดการสาวต่างดีใจกันยกใหญ่ เข้ามาพูดคุยถามไถ่อาการ ก่อนหัวข้อสนทนาจะเปลี่ยนไปเป็นเรื่องงาน และเรื่องสัพเพเหระต่าง ๆ โดยที่ไม่มีใครปริปากถึงเหตุการณ์ที่ร้านอาหารเลยแ
กลางดึกคืนนั้น เฌอริตารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยอาการสะลึมสะลือ เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองเพดานห้องท่ามกลางแสงไฟสลัวจากโคมไฟเล็กบนผนังฝั่งหัวเตียงดวงตาคู่งามเหลือบไปเห็นเสาน้ำเกลือที่มีขวดน้ำเกลือแขวนอยู่ด้านบน พอมองไล่สายน้ำเกลือลงมาก็พบว่าปลายทางของสายน้ำเกลือนั้นอยู่บนหลังมือของเธอนั่นเองร่างบางขยับเล็กน้อย ก่อนรู้สึกถึงสัมผัสหนักอึ้งบนแขนเล็กข้างหนึ่ง เมื่อเธอหันไปมองก็พบว่าคามินกำลังนั่งฟุบหลับซบใบหน้าลงบนที่นอนข้างกาย โดยวางมือหนาลงบนเรียวแขนบอบบางหญิงสาวยังคงรู้สึกมึนงงและสับสน พยายามจับต้นชนปลายว่าเพราะเหตุใดเธอจึงมานอนอยู่ในโรงพยาบาลได้และเมื่อสติสัมปชัญญะเริ่มคืนกลับมา ภาพความทรงจำในเหตุการณ์ที่ร้านอาหารก็พรั่งพรูออกมาร่างบางลุกพรวดขึ้นพร้อมยกมือสองข้างขึ้นกุมหน้าท้องแบนราบด้วยอาการตื่นตระหนก และนั่นก็ทำให้คามินสะดุ้งตื่นชายหนุ่มรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ข้างเตียงขึ้นมานั่งลงบนเตียงคนไข้“เฌอร์เป็นยังไงบ้าง”“พี่คิน...พี่คินคะ...ละ...แล้ว...ลูก” เฌอริตาละล่ำละลักถามออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ ดวงตาคู่สวยแดงเรื่อเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอในหน่วยตาคู่นั้น“ลูกไม่เป็นไร ลูกปลอดภัยดี ปลอดภัยทั้งส
คามินควบซูเปอร์คาร์คันโปรดรีบพาคนรักไปยังโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน ตลอดทางที่อยู่บนรถหรู เฌอริตาร้องไห้ออกมาด้วยความขวัญเสีย เนื้อตัวสั่นเทาจากแรงสะอื้นตลอดเวลา ทำเอาชายหนุ่มสงสารจับใจ และอีกใจก็เป็นห่วงเลือดเนื้อเชื้อไขที่ไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ทว่าเขาก็ทำได้เพียงพูดพร่ำปลอบโยนเธอมาตลอดทางเมื่อทั้งคู่เดินทางมาถึงโรงพยาบาล คามินก็รีบพุ่งลงจากรถวิ่งมาทางฝั่งผู้โดยสาร เปิดประตูและช้อนร่างบางขึ้นมา วางคนรักลงบนเปลนอนที่เจ้าหน้าที่เข็นมาให้ จากนั้นเจ้าหน้าที่เวรเปลก็รีบเข็นรถนอนของเธอหายเข้าไปในห้องฉุกเฉินนัยน์ตาคู่คมเต็มไปด้วยความกังวลจ้องมองไปยังบานประตูห้องฉุกเฉินนิ่งงัน ก่อนค่อย ๆ เดินมานั่งลงบนม้านั่งหน้าห้องโดยไม่ยอมละสายตาออกจากหน้าห้องฉุกเฉินแม้เพียงเสี้ยววินาทีครืด~โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้น ชายหนุ่มจึงล้วงเข้าไปหยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมา ทว่าในขณะที่เขาหงายมันขึ้นมาเพื่อดูหน้าจอ พลันดวงตาดำขลับไปสะดุดเข้ากับคราบของเหลวสีแดงบนฝ่ามือหนา นัยน์ตาของเขาเบิกโพลงขึ้นด้วยความตกใจ“ไอ้คิน!” คามินหันไปตามเสียงเรียก ก็เห็นเกริกพลวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา “เฌอร์เป็นยังไงบ้า
ผ่านไปกว่าสามเดือน ชีวิตของเฌอริตาก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานที่กำลังไปได้สวย เพื่อนร่วมงานทุกคนไปจนถึงหัวหน้า ล้วนแล้วแต่ดีกับเธอทุกคน เธอได้รับโอกาสในการแสดงศักยภาพในการทำงานอย่างเต็มที่ จนได้รับมอบหมายให้ดูแลโพรเจคสำคัญ ซึ่งทุกคนก็ต่างยินดีกับความสำเร็จของเธอในครั้งนี้ ต่างจากที่ทำงานเก่าลิบลับส่วนประธานหนุ่มเจ้าของบริษัทที่มีสถานะเป็นแฟนลับ ๆ ของเธอ ก็ยิ่งแสนดีขึ้นทุกวัน คอยดูแลเอาใจใส่เธอไปเสียทุกเรื่อง และเขาก็ไม่เคยลืมที่จะใส่ใจมารดาของเธอด้วยเช่นกันตั้งแต่เฌอริตาและคุณนงเยาว์ย้ายมาอยู่ที่อาคารพาณิชย์หลังใหม่ คามินก็ช่วยจัดการเรื่องเปิดร้านอาหารตามที่คุณนงเยาว์ใฝ่ฝันเอาไว้ได้สำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยหาคนงานที่ไว้ใจได้และมีความรับผิดชอบมาช่วยคุณนงเยาว์อีกแรง ซึ่งนั่นช่วยแบ่งเบาภาระของท่านไปได้มาก ถึงแม้ว่ากิจการจะใหญ่โตขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ทว่าท่านกลับสบายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัวเฌอริตาหันไปมองกรอบรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็ยิ้มกว้างออกมา ภายในกรอบรูปนั้นมีภาพถ่ายในวันเปิดร้านวันแรก โดยมีคุณนงเยาว์ยืนอยู่ตรงกลางถูกขนาบข้างด้วยเฌอริตาและคามิน ใบ
เฌอริตาเข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่บริษัท ซีซี อินเตอร์ฟู้ดส์ ได้เกือบสองสัปดาห์แล้ว และเธอเข้ามาด้วยความสามารถของเธอล้วน ๆ โดยที่คามินไม่กล้ายื่นมือเข้าไปวุ่นวายตามคำขอร้องของแฟนสาว ถึงแม้ว่าเขาจะไปยืนส่งสายตากดดันกรรมการสอบสัมภาษณ์ก็ตามทีในวันที่เฌอริตาเริ่มงานวันแรก คามินก็ตั้งใจว่าจะมารับแฟนสาวเข้าไปบริษัทพร้อมกัน ทว่าเธอกลับยืนกรานปฏิเสธ อีกทั้งยังขอร้องให้คามินปฏิบัติต่อเธอเฉกเช่นพนักงานทุกคนในบริษัท และเธอก็ยังไม่พร้อมให้เขาเปิดเผยความสัมพันธ์ให้ใครรู้ เพราะเธออยากให้เพื่อนร่วมงานยอมรับในความสามารถที่แท้จริง โดยไม่มีตำแหน่งแฟนสาวของท่านประธานเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งคามินเองก็เข้าใจในเหตุผลของเธอดี และเคารพในการตัดสินใจของเธอก๊อก~ก๊อก~ก๊อก~เสียงเคาะประตูดังขึ้นหน้าห้องทำงานของประธานบริษัท ซีซี อินเตอร์ฟู้ดส์ ก่อนที่บานประตูไม้สีน้ำตาลจะเปิดอ้าออก ตามมาด้วยใบหน้าคมเข้มของเกริกพลที่ยื่นเข้ามาด้านในทว่าเจ้าของห้องที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานกลับไม่ได้สนใจ อีกทั้งยังมีสีหน้าเคร่งเครียด จ้องมองหน้าจอแล็ปท็อปไม่วางตา“นั่งทำหน้าเป็นตูด คิดถึงแฟนล่ะสิมึง ทำงานที่เดีย
ในช่วงบ่ายแก่ หลังจากฝนเทลงมาตั้งแต่ช่วงสาย เมฆดำบนท้องฟ้าก็เริ่มเบาบาง พอให้ดวงอาทิตย์ได้ทอแสงลงมาบ้างรถมินิแวนสีดำคันงามขับเข้ามาจอดบริเวณลานจอดรถของวัดแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ไกลจากบ้านเช่าหลังน้อยของเฌอริตาเท่าไรนักเมื่อรถจอดนิ่งสนิท พลขับหนุ่มก็รีบลงมาเปิดประตูห้องโดยสารด้านหลังให้แก่ผู้เป็นนายคามินก้าวลงมา ก่อนหันมายื่นมือหนาให้กับหญิงสาวที่นั่งข้างกันมาตลอดทางเฌอริตาส่งยิ้มหวาน ก่อนวางมือบางลงบนฝ่ามือใหญ่ ปล่อยให้ชายหนุ่มเป็นฝ่ายเดินนำไปยังทางเดินขนาดเล็กข้างวัดด้านในเป็นตรอกซอกซอยของชุมชนซึ่งรถยนต์ไม่สามารถผ่านเข้ามาได้ จะมีเพียงรถมอเตอร์ไซต์ และรถจักรยานที่พอจะสัญจรได้อย่างสะดวกเมื่อทั้งคู่เดินใกล้ถึงบ้าน ก็เป็นจังหวะที่คุณนงเยาว์กำลังยกกระถางต้นไม้ใบใหญ่หน้าบ้านด้วยความทุลักทุเลคามินเห็นเข้าก็รีบสาวเท้าเข้าไปช่วยหญิงสูงวัยในทันที โดยที่ยังไม่ทันได้กล่าวทักทายกันแต่อย่างใด“ว้าย!ตาเถร”คุณนงเยาว์ที่ถูกชายหนุ่มที่ไหนก็ไม่รู้เข้าประชิดตัวก็ตกใจจนร้องอุทานออกมา พอมองเลยไปก็เห็นลูกสาวเพียงคนเดียวกำลังยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่“เฌอร์ นี่มันอะไรกันลูก แล้วนี่...







