Masuk“เหมือนทั้งสองคนค่ะ”“พี่อยากได้ลูกสาวคงน่ารักมากเพราะแม่สวย พี่จะถักเปียให้ลูกไปโรงเรียนทุกเช้า” ปรมัตถ์จัดความเรียบร้อยของหมอนเพื่อให้ภรรยาล้มตัวลงนอนได้ถนัด โดยมีสามีหนุ่มคอยประคองอยู่ไม่ห่าง นุนีติ์ยิ้มหัวเราะคิกคัก“ยิ้มหัวเราะหมายความว่ายังไง ทำไมพี่จะถักเปียให้ลูกสาวไม่ได้ เรื่องแค่นี้เองทำไม
สองปีต่อมา...“พี่พีร์ พี่พีร์ครับ อยู่ไหนลูก” เสียงหวานของคุณแม่ถามหาลูกชายตัวน้อย ตอนนี้นั่งเล่นอยู่บนกองทรายอย่างสนุกสนานกับพี่เลี้ยง“คุณแม่พิพีร์อยู่นี่คับ” เด็กชายพีร์ตัวอวบอ้วนเพราะกินเก่งนั่งตักทรายใส่รถแบคโฮ เนื้อตัวมีแต่เม็ดทรายเต็มไปหมดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า“ไปอาบน้ำไหมครับ เย็นมากแล้วเ
“อือ” ปรมัตถ์ร้องครางเสียงต่ำ มือเรียวสวยกลมกลึงสอดเข้าไปในชุดสูทสีกรมท่า ลูบไล้เชิ้ตขาวไปมาเล่นเอากายแกร่งขนลุกเกรียว“นุนีติ์” เสียงแหบพร่ากดต่ำคำรามเมื่อมือเรียวสวยลูบไล้ลงต่ำไปป้วนเปี้ยนแถวแก่นกลางลำตัวที่กำลังโป่งนูนดุนดันขึ้นมาจนเด่นชัด ยิ่งก้นงอนงามอวบอัดบดเบียดด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่“ทำไมคะ ท
วันต่อมา...ปรมัตถ์เดินทางมาทำงานพร้อมกับนุนีติ์ สามีหนุ่มมีอาการงอนเล็กน้อยเมื่อภรรยาสาวรบเร้าจะมาทำงานให้ได้ ทั้งที่เขาต้องการให้พักผ่อนอยู่ที่บ้าน หรือไปเยี่ยมครอบครัวของเธอ เขาเองก็ไม่มีปัญหาเพียงแต่ห่วงสวัสดิภาพของภรรยาต่างหาก ยิ่งลูกคนแรกเขากังวลสารพัดไอ้หมอทศก็ขยันเล่าเรื่องภาวะแทรกซ้อนระหว่า
จากนั้นทั้งคู่ก็อยู่เสวนากับหลวงพ่อสักพักก่อนกราบลาเดินทางกลับ และได้ไปเยี่ยมมารดาของสามีที่บ้านหลังใหญ่ของตระกูลอิทธินันท์ธาดากุล ทั้งคู่เดินเข้าไปในห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย แสงแดดยังลอดผ่านม่านบังแดดสีขาวสะอาดตา ปรมัตถ์พูดคุยสอบถามอาการของมารดากับพยาบาลที่ดูแลนุนีติ์เดินเข้าไปนั่งคุกเข่าอยู่ใก
ร่างเปลือยเปล่าสองร่างตระกองกอดกันกลมด้วยไฟรักที่โหมกระพือตามแรงปรารถนา ปรมัตถ์พรมจูบไปทั้งร่างภรรยาสาว ฝากรอยคิสมาร์กแทบจะทุกซอกหลืบ กายสาวดิ้นพล่านเสียวซ่านรัญจวนใจ ตอบสนองอย่างเร่าร้อน ยิ่งฮอร์โมนคนท้องพลุ่งพล่านยิ่งเพิ่มกำหนัดให้กายแกร่งเร่งเร้าขับเคลื่อนอย่างลืมตน“เบา ๆ นะคะที่รัก”“ครับคนสวย
ปรมัตถ์พานุนีติ์เดินทางมาถึงโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่ย่าของเธอรับการรักษาตัวอยู่ ทั้งคู่รีบเดินลงจากรถมุ่งหน้าไปยังห้องฉุกเฉินทันที ร่างที่นอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงใบหน้าเหี่ยวย่นร่องรอยแห่งความชราภาพในวัยเกือบเจ็ดสิบยังคงเป็นภาพที่ชาชินในทุกวัน แต่วันนี้ใบหน้านั่นซีดเซียวไร้สีสัน นุนีติ์เดินเข้ามาใก
“บ้าไปแล้ว” นุนีติ์แสดงสีหน้าท่าทางไม่พอใจอย่างมาก พยายามระงับอารมณ์โกรธอย่างยิ่งยวด สะบัดตัวดันเขาออกห่างแต่ก็ไร้หนทาง เหลือบไปเห็นแก้วเหล้าที่มีน้ำสีอำพันอยู่ครึ่งค่อนแก้ว เธอคว้าแก้วใบนั้นทันทีพร้อมกับสาดเข้าไปเต็ม ๆ ที่ใบหน้าของคเชนทร์ ชายหนุ่มตกใจเสียงดังลั่น“เฮ้ย...อะไรวะ อีนี่” คเชนทร์หัวเสี
พอตกค่ำกลับกลายเป็นทั้งว่าคู่นอนกอดกันกลมอยู่บนเตียง ร่างเล็กถูกเจ้านายหนุ่มโอบกอดทางด้านหลัง นุนีติ์สะดุ้งตื่นเป็นคนแรกปรือตางัวเงียรู้สึกถึงความอบอุ่นบางอย่างใกล้ ๆ พยายามผงกศีรษะขึ้นมามอง กลิ่นกายของเขาบวกกับกลิ่นโคโลญจน์ที่คุ้นเคยลอยมาปะทะจมูกจำได้แม่นว่าใครกอดรัดเสียแน่น นุนีติ์แอบรู้สึกดีอยู
“ไม่ครับผมอิ่มแล้ว” วิเชียรยืนกุมมือเดินถอยหลังออกไปทันที นุนีติ์ส่งยิ้ม “นั่งสิยิ้มอยู่ได้” “ขอโทษค่ะ ที่ฉันหลับไปนานเจ้านายดีขึ้นหรือยังคะ ไข้ลดลงหรือยัง แล้วตื่นเมื่อไร เจ้านายทำอาหารเป็นหรือคะ และก็...” นุนีติ์หยุดพูดทันทีเมื่อเจอสายตาดุของเขา“พูดมากจะกินไหม เดี๋ยวได้เป็นลมเป็นแล้ง ฉันไม่ชอบค







