ใต้กลลวงของคนเลว

ใต้กลลวงของคนเลว

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-05
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
28Bab
141Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

"เขาคือมัจจุราชผู้ครอบครองอาณาจักรสีเทา... ส่วนเธอ คือแสงสว่างเดียวที่เขาอยากฉุดดึงลงมาสู่ความมืดมิด" สำหรับ ‘อลัน อัครเดชา’ ชีวิตของเขาขับเคลื่อนด้วยความแค้น เสียงปืน และคราบเลือด ตลอดเวลาที่ผ่านมา ชายหนุ่มใช้อำนาจและเงินตราควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างอย่างเผด็จการ ไม่เว้นแม้กระทั่งชีวิตของ ‘ไอรีน’ หญิงสาวผู้บริสุทธิ์ที่ถูกดึงเข้ามาในกรงเล็บของเขาด้วยสัญญาที่ไร้ความยุติธรรม เขาอ้างคำว่า ‘ปกป้อง’ เพื่อสร้างกรงขังแสนสวย ตีตราจองและครอบครองเธอไว้อย่างเห็นแก่ตัว โดยไม่เคยหยุดถามสักคำว่าเธอต้องการมันหรือไม่... จนกระทั่งเงามืดแห่งอดีตตามล่า และคมกระสุนเปื้อนเลือดเกือบจะพรากหัวใจของเขาไปตลอดกาล ความตายที่เฉียดใกล้ ทำให้มัจจุราชผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครตื่นจากฝันร้าย ชายหนุ่มเพิ่งได้เรียนรู้ว่า ความรักที่แท้จริงไม่ใช่การบังคับครอบครอง หากแต่คือการเคารพและยอมรับในอิสรภาพของอีกฝ่าย เมื่อศัตรูถูกกวาดล้างและบาดแผลทางกายเริ่มสมาน อลันจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ยากที่สุดในชีวิต... นั่นคือการทุบกรงขังทิ้ง ยื่นอิสรภาพคืนสู่มือเธอ และยอมถอยออกมาหนึ่งก้าว เพื่อให้เธอเป็นคนเลือกอนาคตของตัวเอง

Lihat lebih banyak

Bab 1

หนี้สินที่ไม่เคยรับรู้

เสียงกริ่งประตูดังแผดขึ้นตอนสามทุ่มครึ่ง เสียงนั้นก้องบาดอารมณ์เสียจนไอรีนสะดุ้งสุดตัว ปลายปากกาในมือบางลากเส้นเบี้ยวไปทั้งบรรทัด ปากกาลูกลื่นกดลึกลงบนสมุดบัญชีที่เธอกำลังตรวจทานอย่างเคร่งเครียด

หญิงสาวชะงัก ช้อนสายตามองนาฬิกาเรือนเก่าบนผนัง ก่อนจะเบนสายตาไปยังประตูห้องนอนของไออุ่นน้องสาวเพียงคนเดียวที่ปิดสนิท มีแสงไฟสว่างลอดออกมาจากใต้รอยเหลื่อมประตูเล็กน้อย แสดงว่าน้องคงยังไม่หลับ แต่กระนั้นก็คงไม่ใช่คนที่มาเคาะประตูบ้านยามวิกาลเช่นนี้แน่

ไอรีนลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานอย่างระมัดระวัง ทุกก้าวพยายามเลี่ยงไม่ให้เกิดเสียง เดินตรงไปยังประตูหน้าบ้าน แล้วค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปส่องผ่านรูตาแมวออกไปเบื้องนอก เงาร่างของชายฉกรรจ์สองคนในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู ท่าทางของพวกเขาสงบนิ่ง ดูเรียบเฉย เยือกเย็นเกินกว่าจะเป็นมิตรหรือเพื่อนบ้านที่แวะมาทักทาย ชายคนหนึ่งถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาไว้ในมือ

"คุณไอรีน วนัสนันท์ใช่ไหมครับ"

เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบถามขึ้นทันทีที่เธอปลดล็อกและแง้มประตูออกเพียงครึ่งบาน โดยยังคงคล้องสายโซ่กันขโมยไว้อย่างระมัดระวัง

"พวกคุณเป็นใคร"

ไอรีนถามกลับ น้ำเสียงพยายามบังคับให้ราบเรียบและนิ่งสงบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเริ่มเต้นระส่ำถี่รัวขึ้นทุกวินาที

"เราเป็นตัวแทนจากบริษัท เอเวอร์กรีน โฮลดิ้ง ครับ" ชายคนที่ถือแฟ้มเอ่ยขึ้น น้ำเสียงไร้รอยคลื่นอารมณ์ "มาพบเรื่องหนี้สินของคุณธนากร ธนวัฒน์ บิดาของคุณ"

ไอรีนรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกึก อากาศรอบตัวพลันเย็นเฉียบไปชั่วขณะ พ่อของเธอเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสามเดือนก่อนด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ไม่มีใครคาดคิด และนับแต่วันนั้น เธอก็พยายามดิ้นรนสะสางภาระทุกอย่างที่พ่อทิ้งไว้ ทั้งหนี้บัตรเครดิต หนี้สินธนาคาร แต่ทว่า... เธอไม่เคยได้ยินชื่อ "เอเวอร์กรีน โฮลดิ้ง" ปรากฏอยู่ในชีวิตของพ่อเลยสักครั้งเดียว

"พ่อฉันไม่ได้เป็นหนี้บริษัทคุณ" เธอปฏิเสธทันควัน

"ฉันตรวจสอบเอกสารการเงินและรายการบัญชีของพ่อหมดแล้ว"

ชายคนนั้นยิ้มจางๆ รอยยิ้มประดับใบหน้าที่ไม่ส่งไปถึงดวงตาและไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง เขาค่อยๆ เปิดแฟ้มเอกสาร คลี่กระดาษแผ่นหนึ่งแล้วยื่นผ่านช่องประตูที่เปิดแคบๆ เข้ามาให้เธอดู มันคือสัญญากู้ยืมเงิน... สลักนามและลงลายมือชื่อโดย ธนากร ธนวัฒน์ ลายเซ็นอันคุ้นเคยที่เธอจำได้แม่นยำเพราะเคยเห็นบนเอกสารนับไม่ถ้วนมาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าตัวเลขแปดหลักที่ระบุเด่นหราอยู่ในสัญญากลับทำให้มือบางที่รับกระดาษมาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ สิบสองล้านบาท

"เป็นไปไม่ได้..." เธอพึมพำ เสียงแผ่วเบาแทบหายไปในลำคอ "พ่อไม่มีทางกู้เงินมากมายขนาดนี้"

"เอกสารและสัญญาลายลักษณ์อักษรพูดแทนตัวมันเองครับ คุณไอรีน" ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวล ทว่าหนักแน่นจนกดดัน

"ท่านประธานของเราประสงค์จะพบคุณโดยตรง เพื่อหารือเรื่องการชดใช้หนี้สินก้อนนี้"

"ท่านประธาน?" ไอรีนทวนคำ ความระแวงและความสงสัยแทรกซึมอยู่ในน้ำเสียง

"คุณอลัน เศรษฐโสภณ ครับ" เขาตอบ พลางโน้มศีรษะลงเล็กน้อย ราวกับชื่อนั้นเป็นนามศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องเคารพยามเอื้อนเอ่ย

"พรุ่งนี้เวลาบ่ายสองตรง ทางเราจะส่งรถมารับคุณที่นี่ แต่หากคุณไม่สะดวกมา..." เขาเว้นจังหวะชั่วครู่ ดวงตาจ้องลึกเข้ามา

"เรื่องราวหลังจากนี้อาจจะซับซ้อนและยุ่งยากกว่านี้มากครับ"

เขาไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่อ แต่บรรยากาศอันดาดเดี่ยวที่ทิ้งไว้ก่อนหมุนตัวเดินจากไปนั้น ชัดเจนพอจะทำให้ไอรีนตรัสรู้ได้ทันทีว่า นี่ไม่ใช่คำขอร้องหรือคำเชิญ... แต่คือคำสั่งที่ไม่ยินยอมให้ปฏิเสธ

ไอรีนข่มตานอนไม่ลงตลอดทั้งคืน เธอนั่งจมอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ พยายามสืบค้นและพิมพ์ชื่อ "เอเวอร์กรีน โฮลดิ้ง" รวมถึง "อลัน เศรษฐโสภณ" ในทุกฐานข้อมูลและซอกมุมของอินเทอร์เน็ตที่พอจะนึกออก ทว่าผลลัพธ์ที่ปรากฏกลับน้อยนิดจนผิดสังเกต บริษัทเอเวอร์กรีนถูกจดทะเบียนอย่างถูกต้องในฐานะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการลงทุน งบการเงินและเอกสารดูสะอาดหมดจดเกินไปจนชวนให้ประหวั่นพรั่นพรึง ไม่มีข่าวอื้อฉาว ไม่มีประวัติข้อพาททางกฎหมาย ประหนึ่งมีมือที่มองไม่เห็นตั้งใจขัดเกลาและเก็บลบร่องรอยความสกปรกทุกอย่างจนกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับความถูกต้องอย่างแยบยล

แต่แล้ว เธอกลับไปพบกระทู้เว็บบอร์ดเล็กๆ ไม่กี่กระทู้ที่เอ่ยถึงชื่อตระกูลนี้ด้วยระลอกคลื่นความกลัว น้ำเสียงระมัดระวังราวกับกลัวว่าแค่พิมพ์ออกมาก็จะมีใครรับรู้ ประโยคชวนขนลุกอย่าง "อย่ายุ่งกับคนตระกูลนี้" ปรากฏซ้ำแล้วซ้ำเล่า หญิงสาวปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ลงในเวลาตีสี่ครึ่ง พร้อมกับสองมือบางที่เย็นเฉียบจนไร้ความรู้สึก

เช้าวันรุ่งขึ้น ไอรีนบอก 'ไออุ่น' น้องสาวว่าเธอต้องออกไปจัดการธุระเรื่องเอกสารมรดกและทรัพย์สินของพ่อ เธอไม่กล้าปริปากบอกความจริงอันแสนหนักอึ้ง เพราะไม่อยากให้น้องสาวที่เพิ่งก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยปีหนึ่งต้องแบกรับความวิตกไปด้วย ไออุ่นเพียงแค่พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย โดยไม่ทันสังเกตเห็นแววตาหวาดหวั่นและเงามืดที่บดบังอยู่ในดวงตาของพี่สาว

กระทั่งเวลาบ่ายสองตรง รถเบนซ์สีดำสนิทติดฟิล์มมืดสนิท ก็แล่นมาจอดนิ่งสนิทที่หน้าบ้านตรงเวลาเป๊ะ พนักงานขับรถก้าวลงมาเปิดประตูให้เธอด้วยท่าทีสุภาพนอบน้อมราวกับเธอเป็นแขกทรงเกียรติ ทว่าสายตาเรียบเฉยใต้สูทสีดำกลับบอกชัดเจนว่า เธอไม่มีสิทธิ์เลือกทางเดินอื่นอีกแล้ว

อาคารสำนักงานใหญ่ของ เอเวอร์กรีน โฮลดิ้ง ตั้งตระหง่านอย่างยิ่งใหญ่ใจกลางย่านธุรกิจ กระจกอาคารสีเข้มสะท้อนแสงแดดเจิดจ้าจนไม่อาจมองลอดเข้าไปเห็นความเคลื่อนไหวภายใน ไอรีนถูกนำทางผ่านล็อบบี้อันหรูหราอลังการ ผ่านระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่นหลายชั้นซึ่งดูเข้มงวดเกินกว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป ก่อนจะถูกต้อนขึ้นลิฟต์ส่วนตัวเพื่อตรงไปยังชั้นสูงสุดของอาคาร

เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นเบาๆ เมื่อเปิดออกสู่ห้องทำงานขนาดใหญ่โตก็ประจักษ์แก่สายตา ผนังห้องเป็นกระจกบานกว้างรอบทิศทาง เผยให้เห็นทัศนียภาพกว้างไกลของเมืองหลวงตระหง่านอยู่เบื้องล่าง และ ณ ใจกลางห้อง หลังโต๊ะทำงานสีดำคลับทรงโบราณอันหรูหราร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งประจำตำแหน่งอยู่

เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองในทันทีที่เธอสืบเท้าเข้าไป สายตายังคงจดจ่ออยู่กับเอกสารตรงหน้า ปล่อยให้ความเงียบทำงาน และเปิดโอกาสให้ไอรีนได้ลอบสังเกตเขา อลัน เศรษฐโสภณ ดูมีอายุราวๆ สามสิบต้นๆ สวมสูทสากลสีดำเข้มตัดเย็บอย่างประณีตและพอดีตัวไร้ที่ติจนดูราวกระชับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ผมสีดำสนิทถูกหวีเรียบร้อย โครงหน้าคมคายสันคมราวกับรูปแกะสลักหินอ่อน แต่สิ่งที่ทำให้ไอรีนรู้สึกหนาวเยือกไปถึงขั้วหัวใจกลับเป็นความนิ่งสงบของเขามันไม่ใช่ความสงบเยือกเย็นธรรมดา แต่เป็นบรรยากาศของผู้ครอบครองที่สั่งสมอำนาจจนสามารถกดควบคุมทุกสิ่งรอบตัวไว้ในกำมือได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ครั้นเมื่อเขายอมเงยหน้าขึ้นในที่สุด สายตาทอดลึกสีเข้มล้ำลึกคู่นั้นก็จับจ้องตรงมายังเธอ นิ่งสะกด และไม่กะพริบ ราวกับกำลังผ่าแยกประเมินความรู้สึกทุกอณูของเธอออกเป็นชิ้นๆ

"นั่งสิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเรียบเฉยเอ่ยขึ้น มันไม่ใช่คำเชิญชวน แต่เป็นคำสั่งทรงพลังที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยมารยาทอันตื้นเขินไอรีนขยับตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้าม พยายามบีบบังคับสติและอาการประหม่าไม่ให้ฉายออกมาทางสีหน้า

"คุณอลัน ฉันต้องการทราบว่าสัญญาที่คุณอ้างว่าพ่อของฉันเซ็นไว้นั้นมันคืออะไรกันแน่ ตลอดเวลาที่ผ่านมา พ่อไม่เคยพูดถึงหนี้สินก้อนนี้เลยแม้แต่คำเดียว"

อลันเอนหลังพิงเบาะเก้าอี้หนังอย่างเชื่องช้า มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่เย็นชาแต่ไปไม่ถึงดวงตา

"คุณพ่อของคุณกู้ยืมเงินก้อนนี้ไปเมื่อสองปีก่อน เพื่อนำไปหมุนเวียนในธุรกิจที่ล้มเหลว เขาผ่อนชำระดอกเบี้ยให้ผมมาโดยตลอด... จนกระทั่งประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต"

"แล้วทำไมถึงไม่มีเอกสาร หรือหลักฐานการกู้ยืมเรื่องนี้ในบันทึกทางการเงินของพ่อเลยล่ะคะ"

"เพราะธุรกิจของผม ไม่ใช่ธุรกิจประเภทที่ชอบทิ้งร่องรอยหรือเส้นทางการเงินไว้ให้ใครตามสืบได้ง่ายๆ" เขาตอบกลับตรงๆ อย่างไร้ความลังเล น้ำเสียงราบเรียบปานเรื่องปกติธรรมดา

ความตรงไปตรงมาอันไร้แยบยลของเขาทำให้ไอรีนถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ เธอคาดหวังว่าจะได้ยินคำปฏิเสธ การบิดพลิ้ว หรือข้ออ้างกลบเกลื่อน แต่ชายตรงหน้ากลับยอมรับตัวตนอันมืดดำของตัวเองออกมาอย่างหน้าตาเฉยและไร้ซึ่งความละอาย

"ถ้าอย่างนั้น เงินสิบสองล้านบาทนี่... ก็คือเงินสกปรกน่ะสิ" เธอโพล่งออกไปโดยไม่ทันหยุดคิด

สายตาของอลันไหววูบไปเล็กน้อย ไม่ใช่รอยแผลจากความโกรธ แต่กลับเป็นความสนใจที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างอัศจรรย์ ราวกับเธอเพิ่งก้าวข้ามเส้นบางๆ ที่ไม่เคยมีใครกล้าข้ามต่อหน้าเขามาก่อน

"หึ..กล้าพูดตรงดีนี่" เขาเอื้อนเอ่ยคำพูดออกมาอย่างช้าๆ

"คนส่วนใหญ่ที่ได้นั่งลงตรงเก้าอี้ตัวที่คุณนั่งอยู่ตอนนี้ ถ้าไม่ร้องไห้ฟูมฟาย ขอร้องอ้อนวอน ก็มักจะพยายามเสนอข้อต่อรองโง่ๆ แต่คุณกลับเลือกที่จะท้าทายผม"

"ฉันแค่ต้องการทราบความจริง" ไอรีนตอบ พยายามประคองน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด เท่าที่หัวใจซึ่งเต้นระทึกอยู่ข้างในจะอำนวย

"และฉันก็ไม่มีปัญญาหาเงินสิบสองล้านบาทมาชดใช้คืนให้คุณได้แน่ๆ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม"

ความเงียบโรยตัวปกคลุมทั่วทั้งห้องทำงานอยู่นานครู่หนึ่ง อลันค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินตรงไปยังกระจกบานใหญ่ หันหลังให้เธอพร้อมกับทอดสายตามองลงไปยังทิวทัศน์เมืองใหญ่เบื้องล่าง

"ผมไม่ได้ต้องการเงินของคุณ" ในที่สุดเขาก็พูดขึ้น

ไอรีนขมวดคิ้ว กะพริบตาถี่ด้วยความไม่แน่ใจ "หมายความว่ายังไงคะ..."

ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า สายตาคู่นั้นเปลี่ยนแปรไปอีกครั้ง ครานี้มีร่องรอยของแผนการอันแยบยลซ่อนอยู่ลึกๆ

"ผมมีบริษัทบังหน้าหลายแห่งที่ต้องการนักบัญชีที่ไว้ใจได้ และที่สำคัญ... ต้องเก่งพอที่จะไม่ทิ้งข้อผิดพลาดไว้ให้ใครย้อนกลับมาเล่นงานผมได้ ผมสืบประวัติคุณมาหมดแล้ว คุณจบบัญชีด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เคยทำงานในบริษัทตรวจสอบบัญชีระดับท็อปมาสามปีก่อนจะออกมาเป็นฟรีแลนซ์"

ไอรีนรู้สึกเย็นวาบไปถึงแผ่นหลัง เขารู้จักตัวตนและภูมิหลังของเธอละเอียดลออยิ่งกว่าที่เธอคาดคิดไว้เสียอีก

"คุณกำลังจะบอกว่า..."

"มาทำงานให้ผม" เขาตัดบทด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ

"ดูแลและจัดการบัญชีให้บริษัทในเครือของผม ทั้งหมดนั้น... แลกกับการยกเลิกหนี้สินสิบสองล้านบาทของพ่อคุณทันที"

ข้อเสนอนี้ฟังดูง่ายดายเกินไป... ง่ายเกินกว่าจะไม่มีกับดักมืดดำซ่อนอยู่เบื้องหลัง ไอรีนมองหน้าเขาด้วยความระแวดระวังถึงขีดสุด

"ทำไมต้องเป็นฉัน ในเมื่อคุณมีเงินทองมากพอจะว่าจ้างนักบัญชีฝีมือดีอีกเป็นร้อยคนในเมืองนี้"

อลันสืบเท้ากลับมาที่โต๊ะทำงาน เขาประสานนิ้วมือเข้าหากัน สายตาคมกริบจับจ้องเธอไม่คลาดสายตา

"เพราะพ่อของคุณเป็นหนี้ผม นั่นหมายความว่าคุณมีพันธนาการกับผมและเหตุผลมากพอที่จะไม่มีวันทรยศผม... ไม่อย่างนั้น ทั้งคุณและครอบครัวของคุณจะหาความสงบสุขไม่ได้อีกเลย"

คำขู่นั้นเย็นเยียบราวกับใบมีดโกนที่กรีดผ่านหน้าต่างมารยาทอันฉาบฉวย ไอรีนรู้สึกได้ถึงกับดักที่กำลังโอบล้อมบีบคั้นเธอไว้ทุกทาง ทว่าในขณะเดียวกัน เธอ กลับไม่มีทางเลือกอื่นให้เดินหนี หากปฏิเสธ หนี้สินก้อนโตจะยังคงอยู่อย่างไร้ทางออก และเธอไม่อาจหยั่งรู้ได้เลยว่า คนระดับอลันจะลงมือทำเรื่องเลวร้ายอะไรกับเธอและไออุ่นบ้างหากเธอคิดขัดขืน

"ฉัน... พอจะมีเวลาคิดบ้างไหมคะ" เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา

"สามวัน" อลันตอบทันควัน ก่อนจะหยิบนามบัตรแผ่นบางขึ้นมาจากลิ้นชัก นิ้วเรียวยาวเลื่อนกระดาษแผ่นนั้นส่งมาตรงหน้าเธอ

"ถ้าตัดสินใจได้แล้ว ให้โทรหาผมที่เบอร์นี้" ไอรีนเอื้อมมืออันสั่นเทาไปหยิบนามบัตรขึ้นมา บนกระดาษแผ่นเรียบหรูนั้นมีเพียงแค่ชื่อของเขาและเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว... ไม่มีชื่อตำแหน่ง ไม่มีที่อยู่บริษัท ราวกับตัวตนของชายชื่อ อลัน เศรษฐโสภณ นั้น ยิ่งใหญ่และเด่นชัดพอจนไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายใดๆ เพิ่มเติมอีกแล้ว

เธอลุกขึ้นยืน เตรียมตัวหมุนกายเดินออกจากห้องทึบอึดอัดนี้ แต่ก่อนที่เท้าจะก้าวพ้นขอบประตู เสียงเข้มทุ้มของอลันก็ดังแทรกความเงียบขึ้นมาจากเบื้องหลัง

"คุณไอรีน" เรือนร่างบางชะงักกึก เธอค่อยๆ หันกลับไปมอง

"ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไร..." เขาเอ่ยช้าๆ น้ำเสียงมีรอยแฝงบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง

"ผมก็จะจับตาดูคุณอยู่ดี" ประโยคนั้นไม่ได้ฟังดูเหมือนคำขู่เข็ญดั่งเช่นในละคร แต่เต็มไปด้วยน้ำหนักของความจริงจังที่หนักแน่น ราวกับว่าเขาคือผู้กุมชะตากรรมและเส้นทางชีวิตของเธอไว้ในกำมืออย่างสมบูรณ์แล้ว

ไอรีนไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เธอเพียงแค่พยักหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะเร่งฝีเท้าก้าวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว หัวใจโหมเต้นรัวแรงจนได้ยินเสียงเลือดยิ่งฉีดก้องในหัว

ภายในลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นล่างอย่างนุ่มนวล ไอรีนเหม่อมองภาพสะท้อนของตัวเองบนผนังกระจกเงา ใบหน้าของเธอซีดเซียวไร้สีเลือด สองมือยังคงกำนามบัตรแผ่นนั้นไว้แน่นจนขอบกระดาษแข็งบุ๋มลึกลงไปในเนื้อผิว

เธอไม่รู้เลยว่า ตัวเองกำลังจะก้าวเท้าเข้าสู่โลกแบบไหน... โลกไร้สีขาวที่มีกฎเกณฑ์อันโหดร้ายแตกต่างจากโลกที่เธอเคยรู้จักอย่างสิ้นเชิง โลกที่มีชายคนหนึ่งสามารถมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยอันตราย ทว่ากลับทรงอิทธิพลและดึงดูดอย่างน่าประหลาดในเวลาเดียวกัน แต่สิ่งที่ทำให้เธอหวาดหวั่นพรั่นพรึงที่สุด กลับไม่ใช่คำข่มขู่ หรือหนี้สินสิบสองล้านบาทที่ทับทรวงอกเธออยู่...

หากแต่เป็นความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ซ่านแล่นผ่านร่างกายยามได้สบตากับอลันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกจากห้อง ความรู้สึกลึกๆ ที่คอยพร่ำเตือนเธอว่า ต่อให้เวลาสามวันข้างหน้าจะผ่านไปอย่างไร และไม่ว่าคำตอบของเธอจะเป็นเช่นไร... ชีวิตของเธอและน้องสาวก็ไม่มีวันกลับไปสงบสุขได้เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

รถเบนซ์สีดำสนิทคันเดิมยังคงจอดรอคอยอยู่ที่หน้าตึก คนขับเตรียมพร้อมที่จะพาเธอกลับสู่อุ้งมือของความจริง ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเบื้องบนที่เริ่มมืดครึ้มด้วยสายฝนที่ก่อตัวขึ้น พลางขบคิดวนเวียนว่า วงจรชีวิตของเธอหลังจากนี้... ได้ก้าวเข้าสู่ความวุ่นวายอย่างแท้จริง

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

อามีทอฟอ
อามีทอฟอ
เสวววววววววววววววววววววววว
2026-08-30 22:35:35
0
0
28 Bab
หนี้สินที่ไม่เคยรับรู้
เสียงกริ่งประตูดังแผดขึ้นตอนสามทุ่มครึ่ง เสียงนั้นก้องบาดอารมณ์เสียจนไอรีนสะดุ้งสุดตัว ปลายปากกาในมือบางลากเส้นเบี้ยวไปทั้งบรรทัด ปากกาลูกลื่นกดลึกลงบนสมุดบัญชีที่เธอกำลังตรวจทานอย่างเคร่งเครียด หญิงสาวชะงัก ช้อนสายตามองนาฬิกาเรือนเก่าบนผนัง ก่อนจะเบนสายตาไปยังประตูห้องนอนของไออุ่นน้องสาวเพียงคนเดียวที่ปิดสนิท มีแสงไฟสว่างลอดออกมาจากใต้รอยเหลื่อมประตูเล็กน้อย แสดงว่าน้องคงยังไม่หลับ แต่กระนั้นก็คงไม่ใช่คนที่มาเคาะประตูบ้านยามวิกาลเช่นนี้แน่ ไอรีนลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานอย่างระมัดระวัง ทุกก้าวพยายามเลี่ยงไม่ให้เกิดเสียง เดินตรงไปยังประตูหน้าบ้าน แล้วค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปส่องผ่านรูตาแมวออกไปเบื้องนอก เงาร่างของชายฉกรรจ์สองคนในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู ท่าทางของพวกเขาสงบนิ่ง ดูเรียบเฉย เยือกเย็นเกินกว่าจะเป็นมิตรหรือเพื่อนบ้านที่แวะมาทักทาย ชายคนหนึ่งถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาไว้ในมือ "คุณไอรีน วนัสนันท์ใช่ไหมครับ" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบถามขึ้นทันทีที่เธอปลดล็อกและแง้มประตูออกเพียงครึ่งบาน โดยยังคงคล้องสายโซ่กันขโมยไว้อย่างระมัดระวัง "พวกคุณเป็นใคร" ไอรีนถามกลับ น้ำเสียงพย
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-22
Baca selengkapnya
ขอเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
นามบัตรใบนั้นวางนิ่งอยู่บนโต๊ะทำงานของไอรีนมาตลอดสามวันเธอไม่ได้แตะต้องมันอีกเลยนับตั้งแต่คืนที่ก้าวออกจากตึกเอเวอร์กรีน ทำเพียงแค่วางมันพิงไว้กับขาโคมไฟตั้งโต๊ะ ให้ตัวอักษรสีเงินบนพื้นดำเรียบสะท้อนแสงไฟวิบวับทุกครั้งที่เปิดใช้งานยามค่ำคืน ราวกับมันกำลังทำหน้าที่เป็นนาฬิกาทรายจงใจคอยเตือนเธอว่า เวลาที่เหลืออยู่กำลังจะหมดลงทุกขณะ ตลอดสามวันที่ผ่านมา ไม่มีคืนไหนเลยที่เธอจะข่มตาหลับสนิท หญิงสาวเอาแต่นอนพลิกตัวไปมาบนเตียง ฟังเสียงพัดลมหมุนสม่ำเสมอเป็นจังหวะเดียวกับความคิดซ้ำซากที่วนเวียนอยู่ในหัว ตัวเลขสิบสองล้านบาทลอยเด่นอยู่เบื้องหน้าไม่ต่างจากกำแพงตึกตระหง่านสูงลิบจนมองไม่เห็นยอดและปลายทาง และทุกครั้งที่ลองพยายามคำนวณความเป็นไปได้ในการหาเงินกู้ก้อนนั้นด้วยตัวเอง คำตอบที่ได้กลับมาก็ยังคงมีเพียงหนึ่งเดียวเสมอ... เป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะทำงานหนักแค่ไหน ไม่ว่าจะพยายามบากหน้าไปหยิบยืมจากใคร ชีวิตทั้งชีวิตของเธอก็ไม่มีวันพอชดใช้หนี้ก้อนนี้ได้ทัน เข้าสู่เช้าวันที่สี่ ลำแสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านผ้าม่านบางเข้ามาทาบลงบนพื้นห้องครัว ไอรีนนั่งนิ่งอยู่ตรงโต๊ะอาหาร สองมือกุมถ้วยกาแฟที่เย็นชืดไปนานแล้วโดยไ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-22
Baca selengkapnya
ทางเลือก
คืนก่อนวันเริ่มงาน ไอรีนนั่งจมอยู่ในความมืดของห้องนอนเป็นเวลานาน แสงจันทร์สีเงินนวลสาดผ่านผ้าม่านบางลงมาทาบบนพื้นไม้ปาร์เกต์ เกิดเป็นลายเงาซี่โครงที่ไหวพริบช้าๆ ตามแรงลมพัดสบัดเบา หญิงสาวนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง สายตาเลื่อนลอยทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ซึ่งมีเพียงหลังคาบ้านเรือนเรียงรายใต้ท้องฟ้าที่มืดสนิทไร้ดาว ความคิดของเธอย้อนกลับไปไกลกว่าสามวันที่ผ่านมา... ย้อนกลับไปถึงคืนที่ตำรวจโทรมาแจ้งข่าวการเสียชีวิตของพ่อ น้ำเสียงเป็นทางการของคนปลายสาย คำว่า "อุบัติเหตุ" ที่ฟังดูว่างเปล่าและแห้งแล้งเกินกว่าจะอธิบายความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ที่ตามมา เธอจำได้แม่นยำว่าตัวเองยืนนิ่งเคว้งคว้างอยู่กลางห้องครัวนานเท่าไรก่อนจะรู้สึกตัวว่าน้ำตาไหลอาบแก้ม และจำได้ดียิ่งกว่านั้นว่านับแต่วันนั้น เธอไม่เคยมีเวลาให้ตัวเองได้โศกเศร้าอย่างเต็มที่เลยสักครั้ง เพราะภาระอันหนักอึ้งรอบด้านรอให้สะสาง ทั้งงานศพ เอกสารมรดก และการดูแลไออุ่นที่ยังคงตัวสั่นพรั่นพรึงทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเบรกรถยนต์ดังบาดแก้วหูบนท้องถนน พ่อของเธอเป็นชายเงียบขรึม ทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในบริษัทค้าวัสดุก่อสร้างมาเกือบสามสิบปี ไม่เคยดื่มเหล
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-22
Baca selengkapnya
วันแรกของการทำงาน
เมื่ออลันหมุนตัวเดินออกจากห้องประชุมไปแล้ว แม็กซ์ก็ก้าวกลับเข้ามาในห้องพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน ซึ่งช่วยบรรเทาบรรยากาศตึงเครียดอันหนักอึ้งที่ยังคงลอยอบอวลอยู่ในอากาศให้เจือจางลง เขากวาดสายตามองกระดาษสัญญาบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะช้อนสายตามองไอรีนด้วยความเข้าใจ“เซ็นเรียบร้อยแล้วสินะครับ” เขาเอ่ยพลางยื่นมือไปเก็บเอกสารใส่แฟ้มอย่างคล่องแคล่ว “ยินดีด้วยครับ ตอนนี้คุณคือพนักงานคนใหม่ของเราอย่างเป็นทางการแล้ว”ไอรีนพยักหน้ารับช้าๆ ความรู้สึกในใจยังคงล่องลอยอยู่กลางอากาศ ไม่แน่ใจเสียด้วยซ้ำว่าเรื่องราวหนี้สินสิบสองล้านบาทที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้คือความจริง หรือเป็นเพียงฝันร้ายที่แสนสมจริงกันแน่ แม็กซ์สังเกตเห็นความสับสนบนที่ฉายชัดบนสีหน้าของเธอ จึงแย้มยิ้มปลอบประโลมอย่างมีมารยาท ก่อนจะผายมือเชื้อเชิญให้เธอเดินตามเขาออกจากห้องประชุม“เดี๋ยวผมจะพาคุณไปดูโต๊ะทำงานนะครับ”เขาก้าวเดินนำหน้าผ่านแถวโต๊ะทำงานซึ่งเรียงรายไปด้วยพนักงานที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานกันอย่างเคร่งเครียด พนักงานบางคนช้อนสายตาขึ้นมองไอรีนด้วยความสนใจเพียงครู่เดียว ก่อนจะรีบก้มหน้ากลับไปจดจ่อกับงานตรงหน้า ราวกับทุกคนในบริษัทแห่งนี้ได
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-30
Baca selengkapnya
สายตาที่จับจ้อง
สัปดาห์แรกของการทำงานผ่านพ้นไปรวดเร็วกว่าที่ไอรีนคาดคิด ทุกเช้าเธอตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ จัดเตรียมอาหารเช้าไว้ให้ ไออุ่น น้องสาวเพียงคนเดียวของเธอ ก่อนจะออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปยังตึกเอเวอร์กรีนด้วยความคุ้นชินกับกิจวัตรใหม่ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น แม้ความตึงเครียดอันแฝงอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มของพนักงานทุกคนในตึกจะยังเป็นสิ่งที่เธอไม่อาจปรับตัวให้ชินได้ง่ายๆ ก็ตาม ทุกครั้งที่สายตาปะทะเข้ากับรายการ ค่าที่ปรึกษาพิเศษ หรือ ค่าบำรุงรักษาพิเศษ อันไร้ที่มาที่ไป เธอจะบรรจงจดตัวเลขและวันที่ลงในสมุดโน้ตเล่มเล็กส่วนตัวอย่างระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการบันทึกข้อสงสัยใดๆ ลงในระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทโดยสิ้นเชิง เธอยังคงปลอบใจตัวเองซ้ำๆ ว่านี่เป็นเพียงวิสัยของนักบัญชีผู้ละเอียดรอบคอบเท่านั้น หาใช่การสืบสวนอันตรายแต่อย่างใด ทว่ายิ่งขุดลึกลงไปในรายการเงินของบริษัทอื่นๆ ในเครือ เธอก็ยิ่งพบรูปแบบความผิดปกติที่ฉายซ้ำอย่างน่าประหลาด บริษัทนำเข้าส่งออกมีรายการ "ค่าธรรมเนียมประสานงานต่างประเทศ" ซึ่งมีมูลค่าสูงลิ่วอย่างไม่สอดคล้องกับปริมาณสินค้าจริง ขณะที่บริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนกลับมีลูกค้านามสมมติที่ยอมจ่า
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-30
Baca selengkapnya
สถานการณ์ที่น่าตื่นเต้น
รถลีมูซีนสีดำแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าโรงแรมหรูริมแม่น้ำอย่างตรงเวลาในยามหกโมงครึ่ง ไอรีนทอดสายตาผ่านกระจกติดฟิล์มมืดสนิท ออกไปยังตัวอาคารสูงตระหง่านที่ประดับประดาด้วยไฟระยิบระยับตั้งแต่ชั้นล่างจรดชั้นบน แสงประกายสีทองสะท้อนลงบนผิวน้ำพริ้วไหวเป็นทางยาว ราวกับภาพวาดที่มีชีวิต เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะก้าวลงจากรถด้วยรองเท้าส้นสูงที่ยังไม่คุ้นชิน มือหนึ่งกุมกระเป๋าคลัตช์ใบเล็กไว้แน่น ส่วนอีกมือบรรจงจัดแต่งชายกระโปรงให้เข้าที่ ชุดราตรีโทนสีครีมที่อลันจัดส่งไปให้นั้นเข้ารูปพอดีกับเรือนร่างของเธออย่างน่าประหลาดใจ ราวกับถูกตัดเย็บขึ้นมาสำหรับเธอโดยเฉพาะ ผ้าไหมเนื้อนุ่มทิ้งตัวพลิ้วไหวไปตามทุกจังหวะการขยับเผยให้เห็นไหล่เนียนเรียวและส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างพอเหมาะพอเจาะ ไม่ฉูดฉาดหรือเปิดเผยจนเกินงาม ไอรีนไม่เคยสวมใส่เสื้อผ้าราคาแพงลิบลิ่วเช่นนี้มาก่อนในชีวิต และความรู้สึกแปลกบริบทจากเงาสะท้อนในกระจกก่อนออกจากบ้าน ก็ยังคงติดตรึงอยู่ในหัวใจของเธอจนถึงบัดนี้ พนักงานต้อนรับนำพาเธอผ่านโถงล็อบบี้อันหรูหรา มุ่งหน้าสู่ห้องบอลรูมขนาดใหญ่ที่ประดับประดาด้วยโคมระย้าคริสตัลนับสิบดวงห้อยระ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-30
Baca selengkapnya
ตัวตนที่แท้จริงของเขา
หลังจากคืนงานเลี้ยงอันหรูหราริมแม่น้ำ ชีวิตของไอรีนดำเนินไปอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นปกติอีกครั้ง เธอตื่นแต่เช้า ออกไปทำงาน ตรวจสอบตัวเลขในบัญชี แล้วกลับบ้านมาดูไออุ่น ทุกอย่างเรียบร้อยเป็นกิจวัตรที่คุ้นเคยราวกับไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงแต่บางครั้งในหัวก็ฉายภาพความเย็นชาอันน่าขนลุกของอลันในคืนนั้น กับน้ำเสียงอ่อนโยนที่ใช้เรียกชื่อเธอเปล่าๆ เป็นครั้งแรก สองสิ่งนี้ฉายวนตัดกันชัดเจนในความทรงจำ จนบางครั้งเธอเองก็สับสนว่าอันไหนคือตัวตนที่แท้จริงภายใต้หน้ากากของเขากันแน่หนึ่งอาทิตย์ถัดมา ไอรีนเริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติเล็กๆ เป็นครั้งแรก ระหว่างเดินจากป้ายรถเมล์ไปยังตึกบริษัท เธอรู้สึกราวกับมีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องและก้าวตามอยู่ในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกล แต่เมื่อหันกลับไปมอง กลับมีเพียงฝูงชนเดินถนนทั่วไปที่มุ่งหน้าไปยังจุดหมายของตน เธอสะบัดหัวไล่ความหวาดระแวง บอกตัวเองว่าคงแค่คิดมากไปเองจากเหตุการณ์ตึงเครียดในคืนวันนั้นแต่สัญชาตญาณกลับไม่เคยโกหกคนตัวเล็ก วันถัดมา ขณะนั่งกินข้าวเที่ยงคนเดียวในร้านอาหารใกล้บริษัท เธอสังเกตเห็นชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำเข้มนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมอับ เขาไม่ได้สนใจอาหารตรงหน้
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-30
Baca selengkapnya
ควบคุม
สามวันผ่านไปนับจากบทสนทนาอันน่าหวาดหวั่นทางโทรศัพท์ในคืนนั้น ไอรีนและอลันไม่ได้พูดคุยกันอีกเลยนอกจากเรื่องงานที่เป็นทางการ เธอยังคงไปทำงานตามปกติ ยังคงเห็นรถเอสยูวี สีดำติดฟิล์มมืดสนิทคันเดิมจอดซุ่มอยู่ไม่ไกลจากหน้าบ้านทุกเช้า ทว่าเธอทำได้เพียงแค่เดินผ่านไปโดยไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมอง เธอบอกตัวเองว่านี่คือการเอาตัวรอดอย่างสงบ แต่ลึกๆ รู้ดีว่าแท้จริงแล้วมันคือความหวาดผวาที่เธอไร้กำลังจะต่อต้านอำนาจอันเยือกเย็นของชายคนนั้น ที่ทำงาน... อลันไม่ได้ก้าวลงมายังแผนกบัญชีอีกเลยนับตั้งแต่คืนนั้น ไม่มีข้อความส่วนตัว ไม่มีสายตาจับจ้องจากปลายทางเดิน ไม่มีแม้กระทั่งการบังเอิญพบกันในลิฟต์ ไอรีนควรจะรู้สึกผ่อนคลาย แต่ทว่าทุกครั้งที่ต้องเดินผ่านมุมมืด หรือยามที่ประตูลิฟต์เปิดออก หัวใจของเธอกลับสั่นระทึกด้วยความระแวง ร่างกายเกร็งตึงด้วยความหวาดกลัวว่าเงาร่างอันน่าเกรงขามและบรรยากาศกดดันของเขาจะปรากฏขึ้นมาเมื่อใด กระทั่งเบญจ์สังเกตเห็นอาการผวาและหวาดระแวงของเพื่อนร่วมงานได้ชัดเจน แต่ครั้งนี้เธอเลือกที่จะนิ่งเฉย เพียงส่งสายตาเป็นห่วงและเห็นใจมาให้เป็นระยะ ราวกับรู้ดีว่าเรื่องราวนี้ ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-30
Baca selengkapnya
วิกเตอร์ วิตโตรีโอ
กลิ่นควันซิการ์ราคาแพงอบอวลอยู่ในเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดของคาสิโนขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ที่ซึ่งแสงไฟนีออนด้านล่างทอดเงายาวผ่านกระจกบานโตเข้ามาทับเรือนร่างสูงใหญ่ของชายคนหนุ่มร่างสูงวิกเตอร์ หรือวิตโตรีโอ โรมาโน คู่อริคนสำคัญและศัตรูอาฆาตเบอร์หนึ่งของอลัน ชายหนุ่มลูกครึ่งไทยอิตาลีผู้มีใบหน้าคมหล่อเหลาอย่างร้ายกาจ สันกรามคมกริบ นัยน์ตาสีรัตติกาลลึกล้ำเฉี่ยวคมรับกับโครงหน้าเข้ม รูปร่างสูงใหญ่กำยำบดบังแสงไฟจนดูราวกับเงามืดขนาดใหญ่ภูมิหลังของวิกเตอร์ไม่ได้เรียบง่ายหรือเติบโตในโลกสีขาวเลยแม้แต่น้อย เขาคือเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลมาเฟียเก่าแก่ทางตอนใต้ของซิซิลี ประเทศอิตาลี ผู้กุมอำนาจเครือข่าย โคซา โนสตรา รุ่นก่อน มารดาของเขาเป็นสตรีชนชั้นสูงชาวไทยที่ถูกดึงเข้าสู่วงเวียนตระกูลมาเฟียตั้งแต่วัยเด็กวิกเตอร์ได้รับการหล่อหลอมมาด้วยเลือด ความรุนแรง และคมกระสุน เขาถูกเคี่ยวกรำให้เป็นนักฆ่าตั้งแต่อายุเพียงสิบสองปี ได้เรียนรู้การเอาชีวิตรอดผ่านการหักหลังและฆ่าฟันกันเองภายในตระกูลเพื่อแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูล จนกระทั่งเขากวาดล้างพี่น้องต่างมารดาและยึดอำนาจตระกูลมาเฟียมาไว้ในฝ่ามือได้สำเร็จตั้งแต
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-30
Baca selengkapnya
ไฟปรารถนาที่ลุกโชน
บรรยากาศภายในรถ รถสปอร์ตคันหรูที่มีกระจกนิรภัยสีเข้มมืดสนิทเคลื่อนตัวอย่างเงียบเชียบทว่ารวดเร็ว มุ่งตรงไปยังลานจอดรถ ขาเรียวยาวมุ่งสู่เพนต์เฮาส์หรูชั้นสูงสุดซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวขั้นสุดของเขาไอรีนกายสั่นระริกอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม ฤทธิ์ยาปลุกกำเซ็กส์ชนิดรุนแรงกำลังแผดเผาสติสัมปชัญญะของเธอจนหลุดลอย ความร้อนรุ่มปานไฟเผาส่งผลให้คนตัวเล็กร้อนวูบวาบไปทั่วท้องน้อย ลมหายใจหอบถี่ติดขัด เหงื่อเม็ดโตผุดซึมตามผิวกายเนียนลื่น ความต้องการที่ไม่เคยพบเจอจู่โจมจนเธอต้องขบริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกั้นเสียงครางอย่างน่าอัปยศเมื่อประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกชั้นสูงสุดเพนต์เฮาส์ อลันกระชับร่างบางในอ้อมแขนอย่างแผ่วเบา ร่างกายของไอรีนสั่นเทาและตอบสนองเข้าหาอกแกร่งตามสัญชาตญาณ เขาพาร่างของเธอมาวางลงบนเตียงกว้างขนาดคิงไซส์กลางห้องนอนใหญ่ แสงไฟสีส้มสลัวดึงดูดบรรยากาศให้ดิ่งลึกสู่ความวาบหวาม“อลัน... ชะ.. ช่วย... ช่วยฉันที...”ไอรีนส่งเสียงครางแผ่วเบา น้ำตาไหลอาบแก้มเนียน ร่างกายบิดเกร็งด้วยความทรมานจากฤทธิ์ยาที่รุนแรง มือเรียวเล็กไขว่คว้าเหนี่ยวรั้งชายเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นอลันโน้มตัวลงนั่งข้างกายเธอ มือหนาเรียว
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-08-30
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status