Masukในสองสัปดาห์ต่อมาเรือนท้ายหมู่บ้านก็มีผู้มาเยือน ผู้ช่วยนายท่านเจ้าของเกาะราชันย์ มาติดต่อซื้อปลาตัวใหญ่ด้วยตนเอง
“ตายาย นายท่านให้มาถามว่าเหตุใดช่วงนี้ไม่เอาปลาไปขายให้”
จางเหลียงผู้ช่วยของซ่งซื่อไป๋ เอ่ยถามทันทีที่เจอหน้าชายชราเจ้าของเรือน ซึ่งตอนนี้กำลังนำปลาออกจากอวนลากเพียงลำพัง เนื่องจากภรรยากับหลานสาว ยังไม่กลับจากขายอาหารในตลาด
“ผู้ช่วยจางนี่เอง ข้านึกว่าใคร เดินทางมาเหนื่อย ๆ ไปนั่งพักรอที่แคร่ไม้ตรงนั้นก่อน อีกสักครู่ข้าจะตามไป”
เผยหยวนยิ้มแย้มต้อนรับผู้มาเยือน เนื่องจากคุ้นเคยกันดี เพราะเขามักจะนำปลาสดตัวใหญ่ ไปส่งที่จวนเจ้าของเกาะราชันย์อยู่เรื่อย
“นายท่านให้ข้ามาซื้อปลา คนอื่นเอามาขายก็ไม่ยอมกิน จะกินแต่ปลาของท่านตาคนเดียว”
พอไม่มีปลาสดของตายาย คนผู้นั้นเลือกกินแต่ผักผลไม้ อาหารจานเนื้อก็ไม่ค่อยชอบ เรื่องมากเป็นที่หนึ่ง
“ตายแล้ว! ข้าลืมนายท่านไปเลยมัวแต่เห่อหลานสาว”
เรื่องที่ซ่งซื่อไป๋มีปัญหาเกี่ยวกับอาหารการกิน ผู้คนรับรู้กันทั้งเกาะราชันย์ อาหารจากปลาของตาเฒ่าเผยหยวน คือหนึ่งในอาหารที่บุรุษแสนเอาแต่ใจเรียกหาอยู่เสมอ
ซ่งซื่อไป๋ไม่ได้กินปลาแสนอร่อยมานานถึงสองสัปดาห์ วันนี้เขาทนไม่ไหวจึงให้ผู้ช่วยมาสอบถามถึงเรือน
อีกทั้งนึกเป็นห่วงชายชรา เกรงว่าจะมีปัญหาหรืออย่างไร จึงหายเงียบไปทั้ง ๆ ที่รายได้มีเพียงทางเดียว
“หลานสาวใครหรือตา พวกท่านไปเก็บเด็กที่ไหนมาเลี้ยงดูให้เป็นภาระ”
จางเหลียงเอ่ยถามอย่างนึกเป็นห่วง ลำพังสองตายายหาตำลึงไว้เลี้ยงดูตนเองก็ลำบากมากแล้ว ยังใจบุญไม่เข้าเรื่องอีกหรือ
“หลานสาวแท้ ๆ ของข้ากับยายแก่ เพิ่งมาจากแผ่นดินใหญ่ ที่ข้าลืมปลาของนายท่าน เพราะหลานสาวเอาปลาไปทำขายในตลาด”
“ทำอาหารขายเช่นนั้นหรือ”
“ใช่แล้ว อีกประเดี๋ยวก็คงกลับ นั่นไงมากันพอดีสองยายหลาน ข้าจะให้หลานสาวทำอาหารจานปลาให้ใหม่ ผู้ช่วยจางรอเอาไปให้นายท่านกินเป็นสำรับเย็นดีหรือไม่”
คนเห่อหลานสาว อยากอวดฝีมือการทำอาหาร ที่ผู้ใดได้ลิ้มรสย่อมพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อย
“แต่ว่า…”
จางเหลียงมองตามทิศทางที่ชายชราบอกกล่าว เขาถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ เลยไม่ได้กล่าวปฏิเสธให้จบ
ช่างเถิด หากนายท่านไม่กินเขาจะกินเอง!
“หลานสาวข้าทำอาหารจานปลาอร่อยมาก ขายดีจนผู้คนในตลาดมารอต่อแถวซื้อทุกวัน รับรองว่านายท่านไม่ว่าอันใดหรอก”
หลังจากแบ่งปลาไว้ทำอาหารกินในครอบครัว ปลาที่เหลือหลิวชิงหรูนำมาปรุงสุก แล้วไปตั้งแผงขายในตลาด ขายดีมากหมดเกลี้ยงทุกวัน เผยหยวนเลยลืมแบ่งไว้ขายให้นายท่าน
“ขอรับ ๆ”
จางเหลียงแอบเก็บทุกรายละเอียด เพื่อนำไปบอกกล่าวให้ผู้เป็นนายรับรู้
‘ที่ขายดีเพราะรสชาติอาหารอร่อย หรือหน้าตาแม่ค้างดงามล่มเมืองกันแน่’
ด้วยเหตุนี้ในเย็นวันนั้น จางเหลียงจึงได้นำปลานึ่งสมุนไพรตัวใหญ่ กินคู่กันกับน้ำจิ้มรสเด็ดสีสันจัดจ้าน ขึ้นโต๊ะอาหารให้ผู้เป็นนาย
ผู้ช่วยหนุ่มอ้างว่านำมาจากเรือนตาเผยหยวน โดยไม่ได้บอกว่าเป็นฝีมือแม่ครัวคนใด
เมื่อรู้ว่าเป็นปลาของท่านตา ซึ่งเขาไว้ใจเรื่องความสด สะอาด รสชาติดี บุรุษผู้แสนเรื่องมากจึงยอมกินปลานึ่งสมุนไพรจานใหญ่
ทว่ากินเพียงคำแรก ตะเกียบในมือซ่งซื่อไป๋ถึงกับชะงักลงทันที ผู้ช่วยซึ่งคอยสังเกตอาการถึงกับเข่าอ่อน หวั่นเกรงถูกลงทัณฑ์ในเรื่องเล็กน้อย
“จางเหลียง ยายลี่ทำอาหารจานปลาเองหรือ”
“เอ่อ ไม่ถูกปากหรือขอรับ คราวหลังข้าน้อยจะได้นำปลาสดมาให้โรงครัวที่จวนทำเอง ขออภัยขอรับนายท่าน”
จางเหลียงยังไม่กล้าบอกเรื่องแม่ครัวตัวจริง เพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมกินสำรับตรงหน้า หากสำรับมีปัญหาคนลำบากย่อมไม่พ้นเขา
“ไม่ใช่ มันอร่อยมาก ถูกปากข้ายิ่งนัก หากมีอีกเจ้าซื้อมาให้หมด ข้าจะเก็บไว้กินคนเดียว”
“ขอรับ”
จางเหลียงยืนกลืนน้ำลายมองนายเหนือหัว แทะกินปลานึ่งตัวใหญ่จนเหลือแต่ก้าง แม้แต่น้ำจิ้มรสเด็ดยังหมดเกลี้ยง ไม่เหลือติดก้นถ้วยเลยสักนิด
เมื่อได้กินอาหารถูกปากจนอิ่ม เลยรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย เจ้าของจวนจึงเอ่ยถามผู้ช่วยในเรื่องที่เขานึกเป็นกังวล
“ตายายป่วย หรือเกิดปัญหาอะไรหรือเปล่า เหตุใดจึงไม่เอาปลามาขายให้ข้า”
“เอ่อ ท่านตาท่านยายมีหลานสาวมาอยู่ด้วยขอรับ ท่านยายพาหลานสาวไปขายอาหารจานปลาในตลาด ตาเผยเลยไม่มีปลามาขายให้นายท่าน”
“หลานสาว?”
ดวงตาคนถามกระตุก หรือคนมาใหม่เป็นตัวปัญหา มิหนำซ้ำยังมาแย่งกินปลาของเขาอีก
“ขอรับ เห็นว่ามาจากแผ่นดินใหญ่ บิดามารดาตายจากจึงกลับมาอยู่กับตายาย”
“พวกทิ้งคนแก่ไปมีความสุข พอวันหนึ่งไม่มีที่พึ่งเลยกลับมา ตายายช่างน่าสงสาร แก่ปูนนี้ยังต้องรับภาระเลี้ยงเด็กอีก”
“เอ่อ…”
จางเหลียงกำลังจะอธิบายเพิ่มเติม แต่นายท่านของเขากลับพูดแทรกขึ้นก่อน
“เด็กคนนั้นกี่หนาวแล้ว ผู้ใดพามาส่ง เหตุใดข้าถึงไม่รู้เรื่องว่ามีเด็กลงเรือมาที่เกาะ”
ทั้ง ๆ ที่เพิ่งฟังเรื่องเล่า ว่าหลานสาวตาเผยไปทำอาหารขายในตลาด แต่คนฟังกลับคิดว่าหลานสาวที่กล่าวถึง อายุไม่เกินเจ็ดแปดหนาวเสียอย่างนั้น
หลังจากคลอดบุตรชายคนที่สามออกมาอย่างปลอดภัย เมื่อเด็กน้อยอายุครบหกเดือน สามีตัวดีของหลิวชิงหรู ก็ไม่ยอมปล่อยให้ค่ำคืนมืดมิดของเขา อยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายอีกต่อไปก่อนคลอดหนึ่งเดือนและหลังคลอดอีกสามเดือน ซ่งซื่อไป๋ถูกหมอเหอสั่งห้ามไม่ให้ใกล้ชิดภรรยา อีกทั้งยังมีคุณยายลี่ชิงเป็นผู้ช่วยขัดขวางอย่างดีเยี่ยมกว่าใครตามติดมาด้วยเจ้าหัวผักกาดสองหัวทั้งชายและหญิง ทุกคนร่วมมือกันอย่างเคร่งครัด ยากเกินจะต้านทานไหวเหล่าบุรุษสูงวัยเลยเชื้อเชิญให้บุรุษรูปงาม เข้าร่วมสมาคมน้ำชายามเช้า เพื่อดับอารมณ์หงุดหงิดงุ่นง่าน ให้ผ่านพ้นไปในแต่ละวันหลากหลายคำแนะนำของผู้มากประสบการณ์ ทำให้ดวงตาคู่คมกลับมาเปล่งประกายอีกครั้งสมาคมน้ำชายามเช้ามีประโยชน์กว่าที่คิด เขาเลยกลายเป็นผู้อุปถัมภ์สมาคมเต็มตัว หากยายลี่ชิงมาจัดการสมาชิกคนหนึ่งในสมาคม เขาจะช่วยออกรับแทนทันทีหลังจากได้รับคำแนะนำ ในบางค่ำคืนเขาจึงสมหวังดังใจ ต่อให้ไม่สุดทางอย่างที่เคยเป็น ทว่าเพียงเท่านี้ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลยก่อนรุ่งสางเขาต้องรีบหลบออกไป ก่อนที่เด็กจิ๋วทั้งสองคนจะกลับมาพิทักษ์มารดาแต่เช้ามืดแม้แต่องครักษ์เงาทั้งหลาย ยังต้องเบือนหน้าหน
ห้าปีต่อมาตลอดระยะเวลาห้าปีมานี้ เกาะราชันย์ยังคงไว้ซึ่งความสงบสุข ไม่ได้ปล่อยให้คนนอกเข้าออกตามใจ เคยเข้มงวดเรื่องคนเข้าออกอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นเรื่อยมาโดยเฉพาะสตรีอายุน้อยกว่าสี่สิบปี ยังคงถูกจับตามองมากเป็นพิเศษ สิ่งใดขวางหูขวางตานายหญิงของเกาะ เหล่าองครักษ์พร้อมกับผู้คุ้มกันหลายร้อยชีวิต ไม่ยอมปล่อยให้เล็ดลอดสายตาอย่างแน่นอนทุกชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ชาวบ้านริมทะเลยังคงไว้ซึ่งอาชีพออกเรือหาปลาคนที่ชอบทำอาหารและอยากได้ตำลึงมาเลี้ยงดูครอบครัว ก็เข้าไปเป็นลูกจ้างในเหลาอาหารจานปลาของนายหญิงเหลาอาหารจานปลา มีป้าจี้เผยคนเดิมคอยดูแลเรื่องรสชาติอาหาร ทว่าบางครั้งนายหญิงหลิวชิงหรู ก็แอบไปทดสอบรสชาติอาหาร โดยไม่ได้บอกกล่าวกันล่วงหน้าแน่นอนว่ารสชาติอาหารทุกจานล้วนผ่านฉลุย ทั้งรสชาติและความสดสะอาดของวัตถุดิบ ยังคงอยู่ในมาตรฐานสูงลิ่วยากจะเลียนแบบส่วนเรื่องรับสมัครคัดกรองลูกจ้างประจำเหลาอาหาร เป็นหน้าที่ขององครักษ์ผู้คุ้มกันนายท่านกับนายหญิงเข้มงวดยิ่งกว่าการเข้ามาในเกาะราชันย์ ก็การรับสมัครลูกจ้างในเหลาอาหารจานปลา...ตาเผยหยวนยังชอบออกเรือหาปลาดังเดิม เพิ่มเติมคือมีนายท่านปิแอร์
ช่วงค่ำมาเยือน หมอมากฝีมือประจำเกาะราชันย์ ก็ได้เดินทางมาตรวจอาการของนายหญิงถึงจวนนายท่านของเกาะ“ท่านพี่ ข้าจำได้ว่าท่านป่วยอาเจียนทุกเช้า เหตุใดจึงให้หมอเหอมาตรวจอาการข้าเล่าเจ้าคะ”หลิวชิงหรูเอ่ยถามสามี ขณะที่หมอเหอกำลังตรวจจับชีพจรตรงข้อมือ นางสบายดีทุกอย่างไม่จำเป็นต้องรักษา“ตรวจนายหญิงถูกต้องแล้วขอรับ”“หา ข้าป่วยหรือเจ้าคะ แต่ข้ารู้สึกปกติดีทุกอย่าง”“นายหญิงมีชีพจรมงคล น่าจะสักแปดสัปดาห์แล้ว ยังไม่รู้เพศของเด็ก ต้องรออีกแปดสัปดาห์ ถึงจะรู้แน่ชัดว่าชายหรือหญิง”ท่านหมออธิบายให้มารดาของเด็กรับรู้ ส่วนผู้เป็นบิดายามนี้เดินเข้ามาสวมกอดฮูหยินแสนรักเข้าแนบอก“หรูเอ๋อร์เจ้าท้องลูกของเราอีกแล้ว ข้าดีใจมาก”“ข้าก็ดีใจเจ้าค่ะ อยากให้อาจื่อมีน้อง”“ข้าอาเจียนแทนเจ้าแน่ ๆ”“แสดงว่าท่านพี่แพ้ท้องแทนข้าแน่เลย เห็นตื่นมาอาเจียนทุกเช้า หน้าตาก็ซีดเซียว”“น่าจะใช่ เดี๋ยวให้หมอเหอตรวจอาการไปด้วยเลย”เย็นวันนั้นจวนหลังใหญ่ของนายท่านแห่งเกาะราชันย์ เต็มไปด้วยบรรยากาศของความสุข เหล่าบุรุษสูงวัยทั้งสามคน รีบนำสุราออกมาเปิดดื่มเฉลิมฉลองร่วมกัน“ท่านพ่อตา ข้าขอโทษนะขอรับ ฮือ ฮือ ข้าคิดถึง เสี่ยวหลิง
บริเวณเทียบท่าเรือยามนี้มีทั้งคนยินดีและคนไม่ยินดี คนยินดีคือผู้ได้หนีงานบ้านเมือง และออกท่องเที่ยวก่อนเวลาอันสมควร ส่วนคนไม่ยินดีคือผู้ที่จำเป็นต้องเข้าไปสะสางงานแทน“ท่านพ่อ ห้ามอยู่นานนะขอรับ ไม่มีท่านพวกขุนนางเฒ่าเหล่านั้นรุมทึ้งข้าแย่”ยามอยู่ตามลำพังกับบิดา ซ่งหยางจวินก็เรียกบิดาเช่นเดียวกับพี่ชาย ต่อหน้าคนอื่นค่อยเรียกตามพระยศ“เจ้าจัดการได้ พ่อรู้”“พออยากไปเที่ยว เลยมอบความเชื่อใจให้ข้าเต็มเปี่ยม”“จัดการตามสมควร พ่อแก่มากแล้วให้สู้รบกับคนพวกนั้นเห็นทีจะไม่ไหว เจ้าอายุ 27 ปี ฝีปากกำลังดี จัดการได้เต็มกำลัง”“ข้าจะมีโอกาสได้ไปเที่ยวเกาะราชันย์สักครั้งหรือไม่”หยางอ๋องอยากไปเที่ยวเช่นกัน อยากเห็นกลางทะเลว่าน้ำจะลึกเพียงไร อยากไปกินอาหารที่เหลาอาหารจานปลา อยากกินอาหารฝีมือของหรูเอ๋อร์“คงแล้วแต่พี่ชายของเจ้า รายนั้นหวงเมียเป็นที่หนึ่ง เจ้ามีท่าทีไม่น่าไว้ใจแต่แรก คงต้องใช้เวลาอีกนาน”“ข้ายังลืมไม่ได้ จะให้แสดงสีหน้าอย่างไรกัน”แค่แอบมองนิดหน่อยพี่ชายผู้นั้นก็โกรธหนัก แค่มองยังหวงแทบจะควักลูกตาเขาออกมา“สักวันเจ้าจะมีมุมสงบของตนเอง”“เดินทางปลอดภัย อย่าลืมว่าท่านพ่อยังอยู่ในตำแหน
“หยางอ๋องซ่งหยางจวิน รับราชโองการ”สุรเสียงมีอำนาจขององค์จักรพรรดิซ่งหยางหลง ประกาศเรียกพระโอรสองค์รอง ซึ่งเกิดจากฮงเฮาผู้จากลา ด้วยพระองค์เองขุนนางในท้องพระโรงต่างสรรเสริญเซ็งแซ่ ที่เห็นองค์จักรพรรดิมอบพระเกียรติให้พระโอรสเต็มเปี่ยม ไม่ได้มอบให้ขันทีข้างกายจัดการแทน“หยางอ๋องซ่งหยางจวิน เป็นโอรสที่มีคุณสมบัติเหมาะสมขึ้นเป็นองค์รัชทายาทของแคว้น และเป็นผู้เหมาะสมต่อการขึ้นเป็นองค์จักรพรรดิในรัชสมัยต่อไป รอคอยหมดช่วงเวลาไว้ทุกข์ให้พระมารดา ค่อยจัดพิธีสถาปนาขึ้นเป็นจักรพรรดิพระองค์ใหม่แห่งแคว้นซ่ง จบราชโองการ”“หยางอ๋องซ่งหยางจวิน รับราชโองการ พ่ะย่ะค่ะ”บุรุษผู้แตกสลายในหลายเรื่องต่อเนื่องกัน ก้มหัวลงน้อมรับพระบัญชาจากพระบิดา คงมีเพียงหน้าที่ปกปักดูแลบ้านเมือง ที่จะทำให้เขากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ไม่แน่ว่าฮงเฮากับเหล่านางสนมยศหลัก ที่ตนร้องขอผ่านทางพี่ชาย อาจช่วยให้หัวใจแห้งแล้งกลับมาชุ่มชื้นได้บ้างส่วนสตรีในตำหนัก ซ่งหยางจวินมอบใจให้เพียงสหายคู่คิด ไร้ซึ่งอาการตื่นเต้นยามเล้าโลมกันบนเตียง ต่อให้พยายามมากเพียงไรก็ตามแต่นั่นแหละเขาเป็นจักรพรรดิของแคว้น ไม่จำเป็นต้องมอบใจให้สตรีทุกค
นายท่านเกาะราชันย์กับภรรยา อยู่สะสางงานบนแผ่นดินใหญ่หลายเรื่อง จนกระทั่งล่วงเลยผ่านเข้าสู่เดือนที่สองในเช้าวันหนึ่งตำหนักจวิ้นอ๋องได้รับข่าวสารสำคัญบางอย่างจากตำหนักใกล้เคียง“เรื่องจริงหรือเจ้าคะ”“อือ ข้าอุตส่าห์ไม่เอาชีวิต แต่สตรีผู้นั้นจิตใจอาฆาตแค้นผู้อื่น ไม่ยอมปล่อยวาง จนเป็นเหตุให้เสียสติถึงขั้นทำร้ายตนเอง”ฉินฮงเฮากางผ้าแพรขาวแขวนขื่อในตำหนัก แล้วห้อยขาลงมาในกลางดึกของเมื่อวาน กว่าคนของหยางอ๋องจะเข้าไปพบ พระนางก็ไร้ลมหายใจแล้ว“องค์หญิงทั้งสองพระองค์ กับหยางอ๋องเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”“ถามถึงแค่สตรีก็พอ”“ฮื่อ! ท่านพี่อย่าดึงแก้มข้า”แก้มสาวถูกนิ้วยาวดึงยืดออก คิดว่านางแก้มตุ่ยเหมือนบุตรชายหรืออย่างไร ถึงชอบดึงเล่นนัก“บุตรทั้งสามล้วนเสียใจ ดีชั่วอย่างไรก็เป็นมารดาที่รักบุตรชายและบุตรสาวไม่แพ้กัน”“อื้อ ข้าคิดถึงอาจื่อแล้ว”เมื่อได้ยินสายใยรักของมารดาและบุตร ใบหน้ากลมเกลี้ยงของบุตรชายตัวน้อยก็ลอยมาให้คิดถึง ไม่ได้หอมแก้มนุ่มเกือบสองเดือนแล้ว“รอผ่านงานอาลัยก่อน ส่วนงานสถาปนาจักรพรรดิพระองค์ใหม่ คงต้องรออีกสองปี พวกเราค่อยกลับมาร่วมงานพร้อมอาจื่อ”“เจ้าค่ะ แล้วเรื่องสนมเมิ่งเส







