เข้าสู่ระบบสองตายายแก่ชราช่วยกันลากร่างคนจมน้ำ ซึ่งลอยมาติดตรงอวนลากปลา ให้เข้ามาพักในเรือนหลังเล็กของพวกตน
คราแรกนึกว่าออกเรือครั้งนี้โชคดีได้ปลาตัวใหญ่ จะได้นำไปขายให้นายท่านเจ้าของเกาะ ผู้ซึ่งชื่นชอบปลาตัวใหญ่เป็นที่หนึ่ง แต่กลับกลายเป็นสตรีคล้ายจะหมดลมหายใจไปแล้วเสียอย่างนั้น
“ตาแก่ แม่หนูผู้นี้ตายหรือยัง”
“ยังมีชีพจร แต่แผ่วเบายิ่งนัก ข้าจะรีบไปตามหมอเหอมาช่วยดูอาการ ยายแก่เจ้าช่วยเช็ดตัวและเปลี่ยนอาภรณ์ให้นางเถิด”
รอไม่นานหมอประจำหมู่บ้านขนาดเล็ก ซึ่งตั้งอยู่ในอาณาเขตของเกาะราชันย์ ก็รีบเดินตามเจ้าของเรือนมารักษาคนป่วย
“ให้ดื่มโอสถสักเจ็ดวัน อาการน่าจะดีขึ้น สตรีผู้นี้จมน้ำมานานแต่โชคดีที่มีชีวิตรอด”
หมอหนุ่มวัยสามสิบปี ชำเลืองมองคนป่วยซึ่งพอมองออกว่างดงามกว่าสตรีใด
ขนาดใบหน้าซีดเซียวเพราะป่วยไข้ ยังสามารถดึงดูดสายตาให้จ้องมอง สตรีรูปลักษณ์เช่นนี้จะนำปัญหามาให้นายท่านหรือไม่ หมอหนุ่มได้แต่คิดอยู่ในใจเพียงลำพัง
“ขอบคุณท่านหมอ”
สองตายายก้มหัวลงขอบคุณ พวกเขาฐานะยากจนพอมีอาหารให้กินอิ่มท้องไปวัน ๆ แต่จิตใจมีกุศล เห็นคนใกล้ตายเลยไม่อาจนิ่งดูดาย
“คงต้องให้พักที่นี่ จนกว่าแม่หนูผู้นี้จะฟื้น”
เผยหยวน เอ่ยกับคู่ชีวิตเสียงนุ่ม ตั้งแต่บุตรีเพียงคนเดียวจากไปใช้ชีวิตบนแผ่นดินใหญ่ พวกเขาจึงเหลือเพียงกันและกัน
“ตามนั้นแหละตาแก่ ข้าสงสารนางยิ่งนัก เห็นใบหน้าแล้วนึกถึงบุตรสาวของพวกเราอย่างไรไม่รู้”
ยิ่งมองพิศมองเพ่งยิ่งเห็นถึงความละม้ายคล้ายคลึง ริมฝีปากอวบอิ่มรูปกระจับเช่นนี้ หามองได้ไม่บ่อยครั้งนักหรอก
“นางไปแต่งงานกับคนในเมืองหลวง ป่านนี้คงมีชีวิตที่ดี เจ้าอย่าคิดมากอีกเลย ข้าจะรีบไปขายปลาให้นายท่านเจ้าอยู่รอที่เรือนเถิด”
“เอ๊ะ! ตาแก่ ท่านดูนี่”
เสียงเรียกของภรรยาทำให้ชายสูงวัย เดินกลับเข้าไปในเรือนอีกครั้ง
“ดูอะไรกันยายแก่ ยามนี้สายมากแล้ว ประเดี๋ยวคนครัวของนายท่านจะรอนาน”
“แหวนที่นิ้วของนาง…”
แหวนหยกสีแดงสด ซึ่งสวมไว้ตรงนิ้วชี้เรียวยาว ส่องแสงประกายเจิดจ้ารับกับแสงแดดยามเช้า เป็นเหตุให้ผู้ช่วยชีวิตจ้องมองมาด้วยสายตาตื่นเต้นระคนแปลกใจ
“รอให้นางฟื้นก่อน พวกเราค่อยสอบถามกันอีกที”
“ตาแก่ข้าใจคอไม่ค่อยดีเลย หรือว่า…”
“ชิงชิงสงบใจลงเถิด หากเป็นอย่างที่เจ้าคิด อย่างน้อยยังเหลือคนให้พวกเราดูแลไม่ใช่หรือ”
ผู้เป็นสามีรู้สึกกังวลใจไม่ต่างกัน แต่เขาต้องเป็นหลักยึดเหนี่ยวให้ภรรยา หากเกิดเรื่องร้ายขึ้นจริง ๆ พวกเขาจะดูแลคนอยู่ให้ดีที่สุด
“อือ ข้าจะเฝ้านางเอง ท่านรีบเอาปลาไปให้นายท่านเถิด”
เช้าวันที่เจ็ดคนป่วยก็ลืมตาตื่นขึ้น ดวงตาของนางพยายามเปิดกว้าง แต่ต้องรีบหยีเล็กลงเพราะสู้แสงแดดไม่ไหว
“อือ”
เสียงแหบแห้งของคนป่วย ทำให้ผู้ที่เข้ามาดูแลเช็ดตัวให้ทุกวันยิ้มกว้างดีใจ
“ตาแก่เอ้ย แม่หนูตื่นแล้วรีบมาดูเร็ว”
รอไม่นานเสียงฝีเท้าดังก็เข้ามาใกล้ คนเพิ่งฟื้นได้ยินเสียงผู้มาใหม่กล่าวด้วยน้ำเสียงดีใจไม่ต่างกัน
‘ใครกันดีใจที่ข้ารอดชีวิต’
“โอ้! ดี ดียิ่งนัก แม่หนูเจ้าปลอดภัยแล้ว”
“ท่านยาย”
คนแรกที่นางมองเห็น คือสตรีสูงวัยเส้นผมสีขาวเกือบทั้งศีรษะ คนป่วยจึงเอ่ยเรียกไปตามเข้าใจ ส่วนอีกคนยังมองไม่ชัดนัก
“แม่หนูดื่มน้ำก่อนค่อยพูด เจ้าหลับไปนานถึงเจ็ดวัน พวกข้าสองคนตายายเห็นเจ้าลอยมาติดอวนลากปลา เลยช่วยขึ้นมาได้ทัน”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านตาท่านยาย”
ริมฝีปากสีซีดแย้มกว้าง ยินดียิ่งนักที่ตนรอดชีวิต ตามคำอ้อนวอนขอก่อนร่างจมดิ่งลงทะเล และยินดีมากที่สองคนตรงหน้า ไม่ใช่คนตระกูลหลิวกับบุรุษชั่วผู้นั้น!
ผ่านไปอีกห้าวันคนป่วยจึงหายเป็นปกติ ในวันที่สองหลังจากฟื้นขึ้นมา สองตายายได้ตัดสินใจซักถาม ถึงที่มาที่ไปของแหวนหยกสีแดง
สองตายายรับรู้ความจริงหลายอย่าง ความจริงที่ทำให้หัวใจแทบแหลกสลาย สามชีวิตในเรือนหลังเล็กท้ายเกาะ ได้โอบกอดปลอบโยนซึ่งกันและกันอยู่นานสองนาน
พวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกันโดยสายเลือด...
ยามเช้าวันใหม่คนที่หายป่วยไข้แล้ว รีบเดินตรงไปยังท้ายเรือลากปลาของครอบครัว
“ท่านตาท่านยาย ให้ข้าช่วยเถิดเจ้าค่ะ”
สองมือเล็กช่วยดึงอวนลากปลาขึ้นจากทะเล อวนขนาดกลางหนักอึ้งดึงแทบไม่ไหว บ่งบอกถึงจำนวนของสิ่งมีชีวิตข้างใน
หากขายปลาทั้งหมด คงพอมีตำลึงเลี้ยงดูคนในครอบครัวได้เป็นเดือน
“ไปนั่งหลบลมทะเลเถิดเจ้าเด็กดื้อ ขนาดแม่ของเจ้ายังไม่เคยลองทำเลยสักครั้ง”
ผู้นำครอบครัวเอ่ยอย่างเอ็นดู หลานสาวของเขางดงามมาก อีกทั้งรูปร่างยังอ้อนแอ้นบอบบาง จะให้ช่วยลากอวนปลาได้อย่างไร
“ท่านแม่กล่าวถึงพวกท่านอยู่บ่อยครั้ง และอยากพาข้ามาเยี่ยมที่เกาะ ท่านพ่อพยายามหาวันหยุดยาว แต่เกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน”
บิดาของหลิวชิงหรูทำงานในกรมอารักษ์ ขณะยังมีชีวิตเคยดำรงตำแหน่งขุนนางขั้นสอง หากผู้บังคับบัญชาไม่ให้หยุดงาน ท่านพ่อก็ไม่สามารถลาหยุดงานได้ตามใจ
“เอาล่ะ ๆ เรื่องราวผ่านไปแล้ว อย่างน้อย ๆ พวกเรายังเหลือเจ้าให้ดูแล”
ท่านตาผู้เข้มแข็งกล่าวปลอบโยนหลานสาว ขณะที่หลังมือเอื้อมไปเช็ดน้ำตาให้ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก
“ต่อจากนี้ไป ข้าจะดูแลท่านตาท่านยายเอง เริ่มจากวันนี้เลยเจ้าค่ะ”
หลิวชิงหรูตั้งใจดังที่กล่าว ใบหน้าสวยหวานแย้มยิ้มกว้างกว่าทุกครั้ง ผู้มีพระคุณกลายเป็นครอบครัวที่แท้จริง
สวรรค์ช่างเห็นใจสตรีอาภัพยิ่งนัก!
เมื่อความตั้งใจเต็มเปี่ยม สองมือเรียวจึงเอื้อมลงไปหยิบปลาในอวนมาหนึ่งตัว ปลาตัวนั้นมีขนาดพอดีอิ่มสำหรับสามคน จากนั้นจึงเดินเข้าไปในครัวขนาดเล็กท้ายเรือน
สองมือหยิบจับเครื่องครัวด้วยความคล่องแคล่ว เพราะดูแลเรื่องอาหารการกินของตนเองมานานหลายปี
ความลำบากของเด็กกำพร้า ปลูกฝังให้หลิวชิงหรูพยายามเรียนรู้เท่าที่จะขวนขวายได้ด้วยตนเอง
มาวันนี้นางกลายเป็นผู้มากฝีมือหลายอย่าง โดยเฉพาะการปรุงอาหารให้อร่อย รอคอยไม่นานกลิ่นอาหารหอม ๆ ก็ลอยมาให้สองตายายสูดดม
“หอมยิ่งนักตาแก่ หลานสาวทำอาหารเป็นด้วย”
“หอมขนาดนี้คงอร่อยมาก ลาภปากข้าแล้วยายแก่”
“อ้าว แล้วที่ผ่านมาไม่อร่อยเลยหรือตาแก่!”
หลังจากคลอดบุตรชายคนที่สามออกมาอย่างปลอดภัย เมื่อเด็กน้อยอายุครบหกเดือน สามีตัวดีของหลิวชิงหรู ก็ไม่ยอมปล่อยให้ค่ำคืนมืดมิดของเขา อยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายอีกต่อไปก่อนคลอดหนึ่งเดือนและหลังคลอดอีกสามเดือน ซ่งซื่อไป๋ถูกหมอเหอสั่งห้ามไม่ให้ใกล้ชิดภรรยา อีกทั้งยังมีคุณยายลี่ชิงเป็นผู้ช่วยขัดขวางอย่างดีเยี่ยมกว่าใครตามติดมาด้วยเจ้าหัวผักกาดสองหัวทั้งชายและหญิง ทุกคนร่วมมือกันอย่างเคร่งครัด ยากเกินจะต้านทานไหวเหล่าบุรุษสูงวัยเลยเชื้อเชิญให้บุรุษรูปงาม เข้าร่วมสมาคมน้ำชายามเช้า เพื่อดับอารมณ์หงุดหงิดงุ่นง่าน ให้ผ่านพ้นไปในแต่ละวันหลากหลายคำแนะนำของผู้มากประสบการณ์ ทำให้ดวงตาคู่คมกลับมาเปล่งประกายอีกครั้งสมาคมน้ำชายามเช้ามีประโยชน์กว่าที่คิด เขาเลยกลายเป็นผู้อุปถัมภ์สมาคมเต็มตัว หากยายลี่ชิงมาจัดการสมาชิกคนหนึ่งในสมาคม เขาจะช่วยออกรับแทนทันทีหลังจากได้รับคำแนะนำ ในบางค่ำคืนเขาจึงสมหวังดังใจ ต่อให้ไม่สุดทางอย่างที่เคยเป็น ทว่าเพียงเท่านี้ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลยก่อนรุ่งสางเขาต้องรีบหลบออกไป ก่อนที่เด็กจิ๋วทั้งสองคนจะกลับมาพิทักษ์มารดาแต่เช้ามืดแม้แต่องครักษ์เงาทั้งหลาย ยังต้องเบือนหน้าหน
ห้าปีต่อมาตลอดระยะเวลาห้าปีมานี้ เกาะราชันย์ยังคงไว้ซึ่งความสงบสุข ไม่ได้ปล่อยให้คนนอกเข้าออกตามใจ เคยเข้มงวดเรื่องคนเข้าออกอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นเรื่อยมาโดยเฉพาะสตรีอายุน้อยกว่าสี่สิบปี ยังคงถูกจับตามองมากเป็นพิเศษ สิ่งใดขวางหูขวางตานายหญิงของเกาะ เหล่าองครักษ์พร้อมกับผู้คุ้มกันหลายร้อยชีวิต ไม่ยอมปล่อยให้เล็ดลอดสายตาอย่างแน่นอนทุกชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ชาวบ้านริมทะเลยังคงไว้ซึ่งอาชีพออกเรือหาปลาคนที่ชอบทำอาหารและอยากได้ตำลึงมาเลี้ยงดูครอบครัว ก็เข้าไปเป็นลูกจ้างในเหลาอาหารจานปลาของนายหญิงเหลาอาหารจานปลา มีป้าจี้เผยคนเดิมคอยดูแลเรื่องรสชาติอาหาร ทว่าบางครั้งนายหญิงหลิวชิงหรู ก็แอบไปทดสอบรสชาติอาหาร โดยไม่ได้บอกกล่าวกันล่วงหน้าแน่นอนว่ารสชาติอาหารทุกจานล้วนผ่านฉลุย ทั้งรสชาติและความสดสะอาดของวัตถุดิบ ยังคงอยู่ในมาตรฐานสูงลิ่วยากจะเลียนแบบส่วนเรื่องรับสมัครคัดกรองลูกจ้างประจำเหลาอาหาร เป็นหน้าที่ขององครักษ์ผู้คุ้มกันนายท่านกับนายหญิงเข้มงวดยิ่งกว่าการเข้ามาในเกาะราชันย์ ก็การรับสมัครลูกจ้างในเหลาอาหารจานปลา...ตาเผยหยวนยังชอบออกเรือหาปลาดังเดิม เพิ่มเติมคือมีนายท่านปิแอร์
ช่วงค่ำมาเยือน หมอมากฝีมือประจำเกาะราชันย์ ก็ได้เดินทางมาตรวจอาการของนายหญิงถึงจวนนายท่านของเกาะ“ท่านพี่ ข้าจำได้ว่าท่านป่วยอาเจียนทุกเช้า เหตุใดจึงให้หมอเหอมาตรวจอาการข้าเล่าเจ้าคะ”หลิวชิงหรูเอ่ยถามสามี ขณะที่หมอเหอกำลังตรวจจับชีพจรตรงข้อมือ นางสบายดีทุกอย่างไม่จำเป็นต้องรักษา“ตรวจนายหญิงถูกต้องแล้วขอรับ”“หา ข้าป่วยหรือเจ้าคะ แต่ข้ารู้สึกปกติดีทุกอย่าง”“นายหญิงมีชีพจรมงคล น่าจะสักแปดสัปดาห์แล้ว ยังไม่รู้เพศของเด็ก ต้องรออีกแปดสัปดาห์ ถึงจะรู้แน่ชัดว่าชายหรือหญิง”ท่านหมออธิบายให้มารดาของเด็กรับรู้ ส่วนผู้เป็นบิดายามนี้เดินเข้ามาสวมกอดฮูหยินแสนรักเข้าแนบอก“หรูเอ๋อร์เจ้าท้องลูกของเราอีกแล้ว ข้าดีใจมาก”“ข้าก็ดีใจเจ้าค่ะ อยากให้อาจื่อมีน้อง”“ข้าอาเจียนแทนเจ้าแน่ ๆ”“แสดงว่าท่านพี่แพ้ท้องแทนข้าแน่เลย เห็นตื่นมาอาเจียนทุกเช้า หน้าตาก็ซีดเซียว”“น่าจะใช่ เดี๋ยวให้หมอเหอตรวจอาการไปด้วยเลย”เย็นวันนั้นจวนหลังใหญ่ของนายท่านแห่งเกาะราชันย์ เต็มไปด้วยบรรยากาศของความสุข เหล่าบุรุษสูงวัยทั้งสามคน รีบนำสุราออกมาเปิดดื่มเฉลิมฉลองร่วมกัน“ท่านพ่อตา ข้าขอโทษนะขอรับ ฮือ ฮือ ข้าคิดถึง เสี่ยวหลิง
บริเวณเทียบท่าเรือยามนี้มีทั้งคนยินดีและคนไม่ยินดี คนยินดีคือผู้ได้หนีงานบ้านเมือง และออกท่องเที่ยวก่อนเวลาอันสมควร ส่วนคนไม่ยินดีคือผู้ที่จำเป็นต้องเข้าไปสะสางงานแทน“ท่านพ่อ ห้ามอยู่นานนะขอรับ ไม่มีท่านพวกขุนนางเฒ่าเหล่านั้นรุมทึ้งข้าแย่”ยามอยู่ตามลำพังกับบิดา ซ่งหยางจวินก็เรียกบิดาเช่นเดียวกับพี่ชาย ต่อหน้าคนอื่นค่อยเรียกตามพระยศ“เจ้าจัดการได้ พ่อรู้”“พออยากไปเที่ยว เลยมอบความเชื่อใจให้ข้าเต็มเปี่ยม”“จัดการตามสมควร พ่อแก่มากแล้วให้สู้รบกับคนพวกนั้นเห็นทีจะไม่ไหว เจ้าอายุ 27 ปี ฝีปากกำลังดี จัดการได้เต็มกำลัง”“ข้าจะมีโอกาสได้ไปเที่ยวเกาะราชันย์สักครั้งหรือไม่”หยางอ๋องอยากไปเที่ยวเช่นกัน อยากเห็นกลางทะเลว่าน้ำจะลึกเพียงไร อยากไปกินอาหารที่เหลาอาหารจานปลา อยากกินอาหารฝีมือของหรูเอ๋อร์“คงแล้วแต่พี่ชายของเจ้า รายนั้นหวงเมียเป็นที่หนึ่ง เจ้ามีท่าทีไม่น่าไว้ใจแต่แรก คงต้องใช้เวลาอีกนาน”“ข้ายังลืมไม่ได้ จะให้แสดงสีหน้าอย่างไรกัน”แค่แอบมองนิดหน่อยพี่ชายผู้นั้นก็โกรธหนัก แค่มองยังหวงแทบจะควักลูกตาเขาออกมา“สักวันเจ้าจะมีมุมสงบของตนเอง”“เดินทางปลอดภัย อย่าลืมว่าท่านพ่อยังอยู่ในตำแหน
“หยางอ๋องซ่งหยางจวิน รับราชโองการ”สุรเสียงมีอำนาจขององค์จักรพรรดิซ่งหยางหลง ประกาศเรียกพระโอรสองค์รอง ซึ่งเกิดจากฮงเฮาผู้จากลา ด้วยพระองค์เองขุนนางในท้องพระโรงต่างสรรเสริญเซ็งแซ่ ที่เห็นองค์จักรพรรดิมอบพระเกียรติให้พระโอรสเต็มเปี่ยม ไม่ได้มอบให้ขันทีข้างกายจัดการแทน“หยางอ๋องซ่งหยางจวิน เป็นโอรสที่มีคุณสมบัติเหมาะสมขึ้นเป็นองค์รัชทายาทของแคว้น และเป็นผู้เหมาะสมต่อการขึ้นเป็นองค์จักรพรรดิในรัชสมัยต่อไป รอคอยหมดช่วงเวลาไว้ทุกข์ให้พระมารดา ค่อยจัดพิธีสถาปนาขึ้นเป็นจักรพรรดิพระองค์ใหม่แห่งแคว้นซ่ง จบราชโองการ”“หยางอ๋องซ่งหยางจวิน รับราชโองการ พ่ะย่ะค่ะ”บุรุษผู้แตกสลายในหลายเรื่องต่อเนื่องกัน ก้มหัวลงน้อมรับพระบัญชาจากพระบิดา คงมีเพียงหน้าที่ปกปักดูแลบ้านเมือง ที่จะทำให้เขากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ไม่แน่ว่าฮงเฮากับเหล่านางสนมยศหลัก ที่ตนร้องขอผ่านทางพี่ชาย อาจช่วยให้หัวใจแห้งแล้งกลับมาชุ่มชื้นได้บ้างส่วนสตรีในตำหนัก ซ่งหยางจวินมอบใจให้เพียงสหายคู่คิด ไร้ซึ่งอาการตื่นเต้นยามเล้าโลมกันบนเตียง ต่อให้พยายามมากเพียงไรก็ตามแต่นั่นแหละเขาเป็นจักรพรรดิของแคว้น ไม่จำเป็นต้องมอบใจให้สตรีทุกค
นายท่านเกาะราชันย์กับภรรยา อยู่สะสางงานบนแผ่นดินใหญ่หลายเรื่อง จนกระทั่งล่วงเลยผ่านเข้าสู่เดือนที่สองในเช้าวันหนึ่งตำหนักจวิ้นอ๋องได้รับข่าวสารสำคัญบางอย่างจากตำหนักใกล้เคียง“เรื่องจริงหรือเจ้าคะ”“อือ ข้าอุตส่าห์ไม่เอาชีวิต แต่สตรีผู้นั้นจิตใจอาฆาตแค้นผู้อื่น ไม่ยอมปล่อยวาง จนเป็นเหตุให้เสียสติถึงขั้นทำร้ายตนเอง”ฉินฮงเฮากางผ้าแพรขาวแขวนขื่อในตำหนัก แล้วห้อยขาลงมาในกลางดึกของเมื่อวาน กว่าคนของหยางอ๋องจะเข้าไปพบ พระนางก็ไร้ลมหายใจแล้ว“องค์หญิงทั้งสองพระองค์ กับหยางอ๋องเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”“ถามถึงแค่สตรีก็พอ”“ฮื่อ! ท่านพี่อย่าดึงแก้มข้า”แก้มสาวถูกนิ้วยาวดึงยืดออก คิดว่านางแก้มตุ่ยเหมือนบุตรชายหรืออย่างไร ถึงชอบดึงเล่นนัก“บุตรทั้งสามล้วนเสียใจ ดีชั่วอย่างไรก็เป็นมารดาที่รักบุตรชายและบุตรสาวไม่แพ้กัน”“อื้อ ข้าคิดถึงอาจื่อแล้ว”เมื่อได้ยินสายใยรักของมารดาและบุตร ใบหน้ากลมเกลี้ยงของบุตรชายตัวน้อยก็ลอยมาให้คิดถึง ไม่ได้หอมแก้มนุ่มเกือบสองเดือนแล้ว“รอผ่านงานอาลัยก่อน ส่วนงานสถาปนาจักรพรรดิพระองค์ใหม่ คงต้องรออีกสองปี พวกเราค่อยกลับมาร่วมงานพร้อมอาจื่อ”“เจ้าค่ะ แล้วเรื่องสนมเมิ่งเส







