เข้าสู่ระบบภายในห้วงมิติที่ไม่มีทั้งกลางวันและกลางคืน แสงสีเงินลอยอยู่ทั่วพื้นที่ราวกับดวงดาวนับพันดวงกำลังแขวนอยู่กลางอากาศ เบื้องหน้ามีโต๊ะไม้สีดำตัวหนึ่งตั้งอยู่ และบุรุษผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะนั้นโดยหันหลังให้ผู้มาเยือน เขาสวมอาภรณ์สีดำสนิทปักลายเส้นสีเงินละเอียดตามชายแขนและแผ่นหลัง เส้นผมยาวสีดำสนิทถูกรวบสูงอย่างเรียบร้อย มีปิ่นสีเงินรูปวงล้อฝังหยกสีเข้มปักอยู่กลางมวยผม เพียงมองจากด้านหลังก็สัมผัสได้ถึงความสงบนิ่งและแรงกดดันบางอย่างที่ทำให้มิติทั้งแห่งเงียบงันลงโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด“ระบบโหลวหราน”เจ้ามังกรน้อยของระบบเดินเข้ามาอย่างนอบน้อม ก่อนยืนอยู่ห่างจากโต๊ะหลายก้าวแล้วก้มศีรษะลง "ท่านผู้ดูแลระบบ..." บุรุษผู้นั้นไม่ได้หันกลับมา เพียงพลิกหน้าตำราในมืออย่างช้าๆ "ได้ยินว่าวันนี้มีเรื่องด่วนกับข้าใช่ไหม" ระบบยกอุ้งเท้าขึ้นประสานกันตรงหน้าอก ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเกรงใจ "เจ้าค่ะ ข้าน้อยรอมาหลายปีแล้ว วันนี้ก็ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว ข้าน้อยอยากขอลาหยุดสักระยะเจ้าค่ะหวังว่าท่านผู้ดูแลระบบจะอนุญาต" มือของผู้ดูแลระบบหยุดลงเล็กน้อย "ลาหยุดอย่างนั้นหรือเจ้าจะไปไหน" ระบบรีบพยักหน้า "เจ้าค่ะ
หลายปีผ่านไป วังหลวงกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง แคว้นที่เคยเต็มไปด้วยสงครามและการแย่งชิงอำนาจค่อยๆ ฟื้นตัว เมืองที่เคยมีแต่เสียงร้องไห้กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ตลาดกลับมาคึกคัก ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติ และชื่อของหลิวโยว่เฉวียนกับลี่เหวินหานก็กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าจากอดีตที่ไม่มีผู้ใดอยากพูดถึงอีกภายในสวนดอกไม้ของตำหนักบูรพา เด็กชายตัวเล็กกำลังวิ่งไล่จับผีเสื้ออย่างสนุกสนาน ขณะที่สาวใช้ดินเหนียวหลายคนเดินตามอยู่ไม่ห่าง เพราะตั้งแต่เจ้าตัวเล็กเริ่มเดินได้ พวกนางก็ได้รับคำสั่งใหม่จากโหลวหรานให้คอยดูแลเขาเป็นพิเศษ"ช้าลงหน่อย เพคะ"เสียงของโหลวหรานดังขึ้นจากศาลา "หยางหลงอย่าวิ่งเร็วเกินไป เดี๋ยวล้ม"หยางหลงน้อยหันกลับมา ก่อนหัวเราะเสียงใสแล้ววิ่งต่อราวกับไม่ได้ยินคำเตือนแม้แต่น้อยหยางหวางที่นั่งอ่านฎีกาอยู่ข้างๆ เงยหน้าขึ้นมอง ก่อนวางฎีกาลงแล้วถอนหายใจ "เหมือนเจ้าตอนนั้นไม่มีผิดที่เอาแต่วิ่งตาข้าจนล้มไปหลายรอบ"โหลวหรานหันขวับ "ข้าโหลวหรานน่ารักเพียงนั้นเลยหรือ""ใครบอกว่าน่ารนักเจ้านะ ดื้อ""จริงหรือเพคะ""ตอนเด็กเจ้าเคยปีนกำแพงวังเพื่อมาหาข้า""นั่นเรียกว่ามีความพยายามมากกว่าฮ
เช้าวันต่อมา ตำหนักบูรพาไม่ได้เงียบสงบอย่างที่ควรจะเป็น เพราะตั้งแต่ประตูตำหนักเปิดออก ผู้คนก็ทยอยกันเข้ามาไม่ขาดสาย คนแรกคือสุ่ยซือกวานที่ถือหีบยาใบใหญ่สองใบมาด้วยตัวเอง เมื่อเข้ามาถึงเขาก็ตรงไปยังเตียงของโหลวหรานทันที ก่อนจะวางหีบลงบนโต๊ะดังตุบ"ยินดีด้วยนะคุณหนู"โหลวหรานยิ้ม กว้าง"ขอบคุณท่านหมอ"สุ่ยซือกวานเปิดหีบออก ก่อนหยิบตลับยาออกมาทีละใบจนเต็มโต๊ะ "นี่เป็นยาบำรุงหลังคลอด นี่ช่วยฟื้นกำลัง นี่ช่วยบำรุงเลือด นี่สำหรับเวลาร่างกายอ่อนเพลีย ส่วนอันนี้..." เขาหยิบขวดเล็กออกมาอย่างภาคภูมิใจ "เป็นยาที่ข้าปรุงขึ้นเอง สูตรพิเศษ ไม่มีขายที่ไหน"หยางหวางที่ยืนอยู่ข้างเตียงมองกองยาแล้วเลิกคิ้ว "เจ้าขนมาทั้งเขาเลยหรือ""ข้าเป็นหมอจะต้องรู้ว่าตัวยาไหนดีที่สุด ย่อมต้องปรุงยาที่ดีที่สุดเพื่อไท่จือเฟย"สุ่ยซือกวานตอบหน้าตาย โหลวหรานมองหีบยาสองใบแล้วหัวเราะ "ข้าว่าท่านกำลังเตรียมยาให้ข้ากินไปถึงปีหน้าเสียมากกว่ามันทำไมมากมายเพียงนั้น""ถ้ากินหมดเร็วกว่านั้นก็บอกข้าได้ของดีดีทั้งนั้นข้ามีให้ไม่อั้น"หยางหวางถึงกับหลุดหัวเราะ ขณะที่สุ่ยซือกวานปิดฝาหีบอย่างภูมิใจ "อีกอย่าง ข้าต้องเตรียมไว้ให้
หลายเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนในที่สุดวันหนึ่งของฤดูใบไม้ผลิก็มาถึง วันที่ตำหนักบูรพาวุ่นวายตั้งแต่ยามเช้า เพราะเสียงร้องของโหลวหรานดังขึ้นจากด้านในห้องบรรทมจนเหล่านางกำนัลต้องรีบวิ่งเข้าออกกันเป็นพัลวัน"ไท่จื่อเฟยเริ่มเจ็บพระครรภ์แล้วเพคะ"ทันทีที่ได้ยินคำรายงาน หยางหวางที่กำลังตรวจฎีกาอยู่ก็ลุกพรวดจากเก้าอี้จนแทบทำพู่กันหล่น เขารีบเดินตรงไปยังห้องบรรทมทันที แต่กลับถูกหมอหญิงกับนางกำนัลขวางเอาไว้หน้าประตู "ไท่จื่อ ท่านเข้าไปไม่ได้เพคะ" หยางหวางขมวดคิ้ว "เหตุใดข้าจะเข้าไม่ได้ นั่นภรรยาของข้า" หมอหญิงรีบก้มศีรษะ "แต่ด้านในกำลังวุ่นวายมาก หากพระองค์เข้าไปอาจทำให้ไท่จื่อเฟยเสียสมาธิได้เพคะ" หยางหวางกำมือแน่น เขาหันไปมองประตูที่ปิดสนิท ก่อนจะได้ยินเสียงโหลวหรานดังออกมาอีกครั้ง ความกังวลบนใบหน้าของเขายิ่งชัดขึ้น "โหลวหราน ข้าอยู่ตรงนี้ไม่ต้องห่วงนะข้าอยู่ที่นี่แล้ว" เสียงของโหลวหรานดังตอบกลับมาอย่างอ่อนแรง "ไท่จือ...อย่าเพิ่งเข้ามานะเพคะ" หยางหวางชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบกลับทันที "ได้ ข้าไม่เข้าไป แต่เจ้าต้องเรียกข้า หากมีสิ่งใดไม่ดี" แม้พูดเช่นนั้น แต่มือของเขากลับกำแน่น ด้านนอกตำห
ช่วงสายของวันนั้นตำหนักบูรพาเต็มไปด้วยความวุ่นวายเล็กๆ ตั้งแต่เช้า เพราะหยางหวางเพิ่งสั่งให้คนจัดเตรียมห้องของโหลวหรานใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งนุ่มๆ โต๊ะสำหรับวางของว่าง ไปจนถึงเตาอุ่นที่ถูกตั้งไว้ตามจุดต่างๆ จนแทบไม่มีพื้นที่เหลือโหลวหรานนั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองเหล่านางกำนัลเดินเข้าออกด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ"ไท่จือเพคะ...มันวุ่นวายเกินไปแล้วเดิมโหลวหรานก็คิดว่ามันดีที่สุดแล้วนะเพคะ"หยางหวางที่กำลังตรวจดูรายชื่อของใช้สำหรับเด็กเงยหน้าขึ้น"หืม แน่นอนมันต้องดีกว่าคำว่าดีที่สุดเพื่อเจ้ากับลูก"เขาตอบอย่างไม่ลังเล ก่อนก้มมองรายชื่อในมืออีกครั้ง "เสื้อผ้ายังขาดอีกหลายชุด"โหลวหรานถึงกับพูดไม่ออก"แต่ลูกยังไม่คลอดเลยนะเพคะ""ก็เพราะยังไม่คลอด จึงต้องเตรียมไว้ก่อนหากช้าไปอาจไม่ทันการณ์"เขาพูดด้วยสีหน้าจริงจังเสียจนโหลวหรานอดหัวเราะไม่ได้ทันใดนั้น เสียงขันทีหน้าตำหนักก็ดังขึ้น"ฮ่องเต้ ฮองเฮาเสด็จ"โหลวหรานรีบลุกขึ้น แต่หยางหวางกลับเดินเข้ามาประคองนางไว้ทันที"ช้าๆ""หม่อมฉันยังเดินได้อยู่เลยเพคะ""ข้ารู้แต่ตอนนี้เจ้ามีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในท้อง"เขาตอบพลางประคองนางไปด้วย โหลวหรานกลอกต
"ไปจัดเตรียมอาภรณ์สำหรับเด็กเล็กมาให้ข้า" อวิ๋นเซ่อชะงักไปเล็กน้อย "อาภรณ์เด็กหรือพ่ะย่ะค่ะ""ใช่"หยางหวางพยักหน้า ก่อนกล่าวต่ออย่างเป็นธรรมชาติ "เตรียมไว้ให้มากหน่อย"อวิ๋นเซ่อกะพริบตา "มากแค่ไหนพ่ะย่ะค่ะ"หยางหวางนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างจริงจัง "หลายสิบชุดเพื่อลูกของข้าที่กำลังจะเกิดมา" อวิ๋นเซ่อเงียบไป ก่อนถามอย่างระมัดระวัง"ต้องเตรียมทั้งของเด็กชายและเด็กหญิงหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ""ทั้งสองอย่าง เอามาให้มากๆ เผื่อไว้เดี๋ยวข้าจะเอาไปให้โหลวหรานดูว่าชอบสีไหน"คำตอบนั้นมาอย่างรวดเร็วราวกับเตรียมไว้แล้ว อวิ๋นเซ่อจึงพยักหน้ารับ "พ่ะย่ะค่ะ"หยางหวางยังไม่ทันปล่อยเขาไปก็เอ่ยขึ้นอีก "เสื้อผ้าต้องทำจากผ้าที่นุ่มที่สุด อย่าให้มีด้ายแข็งหรือของประดับที่อาจขูดผิวเด็กได้ ส่วนขนาดก็เตรียมตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยที่เริ่มเดิน"อวิ๋นเซ่อค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเจ้านายของตนเอง นี่ไท่จื่อไม่เรียนรู้เรื่องแบบนี้มาจากไหนกันเชี่ยวชาญราวกับคนที่จะเปิดร้านขายผ้า แต่ยังไม่หมดเท่านั้น"แล้วก็เตรียมผ้าห่ม หมอนเล็กๆ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าอ้อม และของใช้สำหรับเด็กให้ครบ""พ่ะย่ะค่ะ""ของเล่นด้วย" อวิ๋นเซ่อชะงักอ







