ริษยา

ริษยา

last updateLast Updated : 2026-09-23
By:  moonlight -miniUpdated just now
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
59Chapters
39views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ข้าริษยานาง…ใช่ ข้าเกลียดนาง…แน่นอนอยู่แล้ว หากเยี่ยอวี๋หนิงไม่ถือกำเนิดขึ้นมา อ้อมกอดของท่านแม่ รอยยิ้มของท่านพ่อ ปิ่นทองจากพี่ใหญ่ ตลอดจนความรักความเอ็นดูของคนทั้งจวน ย่อมต้องเป็นของข้า

View More

Chapter 1

บทนำ

บทนำ

ข้าริษยานาง…ใช่

ข้าเกลียดนาง…แน่นอนอยู่แล้ว

หากเยี่ยอวี๋หนิงไม่ถือกำเนิดขึ้นมา อ้อมกอดของท่านแม่ รอยยิ้มของท่านพ่อ ปิ่นทองจากพี่ใหญ่ ตลอดจนความรักความเอ็นดูของคนทั้งจวน ย่อมต้องเป็นของข้า

ข้าต่างหากคือธิดาคนโตของสกุลเยี่ย

ข้าต่างหากที่เกิดก่อนนาง

ก่อนอวี๋หนิงลืมตาดูโลก ท่านแม่เคยโอบข้าไว้ในอ้อมแขน ท่านพ่อเคยอุ้มข้าขึ้นนั่งบนตัก แม้แต่พี่ใหญ่ก็เคยจูงมือข้าเดินเล่นในสวน ทั้งยังกล่าวว่าจะปกป้องน้องสาวคนนี้ไปชั่วชีวิต

ทว่าหลังจากนางถือกำเนิดพร้อมคำทำนายว่าเป็นดาวนำโชค ทุกสิ่งก็เปลี่ยนไป

เมื่ออวี๋หนิงหัวเราะ คนทั้งจวนพลอยยินดี

เมื่อนางร้องไห้ ทุกคนพร้อมตามหาผู้กระทำผิด

กระทั่งยามนางทำถ้วยชาหล่นแตก มารดายังรีบคว้ามือของนางไปตรวจดูว่าถูกเศษกระเบื้องบาดหรือไม่

ส่วนข้า ต่อให้เลือดไหลเต็มฝ่ามือ สิ่งแรกที่พวกเขาถามกลับเป็น

“เจ้าไปก่อเรื่องใดมาอีก”

เช่นนั้นแล้ว ข้าจะไม่ริษยานางได้อย่างไร

เหตุใดอวี๋หนิงต้องเกิดมาแย่งทุกสิ่งซึ่งควรเป็นของข้าด้วย?

หากไม่มีนาง ข้าคงไม่ต้องยืนอยู่นอกวง มองคนทั้งครอบครัวห้อมล้อมสตรีเพียงผู้เดียวประหนึ่งนางเป็นดวงตะวัน ขณะที่ข้าค่อย ๆ กลายเป็นเพียงเงาดำซึ่งไม่มีผู้ใดต้องการ

แต่ความริษยาเป็นเพียงความริษยา

ความเกลียดชังอาจทำให้ข้าไม่อยากมองหน้านาง อาจทำให้วาจาของข้าคมกริบราวกับปลายมีด และอาจทำให้ข้าเคยนึกอยากให้นางหายไปจากชีวิตนับครั้งไม่ถ้วน

ทว่าข้าไม่เคยคิดสังหารนาง

แต่จะโทษผู้ใดได้เล่า

ในเมื่อครั้งยังเยาว์ ข้าเคยกลั่นแกล้งอวี๋หนิงจริง

ข้าเคยซ่อนของเล่นของนาง เคยแย่งที่นั่งข้างมารดา เคยจงใจปัดขนมซึ่งพี่ใหญ่นำมาฝากนางตกพื้น และเคยเอ่ยถ้อยคำร้ายกาจใส่เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ เพียงเพราะอยากให้นางร้องไห้

ยามเห็นทุกคนรีบเข้าไปปลอบ ข้ากลับยืนมองอยู่ด้านข้างด้วยความสะใจ ทั้งที่กลางอกเจ็บปวดราวกับถูกคมเข็มทิ่มแทง

ข้าไม่ได้อยากเห็นน้ำตาของอวี๋หนิง

ข้าเพียงอยากรู้ว่า หากนางร้องไห้เพราะข้า อย่างน้อยคนทั้งจวนจะยอมหันกลับมามองข้าบ้างหรือไม่

แม้สายตาเหล่านั้นจะเต็มไปด้วยความตำหนิ ก็ยังดีกว่ามองผ่านข้าราวกับไม่มีตัวตน

เด็กคนหนึ่งถูกแย่งความรักไป ย่อมไม่เข้าใจว่าควรเรียกร้องมันกลับคืนมาอย่างไร ข้าจึงใช้ความร้ายกาจ ใช้ถ้อยคำทิ่มแทง และใช้การกลั่นแกล้งเล็กน้อยเป็นหนทางดึงสายตาของบิดามารดากลับมา

ทว่ายิ่งข้ากลั่นแกล้งนาง ทุกคนก็ยิ่งรักนาง

ยิ่งข้าแสดงความไม่พอใจ พวกเขาก็ยิ่งปกป้องอวี๋หนิง

ท้ายที่สุด นางกลายเป็นบุตรสาวผู้แสนบริสุทธิ์ ส่วนข้ากลายเป็นพี่สาวใจร้ายซึ่งไม่มีผู้ใดอยากเข้าใกล้

หลายปีผ่านไป ข้าไม่ได้ซ่อนของเล่นของนางอีก ไม่ได้แย่งที่นั่งข้างมารดา และไม่เคยยื่นมือไปทำร้ายนางก่อน

หากแต่แววริษยาในดวงตายามมองอวี๋หนิงกลับไม่เคยเลือนหาย

จะให้เลือนหายได้อย่างไร

ในเมื่อทุกครั้งที่เห็นมารดาปักปิ่นให้นาง ข้ายังจำได้ว่าตนไม่เคยได้รับสิ่งนั้น

ทุกครั้งที่เห็นพี่ใหญ่ยืนขวางอยู่เบื้องหน้าเพื่อปกป้องนาง ข้ายังจำได้ว่าเขาเคยกล่าวถ้อยคำเดียวกันกับข้า

ทุกครั้งที่ท่านพ่อเอ่ยเรียก “หนิงเอ๋อร์” ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ข้ายังอดคิดไม่ได้ว่า เหตุใดเขาจึงไม่เคยเรียกข้าเช่นนั้นบ้าง

ความริษยาจึงหยั่งรากอยู่กลางใจ รัดพันแน่นขึ้นทุกปี ประหนึ่งเถาวัลย์ซึ่งไม่มีผู้ใดคิดตัดทิ้ง

ทุกคนมองเห็นมัน

อวี๋หนิงเองก็เห็น

ดังนั้นเมื่อเกิดเรื่องร้ายขึ้นกับนาง ผู้ต้องสงสัยคนแรกจึงเป็นข้าเสมอ

เพราะครั้งหนึ่งข้าเคยซ่อนของเล่นของนาง พวกเขาจึงเชื่อว่าข้าทำลายของสำคัญของนางได้

เพราะครั้งหนึ่งข้าเคยทำให้นางร้องไห้ พวกเขาจึงเชื่อว่าข้าวางยาให้นางล้มป่วยได้

และเพราะข้าเคยกล่าวว่าเกลียดนาง พวกเขาจึงเชื่อว่าข้าสามารถผลักนางลงจากสะพานได้โดยไม่ลังเล

ข้าเคยทำผิด

เรื่องนั้นข้าไม่อาจปฏิเสธ

ทว่าความผิดในวัยเยาว์สมควรกลายเป็นโซ่ตรวน ผูกมัดข้าไว้กับความชั่วทุกอย่างไปชั่วชีวิตเชียวหรือ?

เพียงเพราะข้าริษยานาง จึงหมายความว่าทุกบาดแผลบนร่างนางต้องเกิดจากมือข้าหรือ?

เพียงเพราะข้าเคยนึกว่า หากอวี๋หนิงไม่เกิดมาก็คงดี จึงหมายความว่าข้าต้องการให้นางสิ้นใจหรือ?

ความริษยาที่มีต่อนางข้าไม่เคยคิดปิดบัง ดังนั้นก่อนข้าจะทันเอ่ยปฏิเสธ ทุกคนก็ตัดสินเรียบร้อยแล้ว

ข้าริษยานางจริง

ข้าเกลียดนางจริง

ข้าเคยกลั่นแกล้งนางจริง

แต่ครั้งนี้ ข้าไม่ได้ทำ…

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
59 Chapters
บทนำ
บทนำข้าริษยานาง…ใช่ ข้าเกลียดนาง…แน่นอนอยู่แล้วหากเยี่ยอวี๋หนิงไม่ถือกำเนิดขึ้นมา อ้อมกอดของท่านแม่ รอยยิ้มของท่านพ่อ ปิ่นทองจากพี่ใหญ่ ตลอดจนความรักความเอ็นดูของคนทั้งจวน ย่อมต้องเป็นของข้าข้าต่างหากคือธิดาคนโตของสกุลเยี่ยข้าต่างหากที่เกิดก่อนนางก่อนอวี๋หนิงลืมตาดูโลก ท่านแม่เคยโอบข้าไว้ในอ้อมแขน ท่านพ่อเคยอุ้มข้าขึ้นนั่งบนตัก แม้แต่พี่ใหญ่ก็เคยจูงมือข้าเดินเล่นในสวน ทั้งยังกล่าวว่าจะปกป้องน้องสาวคนนี้ไปชั่วชีวิตทว่าหลังจากนางถือกำเนิดพร้อมคำทำนายว่าเป็นดาวนำโชค ทุกสิ่งก็เปลี่ยนไปเมื่ออวี๋หนิงหัวเราะ คนทั้งจวนพลอยยินดีเมื่อนางร้องไห้ ทุกคนพร้อมตามหาผู้กระทำผิดกระทั่งยามนางทำถ้วยชาหล่นแตก มารดายังรีบคว้ามือของนางไปตรวจดูว่าถูกเศษกระเบื้องบาดหรือไม่ส่วนข้า ต่อให้เลือดไหลเต็มฝ่ามือ สิ่งแรกที่พวกเขาถามกลับเป็น“เจ้าไปก่อเรื่องใดมาอีก”เช่นนั้นแล้ว ข้าจะไม่ริษยานางได้อย่างไรเหตุใดอวี๋หนิงต้องเกิดมาแย่งทุกสิ่งซึ่งควรเป็นของข้าด้วย?หากไม่มีนาง ข้าคงไม่ต้องยืนอยู่นอกวง มองคนทั้งครอบครัวห้อมล้อมสตรีเพียงผู้เดียวประหนึ่งนางเป็นดวงตะวัน ขณะที่ข้าค่อย ๆ กลายเป็นเพียงเงาดำซึ่งไม่มีผู
last updateLast Updated : 2026-09-23
Read more
บทที่ 1 คนที่ยืนอยู่นอกวง 1
บทที่ 1 คนที่ยืนอยู่นอกวง 1ปลายฤดูใบไม้ผลิ รัชศกเทียนอันปีที่สิบแปด สายลมอุ่นพัดโชยผ่านนครหลวงต้าจิ่งอย่างเอื่อยเฉื่อย พากลีบดอกไห่ถังหลายกลีบปลิวข้ามกำแพงจวนสกุลเยี่ย ล่องลอยเป็นสายเหนือผิวน้ำ ก่อนร่วงหล่นลงบนสระมรกตราวกับหิมะสีชมพูโปรยปราย ทว่าใต้ความงดงามนั้น กลับแฝงกลิ่นอายเยือกเย็นราวลมหนาวที่ยังไม่จางหายไปจากปลายฤดูภายในศาลารับลม เสียงหัวเราะกังวานประสานเสียงพิณอย่างครึกครื้น บ่าวไพร่ยกน้ำชาเข้าออกไม่ขาดสาย ทุกคู่สายตาล้วนห้อมล้อมเยี่ยอวี๋หนิง ธิดาคนรองของจวน ประหนึ่งนางเป็นดวงตะวันเพียงดวงเดียวบนฟ้า ส่วนคนรอบข้างล้วนเป็นเพียงหมู่ดาวที่รอเปล่งแสงสะท้อนจากนางอวี๋หนิงสวมอาภรณ์ไหมสีเหลืองอ่อนดุจปีกผีเสื้อ ใบหน้าขาวผ่องดูบอบบางดั่งดอกสาลี่ต้องหยาดฝน เพียงนางเอ่ยลอย ๆ ว่าขนมหวานไป ฟางซื่อก็รีบเลื่อนจานอื่นมาประเคนโดยไม่ทันคิด ครั้นเยี่ยจิ่งไหวนำปิ่นทองรูปนกกระเต็นออกจากกล่องไม้ เสียงชื่นชมก็ดังกึกก้องขึ้นทั่วศาลาราวคลื่นซัดฝั่ง"พี่ใหญ่ ของล้ำค่าเช่นนี้ ข้ารับไว้ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ" อวี๋หนิงเอ่ยพลางลดสายตาลงอย่างถ่อมตัว ทว่ายังคงนั่งนิ่งให้พี่ชายปักปิ่นเหนือขมับโดยไม่ขยับหนี"เพียงเ
last updateLast Updated : 2026-09-23
Read more
บทที่ 1 คนที่ยืนอยู่นอกวง 2
บทที่ 1 คนที่ยืนอยู่นอกวง 2สองพี่น้องเดินไปตามทางหิน อวี๋หนิงบอกว่าอยากพูดกับพี่สาวตามลำพัง ซุนหมัวมัวจึงพาคนอื่นถอยห่างไปทันใด เมื่อพ้นสายตาคนในศาลา รอยยิ้มอ่อนหวานบนใบหน้าของธิดาคนรองก็ค่อย ๆ จางลงราวหมอกยามเช้าถูกแดดเผา"พี่หญิงยังโกรธเรื่องปิ่นอยู่หรือเจ้าคะ""ปิ่นใด"อวี๋หนิงแตะนกกระเต็นเหนือขมับเบา ๆ "ข้าไม่รู้ว่าท่านเคยเห็นมันที่หอร้อยสมบัติ หากรู้ว่าท่านชอบ ข้าคงไม่รับไว้"ชิงหรานหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างเยาะเย้ย "รับไปแล้วค่อยบอกว่าไม่อยากรับ คำพูดเช่นนี้มีประโยชน์อันใด""ข้าเพียงกลัวว่าพี่หญิงจะริษยาข้า"ฝีเท้าของชิงหรานหยุดชะงัก เบื้องหน้าคือสะพานหินโค้งเหนือสระ ตะไคร่น้ำเกาะริมสะพานหนาเพราะฝนเมื่อคืน"ใช่ ข้าริษยาเจ้า"อวี๋หนิงหันกลับมา ดวงตาเบิกกว้างคล้ายไม่คิดว่าพี่สาวจะยอมรับตรง ๆ เช่นนี้"ข้าริษยาที่ท่านแม่จำได้ว่าเจ้าไม่ชอบขนมหวาน ริษยาที่พี่ใหญ่เห็นของงามแล้วนึกถึงเจ้า ริษยาที่ต่อให้เจ้าทำถ้วยหล่นแตก ทุกคนยังถามว่ามือเจ้าบาดหรือไม่" ชิงหรานเอ่ย พลางกดความเจ็บซึ่งเสียดแทงกลางอกไว้ให้นิ่ง "ส่วนข้า ยืนถือยาอยู่ใต้ต้นไม้ครึ่งชั่วยาม พวกเขายังมองไม่เห็น"ริมฝีปากของอวี๋หน
last updateLast Updated : 2026-09-23
Read more
บทที่ 2 หยกขาวที่แตกเป็นเสี่ยง 1
บทที่ 2 หยกขาวที่แตกเป็นเสี่ยง 1ฝนแรกของปีเคลื่อนผ่านนครหลวงในยามจื่ออย่างไม่ปรานี ทิ้งหยาดน้ำพราวไว้บนกระเบื้องสีดำของจวนสกุลเยี่ยราวหยาดน้ำตาที่ไม่มีผู้ใดเช็ดให้ กระทั่งรุ่งสาง เมฆหม่นยังคงกดต่ำเหนือกำแพงสูงดุจจะทับลงมา อากาศชื้นเย็นแทรกซึมเข้าตามรอยประตูศาลบรรพชนซึ่งปิดสนิท ราวจะกักขังทั้งความหนาวและความอยุติธรรมไว้ด้วยกันเยี่ยชิงหรานคุกเข่านิ่งอยู่เบื้องหน้าป้ายวิญญาณมาตลอดทั้งคืนโดยไม่ไหวติงหลังตรงของนางยังตั้งมั่นดุจเสาหิน หากหัวเข่าทั้งสองกลับปวดร้าวราวถูกเข็มนับหมื่นทิ่มแทงไม่ขาดระยะ รอยนิ้วมือบนแก้มจางเป็นสีม่วงคล้ำ และบาดแผลกลางฝ่ามือก็ยังไม่มีแม้ผู้เดียวคิดจะใส่ยาให้ด้านนอกประตู เหลียนจือนั่งกอดเข่าพิงเสาอย่างสิ้นหนทาง นางแอบนำเบาะรองเข่ามาให้ถึงสองครั้ง ทว่าถูกหญิงรับใช้ที่เฝ้าประตูยึดไปเสียทั้งสองครั้ง"คุณหนูใหญ่เจ้าคะ" เสียงกระซิบแผ่วเบาลอดผ่านช่องประตู "คุณหนูรองฟื้นแล้ว หมอบอกว่าเพียงตกใจและจับไข้ ไม่ได้เป็นอันตรายเจ้าค่ะ"ชิงหรานหลุบตาลงมองธูปสามดอกซึ่งเหลือเพียงแสงริบหรี่ใกล้มอดนางรู้สึกโล่งใจหรือไม่ย่อมรู้สึกต่อให้เกลียดชังเพียงใด นางก็ไม่เคยต้องการให้อวี๋หน
last updateLast Updated : 2026-09-23
Read more
บทที่ 2 หยกขาวที่แตกเป็นเสี่ยง 2
บทที่ 2 หยกขาวที่แตกเป็นเสี่ยง 2เช้าวันเซ่นไหว้ เสียงร้องตกใจของพ่อบ้านดังลั่นหอคทาหรูอี้หยกขาวแตกเป็นสามท่อนอยู่บนพื้นเศษหยกกระจายเต็มพรมแดง ข้างกันนั้นมีปิ่นเงินลายกล้วยไม้ตกอยู่หนึ่งชิ้น พ่อบ้านจำได้ทันทีว่าเป็นปิ่นซึ่งชิงหรานใช้เป็นประจำคนทั้งจวนถูกเรียกมารวมกัน เยี่ยหวยอันเห็นของพระราชทานแตกหักก็โกรธจนมือสั่น "เมื่อวานผู้ใดเข้ามาที่นี่บ้าง"พ่อบ้านไล่รายชื่อ ก่อนตอบว่า "คุณหนูใหญ่เป็นคนสุดท้ายขอรับ"เหลียนจือหน้าซีด "เป็นไปไม่ได้เจ้าค่ะ เมื่อวานคุณหนูเพียงคัดบทสวดอยู่หลังฉาก ไม่เคยแตะต้องคทาหยกเลย"จิ่งไหวหยิบปิ่นขึ้นมา "แล้วของชิ้นนี้มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร"ชิงหรานแตะมวยผมของตน นางเพิ่งรู้ว่าปิ่นเงินหายไปตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ อาจเป็นตอนคุกเข่า อาจเป็นตอนอวี๋หนิงวางกล่องยา หรืออาจถูกผู้ใดดึงไปโดยที่นางไม่ทันสังเกต"มีคนนำปิ่นของข้ามาวาง""ผู้ใดจะทำเช่นนั้น" ฟางซื่อถาม"ผู้ที่ทำหยกแตก"อวี๋หนิงซึ่งยืนอยู่ข้างมารดารีบเอ่ย "พี่หญิงอาจทำตกโดยไม่ตั้งใจก็ได้เจ้าค่ะ เมื่อวานเข่าท่านเจ็บ หากเสียหลักแล้วชนแท่นวาง...""แท่นอยู่ห่างจากโต๊ะคัดอักษรสามจั้ง" ชิงหรานตัดบท "ต่อให้ข้าล้มกลิ้ง
last updateLast Updated : 2026-09-23
Read more
บทที่ 3 คำทำนายใต้เปลวเพลิง
บทที่ 3 คำทำนายใต้เปลวเพลิง กลางฤดูใบไม้ร่วง รัชศกเทียนอันปีที่ห้า ลมเหนือพัดใบอู๋ถงร่วงเกลื่อนนครหลวงราวสายฝนสีทอง กลางคืนยาวนานกว่ากลางวันดุจจะกลืนแสงตะวันจนหมดสิ้น ไอหนาวแทรกตามซอกประตูอย่างไม่ปรานี กระทั่งแสงโคมในจวนสกุลเยี่ยยังสั่นไหวไม่หยุด ราวรู้ล่วงหน้าถึงเปลวเพลิงที่จะมาเยือนปีนั้นเยี่ยชิงหรานอายุสิบขวบ ส่วนเยี่ยอวี๋หนิงเพิ่งครบเจ็ดขวบเรือนหนิงเซียงสว่างไสวกว่าทุกแห่ง เพราะธิดาคนรองจับไข้มาสามวัน ฟางซื่อนั่งเฝ้าข้างเตียงแทบไม่หลับ เยี่ยหวยเชิญหมอมีชื่อมาถึงสี่คน ขณะที่บ่าวไพร่วิ่งเข้าออกจนพื้นทางเดินแทบไม่เคยแห้งสนิทชิงหรานยืนอยู่นอกม่านพร้อมถ้วยยาลดไข้ นางเพิ่งนำตำรับจากเรือนหมอมาให้ ทว่ายังไม่ทันเข้าใกล้ ฟางซื่อก็หันมาตวาด"ใครให้เจ้าเข้ามา หากนำไอหนาวติดตัวมาจนน้องอาการหนักขึ้นจะทำอย่างไร""ท่านหมอให้ข้านำยามาเจ้าค่ะ""วางไว้แล้วออกไป"เด็กหญิงวัยสิบขวบวางถ้วยลงบนโต๊ะอย่างเชื่อฟัง ก่อนมองผ่านม่านบางเข้าไป คนบนเตียงลืมตาอยู่พอดี ดวงตากลมโตของอวี๋หนิงสบกับนางเพียงชั่วอึดใจ แล้วหลุบลงอย่างหวาดกลัวฟางซื่อเห็นเข้าก็รีบดึงม่านปิด "หนิงเอ๋อร์ไม่ต้องกลัว แม่อยู่ตรงนี้"ชิงหรา
last updateLast Updated : 2026-09-23
Read more
บทที่ 4 ความดีที่ไม่มีผู้เห็น
บทที่ 4 ความดีที่ไม่มีผู้เห็นแดดกล้าแผดเผานครหลวงจนถนนหินขาวสะท้อนแสงพร่าตาราวเปลวไฟสีขาว ต้นหลิวริมคูเมืองทอดกิ่งนิ่งไร้ลมดุจหมดแรงจะไหว แม้แต่เสียงจักจั่นยังฟังดูอ่อนแรงเหนื่อยล้าภายในจวนสกุลเยี่ย อากาศกลับร้อนระอุยิ่งกว่าเบื้องนอกเสียอีก ราวมีเปลวไฟอีกกองหนึ่งลุกโชนอยู่กลางใจคน"จับขโมยได้แล้ว!"เสียงตะโกนจากลานครัวเรียกบ่าวไพร่มามุงดู หญิงรับใช้ชรานามว่าป้าหวังคุกเข่าอยู่กลางแดด ตรงหน้ามีห่อยาสมุนไพรแห้งวางอยู่ ผู้ดูแลครัวเท้าเอว พลางด่าทอจนใบหน้าของหญิงชราแดงก่ำ"ของในจวนแม้เพียงใบผักก็เป็นของนาย เจ้าเป็นบ่าวกลับกล้าลักยาหลวงออกไป หากวันนี้ไม่ลงโทษหนัก วันหน้าผู้ใดจะเกรงกลัว!"ป้าหวังโขกศีรษะกับพื้นจนเสียงดังก้อง "บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ หลานของบ่าวจับไข้ หมอบอกว่าต้องใช้รากหวงฉี แต่บ่าวไม่มีเงินซื้อ ยาพวกนี้ถูกคัดทิ้งแล้ว บ่าวจึง...""ของคัดทิ้งก็ยังเป็นของจวน!"ผู้ดูแลยกไม้เรียวขึ้น ทว่าเสียงหนึ่งดังมาจากทางเดินเสียก่อน"เอะอะสิ่งใดกัน"ชิงหรานเดินเข้ามาพร้อมเหลียนจือ หลังพ้นโทษกักบริเวณได้เพียงสามวัน นางก็ถูกเหล่าฟูเหรินสั่งให้ตรวจบัญชีเครื่องหอมของห้องครัว เพราะไม่มีผู้ใดในเรื
last updateLast Updated : 2026-09-23
Read more
บทที่ 5 ปิ่นผีเสื้อของผู้เป็นที่รัก
บทที่ 5 ปิ่นผีเสื้อของผู้เป็นที่รักกลางฤดูร้อน รัชศกเทียนอันปีที่สิบแปด เมฆฝนรวมตัวเหนือท้องฟ้านครหลวงติดต่อกันหลายวันดุจไม่คิดจะจางหาย ลมก่อนพายุพัดธงหน้าประตู้จวนสกุลเยี่ยสะบัดดังพรึ่บพรับราวเสียงเตือนภัย ขณะที่ขบวนรถม้าจากเจียงหนานเคลื่อนผ่านประตูใหญ่เข้ามาอย่างครึกครื้นเยี่ยจิ่งไหวเดินทางไปตรวจร้านค้าของตระกูลนานกว่าสองเดือน เมื่อกลับถึงจวน เขานำหีบของฝากมามากถึงหกใบ เรือนหลักจึงครึกครื้นตั้งแต่เช้าเยี่ยหวยอันได้รับแท่นฝนหมึกหินเขียว ฟางซื่อได้ผ้าแพรลายเมฆสิบพับ ส่วนเหล่าฟูเหรินได้รับพระพุทธรูปหยกซึ่งเชิญมาจากวัดเก่าแก่ทางใต้ของอวี๋หนิงเป็นกล่องไม้หอมใบเล็กเมื่อเปิดออก ปิ่นทองรูปผีเสื้อคู่ฝังมุกสีชมพูก็ปรากฏแก่สายตา ปีกผีเสื้อทำจากแผ่นทองบางเฉียบ เมื่อขยับเพียงเล็กน้อยจะสั่นไหวราวกับมีชีวิตจริง"งามเหลือเกินเจ้าค่ะ" ปี้เถาอุทานจิ่งไหวยิ้มอย่างพอใจ "พี่เห็นแบบในร้านช่างหลวงเก่า จึงให้คนทำขึ้นใหม่ ใช้เวลาถึงสองเดือนจึงเสร็จ น้องรองชอบหรือไม่"อวี๋หนิงประคองปิ่นไว้ในฝ่ามือ ปลายหางตาโค้งขึ้นด้วยความยินดี "ของที่พี่ใหญ่มอบให้ ต่อให้เป็นกิ่งไม้ ข้าก็ชอบเจ้าค่ะ""เจ้านี่ช่างรู้จักพ
last updateLast Updated : 2026-09-23
Read more
บทที่ 6 ม้าที่หลุดบังเหียน
บทที่ 6 ม้าที่หลุดบังเหียนปลายฤดูร้อน รัชศกเทียนอันปีที่สิบแปด เมฆสีเทาเคลื่อนต่ำเหนือภูเขาชิงอวิ๋นนอกนครหลวงดุจแผ่นตะกั่วหนัก สายลมพัดกลิ่นดินชื้นมาตามทางคดเคี้ยว ฝูงนกซึ่งเกาะอยู่บนยอดสนพากันบินหนีอย่างตื่นตระหนก ราวกับรับรู้ว่าพายุใหญ่กำลังมาเยือนขบวนรถม้าของสกุลเยี่ยออกจากวัดชิงอวิ๋นหลังยามอู่ เยี่ยเหล่าฟูเหรินตั้งใจมาถวายน้ำมันตะเกียงเพื่อปัดเป่าเคราะห์ร้ายจากเหตุคทาหยกแตก คนทั้งครอบครัวจึงต้องติดตามมาด้วยอวี๋หนิงนั่งรถคันแรกกับฟางซื่อ ส่วนชิงหรานอยู่คันหลังเพียงลำพัง เดิมทีน้องสาวเอ่ยชวนให้นางนั่งด้วยกัน ทว่านางปฏิเสธ ไม่ต้องการอยู่ในที่แคบกับคนซึ่งอาจร้องไห้ได้ทุกเมื่อก่อนออกจากวัด ชิงหรานเห็นม้าลากรถคันแรกกระสับกระส่ายผิดปกติ นางจึงเดินไปลูบแผงคอและพบกลิ่นฉุนจาง ๆ ติดอยู่ใกล้อาน"ผู้ใดทาของกลิ่นแรงไว้ตรงนี้" นางถามคนขับชายผู้นั้นก้มดมแล้วส่ายหน้า "บ่าวไม่ได้กลิ่นสิ่งใดขอรับ คุณหนูใหญ่คงระแวงเกินไป"ชิงหรานยังไม่วางใจ ทว่าจิ่งไหวกลับเร่งให้ทุกคนออกเดินทางก่อนฝนตก นางจึงทำได้เพียงกำชับเหลียนจือให้จับตาดูรถด้านหน้าขบวนเคลื่อนไปได้ไม่ถึงห้าลี้ ฟ้าก็ส่งเสียงคำรามก้องภูเขาม้า
last updateLast Updated : 2026-09-23
Read more
บทที่ 7 พิณหนึ่งบทกับผ้าไหมหนึ่งผืน
บทที่ 7 พิณหนึ่งบทกับผ้าไหมหนึ่งผืนฝนซึ่งตกติดต่อกันหลายวันหยุดลงในที่สุด ท้องฟ้าเหนือนครหลวงใสกระจ่างดุจล้างด้วยน้ำค้าง กลิ่นดอกบัวจากทะเลสาบตะวันออกลอยมากับสายลมอ่อน ขุนนางน้อยใหญ่จึงพร้อมใจกันออกจากจวนไปร่วมงานอายุครบเจ็ดสิบปีของหลัวเหล่าฟูเหรินจวนสกุลหลัวประดับโคมแดงตั้งแต่ประตูใหญ่ถึงสวนหลังเรือน แขกสตรีนั่งชมการแสดงอยู่ในศาลาริมน้ำ ส่วนบุรุษแยกไปดื่มสุราที่เรือนหน้า เสียงหัวเราะและคำอวยพรดังไม่ขาดสายเยี่ยอวี๋หนิงเป็นจุดสนใจตั้งแต่ก้าวลงจากรถข่าวรถม้าหลุดบังเหียนแพร่ไปทั่วนครหลวง ทุกคนจึงเข้ามาถามไถ่อาการนาง บ้างกล่าวว่าดาวมงคลย่อมมีฟ้าคุ้มครอง บ้างชมว่านางผ่านเคราะห์ใหญ่แล้วยังอ่อนโยน ไม่เคยกล่าวโทษพี่สาวแม้แต่คำเดียวส่วนชิงหรานเดินตามหลังมารดา ไม่มีผู้ใดถามถึงแขนขวาซึ่งยังยกได้ไม่ถนัด"นั่นหรือคุณหนูใหญ่สกุลเยี่ย" คุณหนูตระกูลหนึ่งกระซิบเบา ๆ หลังพัด "ได้ยินว่านางตัดสายบังเหียนรถน้องสาวแล้วแสร้งช่วยไว้""จิตใจน่ากลัวยิ่งนัก""เบาเสียงหน่อย นางมองมาแล้ว"ชิงหรานปรายตาผ่านคนกลุ่มนั้น เพียงแวบเดียวก็ทำให้พวกนางหลุบหน้าหนีอย่างรวดเร็ว ภาพเช่นนี้กลับยิ่งตอกย้ำว่านางร้ายกาจสมคำล
last updateLast Updated : 2026-09-23
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status