Masukบิดาของหลิวโหลวหรานได้เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องชีวิตไท่ซางหวงจากกบฏ หลิวโหลวหรานถูกบังคับให้แต่งงานกับฮ่องเต้ที่ไม่เคยรักเพราะมีหญิงที่รักอยู่ก่อนแล้ว แต่เพียงเพราะไทเฮาและไท่ซางหวงที่ยืนกรานหากไม่แต่งกับโหลวหรานจะไม่มอบบัลลังก์ให้กับหยางหวาง เมื่อฮ่องเต้ขอหย่าและเลือกที่จะกลับไปหาหญิงที่รักของเขาในขณะที่โหลวหรานกำลังตั้งครรภ์ และนางกลับต้องมาตาย แต่ยังๆ ไม่จบ โหลวหรานคนที่แกร่งกว่าไม่ยอมคนที่มาเข้าร่างโหลวหรานและมาพร้อมกับความฮาพร้อมกับระบบกลับมาแก้แค้น หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า หาญท้าชะตาเน่าๆ จะแก้แค้นสำเร็จหรือไม่ แน่นอนพร้อมกันนี้เราจะไม่ปล่อยให้ท่านผู้ใช้ต้องโดดเดี่ยว ระบบของเราจะซัพพอร์ตท่านจนกว่าจะแก้แค้นสำเร็จ...
Lihat lebih banyakโหลวหรานยิ้มก่อนจะยื่นมือไปรับถ้วยยาแต่ยังไม่ทันดื่มเสี่ยวมู่ก็ขยับเข้ามาเร็วเงียบเหมือนเงามือหนึ่งหยิบถ้วยขึ้นอีกมือหยิบเข็มเงินบางเฉียบออกมาจิ้มลงไปในยาชั่วพริบตาทุกคนชะงักหมอสุ่ยเลิกคิ้ว“โอ้โห…ตรวจละเอียดขนาดนี้เลยหรือข้าไม่อาจเอื้อมเลยแบบนี้”เสี่ยวมู่ไม่ตอบเพียงมองเข็มนิ่งสายตาจริงจังราวกับไม่ใช่เสี่ยวมู่คนเดิม“ปลอดภัย” พูดจบก็ถอยกลับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นโหลวหรานมองภาพนั้นก่อนจะยิ้มขำ“ท่านหมอสุ่ย…” นางเอียงศีรษะเล็กน้อย“หากวันใดท่านคิดจะวางยาข้าจริงๆ” หมอสุ่ยสะดุ้ง“กุ้ยเฟย ข้าวางใจแล้วแบบนี้ท่านม่ขันทีที่ดีเพียงนี้ข้า เองก็วางใจ”โหลวหรานยกมือห้ามยิ้มหวานหัวเราะตัวงอแววตาแพรวพราว“แบบนี้ไม่มีทางรอดสายตาคนผู้นี้ไปได้แน่”เหลียนซูอ้าปากค้างชิงอี้ตาโตหมอสุ่ยถึงกับพูดไม่ออกโหลวหรานยกถ้วยขึ้นจิบเบาๆ ก่อนจะพูดต่อสบายๆ“คนที่คิดวางฃยาข้า ถ้าไม่รอบคอบพอ…เกรงว่าจะถูกเสี่ยวมู่จับได้เสียก่อนแน่ๆ”สายตานางเหลือบไปทางเสี่ยวมู่หมอสุ่ยมองตามแล้วหัวเราะออกมา“แบบนี้ ต่อไปเกรงว่า ยาที่ข้าจัดไปมีตัวยาแปลกไปเพียงนิดเขาก็คงจะรู้แน่ๆ ฮ่าาาาา”บรรยากาศในห้องกลับมาผ่อนคลายอีกครั้งมีเสียงหั
ค่ำคืนในวังหลวงเงียบงันแสงโคมส่องไหววูบวาบทอดเงายาวบนพื้นหินเย็นเฉียบในลานตำหนักด้านในร่างหนึ่งคุกเข่าอยู่กับพื้นไหล่สั่นสะท้านเสียงสะอื้นดังแผ่ว“ไทเฮา…ได้โปรด…” สนมผิงจื่อสนมลำดับที่ห้าสิบสองของฝ่าบาทเงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตาดวงตาแดงก่ำใบหน้าซีดเซียวแต่ยังคงงดงามสองมือยกขึ้นกอดชายอาภรณ์ของไทเฮาแน่นราวกับเกาะเกี่ยวความหวังสุดท้ายในชีวิต“ข้าน้อย…เพียงขอให้ฝ่าบาท…มองข้าน้อยสักครั้งก็ยังดี…” เสียงนางสั่นขาดเป็นช่วง“ไทเฮาได้โปรดเมตตา…”ไทเฮายืนอยู่ตรงนั้นนิ่งสงบสายตาก้มมองลงมามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาแต่ในดวงตาของไทเฮากลับไร้อารมณ์เงียบ“เจ้าร้องไห้…เพราะอยากได้ความโปรดปราน”เสียงไทเฮาเบาสนมผิงจื่อพยักหน้าแรงน้ำตาไหลไม่หยุด“เพคะ…ข้าน้อย…ไม่อยากตายไปทั้งที่ยังไม่เคยได้รับใช้ฝ่าบาทก่อนนั้นที่จะเข้าวังหลวงไทเฮาสัญญาว่าผิงจื่อจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ผิงจื่อได้รับการโปรดปรานจากฝ่าบาท”คำพูดนั้นแผ่วเบาแต่เจ็บปวดเหมือนดอกไม้ที่ยังไม่ทันผลิบานก็ถูกลมหนาวพัดเหี่ยวเฉาเสียก่อนไทเฮามองนางอยู่นานก่อนจะย่อตัวลงช้าๆปลายนิ้วเรียวเชยคางของผิงจื่อขึ้นบังคับให้นางสบตา“เจ้าสกล้าทวงสัญญากับข้าอย่างนั้นหร
แสงแดดอ่อนคล้อยลงเล็กน้อยสายลมพัดเอื่อยหยางหวางยังคงนั่งแกะปูอย่างตั้งใจส่วนโหลวหรานก็เริ่มลงมือชิมอย่างระวัง“อร่อยหรือไม่ เจ้าทำไมไม่กินให้มากหน่อย”เขาถามเรียบๆ โหลวหรานพยักหน้าเบาๆ“อร่อยเพคะ” แล้วก็หยุดไปนิดก่อนจะยิ้มบาง“แต่…ฝ่าบาทแกะเก่งกว่า และยังแกะเสียมากมาย”หยางหวางชะงักเล็กน้อยคิ้วขมวด“เกี่ยวกันหรือ เจ้ากินนิดเดียวก็บอกว่าอิ่มแล้วอย่างนั้นหรือ”โหลวหรานหัวเราะคิกบรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลงเหลียนซูกับชิงอี้มองหน้ากันยิ้มจนแทบจะกลั้นไม่อยู่แต่ทันใดนั้นติ๊งเสียงระบบดังขึ้นโหลวหรานชะงัก“อะไรอีก”ระบบ แจ้งเตือนพบพลังงานแปลกปลอมในอาหารโหลวหรานสะดุ้งเล็กน้อยมือที่กำลังจะหยิบปูหยุดกลางอากาศสายตาเหลือบไปมองถาดปูทันทีเมื่อครู่เสี่ยวมู่ตรวจแล้วไม่ใช่หรือ…ระบบพูดต่อทันทีระบบ ไม่ใช่พิษแต่เป็น สิ่งแปลกปลอมระดับต่ำ“อะไรของเจ้าอีก…” โหลวหรานเริ่มงงขณะที่หยางหวางมองนาง“มีอะไร” โหลวหรานยังไม่ทันตอบ“มี พลังความรักติดมากับเนื้อปูเจ้าค่ะ ระบบเล่นลิ้นจน โหลวหรานอ่อนใจ” โหลวหรานอ้าปากค้างแล้วก็หลุดหัวเราะออกมา“ฮ่า…” นางรีบยกมือปิดปากแต่ไหล่ยังสั่น“ฝ่าบาท…ระวังหน่อยเพคะ แกะไว้มากๆ”
สายลมเย็นพัดเอื่อยเหนือศาลาริมน้ำแสงแดดสะท้อนผิวน้ำระยิบระยับราวเกล็ดแก้วหยางหวางยืนอยู่ข้างโหลวหรานก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ามือเรียวของนางอย่างเป็นธรรมชาติ ขันทียกปูเดินมาวางบนโต๊ะบนศาลา“ไปเถอะข้าจะแกะปูให้เจ้าคงยังไม่เคยเห็นฝีมือการแกะปูของข้าสินะ”เสียงเขาเรียบแต่แฝงความนุ่มลึกที่ไม่เคยมีมาก่อนโหลวหรานชะงักเล็กน้อยมองมือที่ถูกจับ“อะ แกะใมห้ใครมาก่อนแน่ไใช่ไหมถึงได้โอ้อวดเพียงนี้ หยางหวางยิ้มบางๆทั้งสองเดินเคียงกันมุ่งหน้าไปยังโต๊ะเสวยที่จัดไว้ริมธารน้ำไทเฮาที่นั่งมองอยู่ด้านหลังยกยิ้มบางๆสายตาเต็มไปด้วยความพอใจ“หนุ่มสาว…ช่างน่ามองเสียจริง”พึมพำเบาๆเหลียนซูยิ้มกว้าง เอามือปิดปากเล็กน้อยอย่างกลั้นไม่อยู่ชิงอี้เองก็ยิ้มตามดวงตาเป็นประกายรู้สึกเหมือนหัวใจพองโตแทนเจ้านายของตน หานอี้รีบขยับตัวไปยืนด้านหน้าห่างออกไปแต่เพียงคนเดียวที่สีหน้ายังคงนิ่งคือเสี่ยวมู่เขาเดินตามหลังมาไม่ห่างสายตากวาดมองทุกสิ่งรอบตัวอย่างระแวดระวังโดยเฉพาะโต๊ะเสวยที่วางถาดปูจากแดนใต้อย่างโดดเด่นในดวงตาของเขามีเพียงความระแวงเสี่ยวมู่ขยับก้าวเร็วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะ สะดุด เบาๆร่างเอนเหมือนจะล้มมือคว้า
แต่สำหรับโหลวหราน…เวลาของนางเพิ่งเริ่มเดินในมิติของระบบ พื้นที่สีขาวค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเหมือนห้องเก็บของลับ มีชั้นวางลอยอยู่กลางอากาศมากมาย เต็มไปด้วยขวดแก้ว ตำรา แผ่นยันต์ และของประหลาดที่แม้แต่คนในวังหลวงก็ไม่เคยเห็นมังกรน้อยกระโดดขึ้นไปบนชั้นหนึ่ง ก่อนจะเอาหางเคาะเหมือนพ่อค้าเปิดร้าน“ในเมื่อท่า
บัลลังก์หงส์ตั้งตระหง่านกลางโถง กำยานลอยอ้อยอิ่งเป็นเส้นบางๆ ท่ามกลางแสงเทียนสีทองลี่เอินเอินนั่งหลังตรงบนบัลลังก์ฮองเฮาใต้เท้าลี่กวงยืนอยู่เบื้องหน้า สีหน้าขรึมเคร่ง“ลูกพ่อ เจ้ายอมได้หรือ ให้ฝ่าบาทไปหากุ้ยเฟยยามค่ำคืน แต่ละเลยเจ้า” พูดสิ่งที่ รับรู้มา ในวังหลวงมีแต่คนของใต้เท้ากวงปลายนิ้วลี่เอ
ห้องทรงอักษรเงียบสงัดควันกำยานลอยบางเหนือโต๊ะไม้หอมหยางหวางยืนหันหน้าออกสู่ลานกว้าง ใบหน้าดูเคร่งขรึมองครักษ์อวิ๋นเยียนยืนอยู่ข้างหลัง“ข่าวที่ได้มา…แน่ชัดเพียงใด” เสียงของหยางหวางเรียบเฉยไม่มีสั่นไหวอวิ๋นเยียนเงยหน้าขึ้นช้าๆ“หมอหลวงผู้ที่เคยตรวจจับชีพจรกุ้ยเฟยก่อนออกจากวังเคยบันทึกไว้ว่า ชีพจ
“โครม”บานหน้าต่างแตกกระจาย เงาดำสองร่างพุ่งเข้ามาเร็วราวลูกศรระบบเอามือปิดตา“นายหญิงเจ้าข้าใช้พลังพิเศษไหมเจ้าคะหยุดเวลาก็ได้นะเจ้าคะ”โหลวหรานอ้าปากจะกรีดร้อง แต่เสียงยังไม่ทันหลุดออกจากปาก“เคร้ง” คมดาบปะทะกันกลางอากาศ อวิ๋นเช่อกับหานอี้พุ่งเข้ามาขวางหน้า ทันทีกระบี่ในมือสะท้อนแสงไฟวาบวับ“คุ้


















Ulasan-ulasan