ログインบิดาของหลิวโหลวหรานได้เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องชีวิตไท่ซางหวงจากกบฏ หลิวโหลวหรานถูกบังคับให้แต่งงานกับฮ่องเต้ที่ไม่เคยรักเพราะมีหญิงที่รักอยู่ก่อนแล้ว แต่เพียงเพราะไทเฮาและไท่ซางหวงที่ยืนกรานหากไม่แต่งกับโหลวหรานจะไม่มอบบัลลังก์ให้กับหยางหวาง เมื่อฮ่องเต้ขอหย่าและเลือกที่จะกลับไปหาหญิงที่รักของเขาในขณะที่โหลวหรานกำลังตั้งครรภ์ และนางกลับต้องมาตาย แต่ยังๆ ไม่จบ โหลวหรานคนที่แกร่งกว่าไม่ยอมคนที่มาเข้าร่างโหลวหรานและมาพร้อมกับความฮาพร้อมกับระบบกลับมาแก้แค้น หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า หาญท้าชะตาเน่าๆ จะแก้แค้นสำเร็จหรือไม่ แน่นอนพร้อมกันนี้เราจะไม่ปล่อยให้ท่านผู้ใช้ต้องโดดเดี่ยว ระบบของเราจะซัพพอร์ตท่านจนกว่าจะแก้แค้นสำเร็จ...
もっと見るตำหนักที่23 ที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนักและเงียบเหงาราวกับร้างไร้ผู้คน หลิวโหลวหรานยกมือบางขึ้นกุมไว้หน้าท้องของตนเอง ท่าทางสงบนิ่งแต่ดวงตาเต็มไปด้วยความหวัง
"ลูกแม่ วันนี้เราจะบอกข่าวดีกับเสด็จพ่อของเจ้า"
ความสุขในหัวใจของหลิวโหลวหรานหวังว่าจะสามารถมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับหยางหวางฮ่องเต้ คนที่เคยทำให้รู้สึกว่าโหลวหรานเป็นแค่เงาของใครบางคน ในที่สุดก็มีสิ่งที่จะทำให้เขาเปลี่ยนใจ...ลูกน้อยในท้อง
"กุ้ยเฟยเจ้าขา ฝ่าบาทให้มาบอกว่าไม่ร่วมเสวย ฝ่าบาทบอกว่ากุ้ยเฟยเสวยไปเพียงลำพังเถอะเจ้าค่ะ" เสียงเบาๆ จากนางกำนัลชิงอี้ที่เข้ามาพร้อมกับสีหน้ากังวลใจ
“ข้าได้ยินแล้ว ฝ่าบาทกำลังทำอะไรอยู่” ดวงตาเลื่อนลอย
“เอ่อๆๆ ชิงอี้ได้ยินว่าฝ่าบาทนั่งเกี้ยวออกไปเพื่อรับคุณหนูลี่เอินเอินที่นอกเขตวังหลวงเจ้าค่ะ”
หลิวโหลวหรานกลืนน้ำลายลงคอช้าๆ ก่อนจะมองไปที่เครื่องเสวยที่ลงมือปรุงด้วยตนเองในห้องเครื่อง
"ไม่เป็นไร เจ้ามายกเครื่องเสวยไปกินกันเถอะ ข้ายังไม่หิว" พยายามยิ้มให้กับนางกำนัลชิงอี้
ชิงอี้ถอนหายใจยาว
"กุ้ยเฟยเจ้าขา ไม่กินอะไรแบบนี้เกรงว่าจะป่วยไข้ กินอะไรเสียหน่อยเถอะเจ้าค่ะ”
หลิวโหลวหรานกลืนน้ำลายลงคอแห้งผาก
"ไม่ต้อง ข้าจะพักผ่อนแล้ว" เสียงแหบแห้ง
หลังจากนั้น ในห้องสี่เหลี่ยมของวังหลวงมีเพียงที่นี่ที่เงียบงัน หลิวโหลวหรานนั่งเงียบๆ ยกมือขึ้นลูบที่ท้องที่มีอีกชีวิตในนั้น
ไร้น้ำตาไร้คำพูด
ค่ำคืนมืดมิดนั้น เสียงลมหายใจของหลิวโหลวหรานนิ่งสงบหลับตาแต่ได้ยินชัดทุกการกระทำ หยางหวางฮ่องเต้ที่เดินเข้ามาเงียบกริบทรุดกายลงนั่งบนแท่นอน ร่างอ้อนแอ้นแต่หลายวันมานี้กับผุดผ่องน่ากอดรัด บางอย่างที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม หัวใจเขาสั่นไหว มองโหลวหรานที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ข้างๆ
ชิงหยางยื่นมืออุ่นสอดรัดไปที่ฝามือบางของโหรวหราน ความร้อนแผ่ซ่านไปทุกอณู ทิ้งตัวลงทาบทับไว้ ลมหายใจร้อนแรงของเขาปะทะกับผิวเนียนของนาง เขาดึงนางเข้ามาใกล้ กอดแนบแน่น จุมพิตบดเบียดเร่าร้อนที่ริมฝีปากอวบอิ่ม
โหลวหรานรู้สึกถึงความอบอุ่นและความต้องอย่างรุนแรงราวกับจะกลืนกินที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง แต่กลับไม่ได้รู้สึกถึงความรักที่คาดหวัง ความรักที่ไม่เคยอยู่ในใจของชิงหยางมันถูกส่งออกมาแค่ความรู้สึกอยาก….. โหลวหรานกำลังตั้งครรภ์
"มะมะไม่... ไม่ได้เพคะ" โหลวหรานพูดเสียงเบา น้ำตาเริ่มคลอ นางพยายามผลักเขาออกไปอย่างอ่อนแรง
ชิงหยางหยุดทุกการเคลื่อนไหวใบหน้าเฉยชา จ้องมองไปที่โหลวหราน
"เรา... เราหย่ากันเถอะ เจ้ากลับไปอยู่ที่ตระกูลเก่าของเจ้าซะเถอะ ข้าจะให้ทุกอย่างที่เจ้าต้องการเพียงแค่เจ้าหย่าให้ข้า อีกสองวันจะส่งคนปัดกวาดตระกูลหลิว"
"................" ไร้คำกล่าวใด ไม่มีคำถาม ไม่มีความสงสัย แต่ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะพูดออกมาเช่นนี้
โหลวหรานเบือนหน้าหนีเสีย
เขาหลับตาลงหากแต่นิ่งไปสักพัก
"นางกลับมาแล้ว ข้าจะแต่งเอินเอินในตำแหน่งฮองเฮา"
บนแท่นอนที่เคยเต็มไปด้วยความหวัง ตอนนี้เหลือเพียงความหนาวเย็นที่แผ่ไปทั่วร่าง
เช้าสดใสแต่หัวใจของโหลวหรานเจ็บปวดเกินเยียวยา
“กุ้ยเฟย ไทเฮาทรงเสด็จมาเจ้าคะ” ชิงอี้ที่ลนลานเข้ามาในห้อง
โหลวหรานลุกขึ้นจากแท่นนอน หัวใจเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นการมาของไทเฮา
“โหลวหรานถวายพระพรไทเฮาทรงพระเจริญพันปี” ไทเฮายิ้ม
“ใบหน้าสดใสงดงามเพียงนี้ข้าแปลกใจจริงๆ หยางหวางเหตุใดจึงยังมีสายตาไว้มองคนอื่นได้อีก”
โหลวหรานประคองไทเฮาไปที่แท่นนั่ง
หลังจากที่ไทเฮานั่งลงข้างๆ โหลวหราน นางก็กล่าวด้วยเสียงที่ค่อนข้างอบอุ่น
"หลิวโหลวหราน... เจ้าก็คงรู้ดีว่าในวังหลวงนี้ การเอาใจฮ่องเต้สำคัญยิ่งนัก เจ้าทำได้ดีกว่าใครข้าตระหนักในข้อนี้ดี ไท่ซางหวงกับข้าเราเมตตาเจ้าไม่เปลี่ยน"
โหลวหรานเงียบไปครู่หนึ่ง นางค่อยๆ พยักหน้า กลั้นหยาดน้ำตาไว้
"ฮ่องเต้นั้น อารมณ์แปรปรวนง่าย ความโปรดปรานไม่เคยคงที่แต่กระนั้นเขาก็มีเจ้าคนเดียวตลอดมา ดังนั้นเจ้าจึงต้องหาทางที่จะดึงดูดฮ่องเต้กลับมาหาเจ้าในทุกวัน แม้เขาจะมีคนอื่นก็ตาม หากเจ้าไม่สามารถควบคุมจิตใจของฮ่องเต้ได้ เจ้าจะสูญเสียตำแหน่งนี้ไปอย่างง่ายดายซึ่งข้ายินดีช่วยเจ้า"
ไทเฮาทิ้งคำพูด ที่แฝงไปด้วยความจริงจังและขมขื่น โหลวหรานจ้องมองหน้าไทเฮา
"โหลวหรานได้ยินแล้วเพคะ"
“หยางหวางมาเพื่อขอให้ข้ายอมรับฮองเฮา ข้ารู้ว่าเจ้าเจ็บปวด แต่อย่างไรหยางหวางก็ยังเป็นหยางหวาง…ที่ข้าคิดว่ามีเพียงเจ้าเท่านั้นที่คู่ควรกับเขา เจ้าต้องทำให้ฮ่องเต้รู้สึกว่าเจ้ามีค่ามากกว่าใครในวังนี้ ตอนนี้หยางหวางเหมือนคนตาบอดเพราะความรัก หากเจ้าตั้งครรภ์เสียตั้งแต่แรกทุกอย่างก็คงจะไม่ยุ่งยากเพียงนี้"
โหลวหรานแค่เพียงก้มหน้าหลบตาเสียไม่กล้าพูดความจริงว่ากำลังตั้งครรภ์
“ข้าได้ยินว่าเจ้าจะกลับไปอยู่บ้านตะกูลหลิวและข้ากำลังจะบอกเจ้าว่า ข้ากับไท่ซางหวงไม่อนุญาต เจ้าควรจะอยู่ที่นี่เพราะอย่างไรเสียเจ้าก็คือเฟย”
โหลวหรานก้มหน้าหลบตาอีกครั้ง หยางหวางไม่พูดเรื่องหย่ากับฮองเฮาหากแต่พูดว่าโหลวหรานจะกลับตระกูลเก่า…
พิธีแต่งงานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เสียงขันทีพิธีการประกาศตำแหน่งฮองเฮาดังลั่นไปทั่วท้องพระโรง งานมงคลคนชื่นบาน โคมแดงริ้วผ้าสีแดงทั่ววังหลวงยังถูกแขวนไว้เพื่อสิริมงคล
ในห้องมืดมิดที่ไม่เคยเห็นแสงจากโลกภายนอก โหลวหรานนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่า ราวกับเป็นหุ่นที่ไร้ชีวิต ใบหน้าของนางเงียบสงบ แต่ในความเงียบกลับแฝงไปด้วยความขมขื่นที่ยากจะอธิบาย นางไม่แม้แต่จะขยับนิ้วมือ ตลอดหลายปีที่ผ่านมานางเคยชินกับความโดดเดี่ยวในพระตำหนักแห่งนี้
“กุ้ยเฟยเจ้าขา ท่านยังไม่นอนตั้งแต่เมื่อคืน ข้าน้อยยกน้ำชาดีไหม"
เสียงของชิงอี้ดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบสนิท โหลวหรานไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ส่ายหน้าไปมาเบาๆ
“บอสใหญ่ ออกตัวแล้วสินะ ต่อไปนี้เหลือเพียงนายหญิงที่เป็นศูนย์กลางของการตัดสินใจ”“ดี…”“ข้าชอบแบบนี้มันสนุกดี”“หักเหลี่ยมเฉือนคม วัดกันที่สมอง ครั้งก่อน ข้าแพ้เพราะไม่รู้ว่าใครคือศัตรู แต่ครั้งนี้ข้าจะพลิกโอกาสมาครอง”มุมปากยกขึ้นรอยยิ้มเย็นเสียงระบบหัวเราะคิกคักกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง“เกมรอบที่สอง…เริ่มต้นแล้วเจ้าค่ะนายหญิง”เสียงประกาศดังขึ้น“ไทเฮาเสด็จ” ไม่นานนักร่างสูงสง่างามของไทเฮาก็ปรากฏวันนี้นางยิ้มยิ้มอ่อนโยนราวกับมารดาผู้ห่วงใย“โหลวหราน…ที่ข้าส่งผิงจื้อมา ก็เพราะกลัวว่าเจ้าจะเหนื่อย” น้ำเสียงนุ่มนวลต่างจากความเย็นชาที่เคยมีเดินเข้ามาใกล้เอื้อมมือแตะหลังมือโหลวหรานเบาๆ“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่หากเจ้าไม่ชอบ คราวหน้าข้าจะให้นางไปอยู่ไกลหูไกลตาหน่อย” บรรยากาศดูอบอุ่นเหมือนความห่วงใยจริงใจ โหลวหรานยิ้มยิ้มงดงาม“ขอบพระทัยเสด็จแม่” ก่อนจะเอ่ยต่อช้าๆ“แต่ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล…ลูกว่าหากไม่แอบทำ คงจะดีกว่า”ไทเฮาชะงักรอยยิ้มบนใบหน้าค้างอยู่เพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ดวงตาจะเย็นลงเล็กน้อย“เจ้า…”โหลวหรานเพียงยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทันใดนั้น“เพคะ ลูกคิดว่าหากฝ่าบาทไม่เรียกห
“ย้อนกลับมาแล้วจริงๆ ใช่ไหมระบบ”เสียงระบบกระซิบเบา“เวลาปัจจุบันก่อนเหตุลอบสังหารหนึ่งช่วงเวลาเจ้าค่ะ โปรดดำเนินการด้วยความระมัดระวัง”ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้าไหลย้อนเข้ามาในหัวผิงจื้อรั้งหยางหวางไว้ชะลอเวลาทำให้เขา อยู่ผิดที่ในเวลาที่ควรจะไม่อยู่และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความตายไม่ใช่โหลวหรานคนเดิมอีกแล้ว“ครั้งนี้ ข้าจะไม่พลาด”เสียงฝีเท้าดังขึ้นหน้าตำหนักผิงจื้อเดินเข้ามาอาภรณ์เรียบร้อยสีหน้าอ่อนโยนเหมือนเดิมทุกอย่างราวกับนางไม่เคยฆ่าใคร“ฝ่าบาท กุ้ยเฟย”ผิงจื้อเอ่ยเสียงหวาน โหลวหรานเลิกคิ้วเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยนหากแต่ตอนนี้โหลวหรานใช้อารมณ์นำทาง“อากาศวันนี้ดี…ข้าจะออกไปเดินเล่นข้างนอก สูดอากาศเสียหน่อย” นางเอ่ยขึ้นลอยๆ ก่อนจะหันไปทางประตูหันกลับมามองหยางหวางสายตาสบกันเพียงชั่วครู่ก่อนที่จะยิ้มงดงามไม่มีแววตาห่างเหิน“ในเมื่อฝ่าบาทมีสนมผิงจื้ออยู่ด้วย เช่นนั้นโหลวหรานก็จะได้เบาใจแล้ว”คำพูดนั้นนุ่มนวลแต่ไม่เหมือนมีคมมีดซ่อนเหมือนเคย หยางหวางนิ่งไปทันทียังไม่ทันได้เอ่ยอะไรโหลวหรานก็หันไปเอ่ยเรียกเสียงเรียบ“เหลียนซู ชิงอี้” สองนางรีบก้าวเข้ามาก้มศีรษะรับคำ“ตามข้าออกไป”ก้าวเข้
ขบวนเคลื่อนผ่านประตูสุสานหลวงท้องฟ้ายังหม่นเทาลมหนาวพัดแรงกว่าปกติราวกับแม้แต่ผืนดิน…ก็รับรู้ถึงความตายที่กำลังจะเกิดขึ้นโลงไม้จันทร์ถูกอัญเชิญลงสู่ภายในสุสานกลิ่นธูปคละคลุ้งเสียงสวดแผ่วเบาดังสะท้อนผนังหินเย็นเยียบโหลวหรานถูกคุมตัวตามเข้ามาใบหน้างามซีดเซียวไร้สีเลือดผมเผ้ารุงรังไม่ดิ้นรนราวกับยอมรับชะตาทุกอย่างแล้วประตูหินด้านหลังค่อยๆ ปิดลงแสงสว่างหดแคบลงทีละนิดโหลวหรานหยุดยืนสายตามองไปยังโลงของหยางหวางก่อนจะเอ่ยขึ้นในใจ“ระบบ” เงียบไปชั่วครู่ก่อนเสียงคุ้นเคยจะดังขึ้นแต่คราวนี้เบาๆ“ข้าน้อยอยู่เจ้าค่ะ…” โหลวหรานหลับตาลงช้าๆ“ข้าต้องตายจริงๆ หรือ ข้าจะถูกฝังทั้งเป็น…ใช่หรือไม่”ระบบเงียบไม่มีคำตอบในทันทีทหารก้าวเข้ามาปลดโซ่แต่กลับผลักนางไปข้างหน้า“เข้าไปได้แล้ว”เสียงสั่งแข็งกร้าวโหลวหรานเซเล็กน้อยแต่ก็ยังเดินต่อก้าวเข้าไปใกล้โลงไม้จันทร์ประตูหินด้านนอกเริ่มปิดแสงสุดท้ายกำลังจะหายไปโลกกำลังจะกลายเป็นความมืดตลอดกาลทันใดนั้น“หยุด”เสียงหนึ่งตะโกนลั่นแหวกความเงียบออกเป็นเสี่ยงๆฟึ่บคมดาบฟันลงอย่างแม่นยำทหารสองนายล้มลงทันทีเลือดสาด“หานอี้ เสี่ยวมู่” โหลวหรานเบิกตากว้างร่า
สวนหลวงเงียบงันราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจโหลวหรานยังคงคุกเข่าอยู่ตรงนั้นกอดร่างของหยางหวางไว้แน่นเลือดแห้งกรังแต่ความอุ่นสุดท้าย…หายไปแล้วทันใดนั้น“ติ๊ง” เสียงระบบดังขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้เย็นเฉียบไร้ความรู้สึก“แจ้งเตือน…นายหญิง ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ท่านจะไม่สามารถควบคุมเหตุการณ์ใดๆ ในโลกนี้ได้อีก หลังจากการสิ้นสุดของแกนชะตาหยางเซวียนหลงระบบจะถูกลดสิทธิ์”โหลวหรานไม่ตอบดวงตานิ่งว่างเปล่าเหมือนทุกอย่างในตัวนางดับลงแล้วระบบพูดต่อ“โลกจะดำเนินไปตามชะตาที่แตกสลาย โดยปราศจากการแทรกแซงของท่านทุกเหตุการณ์ต่อจากนี้ จะดำเนินไปตามชะตาเดิมโดยที่ท่าน…ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังก้องขึ้นจากปลายทางเสียงคนมากมายโกลาหลและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก“ฝ่าบาท เปิดทาง”ไม่นานขบวนใหญ่ก็พุ่งเข้ามาถึง ผิงจื้อที่ตามไทเฮาและไท่ซางหวง ยืนสงบนิ่งอยู่ไม่ไกล ไทเฮาและไท่ซางหวงเสด็จมาถึงตำหนักที่ยี่สิบสามทันทีที่สายตาของทั้งสองเห็นภาพตรงหน้าร่างของหยางหวางแน่นิ่งไร้ลมหายใจอยู่ในอ้อมแขนของโหลวหราน“หวางเอ๋อร์…ลูกแม่ ทำไมทำไมกันเกิดอะไรขึ้น” เสียงไทเฮาสั่นเครือขาอ่อนแทบทรุดไท่ซางหวงก้าวเข้ามาใบ
แต่สำหรับโหลวหราน…เวลาของนางเพิ่งเริ่มเดินในมิติของระบบ พื้นที่สีขาวค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเหมือนห้องเก็บของลับ มีชั้นวางลอยอยู่กลางอากาศมากมาย เต็มไปด้วยขวดแก้ว ตำรา แผ่นยันต์ และของประหลาดที่แม้แต่คนในวังหลวงก็ไม่เคยเห็นมังกรน้อยกระโดดขึ้นไปบนชั้นหนึ่ง ก่อนจะเอาหางเคาะเหมือนพ่อค้าเปิดร้าน“ในเมื่อท่า
บัลลังก์หงส์ตั้งตระหง่านกลางโถง กำยานลอยอ้อยอิ่งเป็นเส้นบางๆ ท่ามกลางแสงเทียนสีทองลี่เอินเอินนั่งหลังตรงบนบัลลังก์ฮองเฮาใต้เท้าลี่กวงยืนอยู่เบื้องหน้า สีหน้าขรึมเคร่ง“ลูกพ่อ เจ้ายอมได้หรือ ให้ฝ่าบาทไปหากุ้ยเฟยยามค่ำคืน แต่ละเลยเจ้า” พูดสิ่งที่ รับรู้มา ในวังหลวงมีแต่คนของใต้เท้ากวงปลายนิ้วลี่เอ
ห้องทรงอักษรเงียบสงัดควันกำยานลอยบางเหนือโต๊ะไม้หอมหยางหวางยืนหันหน้าออกสู่ลานกว้าง ใบหน้าดูเคร่งขรึมองครักษ์อวิ๋นเยียนยืนอยู่ข้างหลัง“ข่าวที่ได้มา…แน่ชัดเพียงใด” เสียงของหยางหวางเรียบเฉยไม่มีสั่นไหวอวิ๋นเยียนเงยหน้าขึ้นช้าๆ“หมอหลวงผู้ที่เคยตรวจจับชีพจรกุ้ยเฟยก่อนออกจากวังเคยบันทึกไว้ว่า ชีพจ
“โครม”บานหน้าต่างแตกกระจาย เงาดำสองร่างพุ่งเข้ามาเร็วราวลูกศรระบบเอามือปิดตา“นายหญิงเจ้าข้าใช้พลังพิเศษไหมเจ้าคะหยุดเวลาก็ได้นะเจ้าคะ”โหลวหรานอ้าปากจะกรีดร้อง แต่เสียงยังไม่ทันหลุดออกจากปาก“เคร้ง” คมดาบปะทะกันกลางอากาศ อวิ๋นเช่อกับหานอี้พุ่งเข้ามาขวางหน้า ทันทีกระบี่ในมือสะท้อนแสงไฟวาบวับ“คุ้
レビュー