LOGINอันไป๋เล่อหญิงงามผู้เคยเป็นอนุตัวร้ายคนโปรดของคุณชายรองเผยกู้หยาง เมื่อถูกขับออกตระกูลเผย นางไม่ร่ำร้อง ไม่แต่งงานใหม่ กลับขอทำสวน ปลูกผัก ทำขนมขายเลี้ยงชีพ น่าขันยิ่งนัก ผู้ใดไม่รู้ว่าอันไป๋เล่อเคยชินกับความหรูหรา นางจะทนอยู่ท่ามกลางแดดลม โคลนตม และกลิ่นปุ๋ยได้สักกี่วัน? ใครต่อใครล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า... "นางแค่เรียกร้องความสนใจ สร้างภาพให้ดูน่าสงสาร เพื่อเพิ่มราคาตัวเองเท่านั้นล่ะ!" “สุดท้ายก็ต้องกลับไปพึ่งบิดา... แต่งกับคหบดีสูงวัยสักคน แล้วใช้เรือนร่างเสวยสุขอย่างเคย จะไปไหนพ้น!” ใครจะเชื่อว่าสตรีผิวบางมือขาวจะมีวันยินดีปลูกผักแทนวาดรูป ชำระดินแทนร่ายรำ ใครจะเชื่อว่า... "อนุตัวร้าย" ที่เคยก่อเรื่องในจวน จะกลายเป็นหญิงชาวสวนในแปลงผักได้จริง? แต่แน่นอนผู้คนเหล่านั้นก็แค่ “เฝ้ารอ” วันที่นางจะล้มเหลว เพื่อจะได้หัวเราะสะใจยิ่งขึ้นเท่านั้นเอง...
View Moreหมายตา 17 อาหารถูกจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพที่เรือนไม้ไผ่ ไป๋เล่อพาซูซวงมานั่งประจำที่แล้วเริ่มลงมือทานมื้อค่ำด้วยกัน ทว่าในขณะที่กำลังทานอยู่นั้นไป๋เล่อก็เอ่ยขึ้นด้วยแววตาเป็นประกาย “ข้าให้คนจัดเตรียมวัตถุดิบและเตาสำหรับเผาแก้วไว้เรียบร้อยแล้วนะ”“รวดเร็วถึงเพียงนั้นเลยหรือเจ้าคะ!”ซูซวงชะงักตะเกียบพลางอุทานด้วยความทึ่ง “อ่า... ข้าเองก็อยากจะไปดูขั้นตอนการทำกับท่านเหลือเกินเจ้าค่ะ”“มิต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก” ไป๋เล่อโบกมืออย่างไม่ถือสา “ข้ากะว่าจะลองผิดลองถูกทำเดาๆ ไปก่อน เจ้าไปจัดการภารกิจที่สถานกักกันของตนเองให้เต็มที่เถอะ อย่าได้พะวงเรื่องทางนี้เลย”ซูซวงคลี่ยิ้มอย่างยินดี “เช่นนั้นประเดี๋ยวข้าจะเขียนลำดับขั้นตอนโดยละเอียดให้ท่านอีกครั้ง เพื่อลดข้อผิดพลาดนะเจ้าคะ”“ขอบใจเจ้ามากจริงๆ” ไป๋เล่อตอบรับด้วยความซาบซึ้งซูซวงลงมือทานอาหารต่อพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ปิดความตื่นเต้นไว้ไม่มิด “ข้าตื่นเต้นเหลือเกินเจ้าค่ะ ทั้งรองเท้าน้ำแข็ง ทั้งสกี และไหนจะเรื่องแก้วพวกนี้อีก... หากทำออกมาได้จริง พวกมันต้องเป็นสิ่งที่วิเศษมากแน่ๆ”“ข้าเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้เจ้า...” ไป๋เล่อวางตะเกียบลง แววตาม
หมายตา 16 เมื่อขี่จักรยานมาจนถึงเนินสูงที่เป็นจุดชมวิวภาพเบื้องหน้าก็ทำให้ซูซวงถึงกับลืมหายใจ... ท้องฟ้ากว้างไกลถูกอาบด้วยสีส้มทองสลับกับริ้วสีม่วงครามขจี แสงสุดท้ายของดวงตะวันกำลังค่อยๆ จมลงลับยอดเขาไกลโพ้น ทิ้งไว้เพียงเงาร่างของทิวไผ่ที่พริ้วไหวล้อไปกับลมเย็นยอดหญ้าซูซวงหยุดจักรยาน แล้วก้าวเดินไปยืนริมหน้าผาจำลองอย่างแผ่วเบา สัมผัสของลมที่ปะทะใบหน้าและเสียงนกร้องเรียกเข้ารัง ทำให้หัวใจที่เคยตึงเครียดของนางค่อยๆ ผ่อนคลายลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนนางยืนนิ่งพินิจดูความงดงามของธรรมชาติอยู่นาน ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมาพร้อมรอยยิ้มจางๆ ความรู้สึกสายหนึ่งผุดขึ้นมาในใจอย่างประหลาด... แม้นางจะข้ามมิติมาอยู่ที่นี่เพียงไม่กี่วัน ทว่าช่วงเวลานี้กลับเป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกว่าตนเอง “พึ่งได้เริ่มใช้ชีวิต” อย่างแท้จริงนางไม่ได้มองดูดวงตะวันตกดินอย่างจริงจังเช่นนี้มานานเท่าใดแล้วนะ...ที่นี่... ท่ามกลางวงล้อมของป่าไผ่และละอองแดดอันอ่อนละมุนนี้ คล้ายกับว่านางได้พบเจอ ‘บางสิ่งที่ขาดหายไป’ มันคือความสงบสุขที่เรียบง่ายที่สุดซึ่งนางเคยหลงลืมไปเสียสนิท ท่ามกลางจังหวะชีวิตที่เร่งรีบและวุ่นวายใน
หมายตา 15ซูซวงเอ่ย“ข้าขอเสียมารยาท...ปรับแก้ลายเส้นสักเล็กน้อยนะเจ้าคะ”“ย่อมไม่มีปัญหา...” ไป๋เล่อเอ่ยให้ความมั่นใจอีกฝ่ายเผยกู้หยางย่อมมิขัดข้อง เขาขยับถอยออกมาเล็กน้อยเพื่อให้พื้นที่แก่นาง ทั้งสองช่วยกันปรับแก้ลายเส้นและสัดส่วนของแบบร่างอยู่ครู่ใหญ่ โดยมีไป๋เล่อคอยช่วยประคองกระดาษและลุ้นอยู่ไม่ห่างเมื่อฝีแปรงสุดท้ายหยุดลง ซูซวงจึงถอยออกมาพินิจผลงานที่ได้รับการแก้ไขจุดรับน้ำหนักและส่วนโค้งจนสมบูรณ์ นางคลี่ยิ้มอย่างพอใจก่อนจะหันไปเอ่ยกับทั้งคู่“หากช่างฝีมือสามารถทำออกมาได้ตามแบบนี้สักเก้าส่วน ก็นับว่าดีมากแล้วเจ้าค่ะ” น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความมั่นใจเพราะแบบร่างที่ปรับแก้นี้ได้รวมเอาทั้งความรู้เรื่องกายวิภาคของหมอ และสัญชาตญาณของนักกีฬาเข้าไว้ด้วยกัน หากทำได้จริงตามที่นางร่างไว้ ไม่ว่าจะเป็นยอดเขาสูงหรือผิวน้ำแข็งที่เยียบเย็น ก็มิอาจเป็นอุปสรรคอีกต่อไปเผยกู้หยางรับม้วนภาพที่สมบูรณ์แล้วขึ้นมาพิเคราะห์ด้วยความพึงใจ ก่อนจะหันไปส่งให้องครักษ์ข้างกายพลางกำชับเสียงเรียบ “เร่งส่งภาพนี้ไปให้ตระกูลหลี่ บอกพวกเขาว่าให้เริ่มลงมือตามนี้ทันที”เมื่อเห็นว่าภารกิจทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ไ
หมายตา 14 หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่สถานกักกัน ซูซวงก็เดินทางกลับมาถึงจวน ทว่าในขณะที่กำลังก้าวเท้าลงจากรถม้าอาเหมยสาวใช้คนสนิทของพระชายาก็มาดักรออยู่ก่อนแล้ว “เรียนท่านหมอซู พระชายาเชิญท่านไปร่วมดื่มชาที่ศาลาหยกเจ้าค่ะ”ซูซวงเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ แต่ก็พยักหน้ารับ “ลำบากเจ้านำทางไปเถอะ”ในขณะที่ซูซวงก้าวเดินตามอาเหมยไปเผยอี้หลางที่เดินทางกลับมาพร้อมกันกลับมิตรงไปยังเรือนของตนเอง เขายังคงเดินตามหลังนางไปติดๆ แววตาคมกริบฉายแววฉงนสงสัย ‘ท่านแม่มีเรื่องด่วนอันใด ถึงได้มารอพบหมอซูทันทีที่กลับถึงจวนเช่นนี้’เมื่อซูซวงเดินมาถึงศาลาหยก ไม่ทันที่สาวใช้จะได้เอ่ยปากรายงาน ไป๋เล่อที่รออยู่ก่อนแล้วก็ก้าวออกมารับด้วยสีหน้ากระตือรือร้น“คารวะพระชายาเจ้าค่ะ” ซูซวงย่อกายลงอย่างนอบน้อม ต่อหน้าผู้อื่นกิริยามารยาทจะบกพร่องมิได้แม้เพียงนิด นางเข้าใจหลักการข้อนี้เป็นอย่างดีเพื่อมิให้ผู้ใดนำไปเป็นข้อครหาเผยอี้หลางที่เดินตามหลังมาติดๆ ก้าวขึ้นมาเบื้องหน้าพลางประสานมือ “คารวะเสด็จแม่”ไป๋เล่อเงยหน้ามองบุตรชายครู่หนึ่ง ก่อนจะคลี่ยิ้มบางแล้วเอ่ยขึ้น “อี้หลาง... เจ้ากลับมาเหนื่อยๆ ทั้งวันแล้ว ไปพ
หมายตา 6ซูซวงพยักหน้าเข้าใจในสัจธรรมของโลกใบนี้ดี ในช่วงที่ทรัพยากรและกำลังคนมีจำกัด สิ่งของล้ำค่าหรือหยูกยาที่ดีที่สุดมักถูกเลือกใช้กับผู้ที่มีโอกาสรอดชีวิตมากกว่า ทว่าสำหรับนางที่มี "คลังยา" ส่วนตัวนั้นเกณฑ์การตัดสินใจย่อมต่างออกไป“ไม่ต้องห่วง... คนข้างในยังมีโอกาสรอด” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนั
หมายตา 5พอซูซวงเดินออกมาก็เอ่ย“เชิญคุณชายใหญ่นำทางเจ้าค่ะ” นางเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบางๆ อี้หลางพยักหน้าเล็กน้อย ท่าทางของเขาดูสุขุมและแฝงความเย็นชา ซูซวงรู้สึกขัดเขินที่ให้ชายหนุ่มมาเป็นคนคุ้มกัน เพียงก้าวเดินมาได้ไม่ไกลก็พบรถม้าที่จอดรอรับอยู่ก่อนแล้วซูซวงรีบก้าวขึ้นรถม้าอย่างแคล่วคล่องโดย
หมายตา 4ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูเรือนพัก ซูซวงก็ต้องชะงักกึกเมื่อพบร่างสูงโปร่งของ เผยอี้หลาง ยืนตระหง่านดักรออยู่ใต้ร่มไม้ประหนึ่งขุนเขาแสงแดดยามเช้าตกกระทบใบหน้าคมคายทำให้เขาดูเคร่งขรึมทว่าสง่างามจนนางเผลอใจสั่น“คารวะคุณชายใหญ่... ท่านมารอพบข้าหรือเจ้าคะ?” ซูซวงเอ่ยถามพลางปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
หมายตา 3 ทำงานหนักตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แบกรับความกดดัน แข่งขันไม่รู้จบ ต่อให้พยายามเพียงใด นางก็ยังเป็นเพียงคนธรรมดาในชนชั้นกลาง…ต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ดิ้นรนกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นทุกปีไม่รู้ว่าเงินรางวัลที่ได้ หลังทำภารกิจสำเร็จ นางจะมีชีวิตผ่อนคลายไปได้กี่เดือน กี่ปีเมื่อเห็นสีหน้าที่ดูเ






reviewsMore