เข้าสู่ระบบคืนนั้น หลังจากกลับถึงห้องพักฟื้นส่วนตัว ชั้น 8 ของโรงพยาบาลเอกชนที่เงียบสงบแสงไฟสลัวสีเหลืองนวลจากโคมข้างเตียงสาดลงมาอย่างอ่อนโยน ปกคลุมร่างเล็กของขนมที่นอนหลับสนิทบนเตียงผู้ป่วยข้างกายเธอ คาแนล…ขนมหวานตัวน้อย…นอนขดตัวอยู่ในอ้อมแขนแม่ แก้มแดงระเรื่อ ริมฝีปากจิ๋วขยับเบา ๆ ราวกับกำลังฝันดีขนมหายใจแผ่วสม่ำเสมอ ผมยุ่งเหยิงแต่ยังสวยงามในสายตาเขากันต์นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง มือใหญ่ประสานกันวางบนตัก เขาไม่ได้หลับตาแม้แต่นิดเดียวสายตาคมกริบที่เคยมองแผนผังอาคารสูงระฟ้า มองงบประมาณโครงการพันล้าน คืนนี้กลับดูอ่อนโยนจนไม่เหมือนซีอีโอที่ดูเย็นชาและแข็งกระด้างแม้แต่นิดเดียวเขามองภาพตรงหน้า เมียกับลูกนิ่ง และนาน ราวกับกลัวว่า ถ้าเผลอกะพริบตา ภาพงดงามที่สุดในชีวิตจะหายไปแล้วเขาก็กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่า“พี่เคยสร้างบ้านมาหลายหลัง… คฤหาสน์ริมน้ำ โครงการหรูใจกลางเมือง คอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม”“แต่ไม่มีหลังไหนเลย…ที่ทำให้พี่รู้สึกถึงความอบอุ่น ความรัก และความสุขได้เท่ากับหลังที่มีภรรยากับลูกของพี่อยู่เลย”เขายกมือขึ้น ลูบผมเปียกเหงื่อของขนมเบา ๆ นิ้วโป้งไล้ลงมาตามแนวโหนกแก้มที่ยังแดงระเรื
🌸 วันคลอด – ห้องผ่าตัดคลอด ชั้น 7 โรงพยาบาลเอกชนใจกลางกรุงเทพฯห้องคลอดสว่างจ้าด้วยแสงไฟ LED สีขาวเย็น แสงนั้นสะท้อนบนเครื่องมือแพทย์ที่วางเรียงราย เสียงเครื่องวัดชีพจรดังติ๊ด ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผสมกับเสียงหายใจหอบถี่ของขนมที่ดังขึ้นทุกครั้งที่เจ็บท้องเธอบีบมือกันต์แน่น แม้เขาจะเจ็บแต่ก็อดทนเพื่อเมียได้เสมอ“พี่กันต์…หนูเจ็บมากกกก ฮืออออ…”เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นบนหน้าผาก ผมเปียกชุ่มติดกับแก้ม ขนมกัดฟันแน่น น้ำตาไหลพรากโดยไม่รู้ตัวกันต์ยืนข้างเตียง ไม่ขยับไปไหนแม้แต่นิ้วเดียว ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยสุขุมเย็นชา ตอนนี้ซีดเผือดกว่าคนคลอดเสียอีก ปากแห้งผาก แต่สายตายังคงมองที่เธอ ไม่เคยละสายตา“เก่งที่สุดเลยครับคนดี…อีกนิดเดียวแล้ว พี่อยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหนทั้งนั้น”เขาก้มลงจูบหลังมือที่เธอบีบแน่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ริมฝีปากร้อนสั่นเล็กน้อย แต่เสียงเขาพยายามนิ่ง พยายามเข้มแข็งเพื่อเธอ“หายใจเข้าลึก ๆ นะครับ…ตามที่หมอบอก เก่งมาก เก่งที่สุดในโลกเลย”และแล้ว…หลังจากการเบ่งครั้งสุดท้ายที่เหมือนจะใช้พลังทั้งหมดของชีวิต เสียงร้องแหลมเล็กใสกังวานก็ดังขึ้นก้องห้องแว้! แว้! แว้!โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนชั่ว
หลังจากรู้ว่ามีอีกหนึ่งหัวใจเต้นอยู่ในร่างเล็กของเธอ ชีวิตของขนมก็เปลี่ยนไปทันทีไม่ใช่เพราะอาการแพ้ท้องที่เริ่มมาเป็นระลอก ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้าที่เพิ่มขึ้นทุกวัน แต่เพราะสามีของเธอคนนี้…เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง“วางไว้ครับ พี่ทำเอง”“เดี๋ยวพี่ถือให้”“เดินช้า ๆ นะครับ พื้นมันลื่น”แม้แต่แก้วน้ำหนึ่งใบ เขายังรีบลุกไปหยิบให้ก่อนที่เธอจะทันลุกจากโซฟา มือใหญ่ประคองหลังเธอทุกครั้งเวลาลุกขึ้น ราวกับกลัวแรงสั่นสะเทือนเพียงนิดเดียวจะกระทบถึงเจ้าตัวเล็กในท้องขนมหัวเราะเบาๆ ทั้งเอ็นดูทั้งเขินหน้าแดง“พี่คะ…หนูยังเดินเองได้นะคะ”กันต์หันขวับมามองเธอ ขมวดคิ้วทันที“เดินได้กับควรเดิน มันคนละเรื่องครับคุณแม่”น้ำเสียงนิ่ง สุขุม เรียบเฉยเหมือนกำลังอธิบายงาน แต่แววตาจริงจังจนขนมเถียงไม่ออก ได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วนั่งลงตามคำสั่งโดยไม่รู้ตัวคืนหนึ่งเธอแค่เอื้อมมือจะหยิบรีโมต“พี่หยิบให้”“พี่คะ รีโมตอยู่ข้างตัวหนู…”“ก็พี่อยู่ใกล้กว่า”ทั้งที่จริงเขานั่งอยู่อีกฝั่งโซฟา ห่างจากรีโมตไปไกลกว่าตัวเธอเสียอีกขนมได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินอ้อมโต๊ะมาอย่างตั้งอกตั้งใจ ก่อนจะยื่นรีโมตให้ด้วยท่าทีเหมือนก
หลังแต่งงาน ชีวิตของกันต์กับขนมไม่ได้หวือหวาเหมือนในข่าวที่เป็นกระแสในโซเชียล มีแต่ความเรียบง่ายที่ค่อย ๆ ซึมลึกเหมือนน้ำผึ้ง…หวานช้า ๆ แต่มั่นคงทุกเช้า กลิ่นกาแฟดำเข้มลอยคลุ้งจากแก้วของเขา ตัดกับกลิ่นโกโก้อุ่นรสหวานนุ่มในมือเธอ แสงแดดอ่อนส่องผ่านผ้าม่านบาง กระทบเส้นผมของขนมเป็นประกายสีน้ำตาลอ่อนกันต์มักเดินเข้ามาจากด้านหลัง โอบกอดเธอหลวม ๆ เอาคางเกยไหล่เล็ก“ตื่นเช้าทุกวันไม่เหนื่อยเหรอครับคุณเมีย”“ไม่เหนื่อยค่ะ…มีคนชงโกโก้ให้ทุกวันนี่นา”เสียงหัวเราะเบา ๆ คลอไปกับเสียงช้อนกระทบกัน และอ้อมกอดจากด้านหลังที่เขาไม่เคยลืมให้เธอเลยแม้แต่วันเดียวแต่ช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาเริ่มสังเกตเห็นบางอย่างเธอกินเก่งขึ้น ง่วงนอนง่ายกว่าปกติ บางวันอารมณ์แปรปรวนเร็วจนน่าเอ็นดูจนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง ขนมนั่งพิงโซฟา มือบางแตะหน้าผากเบา ๆ สีหน้าซีดกว่าปกติเล็กน้อย“พี่…ช่วงนี้หนูเวียนหัวบ่อยจังเลยค่ะ”กันต์ที่กำลังอ่านเอกสารชะงักทันที หน้าเอกสารเปิดค้างไว้แบบนั้น ดวงตาคมหันมามองเธอทันที“เวียนหัวแบบไหนครับ หน้ามืดมั้ย ปวดหัวหรือเปล่า เหนื่อย หรือหายใจลำบากมั้ย หัวใจเต้นแรงหรือเปล่า?”คำถามรัวเร็วจนเ
“หิวสิครับ” เขาตอบเสียงทุ้มต่ำ...ทั้งที่น้ำเสียงพร่าปนกับลมหายใจฟืดฟาดที่ดังขึ้นราวกับกำลังกลั้นอะไรบางอย่างเอาไว้แววตาคมเข้มของกันต์วูบไหวเล็กน้อย สะท้อนแสงไฟจากเมืองด้านนอกที่ทะลุผ่านกระจกเข้ามา“พี่หิวมาก อยากกินขนม...”ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาแนบลงข้างลำคอขาวเนียนเบาๆ ก่อนจะลากไล้ต่ำลงช้าๆ อย่างจงใจ ประทับรอยจูบแผ่วเบาที่ทำให้ขนมต้องหลับตาปี๋ รู้สึกเสียวซ่านวูบวาบไปทั้งตัวผิวขาวอมชมพูของเธอขึ้นรอยแดงจางๆ จากการสัมผัสนั้น กันต์สูดกลิ่นกายหอมหวานของเธอเข้าปอดลึกๆ ราวกับไม่เคยพอ หัวใจเขาเต้นแรงจนแทบจะทะลุอกออกมา“วันนี้...แต่งตัวสวยขนาดนี้ ใครอนุญาตครับ?”เสียงทุ้มของเขาลดต่ำลงอีกขณะที่มือใหญ่เลื่อนขึ้นไปตามแนวกระดูกสันหลังของเธอผ่านเนื้อผ้าบาง ปลายนิ้วกดลงเบาๆ ที่จุดอ่อนไหวตรงกลางหลัง ทำให้ขนมต้องกัดริมฝีปากกลั้นเสียงครางที่เกือบหลุดออกมา“ก็...ก็แค่งานสัมมนา...นี่คะ”เธอตอบเสียงสั่น สายตาหวานหลุบต่ำลงมองพื้นกระจกสะท้อนแสง แต่กลับถูกมืออีกข้างของเขาเชยคางขึ้นให้สบตากันตรงๆ แววตาของกันต์ตอนนี้เต็มไปด้วยเพลิงปรารถนาที่คุกรุ่น ร้อนแรงยิ่งกว่าแสงไฟนีออนจากเมืองด้านล่าง“งั้นคืนนี้พี่จะ
ทันใดนั้น เสียงรองเท้ากระทบพื้นก็ดังใกล้เข้ามา พร้อมเสียงแซวแหบ ๆ ที่ทำให้ขนมสะดุ้งรีบผละออกจากอ้อมอกของกันต์แทบไม่ทัน“โอ๊ยยย พ่อขาาาาา แม่จ๋าาาาา~ พอแล้วค่ะลูกกกกก!”เสียงของมิวดังมาก่อนตัว เจ้าตัววิ่งมาอย่างรวดเร็วพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ข้าง ๆ กันนั้นราวินเดินตามมาพร้อมใบหน้าขึงขัง แต่มีแววขำกลิ้งซ่อนอยู่ในดวงตา“ไอ้คุณเพื่อนครับ ถ้ามึงยังไม่กลับไปเซ็นสัญญา สปอนเซอร์จะหายหมดแล้วนะครับคุณมึง”กันต์ถอนหายใจยาวอย่างคนที่ถูกขัดใจ ขณะที่ขนมก้มหน้าซบไหล่เขาแน่น แก้มแดงจัดอย่างเห็นได้ชัดมิวแกล้งเบะปากอย่างสุดฤทธิ์“หนูเข้าใจนะว่ารักกัน แต่อย่างน้อย...เลือกที่หน่อยเถอะโว้ยคุณพี่ คนเขาเดินผ่านกันจะทั้งตึกแล้วเนี่ย!”กันต์ยกมือขึ้นลูบหัวขนมเบา ๆ ก่อนหันกลับไปพยักหน้าให้ราวิน“โอเค กลับไปเคลียร์งานก่อนก็ได้...แต่คืนนี้ ห้ามปวดหัว ห้ามหลับก่อนพี่เด็ดขาด เข้าใจมั้ยครับเมีย”“พี่กันต์!”ขนมร้องเสียงหลง หน้าแดงจัดจนมิวถึงกับยกแฟ้มขึ้นปิดหน้า หัวเราะคิก“ดูท่าคืนนี้...คงมีใครงอแงไม่ได้นอนอีกแล้วแน่ ๆ”มิวแอบกระซิบกับราวิน จนทั้งคู่หลุดขำออกมา ก่อนที่ราวินจะพูดต่ออย่างมีเลศนัย“อย่าเพิ่งไปแซวคนอื่นค







