LOGINหลังเรียนเสร็จนินิวก็รีบหยิบมือถือขึ้นมาดูทันที ข้อความที่ส่งไปหาสกายถูกอ่านแต่เขาไม่ได้ตอบกลับ เขาอาจจะยุ่งอยู่หรือไม่ก็มีธุระที่สำคัญ เธอไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะตอบหรอก แต่พอเขาเงียบไปก็อดน้อยใจไม่ได้ สรุปแล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าซันอยู่ไหน
กำลังจะเดินออกจากคณะ จู่ ๆ ก็มีข้อความเด้งขึ้นมา นินิวรีบเปิดอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าเป็นข้อความจากสกาย ที่แท้เขาก็ติดธุระอยู่ก็เลยไม่ได้ตอบกลับในตอนนั้น ตอนนี้ตอบกลับมาแล้วนั่นแปลว่าเขาก็ไม่ได้เพิกเฉยกับข้อความของเธอ
แต่ทว่าข้อความที่ส่งมา กลับไม่ใช่อย่างที่เธอคิด
Sky : วันนี้เราคงไม่ได้ไปส่งนิวที่หอ ขอโทษด้วยนะ
...เขาคงติดธุระจริง ๆ นั่นแหละ...
Ninew : ไม่เป็นไร
ตอบกลับไปแต่เขากลับไม่อ่าน รออยู่ประมาณห้านาทีข้อความที่ส่งไปก็ยังนิ่งเหมือนเดิม เขาคงยุ่งมากจริง ๆ
หญิงสาวพ่นลมหายใจเสียงดังแล้วคิดตำหนิตัวเองในใจ
...นี่เราคาดหวังอะไรอยู่เนี่ย...
ทางด้านของสกาย
หลังจากที่ซันหลับไป สกายยังนั่งดื่มต่อภายในห้องนั้น สายตาคมเหลือบมองซันสลับกับใช้ความคิดในหัว
นั่งดื่มอยู่นานจนเริ่มเมาได้ที่ มองนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าถึงเวลาต้องไปรับนินิว แต่จะไปรับเธอได้ยังไงในเมื่อเขาอยู่ในสภาพนี้ ขืนไปให้เธอเห็นหญิงสาวได้รู้กันพอดีว่าเขาโดดเรียนมากินเหล้า
หยิบมือถือเพื่อส่งข้อความไปบอกเธอว่าไปรับไม่ได้ แต่เธอยังไม่ทันได้ตอบมือถือของเขาก็ดันมาแบตหมดเสียก่อน
สายชาร์จของซันก็เป็นคนละรุ่นกัน จะเอามือถือของซันโทรไปบอกก็ไม่ได้ ขืนนินิวรู้ว่าอยู่ด้วยกันมีหวังงานเข้าแน่ ๆ
เขย่ามือถือแรง ๆ หลายครั้งแล้วลองเปิดเครื่องอีกรอบ
“แม่งเอ้ย! มาหมดอะไรตอนนี้วะ”
เขาสบถออกมาอย่างหัวเสีย
เช้าวันต่อมา
ซันตื่นขึ้นในช่วงสายของวัน เพราะวันนี้เป็นวันหยุดซันจึงไม่ต้องกระเสือกกระสนพาสมองที่หนักอึ้งตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้า ความจริงเขาก็อยากจะนอนต่อให้นานกว่านี้อีกสักหน่อย แต่ทว่าต้องลุกขึ้นในทันทีหลังจากที่สกายโทรมาบอกเขาว่ากำลังจะพานินิวมาหา
สภาพห้องเละเทะ กระป๋องเบียร์ก็ยังวางเกลื่อนกลาดเต็มพื้นห้อง ถ้าเพื่อนสาวมาเห็นเข้าเขาได้โดนด่าเละแน่
ซันรีบทำความสะอาดห้องและเก็บหลักฐานใส่ถุงดำขนาดใหญ่ ก่อนจะหอบหิ้วลงไปทิ้งยังถังขยะด้านล่างด้วยความทุลักทุเล
“ซัน”
นินิวเอ่ยขึ้นระหว่างที่เจอกับซันโดยบังเอิญตรงหน้าบันไดขึ้นหอ ซันสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ คนร้อนตัวเหงื่อตกตัวสั่นเล็กน้อย นัยน์ตารีเรียวกลอกกลิ้งไปมาราวกับคนทำความผิดแล้วกลัวถูกจับได้
ในชีวิตนอกจากแม่แล้วก็มีแค่นินิวนี่แหละที่เขารู้สึกกลัวเวลาทำความผิด เห็นหญิงสาวเป็นคนนิ่ง ๆ แบบนี้เวลาดุน่ากลัวชะมัด ดีนะที่ทิ้งหลักฐานไปหมดแล้ว...ฉิวเฉียดสุด ๆ
“อะ...อ้าว พวกแกมาได้ไงเนี่ย”
ทำหน้าไขสือพร้อมทั้งยิ้มเจื่อนให้เพื่อน ก่อนจะแกล้งถามออกไปราวกับไม่ได้เตรียมการกับสกายมาก่อน
“ก็นิวเป็นห่วงมึงอะดิ เห็นนิวบอกว่าเมื่อวานมึงไม่ได้ไปเรียน” กายพูด
“ทำไมเมื่อวานแกไม่ไปเรียนวะซัน โทรหาก็ไม่รับ ส่งข้อความมาหาก็ไม่อ่าน รู้ไหมว่าพวกฉันเป็นห่วงแกมากแค่ไหน ถ้าเมื่อวานไม่ติดว่าต้องไปทำรายงานกลุ่ม ฉันกับหลินมาตามแกถึงหอแล้ว”
นินิวร่ายยาวด้วยความเป็นห่วง ใบหน้าสวยจ้องมองเพื่อนสนิทที่มีสีหน้าซีดเซียวใต้ตาดำคล้ำราวกับคนป่วย
“พอดีเมื่อวานปวดหัวนิดหน่อย พอกินยาเข้าไปก็หลับทั้งวันเลย ตื่นมาอีกทีก็ใกล้จะเช้าแล้ว ขอโทษนะที่ทำให้แกเป็นห่วง”
โกหกนินิวออกไป ไม่อย่างนั้นได้โดนดุแน่ถ้าให้เธอรู้ความจริง โชคดีนะที่คิดคำแก้ตัวเอาไว้ก่อนเลยตอบคำถามหญิงสาวได้อย่างลื่นไหล ขืนติดขัดนิดเดียวโดนนินิวจับได้แน่ ๆ เพื่อนสาวของเขายิ่งฉลาดเป็นกรดอยู่ด้วย
หญิงสาวมองหน้าซันอีกครั้ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจ้องเขม็งราวกับจับผิด ชายหนุ่มรู้สึกเสียวสันหลังวูบวาบอย่างบอกไม่ถูก ใบหน้าเลิ่กลั่กรีบเบือนหนีไปอีกทางราวกับหวาดกลัว
“ไม่ได้โกหกใช่ไหม”
“บ้าเหรอไอ้นิว ฉันจะโกหกแกทำไม”
ตอบหญิงสาวเสียงสูง ก่อนจะรีบเอียงตัวหนี
หญิงสาวพยักพเยิดหน้าราวกับเข้าใจ ก่อนจะละสายตาจากซันในทันทีที่เสียงมือถือของเธอดังขึ้น เธอกดรับสายแล้วเดินเลี่ยงไปคุยโทรศัพท์อีกทาง
สองสหายรีบขยับเข้ามายืนชิดกันแล้วกระซิบกระซาบ
“มึงเก็บห้องเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” สกายเอ่ยถาม
“ก็เออดิ แล้วมึงอะ กูบอกให้ถ่วงเวลานิวไว้แค่นี้ทำไมทำไม่ได้วะ”
“ก็นิวบอกเป็นห่วงมึงเลยจะรีบมาดู กูชวนแวะกินข้าวก่อนก็ไม่ยอม”
“เกือบไปแล้วไหมล่ะ ดีนะที่กูเป็นคนทำอะไรรวดเร็ว”
“แต่เมื่อกี้มึงเกือบหลุด”
“ก็นิวเล่นจ้องจับผิดขนาดนั้น ใครมันจะไปกล้าสบตาวะ ว่าแต่มึงเถอะ เมื่อวานปล่อยกูนอนบนพื้นหนาวก็หนาว จะหามกูขึ้นไปนอนบนเตียงหน่อยก็ไม่ได้”
“สมน้ำหน้า เมื่อวานเสือกกวนตีนกู”
“กูไปกวนตีนอะไรมึง”
“ก็เมื่อวานมึงพูดว่า...”
“กระซิบอะไรกันน่ะ”
สกายเดินตรงปรี่ไปหาหลินทันทีที่เห็นเธอยืนอยู่กับซัน เขามองซ้ายมองขวาเพื่อหาอีกคนแต่ก็ไม่พบจึงรีบเอ่ยถาม“หลิน! นิวล่ะ”“ไอ้นิวไม่ได้มาอะ แต่มันฝากนี่มาให้”ยื่นกล่องขนมเค้กที่หญิงสาวเป็นคนทำให้กับเจ้าของวันเกิด แม้จะรู้สึกไม่พอใจสกายเป็นอย่างมากแต่หลินก็ต้องเก็บอาการเอาไว้ ยังไงนินิวก็จะตัดใจจากสกายอยู่แล้ว การที่เพื่อนสาวของเธอมาเห็นภาพบาดตาบาดใจแบบนี้มันก็อาจจะช่วยให้นินิวตัดใจได้เร็วขึ้นแต่ทว่าคนที่เพื่อนสาวของเธอพยายามจะตัดใจกลับดูร้อนรนจนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว“นิวอยู่ไหนหลิน”“แกจะถามทำไมกาย”“ฉันถามว่านิวอยู่ไหน”ใช้เสียงเข้มเอ่ยถามหลินแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ใบหน้าหล่อเหลาดุดันราวกับไม่ใช่เขาหลินยืนอึ้งตาค้างเมื่อเห็นท่าทียามโมโหของสกาย แค่บอกว่านินิวไม่ได้มา ทำไมเขาต้องโกรธขนาดนี้“อยู่คอนโดฉัน”หลินหลุดปากบอกอย่างง่ายดายพร้อมกับยื่นคีย์การ์ดให้ชายหนุ่มราวกับโดนสะกดจิตหลังจากหลินพูดจบสกายก็ตั้งท่าจะออกจากผับทันที เขาไม่ฟังเสียงคัดค้านของซันเลยสักนิด“ไอ้กาย มึงจะไปไหน แล้วงานวันเกิดมึงล่ะ”“ช่างแม่งดิ”“มึงเป็นเชี่ยอะไรวะ แค่นินิวไม่อยู่มึงจะเป็นจะตายเลยรึไง”สกายหยุดชะงัก
ผ่านมาหลายวันแล้วที่นินิวพยายามหลบหน้าสกาย บางครั้งดูเหมือนว่าชายหนุ่มจงใจมาดักรอเธอ แต่เธอก็ทำทีเป็นไม่ว่างแล้วขอตัวไปทำนั่นทำนี่อยู่เสมอเขาเองก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะดูไม่ออกว่าเธอพยายามหลบหน้าหลบตา ตอนนี้สกายรู้สึกงงไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้นกับความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเพื่อนสาว@คณะทันตแพทย์เพื่อนสนิทสามคนนั่งคุยกันอยู่ที่หน้าตึกคณะ ในบทสนทนากำลังพูดถึงเรื่องงานวันเกิดของสกายที่จะมีขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า สกายย้ำนักย้ำหนาว่าเพื่อนทุกคนต้องมา โดยเฉพาะนินิว เขาย้ำกับซันเป็นพิเศษว่ายังไงต้องพานินิวมาให้ได้สองวันต่อมา@ผับหรูของน็อตสกายเลือกจัดงานวันเกิดในผับของรุ่นพี่คนสนิท เพราะนอกจากจะส่วนตัวแล้วราคายังเป็นกันเองอีกด้วยเขาจองห้องวีไอพีเอาไว้ถึงสองห้องเพื่อรองรับเพื่อน ๆ ที่เขาเชิญมาร่วมสังสรรค์ ซึ่งจะมีทั้งเพื่อนในคณะ เพื่อนต่างคณะ รุ่นพี่ที่เขารู้จัก และยังมีรุ่นน้องที่สนิทของเขารวมถึงน้องรหัสคนสวยอย่างไอริน ที่วันนี้ใส่ชุดมินิเดรสสีชมพูหวานแหววแต่เปิดโชว์แผ่นหลังดูเซ็กซี่สุด ๆเมื่อมาถึงในงานรุ่นน้องสาวก็เดินวนเวียนอยู่ข้าง ๆ สกายไม่ไปไหน ทำตัวราวกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาอย่างไรอย่างนั
เขียนเสร็จก็หันหน้ามาหานินิว เธอยิ้มดีใจเมื่อเห็นว่าเป้าหมายเริ่มมีความเป็นไปได้“ข้อต่อไปเลย”“ข้อสุดท้าย หาคนใหม่มาดามใจ”นินิวชะงักไปเมื่ออ่านวิธีสุดท้ายจบ คิ้วเรียวขมวดขึ้นราวกับมีความกังวลในใจ จะให้เธอทำยังไงก็ได้แต่การหาคนใหม่มาดามใจเธอไม่อยากทำจริง ๆ ไม่ใช่ว่าไม่อยากลืมสกาย แต่เพราะไม่อยากดึงคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง หากคนใหม่มารู้เข้าในภายหลังมันจะทำให้เขาเสียความรู้สึก“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นวะ เท่าที่อ่านมาข้อนี้น่าจะได้ผลดีนะเว้ย เผลอ ๆ ฉันว่าอาจจะได้ผลกว่าทุกข้อที่ผ่านมาเลยก็ได้”“ฉันไม่อยากใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือว่ะ”หลินเดินมานั่งลงข้าง ๆ มือข้างหนึ่งกุมมือของนินิวเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างจับใบหน้าสวยให้หันมามองนัยน์ตาของเธอ ก่อนจะคลี่ยิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยกับนินิว“แล้วถ้ามีคนเขาเต็มใจให้แกใช้เป็นเครื่องมือล่ะ แกจะตกลงไหม”นัยน์ตาสวยจ้องนิ่งไปที่ใบหน้าเพื่อนสนิท เธอไม่เข้าใจที่หลินพูดเลยสักนิด ใครเขาจะยอมทำเรื่องบ้าบอแบบนั้นกัน“บ้าเหรอแก ไม่มีหรอก”พูดพลางขยับตัวไปพิงที่หัวเตียง เธอไม่อยากเชื่อคำพูดของหลิน“มีสิ แกจำพี่เตวิทย์พี่รหัสฉันได้ไหม”หลินขยับตัวมานั่งข้าง ๆ แล้วรีบเสนอชื่อ
อ่านออกเสียงแล้วหันมามองหน้าเพื่อนสาว หลินพยักหน้าให้เธอประมาณว่าบทความนี้น่าสนใจ นินิวละสายตาจากเพื่อนแล้วหันกลับไปสนใจหน้าจออีกครั้งหลังจากนั้นก็เริ่มอ่าน‘เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์ความรักที่ดูไม่น่าจะสมหวัง ทั้งการแอบชอบคนที่มีเจ้าของแล้ว หลงรักคนที่อยู่ในสถานะไกลเกินเอื้อม แฟนเก่าที่เราแอบหวังให้กลับมา หรือแม้แต่การแอบรักเพื่อนสนิทที่ไม่สามารถเลื่อนสถานะเป็นมากกว่านั้น ซึ่งตัวคุณเองก็รู้ดีว่าการตัดใจคือหนทางที่ดีที่สุด แต่แน่นอนว่าการตัดใจจากคนที่ชอบไม่ได้ทำกันง่าย ๆ วันนี้เรามีเคล็ดลับดี ๆ มาฝากชาวนกทุกคน อาจไม่ถึงกับลบเขาออกไปจากใจได้ในทันที แต่รับรองว่าคุณจะค่อย ๆ ลอยขึ้นจากภาวะดิ่งในความรักและสตรองขึ้นในที่สุดแน่นอนค่ะ’อ่านบทนำของบทความแล้วรู้สึกฮึกเหิมอย่างบอกไม่ถูก นินิวหันมาพยักหน้าให้เพื่อนแล้วเริ่มอ่านต่อทันที“ข้อหนึ่ง พยายามไม่คุยกับเขา” นินิวอ่าน“ถ้าอย่างนั้นตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปแกต้องเริ่มห่างจากสกาย ไม่พูด ไม่คุย ไม่เข้าใกล้ ไม่มองหน้า หรือไม่ต้องเจอได้เลยยิ่งดี เพราะถ้าแกยังทำตัวปกติกับมันอยู่ยังไงชาตินี้แกก็ตัดมันไม่ได้หรอก”หลินอธิบายยาวเหยียด“แล้วมันจะไม่
“ฉันว่าฉันจะตัดใจแล้วว่ะ”พูดขึ้นหลังจากตัดสินใจอย่างแน่วแน่“ถ้าแกตัดใจจากมันได้ก็ดี แต่เจอหน้ากันทุกวันอย่างนี้แกจะทำได้เหรอนิว กายมันไปรับไปส่งแกทุกวันนะเว้ย”“ต่อไปนี้ฉันว่าจะไม่ให้กายไปรับไปส่งฉันอีกแล้ว”“แล้วแกจะบอกกับมันยังไง มันจะยอมเหรอ”“ฉันเลยต้องขอความช่วยเหลือจากแกไง”จ้องมองใบหน้าหลินแล้วกุมมือเธอเอาไว้ทั้งสองข้างราวกับวิงวอน“แกจะให้ฉันช่วยยังไง”“ช่วงนี้ฉันขอไปนอนกับแกได้ไหม ฉันจะได้อ้างได้ว่าฉันไปกลับพร้อมแก”“มันก็ได้ แต่แกคิดว่าสกายมันจะไม่มาหาแกเลยเหรอ”“ฉันก็จะอ้างว่าไม่ว่าง ติดติวข้อสอบ หรือไม่ก็อ้างว่าไม่สบาย อ้างอะไรก็ได้”“เฮ่อ! จะเอาอย่างนั้นก็เอา แล้วแกจะบอกเรื่องนี้ให้ซันมันรู้ด้วยไหม”“ฉันไม่อยากบอกซันอะ ยังไงซันก็สนิทกับกาย ฉันไม่อยากให้ซันมันลำบากใจ”สองสาวเพื่อนสนิทพูดคุยนัดแนะกันเรียบร้อยก็ขับรถมาที่หอพักของนินิว ช่วยกันเก็บเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นบางส่วนใส่กระเป๋าแล้วลากลงจากหอหลังจากแจ้งเจ้าของหอว่าจะไม่อยู่สักพัก ก็ขนทุกอย่างขึ้นรถแล้วมุ่งหน้าไปที่คอนโดของหลินทันทีทางด้านของสองหนุ่มหลังออกจากร้านอาหาร สกายก็ขับรถไปส่งซันที่หอพัก ระหว่างทางสองหนุ่
หลังจากเสียงด้านนอกเงียบไปจนมั่นใจว่าพวกเธอออกไปหมดแล้ว นินิวก็เปิดประตูออกมาจากห้องน้ำ เธอยืนสำรวจตัวเองหน้ากระจกอยู่นานสองนาน เช็ดคราบน้ำตาที่มันเอ่อล้นออกมาคลออยู่ที่สองเบ้าไม่ให้หลงเหลือร่องรอยเธอระบายลมหายใจออกมาเบา ๆ เพื่อข่มกลั้นความรู้สึกอยากร้องไห้เอาไว้ ก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำอีกด้านหนึ่งสกายนั่งกระสับกระส่ายไปมา สายตาคู่คมจ้องมองไปทางห้องน้ำครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับร้อนใจ นินิวไปเข้าห้องน้ำนานผิดปกติ เขากลัวว่าเธอจะไม่สบายหรือเป็นลมเป็นแล้งอยู่ในนั้นก่อนหน้านี้ก็ลองกดโทรหาเธอ แต่ทว่าเสียงมือถือดันดังเตือนอยู่บนโต๊ะอาหาร เธอไม่ได้เอามือถือติดตัวไปด้วยสกายลุกขึ้นตั้งท่าจะเดินไปตาม“มึงจะไปไหนวะ” ซันถาม“กูจะไปดูนิวหน่อย นิวไปเข้าห้องน้ำตั้งนานแล้วไม่ออกมาสักที”“แกจะไม่ปล่อยให้มันได้ฉี่ได้อึบ้างรึไง ใจคอจะต้องไปเฝ้าแม้กระทั่งในห้องน้ำเลยเหรอ”หลินพูดท้วงติง เขาจึงนั่งลงอีกครั้ง แต่สายตาก็เหลือบมองไปยังห้องน้ำอยู่ตลอดเวลา จนในที่สุดนินิวก็เดินออกมา“มีอะไรรึเปล่า เราเห็นนิวไปเข้าห้องน้ำตั้งนาน ไม่สบายตรงไหนไหม”เอ่ยถามหญิงสาวทันทีที่เธอเดินมาถึงโต๊ะปรายตามองชายหนุ่มเล็ก