Masukหลังวันเกิดของสกาย มีข่าวซุบซิบถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มหล่องานดีของคณะวิศวกรรมศาสตร์กับน้องรหัสสาวดาวคณะ แพร่สะพัดออกมาว่าแอบซุ่มคบกันแบบเงียบ ๆ
สกายอ่านข่าวในเพจของมหาวิทยาลัยอย่างหัวเสีย เล่นใบ้ชัดเจนขนาดนั้นใครอ่านก็รู้ว่าหมายถึงเขากับไอริน
“อย่าให้กูรู้นะว่าใครเป็นคนเขียนข่าวอะ กูจะเอาขี้ไปปาหน้ามันแม่งเลย”
เสียงเจ้าตัวสบถออกมาด้วยความโมโหหลังจากที่อ่านข่าวจบ ขืนเข้าไปอ่านข้อความจากคนที่มาแสดงความคิดเห็นเขาคงได้เดือดดาลกว่านี้แน่ ๆ
“แล้วมันไม่ใช่ความจริงรึไงวะ กูเห็นน้องไอรินตามมึงไปทุกที่เลย กูก็นึกว่ามึงกับน้องคบกันแล้วซะอีก” บูมพูด
“ไม่ใช่เว้ย! กูไม่ได้คบกับใครทั้งนั้นแหละ”
“แปลว่ายังแน่วแน่กับปณิธานเดิมว่าจะไม่มีแฟนไปตลอดชีวิตว่างั้น?”
“ก็...เปล่า” ตอบเพื่อนเสียงเบา
“เปล่า?”
เชนกับบูมพูดประสานแล้วพร้อมใจกันหันมามองหน้าสกาย ก่อนที่เชนจะขยับเข้าไปกระทบไหล่กับเขาเบา ๆ แล้วเอ่ยถามอย่างกระหายใคร่รู้
“ว้าว! ว้าว! ว้าว! พูดอย่างนี้หมายความว่าไงวะ ไอ้คนไม่มีหัวใจตอนนี้เริ่มมีความรักแล้วเหรอ”
“ไม่รู้เว้ย!”
ตอบห้วน ๆ
“ชักช้าระวังแห้วนะเว้ย แล้วอย่ามาหาว่าเชนคนนี้ไม่เตือนนะจ๊ะ”
พูดทิ้งท้ายให้สกายได้คิด ก่อนที่สองหนุ่มจะเดินขึ้นไปบนตึกเรียน ทิ้งให้สกายนั่งทำหน้าไม่สบอารมณ์อยู่เพียงลำพัง
...ไม่ได้ชักช้าสักหน่อย แค่กำลังทบทวนหัวใจตัวเองอยู่ต่างหาก...
หลายวันต่อมา
วันนี้เป็นวันแรกที่นินิวเริ่มโพสต์ขายขนมลงในโซเชียล แม้เธอจะเพิ่งเปิดเพจได้ไม่นาน แต่ทว่ากลับมีผู้คนให้ความสนใจไม่น้อย ขนมหวานที่เธอทำนอกจากหน้าตาจะน่าทานแล้ว แม่ค้ายังน่ารักอีกต่างหาก ลูกค้าที่มากดติดตามเพจจึงมักเป็นหนุ่ม ๆ ซะส่วนใหญ่
นอกจากในเพจจะถ่ายรูปขนมหวานหน้าตาน่าทานลงไปแล้ว ยังมีคลิปสอนการทำขนมที่เธอเป็นคนสอนเองกับมือ ในคลิปจึงเห็นใบหน้าของหญิงสาวได้อย่างชัดเจน หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ต่างก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมอย่างไม่ขาดสาย
“นินิวน่ารักโคตร”
เชนเอ่ยขึ้นหลังจากที่นั่งดูคลิปในมือถือ ในขณะที่คนนั่งข้างๆ เอาแต่ทำหน้าบึ้งตึงหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ตลอดเวลา หลังจากที่เขาได้อ่านข้อความของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นในคลิปสอนการทำขนม ที่หญิงสาวเพิ่งอัปโหลดลงในเพจที่มีชื่อว่าขนมหวานบ้านแม่มณี (ชื่อแม่ของนินิว)
เพจนี้เขากดติดตามตั้งแต่ที่ซันมาเล่าให้ฟังว่านินิวเปิดเพจเตรียมขายขนมหวาน ใครจะคิดว่านอกจากจะโพสต์รูปขนมแล้ว ยังโพสต์รูปแม่ค้าลงไปด้วย
...เห็นแล้วอารมณ์เสียสุด ๆ...
วันทั้งวันสกายดูจะอารมณ์ไม่ดีเอามาก ๆ ใครทำอะไรก็ดูจะขัดหูขัดตาไปเสียหมด ไม่เว้นแม้แต่น้องรหัสคนสวยอย่างไอริน ที่เข้ามาจุ้นจ้านวุ่นวายตั้งแต่ช่วงบ่าย เขายังตวาดเสียงดังใส่เธออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เล่นเอาหญิงสาวหน้าเหวอไปเลยทีเดียว
ช่วงเย็นสกายจึงมาเล่นฟุตซอลกับเพื่อน ๆ เพื่อให้ใจสงบลง บางทีการได้ระบายอารมณ์กับลูกบอลอาจจะช่วยเขาได้บ้าง
แต่ทว่า...
ในจังหวะที่เชนส่งลูกมา เขาเลี้ยงลูกบอลเข้าใกล้ประตูกำลังจะง้างเตะ สายตาคมกลับเหลือบไปเห็นใครบางคนเข้าเสียก่อน
นินิวเดินมาที่คณะวิศวกรรมศาสตร์เพียงลำพัง ในมือของเธอถือถุงกระดาษใบหนึ่งมาด้วย หญิงสาวนั่งลงที่โต๊ะหินอ่อนข้าง ๆ สนามฟุตซอลแล้วมองซ้ายมองขวาราวกับนัดใครเอาไว้ หลังจากที่หญิงสาวก้มมองมือถือเพียงชั่วครู่ คนที่เธอรออยู่ก็เดินเข้ามา
หนุ่มวิศวะคนหนึ่งเดินเข้าไปหาหญิงสาว เธอยื่นถุงกระดาษที่ถือมาด้วยให้เขาแล้วเหมือนจะยิ้มหวาน ๆ ให้ไปด้วย ผู้ชายคนนั้นยื่นมือถือออกมาราวกับต้องการสแกนอะไรบางอย่างบนมือถือของเธอ ถ้าเดาไม่ผิดนินิวน่าจะมาส่งขนมหวานแล้วไอ้นั่นก็น่าจะเป็นลูกค้า
...น่าหมั่นไส้ฉิบหาย...
เชนเดินเข้ามากอดคอสกายเมื่อเห็นว่าเพื่อนเอาแต่จ้องเขม็งไปยังด้านนอกสนาม พอได้เห็นว่าสายตาของสกายมองใคร เขาก็พูดขึ้นมาทันที
“คิดว่ามองใคร ที่แท้ก็เพื่อนสาวคนสนิท เอ๊ย! ไม่ใช่ดิ อดีตเพื่อนสาวคนเคยสนิทนี่เอง”
บูมเดินมาสมทบแล้วกอดไหล่อีกข้าง
“ตอนแรกกูคิดว่ามึงกับนินิวจะลงเอยกันซะอีก เสียดายว่ะ รู้อย่างนี้ตอนนั้นกูจีบนินิวซะก็ดี”
หันขวับมามองหน้าเพื่อนสองตัวที่ยืนกอดคอเขาอย่างไม่สบอารมณ์ คนยิ่งกำลังหงุดหงิดยังจะมาพูดให้ยิ่งอารมณ์เสียเข้าไปใหญ่
หลังจากนั้นก็หันไปจ้องเขม็งสองคนที่ยังยืนคุยกันอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนข้างสนามอีกครั้ง
ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงอย่างไม่สบอารมณ์
“หมาคาบไปแดก” เชนพูด
“ถ้ามันกล้าคาบไปก็ลองดู”
ขบกรามแน่นขณะพูด นัยน์ตาคมเข้มจ้องสองคนไม่วางตา ก่อนจะง้างขาไปด้านหลังแล้วเตะลูกฟุตซอลไปอัดกับรั้วตาข่ายเสียงดัง ดังจนคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นต้องหันขวับมามอง
หญิงสาวหันมาสบตากับคนที่อยู่ในสนามโดยไม่ได้ตั้งใจ เธอรีบหันกลับมาสนใจคนตรงหน้าแล้วเอ่ยกับเขา
“เราว่าเรากลับดีกว่า ขอบใจเจมส์มากนะที่อุตส่าห์อุดหนุนขนมหวานร้านเรา”
“ยินดีครับ เดี๋ยวถ้าเราชิมแล้วอร่อยจะเข้าไปรีวิวในเพจให้นะ”
“ขอบคุณมากนะ ถ้างั้นเราไปนะ”
พูดเสร็จก็โบกไม้โบกมือให้ลูกค้าหนุ่ม ก่อนจะรีบเดินออกมาเพื่อหลบสายตาของใครบางคน
งานเลี้ยงยังไม่ทันเลิกราสกายก็พาหญิงสาวปลีกตัวออกมา เขาพาเธอนั่งรถมาที่กลางไร่ซึ่งเป็นเนินเขาไม่สูงมาก ตรงกลางเนินมีเต็นท์ถูกกางเอาไว้เสร็จสรรพ บริเวณรอบ ๆ ถูกประดับประดาด้วยโคมไฟสวยงามพอให้มองเห็นแม้จะเป็นช่วงฤดูร้อนแต่ทว่าพอตกดึกอากาศที่นี่ก็ค่อนข้างเย็น หลังจากจูงมือหญิงสาวเข้ามานั่งเล่นหน้าเต็นท์ มือซุกซนก็เริ่มลูบไล้ไปตามเรือนร่างบอบบาง ก่อนจะโน้มศีรษะซบลงบนไหล่ของเธอพร้อมกับทำหน้าออดอ้อนอย่างหนัก“ทำหน้าแบบนี้หมายความว่าไง”“วันนี้นอนค้างที่นี่ด้วยกันได้ไหม”พูดพร้อมทั้งกัดริมฝีปากราวกับยั่วยวนหญิงสาว นัยน์ตาลุ่มลึกจ้องเธอไม่วางตาราวกับมีแผนการอะไรบางอย่างใบหน้าสวยส่ายไปมาด้วยความเอือมระอา ถ้าได้อยู่กันสองต่อสอง คนอย่างสกายคงไม่คิดเรื่องอื่นนอกจากเรื่องสิบแปดบวก“นอนด้วยกันเถอะนะ”รบเร้าเธออีกครั้งมองใบหน้าคนเจ้าเล่ห์ที่ตอนนี้ทำหน้าออดอ้อนอย่างหนัก ขบขันเบา ๆ แล้วพยักหน้าพร้อมกับพูดขึ้น“แต่เราต้องโทรไปบอกแม่ก่อนนะ”พูดพร้อมกับหยิบมือถือขึ้นมา แต่ทว่ายังไม่ทันได้กดโทรก็ถูกเขาแย่งไปเสียก่อน“ไม่ต้องบอกหรอก เราบอกแม่ให้แล้ว”บอกแม่ให้แล้วคืออะไร แปลว่าเขาวางแผนไว้อีกแล้ว คนอย่า
วันต่อมารถยนต์คันหรูแล่นมาจอดที่หน้าบ้านของหญิงสาว หลังจากเอ่ยล่ำลากันนินิวก็ลงจากรถของแฟนหนุ่มแล้วเดินเข้าบ้าน ใบหน้าสวยอิ่มเอมแล้วยิ้มหวานอย่างมีความสุข ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อพบกับคนที่นั่งรออยู่ด้านใน“ยิ้มแป้นเลยนะลูกสาวแม่”ผู้เป็นแม่เอ่ยแซวอย่างรู้ทัน ก็เลี้ยงเองกับมือตั้งแต่เล็กจนโตจะดูไม่ออกได้ยังไงกันว่าลูกสาวคิดอะไรกับชายหนุ่ม แค่ไม่อยากเข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของลูกก็เท่านั้น แต่พอเห็นลูกสมหวังมันก็อดแซวไม่ได้“สวัสดีค่ะ”ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อราวกับผลตำลึงสุก หลังจากยกมือไหว้ก็เดินเข้าไปนั่งลงใกล้ ๆ กอดเอวผู้เป็นแม่แล้วหอมฟอดใหญ่เพื่อออดอ้อน“แม่จะว่าอะไรไหมคะที่หนูกับกายคบกัน”“แม่จะว่าเราทำไมล่ะ ลูกโตแล้วนี่นา อีกอย่างกายก็ดีกับลูกสาวของแม่มาตลอดไม่ใช่เหรอ?”“แต่หนูไม่ค่อยมั่นใจเลยค่ะ เย็นนี้กายบอกว่าที่บ้านเขาจัดงานเลี้ยงเพื่อต้อนรับหนู หนูกลัวว่าพวกเขาจะรังเกียจเรา”พูดความกังวลในใจให้ผู้เป็นแม่ได้ฟัง ในขณะที่คิ้วเรียวขมวดมุ่นครุ่นคิด ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้จักทางบ้านของสกาย เพียงแต่เมื่อก่อนไปเที่ยวเล่นบ่อย ๆ ในฐานะเพื่อนสนิทของเขาเท่านั้น แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน ห
“สวัสดีค่ะ”สาวน้อยหันมาไหว้ทักทายทุกคน ในขณะที่ทุกคนยิ้มตอบรับอย่างยินดี มีเพียงเชนเท่านั้นที่ทำหน้าละห้อยราวกับน้อยอกน้อยใจอะไรบางอย่าง เขาหันมามองหน้าน็อตที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แล้วสะกิดเบา ๆ“เฮีย เหลือเราสองคนแล้วนะที่ยังโสด”กะพริบตาปริบ ๆ ให้น็อตพร้อมกับเอื้อมไปกุมมือ น็อตถึงกับต้องขยับตัวลุกหนี ทำสีหน้าราวกับขยะแขยงใส่เชนแล้วเอ่ย“บรึ๋ย! ขนลุกสัส! ต่อให้กูหาเมียไม่ได้ กูก็ไม่สิ้นคิดเอามึงมาทำเมียหรอกนะไอ้ห่าเชน”เมื่อน็อตพูดจบ ทุกคนบนโต๊ะถึงกับหัวเราะลั่น รู้อยู่หรอกว่าเชนแค่พูดขำ ๆ แต่ท่าทางของน็อตแสดง ออกชัดเจนว่ารังเกียจเชนจริง ๆในระหว่างนั้นอาหารที่สั่งก็มาเสิร์ฟให้พอดี นินิวกำลังจะตักอาหารคำแรกเข้าปากก็ต้องชะงักค้างเมื่อเผลอไปสบตากับใครบางคนที่กำลังเดินเข้ามาในร้าน“พี่เตวิทย์”อุทานชื่อหนุ่มรุ่นพี่ขึ้นมา ก่อนที่สายตาทุกคนบนโต๊ะจะหันตามไปมอง นอกจากเตวิทย์ยังมีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเคียงข้างมาด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล น้องรหัสคนสวยของสกายนี่เอง ไม่รู้ว่าสองคนนี้ไปรู้จักมักจี่กันตอนไหน หรือจะเป็นวันนั้น...ที่ร้านอาหารสองคนนั้นปรายตามองมาอย่างไม่สบอารมณ์ นินิวและหลินยกมือไหว้รุ่น
พูดจบก็อุ้มหญิงสาวขึ้นมานั่งคร่อมบนตักของตัวเอง ริมฝีปากทำหน้าที่ปนเปรอจูบให้เธออย่างเร่าร้อน ก่อนจะรีบปลดกางเกงของตัวเองออกอย่างเร่งมือสองร่างเปลือยเปล่าแนบชิดมอบสัมผัสที่เร่าร้อนให้แก่กันและกัน“ขย่มหน่อยคนดี”สุ้มเสียงแหบพร่าเปล่งบอกหญิงสาวพร้อมกับยกสะโพกมนสวยให้ลอยขึ้นเล็กน้อย จับแท่งเนื้อที่แข็งโด่ของตัวเองให้ตั้งลำรอร่องแฉะเยิ้มเข้ามาสวมครอบหญิงสาวกดสะโพกลงไปทีละนิดตามคำร้องขอ บดขยี้แท่งร้อนอย่างรู้งาน ให้ร่องเล็กกลืนกินแกนกายของเขาจมหายเข้าไป“อ๊า~เสียวจังเลยนิวจ๋า”หญิงสาวเอื้อมมือไปเกาะไว้ที่บ่าของชายหนุ่ม ขยับสะโพกรูดขึ้นลงบนเอ็นแท่งใหญ่ แล้วออกแรงให้ถี่รัวขึ้นสองมือหนาช่วยประคองเอวคอด ก่อนจะจับท้ายทอยของหญิงสาวแล้วดึงเธอลงมาจูบแลกลิ้นอย่างดูดดื่มเร่าร้อน"เสียวไหมนิว”“สะ...เสียว”ครางเสียงกระเส่าในขณะที่ออกแรงขย่ม เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นไปจนทั่วห้องเรียวลิ้นร้อนผ่าวตวัดเลียยอดอกที่เขาเป็นคนโน้มลงมา อ้าปากครอบดูดเม็ดยอดปทุมถันสีหวานอย่างดุเดือดเร่าร้อน“อา~จะแตกแล้วนิว ขอแรง ๆ”เงยหน้าสูดปากบอกเธอเสียงสั่น ร่างสูงเกร็งตัวแน่นเมื่อความเสียวกำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ปลายเอ
หลายเดือนต่อมา“เสร็จเรียบร้อยแล้ว ไปกันเลยไหม”นินิวเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วเดินเข้าไปหยิบกระบอกปืนฉีดน้ำมาไว้ในมือ เสื้อผ้าหน้าผมของเธอพร้อมแล้วสำหรับการออกไปเล่นน้ำในงานเทศกาลสงกรานต์ตามที่ได้นัดแนะกับเพื่อน ๆ เอาไว้ ใบหน้าสวยหันมายิ้มหวานให้กับแฟนหนุ่ม ในขณะที่เขาเอาแต่จ้องมองอย่างไม่พอใจสกายมองใบหน้าของแฟนสาว สำรวจเสื้อผ้าหน้าผมของเธอแล้วต้องขมวดคิ้ว เสื้อกล้ามตัวจิ๋วกับกางเกงยีนขาสั้น สาบานว่าเธอจะใส่ชุดนี้ไปเล่นน้ำจริง ๆ“ไปกันเลยไหม”ถามย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่าแฟนหนุ่มเอาแต่นิ่งเงียบ“ยัง”“ทำไมล่ะ” เลิกคิ้วมองเขาด้วยความสงสัยคนตัวสูงลุกจากโซฟาแล้วเดินมาหยุดตรงหน้าหญิงสาว มือหนาแย่งปืนฉีดน้ำจากมือของเธอแล้วเอาไปวางไว้บนโต๊ะตามเดิม ก่อนจะเอื้อมมาเลิกเสื้อกล้ามของเธอขึ้นแล้วถอดออก ซุกใบหน้าเข้าไปตรงซอกคออย่างอดใจไม่ไหว ตอนแรกกะว่าจะเปลี่ยนเสื้อให้เธอแต่ตอนนี้เปลี่ยนใจอยากทำอย่างอื่นแทน“กาย มันใช่เวลาไหม”“ก็ใครใช้ให้แต่งตัวแบบนี้ล่ะ ถ้าคิดจะใส่ชุดนี้ไปเล่นน้ำ เราไม่ให้ไปหรอกนะ”พูดพลางดันตัวเธอลงบนโซฟา มือหนาลูบไล้ไปตามเนินเนื้อที่มีเพียงบราเซียกั้นไว้ ก่อนจะเลื่อนไปด้านหลังใช้
ใบหน้าสวยเชิดขึ้นพร้อมกับส่งเสียงครางราวกับเสร็จสมดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอระหงชายหนุ่มหยัดตัวคุกเข่าตรงกลางหว่างขาของหญิงสาว ก่อนจะจับขาของเธองอเข่าขึ้นแล้วแยกออกกว้าง เขาจับแกนกายลำใหญ่ที่ตั้งลำแข็งโด่ชักรูดอยู่สองสามครั้ง แล้วจ่อไว้ที่ปากรอยแยก ก่อนจะถูขึ้นลงเบา ๆ อยู่ตรงปากร่องที่แฉะเยิ้มจ้องมองใบหน้าสวยที่ตอนนี้ขมวดคิ้วอย่างประหม่า มือเล็กยกขึ้นมาวางพาดไว้ตรงปากแล้วกัดนิ้วของตัวเอง“อย่ากัดนิ้ว เดี๋ยวเป็นแผล”พูดพลางจับมือของเธอออก พอบอกไม่ให้กัดนิ้วเธอก็กัดริมฝีปากของตัวเองแทน...ดื้อชะมัด“เราจะเอาเข้าแล้วนะ เจ็บนิดนึงนะนิว”ชายหนุ่มหยัดตัวตรง ค่อย ๆ ส่งปลายเอ็นเข้าไปในร่องเล็กทีละนิดแล้วดันช้า ๆหญิงสาวบิดตัวไปมา ใบหน้าเหยเกเพราะความเจ็บปวด เธอพยายามยันตัวหนีห่าง แต่ทว่ามาถึงขั้นนี้แล้วมีหรือสกายจะยอมถอย เขาขยับตามเข้าไปพร้อมกับโน้มตัวลงไปประกบจูบ ในขณะที่เอวสอบก็ค่อย ๆ ดันท่อนเอ็นเข้าไปทีละนิด“อื้อ~เจ็บ”“อดทนหน่อยนะคนดี เดี๋ยวก็หายเจ็บ”พูดปลอบประโลมในระหว่างที่พยายามกดท่อนเนื้อเข้าไปในร่างของหญิง ร่างสูงโยกตัวเข้าออกส่งท่อนเอ็นมุดเข้าไปในร่องรักทีละนิดจนกระทบเข้ากับอะไรบางอย







![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)