LOGINหลายวันผ่านไป
ช่วงนี้ที่คณะของสกายมีกิจกรรม Welcome freshy เขาคือรุ่นพี่ปีสองจึงต้องอยู่ร่วมกิจกรรมทุกวันจนค่ำ ทำให้บางวันไม่ได้ไปส่งนินิวที่หอพัก แต่ตอนเช้าก็ยังคงทำหน้าที่ไปรับตามปกติ
ความจริงเขาก็อยากจะไปรับไปส่งเธอทุกวันเหมือนเดิม บางครั้งจึงขอให้เธอรอก่อน แต่ทว่าหญิงสาวกลับปฏิเสธการอยู่รอพร้อมกับหยิบยกเอาเหตุผลนั่นนี่มาอ้าง ชายหนุ่มจึงยอมตามใจ
“เย็นนี้หมูกระทะไหมแก”
หลินถามขึ้นในระหว่างที่กำลังนั่งรอเรียนคาบบ่าย
“เออ! ดีเหมือนกัน ฉันกำลังอยากกินอยู่พอดีเลย”
ซันหันมาตอบแล้วพยักหน้าหงึก ๆ กับหลิน
“เลิกเรียนแล้วไปกันเลยนะ ร้านเดิมหลังมอ” หลินบอก
นินิวยิ้มแล้วพยักหน้าตอบกลับ
บรรยากาศหลังมหาวิทยาลัยในช่วงค่ำผู้คนแน่นขนัดทุกร้าน โดยเฉพาะร้านนั่งชิลที่มักจะแน่นไปด้วยสาว ๆ สวย ๆ ทั้งนั้น แต่ละคนต่างก็แต่งตัวจัดเต็มราวกับอวดแข่งกัน จะมีแค่กลุ่มของนินิวนี่แหละที่มาทั้งชุดนักศึกษา
สามคนเดินเข้าไปยังร้านหมูกระทะชื่อดัง เมื่อจับจองที่นั่งได้ก็สั่งหมูกระทะชุดใหญ่
ซันหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเนื้อหมูที่ย่างจนกรอบแล้วอัปโหลดลงสตอรี่ เขาไม่ลืมแท็กนินิวและหลินลงในรูปด้วย
“กินเสร็จแล้วพวกเราไปหาอะไรกระแทกปากกันป้ะ” ซันเอ่ยชวน
“อยากได้อะไรล่ะ ค้อนไหม หรือไม้หน้าสาม หรือจะเอาหน้าแข้งฉันล่ะ ฉันจะช่วยสงเคราะห์ให้เอง” หลินพูด
“แรงจะยืนยังจะไม่มี ยังคิดจะยกหน้าแข้งขึ้นมากระแทกปากฉัน ดูส่วนสูงตัวเองด้วยเตี้ย”
“ไอ้หมาซัน แกบูลลี่ส่วนสูงฉันเหรอ หืม! เอามานี่เลย”
หลินมองซันตาเขียวปั้ด ก่อนจะใช้ตะเกียบคีบหมูในจานของซันเข้าปากตัวเองแล้วเคี้ยวกินอย่างสบายใจ
ใบหน้าจิ้มลิ้มเผยรอยยิ้มกว้างราวกับสะใจที่ได้แย่งเนื้อหมูติดมันที่ย่างจนเหลืองหอมอย่างที่เธอชอบ ก่อนจะหันไปมองซันอีกครั้งแล้วทำหน้าเย้ยหยันในตอนที่เคี้ยวกินหมูชิ้นนั้น
“ยัยเตี้ย นั่นมันหมูติดมันที่ฉันอุตส่าห์ย่างไว้นะ เอาคืนมาเลย”
ซันทำท่าง้างตะเกียบจะคีบหมูออกจากปากของหลินแต่ก็ไม่ทัน เธอกลืนมันต่อหน้าต่อตาเขาแล้วยิ้มเย้ยอีกครั้ง ก่อนที่หลังจากนั้นทั้งสองคนจะใช้ตะเกียบยื้อแย่งเนื้อหมูในกระทะกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
นินิวนั่งถอนหายใจเอือมระอา ทั้งสองคนทะเลาะกันเป็นเด็ก ๆ ไปได้ ตอนนี้คนทั้งร้านหันมามองกันหมดแล้ว
“เลิกเล่นเป็นเด็ก ๆ ได้แล้ว ไม่อายคนบ้างรึไง”
รีบห้ามปรามก่อนที่ถ้วยจานชามช้อนจะเปลี่ยนมาเป็นอาวุธสำหรับศึกสงครามแย่งชิงเนื้อหมูของคนทั้งสอง
หลังจากนินิวแผดเสียงดุเพื่อนของเธอจึงยอมสงบศึก แต่ก็ไม่วายขึงตาใส่กันอยู่ตลอด
ปิ๊ง!
เสียงข้อความแจ้งเตือนจากมือถือของซันดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นข้อความจากสกาย
“ไอ้กายมันบอกว่าจะตามมา พวกแกสองคนว่าไง”
“ถามคนนู้นเลยจ้า ไม่ต้องมาถามฉัน”
หลินตอบพลางบุ้ยปากไปทางนินิว
“ว่าไงนิว” ซันถาม
“แล้วแต่แกเลย”
บอกแล้วแต่ราวกับไม่สนใจ แต่ใจกลับเต้นตึกตักโครมครามแค่รู้ว่าเขาจะมา แอบหยิบมือถือขึ้นมาแล้วเปิดกล้องหน้าเช็กความเรียบร้อยของใบหน้าตัวเอง
ทั้งที่เมื่อเช้าก็เพิ่งเจอกันตอนเขามารับ แต่ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่ดีที่จะได้เจอหน้าเขาอีกครั้ง
“มันบอกว่าจะมีคนมาด้วยว่ะ มันจะมากับใครวะ”
ซันพูดในขณะที่ยังจ้องหน้าจอมือถือไม่วางตา ดูเหมือนว่าคนที่จะมาหาจะมีคนติดสอยห้อยตามมาด้วย
...อาจจะเป็นเชน บูม หรือไม่ก็...ไม่กล้าคิดเลย...
จู่ ๆ หัวใจก็สั่นไหวขึ้นมาแปลก ๆ
เพียงไม่นาน คนที่บอกว่าจะตามมาก็มาถึง ร่างสูงในชุดช็อปวิศวะสีแดงหล่อกระแทกตามาแต่ไกล ข้างกายของเขามีนักศึกษาสาวสวยคนหนึ่งเดินเคียงคู่เข้ามาพร้อมกัน
...ที่บอกว่าจะมีคนมาด้วย...คือคนนี้สินะ...
...เจ็บครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะครั้งที่เก้าสิบเก้าแล้วมั้ง...
นับในใจ ก่อนจะหันไปฝืนยิ้มให้คนที่มาใหม่ เขยิบให้ทั้งสองคนนั่งลงข้าง ๆ เธอ
สกายนั่งลงด้านข้างนินิว โดยที่ข้างกายอีกฝั่งของเขามีสาวสวยที่มาใหม่นั่งอยู่
“นี่พี่ซัน พี่หลิน แล้วก็พี่นินิวเพื่อนพี่ สามคนนี้เรียนทันตะ”
แนะนำเพื่อน ๆ ให้กับสาวน้อยที่มาใหม่ได้รู้จัก ก่อนจะหันมามองหน้าเพื่อนทั้งสามคน แล้วแนะนำหญิงสาวบ้าง
“นี่ไอริน น้องรหัส”
หันมายักคิ้วให้ซันอย่างรู้เชิงชาย ในระหว่างที่แนะนำหญิงสาวที่มาใหม่ให้เพื่อนได้รู้จัก
“น้องรหัสล็อกมงชัวร์”
หลินหันไปกระซิบกระซาบกับซัน แต่เสียงก็ดังมากพอจนทำให้นินิวได้ยินด้วย
ใบหน้าสวยฝืนยิ้มทั้งที่ใจโคตรเจ็บ
“ไอรินอยากกินอะไรสั่งได้เลยนะ เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง”
พูดกับน้องรหัสคนสวยพร้อมกับยักคิ้วหลิ่วตา คำพูดคำจาโคตรป๋าเลยตอนที่อยู่กับสาว ๆ
แต่มันก็ไม่แปลกหรอก เพราะปกติสกายก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว โดยเฉพาะกับสาว ๆ สวย ๆ เขามักจะใจดีเป็นพิเศษ
“แน่ใจเหรอคะว่าพี่กายจะเลี้ยงไหว ไอรินกินเก่งนะจะบอกให้”
ทำเสียงอ่อนเสียงหวานพร้อมกับส่งสายตายั่วยวน ใครล่ะจะไม่เคลิ้ม ขนาดซันที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามยังเคลิ้มตามไปด้วยเลย แล้วคนที่นั่งข้าง ๆ จะไปเหลือเหรอ
ถ้ารู้ว่าต้องมานั่งดูคนจีบกันต่อหน้าอย่างนี้ ขอตัวกลับก่อนตั้งแต่แรกซะก็ดี ตอนนี้รู้สึกว่าหมูกระทะมันเริ่มไม่อร่อยซะแล้ว
สกายเดินตรงปรี่ไปหาหลินทันทีที่เห็นเธอยืนอยู่กับซัน เขามองซ้ายมองขวาเพื่อหาอีกคนแต่ก็ไม่พบจึงรีบเอ่ยถาม“หลิน! นิวล่ะ”“ไอ้นิวไม่ได้มาอะ แต่มันฝากนี่มาให้”ยื่นกล่องขนมเค้กที่หญิงสาวเป็นคนทำให้กับเจ้าของวันเกิด แม้จะรู้สึกไม่พอใจสกายเป็นอย่างมากแต่หลินก็ต้องเก็บอาการเอาไว้ ยังไงนินิวก็จะตัดใจจากสกายอยู่แล้ว การที่เพื่อนสาวของเธอมาเห็นภาพบาดตาบาดใจแบบนี้มันก็อาจจะช่วยให้นินิวตัดใจได้เร็วขึ้นแต่ทว่าคนที่เพื่อนสาวของเธอพยายามจะตัดใจกลับดูร้อนรนจนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว“นิวอยู่ไหนหลิน”“แกจะถามทำไมกาย”“ฉันถามว่านิวอยู่ไหน”ใช้เสียงเข้มเอ่ยถามหลินแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ใบหน้าหล่อเหลาดุดันราวกับไม่ใช่เขาหลินยืนอึ้งตาค้างเมื่อเห็นท่าทียามโมโหของสกาย แค่บอกว่านินิวไม่ได้มา ทำไมเขาต้องโกรธขนาดนี้“อยู่คอนโดฉัน”หลินหลุดปากบอกอย่างง่ายดายพร้อมกับยื่นคีย์การ์ดให้ชายหนุ่มราวกับโดนสะกดจิตหลังจากหลินพูดจบสกายก็ตั้งท่าจะออกจากผับทันที เขาไม่ฟังเสียงคัดค้านของซันเลยสักนิด“ไอ้กาย มึงจะไปไหน แล้วงานวันเกิดมึงล่ะ”“ช่างแม่งดิ”“มึงเป็นเชี่ยอะไรวะ แค่นินิวไม่อยู่มึงจะเป็นจะตายเลยรึไง”สกายหยุดชะงัก
ผ่านมาหลายวันแล้วที่นินิวพยายามหลบหน้าสกาย บางครั้งดูเหมือนว่าชายหนุ่มจงใจมาดักรอเธอ แต่เธอก็ทำทีเป็นไม่ว่างแล้วขอตัวไปทำนั่นทำนี่อยู่เสมอเขาเองก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะดูไม่ออกว่าเธอพยายามหลบหน้าหลบตา ตอนนี้สกายรู้สึกงงไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้นกับความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเพื่อนสาว@คณะทันตแพทย์เพื่อนสนิทสามคนนั่งคุยกันอยู่ที่หน้าตึกคณะ ในบทสนทนากำลังพูดถึงเรื่องงานวันเกิดของสกายที่จะมีขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า สกายย้ำนักย้ำหนาว่าเพื่อนทุกคนต้องมา โดยเฉพาะนินิว เขาย้ำกับซันเป็นพิเศษว่ายังไงต้องพานินิวมาให้ได้สองวันต่อมา@ผับหรูของน็อตสกายเลือกจัดงานวันเกิดในผับของรุ่นพี่คนสนิท เพราะนอกจากจะส่วนตัวแล้วราคายังเป็นกันเองอีกด้วยเขาจองห้องวีไอพีเอาไว้ถึงสองห้องเพื่อรองรับเพื่อน ๆ ที่เขาเชิญมาร่วมสังสรรค์ ซึ่งจะมีทั้งเพื่อนในคณะ เพื่อนต่างคณะ รุ่นพี่ที่เขารู้จัก และยังมีรุ่นน้องที่สนิทของเขารวมถึงน้องรหัสคนสวยอย่างไอริน ที่วันนี้ใส่ชุดมินิเดรสสีชมพูหวานแหววแต่เปิดโชว์แผ่นหลังดูเซ็กซี่สุด ๆเมื่อมาถึงในงานรุ่นน้องสาวก็เดินวนเวียนอยู่ข้าง ๆ สกายไม่ไปไหน ทำตัวราวกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาอย่างไรอย่างนั
เขียนเสร็จก็หันหน้ามาหานินิว เธอยิ้มดีใจเมื่อเห็นว่าเป้าหมายเริ่มมีความเป็นไปได้“ข้อต่อไปเลย”“ข้อสุดท้าย หาคนใหม่มาดามใจ”นินิวชะงักไปเมื่ออ่านวิธีสุดท้ายจบ คิ้วเรียวขมวดขึ้นราวกับมีความกังวลในใจ จะให้เธอทำยังไงก็ได้แต่การหาคนใหม่มาดามใจเธอไม่อยากทำจริง ๆ ไม่ใช่ว่าไม่อยากลืมสกาย แต่เพราะไม่อยากดึงคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง หากคนใหม่มารู้เข้าในภายหลังมันจะทำให้เขาเสียความรู้สึก“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นวะ เท่าที่อ่านมาข้อนี้น่าจะได้ผลดีนะเว้ย เผลอ ๆ ฉันว่าอาจจะได้ผลกว่าทุกข้อที่ผ่านมาเลยก็ได้”“ฉันไม่อยากใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือว่ะ”หลินเดินมานั่งลงข้าง ๆ มือข้างหนึ่งกุมมือของนินิวเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างจับใบหน้าสวยให้หันมามองนัยน์ตาของเธอ ก่อนจะคลี่ยิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยกับนินิว“แล้วถ้ามีคนเขาเต็มใจให้แกใช้เป็นเครื่องมือล่ะ แกจะตกลงไหม”นัยน์ตาสวยจ้องนิ่งไปที่ใบหน้าเพื่อนสนิท เธอไม่เข้าใจที่หลินพูดเลยสักนิด ใครเขาจะยอมทำเรื่องบ้าบอแบบนั้นกัน“บ้าเหรอแก ไม่มีหรอก”พูดพลางขยับตัวไปพิงที่หัวเตียง เธอไม่อยากเชื่อคำพูดของหลิน“มีสิ แกจำพี่เตวิทย์พี่รหัสฉันได้ไหม”หลินขยับตัวมานั่งข้าง ๆ แล้วรีบเสนอชื่อ
อ่านออกเสียงแล้วหันมามองหน้าเพื่อนสาว หลินพยักหน้าให้เธอประมาณว่าบทความนี้น่าสนใจ นินิวละสายตาจากเพื่อนแล้วหันกลับไปสนใจหน้าจออีกครั้งหลังจากนั้นก็เริ่มอ่าน‘เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์ความรักที่ดูไม่น่าจะสมหวัง ทั้งการแอบชอบคนที่มีเจ้าของแล้ว หลงรักคนที่อยู่ในสถานะไกลเกินเอื้อม แฟนเก่าที่เราแอบหวังให้กลับมา หรือแม้แต่การแอบรักเพื่อนสนิทที่ไม่สามารถเลื่อนสถานะเป็นมากกว่านั้น ซึ่งตัวคุณเองก็รู้ดีว่าการตัดใจคือหนทางที่ดีที่สุด แต่แน่นอนว่าการตัดใจจากคนที่ชอบไม่ได้ทำกันง่าย ๆ วันนี้เรามีเคล็ดลับดี ๆ มาฝากชาวนกทุกคน อาจไม่ถึงกับลบเขาออกไปจากใจได้ในทันที แต่รับรองว่าคุณจะค่อย ๆ ลอยขึ้นจากภาวะดิ่งในความรักและสตรองขึ้นในที่สุดแน่นอนค่ะ’อ่านบทนำของบทความแล้วรู้สึกฮึกเหิมอย่างบอกไม่ถูก นินิวหันมาพยักหน้าให้เพื่อนแล้วเริ่มอ่านต่อทันที“ข้อหนึ่ง พยายามไม่คุยกับเขา” นินิวอ่าน“ถ้าอย่างนั้นตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปแกต้องเริ่มห่างจากสกาย ไม่พูด ไม่คุย ไม่เข้าใกล้ ไม่มองหน้า หรือไม่ต้องเจอได้เลยยิ่งดี เพราะถ้าแกยังทำตัวปกติกับมันอยู่ยังไงชาตินี้แกก็ตัดมันไม่ได้หรอก”หลินอธิบายยาวเหยียด“แล้วมันจะไม่
“ฉันว่าฉันจะตัดใจแล้วว่ะ”พูดขึ้นหลังจากตัดสินใจอย่างแน่วแน่“ถ้าแกตัดใจจากมันได้ก็ดี แต่เจอหน้ากันทุกวันอย่างนี้แกจะทำได้เหรอนิว กายมันไปรับไปส่งแกทุกวันนะเว้ย”“ต่อไปนี้ฉันว่าจะไม่ให้กายไปรับไปส่งฉันอีกแล้ว”“แล้วแกจะบอกกับมันยังไง มันจะยอมเหรอ”“ฉันเลยต้องขอความช่วยเหลือจากแกไง”จ้องมองใบหน้าหลินแล้วกุมมือเธอเอาไว้ทั้งสองข้างราวกับวิงวอน“แกจะให้ฉันช่วยยังไง”“ช่วงนี้ฉันขอไปนอนกับแกได้ไหม ฉันจะได้อ้างได้ว่าฉันไปกลับพร้อมแก”“มันก็ได้ แต่แกคิดว่าสกายมันจะไม่มาหาแกเลยเหรอ”“ฉันก็จะอ้างว่าไม่ว่าง ติดติวข้อสอบ หรือไม่ก็อ้างว่าไม่สบาย อ้างอะไรก็ได้”“เฮ่อ! จะเอาอย่างนั้นก็เอา แล้วแกจะบอกเรื่องนี้ให้ซันมันรู้ด้วยไหม”“ฉันไม่อยากบอกซันอะ ยังไงซันก็สนิทกับกาย ฉันไม่อยากให้ซันมันลำบากใจ”สองสาวเพื่อนสนิทพูดคุยนัดแนะกันเรียบร้อยก็ขับรถมาที่หอพักของนินิว ช่วยกันเก็บเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นบางส่วนใส่กระเป๋าแล้วลากลงจากหอหลังจากแจ้งเจ้าของหอว่าจะไม่อยู่สักพัก ก็ขนทุกอย่างขึ้นรถแล้วมุ่งหน้าไปที่คอนโดของหลินทันทีทางด้านของสองหนุ่มหลังออกจากร้านอาหาร สกายก็ขับรถไปส่งซันที่หอพัก ระหว่างทางสองหนุ่
หลังจากเสียงด้านนอกเงียบไปจนมั่นใจว่าพวกเธอออกไปหมดแล้ว นินิวก็เปิดประตูออกมาจากห้องน้ำ เธอยืนสำรวจตัวเองหน้ากระจกอยู่นานสองนาน เช็ดคราบน้ำตาที่มันเอ่อล้นออกมาคลออยู่ที่สองเบ้าไม่ให้หลงเหลือร่องรอยเธอระบายลมหายใจออกมาเบา ๆ เพื่อข่มกลั้นความรู้สึกอยากร้องไห้เอาไว้ ก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำอีกด้านหนึ่งสกายนั่งกระสับกระส่ายไปมา สายตาคู่คมจ้องมองไปทางห้องน้ำครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับร้อนใจ นินิวไปเข้าห้องน้ำนานผิดปกติ เขากลัวว่าเธอจะไม่สบายหรือเป็นลมเป็นแล้งอยู่ในนั้นก่อนหน้านี้ก็ลองกดโทรหาเธอ แต่ทว่าเสียงมือถือดันดังเตือนอยู่บนโต๊ะอาหาร เธอไม่ได้เอามือถือติดตัวไปด้วยสกายลุกขึ้นตั้งท่าจะเดินไปตาม“มึงจะไปไหนวะ” ซันถาม“กูจะไปดูนิวหน่อย นิวไปเข้าห้องน้ำตั้งนานแล้วไม่ออกมาสักที”“แกจะไม่ปล่อยให้มันได้ฉี่ได้อึบ้างรึไง ใจคอจะต้องไปเฝ้าแม้กระทั่งในห้องน้ำเลยเหรอ”หลินพูดท้วงติง เขาจึงนั่งลงอีกครั้ง แต่สายตาก็เหลือบมองไปยังห้องน้ำอยู่ตลอดเวลา จนในที่สุดนินิวก็เดินออกมา“มีอะไรรึเปล่า เราเห็นนิวไปเข้าห้องน้ำตั้งนาน ไม่สบายตรงไหนไหม”เอ่ยถามหญิงสาวทันทีที่เธอเดินมาถึงโต๊ะปรายตามองชายหนุ่มเล็ก







