LOGINระหว่างเธอกับคู่หมั้นที่เขารัก เขาจะเลือกใคร คนที่คบกันมานานกับคนที่เป็นเพียงของชั่วคราวใกล้มือ ตำแหน่งที่ไม่ต้องการ "เมียลับ" เธอคงเป็นได้แค่นี้ แม้จะรัก "ชนาธรณ์" มากแค่ไหน แต่ "อลิลดา" ก็เป็นได้แค่เพียงเมียลับของเขา ในเมื่อเขามีคู่หมั้นที่จะแต่งงานด้วย....แล้วเธอจะทำยังไงได้เมื่อตำแหน่งเมียลับนี้ทำให้เธออุ้มท้องลูกของเขา เขาจะเลือกเธอกับ “ลูก” หรือผู้หญิงอีกคนที่เขาเลือกตั้งแต่แรก?
View Moreร่างเล็กยืนแอบอยู่ที่พุ่มไม้มองไปยังในสวนที่ตอนนี้มีหนุ่มสาวคู่หนึ่งกำลังยืนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เธอรู้สึกเจ็บปวดที่ที่ตรงนั้นไม่ใช่เธอ เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่คนตัวโตยืนพูดคุยด้วย ไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาสวมแหวนหมั้นให้ในช่วงพิธีตอนเช้าที่ผ่านมา ตั้งแต่เล็กจนโตอลิลดา พร้อมใจ หรือ ดา วัย 20 ปี เธอเติบโตอยู่ภายใต้ชายคาของบ้านหลังใหญ่พฤกษารักษ์ แม่ของเธอเป็นแม่บ้านหรือเรียกว่าคนรับใช้นั่นเอง และเธอเป็นลูกคนรับใช้ก็ต้องเป็นคนรับใช้ตั้งแต่จำความได้ คอยรับใช้คุณๆ ในบ้านหลังใหญ่ ส่วนพ่อของเธอก็เป็นคนขับรถให้กับคุณนายของบ้าน ทุกคนในบ้านช่างมีบุญคุณท่วมหัวครอบครัวของเธอเหลือเกิน และคุณท่านก็ส่งเสียให้เธอเรียนหนังสือ ตอนนี้เธอเรียนมหาวิทยาลัยรัฐในกรุงเทพฯ แห่งหนึ่ง และวิชาที่เธอเลือกเรียนคือบัญชี เพื่อที่ในอนาคตจะได้มาทำงานตอบแทนพระคุณคุณท่านที่เลี้ยงดูและให้เธอได้เรียนหนังสือจบสูงๆ ตอนนี้เธอกำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่สาม อีกแค่หนึ่งปีก็จะเรียนจบปริญญาตรีอย่างที่ตั้งใจแล้ว
“มาทำอะไรตรงนี้ลูก” นิดายื่นมือมาวางบนไหล่เล็กของลูกสาวพร้อมสายตามองไปตามสายตาของลูกสาวตนที่จ้องมองอยู่ แล้วก็ต้องถอนหายใจดังออกมา
เฮ้อ!
“ตัดใจซะเถอะลูก เรากับคุณธรมันคนละชนชั้นกัน อีกอย่างเขาก็หมั้นไปแล้วด้วย” นางบอกปลอบลูกสาวด้วยมองออกว่าหลายปีมานี้ลูกสาวนั้นมองลูกชายของเจ้าของบ้านเปลี่ยนไป
“หนูทำใจตั้งแต่แรกแล้วแหละแม่นิด เพราะหนูรู้ดีว่ายังไงกาอย่างหนูก็ไม่มีสิทธิ์ได้ครอบครองราชสีห์อย่างคุณธรหรอก” เธอหันมายิ้มให้แม่แล้วก็จับมือท่านที่ไหล่ตัวเองมากุมแน่นแล้วพาแม่เดินออกไปจากพุ่มไม้ที่ตนแอบอยู่
นิดารู้ดีว่าลูกสาวกำลังแสร้งยิ้มทำเป็นเข้มแข็ง เพราะเมื่อคืนที่ผ่านมา เธอเดินผ่านหน้าห้องพักของลูกสาวก็ได้ยินเสียงสะอื้นไห้ดังลอดออกมาเบาๆ จากช่องของประตู แต่ทำยังไงได้ เมื่อโชคชะตาให้กำเนิดมาแบบนี้
สายตาคมเหลือบมองไปทางพุ่มไม้ที่ไหวโยกและเห็นหลังไวๆ ของคนสองคน ซึ่งเขาก็จำได้ดีว่าแผ่นหลังเล็กที่เดินจากไปคือใคร ชนาธรณ์ พฤกษารักษ์ หรือ ธร วัย 37 ปี ลูกชายคนโตของตระกูล และเป็นทายาทรุ่นที่ 21 ของโรงแรมพฤกษารักษ์ด้วย เขาคือผู้บริหารหนุ่มไฟแรงก็ว่าได้ เขามีน้องชายหนึ่งคนที่ไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส ซึ่งปีหน้าชนาธิปจะกลับมาช่วยเขาบริหารโรงแรม
“เราเข้าไปข้างในกันเถอะพี่ธร”
น้ำเสียงเล็กหวานเอ่ยชวนคู่หมั้นหนุ่มที่คบหาดูใจกันมาสี่ปี จากการแนะนำของครอบครัว พ่อของเธอเป็นรุ่นน้องของแม่ชายหนุ่ม จึงได้ไปมาหาสู่กันตั้งแต่เด็ก และเมื่อสี่ปีก่อน เธอและเขาก็ได้ตกลงคบหาดูใจกันเป็นแฟน และวันนี้ก็ได้ตกลงที่จะหมั้นหมายกัน ส่วนงานแต่งงานจะจัดขึ้นต้นปีหน้า ซึ่งก็มีเวลาอีกสิบเดือนจะถึงปีหน้า
“อือ...เข้าไปข้างในกันเถอะครับ” เขาโอบเอวเล็กเปราะบางของศศิญาภรณ์ วัย 28 ปี คู่หมั้นสาวตัวเองเดินเข้าไปในบ้าน เมื่อตอนนี้เห็นว่าใกล้ได้เวลามื้อเที่ยงแล้ว งานหมั้นวันนี้จัดขึ้นเฉพาะในครอบครัวเท่านั้น มีเพียงครอบครัวของเขาและพ่อแม่ของหญิงสาวที่มาเป็นพยานในครั้งนี้ให้พวกเขาทั้งสอง ส่วนจะประกาศกับสื่อนั้นก็คงจะเป็นตอนใกล้ถึงฤกษ์แต่งงานต้นปีหน้านั่นแหละ เพราะตอนนี้สื่อต่างๆ ก็รับรู้มาตลอดว่าเขาและหญิงสาวเป็นแฟนกัน
“ปากดีเหลือเกินพี่ชายกู แล้วเนี่ยยังบอกไหว แพ้ท้องหนักขนาดนี้” “กูไม่ได้แพ้ท้อง” เขาเถียงกลับน้องชาย “ครับผม แล้วเนี่ยไปหาหมอมั่งไหม พี่แย่ขนาดนี้แล้วจะไหวไหม ผมว่าจะมาขอพี่ไปต่างจังหวัดกับแม่น่ะ จะไปเยี่ยมคุณย่าของดาที่มุกดาหาร” เขาบอกพี่ชาย “ไปเยี่ยมหรือไปหาเด็กนั่นกันแน่”คนขี้หึงเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งสายตาเอาเรื่องให้คนที่ประคองตัวเองลุกนั่งพิงหัวเตียงทันที “อะไรเนี่ย ทำเหมือนหึงผมกับดางั้นแหละ ผมจะพาแม่ไปเยี่ยมย่าของดาจริงๆ ครับ” เขาบอกตอบ “พี่จะไปด้วย” “จะไปทำไม แล้วเนี่ยดูสภาพตัวเองสิ จะไปได้ยังไงไหว ไปหาหมอก่อนเถอะ” “ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกน่า เพราะเนี่ยก็แค่อ้วกและเหม็นนั่นนี่ไปหมดเท่านั้นเอง” เขาบอกน้องชายทั้งๆ ที่หน้าซีดมากตอนนี้ “ครับ ผมกับแม่จะไปมุกดาหารในสองสามวันนี้นะ พี่ก็อยู่ทำงานของพี่ไปเถอะ” “ที่โรงแรมงานไม่ยุ่ง พี่ไปด้วยได้” “แต่...” “พี่จะไป” เขาไม่สนใจว่าชนาธิปจะพูดอะไร เขาจะไปด้วย แค่นี้จบ “โอเค ไปก็ไป งั้นก็ทำตัวเองให้แข็งแรงก็แล้วกัน จะให้น้าเข้มข
“ยัยดาไม่มีแฟน ไม่เคยมีใครเลย แต่ระหว่างช่วงที่พี่กับพี่เข้มมาอยู่ที่มุกดาหาร ไม่ได้อยู่ด้วยหนึ่งเดือน มันจะใช่เหรอ ยัยดาไม่น่าจะมีแฟนได้เร็วในหนึ่งเดือนนะขม” ยิ่งคิดยิ่งมองลูกสาวที่นั่งกับแม่สามีอยู่ในห้องก็ยิ่งดูแปลกตา “ไม่หรอกพี่ ยัยดาคงไม่ท้อง ไม่มีแฟนหรอก พี่น่ะคิดมากไปเอง” “พี่ไม่ได้คิดมากนะขม แต่มันเหมือนคนท้องจริงๆ ดูหลานขมสิ กินไปได้ยังไงมีแต่ของเปรี้ยวๆ ทั้งนั้น กินได้ทุกวันเลยเท่าที่พี่สังเกต” “งั้นพี่ก็ไปถามยัยดา เดี๋ยวฉันจะไปอยู่กับแม่เอง” “อือ...พี่ก็ว่าจะถามให้รู้แล้วรู้รอด ไม่อยากคาใจแบบนี้ เพราะยิ่งมองก็เหมือนคนท้อง”แล้วทั้งสองก็ลุกเดินออกจากที่แคร่หน้าบ้านเข้าไปในบ้านทันที ด้านคนที่กรุงเทพฯ อาการเริ่มชัดเจนแพ้ท้องหนักทุกวัน จนคุณนายชม้อยมั่นใจว่าตอนนี้ลูกชายกำลังจะมีหลานให้ แล้วกับใครล่ะ ในเมื่อศศิญาภรณ์คู่หมั้น ลูกชายก็ไม่เคยมีอะไรลึกซึ้งด้วย ให้ชนาธิปสืบก็ไม่ได้ความสักอย่าง แล้วผู้หญิงคนนั้นคือใคร นางมั่นใจแน่นอนด้วยสัญชาตญาณและลางสังหรณ์ที่มีทำให้ชม้อยมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าลูกชายทำผู้หญิงท้อง แต่ใครกัน
“ก็อาจจะเป็นก่อน ถ้าไม่มีอะไรแล้วแค่นี้ก่อนนะคะ ดาต้องนอนแล้ว เพราะต้องตื่นเช้าไปช่วยอารดน้ำผักที่สวนแต่เช้าค่ะ” “อือ...ไม่มีผู้ชายมาจีบนะ” “ไม่มีค่ะ แค่นี้นะคะ” “อือ” แล้วเธอก็ตัดวางสายทันที พอวางสายไปจากชนาธรณ์ เธอก็มานั่งดูปฏิทินในโทรศัพท์ที่จะทำหมายเหตุวันเป็นประจำเดือน “เดือนนี้เรายังไม่เป็นประจำเดือนเลย นี่ก็เลยกำหนดมาจะอาทิตย์แล้ว คงไม่นะยัยดา คงไม่ท้องนะ” จากง่วงๆ ก็หายง่วง นอนไม่หลับเมื่อมีเรื่องให้คิด อลิลดาตาดำคล้ำโบ๋ก็เมื่อคืนเธอนอนไม่หลับ กว่าจะหลับก็เกือบเช้า พอหลับได้ไม่ถึงชั่วโมงก็ตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้มาแต่งตัวเพื่อมารดน้ำผักที่สวนหลังบ้านกับอาของเธอ ตอนนี้เธอปิดปากหาวตลอดการเดินดึงสายยางในมือฉีดน้ำรดน้ำผัก “ทำไมสภาพเป็นแบบนั้นลูก” อา! เธอปิดปากหาวแล้วก็ตอบคำถามอาของตนเอง “พอดีนอนไม่หลับเลยค่ะเมื่อคืน กว่าจะหลับก็เกือบเช้า พอหลับไม่นานก็มาตื่นเนี่ยแหละค่ะอาขม...อา!” พอพูดสุดความก็ยกมือปิดปากหาว “ถ้าง่วงก็ไปนอนต่อเถอะ สายๆ ค่อยมาช่วยอาเก็บผัก ไม่วันนี
“วันนี้คุณย่าเก่งมากเลยนะคะ ขยับแขนและขาเองได้แล้ว อีกไม่นานก็กลับมาลุกเดินได้ปกติแล้วค่ะ” เมื่อทำกายภาพบำบัดให้คุณย่าเสร็จ เธอก็บีบมือให้กำลังใจท่าน “ขอบคุณมากลูกที่ให้กำลังใจย่า แล้วเนี่ยแม่เรากับอาของเราไปไหน”นางรู้ดีว่านางแก่มากแล้วและยากที่จะกลับไปเดินได้เหมือนเมื่อก่อน“ไปช่วยกันทำน้ำพริกส่งไปให้พ่อเข้มที่กรุงเทพค่ะย่า” เธอบอกท่าน“อือ...หนูดาก็ไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะ คืนนี้ให้อาขมของเรานอนกับย่าคนเดียวก็พอ หนูไปนอนพักที่ห้องสบายๆ สักวันนะลูก” นางบอกหลานสาว“แต่หนูอยากอยู่ด้วย”“ไม่เป็นไร อาขมอยู่กับย่าคนเดียวก็พอแล้ว”“ก็ได้ค่ะ งั้นหนูเอายาก่อนนอนให้ย่ากินก่อนนะคะ หนูถึงจะกลับไปห้อง”“อือ...เอามาเถอะลูก” นางใจมองหลานสาวที่ลุกเดินไปหยิบยาก่อนนอนและรินน้ำอุ่นใส่แก้วมาให้ดื่มหลังทานยา อลิลดานำยาและน้ำมาให้คุณย่าทานแล้วก็ปรับเตียงนอนของท่านจากที่เป็นแบบนั่งให้นอนราบพร้อมกับห่มผ้าให้ท่านให้เรียบร้อย “ฝันดีนะคะคุณย่า” “ฝันดีเช่นกันลูก” เมื่อฟังคนเป็นย่าพูดจบ เธอก็เดินออกไปจากห้องทันที แต่ไม่ได้ไปห้องพักส่วนตัวตัวเอง แต่เดินไปยังห้องครัวท





