LOGIN“ยังโกรธอยู่พ่อเหรอ?”
“.....”
เงียบ ไร้เสียงตอบรับจากแพรพิชชา
“โถ่...น้องแพร พ่อขอโทษ”
เขาพยายามพูดกับเธอ
“น้องแพรก็รู้ว่าพ่อเป็นห่วง อีกอย่างน้องแพรเป็นผู้หญิงด้วยนะ พ่อก็ต้องหวงเป็นธรรมดา”
เขาจับมือลูกสาว
“แต่คุณพ่อรับปากแล้ว คุณพ่อคะ...น้องแพรโตแล้วนะคะ”
แพรพิชชาตัดพ้อที่ผู้เป็นพ่อยังคงคิดว่าเธอเป็นเด็ก
“พ่อจะพยายามเปิดใจให้ไอ้นั่นก็แล้วกัน เรื่องเมื่อคืน พ่อขอโทษนะที่ทำให้น้องแพรเสียใจ” เจ้าสัวบดินทร์ถอนหายใจ
“อือ ไม่เป็นไรเลยค่ะคุณพ่อ ขอแค่คุณพ่อยอมเปิดโอกาสให้พี่กันตร์ น้องแพรก็หายโกรธคุณพ่อแล้วค่ะ สัญญานะคะ”
แพรพิชชายกนิ้วก้อยขึ้นมาเพื่อทำสัญญากับผู้เป็นพ่อ
“อือ ก็ได้”
“คุณพ่อห้ามทำนิสัยไม่ดีใส่พี่กันตร์แบบนั้นอีกนะคะ”
เจ้าสัวบดินทร์พยักหน้ารับปากลูกสาว แพรพิชชากอดผู้เป็นพ่ออย่างดีใจ เหลือแค่ทำความเข้าใจกับพี่ชายทั้งสองทุกอย่างก็จะราบรื่น แพรพิชชาคิด
เสียงคลื่นกระทบกับชายฝั่งสีขาวของชายหาดที่สะท้อนด้วยแสงแดดสวยงามช่วยจรรโลงใจคนที่ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งปี
ทุก ๆ ปีเพชรจรัสกรุ๊ปจะจัดทริปท่องเที่ยวไว้ให้เพื่อพนักงานที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานให้บริษัทตลอดทั้งปี เพราะพนักงานเหล่านี้ เพชรจรัสจึงมีเม็ดเงินหมุนเวียนมากมายมหาศาล และไม่เสียหายอะไรที่จะตอบแทนพวกเขาเหล่านั้น
โดยปกติแล้ว โลกันตร์ไม่เคยมาร่วมด้วย เพราะพนักงานจะได้สังสรรค์กันอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องเกรงใจเขา แต่ครั้งนี้เขาต้องมาที่นี่เพราะเธอ... แพรพิชชา
“อากาศบริสุทธิ์มันสดชื่นแบบนี้นี่เอง”
ม่านมุกเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น ไม่บ่อยนักที่เธอจะได้มาเที่ยวทะเล ต่างจากแพรพิชชาที่ไม่ค่อยจะชอบนัก เพราะอากาศร้อนแถมแดดยังแรงอีกต่างหาก
“เกินไปหรือเปล่ามุก?”
แพรพิชชาแซวขำ ๆ
“นาน ๆ ทีมุกจะได้มาเที่ยวแบบนี้ก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดาแหละ”
ม่านมุกอธิบาย
“ว่าแต่กัสจังหายไปไหนอีกแล้วเนี่ย?”
แพรพิชชาเอ่ยถึงเพื่อนสาวที่มักจะหายตัวไปอยู่บ่อยครั้ง
“บอกมุกว่าจะไปเข้าห้องน้ำน่ะ เดี๋ยวก็คงมา”
“นั่นไงมาพอดีเลย”
แพรพิชชาที่หันไปเห็นกัสจังพูดขึ้น
“ทำไมแกทำตัวอย่างกับเป็นผี มา ๆหาย ๆ อยู่ได้” แพรพิชชาบ่นอุบ
“ขี้บ่นจริงนะแกเนี่ย ฉันไปเอากุญแจห้องมาให้ย่ะ”
กัสจังชูดอกกุญแจที่มีหมายเลขห้องติดอยู่ขึ้น
“เข้าห้องเถอะ ร้อนจะแย่”
แพรพิชชาคว้ากุญแจในมือกัสจังก่อนจะเดินนำเข้าไป พนักงานหลายคนต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนเพื่อเก็บแรงไว้ทำกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในตอนเย็น
-ห้อง506-
แพรพิชชาไขประตูเข้ามาภายในห้องพักที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวสะอาดตา หญิงสาวจับจองเลือกเตียงเพื่อหลับนอนก่อนที่เพื่อนจะมาถึง
แพรพิชชารบเร้ากว่าเจ้าสัวบดินทร์จะยอมให้เธอมาร่วมทริปนี้ ในคราวแรกผู้เป็นพ่อไม่ยอมให้เธอมา ทั้งห่วงเรื่องกลัวว่า เธอจะลำบาก ทั้งหวงเธอกับโลกันตร์ ไม่อยากให้อยู่ด้วยกันสองต่อสองกลัวจะเกินเลย
จนท้ายที่สุด เธอต้องใช้ท่าไม้ตายพูดเรื่องที่ท่านสัญญากับเธอไว้ เจ้าสัวบดินทร์ยินยอมโดยไม่เต็มใจนัก
“แพร...แพร!”
เสียงเรียกของม่านมุกทำแพรพิชชาสะดุ้ง
“เหม่ออะไรเนี่ย?”
ม่านมุกถามขึ้นพร้อมนำสัมภาระออกจากกระเป๋า
“เหม่อถึงท่านประธานล่ะสิ?”
ไม่วายที่กัสจังจะเอ่ยแซวพร้อมเอาไหล่มากระทบไหล่เธอ
“ก็แหงล่ะสิ ฉันไม่ใช่คนใจร้ายที่จะปล่อยให้เขาคิดถึงฉันฝ่ายเดียวนี่นา”
แพรพิชชาอมยิ้มเมื่อนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของเขา
“มั่นใจเหลือเกินนะ”
กัสจังเบ้ปากใส่เธอ
“ว่าแต่มีใครเห็นพี่กันตร์ไหม?”
ตั้งแต่ขึ้นรถมาที่นี่ แพรพิชชายังไม่พบแม้แต่เงาของเขา
“ไม่เห็นนะ”
“ฉันก็ไม่เห็น แต่คิดว่าท่านประธานน่าจะติดงานแหละ”
กัสจังออกความเห็น
“มุกก็ว่าแบบนั้น นอนเถอะ... เดี๋ยวไม่มีแรงสนุกคืนนี้”
ม่านมุกผงกหัวขึ้นจากหมอน ก่อนจะเอ่ยปากบอกเพื่อนทั้งสองให้หยุดรบกวนเวลาพักผ่อนของเธอ
ตกเย็น… แสงสีเสียงที่สาดส่องอยู่ริมชายหาด ชายหญิงต่างอิริยาบถ ไฟแสงสีที่กระทบชายหาดสีขาวทำให้เปลี่ยนสีไป ทุกคนดูมีความสุขต่างจากแพรพิชชา
ตั้งแต่มาจนถึงจนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนนี้ เธอรู้สึกกระวนกระวายใจแทบคลั่งเหตุจากยังไม่พบแม้แต่เงาโลกันตร์ หนำซ้ำโทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้ แพรพิชชานั่งนิ่งซึมอยู่กับแก้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มองเรือนร่างของกัสจังที่กำลังวาดลวดลาย
“มุกเป็นอะไรไป?”
แพรพิชชาละสายตาจากกัสจังเห็นเพื่อนอีกคนที่เหมือนจะหลับในอยู่ตรงข้าม
“รู้สึกง่วง ๆ น่ะ”
ม่านมุกเอามือกุมหัว
“ไม่สบายหรือเปล่า?”
มือขาวของแพรพิชชาอังหน้าผากเพื่อนสาว
“ตัวไม่เห็นร้อนเลย ไปเถอะเดี๋ยวแพรไปส่ง”
แพรพิชชาพยุงร่างของม่านมุกขึ้นก่อนจะประคองเดินออกมาตามทางเดินด้วยความทุลักทุเล ม่านมุกที่หลับแหล่ไม่หลับแหล่ทำได้แค่ประคองสติไว้ไม่ให้หลับกลางอากาศเท่านั้น ฟุบ!
โลกันตร์เริ่มคลอเคลียลำคอขาว ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้อารมณ์ความเป็นชายยิ่งทวีคูณเขาเริ่มจากการจูบปากสีแดงระเรื่อเบา ๆ มือของเขาทำหน้าที่เปลื้องชุดออกจากกายสวย แพรพิชชาที่ห่างหายจากเรื่องอย่างว่ามานานนับปีกลับรู้สึกตัวสั่นเมื่อถูกสัมผัสจากมือเย็นเธอประหม่า!“กลัวเหรอครับ"โลกันตร์ถอนจูบจากปากหวาน"ปะ...เปล่าค่ะ"เธอหลบสายตา“ถ้าแพรไม่พร้อม พี่ไม่ทำก็ได้นะ”โลกันตร์ไม่อยากบังคับเธอ แพรพิชชารับรู้ได้ถึงความอึมครึม“แพรขออาบน้ำก่อนนะคะ" โลกันตร์ทิ้งตัวนอนเมื่อเธอเอ่ยจบน้องแพรยังไม่ไว้ใจพี่อีกหรือครับน้ำเสียงนิ่ง ทว่าโทนเสียงแกว่งเล็กน้อยด้วยความผิดหวัง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาหญิงสาว“งั้นพี่จะรอวันที่น้องแพรพร้อมนะครับ”แพรพิชชาไม่ตอบพลางถอนหายใจอย่างแผ่วเบา ดึงชุดที่ถูกเขาถอดออกไปขึ้นกลับมาไว้ที่เดิมเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องน้ำ หน้าร้อนผ่าวเมื่อรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก่อนจะแง้มประตูเอ่ยถามคนที่นอนเสียอารมณ์อยู่บนเตียงกว้าง“พี่กันตร์สนใจถูหลังให้น้องแพรไหมคะ" เขายิ้มออกมาโลกันตร์ไม่รีรอเมื่อได้ยินประโยคนั้น เขาดีดตัวขึ้นเดินตามเธอเข้าไปอย่างรวดเร็วแพรพิชชาเปลื้องผ้าโชว์เรือนร่างของตน
“เราไปตัดชุดแต่งงานกันเลยดีกว่า หรือไปถ่ายพรีเวดดิ้งก่อนดี”โลกันตร์เสนอสองแนวทางให้แก่เธอ“พี่กันตร์ กลับบ้านก่อนสิคะไปปรึกษาคุณพ่อกับคุณปู่ก่อน”แพรพิชชาบอกกับคนใจร้อน“ก็พี่ตื่นเต้นนี่ครับ”เขารอไม่ไหวที่จะเข้าหอกับเธอ“ตื่นเต้นหรือว่าหื่นกันแน่คะ?”แพรพิชชาที่รู้ทันพูดดักไว้ก่อน“พี่ก็หื่นแค่กับแพรนั่นแหละ”แพรพิชชาหน้าแดงกับคำพูดหวาน ๆ ของโลกันตร์ เขาจับมือหญิงสาวไปจุมพิตทั้งที่สายตาทอดมองถนน“กลับบ้านก่อนค่ะ แพรเป็นห่วงลูก”เธอรีบเปลี่ยนเรื่อง โลกันตร์สลัดความตื่นเต้นออกจากหัว เขาลืมไปเสียสนิทว่าฝากบุตรชายไว้กับพ่อตาเด็กชายอลันค่อนข้างที่จะติดเต้า แพรพิชชาเกรงว่าเด็กชายจะงอแงหากต้องดื่มนมจากขวดอันที่จริงเธอกำลังหัดให้ลูกเลิกเต้า แต่กลับใจไม่แข็งพอ เมื่อลูกร้องไห้แพรพิชชากลับต้องใจอ่อนเมื่อรถจอดสนิทแพรพิชชารีบเร่งฝีเท้าเพื่อให้ถึงตัวลูกน้อยเร็วที่สุด แต่กลับผิดคาดที่เธอคิดไว้ เด็กชายอลันหลับสนิทได้โดยที่เธอไม่ต้องให้เข้าเต้า แพรพิชชายิ้มปลื้ม ไม่คิดว่าลูกชายของเธอจะเลี้ยงง่ายเช่นนี้“พี่บอกแล้วไงครับว่าลูกเราเลี้ยงง่ายจะตาย"โลกันตร์ที่เดินตามหลังเข้ามาเอ่ยขึ้น แพรพิชชาเดินนำเ
โลกันตร์ตักอาหารให้แพรพิชชาจนเต็มจานแม้หญิงสาวจะปราม เขาให้เหตุผลว่าเธอคงจะเหนื่อยกับการเลี้ยงลูกมาทั้งวัน จำต้องกินเยอะ ๆ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเสียคน เพราะทุกคนต่างเอาอกเอาใจเธอซึ่งเป็นเพราะเธอเองที่มักจะร้องไห้เวลาถูกขัดใจแพรพิชชาไม่ชอบที่ตัวเองเป็นเช่นนี้ แต่เธอกลับห้ามตัวเองไม่ได้-8 เดือนผ่านไป-งานเลี้ยงฉลองวันเกิดเด็กชายอลันอายุครบ 1 ขวบก็มาถึง โลกันตร์อาสารับจัดแจงงานทั้งหมดด้วยตัวเอง งานเลี้ยงเล็ก ๆ ถูกจัดขึ้นในเวลากลางวันที่คฤหาสน์แก้วไพลิน แขกในงานมีเพียงแค่คนในครอบครัวตามที่ แพรพิชชาต้องการเจ้าของงานอย่างเด็กชายอลันเดินทักทายแขกไปทั่วตั้งแต่หนูน้อยเริ่มหัดเดินถึงกระทั่งตอนนี้เขาก็แทบจะไม่หยุดเดิน จนบางครั้งผู้เป็นแม่นั้นไล่ตามไม่ทัน เด็กน้อยเริ่มหัดพูดคำง่าย ๆ บ้างแล้ว“น้องอลัน... อย่าเดินบ่อยนักสิครับ”โลกันตร์ร้องเรียกลูกชายที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เขาอาสาดูลูกให้คุณแม่คนสวยได้มีเวลาไปแต่งตัวอันที่จริงพี่เลี้ยงของเด็กชายอลันนั้นมีเยอะแยะมากมาย เพราะเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย ไม่ได้สร้างความลำบากเวลาอยู่กับใครโลกันตร์อุ้มลูกชายขึ้นเหนือหัวพลางพัดพุงป่องนั้นแรง
“แกแน่ใจเหรอว่าไม่รู้?”แพรพิชชานิ่งกว่าที่เคย“กะ...แกหมายถึงอะไร”กัสจังอ้ำอึ้ง เธอยังคงไม่รู้ว่าแพรพิชชารับรู้ทุกเรื่องที่เธอกระทำ “เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน แกทำแบบนั้นทำไม?”แพรพิชชาไม่เข้าใจว่าเหตุใดกัสจังจึงต้องทำเช่นนั้น“ฉันทำอะไร ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย”กัสจังแถไปเรื่อยเมื่อรู้สึกจนมุม“แกไม่มีอะไรจะพูดนอกจากคำว่าไม่รู้เหรอ?”แพรพิชชาสะบัดมือที่กัสจังกุมอยู่“แพร! แกรู้ตัวไหมว่าแกเปลี่ยนไป”กัสจังหัวเสียที่แพรพิชชาถามจี้“เปลี่ยนไป? ฉันน่ะเหรอที่เปลี่ยนไป?” แพรพิชชาตอบกลับ“ก็ปกติฉันพูดอะไรแกก็เชื่อ แล้วทำไมตอนนี้แกถึงไม่เชื่อฉัน”กัสจังเริ่มขึ้นเสียง“เพราะฉันไม่โง่เหมือนเมื่อก่อนไง”แพรพิชชาเองก็ไม่ยอม“แล้วยังไง แกบอกว่าฉันทำ แล้วแกมีหลักฐานอะไรว่าฉันเป็นคนปล่อยคลิปแก?”“ฉันยังไม่ได้พูดเลยนะว่าแกทำเรื่องอะไร แล้วแกรู้ได้ไงว่าฉันพูดถึงเรื่องคลิป?”แพรพิชชาเริ่มต้อนกัสจัง“กะ...ก็คลิปแกว่อนขนาดนั้น ฉันก็เดาเอาสิ”“ฉันอาจจะกำลังต่อว่าแกเรื่องอื่นอยู่ก็ได้”แพรพิชชายิ้มเมื่อกัสจังเริ่มร้อนตัว“ว่ายังไง แกมีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม?”“ใช่ ฉันเป็นคนทำเอง”กัสจังยอมรับเมื่อจนมุม“ในที
“แล้วทำไมพี่กันตร์ถึงคิดว่าเป็นกัสจัง?”แพรพิชชายังไม่สิ้นข้อสงสัย“วิเวียนบอกพี่...ว่าได้คลิปมาจากกัสจัง”“แปลว่าพี่กันตร์จงใจให้คนอื่นเห็นตั้งแต่แรก?”แพรพิชชาน้ำตาไหลพราก อารมณ์เธออ่อนไหวยากจะรับมือเหลือเกิน“แพรมันไม่ใช่แบบนั้น”เขาดึงร่างของแพรพิชชากอดไว้แนบอก เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น“หลังจากที่พี่ขู่แพรวันนั้นพี่ก็ตั้งใจจะลบแล้ว แต่พี่ไม่รู้ว่ากัสจังได้มันไปตอนไหน”เขาพยายามปลอบประโลมคนขี้แย“แต่พี่ยังไม่ลบ พี่เก็บมันเอาไว้ทำไม?”โลกันตร์หลบสายตาแพรพิชชาอย่างรู้สึกผิด สิ่งที่เขาพูดอาจเป็นคำแก้ตัวสำหรับเธอ แต่ยังดีกว่าไม่พูด ไม่ได้พยายามอธิบายอะไรเลยต่างหาก“หรืออาจเป็นช่วงที่พี่ให้คนขับรถนำโทรศัพท์ไปซ่อม พี่สอบถามหลังจากเกิดเรื่องตอนนั้นแล้วว่า เอาไปซ่อมที่ร้านของกัสจัง พี่ขอโทษจริง ๆ หลังจากที่ซ่อมเสร็จ พี่ก็ลบทิ้งไม่คิดว่าจะมีใครได้คลิปนี้ไปอีก”เสียงสั่นพูดขึ้น คนฟังเอียงคอสงสัยจึงถามออกไป“แล้วกัสจังจะทำไปทำไม?”เธอคิดหาเหตุผลว่า ทำไมกัสจังต้องทำกับเธอเช่นนี้“เดี๋ยวเจอตัวก็รู้เองว่าทำหรือไม่ทำ”ไม่ว่าใครเป็นคนที่ก่อเรื่องเขาจะอาเรื่องมันให้ถึงที่สุด หลังจากนั้น โลกันตร์จึงสั่
“เหมือนแพรมากเลยนะคะ”ม่านมุกเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทารกในตู้อบที่หน้าตาเหมือนแพรพิชชาราวกับแกะโดยที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นลูกโครโลกันตร์เช็ดน้ำตาแห่งความปลื้มปริ่ม ๆ มองหน้าม่านมุกที่เหมือนมีเรื่องจะคุยกับเขา“คุณกันตร์ไม่ได้เป็นคนทำใช่ไหมคะ?”ม่านมุกมองชายหนุ่มอย่างคาดหวัง“ผมยอมรับนะว่า ผมเป็นคนถ่ายคลิปนั่น แต่เรื่องคนปล่อยผมกำลังให้คนตามสืบว่าใครเป็นคนทำ”เขาบอกเธอออกไปตามความจริง“ถ้าคุณไม่ได้เป็นคนปล่อย แล้วใครจะกล้าทำเรื่องแบบนี้ล่ะคะ?”เธอยังคงถามอย่างสงสัย“ผมพอจะรู้ว่าแล้วใคร แต่ต้องสืบเพื่อความแน่ใจก่อน”แพรพิชชาลืมตาขึ้นมาหลังจากที่หลับไปหลายชั่วโมง เพดานสีขาวสะอาดตาเดาว่าคงอยู่ที่โรงพยาบาล เธอสัมผัสที่ท้องที่เคยโตแต่กลับต้องตกใจเพราะตอนนี้พุงเธอแฟบลงไปเสียแล้ว“คะ...คุณพ่อคะ”แพรพิชชาเอื้อนเอ่ยเรียกบิดา“น้องแพร เป็นยังไงบ้างลูก?”ทุกคนต่างกรูกันเข้าไปหาแพรพิชชาเจ้าสัวบดินทร์ลูบศีรษะของลูกสาว รอยยิ้มปรากฏเมื่อรับรู้ว่าเธอปลอดภัย“ลูกแพรล่ะคะ?”เธอกลั้นใจถามทั้งที่แทบจะไม่มีเรี่ยวแรง เธอไม่ได้โวยวาย“หลานปลอดภัยดี แต่ตอนนี้อยู่ในตู้อบเพราะตัวเหลือง”เจ้าสัวบดินทร์อธิบา

![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





