Mag-log in“ยังโกรธอยู่พ่อเหรอ?”
“.....”
เงียบ ไร้เสียงตอบรับจากแพรพิชชา
“โถ่...น้องแพร พ่อขอโทษ”
เขาพยายามพูดกับเธอ
“น้องแพรก็รู้ว่าพ่อเป็นห่วง อีกอย่างน้องแพรเป็นผู้หญิงด้วยนะ พ่อก็ต้องหวงเป็นธรรมดา”
เขาจับมือลูกสาว
“แต่คุณพ่อรับปากแล้ว คุณพ่อคะ...น้องแพรโตแล้วนะคะ”
แพรพิชชาตัดพ้อที่ผู้เป็นพ่อยังคงคิดว่าเธอเป็นเด็ก
“พ่อจะพยายามเปิดใจให้ไอ้นั่นก็แล้วกัน เรื่องเมื่อคืน พ่อขอโทษนะที่ทำให้น้องแพรเสียใจ” เจ้าสัวบดินทร์ถอนหายใจ
“อือ ไม่เป็นไรเลยค่ะคุณพ่อ ขอแค่คุณพ่อยอมเปิดโอกาสให้พี่กันตร์ น้องแพรก็หายโกรธคุณพ่อแล้วค่ะ สัญญานะคะ”
แพรพิชชายกนิ้วก้อยขึ้นมาเพื่อทำสัญญากับผู้เป็นพ่อ
“อือ ก็ได้”
“คุณพ่อห้ามทำนิสัยไม่ดีใส่พี่กันตร์แบบนั้นอีกนะคะ”
เจ้าสัวบดินทร์พยักหน้ารับปากลูกสาว แพรพิชชากอดผู้เป็นพ่ออย่างดีใจ เหลือแค่ทำความเข้าใจกับพี่ชายทั้งสองทุกอย่างก็จะราบรื่น แพรพิชชาคิด
เสียงคลื่นกระทบกับชายฝั่งสีขาวของชายหาดที่สะท้อนด้วยแสงแดดสวยงามช่วยจรรโลงใจคนที่ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งปี
ทุก ๆ ปีเพชรจรัสกรุ๊ปจะจัดทริปท่องเที่ยวไว้ให้เพื่อพนักงานที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานให้บริษัทตลอดทั้งปี เพราะพนักงานเหล่านี้ เพชรจรัสจึงมีเม็ดเงินหมุนเวียนมากมายมหาศาล และไม่เสียหายอะไรที่จะตอบแทนพวกเขาเหล่านั้น
โดยปกติแล้ว โลกันตร์ไม่เคยมาร่วมด้วย เพราะพนักงานจะได้สังสรรค์กันอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องเกรงใจเขา แต่ครั้งนี้เขาต้องมาที่นี่เพราะเธอ... แพรพิชชา
“อากาศบริสุทธิ์มันสดชื่นแบบนี้นี่เอง”
ม่านมุกเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น ไม่บ่อยนักที่เธอจะได้มาเที่ยวทะเล ต่างจากแพรพิชชาที่ไม่ค่อยจะชอบนัก เพราะอากาศร้อนแถมแดดยังแรงอีกต่างหาก
“เกินไปหรือเปล่ามุก?”
แพรพิชชาแซวขำ ๆ
“นาน ๆ ทีมุกจะได้มาเที่ยวแบบนี้ก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดาแหละ”
ม่านมุกอธิบาย
“ว่าแต่กัสจังหายไปไหนอีกแล้วเนี่ย?”
แพรพิชชาเอ่ยถึงเพื่อนสาวที่มักจะหายตัวไปอยู่บ่อยครั้ง
“บอกมุกว่าจะไปเข้าห้องน้ำน่ะ เดี๋ยวก็คงมา”
“นั่นไงมาพอดีเลย”
แพรพิชชาที่หันไปเห็นกัสจังพูดขึ้น
“ทำไมแกทำตัวอย่างกับเป็นผี มา ๆหาย ๆ อยู่ได้” แพรพิชชาบ่นอุบ
“ขี้บ่นจริงนะแกเนี่ย ฉันไปเอากุญแจห้องมาให้ย่ะ”
กัสจังชูดอกกุญแจที่มีหมายเลขห้องติดอยู่ขึ้น
“เข้าห้องเถอะ ร้อนจะแย่”
แพรพิชชาคว้ากุญแจในมือกัสจังก่อนจะเดินนำเข้าไป พนักงานหลายคนต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนเพื่อเก็บแรงไว้ทำกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในตอนเย็น
-ห้อง506-
แพรพิชชาไขประตูเข้ามาภายในห้องพักที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวสะอาดตา หญิงสาวจับจองเลือกเตียงเพื่อหลับนอนก่อนที่เพื่อนจะมาถึง
แพรพิชชารบเร้ากว่าเจ้าสัวบดินทร์จะยอมให้เธอมาร่วมทริปนี้ ในคราวแรกผู้เป็นพ่อไม่ยอมให้เธอมา ทั้งห่วงเรื่องกลัวว่า เธอจะลำบาก ทั้งหวงเธอกับโลกันตร์ ไม่อยากให้อยู่ด้วยกันสองต่อสองกลัวจะเกินเลย
จนท้ายที่สุด เธอต้องใช้ท่าไม้ตายพูดเรื่องที่ท่านสัญญากับเธอไว้ เจ้าสัวบดินทร์ยินยอมโดยไม่เต็มใจนัก
“แพร...แพร!”
เสียงเรียกของม่านมุกทำแพรพิชชาสะดุ้ง
“เหม่ออะไรเนี่ย?”
ม่านมุกถามขึ้นพร้อมนำสัมภาระออกจากกระเป๋า
“เหม่อถึงท่านประธานล่ะสิ?”
ไม่วายที่กัสจังจะเอ่ยแซวพร้อมเอาไหล่มากระทบไหล่เธอ
“ก็แหงล่ะสิ ฉันไม่ใช่คนใจร้ายที่จะปล่อยให้เขาคิดถึงฉันฝ่ายเดียวนี่นา”
แพรพิชชาอมยิ้มเมื่อนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของเขา
“มั่นใจเหลือเกินนะ”
กัสจังเบ้ปากใส่เธอ
“ว่าแต่มีใครเห็นพี่กันตร์ไหม?”
ตั้งแต่ขึ้นรถมาที่นี่ แพรพิชชายังไม่พบแม้แต่เงาของเขา
“ไม่เห็นนะ”
“ฉันก็ไม่เห็น แต่คิดว่าท่านประธานน่าจะติดงานแหละ”
กัสจังออกความเห็น
“มุกก็ว่าแบบนั้น นอนเถอะ... เดี๋ยวไม่มีแรงสนุกคืนนี้”
ม่านมุกผงกหัวขึ้นจากหมอน ก่อนจะเอ่ยปากบอกเพื่อนทั้งสองให้หยุดรบกวนเวลาพักผ่อนของเธอ
ตกเย็น… แสงสีเสียงที่สาดส่องอยู่ริมชายหาด ชายหญิงต่างอิริยาบถ ไฟแสงสีที่กระทบชายหาดสีขาวทำให้เปลี่ยนสีไป ทุกคนดูมีความสุขต่างจากแพรพิชชา
ตั้งแต่มาจนถึงจนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนนี้ เธอรู้สึกกระวนกระวายใจแทบคลั่งเหตุจากยังไม่พบแม้แต่เงาโลกันตร์ หนำซ้ำโทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้ แพรพิชชานั่งนิ่งซึมอยู่กับแก้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มองเรือนร่างของกัสจังที่กำลังวาดลวดลาย
“มุกเป็นอะไรไป?”
แพรพิชชาละสายตาจากกัสจังเห็นเพื่อนอีกคนที่เหมือนจะหลับในอยู่ตรงข้าม
“รู้สึกง่วง ๆ น่ะ”
ม่านมุกเอามือกุมหัว
“ไม่สบายหรือเปล่า?”
มือขาวของแพรพิชชาอังหน้าผากเพื่อนสาว
“ตัวไม่เห็นร้อนเลย ไปเถอะเดี๋ยวแพรไปส่ง”
แพรพิชชาพยุงร่างของม่านมุกขึ้นก่อนจะประคองเดินออกมาตามทางเดินด้วยความทุลักทุเล ม่านมุกที่หลับแหล่ไม่หลับแหล่ทำได้แค่ประคองสติไว้ไม่ให้หลับกลางอากาศเท่านั้น ฟุบ!
โลกันตร์เริ่มคลอเคลียลำคอขาว ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้อารมณ์ความเป็นชายยิ่งทวีคูณเขาเริ่มจากการจูบปากสีแดงระเรื่อเบา ๆ มือของเขาทำหน้าที่เปลื้องชุดออกจากกายสวย แพรพิชชาที่ห่างหายจากเรื่องอย่างว่ามานานนับปีกลับรู้สึกตัวสั่นเมื่อถูกสัมผัสจากมือเย็นเธอประหม่า!“กลัวเหรอครับ"โลกันตร์ถอนจูบจากปากหวาน"ปะ...เปล่าค่ะ"เธอหลบสายตา“ถ้าแพรไม่พร้อม พี่ไม่ทำก็ได้นะ”โลกันตร์ไม่อยากบังคับเธอ แพรพิชชารับรู้ได้ถึงความอึมครึม“แพรขออาบน้ำก่อนนะคะ" โลกันตร์ทิ้งตัวนอนเมื่อเธอเอ่ยจบน้องแพรยังไม่ไว้ใจพี่อีกหรือครับน้ำเสียงนิ่ง ทว่าโทนเสียงแกว่งเล็กน้อยด้วยความผิดหวัง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาหญิงสาว“งั้นพี่จะรอวันที่น้องแพรพร้อมนะครับ”แพรพิชชาไม่ตอบพลางถอนหายใจอย่างแผ่วเบา ดึงชุดที่ถูกเขาถอดออกไปขึ้นกลับมาไว้ที่เดิมเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องน้ำ หน้าร้อนผ่าวเมื่อรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก่อนจะแง้มประตูเอ่ยถามคนที่นอนเสียอารมณ์อยู่บนเตียงกว้าง“พี่กันตร์สนใจถูหลังให้น้องแพรไหมคะ" เขายิ้มออกมาโลกันตร์ไม่รีรอเมื่อได้ยินประโยคนั้น เขาดีดตัวขึ้นเดินตามเธอเข้าไปอย่างรวดเร็วแพรพิชชาเปลื้องผ้าโชว์เรือนร่างของตน
“เราไปตัดชุดแต่งงานกันเลยดีกว่า หรือไปถ่ายพรีเวดดิ้งก่อนดี”โลกันตร์เสนอสองแนวทางให้แก่เธอ“พี่กันตร์ กลับบ้านก่อนสิคะไปปรึกษาคุณพ่อกับคุณปู่ก่อน”แพรพิชชาบอกกับคนใจร้อน“ก็พี่ตื่นเต้นนี่ครับ”เขารอไม่ไหวที่จะเข้าหอกับเธอ“ตื่นเต้นหรือว่าหื่นกันแน่คะ?”แพรพิชชาที่รู้ทันพูดดักไว้ก่อน“พี่ก็หื่นแค่กับแพรนั่นแหละ”แพรพิชชาหน้าแดงกับคำพูดหวาน ๆ ของโลกันตร์ เขาจับมือหญิงสาวไปจุมพิตทั้งที่สายตาทอดมองถนน“กลับบ้านก่อนค่ะ แพรเป็นห่วงลูก”เธอรีบเปลี่ยนเรื่อง โลกันตร์สลัดความตื่นเต้นออกจากหัว เขาลืมไปเสียสนิทว่าฝากบุตรชายไว้กับพ่อตาเด็กชายอลันค่อนข้างที่จะติดเต้า แพรพิชชาเกรงว่าเด็กชายจะงอแงหากต้องดื่มนมจากขวดอันที่จริงเธอกำลังหัดให้ลูกเลิกเต้า แต่กลับใจไม่แข็งพอ เมื่อลูกร้องไห้แพรพิชชากลับต้องใจอ่อนเมื่อรถจอดสนิทแพรพิชชารีบเร่งฝีเท้าเพื่อให้ถึงตัวลูกน้อยเร็วที่สุด แต่กลับผิดคาดที่เธอคิดไว้ เด็กชายอลันหลับสนิทได้โดยที่เธอไม่ต้องให้เข้าเต้า แพรพิชชายิ้มปลื้ม ไม่คิดว่าลูกชายของเธอจะเลี้ยงง่ายเช่นนี้“พี่บอกแล้วไงครับว่าลูกเราเลี้ยงง่ายจะตาย"โลกันตร์ที่เดินตามหลังเข้ามาเอ่ยขึ้น แพรพิชชาเดินนำเ
โลกันตร์ตักอาหารให้แพรพิชชาจนเต็มจานแม้หญิงสาวจะปราม เขาให้เหตุผลว่าเธอคงจะเหนื่อยกับการเลี้ยงลูกมาทั้งวัน จำต้องกินเยอะ ๆ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเสียคน เพราะทุกคนต่างเอาอกเอาใจเธอซึ่งเป็นเพราะเธอเองที่มักจะร้องไห้เวลาถูกขัดใจแพรพิชชาไม่ชอบที่ตัวเองเป็นเช่นนี้ แต่เธอกลับห้ามตัวเองไม่ได้-8 เดือนผ่านไป-งานเลี้ยงฉลองวันเกิดเด็กชายอลันอายุครบ 1 ขวบก็มาถึง โลกันตร์อาสารับจัดแจงงานทั้งหมดด้วยตัวเอง งานเลี้ยงเล็ก ๆ ถูกจัดขึ้นในเวลากลางวันที่คฤหาสน์แก้วไพลิน แขกในงานมีเพียงแค่คนในครอบครัวตามที่ แพรพิชชาต้องการเจ้าของงานอย่างเด็กชายอลันเดินทักทายแขกไปทั่วตั้งแต่หนูน้อยเริ่มหัดเดินถึงกระทั่งตอนนี้เขาก็แทบจะไม่หยุดเดิน จนบางครั้งผู้เป็นแม่นั้นไล่ตามไม่ทัน เด็กน้อยเริ่มหัดพูดคำง่าย ๆ บ้างแล้ว“น้องอลัน... อย่าเดินบ่อยนักสิครับ”โลกันตร์ร้องเรียกลูกชายที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เขาอาสาดูลูกให้คุณแม่คนสวยได้มีเวลาไปแต่งตัวอันที่จริงพี่เลี้ยงของเด็กชายอลันนั้นมีเยอะแยะมากมาย เพราะเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย ไม่ได้สร้างความลำบากเวลาอยู่กับใครโลกันตร์อุ้มลูกชายขึ้นเหนือหัวพลางพัดพุงป่องนั้นแรง
“แกแน่ใจเหรอว่าไม่รู้?”แพรพิชชานิ่งกว่าที่เคย“กะ...แกหมายถึงอะไร”กัสจังอ้ำอึ้ง เธอยังคงไม่รู้ว่าแพรพิชชารับรู้ทุกเรื่องที่เธอกระทำ “เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน แกทำแบบนั้นทำไม?”แพรพิชชาไม่เข้าใจว่าเหตุใดกัสจังจึงต้องทำเช่นนั้น“ฉันทำอะไร ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย”กัสจังแถไปเรื่อยเมื่อรู้สึกจนมุม“แกไม่มีอะไรจะพูดนอกจากคำว่าไม่รู้เหรอ?”แพรพิชชาสะบัดมือที่กัสจังกุมอยู่“แพร! แกรู้ตัวไหมว่าแกเปลี่ยนไป”กัสจังหัวเสียที่แพรพิชชาถามจี้“เปลี่ยนไป? ฉันน่ะเหรอที่เปลี่ยนไป?” แพรพิชชาตอบกลับ“ก็ปกติฉันพูดอะไรแกก็เชื่อ แล้วทำไมตอนนี้แกถึงไม่เชื่อฉัน”กัสจังเริ่มขึ้นเสียง“เพราะฉันไม่โง่เหมือนเมื่อก่อนไง”แพรพิชชาเองก็ไม่ยอม“แล้วยังไง แกบอกว่าฉันทำ แล้วแกมีหลักฐานอะไรว่าฉันเป็นคนปล่อยคลิปแก?”“ฉันยังไม่ได้พูดเลยนะว่าแกทำเรื่องอะไร แล้วแกรู้ได้ไงว่าฉันพูดถึงเรื่องคลิป?”แพรพิชชาเริ่มต้อนกัสจัง“กะ...ก็คลิปแกว่อนขนาดนั้น ฉันก็เดาเอาสิ”“ฉันอาจจะกำลังต่อว่าแกเรื่องอื่นอยู่ก็ได้”แพรพิชชายิ้มเมื่อกัสจังเริ่มร้อนตัว“ว่ายังไง แกมีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม?”“ใช่ ฉันเป็นคนทำเอง”กัสจังยอมรับเมื่อจนมุม“ในที
“แล้วทำไมพี่กันตร์ถึงคิดว่าเป็นกัสจัง?”แพรพิชชายังไม่สิ้นข้อสงสัย“วิเวียนบอกพี่...ว่าได้คลิปมาจากกัสจัง”“แปลว่าพี่กันตร์จงใจให้คนอื่นเห็นตั้งแต่แรก?”แพรพิชชาน้ำตาไหลพราก อารมณ์เธออ่อนไหวยากจะรับมือเหลือเกิน“แพรมันไม่ใช่แบบนั้น”เขาดึงร่างของแพรพิชชากอดไว้แนบอก เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น“หลังจากที่พี่ขู่แพรวันนั้นพี่ก็ตั้งใจจะลบแล้ว แต่พี่ไม่รู้ว่ากัสจังได้มันไปตอนไหน”เขาพยายามปลอบประโลมคนขี้แย“แต่พี่ยังไม่ลบ พี่เก็บมันเอาไว้ทำไม?”โลกันตร์หลบสายตาแพรพิชชาอย่างรู้สึกผิด สิ่งที่เขาพูดอาจเป็นคำแก้ตัวสำหรับเธอ แต่ยังดีกว่าไม่พูด ไม่ได้พยายามอธิบายอะไรเลยต่างหาก“หรืออาจเป็นช่วงที่พี่ให้คนขับรถนำโทรศัพท์ไปซ่อม พี่สอบถามหลังจากเกิดเรื่องตอนนั้นแล้วว่า เอาไปซ่อมที่ร้านของกัสจัง พี่ขอโทษจริง ๆ หลังจากที่ซ่อมเสร็จ พี่ก็ลบทิ้งไม่คิดว่าจะมีใครได้คลิปนี้ไปอีก”เสียงสั่นพูดขึ้น คนฟังเอียงคอสงสัยจึงถามออกไป“แล้วกัสจังจะทำไปทำไม?”เธอคิดหาเหตุผลว่า ทำไมกัสจังต้องทำกับเธอเช่นนี้“เดี๋ยวเจอตัวก็รู้เองว่าทำหรือไม่ทำ”ไม่ว่าใครเป็นคนที่ก่อเรื่องเขาจะอาเรื่องมันให้ถึงที่สุด หลังจากนั้น โลกันตร์จึงสั่
“เหมือนแพรมากเลยนะคะ”ม่านมุกเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทารกในตู้อบที่หน้าตาเหมือนแพรพิชชาราวกับแกะโดยที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นลูกโครโลกันตร์เช็ดน้ำตาแห่งความปลื้มปริ่ม ๆ มองหน้าม่านมุกที่เหมือนมีเรื่องจะคุยกับเขา“คุณกันตร์ไม่ได้เป็นคนทำใช่ไหมคะ?”ม่านมุกมองชายหนุ่มอย่างคาดหวัง“ผมยอมรับนะว่า ผมเป็นคนถ่ายคลิปนั่น แต่เรื่องคนปล่อยผมกำลังให้คนตามสืบว่าใครเป็นคนทำ”เขาบอกเธอออกไปตามความจริง“ถ้าคุณไม่ได้เป็นคนปล่อย แล้วใครจะกล้าทำเรื่องแบบนี้ล่ะคะ?”เธอยังคงถามอย่างสงสัย“ผมพอจะรู้ว่าแล้วใคร แต่ต้องสืบเพื่อความแน่ใจก่อน”แพรพิชชาลืมตาขึ้นมาหลังจากที่หลับไปหลายชั่วโมง เพดานสีขาวสะอาดตาเดาว่าคงอยู่ที่โรงพยาบาล เธอสัมผัสที่ท้องที่เคยโตแต่กลับต้องตกใจเพราะตอนนี้พุงเธอแฟบลงไปเสียแล้ว“คะ...คุณพ่อคะ”แพรพิชชาเอื้อนเอ่ยเรียกบิดา“น้องแพร เป็นยังไงบ้างลูก?”ทุกคนต่างกรูกันเข้าไปหาแพรพิชชาเจ้าสัวบดินทร์ลูบศีรษะของลูกสาว รอยยิ้มปรากฏเมื่อรับรู้ว่าเธอปลอดภัย“ลูกแพรล่ะคะ?”เธอกลั้นใจถามทั้งที่แทบจะไม่มีเรี่ยวแรง เธอไม่ได้โวยวาย“หลานปลอดภัยดี แต่ตอนนี้อยู่ในตู้อบเพราะตัวเหลือง”เจ้าสัวบดินทร์อธิบา
“แต่คุณก็อย่าลืมว่า เรื่องนี้คุณก็มีส่วนผิด ถ้าคุณไม่ได้เป็นคนถ่ายคลิป ไม่มีทางที่คลิปนั้นจะถูกเผยแพร่ไม่ว่าโดยใครก็ตาม”โลกันตร์คิดตามที่วิเวียนบอก คนที่ผิดที่สุดคือเขาจริง ๆกริ๊ง กริ๊งเสียงโทรศัพท์ของแพรพิชชาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เธอสะดุ้งเล็กน้อยรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พบว่าเสียงปลายสายเป็นกั
“เป็นถึงประธาน แต่ไปทำงานสายแบบนี้ พนักงานที่ไหนจะนับถือ”โลกันตร์จำใจต้องไปทำงานเพราะแพรพิชชายกเหตุผลขึ้นมาอ้างการกระทำของทั้งสองอยู่ภายใต้สายตาของเจ้าสัวบดินทร์ ท่านได้แต่ส่ายหัวให้กับลูกเขยที่แทบจะสิงร่างลูกสาวของตัวเองอยู่แล้ว“เห็นแล้วหมั่นไส้”ข่าวการขอแต่งงานระหว่างสองตระกูลใหญ่ถูกแพร่สะพัด
แพรพิชชาค่อย ๆ ขยับผ้า เปลือกตาของเธอลืมขึ้นอย่างช้า ๆ ปะทะกับโลกันตร์ที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า“แต่งงานกับพี่นะครับ”แพรพิชชามองไปรอบ ๆ เมื่อสิ้นคำพูดของโลกันตร์ รอบกายของเธอตอนนี้มีทั้งพ่อ พี่ชายอย่างพีชและพี เพื่อนสนิทอย่างม่านมุก คุณปู่ไพศาล และทิวา ทุกคนต่างส่งสายตาให้เธอตอบตกลง“ตกลงค่ะ”แพรพ
ส่วนโลกันตร์ขอเป็นคนตั้งชื่อให้ลูกซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยเพราะในฐานะพ่อใคร ๆ ก็คงอยากทำ“แพร...นั่งคิดอะไรอยู่ เหม่อเชียว”แพรพิชชารับนมที่ถูกยื่นตรงหน้ามาถือไว้“มุกว่าคุณตากับคุณลุงของหลานจะให้อภัยพ่อของเขาหรือยัง?”“เท่าที่มุกสังเกต ทุกคนก็ดูใจอ่อนลงมากเลยนะ”ม่านมุกว่าพลางหยิบหวีมาสางผมให้แก่คุณแม่







