เข้าสู่ระบบ“หนักเหมือนกันนะเราเนี่ย”
แพรพิชชาบ่นอุบหลังวางม่านมุกลงบนที่นอน ก่อนจะเปิดประตูเตรียมออกไปที่งานเลี้ยงอีกครั้ง
เสียงล็อคประตูดังขึ้นหลังจากที่แพรพิชชาปิดลง หญิงหันหลังแต่เธอดันปะทะกับบางอย่าง
“ว้าย”
แพรพิชชาร้องเสียงหลง
“ชู่”
ชายหนุ่มปิดปากแพรพิชชาไว้ ด้วยเกรงว่าจะมีคนแตกตื่นเสียงของเธอ
“พี่เอง”
โลกันตร์ค่อย ๆ เอามือออกหลังจากส่งสัญญาณให้เธอเงียบ
“พี่กันตร์...หายไปไหนมาคะ ทำไมติดต่อไม่ได้เลย”
แพรพิชชาถามอย่างดีใจ เธอคิดว่าคืนนี้ต้องนอนไม่หลับแน่ ๆ หากไม่เจอหรือติดต่อเขาไม่ได้
“พี่ติดงานด่วน โทรศัพท์แบตหมดอีก พี่ขอโทษนะครับ”
โลกันตร์ดึงหญิงสาวเข้ามาปลอบประโลม อันที่จริงเขาไม่ได้ติดงาน เพียงแค่อยากลองใจว่า หากไม่เจอเขาเธอจะแสดงอาการอย่างไร ซึ่งเป็นไปตามที่เขาคาดคิด
“ทีหลังอย่าหายไปแบบนี้อีกนะคะ”
เขามองแพรพิชชาในชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาว กระโปรงพลิ้วโชว์ช่วงลำคอถึงอกขาว
“ทำไมแต่งตัวโป๊แบบนี้ล่ะครับ พี่หวงนะ”
สูทราคาแพงถูกผู้เป็นเจ้าของถอดออกมาคลุมให้แพรพิชชา โลกันตร์พาแพรพิชชากลับเข้ามาในงานเลี้ยงอีกครั้ง พนักงานต่างทักทายเขาและเธอ ซึ่งต่างจากคราวแรกที่ชายหนุ่มยังไม่มา
เขาพาเธอไปนั่งที่บาร์เครื่องดื่ม ซึ่งไม่ค่อยมีคนเพ่นพ่านเนื่องจากต้องการความเป็นส่วนตัวกับเธอ และไม่ต้องการให้พนักงานต้องมานั่งเกรงใจเขาซึ่งอาจทำให้งานกร่อย
“ไม่ดื่มเหรอ?”
ชายหนุ่มถามแพรพิชชาที่เอาแต่นั่งจ้อง
“นั่งดูพี่กันตร์ดื่มก็เมาแทนแล้วค่ะ”
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก้วแล้วแก้วเล่าถูกกรอกลงปากผ่านลำคอ แต่ชายหนุ่มก็ไม่มีทีท่าว่าจะเมา
“พี่กันตร์ดูคอแข็งมากเลยนะคะ”
“พี่ไม่ได้แข็งแค่คอนะ อย่างอื่นก็แข็ง”
ชายหนุ่มพูดสองแง่สองง่าม
“พี่กันตร์...พูดอะไรก็ไม่รู้”
แพรพิชชาหน้าแดง
“พี่หมายถึงใจน่ะ พี่เป็นคนใจแข็งมาก”
ว่าแต่น้องแพรก็ใกล้จะฝึกงานจบแล้ว นอกจากจัดงานเลี้ยงส่งนักศึกษาฝึกงาน พี่ยังอยากที่จะจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ เลี้ยงส่งสำหรับคนสนิทอีกด้วย
พี่กันตร์ดูโรแมนติกจังเลยนะคะ
แพรพิชชาอมยิ้มเขินอาย พยายามเก็บอาการไว้ให้ปกติที่สุด แต่ทว่าไม่สามารถปกปิดโลกันตร์ได้ เขาเบนหน้าไปทางอื่นก่อนจะคลี่ยิ้มเหี้ยม
‘ในที่สุดเหยื่อก็ติดเบ็ด หลอกง่ายจัง’
“แต่น้องแพรว่า ไม่ต้องดีกว่าค่ะ”
“ไม่เป็นไรเลย เดี๋ยวพี่จะบอกพี่ทิวาให้จัดการเรื่องนี้ให้”
แพรพิชชาไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขา หล่อนรู้สึกหัวใจวูบไหว แขนขาแทบไม่มีเรี่ยวแรงทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับชายหนุ่มและเมื่อเขาเอาใจใส่เธอมากขนาดนี้ ยิ่งทำให้แพรพิชชาเริ่มเรียนรู้ที่จะรักโลกันตร์เพิ่มมากขึ้นทุกวัน
แต่ในทางตรงกันข้าม สายตาแข็งกร้าวลอบมองหญิงสาวโดยที่เธอไม่ทันสังเกต แพรพิชชาได้แต่นั่งมองดูโลกันตร์สลับกับคนที่เดินผ่านไปมา เสียงเพลงที่เปิดคลอเบา ๆ ทำให้อากาศที่เย็นลงกลับโรแมนติกมากยิ่งขึ้น
“ขอบคุณนะคะที่เดินมาส่ง”
หลังจากงานเลี้ยงจบลงผู้คนทยอยกันแยกย้าย พื้นที่รอบ ๆ บาร์มีเพียงเสียงคลื่นที่กระทบฝั่งไร้สิ่งมีชีวิตนอกจากชายหนุ่มและหญิงสาวเพียงสองคน โลกันตร์จึงอาสาเดินมาส่งเธอที่ห้องพัก
ทางเดินที่เงียบสงบ โคมไฟเรียงรายเพื่อให้แสงสว่างบวกกับแสงจันทร์ที่สาดส่อง ทำให้มองเห็นทางเดินผ่านเงาไม้รำไร ผสานกับกลิ่นดอกไม้ยามค่ำคืนทำให้บรรยากาศดียิ่งขึ้น
“ทำไมสวยขนาดนี้นะ”
โลกันตร์เอ่ยบทสนทนาทำลายความเงียบ
“จริงด้วยค่ะ”
แพรพิชชาตอบรับพลางมองไปรอบ ๆ
“พี่หมายถึงน้องแพรน่ะ สวยมาก”
เท้าที่กำลังก้าวอยู่ถึงกับหยุดชะงักด้วยคำพูดของเขา
“พี่กันตร์...”
โลกันตร์ได้แต่มองตามแพรพิชชาที่สาวเท้าเร็วขึ้นด้วยความเขินจนมาถึงหน้าห้องพัก
“ฟอด...ฝันดีนะครับ”
ไม่ว่าเปล่าชายหนุ่มยังขโมยหอมแก้มสาวอีกหนึ่งฟอดก่อนจะทำแก้มป่องให้เธอกระทำเช่นกัน
“ฝันดีค่ะ”
หญิงสาวหันหลังให้เขาด้วยความเขินอาย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังอย่างต่อเนื่อง แพรพิชชายืนรอสักพัก แต่กลับไม่มีใครมาเปิด หรือว่ากัสจังกับม่านมุกจะผล็อยหลับไปแล้ว แล้วเธอล่ะ? ยิ่งทำให้แพรพิชชาเป็นกังวลกระหน่ำเคาะประตูถี่ขึ้นพลางตะเบ็งเสียงเรียกชื่อเพื่อน!
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“กัสจัง มุก!... เปิดประตูให้ฉันหน่อย”
แพรพิชชาร้องเรียก แต่กลับไร้เสียงตอบรับ
“กัสจัง... มุก... พวกแกได้ยินฉันไหม?” เธอยังคงร้องเรียก
“มีอะไรหรือเปล่า?”
โลกันตร์ถามขึ้นเมื่อสังเกตเห็นท่าทางร้อนรนของแพรพิชชา
“ไม่มีใครเปิดประตูเลยค่ะ”
แพรพิชชาเคาะประตูสลับกับกดโทรศัพท์หาบุคคลในห้อง หากแต่ไม่มีใครรับสาย
“กุญแจก็ลืมไว้ในห้องด้วยค่ะ”
สีหน้าของหญิงสาวกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“ไปรอห้องพี่ก่อนไหม?”
เมื่อยืนรอสักพักแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าคนในห้องจะออกมา เข้าทางพระเอกขี่ม้าขาวอย่างเขาจึงเริ่มแผนการ
“จะดีเหรอคะ?”
แพรพิชชานึกถึงคำเตือนของผู้เป็นพ่อว่าอย่าไว้ใจผู้ชายให้มากนักโดยเฉพาะคนที่คบหาเป็นคู่ชีวิต ยิ่งต้องระวังตัวให้มาก
“น้องแพรไม่ไว้ใจพี่เหรอ เราเป็นแฟนกันนะครับ” เขาโน้มน้าว
“อือ ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ”
โลกันตร์เริ่มคลอเคลียลำคอขาว ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้อารมณ์ความเป็นชายยิ่งทวีคูณเขาเริ่มจากการจูบปากสีแดงระเรื่อเบา ๆ มือของเขาทำหน้าที่เปลื้องชุดออกจากกายสวย แพรพิชชาที่ห่างหายจากเรื่องอย่างว่ามานานนับปีกลับรู้สึกตัวสั่นเมื่อถูกสัมผัสจากมือเย็นเธอประหม่า!“กลัวเหรอครับ"โลกันตร์ถอนจูบจากปากหวาน"ปะ...เปล่าค่ะ"เธอหลบสายตา“ถ้าแพรไม่พร้อม พี่ไม่ทำก็ได้นะ”โลกันตร์ไม่อยากบังคับเธอ แพรพิชชารับรู้ได้ถึงความอึมครึม“แพรขออาบน้ำก่อนนะคะ" โลกันตร์ทิ้งตัวนอนเมื่อเธอเอ่ยจบน้องแพรยังไม่ไว้ใจพี่อีกหรือครับน้ำเสียงนิ่ง ทว่าโทนเสียงแกว่งเล็กน้อยด้วยความผิดหวัง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาหญิงสาว“งั้นพี่จะรอวันที่น้องแพรพร้อมนะครับ”แพรพิชชาไม่ตอบพลางถอนหายใจอย่างแผ่วเบา ดึงชุดที่ถูกเขาถอดออกไปขึ้นกลับมาไว้ที่เดิมเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องน้ำ หน้าร้อนผ่าวเมื่อรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก่อนจะแง้มประตูเอ่ยถามคนที่นอนเสียอารมณ์อยู่บนเตียงกว้าง“พี่กันตร์สนใจถูหลังให้น้องแพรไหมคะ" เขายิ้มออกมาโลกันตร์ไม่รีรอเมื่อได้ยินประโยคนั้น เขาดีดตัวขึ้นเดินตามเธอเข้าไปอย่างรวดเร็วแพรพิชชาเปลื้องผ้าโชว์เรือนร่างของตน
“เราไปตัดชุดแต่งงานกันเลยดีกว่า หรือไปถ่ายพรีเวดดิ้งก่อนดี”โลกันตร์เสนอสองแนวทางให้แก่เธอ“พี่กันตร์ กลับบ้านก่อนสิคะไปปรึกษาคุณพ่อกับคุณปู่ก่อน”แพรพิชชาบอกกับคนใจร้อน“ก็พี่ตื่นเต้นนี่ครับ”เขารอไม่ไหวที่จะเข้าหอกับเธอ“ตื่นเต้นหรือว่าหื่นกันแน่คะ?”แพรพิชชาที่รู้ทันพูดดักไว้ก่อน“พี่ก็หื่นแค่กับแพรนั่นแหละ”แพรพิชชาหน้าแดงกับคำพูดหวาน ๆ ของโลกันตร์ เขาจับมือหญิงสาวไปจุมพิตทั้งที่สายตาทอดมองถนน“กลับบ้านก่อนค่ะ แพรเป็นห่วงลูก”เธอรีบเปลี่ยนเรื่อง โลกันตร์สลัดความตื่นเต้นออกจากหัว เขาลืมไปเสียสนิทว่าฝากบุตรชายไว้กับพ่อตาเด็กชายอลันค่อนข้างที่จะติดเต้า แพรพิชชาเกรงว่าเด็กชายจะงอแงหากต้องดื่มนมจากขวดอันที่จริงเธอกำลังหัดให้ลูกเลิกเต้า แต่กลับใจไม่แข็งพอ เมื่อลูกร้องไห้แพรพิชชากลับต้องใจอ่อนเมื่อรถจอดสนิทแพรพิชชารีบเร่งฝีเท้าเพื่อให้ถึงตัวลูกน้อยเร็วที่สุด แต่กลับผิดคาดที่เธอคิดไว้ เด็กชายอลันหลับสนิทได้โดยที่เธอไม่ต้องให้เข้าเต้า แพรพิชชายิ้มปลื้ม ไม่คิดว่าลูกชายของเธอจะเลี้ยงง่ายเช่นนี้“พี่บอกแล้วไงครับว่าลูกเราเลี้ยงง่ายจะตาย"โลกันตร์ที่เดินตามหลังเข้ามาเอ่ยขึ้น แพรพิชชาเดินนำเ
โลกันตร์ตักอาหารให้แพรพิชชาจนเต็มจานแม้หญิงสาวจะปราม เขาให้เหตุผลว่าเธอคงจะเหนื่อยกับการเลี้ยงลูกมาทั้งวัน จำต้องกินเยอะ ๆ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเสียคน เพราะทุกคนต่างเอาอกเอาใจเธอซึ่งเป็นเพราะเธอเองที่มักจะร้องไห้เวลาถูกขัดใจแพรพิชชาไม่ชอบที่ตัวเองเป็นเช่นนี้ แต่เธอกลับห้ามตัวเองไม่ได้-8 เดือนผ่านไป-งานเลี้ยงฉลองวันเกิดเด็กชายอลันอายุครบ 1 ขวบก็มาถึง โลกันตร์อาสารับจัดแจงงานทั้งหมดด้วยตัวเอง งานเลี้ยงเล็ก ๆ ถูกจัดขึ้นในเวลากลางวันที่คฤหาสน์แก้วไพลิน แขกในงานมีเพียงแค่คนในครอบครัวตามที่ แพรพิชชาต้องการเจ้าของงานอย่างเด็กชายอลันเดินทักทายแขกไปทั่วตั้งแต่หนูน้อยเริ่มหัดเดินถึงกระทั่งตอนนี้เขาก็แทบจะไม่หยุดเดิน จนบางครั้งผู้เป็นแม่นั้นไล่ตามไม่ทัน เด็กน้อยเริ่มหัดพูดคำง่าย ๆ บ้างแล้ว“น้องอลัน... อย่าเดินบ่อยนักสิครับ”โลกันตร์ร้องเรียกลูกชายที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เขาอาสาดูลูกให้คุณแม่คนสวยได้มีเวลาไปแต่งตัวอันที่จริงพี่เลี้ยงของเด็กชายอลันนั้นมีเยอะแยะมากมาย เพราะเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย ไม่ได้สร้างความลำบากเวลาอยู่กับใครโลกันตร์อุ้มลูกชายขึ้นเหนือหัวพลางพัดพุงป่องนั้นแรง
“แกแน่ใจเหรอว่าไม่รู้?”แพรพิชชานิ่งกว่าที่เคย“กะ...แกหมายถึงอะไร”กัสจังอ้ำอึ้ง เธอยังคงไม่รู้ว่าแพรพิชชารับรู้ทุกเรื่องที่เธอกระทำ “เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน แกทำแบบนั้นทำไม?”แพรพิชชาไม่เข้าใจว่าเหตุใดกัสจังจึงต้องทำเช่นนั้น“ฉันทำอะไร ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย”กัสจังแถไปเรื่อยเมื่อรู้สึกจนมุม“แกไม่มีอะไรจะพูดนอกจากคำว่าไม่รู้เหรอ?”แพรพิชชาสะบัดมือที่กัสจังกุมอยู่“แพร! แกรู้ตัวไหมว่าแกเปลี่ยนไป”กัสจังหัวเสียที่แพรพิชชาถามจี้“เปลี่ยนไป? ฉันน่ะเหรอที่เปลี่ยนไป?” แพรพิชชาตอบกลับ“ก็ปกติฉันพูดอะไรแกก็เชื่อ แล้วทำไมตอนนี้แกถึงไม่เชื่อฉัน”กัสจังเริ่มขึ้นเสียง“เพราะฉันไม่โง่เหมือนเมื่อก่อนไง”แพรพิชชาเองก็ไม่ยอม“แล้วยังไง แกบอกว่าฉันทำ แล้วแกมีหลักฐานอะไรว่าฉันเป็นคนปล่อยคลิปแก?”“ฉันยังไม่ได้พูดเลยนะว่าแกทำเรื่องอะไร แล้วแกรู้ได้ไงว่าฉันพูดถึงเรื่องคลิป?”แพรพิชชาเริ่มต้อนกัสจัง“กะ...ก็คลิปแกว่อนขนาดนั้น ฉันก็เดาเอาสิ”“ฉันอาจจะกำลังต่อว่าแกเรื่องอื่นอยู่ก็ได้”แพรพิชชายิ้มเมื่อกัสจังเริ่มร้อนตัว“ว่ายังไง แกมีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม?”“ใช่ ฉันเป็นคนทำเอง”กัสจังยอมรับเมื่อจนมุม“ในที
“แล้วทำไมพี่กันตร์ถึงคิดว่าเป็นกัสจัง?”แพรพิชชายังไม่สิ้นข้อสงสัย“วิเวียนบอกพี่...ว่าได้คลิปมาจากกัสจัง”“แปลว่าพี่กันตร์จงใจให้คนอื่นเห็นตั้งแต่แรก?”แพรพิชชาน้ำตาไหลพราก อารมณ์เธออ่อนไหวยากจะรับมือเหลือเกิน“แพรมันไม่ใช่แบบนั้น”เขาดึงร่างของแพรพิชชากอดไว้แนบอก เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น“หลังจากที่พี่ขู่แพรวันนั้นพี่ก็ตั้งใจจะลบแล้ว แต่พี่ไม่รู้ว่ากัสจังได้มันไปตอนไหน”เขาพยายามปลอบประโลมคนขี้แย“แต่พี่ยังไม่ลบ พี่เก็บมันเอาไว้ทำไม?”โลกันตร์หลบสายตาแพรพิชชาอย่างรู้สึกผิด สิ่งที่เขาพูดอาจเป็นคำแก้ตัวสำหรับเธอ แต่ยังดีกว่าไม่พูด ไม่ได้พยายามอธิบายอะไรเลยต่างหาก“หรืออาจเป็นช่วงที่พี่ให้คนขับรถนำโทรศัพท์ไปซ่อม พี่สอบถามหลังจากเกิดเรื่องตอนนั้นแล้วว่า เอาไปซ่อมที่ร้านของกัสจัง พี่ขอโทษจริง ๆ หลังจากที่ซ่อมเสร็จ พี่ก็ลบทิ้งไม่คิดว่าจะมีใครได้คลิปนี้ไปอีก”เสียงสั่นพูดขึ้น คนฟังเอียงคอสงสัยจึงถามออกไป“แล้วกัสจังจะทำไปทำไม?”เธอคิดหาเหตุผลว่า ทำไมกัสจังต้องทำกับเธอเช่นนี้“เดี๋ยวเจอตัวก็รู้เองว่าทำหรือไม่ทำ”ไม่ว่าใครเป็นคนที่ก่อเรื่องเขาจะอาเรื่องมันให้ถึงที่สุด หลังจากนั้น โลกันตร์จึงสั่
“เหมือนแพรมากเลยนะคะ”ม่านมุกเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทารกในตู้อบที่หน้าตาเหมือนแพรพิชชาราวกับแกะโดยที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นลูกโครโลกันตร์เช็ดน้ำตาแห่งความปลื้มปริ่ม ๆ มองหน้าม่านมุกที่เหมือนมีเรื่องจะคุยกับเขา“คุณกันตร์ไม่ได้เป็นคนทำใช่ไหมคะ?”ม่านมุกมองชายหนุ่มอย่างคาดหวัง“ผมยอมรับนะว่า ผมเป็นคนถ่ายคลิปนั่น แต่เรื่องคนปล่อยผมกำลังให้คนตามสืบว่าใครเป็นคนทำ”เขาบอกเธอออกไปตามความจริง“ถ้าคุณไม่ได้เป็นคนปล่อย แล้วใครจะกล้าทำเรื่องแบบนี้ล่ะคะ?”เธอยังคงถามอย่างสงสัย“ผมพอจะรู้ว่าแล้วใคร แต่ต้องสืบเพื่อความแน่ใจก่อน”แพรพิชชาลืมตาขึ้นมาหลังจากที่หลับไปหลายชั่วโมง เพดานสีขาวสะอาดตาเดาว่าคงอยู่ที่โรงพยาบาล เธอสัมผัสที่ท้องที่เคยโตแต่กลับต้องตกใจเพราะตอนนี้พุงเธอแฟบลงไปเสียแล้ว“คะ...คุณพ่อคะ”แพรพิชชาเอื้อนเอ่ยเรียกบิดา“น้องแพร เป็นยังไงบ้างลูก?”ทุกคนต่างกรูกันเข้าไปหาแพรพิชชาเจ้าสัวบดินทร์ลูบศีรษะของลูกสาว รอยยิ้มปรากฏเมื่อรับรู้ว่าเธอปลอดภัย“ลูกแพรล่ะคะ?”เธอกลั้นใจถามทั้งที่แทบจะไม่มีเรี่ยวแรง เธอไม่ได้โวยวาย“หลานปลอดภัยดี แต่ตอนนี้อยู่ในตู้อบเพราะตัวเหลือง”เจ้าสัวบดินทร์อธิบา







