Masuk“พอรู้ว่าน้องเขาโสด ยิ้มไม่หุบเลยนะมึงอะ” เทคเอ่ยแซวเพื่อนคนหล่อหลังออกมาจากโรงอาหาร ตอนแรกที่มุ่งชวนเขากับไลฟ์มานั่งที่โรงอาหารในรอบสองปี เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าเพื่อนสนิทอยากจะทำอะไร จึงปฏิเสธไปเพราะต่างคนต่างกินข้าวมาแล้วมันไม่มีเหตุผลอะไรให้ไปที่นั่น และคิดว่าเพื่อนอีกคนคงคิดแบบเดียวกับเขา แต่เขาก็คิดผิดเมื่อแนวร่วมที่เขาหวังนั้นแปรพักตร์ไปอยู่อีกฝั่งหนึ่ง เขาเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจจนกระทั่งได้เจอสองสาวนั่งอยู่ที่โรงอาหาร
ถึงได้รู้ว่าเพื่อนสนิททั้งสองคนของเขานั้นมีเป้าหมายเหมือน ๆ กัน หากแต่วิธีการแสดงออกอาจจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนหนึ่งรุกจีบสาวแบบสุดตัว อีกคนใช้ความเงียบและสายตาสื่อสาร แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือได้ผลลัพธ์เท่ากันเสียอย่างนั้น “พอได้มองใกล้ ๆ น้องน่ารักมากเลยว่ะ” มุ่งยังคงเพ้อพกหาคนตัวเล็กที่เขาเพิ่งได้เจอและทำความรู้จัก เขาไม่คิดว่าจะได้เจอคนที่พูดคุยกันถูกคอ “กูว่าเขาเข้ากับกูได้แน่ ๆ พวกมึงคิดว่าไง” “มึงถูกใจคนไหน กูก็เห็นมึงพูดแบบนี้ตลอด สุดท้ายก็จบด้วยคำว่าเข้ากันไม่ได้” เทคจงใจพูดจี้ใจดำเพื่อนสนิทเพราะนึกหมั่นไส้อาการคลั่งรักเกินเหตุ “ไอ้เทค มึงอย่าเพิ่งพูดตัดกำลังใจกูได้ปะวะ คนนี้กูจริงจังจริง ๆ” “เออ ๆ ว่าแต่มึงจะจีบน้องเขาหรือเปล่า” “จีบสิวะ ไอ้เทคมึงนี่แม่งถามอะไรไม่คิด” มุ่งโวยวายกลับเพราะคิดว่าเพื่อนไม่ใส่ใจฟังเรื่องที่เขาพูดตั้งแต่ต้น “ไม่ใช่มึง กูถามไอ้ไลฟ์ต่างหาก” เทคบุ้ยหน้าไปทางคนที่ยืนพิงผนังลิฟต์เงียบ ๆ “เมื่อกี้ตอนที่มึงลุกไปซื้อน้ำให้น้อง น้องลินเขาถามพวกกูด้วยว่ามึงชอบเพื่อนเขาหรือเปล่า” “พวกมึงตอบว่าไง” ไลฟ์ถามกลับเสียงเรียบ ไม่ได้โฟกัสคำตอบจากใครเป็นพิเศษ “ก็บอกว่าชอบแหละ แต่มึงไม่ค่อยพูดงี้” เทคตอบพลางยักไหล่อย่างไม่ยี่ระ “อืม” เสียงทุ้มพึมพำตอบกลับมา ส่งผลให้เพื่อนอีกสองคนหันมองหน้ากันอย่างงุนงงกับปฏิกิริยาอันน้อยนิดของเพื่อนสุดหล่อ “อืมอะไรของมึง” “ถึงแล้ว” ไลฟ์อมยิ้มเบา ๆ ก่อนจะก้าวเท้าออกจากลิฟต์ทันทีที่ประตูเปิดออก ทิ้งให้เพื่อนสองคนงุนงงหนักยิ่งกว่าเดิม “ถ้าหากไม่ติดว่ามันเป็นแบบนี้แต่แรก กูคิดว่ามันกวนตีน” เทคบ่นพึมพำก่อนจะเดินตามหลังคนที่ก้าวออกไปก่อน “สไตล์มันอะ พูดน้อยแต่แม่งได้คะแนนเต็มร้อยทุกราย” มุ่งว่าขณะเดินเคียงข้างไปกับเพื่อนขี้บ่น ตั้งแต่มีแฟนจริงจังรู้สึกเพื่อนคนนี้จะทำตัวเป็นพ่อมากกว่าเป็นเพื่อน สงสัยติดนิสัยมาจากแฟนสุดสวย “เออ กูก็คิดว่าน้องมีใจว่ะ ตามองแต่ไอ้ไลฟ์” เทคว่า “ก็ดีแล้วไง จะได้สละโสดยกแก๊งสักที” หนึ่งเดือนต่อมา “นี่เรามาถึงกันเร็วไปปะแก พนักงานกำลังตั้งโต๊ะกันอยู่เลยอ่า” ฉันสะกิดเรียกอลินที่กำลังส่องกระจกเช็กความสวยงามของตัวเอง ลิปสติกสีแดงที่ปาดมาน่ะ มองร้อยเมตรยังเห็นเลยนะคะเพื่อนรัก “พอแล้วมั้ง เดี๋ยวพี่มุ่งจะตกใจ” “ตกใจไรแก” อลินหันมาเหลือกตาให้ ไม่ใช่แค่พี่มุ่งแล้วล่ะที่จะตกใจ ฉันก็ตกใจเว้ย แกจะปัดมาสคาร่าก็ปัดให้เสร็จก่อนสิโว้ย “ตกใจคิดว่าน้องลินคนใส ๆ นั้นหายไปไหนไง” “หน้าสดก็เห็นละปะ มากกว่านั้นแกก็รู้นี่” อลินยกรอยยิ้มกริ่ม ก่อนจะหย่อนลิปสติกแท่งหนึ่งลงบนหน้าตักฉัน “แกก็เติมสักหน่อยเถอะ เดี๋ยวพี่ไลฟ์คนหล่อเขาจะตกใจ ถามซื้อข้าวต้มให้แกจะหาว่าเพื่อนรักไม่เตือนนะคะ” อลินไม่ว่าเปล่ายังส่งวิ้งค์กลับมาให้ ห่วงกันแรงมาก ไม่ใช่เพื่อนนี่มีตบนะ แฮะๆ ล้อเล่นจ้า ฉันเป็นพวกสายรักสงบ ไม่ชอบใช้กำลังแต่ก็ไม่ยอมให้ใครมาด่าพ่อล้อแม่ฟรี ๆ เหมือนกัน ลูกมีพ่อมีแม่อย่างน้อยเราก็ต้องรักษาเกียรติศักดิ์ศรีของตัวเอง ร้ายมาร้ายกลับตอบกลับในแบบของมีนา ทว่าใช้ชีวิตมาสิบเก้าปียังไม่เคยทะเลาะกับใครถึงขั้นต้องใช้ความรุนแรงหรอกนะ อย่างที่บอกคนชอบหาเรื่องฉันเพราะหน้าเหวี่ยง แต่ไม่เคยถึงขั้นทะเลาะตบตีกับใครหรอก เมื่อได้ยินอลินทักแบบนั้น ฉันไม่เริ่มไม่มั่นใจตัวเองแล้วสิ เทรนด์หน้าฉ่ำวาวลุคเกาหลีที่แต่งมา เน้นใส ๆ เป็นธรรมชาติแต่มันไม่ควรซีดเหมือนกับคนป่วย ฉันจึงหยิบลิปกลอสสีชมพูที่อลินเพิ่งส่งมาปาดทับอีกรอบ แอบเติมหน้าให้พอมีสีสันขึ้นมาอีกนิดหน่อย “สวยแล้วค่ะเพื่อนสาว” อลินเอ่ยแซวพลางจัดทรงผมตัวเองที่ดัดเป็นลอนสวย คืนนี้เธอสวมชุดเกาะอกอวดช่วงไหล่ขาวเผยผิวเนียนใส ที่ใครเห็นคงต้องมองตามกันเป็นแถวๆ แม้จะใส่กางเกงยีนขายาว แต่มันก็ไม่อาจจะบดบังความเซ็กซี่ของเพื่อนไซซ์มินิคนนี้ได้เลย ฉันที่ใส่เสื้อครอปสีดำโชว์เอวนิด ๆ กับกระโปรงยีนสั้นยังต้องยอมแพ้ให้กับเพื่อนรัก “ลงจากรถกันเถอะ คนเริ่มเยอะแล้วอะ” ฉันเอ่ยบอก ทั้งที่สิบนาทีก่อน พนักงานยังตั้งโต๊ะไม่เสร็จ แต่พอป้ายไฟหน้าร้านเปิดสว่าง คนมากมายจากไหนไม่รู้ก็กรูเข้าไปจนเต็มไปหมด วันนี้มันเป็นวันพิเศษอะไรหรือเปล่า นึก ๆ ดูแล้วก็แค่วันหยุดสุดสัปดาห์นี่นา “มัวแต่คิดอะไรอยู่ รีบลงจากรถกันเถอะ” อลินที่อยู่ด้านนอกตัวรถเรียกสติฉันกลับมาโฟกัสที่สถานการณ์ปัจจุบันอีกครั้ง “อือ” ฉันยกมือจัดทรงผมตัวเองอีกเล็กน้อยก่อนจะเปิดประตูลงไป เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่ฉันไม่ได้เจอเขา ถึงแม้ว่าตอนนี้อลินจะมีสถานะเป็นแฟนของพี่มุ่ง แต่ฉันกับเขายังเป็นคนรู้จักกันผิวเผินแบบเดิม ส่วนใหญ่ฉันมักจะเจอพี่มุ่งที่แวะมากินข้าวกับอลินทุกวัน อาจจะเจอพี่เทคบ้างบางครั้งแต่กับพี่ไลฟ์เราไม่เคยเจอกันเลย เราสองคนควงแขนกันเข้าร้านอย่างตื่นเต้น คืนนี้พวกเรามาดูวงของพี่มุ่งเล่นดนตรีตามที่พี่เขาเคยชวนเอาไว้ก่อนหน้านี้ ช่วงเวลารับน้องนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของอลินและพี่มุ่ง ถ้าหากจะเอ่ยถึงคำนิยามจำกัดความของคนทั้งสองว่าดำเนินไปถึงขั้นไหนแล้วนั้นเท่าที่ฉันรู้ อืม...ก็น่าจะเรียกว่าแฟนได้แล้วละมั้ง เพราะความสัมพันธ์ทางกายพัฒนาแบบก้าวกระโดดอย่างไม่ที่คาดไม่ถึงเลยล่ะ“พี่ไลฟ์” ฉันจ้องตาดุใส่เขา“พี่แค่แกล้งเล่นครับ ผีไม่มีหรอก แต่ถ้าจะมีก็มีแต่ผีผ้าห่มนี่แหละ เดี๋ยวคืนนี้เราก็เจอ” พี่ไลฟ์หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ“พี่ไลฟ์เอาอีกแล้วนะ ไม่คุยด้วยแล้ว” ฉันชี้นิ้วไปที่เขาอย่างหมดความอดทน จบประโยคนั้นฉันก็หลับตาเอนหน้าออกไปทางหน้าต่างทันที “ถึงทะเลแล้วปลุกมีนด้วยนะ”“อ้าว ไหนบอกว่าจะไม่คุยกับพี่ไง”“เริ่มตอนนี้แหละค่ะ”จากนั้นเขาก็ปล่อยให้ฉันได้นอนพักผ่อนอย่างสงบ แถมคุณแฟนยังใจดีเปิดเพลงที่ฉันชอบให้ฟังอีกด้วย นั่งไปสักพักฉันก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปจริง ๆ“มีน” เพียงเสียงเรียกแค่ครั้งเดียวฉันก็หลุดสะดุ้งตื่นทันที ค่อย ๆ ปรือตามองไปยังด้านนอก ถึงทะเลแล้วเหรอ?ไหนอะ ทะเล มีแต่ตึกและตลาด นี่เราอยู่ที่ไหนของประเทศไทยกันแน่เนี่ย“ที่บ้านไกลจากแหล่งร้านอาหาร เราแวะตลาดซื้อของไปกินที่บ้านกันก่อนนะ”“อ้อค่ะ” ฉันตอบแบบงง ๆ แต่ก็ยอมเปิดประตูลงจากรถตามพี่เขาไป เราใช้เวลาเลือกซื้อของนานกว่าที่คิด เพราะอาหารทะเลเยอะมาก ของกินอื่น ๆ ก็เยอะเช่นกัน น่ากินไปเสียทุกอย่างตลาดที่นี่ถ้าเราซื้อของทะเลสด ๆ เขามีบริการปิ้ง ย่าง นึ่ง ทอด ทำให้เราฟรีด้วย ฉันเลยซื้อทั้งปลาหมึก กุ้ง หอย ปู
“พี่ว่ามันโป๊เกินไปรึเปล่า” ฉันหันมองคนตัวโตทันทีที่เขาวิจารณ์ชุดเดรสสีชมพูที่ใส่อยู่ มองร่างสูงผ่านกระจกตรงหน้า วันนี้พี่ไลฟ์หล่อมาก ปกติใส่เสื้อเชิ้ตก็คิดว่าดูดีหล่อมากแล้ว แต่พอเจอลุคคุณชายใส่สูทผูกเน็กไทเข้าไป แถมยังเซตผมหน้าขึ้นอีก ได้แต่ขอบคุณบุญชาติก่อนที่ได้เขามาเป็นแฟน มีนาจะเป็นลมนึก ๆ ดูแล้วนี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่พี่ไลฟ์เข้ามานั่งในห้องของฉัน หากไม่มีงานหมั้นของพี่อิ้งค์ ฉันก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นเขานั่งเล่นส่งยิ้มหวานมองกันอยู่ในห้องนอนของฉันอย่างนี้ จำได้ว่าครั้งหนึ่งฉันเคยมโนภาพที่เกิดขึ้นวันนี้ ไม่คิดว่าวันหนึ่งมันจะเป็นความจริง“โป๊ตรงไหนอ่า” ฉันก้มมองสำรวจชุดตัวเอง ด้านบนเป็นสายเดี่ยว เดรสกระโปรงยาวแต่มันมีดีไซน์แอบเซ็กซี่นิดหน่อย เนื่องจากดีไซน์ด้านหลังนั้นเว้าลึกลงมามากกว่าปกติ แต่ฉันก็ใส่ซับในเอาไว้กันโป๊อยู่แล้วนี่พี่ไลฟ์กวักมือเรียกฉันให้เข้าไปหา ฉันเดินเข้าไปอย่างว่าง่าย จากนั้นเขาก็จับตัวฉันหมุนและดึงตัวฉันให้นั่งหันหลังซ้อนทับอยู่บนตักของเขาสะดุ้งตัวโยนเมื่อฝ่ามือร้อนนั้นวางทาบลงบนเนื้อผิวเปลือยเปล่าที่พ้นจากขอบเสื้อซับในออกมา เขาลงน้ำหนักลงไปเบา ๆ ก่อนจะโน้ม
“สวัสดีครับ มารอคุณไลฟ์เหรอครับ” พี่นิติของคอนโดเดินผ่านมาจึงแวะเข้ามาทักทายฉันที่นั่งรอพี่ไลฟ์อยู่ที่โซฟา“ใช่ค่า” ฉันเอ่ยบอก ก่อนหน้านี้เราคุยกันผ่านแชตแล้ว พี่ไลฟ์บอกว่าอีกประมาณสิบนาทีจะถึงคอนโด ส่วนฉันเพิ่งกลับมาจากชอปปิงกับอลิน ในที่สุดฉันก็ได้ทั้งชุดไปงานหมั้นของพี่อิ้งค์และชุดไปกินข้าวกับพี่ไลฟ์ที่จะใส่สิ้นปีนี้พี่นิติเพียงเดินมาทักทายเท่านั้นก่อนที่เขาจะเดินเปิดประตูออกไปเช็กความเรียบร้อยด้านนอก คล้อยหลังเขาเดินออกไป ร่างสูงที่ฉันรอก็เดินสวนเข้ามาพอดี ฉันจึงลุกขึ้นยืนหยิบถุงเสื้อผ้าและกระเป๋าตัวเอง กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปหาเขา“พี่ไลฟ์”“รอนานไหม” เขายื่นมือมาช่วยถือของในมือฉัน“นานมากค่ะ รากงอกแล้วเนี่ย” พูดติดตลกไปอย่างนั้น แต่มันก็ทำให้รอยยิ้มที่คงอยู่ใบหน้าของเขานั้นกว้างกว่าเดิม สายตาเจ้าเล่ห์จ้องมองมาที่ฉันและโน้มใบหน้าเข้ามากระซิบในระยะที่ไม่อาจจะเก็บซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ได้“งอกตรงไหนครับ เข้าไปในห้องขอพี่ดูหน่อยนะ” ฉันทำตาโตใส่เขาทันที แก้มสองข้างพองลมออกมาอย่างไม่รู้ตัว เพราะสายตาเขานะเอาแต่จ้องสะโพกของฉัน“พี่ไลฟ์ พูดบ้าอะไรเนี่ย เดี๋ยวมีนหนีกลับไปนอนบ้านเสียเลยนี
“เวลาก็ผ่านไปโคตรเร็วเลย ไม่ทันไรเราสองคนก็จะอยู่ปีสองแล้ว” เวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ นั่นแหละ พอพ้นสิ้นปีเรียนอีกสามเดือนเราก็จะจบปีหนึ่งกันแล้ว“สิ้นปีนี้ฉลองที่ไหนอ่า” อลินถามต่อเพราะอีกสามวันก็ถึงจะวันสิ้นปีแล้ว “แต่ฉันคงไม่ได้อยู่ฉลองกับแกนะ เพราะต้องไปเยี่ยมพ่อแม่พี่มุ่งที่เชียงใหม่อ่า”“แหม รีบบอกตารางเลยนะ กลัวฉันจะชวนไปเที่ยวหรือไง” ฉันหรี่ตามองเพื่อนที่กำลังทำหน้าไม่ถูก “ว่าแต่ไปเจอคุณพ่อคุณแม่แบบนี้ อีกหน่อยคงได้ยินข่าวดีแน่ ๆ ฉันตัดชุดเพื่อนเจ้าสาวรอเลยดีกว่า”“อย่าเว่อร์ ก็แค่ไปสวัสดีปีใหม่ค่า”“ค่า”“แล้วแกอะ พี่ไลฟ์จะชวนไปเคานต์ดาวน์ที่ไหน”“ก็คงกินข้าวเย็นที่บ้านแหละ พี่ชายฉันจะจัดงานหมั้นพอดีด้วย ส่วนตอนค่ำก็อาจจะไปนั่งเคานต์ดาวน์ที่ไหนสักที่กับพี่ไลฟ์” เพิ่งจะรู้ตัวก็ตอนที่เล่าให้อลินฟังนี่แหละ ดูเหมือนคิววันสิ้นปีของฉันแน่นมาก“ได้ข่าวแว่ว ๆ ว่าใครบางคนจองร้านอาหารบนดาดฟ้าให้” อลินแกล้งหลุดปากออกมา“รู้อะไรมาอีกแล้วเนี่ย ว่าแต่ดาดฟ้าที่ไหนอะ หรูปะ เผื่อจะได้เตรียมตัวแต่งชุดสวย ๆ ถ่ายรูป” ความจริงฉันก็รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะเป็นปีแรกที่ฉันจะได้เคานต์ดาวน์สิ้นปีกับแฟนคนแรกเ
“พี่ไลฟ์เราจะหยุดแค่ไหนคะ” มือสองข้างโอบรอบคอเขาไว้ ขณะที่อยู่ใต้ร่างกำยำของเขา ยกมือขึ้นทาบหน้าอกข้างซ้ายแล้วพบว่ามันเต้นแรงไม่หยุดเลย“แค่พอหอมปากหอมคอก็พอแล้วครับ”หอมปากหอมคอคือคำที่พี่ไลฟ์ใช้เกลี้ยกล่อมกระต่ายตื่นตูมอย่างฉัน และฉันก็เชื่อเขาโดยง่ายตามประสาคนอ่อนประสบการณ์ ริมฝีปากนุ่มชื้นนั้นลากไล้ไปตามซอกคอพร้อมกับฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้อยู่ช่วงกลางลำตัว อกสั่นไหวกระเพื่อมตามแรงหายใจที่หนักหน่วงเฝ้าถามตัวเองในใจ ไอ้คำว่าหอมปากหอมคอของเขาจะหยุดที่ตรงไหน เพราะถ้าเขาไม่หยุดตอนนี้และฉันไม่ยอมเอ่ยปากห้ามออกไป เราสองคนคงห้ามใจตัวเองไม่ได้อีกแล้ว“พี่ไลฟ์” นานพอสมควรที่ฉันเพิ่งจะรู้ตัวว่าควรเรียกคนที่กำลังบดเบียดร่างกายใหญ่เข้ามาแนบชิด ยกมือทั้งสองข้างดันแผงอกแกร่งเพื่อยับยั้งเขาเอาไว้เพียงชั่วคราว เขาถึงได้ผละออกจากช่วงคอขึ้นมามองกันอย่างรู้ถึงความหมายดวงตาของฉันคงสั่นไหวพอ ๆ กับสองมือที่วางทาบบนอกแกร่ง เขาหายใจหนักหน่วงพยายามปรับอารมณ์ของตัวเองให้เป็นปกติ จากนั้นฝ่ามือหนาที่วางทาบอยู่ตรงหน้าท้องนั้นจึงผละออกช้า ๆ แทนที่ด้วยเนื้อผ้าผืนบางที่ถูกดึงลงมาปิดเอาไว้ในสภาพเดิมเราจ้องตากันท่าม
“ทำไรอ่า” อลินที่นั่งข้างกันเอียงหน้าเข้ามาดูสิ่งที่ฉันทำอย่างสนใจ ด้านหน้ามีกระดาษหลากสีอยู่หลายแผ่น และของตกแต่งน่ารักอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เกี่ยวกับงานประดิดประดอยกระจัดกระจายเต็มบนโต๊ะ“ทำการ์ดเป็นของขวัญให้พี่ไลฟ์” วันที่ 22 พฤศจิกายนนี้เป็นวันเกิดของเขา ฉันตั้งใจว่าจะทำการ์ดน่ารัก ๆ เขียนคำอวยพรให้และพรุ่งนี้จะให้แม่สอนทำเค้กก้อนเล็ก ๆ เป็นของขวัญให้เขาด้วย“อ่า หวานเกินเบอร์มาก พี่ไลฟ์รักแก หลงแก ตายเลย” อลินทำเสียงล้อเลียนพลันหยิบขนมเข้าปาก หลังจากที่อลินกลับไปคืนดีกับพี่มุ่ง โลกของเธอสดใสขึ้นมากเลยละ อารมณ์ดีทั้งวัน บางวันก็นั่งยิ้มมองโทรศัพท์ราวกับคนบ้า มองตาเพื่อนทีไรนึกว่าเห็นรูปหัวใจลอยออกมา“รักกับหลงก็พอมั้ง ถ้าเขาตายฉันจะอยู่ยังไง” แกล้งทำปากคว่ำร้องไห้เสียใจ อลินหมั่นไส้ผลักศีรษะฉันเอนไปอีกทาง ฉันหันไปมองแรงเป็นเชิงถามว่าแกเกลียดอะไรฉันรึเปล่า ผลักแบบไม่ยั้งมือเลยคอแทบเคล็ด“ค่า” อลินลากเสียงตอบกลับ“แก เย็นนี้ฉันว่าจะคุยกับพี่ไลฟ์จริงจังแหละ” อลินคงดีใจที่ได้ยินประโยคนี้จากฉัน เป็นอย่างที่อลินบอกขึ้นชื่อว่าผู้หญิง ถึงปากเราจะบอกว่าค่อย ๆ ศึกษาดูใจกันไป แต่ลึ







