ログインฉันไม่ได้คาดหวังปฏิกิริยาอะไรหรอกนะ เพราะมันเป็นอย่างที่คิด พี่ไลฟ์ไม่ได้ตอบกลับอะไร เขาเป็นคนหล่อที่เข้าใจยากจัง เขาเหมือนจะสนใจฉัน แต่ก็เหมือนไม่สนใจในเวลาเดียวกัน
เอาแต่จด ๆ จ้อง ๆ กันอยู่แบบนี้ ถ้าฉันเป็นปลาทองคงท้องไปแล้ว เสียงพี่มุ่งดังแทรกขึ้นมาจังหวะที่ฉันกำลังคุยกับแม่ซื้อตัวเองอยู่ “เพื่อนพี่ก็โสดนะ” พี่มุ่งกล่าวพลางยกยิ้มเหล่ตามองเพื่อนทั้งสองคนของเขา เพื่อนคนไหนโสดอย่างนั้นเหรอ ฉันมองที่พี่เทคเป็นคนแรก ดูจากในกลุ่มแล้วพี่เทคเป็นคนหล่อนะแต่หล่อแบบทั่วไป อารมณ์แบบเจอได้ตามมหา’ ลัย ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพแบบเข้าใจง่ายขอเปรียบเทียบสัดส่วนหน้าตาเป็น สินค้า OTOP ละกัน พี่เทคคือหนึ่งผลิตภัณฑ์ หนึ่งตำบล พี่มุ่งคือหนึ่งผลิตภัณฑ์ หนึ่งอำเภอ ส่วนคนสุดท้ายพี่ไลฟ์นั้นพรีเมียมสุด ๆ หนึ่งผลิตภัณฑ์ หนึ่งจังหวัดไม่เกินจริง อย่างที่พูดเมื่อเทียบกับเพื่อนอีกสองคน ฉันไม่ได้อยากใจร้ายกับพี่เทคแต่พี่เขาหล่อน้อยสุดในกลุ่มเลย ถ้ามีผู้หญิงมองเข้ามาพี่เทคคงโดนรัศมีออร่าความหล่อของพี่มุ่งกับพี่ไลฟ์กลบจนมิด แต่เขาก็มีเสน่ห์ในแบบของเขานะ ผู้หญิงหลายคนก็ต้องการคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ยิ้มเก่ง ชวนคุยเก่งเหมือนพี่เทค แต่สำหรับฉันน่ะ ชอบแบบพรีเมียม “อย่ามองพี่ด้วยสายตาแบบนั้นสิครับน้องมีน พี่มีแฟนแล้วครับ” พี่เทคเอ่ยทันทีแบบไม่ต้องให้คิดอะไรต่อ แต่สีหน้าเขาดูปลื้มใจมากที่ได้บอกคนอื่นว่ามีแฟน พี่เขาคงเป็นคนที่รักแฟนมากแน่ ๆ “อ้าว ถ้างั้นที่บอกว่าโสดคือพี่ไลฟ์เหรอคะ” อลินโพล่งขึ้นอย่างแปลกใจ พลางหยิกขาฉันเบา ๆ อย่างคนเก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่ ครั้นพวกพี่เขาหันไปพูดกัน อลินก็โน้มหน้าไปข้างหลังพลางกระซิบเสียงเบา “โสดว่ะ พี่เขาชอบแกแน่ ๆ ถ้าพี่เขาขอไลน์ รีบให้ไปเลยนะ” ส่วนฉันพยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติทั้งที่ปากยังขยับพูดคุยกับเพื่อนสนิทเสียงเบา “ใจเย็นแก ไม่อยากออกตัวแรง พี่เขานิ่งมากอะ” “น้องลินกับน้องมีนคุยซุบซิบอะไรกันครับ” ฉันกับอลินสะดุ้งตัวโยน ต่างคนต่างทำสีหน้าเลิ่กลั่กเมื่อโดนพี่มุ่งเอ่ยทัก “ปะ...เปล่าค่ะ พอดีคุยเรื่องงานกันนิดหน่อย” อลินเป็นคนตอบ ส่วนฉันได้ยิ้มเจื่อน ๆ ส่งไป จู่ ๆ ทำไมฉันรู้สึกคอแห้งขึ้นมาล่ะ ครั้นจะคว้าขวดน้ำตัวเองขึ้นมาดื่ม ก็พบว่ามันเหลือแต่ขวดเปล่า ส่วนน้ำด้านในดื่มมันหมดไปแล้วก่อนที่พวกพี่จะเข้ามานั่งด้วยซ้ำ สุดท้ายจึงวางมันกลับไว้ตามเดิม ไม่กินก็ได้... ทว่าในตอนนั้นเองที่จู่ ๆ พี่ ไลฟ์ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยไม่บอกกล่าว “ไปไหนวะ” พี่มุ่งเอ่ยถาม “หิวน้ำ” เสียงทุ้มตอบกลับ พร้อมกับกวาดสายตามองทุกคนในโต๊ะก่อนจะหยุดที่ฉัน “เอาอะไรไหม” หืม? ถามฉันหรือถามทุกคน “เมื่อกี้กูเห็นน้องมีนเขาจะหยิบขวดน้ำมาดื่มนะ สงสัยคอแห้งใช่ไหมครับ” พี่เทคเอ่ยอย่างยิ้ม ๆ แล้วพี่เขามองฉันตลอดหรือยังไงถึงได้รู้ว่าฉันทำอะไรน่ะ “มึงซื้อน้ำมาเผื่อน้องหน่อยละกัน” พี่ไลฟ์ไม่ได้ตอบหรือรับคำอะไร เขาแค่เดินออกไปยังจุดเคาน์เตอร์ร้านขายน้ำที่อยู่ไม่ไกล คล้อยหลังพี่ไลฟ์เดินออกไป อลินทำหน้าที่เป็นสายสืบให้ฉันทันที รักเพื่อนแค่ไหนคงไม่ได้ต้องถามกันแล้ว “พี่ไลฟ์นี่ยังไม่มีแฟนจริง ๆ เหรอคะ” “ไม่มีจริง ๆ ครับ” พี่มุ่งเป็นคนตอบ ดวงตาสีดำขลับยังจดจ้องที่อลินตลอด “งั้นลินถามพี่ตรง ๆ นะ พี่ต้องตอบตรง ๆ ห้ามโกหกกันนะ” อลินบอกเสียงเข้ม คิ้วสองข้างเธอขมวดเข้าหากันอย่างจริงจัง “ถามมาได้เลย” พี่มุ่งกล่าว “เพื่อนพี่ชอบเพื่อนลินรึเปล่า” สิ้นคำถามฉันแทบจะเอื้อมมือไปปิดปาเพื่อนตัวดีทันที ถามกันต่อหน้าต่อตาเลย จากนั้นพี่ทั้งสองคนต่างหันมามองฉันพร้อมกับอมยิ้มอย่างมีเลศนัย “ก็” พี่มุ่งเอ่ย “ก็” เทคพูดตาม “จะพูดยังไงดีล่ะ มันก็ไม่เคยบอกพวกพี่นะ ว่าชอบหรือไม่ชอบ แต่พี่ว่ามันก็คงชอบแหละ เวลาไอ้ไลฟ์มันชอบอะไร มันไม่ชอบพูดหรอก มันชอบใช้สายตามอง มองแล้วมองอีก เหมือนที่มองน้องมันอะครับ” ได้ยินพี่มุ่งพูดอย่างนั้น หน้าฉันก็เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาเสียอย่างนั้น “ดูเป็นคนหล่อที่เข้าใจยากนะคะ” อลินเอ่ยขึ้น ขณะที่เรากำลังพูดถึงพี่ไลฟ์อยู่ เขาก็กลับมาพอดี บทสนทนาเกี่ยวกับเขาจึงจบลงโดยอัตโนมัต เขากลับมาพร้อมกับขวดน้ำเปล่าห้าขวด เขาหยิบออกจากถุงไปแล้วหนึ่ง ส่วนที่เหลือเขาวางไว้ตรงหน้าพี่เทค จากนั้นพี่เทคเป็นฝ่ายทำหน้าที่แจกจ่ายให้กับคนอื่น ๆ รวมถึงฉันด้วย “เออ จริงสิครับ พี่เพิ่งได้ข่าวมา ทำไมน้องมีนสละสิทธิ์เป็นดาวคณะอะครับ” พี่เทคเริ่มบทสนทนาใหม่ทันที นอกจากเพื่อน ๆ แล้ว แม้แต่พวกรุ่นพี่ก็คงสงสัยกันสินะ “มีนไม่ได้อยากเป็นค่ะ ไม่ค่อยถนัด เลยให้คนที่เขาเหมาะกว่ารับหน้าที่นี้ไปน่าจะดีกว่า” ฉันตอบพลางบิดฝาขวดน้ำออก ทว่าบิดยังไงก็บิดไม่ออกจนนิ้วแดงไปหมด สุดท้ายจึงยอมแพ้วางมันไว้ข้างตัวเหมือนเดิม ฮือ พี่เขาอุตส่าห์เดินไปซื้อมาให้ ทำไมเปิดไม่ได้นะ “เหรอ น่าเสียดายจัง พี่ยกมือโหวตให้เราคนแรกเลยนะ” พี่มุ่งเอ่ยบอก ฉันเองก็จำได้ “ขอบคุณมากนะคะ แต่มีนไม่ไหวจริง ๆ ค่ะ” ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นดาว “น้องคงไม่ชอบจริง ๆ แหละ ทำอะไรที่เราชอบดีกว่าเนาะ แล้วว่าง ๆ พวกเราชอบทำอะไรกัน เที่ยวกลางคืนกันไหมครับ” พี่มุ่งผุดคำถามใหม่ขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้ง เกริ่น ๆ มาแบบนี้ ให้เดาคงอยากชวนอลินไปเที่ยวแน่นอน “เที่ยวบ้างค่ะ แต่ปีหนึ่งเขายังไม่ปล่อยกฎเลยไปไม่ได้ อายุไม่ถึงยี่สิบด้วยแหละบางร้านเขาก็ไม่ให้เข้า” อลินบอกอย่างเสียดาย “เดือนหน้าก็ปล่อยแล้วนี่ ถ้างั้นพี่ขอนัดพวกเราล่วงหน้าได้ปะ พวกพี่เล่นดนตรีกลางคืนร้านหลังมอเรานี่เอง” พี่มุ่งเอ่ยอย่างมีความหวัง “เหรอคะ” ในตอนนั้นเองที่ฉันรู้สึกคอแห้งมาก สงสัยผงชูรสในก๋วยเตี๋ยวกำลังทำงานเต็มประสิทธิภาพ จึงตัดสินใจคว้าขวดน้ำที่เปิดไม่ออกเมื่อครู่มาลองเปิดอีกครั้ง ขณะที่กำลังหมุนฝาเกลียวด้วยแรงให้มากกว่าเดิมนั่นเอง คิ้วสองข้างของฉันเลิกขึ้นอย่างแปลกใจ ทำไมเปิดได้แล้วอะ ออกแรงฟรีเลยเรา ความสงสัยถูดปัดทิ้งไปเมื่อหัวข้อสนทนาใหม่จากพี่มุ่งนั้นเบนความสนใจฉันไปจนหมด “ไม่ใช่ผับนะ สไตล์ร้านนั่งฟังเพลงชิล ๆ อายุไม่ถึงก็เข้าได้ ว่าง ๆ ก็ไปนั่งฟังไอ้ไลฟ์ร้องเพลงกัน” ฉันหันไปมองพี่ไลฟ์ที่กำลังก้มหน้าเล่นโทรศัพท์อย่างสนใจ “หืม พี่ไลฟ์เป็นนักร้องเหรอคะ” เป็นอลินที่ใจกล้าชวนพี่ไลฟ์คุย ใบหน้าคมเงยหน้าจากจอโทรศัพท์เมื่อได้ยินชื่อตัวเอง เขาพยักหน้าเล็กน้อยเป็นคำตอบ พี่ไลฟ์เป็นคนเงียบจังแฮะหรือเขาเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่ง สงสัยถนัดใช้สายตามากกว่าปาก “ปล่อยกฎเมื่อไหร่ ลินกับมีนขอไปนั่งฟังพวกพี่เล่นนะคะ” อลินหันมา ขยิบตาให้ฉันหนึ่งที “จริงสิ พี่ขอแอดเฟสอลินด้วยได้ไหมครับ” พี่มุ่งยังรุกจีบอลินอย่างต่อเนื่อง ดูจากสายตาแล้วคงหลงยัยลินเข้าจริง ๆ ส่วนอลินคงรู้สึกไม่ต่างกันถึงได้รับโทรศัพท์เขารวดเร็วปานสายฟ้า หลังจากสองคนนั้นแอดเฟสกันเสร็จเรียบร้อย เสียงโนติแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในมือของฉันดังขึ้นมา พอเปิดเข้าไปดูถึงรู้ว่าเป็นพี่มุ่งที่ขอเพิ่มเพื่อนเข้ามา “พี่เอง รับด้วยนะน้องมีน” พี่มุ่งเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มขึ้น ฉันจึงพยักหน้าพร้อมกับแตะปลายนิ้วกดรับทันที ไม่กี่วินาทีจากนั้นพี่เทคก็เพิ่มเพื่อนเข้ามาด้วยเหมือนกัน “พี่ด้วยๆ” พี่เทคเอ่ย ฉันจึงกดรับต่อจากพี่มุ่งฉับพลันสายตาฉันก็เห็นรูปโปรไฟล์ของคนคนหนึ่ง คนไม่ใกล้ไม่ไกลจากฉันมันขึ้นแสดงในหน้าฟีดคุณที่คุณอาจรู้จัก คนตัวใหญ่สวมใส่เสื้อยืดสีขาวกำลังนั่งก้มหน้าเล่นกีตาร์อย่างตั้งใจ แค่เห็นเพียงเสี้ยวหน้าก็รู้ว่าเป็นใคร แถมชื่อก็เด่นหราบ่งบอกชัดเจนขนาดนั้น LIFE RATTHAPAT เจ้าของเฟสบุ๊กคือพี่ไลฟ์คนที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกับฉันนั่นเอง ด้วยความอยากรู้ฉันจึงแอบกดเข้าไปส่องวิถีชีวิตของเขาเงียบ ๆ ช่างกล้าไปส่องเขาทั้งที่เขาก็นั่งอยู่ตรงนี้ แต่มือมันไม่รักดี กดเขาไปดูอย่างรวดเร็ว กฎข้อแรกของการส่องคืออย่าเผลอมือลั่นเท่านั้นเป็นใช้ได้ แต่คนอย่างฉันมันเซ่อซ่าไม่ควรส่องเขาตั้งแต่แรก ฉันรีบปิดหน้าจอโทรศัพท์อย่างไวพลันเงยหนาขึ้นมองเจ้าของเฟสบุ๊กที่ฉันเพิ่งกดเพิ่มเพื่อนไปอย่างไม่ตั้งใจ เขาจะเห็นหรือยังนะ พี่เขาเล่นโทรศัพท์อยู่นี่ พี่เขาต้องเห็นแล้วแน่ ๆ เลย ในหัวเกิดความคิดมากมายเต็มไปหมด กดยกเลิกดีไหมนะเผื่อพี่เขาอาจจะยังไม่เห็นก็เป็นไปได้ เขาอาจจะยังไม่เห็นก็ได้ ทันใดนั้นเองที่สายตาคมจดจ้องมายังฉันคล้ายกับรู้ตัวว่าโดนจ้องอยู่ หัวใจเหมือนจะหยุดตรงนั้นเมื่อริมฝีปากเขากำลังขยับช้า ๆ เหมือนจะพูดอะไรกับฉัน “ไปกันรึยัง ใกล้เวลาเข้าเรียนแล้ว” พี่ไลฟ์หันไปถามเพื่อนสองคน ส่วนฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก นึกว่าเขาจะถามว่าเรื่องเฟสบุ๊กเสียอีก “เออ ๆ” พี่มุ่งตอบรับแล้วหันกลับมาหาอลิน “งั้นพี่ไปก่อนนะครับ เอาไว้เจอกันใหม่” จากนั้นร่างสูงทั้งสามก็ลุกขึ้นจากโต๊ะ สายตาฉันยังจดจ่ออยู่ที่โทรศัพท์ในมือพี่ไลฟ์ เขาคงไม่เห็นจริง ๆ ชิงลบก่อนละกัน คิดได้ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หวังจะกดลบคำขอ แต่คำว่าสายไปแล้วขึ้นหราอยู่บนหน้าจอของฉัน LIFE RATTHAPAT ตอบรับคำขอเป็นเพื่อนของคุณ“พี่ไลฟ์” ฉันจ้องตาดุใส่เขา“พี่แค่แกล้งเล่นครับ ผีไม่มีหรอก แต่ถ้าจะมีก็มีแต่ผีผ้าห่มนี่แหละ เดี๋ยวคืนนี้เราก็เจอ” พี่ไลฟ์หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ“พี่ไลฟ์เอาอีกแล้วนะ ไม่คุยด้วยแล้ว” ฉันชี้นิ้วไปที่เขาอย่างหมดความอดทน จบประโยคนั้นฉันก็หลับตาเอนหน้าออกไปทางหน้าต่างทันที “ถึงทะเลแล้วปลุกมีนด้วยนะ”“อ้าว ไหนบอกว่าจะไม่คุยกับพี่ไง”“เริ่มตอนนี้แหละค่ะ”จากนั้นเขาก็ปล่อยให้ฉันได้นอนพักผ่อนอย่างสงบ แถมคุณแฟนยังใจดีเปิดเพลงที่ฉันชอบให้ฟังอีกด้วย นั่งไปสักพักฉันก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปจริง ๆ“มีน” เพียงเสียงเรียกแค่ครั้งเดียวฉันก็หลุดสะดุ้งตื่นทันที ค่อย ๆ ปรือตามองไปยังด้านนอก ถึงทะเลแล้วเหรอ?ไหนอะ ทะเล มีแต่ตึกและตลาด นี่เราอยู่ที่ไหนของประเทศไทยกันแน่เนี่ย“ที่บ้านไกลจากแหล่งร้านอาหาร เราแวะตลาดซื้อของไปกินที่บ้านกันก่อนนะ”“อ้อค่ะ” ฉันตอบแบบงง ๆ แต่ก็ยอมเปิดประตูลงจากรถตามพี่เขาไป เราใช้เวลาเลือกซื้อของนานกว่าที่คิด เพราะอาหารทะเลเยอะมาก ของกินอื่น ๆ ก็เยอะเช่นกัน น่ากินไปเสียทุกอย่างตลาดที่นี่ถ้าเราซื้อของทะเลสด ๆ เขามีบริการปิ้ง ย่าง นึ่ง ทอด ทำให้เราฟรีด้วย ฉันเลยซื้อทั้งปลาหมึก กุ้ง หอย ปู
“พี่ว่ามันโป๊เกินไปรึเปล่า” ฉันหันมองคนตัวโตทันทีที่เขาวิจารณ์ชุดเดรสสีชมพูที่ใส่อยู่ มองร่างสูงผ่านกระจกตรงหน้า วันนี้พี่ไลฟ์หล่อมาก ปกติใส่เสื้อเชิ้ตก็คิดว่าดูดีหล่อมากแล้ว แต่พอเจอลุคคุณชายใส่สูทผูกเน็กไทเข้าไป แถมยังเซตผมหน้าขึ้นอีก ได้แต่ขอบคุณบุญชาติก่อนที่ได้เขามาเป็นแฟน มีนาจะเป็นลมนึก ๆ ดูแล้วนี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่พี่ไลฟ์เข้ามานั่งในห้องของฉัน หากไม่มีงานหมั้นของพี่อิ้งค์ ฉันก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นเขานั่งเล่นส่งยิ้มหวานมองกันอยู่ในห้องนอนของฉันอย่างนี้ จำได้ว่าครั้งหนึ่งฉันเคยมโนภาพที่เกิดขึ้นวันนี้ ไม่คิดว่าวันหนึ่งมันจะเป็นความจริง“โป๊ตรงไหนอ่า” ฉันก้มมองสำรวจชุดตัวเอง ด้านบนเป็นสายเดี่ยว เดรสกระโปรงยาวแต่มันมีดีไซน์แอบเซ็กซี่นิดหน่อย เนื่องจากดีไซน์ด้านหลังนั้นเว้าลึกลงมามากกว่าปกติ แต่ฉันก็ใส่ซับในเอาไว้กันโป๊อยู่แล้วนี่พี่ไลฟ์กวักมือเรียกฉันให้เข้าไปหา ฉันเดินเข้าไปอย่างว่าง่าย จากนั้นเขาก็จับตัวฉันหมุนและดึงตัวฉันให้นั่งหันหลังซ้อนทับอยู่บนตักของเขาสะดุ้งตัวโยนเมื่อฝ่ามือร้อนนั้นวางทาบลงบนเนื้อผิวเปลือยเปล่าที่พ้นจากขอบเสื้อซับในออกมา เขาลงน้ำหนักลงไปเบา ๆ ก่อนจะโน้ม
“สวัสดีครับ มารอคุณไลฟ์เหรอครับ” พี่นิติของคอนโดเดินผ่านมาจึงแวะเข้ามาทักทายฉันที่นั่งรอพี่ไลฟ์อยู่ที่โซฟา“ใช่ค่า” ฉันเอ่ยบอก ก่อนหน้านี้เราคุยกันผ่านแชตแล้ว พี่ไลฟ์บอกว่าอีกประมาณสิบนาทีจะถึงคอนโด ส่วนฉันเพิ่งกลับมาจากชอปปิงกับอลิน ในที่สุดฉันก็ได้ทั้งชุดไปงานหมั้นของพี่อิ้งค์และชุดไปกินข้าวกับพี่ไลฟ์ที่จะใส่สิ้นปีนี้พี่นิติเพียงเดินมาทักทายเท่านั้นก่อนที่เขาจะเดินเปิดประตูออกไปเช็กความเรียบร้อยด้านนอก คล้อยหลังเขาเดินออกไป ร่างสูงที่ฉันรอก็เดินสวนเข้ามาพอดี ฉันจึงลุกขึ้นยืนหยิบถุงเสื้อผ้าและกระเป๋าตัวเอง กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปหาเขา“พี่ไลฟ์”“รอนานไหม” เขายื่นมือมาช่วยถือของในมือฉัน“นานมากค่ะ รากงอกแล้วเนี่ย” พูดติดตลกไปอย่างนั้น แต่มันก็ทำให้รอยยิ้มที่คงอยู่ใบหน้าของเขานั้นกว้างกว่าเดิม สายตาเจ้าเล่ห์จ้องมองมาที่ฉันและโน้มใบหน้าเข้ามากระซิบในระยะที่ไม่อาจจะเก็บซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ได้“งอกตรงไหนครับ เข้าไปในห้องขอพี่ดูหน่อยนะ” ฉันทำตาโตใส่เขาทันที แก้มสองข้างพองลมออกมาอย่างไม่รู้ตัว เพราะสายตาเขานะเอาแต่จ้องสะโพกของฉัน“พี่ไลฟ์ พูดบ้าอะไรเนี่ย เดี๋ยวมีนหนีกลับไปนอนบ้านเสียเลยนี
“เวลาก็ผ่านไปโคตรเร็วเลย ไม่ทันไรเราสองคนก็จะอยู่ปีสองแล้ว” เวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ นั่นแหละ พอพ้นสิ้นปีเรียนอีกสามเดือนเราก็จะจบปีหนึ่งกันแล้ว“สิ้นปีนี้ฉลองที่ไหนอ่า” อลินถามต่อเพราะอีกสามวันก็ถึงจะวันสิ้นปีแล้ว “แต่ฉันคงไม่ได้อยู่ฉลองกับแกนะ เพราะต้องไปเยี่ยมพ่อแม่พี่มุ่งที่เชียงใหม่อ่า”“แหม รีบบอกตารางเลยนะ กลัวฉันจะชวนไปเที่ยวหรือไง” ฉันหรี่ตามองเพื่อนที่กำลังทำหน้าไม่ถูก “ว่าแต่ไปเจอคุณพ่อคุณแม่แบบนี้ อีกหน่อยคงได้ยินข่าวดีแน่ ๆ ฉันตัดชุดเพื่อนเจ้าสาวรอเลยดีกว่า”“อย่าเว่อร์ ก็แค่ไปสวัสดีปีใหม่ค่า”“ค่า”“แล้วแกอะ พี่ไลฟ์จะชวนไปเคานต์ดาวน์ที่ไหน”“ก็คงกินข้าวเย็นที่บ้านแหละ พี่ชายฉันจะจัดงานหมั้นพอดีด้วย ส่วนตอนค่ำก็อาจจะไปนั่งเคานต์ดาวน์ที่ไหนสักที่กับพี่ไลฟ์” เพิ่งจะรู้ตัวก็ตอนที่เล่าให้อลินฟังนี่แหละ ดูเหมือนคิววันสิ้นปีของฉันแน่นมาก“ได้ข่าวแว่ว ๆ ว่าใครบางคนจองร้านอาหารบนดาดฟ้าให้” อลินแกล้งหลุดปากออกมา“รู้อะไรมาอีกแล้วเนี่ย ว่าแต่ดาดฟ้าที่ไหนอะ หรูปะ เผื่อจะได้เตรียมตัวแต่งชุดสวย ๆ ถ่ายรูป” ความจริงฉันก็รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะเป็นปีแรกที่ฉันจะได้เคานต์ดาวน์สิ้นปีกับแฟนคนแรกเ
“พี่ไลฟ์เราจะหยุดแค่ไหนคะ” มือสองข้างโอบรอบคอเขาไว้ ขณะที่อยู่ใต้ร่างกำยำของเขา ยกมือขึ้นทาบหน้าอกข้างซ้ายแล้วพบว่ามันเต้นแรงไม่หยุดเลย“แค่พอหอมปากหอมคอก็พอแล้วครับ”หอมปากหอมคอคือคำที่พี่ไลฟ์ใช้เกลี้ยกล่อมกระต่ายตื่นตูมอย่างฉัน และฉันก็เชื่อเขาโดยง่ายตามประสาคนอ่อนประสบการณ์ ริมฝีปากนุ่มชื้นนั้นลากไล้ไปตามซอกคอพร้อมกับฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้อยู่ช่วงกลางลำตัว อกสั่นไหวกระเพื่อมตามแรงหายใจที่หนักหน่วงเฝ้าถามตัวเองในใจ ไอ้คำว่าหอมปากหอมคอของเขาจะหยุดที่ตรงไหน เพราะถ้าเขาไม่หยุดตอนนี้และฉันไม่ยอมเอ่ยปากห้ามออกไป เราสองคนคงห้ามใจตัวเองไม่ได้อีกแล้ว“พี่ไลฟ์” นานพอสมควรที่ฉันเพิ่งจะรู้ตัวว่าควรเรียกคนที่กำลังบดเบียดร่างกายใหญ่เข้ามาแนบชิด ยกมือทั้งสองข้างดันแผงอกแกร่งเพื่อยับยั้งเขาเอาไว้เพียงชั่วคราว เขาถึงได้ผละออกจากช่วงคอขึ้นมามองกันอย่างรู้ถึงความหมายดวงตาของฉันคงสั่นไหวพอ ๆ กับสองมือที่วางทาบบนอกแกร่ง เขาหายใจหนักหน่วงพยายามปรับอารมณ์ของตัวเองให้เป็นปกติ จากนั้นฝ่ามือหนาที่วางทาบอยู่ตรงหน้าท้องนั้นจึงผละออกช้า ๆ แทนที่ด้วยเนื้อผ้าผืนบางที่ถูกดึงลงมาปิดเอาไว้ในสภาพเดิมเราจ้องตากันท่าม
“ทำไรอ่า” อลินที่นั่งข้างกันเอียงหน้าเข้ามาดูสิ่งที่ฉันทำอย่างสนใจ ด้านหน้ามีกระดาษหลากสีอยู่หลายแผ่น และของตกแต่งน่ารักอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เกี่ยวกับงานประดิดประดอยกระจัดกระจายเต็มบนโต๊ะ“ทำการ์ดเป็นของขวัญให้พี่ไลฟ์” วันที่ 22 พฤศจิกายนนี้เป็นวันเกิดของเขา ฉันตั้งใจว่าจะทำการ์ดน่ารัก ๆ เขียนคำอวยพรให้และพรุ่งนี้จะให้แม่สอนทำเค้กก้อนเล็ก ๆ เป็นของขวัญให้เขาด้วย“อ่า หวานเกินเบอร์มาก พี่ไลฟ์รักแก หลงแก ตายเลย” อลินทำเสียงล้อเลียนพลันหยิบขนมเข้าปาก หลังจากที่อลินกลับไปคืนดีกับพี่มุ่ง โลกของเธอสดใสขึ้นมากเลยละ อารมณ์ดีทั้งวัน บางวันก็นั่งยิ้มมองโทรศัพท์ราวกับคนบ้า มองตาเพื่อนทีไรนึกว่าเห็นรูปหัวใจลอยออกมา“รักกับหลงก็พอมั้ง ถ้าเขาตายฉันจะอยู่ยังไง” แกล้งทำปากคว่ำร้องไห้เสียใจ อลินหมั่นไส้ผลักศีรษะฉันเอนไปอีกทาง ฉันหันไปมองแรงเป็นเชิงถามว่าแกเกลียดอะไรฉันรึเปล่า ผลักแบบไม่ยั้งมือเลยคอแทบเคล็ด“ค่า” อลินลากเสียงตอบกลับ“แก เย็นนี้ฉันว่าจะคุยกับพี่ไลฟ์จริงจังแหละ” อลินคงดีใจที่ได้ยินประโยคนี้จากฉัน เป็นอย่างที่อลินบอกขึ้นชื่อว่าผู้หญิง ถึงปากเราจะบอกว่าค่อย ๆ ศึกษาดูใจกันไป แต่ลึ







