LOGINอืม...ก็น่าจะเรียกว่าแฟนได้แล้วละมั้ง เพราะความสัมพันธ์ทางกายพัฒนาแบบก้าวกระโดดอย่างไม่ที่คาดไม่ถึงเลยล่ะ
ก้าวกระโดดแบบที่ฉันเองยังตกใจ อยู่มาวันหนึ่งเพื่อนส่งแชตมาบอกขอให้ไปส่งซื้อยาคุม ฉันยังจำภาพตัวเองทำหน้าเหวอในตอนนั้นได้เป็นอย่างดี ความรู้สึกแบบ รถไฟชินคันเซ็นที่เขาเคลมว่าเร็วที่สุดในญี่ปุ่นยังไม่เท่าความสัมพันธ์ของอลินเลย อย่างที่บอกถึงสไตล์อลินกับฉันจะไม่ค่อยตรงกัน แต่พวกเราไม่เคยจะก้าวก่ายหรือล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวของกันและกัน เรื่องไหนอลินอยากบอกฉันก็ทำหน้าที่รับฟัง ถ้าอยากได้ความคิดเห็นฉันก็พร้อมจะเสนอแนะจากมุมมองของตัวเอง แต่ถ้าเรื่องไหนไม่อยากบอก..ฉันก็ปล่อยผ่าน ถ้าหากเรื่องไหนที่เราเห็นว่ามันไม่ถูกต้อง เราอาจจะมีเตือนกันด้วยความเป็นห่วงโดยไม่ใช้ไม้บรรทัดของตัวเองเป็นบรรทัดฐาน พยายามมองให้เป็นกลางมากที่สุด ฉันว่าอลินคบกับพี่มุ่ง เธอดูมีความสุขมาก สมกับที่อลินยอมตัดหนุ่ม ๆ ในสต็อกทุกคนเพื่อคุยกับพี่มุ่งเพียงคนเดียว ทันทีที่เราเดินเข้ามาในร้าน พี่มุ่งคนดีของอลินเดินออกมาต้อนรับด้วยสีหน้าอารมณ์ดี เขาพาพวกเราไปนั่งตรงโต๊ะมุมหนึ่งที่สามารถเห็นเวทีได้ชัดมาก เมื่อได้ที่นั่งกันเรียบร้อยแล้วถึงได้มีเวลากวาดสายตาสำรวจมองบรรยากาศโดยรอบ มองจากภายนอกคิดว่าร้านค่อนข้างเล็ก แต่พอได้เข้ามาด้านในกลับพบว่าพื้นที่กว้างพอสมควร มีการจัดสรรแบ่งโซนต่าง ๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม สะอาดและดูมีคลาส คนที่มาเที่ยวล้วนแต่งตัวดูดีกันทั้งนั้น ถึงแม้จะเป็นนักศึกษารุ่นราวคราวเดียวแบบเรา แต่ทุกอย่างบนตัวมองแค่ผิวเผินดูก็รู้ว่ามีราคา “พวกพี่เขาจะขึ้นเล่นกี่โมงอะ” ขณะถามอลิน สายตาฉันจดจ่ออยู่ที่เมนูตรงหน้า เกือบสิบนาทีแล้วที่ฉันยังเลือกไม่ได้สักทีว่าจะดื่มอะไรดี ส่วนกับแกล้มน่ะเลือกได้แล้ว แถมยังได้มากกว่าสองอย่างอีกด้วย “จำไม่ผิดน่าจะสามทุ่ม แต่เดี๋ยวพวกพี่เขาจะเข้ามานั่งกับเราแป๊บหนึ่งก่อนขึ้นเล่น” ได้ยินดังนั้นฉันก็เงยหน้ามองอลินทันที พวกพี่เขาที่ว่านี่รวมถึงพี่ไลฟ์ด้วยหรือเปล่า พอนึกถึงพี่ไลฟ์ก็พาลให้คิดถึงเรื่องที่ตัวเองมือลั่นแอดเฟสบุ้กเขาในวันนั้น หลังจากที่พี่เขาตอบรับคำขอของฉัน คิดว่าตัวเองคงตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ แต่พอนาน ๆ ไปฉันเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่น่ามือลั่นแอดเขาไปเลย เพราะผลลัพธ์ที่ได้มันน่าผิดหวังอยู่หน่อย ๆ ฉันถึงบอกว่าระหว่างเราไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย อลินเคยเชียร์ให้ฉันทักแชตเขาไปก่อน แต่ฉันไม่มีความกล้าพอที่จะทักเขาไปเลยสักครั้ง ฉันยังปลอบใจตัวเองด้วยการคิดว่าพี่ไลฟ์อาจจะไม่ค่อยเล่นเฟสบุ้กเพราะดูไทม์ไลน์เก่า ๆ ของพี่เขา มันแทบจะไม่มีการเคลื่อนไหวหรืออัปเดตอะไรเลย อาจจะมีเพื่อน ๆ แท็กมาบ้างและก็มีพี่น้ำฟ้าที่ชอบแท็กร้านคาเฟ่มาหาเขาแล้วก็พิมพ์แคปชันประมาณว่าอยากกิน อ้อนให้พี่เขาพาไปกินหน่อย ฉันก็สงสัยนะว่าพี่สองคนนี้มีซัมติงอินเดอะแก๊งหรือเปล่าแต่พอให้อลินสืบจากพี่มุ่ง พี่แกก็บอกว่าไม่มีอะไรพวกเขาเป็นแค่เพื่อนกัน ฉันเชื่อพี่มุ่งได้หรือเปล่านะ “คิดไรยะ” เสียงอลินทำให้ฉันหลุดจากห้วงความคิดตัวเองพลันเบิกตาโตเมื่อเห็นว่าในโต๊ะมีคนเข้ามาเพิ่มอย่างไม่รู้ตัว ข้าง ๆ อลินคือพี่มุ่งที่ใส่ชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนสีดำ ทรงผมด้านหน้าถูกเซ็ตขึ้นอย่างหล่อ แอบเห็นรอยสักที่โผล่พ้นต้นคอขาว ๆ ของเขาด้วย กร้าวใจกันสุด ๆ สเป็กอลินล่ะ ส่วนถัดกันนั้นเป็นพี่เทค เขาสวมใส่เสื้อยืดตัวโคร่งสีสดใส ท่อนล่างเป็นกางเกงยีนขาด ๆ รายนี้คงสไตล์แต่งตัวเน้นสนุกสนานมองแล้วเพลินตาดี ส่วนคนสุดท้ายที่นั่งถัดจากพี่เทคนั้น เจ้าของนัยน์ตาสีดำขลับนิ่งเรียบชวนหลงใหล เขาสวมใส่เชิ้ตสีขาวสะอาดตากับกางเกงยีนสีซีดขาดเหนือเข่า พี่เขาใส่แค่นี้ออร่าความหล่อกระจายเว่อร์วัง ฉันคิดว่าตัวเองเห็นแสงสีขาวแผ่ออกมารอบตัวพี่เขาเลยนะ หล่อจริง ๆ คุณพี่ขายาวของฉัน “วันนี้น้องมีนสนใจรับบอดี้การ์ดสักคนไหมครับ” พี่เทคกึ่งหยอกกึ่งแซว พอฉันทำหน้างุนงงกลับไป พี่เขาก็ส่งสายตาวิบวับมองกัน บอดี้การ์ดอะไร? “เอาไว้กันพวกผู้ชายไง คืนนี้เราน่าจะเป็นดาวของร้านละแหละ” พี่เทคตอบพร้อมกับยิ้มกริ่ม พลันเหล่สายตาหยอกล้อมองคนข้างกายที่ยังคงสีหน้าเรียบนิ่ง ฉันพยักหน้าน้อย ๆ พลางยิ้มเจื่อนส่งให้ ชมว่าสวยตรง ๆ น่าจะดีกว่านะคะพี่เทค น้องตามมุกพี่ไม่ทัน ได้ข่าวว่าคนแซวก็มีแฟนแล้วไม่ใช่หรือยังไง ยังอุตส่าห์จะอาสาเป็นบอดี้การ์ดให้ผู้หญิงคนอื่นอีก “เลิกตบมุกแป๊กได้ละไอ้เทค รีบไปซาวด์เสียงเถอะ” พี่มุ่งพูดขัดเมื่อพี่เทคทำท่าจะเอ่ยอีกประโยค จากนั้นร่างสูงโปร่งทั้งสามจึงลุกจากโต๊ะไป โดยมีสายตาของผู้หญิงหลายคู่ที่จ้องมาทางพวกเราในทางที่ดีและไม่ดีแต่ส่วนมากก็ไม่ดีแหละ พวกเราทำได้เพียงมองผ่าน ใส่ใจมากไปคนอาจมองว่าเราอยากได้ซีนอีก กระทั่งเสียงกีตาร์จากบนเวทีดังขึ้น ผู้หญิงกลุ่มนั้นจึงหันไปมองบนเวทีแทน รวมถึงตัวฉันด้วย ภาพข้างหน้าคือพี่ไลฟ์ที่กำลังนั่งเก้าอี้ทรงสูงสีดำ เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ริมฝีปากสวยจ่ออยู่กับไมค์ ขณะที่สายตาคมจดจ่ออยู่หน้าจอโทรศัพท์ ไม่ว่าจะกี่ครั้งฉันไม่อาจละสายตาจากคนคนนี้ได้เลย เคยไหมที่เรารู้สึกว่าตัวเองได้เจอคนที่ใช่“พี่ไลฟ์” ฉันจ้องตาดุใส่เขา“พี่แค่แกล้งเล่นครับ ผีไม่มีหรอก แต่ถ้าจะมีก็มีแต่ผีผ้าห่มนี่แหละ เดี๋ยวคืนนี้เราก็เจอ” พี่ไลฟ์หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ“พี่ไลฟ์เอาอีกแล้วนะ ไม่คุยด้วยแล้ว” ฉันชี้นิ้วไปที่เขาอย่างหมดความอดทน จบประโยคนั้นฉันก็หลับตาเอนหน้าออกไปทางหน้าต่างทันที “ถึงทะเลแล้วปลุกมีนด้วยนะ”“อ้าว ไหนบอกว่าจะไม่คุยกับพี่ไง”“เริ่มตอนนี้แหละค่ะ”จากนั้นเขาก็ปล่อยให้ฉันได้นอนพักผ่อนอย่างสงบ แถมคุณแฟนยังใจดีเปิดเพลงที่ฉันชอบให้ฟังอีกด้วย นั่งไปสักพักฉันก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปจริง ๆ“มีน” เพียงเสียงเรียกแค่ครั้งเดียวฉันก็หลุดสะดุ้งตื่นทันที ค่อย ๆ ปรือตามองไปยังด้านนอก ถึงทะเลแล้วเหรอ?ไหนอะ ทะเล มีแต่ตึกและตลาด นี่เราอยู่ที่ไหนของประเทศไทยกันแน่เนี่ย“ที่บ้านไกลจากแหล่งร้านอาหาร เราแวะตลาดซื้อของไปกินที่บ้านกันก่อนนะ”“อ้อค่ะ” ฉันตอบแบบงง ๆ แต่ก็ยอมเปิดประตูลงจากรถตามพี่เขาไป เราใช้เวลาเลือกซื้อของนานกว่าที่คิด เพราะอาหารทะเลเยอะมาก ของกินอื่น ๆ ก็เยอะเช่นกัน น่ากินไปเสียทุกอย่างตลาดที่นี่ถ้าเราซื้อของทะเลสด ๆ เขามีบริการปิ้ง ย่าง นึ่ง ทอด ทำให้เราฟรีด้วย ฉันเลยซื้อทั้งปลาหมึก กุ้ง หอย ปู
“พี่ว่ามันโป๊เกินไปรึเปล่า” ฉันหันมองคนตัวโตทันทีที่เขาวิจารณ์ชุดเดรสสีชมพูที่ใส่อยู่ มองร่างสูงผ่านกระจกตรงหน้า วันนี้พี่ไลฟ์หล่อมาก ปกติใส่เสื้อเชิ้ตก็คิดว่าดูดีหล่อมากแล้ว แต่พอเจอลุคคุณชายใส่สูทผูกเน็กไทเข้าไป แถมยังเซตผมหน้าขึ้นอีก ได้แต่ขอบคุณบุญชาติก่อนที่ได้เขามาเป็นแฟน มีนาจะเป็นลมนึก ๆ ดูแล้วนี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่พี่ไลฟ์เข้ามานั่งในห้องของฉัน หากไม่มีงานหมั้นของพี่อิ้งค์ ฉันก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นเขานั่งเล่นส่งยิ้มหวานมองกันอยู่ในห้องนอนของฉันอย่างนี้ จำได้ว่าครั้งหนึ่งฉันเคยมโนภาพที่เกิดขึ้นวันนี้ ไม่คิดว่าวันหนึ่งมันจะเป็นความจริง“โป๊ตรงไหนอ่า” ฉันก้มมองสำรวจชุดตัวเอง ด้านบนเป็นสายเดี่ยว เดรสกระโปรงยาวแต่มันมีดีไซน์แอบเซ็กซี่นิดหน่อย เนื่องจากดีไซน์ด้านหลังนั้นเว้าลึกลงมามากกว่าปกติ แต่ฉันก็ใส่ซับในเอาไว้กันโป๊อยู่แล้วนี่พี่ไลฟ์กวักมือเรียกฉันให้เข้าไปหา ฉันเดินเข้าไปอย่างว่าง่าย จากนั้นเขาก็จับตัวฉันหมุนและดึงตัวฉันให้นั่งหันหลังซ้อนทับอยู่บนตักของเขาสะดุ้งตัวโยนเมื่อฝ่ามือร้อนนั้นวางทาบลงบนเนื้อผิวเปลือยเปล่าที่พ้นจากขอบเสื้อซับในออกมา เขาลงน้ำหนักลงไปเบา ๆ ก่อนจะโน้ม
“สวัสดีครับ มารอคุณไลฟ์เหรอครับ” พี่นิติของคอนโดเดินผ่านมาจึงแวะเข้ามาทักทายฉันที่นั่งรอพี่ไลฟ์อยู่ที่โซฟา“ใช่ค่า” ฉันเอ่ยบอก ก่อนหน้านี้เราคุยกันผ่านแชตแล้ว พี่ไลฟ์บอกว่าอีกประมาณสิบนาทีจะถึงคอนโด ส่วนฉันเพิ่งกลับมาจากชอปปิงกับอลิน ในที่สุดฉันก็ได้ทั้งชุดไปงานหมั้นของพี่อิ้งค์และชุดไปกินข้าวกับพี่ไลฟ์ที่จะใส่สิ้นปีนี้พี่นิติเพียงเดินมาทักทายเท่านั้นก่อนที่เขาจะเดินเปิดประตูออกไปเช็กความเรียบร้อยด้านนอก คล้อยหลังเขาเดินออกไป ร่างสูงที่ฉันรอก็เดินสวนเข้ามาพอดี ฉันจึงลุกขึ้นยืนหยิบถุงเสื้อผ้าและกระเป๋าตัวเอง กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปหาเขา“พี่ไลฟ์”“รอนานไหม” เขายื่นมือมาช่วยถือของในมือฉัน“นานมากค่ะ รากงอกแล้วเนี่ย” พูดติดตลกไปอย่างนั้น แต่มันก็ทำให้รอยยิ้มที่คงอยู่ใบหน้าของเขานั้นกว้างกว่าเดิม สายตาเจ้าเล่ห์จ้องมองมาที่ฉันและโน้มใบหน้าเข้ามากระซิบในระยะที่ไม่อาจจะเก็บซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ได้“งอกตรงไหนครับ เข้าไปในห้องขอพี่ดูหน่อยนะ” ฉันทำตาโตใส่เขาทันที แก้มสองข้างพองลมออกมาอย่างไม่รู้ตัว เพราะสายตาเขานะเอาแต่จ้องสะโพกของฉัน“พี่ไลฟ์ พูดบ้าอะไรเนี่ย เดี๋ยวมีนหนีกลับไปนอนบ้านเสียเลยนี
“เวลาก็ผ่านไปโคตรเร็วเลย ไม่ทันไรเราสองคนก็จะอยู่ปีสองแล้ว” เวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ นั่นแหละ พอพ้นสิ้นปีเรียนอีกสามเดือนเราก็จะจบปีหนึ่งกันแล้ว“สิ้นปีนี้ฉลองที่ไหนอ่า” อลินถามต่อเพราะอีกสามวันก็ถึงจะวันสิ้นปีแล้ว “แต่ฉันคงไม่ได้อยู่ฉลองกับแกนะ เพราะต้องไปเยี่ยมพ่อแม่พี่มุ่งที่เชียงใหม่อ่า”“แหม รีบบอกตารางเลยนะ กลัวฉันจะชวนไปเที่ยวหรือไง” ฉันหรี่ตามองเพื่อนที่กำลังทำหน้าไม่ถูก “ว่าแต่ไปเจอคุณพ่อคุณแม่แบบนี้ อีกหน่อยคงได้ยินข่าวดีแน่ ๆ ฉันตัดชุดเพื่อนเจ้าสาวรอเลยดีกว่า”“อย่าเว่อร์ ก็แค่ไปสวัสดีปีใหม่ค่า”“ค่า”“แล้วแกอะ พี่ไลฟ์จะชวนไปเคานต์ดาวน์ที่ไหน”“ก็คงกินข้าวเย็นที่บ้านแหละ พี่ชายฉันจะจัดงานหมั้นพอดีด้วย ส่วนตอนค่ำก็อาจจะไปนั่งเคานต์ดาวน์ที่ไหนสักที่กับพี่ไลฟ์” เพิ่งจะรู้ตัวก็ตอนที่เล่าให้อลินฟังนี่แหละ ดูเหมือนคิววันสิ้นปีของฉันแน่นมาก“ได้ข่าวแว่ว ๆ ว่าใครบางคนจองร้านอาหารบนดาดฟ้าให้” อลินแกล้งหลุดปากออกมา“รู้อะไรมาอีกแล้วเนี่ย ว่าแต่ดาดฟ้าที่ไหนอะ หรูปะ เผื่อจะได้เตรียมตัวแต่งชุดสวย ๆ ถ่ายรูป” ความจริงฉันก็รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะเป็นปีแรกที่ฉันจะได้เคานต์ดาวน์สิ้นปีกับแฟนคนแรกเ
“พี่ไลฟ์เราจะหยุดแค่ไหนคะ” มือสองข้างโอบรอบคอเขาไว้ ขณะที่อยู่ใต้ร่างกำยำของเขา ยกมือขึ้นทาบหน้าอกข้างซ้ายแล้วพบว่ามันเต้นแรงไม่หยุดเลย“แค่พอหอมปากหอมคอก็พอแล้วครับ”หอมปากหอมคอคือคำที่พี่ไลฟ์ใช้เกลี้ยกล่อมกระต่ายตื่นตูมอย่างฉัน และฉันก็เชื่อเขาโดยง่ายตามประสาคนอ่อนประสบการณ์ ริมฝีปากนุ่มชื้นนั้นลากไล้ไปตามซอกคอพร้อมกับฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้อยู่ช่วงกลางลำตัว อกสั่นไหวกระเพื่อมตามแรงหายใจที่หนักหน่วงเฝ้าถามตัวเองในใจ ไอ้คำว่าหอมปากหอมคอของเขาจะหยุดที่ตรงไหน เพราะถ้าเขาไม่หยุดตอนนี้และฉันไม่ยอมเอ่ยปากห้ามออกไป เราสองคนคงห้ามใจตัวเองไม่ได้อีกแล้ว“พี่ไลฟ์” นานพอสมควรที่ฉันเพิ่งจะรู้ตัวว่าควรเรียกคนที่กำลังบดเบียดร่างกายใหญ่เข้ามาแนบชิด ยกมือทั้งสองข้างดันแผงอกแกร่งเพื่อยับยั้งเขาเอาไว้เพียงชั่วคราว เขาถึงได้ผละออกจากช่วงคอขึ้นมามองกันอย่างรู้ถึงความหมายดวงตาของฉันคงสั่นไหวพอ ๆ กับสองมือที่วางทาบบนอกแกร่ง เขาหายใจหนักหน่วงพยายามปรับอารมณ์ของตัวเองให้เป็นปกติ จากนั้นฝ่ามือหนาที่วางทาบอยู่ตรงหน้าท้องนั้นจึงผละออกช้า ๆ แทนที่ด้วยเนื้อผ้าผืนบางที่ถูกดึงลงมาปิดเอาไว้ในสภาพเดิมเราจ้องตากันท่าม
“ทำไรอ่า” อลินที่นั่งข้างกันเอียงหน้าเข้ามาดูสิ่งที่ฉันทำอย่างสนใจ ด้านหน้ามีกระดาษหลากสีอยู่หลายแผ่น และของตกแต่งน่ารักอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เกี่ยวกับงานประดิดประดอยกระจัดกระจายเต็มบนโต๊ะ“ทำการ์ดเป็นของขวัญให้พี่ไลฟ์” วันที่ 22 พฤศจิกายนนี้เป็นวันเกิดของเขา ฉันตั้งใจว่าจะทำการ์ดน่ารัก ๆ เขียนคำอวยพรให้และพรุ่งนี้จะให้แม่สอนทำเค้กก้อนเล็ก ๆ เป็นของขวัญให้เขาด้วย“อ่า หวานเกินเบอร์มาก พี่ไลฟ์รักแก หลงแก ตายเลย” อลินทำเสียงล้อเลียนพลันหยิบขนมเข้าปาก หลังจากที่อลินกลับไปคืนดีกับพี่มุ่ง โลกของเธอสดใสขึ้นมากเลยละ อารมณ์ดีทั้งวัน บางวันก็นั่งยิ้มมองโทรศัพท์ราวกับคนบ้า มองตาเพื่อนทีไรนึกว่าเห็นรูปหัวใจลอยออกมา“รักกับหลงก็พอมั้ง ถ้าเขาตายฉันจะอยู่ยังไง” แกล้งทำปากคว่ำร้องไห้เสียใจ อลินหมั่นไส้ผลักศีรษะฉันเอนไปอีกทาง ฉันหันไปมองแรงเป็นเชิงถามว่าแกเกลียดอะไรฉันรึเปล่า ผลักแบบไม่ยั้งมือเลยคอแทบเคล็ด“ค่า” อลินลากเสียงตอบกลับ“แก เย็นนี้ฉันว่าจะคุยกับพี่ไลฟ์จริงจังแหละ” อลินคงดีใจที่ได้ยินประโยคนี้จากฉัน เป็นอย่างที่อลินบอกขึ้นชื่อว่าผู้หญิง ถึงปากเราจะบอกว่าค่อย ๆ ศึกษาดูใจกันไป แต่ลึ







