مشاركة

ตอนที่ 3 เทศกาลโคมไฟ

last update تاريخ النشر: 2025-02-04 09:43:19

เทศกาลโคมไฟวันหยวนเซียว ใต้เท้าฉีและฉีฮูหยินได้พาบุตรชายและบุตรีไปเที่ยวภายในงาน พี่ใหญ่มีหน้าที่คอยดูแลน้องๆ ช่วยบิดาและมารดา แต่ทว่าความชอบของเด็กๆ นั้นต่างกัน บ่าวรับใช้ที่ติดตามมาจึงได้รับมอบหมายให้ดูแลคุณชายทั้งสามและคุณหนูห้ามละสายตา

พี่ใหญ่กับน้องเล็กอยากไปดูการละเล่นต่างๆ เช่นการโยนลูกศรให้ลงเป้าและการประลองหมากล้อมที่ใช้สติปัญญาในการเล่น ส่วนพี่รองกับพี่สามนั้นอยากไปชื่นชมการต่อบทกวี และฟังดนตรี ทั้งสี่คนจึงแยกเป็นสองกลุ่ม ฉีอันหนิงรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับการได้ออกมาเที่ยวงานเทศกาลโคมไฟวันหยวนเซียวซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกของนาง

“ท่านพี่ใหญ่เจ้าคะ เราไปดูหมากล้อมกันก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ” เสียงเล็กเอ่ยถามดังขึ้นมาแข่งกับเสียงของดนตรีที่บรรเลงดังอยู่ไม่ไกล

“ดีสิ ไปกันเถิดน้องสี่”

พี่ใหญ่มิได้ขัดใจน้องสาวตัวน้อย เขาจูงมือเล็กของนางเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปที่วงหมากล้อมพร้อมกับบ่าวที่เดินตามหลังมาถึงสี่คน

หมากล้อมวงนี้กำลังประลองสติปัญญาการเดินหมากกันอยู่อย่างสนุกสนาน ฉีอันหนิงมองการประลองตรงหน้าด้วยความสนใจ พลางคิดการวางหมากไปพร้อมๆ กับผู้ที่กำลังประลองอยู่ ฉีอันหลงที่ยืนอยู่เคียงข้างกับน้องสาวยกมือขึ้นมาลูบคางของตนเองพลางครุ่นคิดแนวทางการวางหมากตรงหน้าเช่นเดียวกัน แต่ระหว่างที่สองพี่น้องกำลังจมอยู่กับความคิดอยู่นั้นก็มีเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นจากทางด้านข้าง

“อันหนิง เจ้ามิอยากลองเล่นหรือ” เสียงหวานที่ดังขึ้นไม่ไกลทำให้นางหันไปมอง

“อ้าว…ก็นึกว่าผู้ใด ที่แท้ก็ฉินหรงนี่เอง” ฉีอันหนิงเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือผู้ใด

“คารวะท่านพี่อันหลงเจ้าค่ะ” เด็กหญิงมิลืมที่จะเอ่ยทักทายพี่ชายของฉีอันหนิง

“ตามสบายเถิด” ฉีอันหลงบอกเท่านั้นก่อนที่จะสนใจมองการแข่งขันหมากล้อมต่อไปโดยมิได้สนใจสหายตัวน้อยของน้องสาวอีก

“แล้วเจ้าจะเล่นหรือไม่อันหนิง” คุณหนูสกุลซูเอ่ยถามฉีอันหนิงออกมาอีกครา

“ผู้ใหญ่เขาเล่นกันอยู่ มิใช่เด็กเช่นเราจะเล่นได้ แค่มองดูก็พอแล้ว”

ตอบออกมาจบประโยคก็หันหน้ากลับไปมองการแข่งขันตรงหน้าแล้วเลิกสนใจสหายที่สำนักศึกษาผู้นี้อีก

ซูฉินหรงพอเห็นว่าคนตรงหน้ามิได้สนใจไยดีตนอีก นางจึงเดินจากไปด้วยใบหน้าที่เง้างอเพราะคนที่นางสนใจกลับไม่สนใจนาง ถ้ามิใช่เพราะบิดาและมารดาแนะนำให้นางตีสนิทและเป็นสหายกับฉีอันหนิงให้ได้ ป่านนี้นางคงจะเมินคุณหนูสี่แห่งสกุลฉีที่แสนฉลาดผู้นี้ไปแล้ว

“มิใช่สหายที่สนิทของน้องหรอกหรือ” ฉีอันหลงเอ่ยถามน้องสาวออกมา แต่ทว่าสายตาของเขาก็เอาแต่จดจ้องการแข่งขันหมากล้อมตรงหน้าด้วยความสนใจ

“มิใช่หรอกเจ้าค่ะ นางอยากสนิทกับน้อง แต่น้องมิอยากสนิทกับนาง” คนฟังถึงกับหัวเราะออกมาในลำคอ

“พี่เห็นเจ้ามีสหายคนสนิทอยู่เพียงแค่สองนางเท่านั้นใช่หรือไม่”

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ มีแค่เจียวซินกับซูซูเท่านั้น” ฉีอันหนิงตอบก่อนที่สองพี่น้องจะพากันเงียบไปเพราะกำลังสนใจการแข่งขันตรงหน้าที่ใกล้จะรู้ผลผู้แพ้ผู้ชนะเต็มที

“ผิดแล้ว!!!”

สองพี่น้องอุทานขึ้นมาพร้อมกัน เมื่อฝ่ายบุรุษชุดน้ำเงินวางหมากล้อมลงไปบนกระดาน สองพี่น้องมองหน้ากันก่อนที่จะหัวเราะออกมา

“เจ้าเล่นหมากล้อมเป็นด้วยหรืออันหนิง" เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างๆ กันกับเด็กหญิง

“เจียวซิน!! อือ…ข้าเล่นเป็น”

คนถูกถามอุทานออกมาเมื่อเห็นว่าผู้ที่เข้ามาทักทายนางเป็นผู้ใด ก่อนที่จะส่งยิ้มให้อีกฝ่ายและตอบออกมา

“อืม…. เจียวซินนี่คือท่านพี่อันหลง พี่ใหญ่ของเราเอง” อันหนิงมิลืมที่จะแนะนำสหายสนิทให้รู้จักพี่ใหญ่ของตน เด็กหญิงคำนับพี่ชายของเพื่อนสนิท

“คารวะท่านพี่อันหลงเจ้าค่ะ”

“ตามสบายเถิดน้องหญิง”

พอได้ยินชื่อ ฉีอันหลงก็พอจำได้ว่าเด็กหญิงผู้นี้นั้นเป็นสหายคนสนิทของน้องสาวของตน เขาจึงเอ่ยออกมาอย่างเป็นกันเองและส่งยิ้มให้กับนาง

บุรุษร่างสูงโปร่งวัยสิบสามยืนเด่นเป็นสง่า ข้างๆ กันมีเด็กหญิงที่มีหน้าตาน่ารักน่าชังยืนเคียงกันอยู่ ทั้งสามกำลังยืนลุ้นผลของการแข่งขัน ก่อนที่จะจบลงในเค่อเดียว สองพี่น้องพากันส่ายใบหน้าไปมาพร้อมกัน ซ่งเจียวซินที่มองเห็นอากัปกิริยาของสองพี่น้องถึงกับแอบขำออกมา

“มีผู้ใดอยากจะลองอีกไหม” เสียงของบุรุษที่แข่งขันชนะเอ่ยออกมาอย่างท้าทาย

“พี่ใหญ่ ลองสิ…เดี๋ยวน้องคอยช่วย” น้องเล็กรีบบอกพี่ชายทันทีเมื่อเห็นท่าทางหยิ่งผยองของอีกฝ่าย

“จะดีเหรอน้องสี่” ฉีอันหลงเอ่ยถามน้องด้วยความไม่แน่ใจ เพราะถ้าหากแพ้คงจะเสียชื่อสกุลฉีเป็นแน่

“ดีเจ้าค่ะท่านพี่ ท่านเชื่อข้าเถิด ด้วยสติปัญญาของท่านรวมกับของข้าแล้ว ข้ามั่นใจว่าพวกเราจะมิทำให้สกุลฉีขายหน้าเป็นแน่”

คำตอบที่จริงจังของน้องสาวทำให้พี่ชายคนโตมั่นใจ เขาจึงเสนอตัวแต่ทว่าขอให้เขาและน้องสาวได้ช่วยกัน อีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าทั้งคู่เป็นเด็กจึงไม่ขัดข้อง ซ่งเจียวซินยืนให้กำลังใจพี่ชายของสหายและสหายที่นางสนิทอย่างชิดติดขอบ

ร่างสูงของเด็กชายวัยสิบสามปีนั่งลงบนเก้าอี้ประจันหน้ากับอีกฝ่ายที่ดูมีอายุมากกว่าถึงสิบกว่าปี นัยน์ตาคมกล้าของฉีอันหลงเป็นประกายขึ้นมาเมื่อมองไปยังคนที่ยืนส่งเสียงให้กำลังใจเขาและน้องสาว บ่าวทั้งสี่นั้นมิได้เอ่ยห้ามอันใดเพราะรู้ดีถึงฝีมือการเล่นหมากล้อมของสองพี่น้อง

“เริ่มเลยดีกว่านะเจ้าคะ อย่ามัวเสียเวลาอยู่เลย”

ฉีอันหนิงเอ่ยออกมาก่อนที่จะได้รับสายตาเยาะหยันแกมดูถูกของอีกฝ่าย เกมการแข่งขันหมากรุกที่มิได้มีเดิมพันอันใดนอกจากชื่อเสียงและหน้าตาของตระกูลเริ่มต้นขึ้นอย่างที่ฉีอันหนิงต้องการ อีกฝ่ายเป็นผู้เริ่มเกมก่อน

ฉีอันหลงวัยสิบสามปีแต่ทว่ามีท่าทีสุขุม ใบหน้าของเขามิได้ฉายแววแห่งความกังวลออกมาแม้แต่เพียงเศษเสี้ยว ผู้ที่มามุงดูการแข่งขันหมากล้อมเพิ่มมากขึ้น เพราะต่างก็ให้ความสนใจกับการประลองในครั้งนี้

“ลำบากท่านแล้ว”

ริมฝีปากเล็กยกยิ้มขึ้นมาเมื่อได้ยินผู้เป็นพี่ชายเอ่ยประโยคนี้ บุรุษหนุ่มที่มีความมั่นใจอยู่ก่อนหน้าเกิดความระแวงขึ้นมาทันทีเมื่่อเห็นว่าอีกฝ่ายวางหมากโดยใช้สติปัญญาเข้าช่วย เขาพยายามสงบแล้วแท้ๆ แต่ก็มิอาจต้านทานความเก่งกาจของเด็กชายตรงหน้าได้ ไหนจะเด็กหญิงตัวน้อยที่ยืนเคียงข้างคอยช่วยพี่ชายของนางอีก

“เก่งจริงๆ หนูน้อยทั้งสอง เจ้าเป็นลูกหลานจากตระกูลใดกันหรือ” ผู้คนที่มามุงดูการประลองในครั้งนี้เอ่ยถามขึ้นมาอย่างสนใจ

“คุณชายใหญ่กับคุณหนูสี่ของพวกข้าเป็นบุตรชายคนโตและบุตรีคนเล็กของใต้เท้าฉีและฉีฮูหยิน”

พอได้ยินเช่นนั้นเสียงปรบมือก็ยิ่งดังขึ้นไปอีก มีผู้ใดบ้างในเมืองตงหลางจะมิรู้จักสกุลฉี เพราะใต้เท้าฉีที่ว่าก็คือเจ้าเมืองตงหลาง เจ้าเมืองที่ทำหน้าที่เจ้าเมืองได้อย่างดีเยี่ยม จนชาวเมืองต่างยกย่องให้เขาเป็นขุนนางที่มีความตงฉิน ซื่อสัตย์ สุจริตเห็นแก่ส่วนรวมของบ้านเมือง

“คุณชายกับคุณหนูทั้งสองช่างเก่งกาจนัก ข้าน้อยขออภัยที่ใช้วาจาล่วงเกิน ข้าน้อยยอมรับความพ่ายแพ้” บุรุษที่เป็นคู่ประลองเอ่ยออกมาพร้อมกับยกมือขึ้นมาขออภัยสองเด็กน้อย

“มิเป็นไรหรอก ท่านก็เก่ง เพียงแต่ท่านต้องมีสติและรู้จักถ่อมตนมากกว่านี้”

ฉีอันหลงเอ่ยออกมาก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วจูงมือน้องสาวเดินออกจากวงหมากล้อมไปท่ามกลางเสียงชื่นชมจากเหล่าผู้ที่มามุงดูการประลอง โดยมิลืมที่จะคว้ามือสหายคนสนิทของน้องสาวที่ยืนปรบมือให้เขาและน้องสาวเมื่อครู่ให้เดินออกมาจากวงหมากล้อมนั้นด้วย

“ท่านพี่อันหลงกับอันหนิงจะไปที่ใดกันต่อหรือเจ้าคะ” ซ่งเจียวซินเอ่ยถามพี่ชายคนโตของสหายคนสนิท

“พี่จะพาน้องหญิงสี่ไปโยนศร น้องเจียวซินอยากไปกับพวกเราด้วยหรือไม่” เขาตอบนางด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“คุณหนูเจ้าคะ นายท่านกับนายหญิงให้กลับไปหาที่โรงเตี๊ยมอู่เซียว” สาวรับใช้ที่ติดตามคุณหนูรองมาเอ่ยทักท้วงขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าคุณหนูนั้นอยากจะติดตามสหายสนิทไป

“อ้อ… อืม อันหนิง ข้าคงไปกับเจ้าด้วยมิได้แล้วล่ะ ขอให้คืนนี้สนุกนะ แล้วเจอกันที่สำนักศึกษาจ้า”

ซ่งเจียวซินเอ่ยออกมาเมื่อได้ยินเช่นนั้น เด็กหญิงเป็นบุตรีที่เชื่อฟังบิดาและมารดาเป็นที่สุด แค่พวกท่านอนุญาตให้นางเดินมาเที่ยวตามลำพังกับพวกสาวรับใช้ เพียงเท่านี้ก็มากพอสำหรับนางแล้ว

“จ้า… เจ้าไปเถอะ ข้ากับพี่ใหญ่ก็จะไปเช่นกัน”

ฉีอันหนิงบอกอย่างเข้าใจ คุณหนูรองสกุลซ่งคำนับลาพี่ชายของสหายคนสนิทก่อนที่จะเดินจากไปพร้อมกับสาวรับใช้และบ่าวชายที่ติดตามเจ้าของร่างเล็กมาถึงสี่คน สองพี่น้องมองนางก่อนที่จะเดินจับมือกันไปตามเส้นทางที่ไปยังสถานที่ประลองโยนศรในงานเทศกาลหยวนเซียวในค่ำคืนนี้

เมื่อถึงสถานที่ประลองก็พบว่ามีผู้ที่สนใจเข้าร่วมประลองหลายคน ฉีอันหนิงที่เชี่ยวชาญในการโยนศรให้ลงเป้าเสนอตัวทันทีเมื่อมีการเอ่ยถามถึงผู้ท้าชิงคนต่อไป หลายคนมองมาต่างพากันขำขัน เพราะมิคาดคิดว่าเด็กหญิงตัวเล็กๆ เช่นนั้นจะชนะผู้ใหญ่ตัวโตที่มีช่วงแขนยาวได้

“แม่นางน้อย ข้าจะต่อให้เจ้าห้าดอก” บุรุษที่อายุน่าจะเกินยี่สิบปีเอ่ยขึ้นก่อนที่ผู้คนรอบๆ จะพากันยิ้มออกมาให้กับความกล้าของเด็กหญิง

“มิต้องหรอกเจ้าค่ะ นับตามความเป็นจริงเถิด” ฉีอันหนิงเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ ผู้เป็นพี่ชายคนโตยกยิ้มที่มุมปาก ผู้คนเหล่านี้ดูถูกน้องสี่ของเขามากเกินไปแล้ว

“ฮ่าๆๆๆ เด็กน้อย เจ้าต้องการเช่นนั้นเองนะ ข้ามิได้บังคับ หากเจ้าจักต้องอับอายในค่ำคืนนี้เจ้าจะมาโทษข้าว่ารังแกเจ้ามิได้หรอกหนา” บุรุษหนุ่มผู้ที่ถูกเด็กหญิงท้าประลองถึงกับเอ่ยออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างดูถูกเย้ยหยัน

“รอให้การประลองจบก่อนเถิด แล้วท่านค่อยหัวเราะน้องสาวของข้าก็ยังมิสาย” ฉีอันหลงเอ่ยออกมาด้วยความมิพอใจที่บุรุษผู้นี้นั้นหัวเราะน้องสาวของตน

“เอาล่ะ การประลองรอบนี้จะเป็นการโยนให้ลงเป้า ทั้งหมดมียี่สิบดอก ให้ลงเป้าได้มิเกินสองดอกต่อหนึ่งเป้า”

ผู้ที่จัดการประลองเอ่ยกติกาการประลองออกมา ผู้คนที่กำลังเดินผ่านไปผ่านมาต่างก็หยุดชมการประลองระหว่างบุรุษหนุ่มรูปร่างสูงที่มีช่วงแขนที่ยาวกับเด็กหญิงที่มีรูปร่างเล็ก

“จะชนะได้เช่นไรกันตัวเล็กเช่นนี้” สตรีผู้หนึ่งแสดงความคิดเห็นของนางออกมา

“นั่นสิ ดูแขนก็รู้แล้วว่ามิมีทางจะชนะได้หรอก” บุรุษที่ยืนชมอยู่ก่อนหน้าแสดงความคิดเห็นเช่นกัน

“พวกท่านอย่าเพิ่งตัดสินกับสิ่งที่เห็น แต่จงดูให้จบก่อนเถิด แล้วพวกท่านจะรู้ว่าคุณหนูสี่ของพวกข้าน้อยนั้นมิใช่เด็กน้อยที่พวกท่านจะมาดูถูกนางได้” ซุนซุนเอ่ยออกมาด้วยความมิพอใจ แต่นางเป็นเพียงบ่าวรับใช้จึงมิอาจแสดงความคิดเห็นออกมาได้มากมาย

การโยนศรลงกาปากสูงที่เรียงกันสิบกาเริ่มต้นจากฝ่ายบุรุษหนุ่มที่มีสีหน้าท่าทางมั่นอกมั่นใจกับการโยนลูกศรของตน เพราะตั้งแต่งานเริ่มมายังมิมีผู้ท้าชิงคนใดสามารถล้มเขาได้ เขาเดินไปหยิบลูกศรที่ทำมาจากไม้ไผ่แล้วทำเหมือนลูกธนูขึ้นมาถือเอาไว้ ก่อนที่จะเริ่มโยนศรดอกแรกให้ลงปากกาสูงอันแรก

ศรดอกแรกที่ลอยออกจากมือของบุรุษหนุ่มเข้าไปยังเป้าได้อย่างแม่นยำ ศรดอกที่สองที่ถูกโยนออกไปก็เข้าไปในเป้าเดียวกันอย่างง่ายดาย ริมฝีปากหนายกยิ้มขึ้นมาด้วยความพอใจ บุรุษหนุ่มผู้ถูกเด็กหญิงตัวน้อยท้าประลองค่อยๆ โยนศรไปจนเหลือสองดอกสุดท้าย แต่เพราะความชะล่าใจ ความเย่อหยิ่งและมั่นใจในตนเองที่อยากจะแสดงให้ผู้ชมได้เห็นว่าเขาเก่งกาจ

เขาโยนมันออกไปพร้อมกันทั้งสองดอก แต่แล้วลูกศรดอกหนึ่งกลับกระเด็นออกจากปากกา ทำให้เขาเสียแต้มไปหนึ่งแต้ม ใบหน้าที่เย่อหยิ่งก่อนหน้าฉายแววสลดลงเพียงเล็กน้อย ก่อนที่จะปรับสีหน้าให้เป็นเช่นเดิมเพียงเวลาไม่นาน เขามั่นใจว่าเด็กน้อยผู้นี้มิอาจจะชนะเขาไปได้ เพราะมองเช่นไรนางก็เป็นเพียงแค่เด็กหญิงคนหนึ่งที่ดูมิได้เก่งกาจเลยสักนิด

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • อันหนิง...ยอดหญิงแห่งตงหลาง   ตอนที่ 47 - 1 ความสุขที่แท้จริงกว่าการเป็นยอดหญิง (อวสาน)

    ฉีหงซวนและซ่งมู่หยางวัยสามขวบวิ่งไล่จับกันอยู่ภายในสวนดอกไม้ มีน้องเล็กอย่างฉีซูหลิง บุตรคนโตของฉีอันลิ่งและอิ่นซูหรงวัยหนึ่งขวบครึ่งวิ่งไล่ตามรั้งท้ายของพี่ชายทั้งสองอย่างทุลักทุเลเพราะเยาว์วัยกว่าพี่ๆ ผู้เป็นบิดานั่งจิบสุราอยู่ในศาลาริมน้ำแล้วมองมายังลูกๆ ของตนด้วยแววตาเอ็นดู ส่วนผู้เป็นมารดาทั้งสามก็นั่งมองไปยังลูกๆ อยู่แทบจะไม่ละสายตาเช่นกันเด็กๆ มีบ่าวและสาวรับใช้คนสนิทของตนที่คอยดูแลไม่ให้คุณชายและคุณหนูไม่ได้รับอันตราย ซ่งมู่หยางฉายแววความเฉลียวฉลาดมาจากมารดา เขามักจะถามนั่นถามนี่จากสาวรับใช้และบ่าวรับใช้ที่คอยดูแลตนเอง ยิ่งกับท่านพ่อท่านแม่ของเขานั้นไม่เคยสักครั้งที่จะไม่ได้ยินคำถามที่ดังมาจากปากลูก แม้จะวัยเพียงสามขวบแต่ซ่งมู่หยางก็ช่างเจรจายิ่งนัก“ท่านพ่อ…นก”มือเล็กหอบเอาลูกนกที่ตกลงมาจากรังบนต้นไม้กลับมาให้บิดา ซ่งมู่เฉินรีบลุกขึ้นไปดู ฉีอันหนิงเองก็เช่นกัน สองสามีภรรยานั่งยองๆ อยู่ด้านหน้าของบุตรชายตัวน้อยก่อนที่จะรับลูกนกมา“อยากให้พ่อพาลูกนกกลับบ้านของมันใช่หรือไม่….หยางเอ๋อร์”บุตรชายพยักหน้า ซ่งมู่เฉิน

  • อันหนิง...ยอดหญิงแห่งตงหลาง   ตอนที่ 47 ความสุขที่แท้จริงกว่าการเป็นยอดหญิง

    ภายในจวนสกุลฉียามนี้กำลังวุ่นวายเพราะวันนี้เป็นกำหนดคลอดของสะใภ้คนโต ซ่งเจียวซินนอนใบหน้าซีดเซียวอยู่บนเตียงนอน มีสาวรับใช้คนสนิทคอยซับเหงื่อให้ หมอตำแยทำหน้าที่ของนางเป็นอย่างดี ใต้เท้าฉี ฉีฮูหยิน ฉีอันหลง ฉีอันลิ่ง อิ่นซูหรงและฉีอันลู่กำลังรอฟังข่าวดีกันอยู่ข้างนอกห้อง ส่วนฉีอันหนิงนั้นท้องแก่ใกล้คลอดเช่นกันจึงมิอาจเดินทางมาให้กำลังใจพี่สะใภ้คนโตกำเนิดหลานคนแรกของสกุลฉีได้“ฮูหยินเป็นเช่นไรบ้าง” ฉีอันหลงเอ่ยถามสาวรับใช้ที่เข้าไปช่วยทำคลอด“ใกล้แล้วเจ้าค่ะคุณชายใหญ่ ข้าน้อยขอตัวไปเอาน้ำร้อนก่อนนะเจ้าคะ” สาวรับใช้ตอบก่อนที่จะรีบเดินแกมวิ่งไปยังห้องครัวที่พวกบ่าวรับใช้ต้มน้ำร้อนรออยู่“ใจเย็นๆ ก่อนเถิดหลงเอ๋อร์ แม่หมอตำแยนางนี้ทำคลอดไม่เคยผิดพลาดเลยสักหน อีกอย่างเราก็ตามท่านหมอหลวงมาดูอาการของซินเอ๋อร์ก่อนที่หมอตำแยจะมาถึงแล้วนี่ลูก”ฉีฮูหยินเดินไปจับแขนบุตรชายที่กำลังเดินไปเดินมาด้วยความร้อนใจ เพราะนึกเป็นห่วงทั้งภรรยาและลูกน้อยในครรภ์ของนาง“ข้าใจร้อนยิ่งนักขอรับ ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเพียงใดแล้ว เหตุใดคลอดลูกถึงได้ช้าย

  • อันหนิง...ยอดหญิงแห่งตงหลาง   ตอนที่ 46 - 1 ข่าวดีที่ไม่ต้องรอนาน

    ในยามเช้าตรู่ของสองวันถัดมาหลังจากพิธีแต่งงานของฉีอันลิ่ง ฉีอันหนิงที่ยังนอนหลับอยู่บนเตียงกับผู้เป็นสามี ก็ต้องรีบผุดลุกขึ้นจากเตียงเพื่อออกจากห้องไปอาเจียนด้านนอก นางรู้สึกว่าร่างกายของนางเองนั้นเปลี่ยนไปตั้งแต่กลับมาจากเมืองตงฉวน หรืออาจจะก่อนหน้านั้นนางเองก็มิอาจจะจดจำได้ มือเล็กเปิดประตูห้องนอนออกไปก่อนที่จะโก่งคออาเจียนจนเสียงดังจนสองสาวรับใช้คนสนิทพากันตกอกตกใจ“แอว๊ะ!!! อุ….แหวะ….” สองสาวรับใช้รีบเข้าไปปรนนิบัตินายหญิงทันทีเสียงอาเจียนของฉีอันหนิงดังขึ้นปลุกให้ผู้เป็นสามีต้องรีบลุกจากที่นอนแล้วรีบสาวเท้าตามร่างเล็กของนางออกไปด้านนอก“ยี่หรุน!!! เจ้าให้คนรีบไปเชิญท่านหมอมาดูอาการของนายหญิงเร็วเข้า”ซ่งมู่เฉินออกคำสั่งออกมาเมื่อเห็นอาการของภรรยาผิดแปลกไปจากทุกวัน ซุนซุนลูบแผ่นหลังและส่งน้ำให้นายหญิงของตนเพื่อใช้กลั้วปาก ฉีอันหนิงรับมาแต่ยังไม่ทันได้กลั้วปากด้วยน้ำสะอาดนางก็อาเจียนออกไปอีกหน“เจ้าค่ะท่านเขยสี่”ยี่หรุนรีบวิ่งออกไปบอกให้บ่าวที่อยู่ด้านหน้าจวนรีบไปตามท่านหมอมาดูอาการนายหญิงเล็ก ก่อนท

  • อันหนิง...ยอดหญิงแห่งตงหลาง   ตอนที่ 46 ข่าวดีที่ไม่ต้องรอนาน

    ความเก่งกาจของฉีอันหนิง และความดีของซ่งมู่เฉินถูกกล่าวขานไปทั่วทั้งเมืองตงฉวน และเล่าลือมาจนถึงเมืองตงหลางเช่นกัน ชาวเมืองตงหลางนั้นมิได้ประหลาดใจเลยที่ฉีอันหนิงนั้นจะสามารถช่วยชีวิตสามีของนางเอาไว้ได้ด้วยฝีมือการยิงธนูของนาง เพราะเรื่องที่ถูกเล่าลือที่นางเก่งเกินสตรีนั้นเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาของเหล่าชาวเมืองบ่อยครั้งนางมักจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือพวกขอทานหรือไม่ก็พวกพ่อค้าแม่ค้าที่ถูกพวกนักเลงรีดไถ ซึ่งเรื่องราวเหล่านั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งที่นางยังมิได้ออกเรือน จนบุรุษทั่วทั้งเมืองตงหลางต่างพากันอิจฉาซ่งมู่เฉิน ที่สามารถคว้าหัวใจของสตรีที่เพียบพร้อมเช่นนางไปครอบครองได้“ข้าเคยเห็นกับตาว่าฮูหยินเล็กสกุลซ่งนะสู้กับพวกนักเลงด้วยพัดเล่มเดียว ครานั้นนางยังเยาว์วัยอยู่เลย สักห้าหกปีได้แล้วล่ะ ข้ายังคิดอยู่ว่าชายใดจะคว้าใจนางไปครอง สุดท้ายคุณชายใหญ่สกุลซ่งก็ได้ใจของนางไปครอง” ชาวเมืองตงหลางผู้หนึ่งเอ่ยออกมาขณะที่กำลังจับกลุ่มคุยกันถึงเรื่องที่กำลังเป็นที่พูดถึงในยามนี้“คุณชายซ่งช่างโชคดีเสียจริง แต่เขาก็เป็นถึงคนของฮ่องเต้มิใช่หรือ”ไม่มีผู้ใ

  • อันหนิง...ยอดหญิงแห่งตงหลาง   ตอนที่ 45 - 1 ทำในสิ่งที่อยากทำ

    ในยามเหม่าม้าสองตัวที่มีผู้ที่กำลังขี่อยู่ข้างบนหลังของพวกมันคือบุรุษรูปร่างองอาจและสตรีรูปร่างอ้อนแอ้นอรชร ด้านหลังมีม้าของผู้ติดตามอีกสามตัว ส่วนสองสาวรับใช้มิได้ติดตามมาด้วยกัน ดวงหน้างามปะทะกับสายลมที่พัดโชยมา เสียงวิหคขับขานราวกับเป็นท่วงทำนอง เสียงฝีเท้าของม้าและเสียงของผู้ที่กำลังบังคับม้าดังไปทั่วทั้งสนามหญ้า แสงจากพระอาทิตย์กำลังโผล่พ้นขอบฟ้า ฉีอันหนิงรู้สึกสนุกและมีความสุขไปกับการได้ทำในสิ่งที่นางชื่นชอบโดยที่ผู้เป็นสามีสนับสนุน“ดีที่อากาศมิได้หนาวเย็นเท่าใดนัก มิเช่นนั้นพี่คงมิให้เจ้านั่งควบม้าตามลำพังเป็นแน่”ซ่งมู่เฉินตะโกนบอกภรรยาที่ควบม้าอยู่ไม่ห่างกันมาก ฉีอันหนิงส่งยิ้มให้สามีก่อนที่จะตะโกนตอบเขากลับไป“ท่านพี่ก็รู้ดีว่าน้องชื่นชอบอากาศที่หนาวเย็น มิต้องกังวลไปหรอกนะเจ้าคะ น้องน่ะมิป่วยง่ายๆ หรอกเจ้าค่ะ”สองสามีภรรยาและสามผู้ติดตามควบขี่ม้าชื่นชมธรรมชาติในยามเช้าตรู่อยู่จนเวลาล่วงเลยไปยามเฉิน ซ่งมู่เฉินจึงเอ่ยชวนภรรยากลับเรือนพักเพื่อที่จะได้เตรียมตัวออกไปล่าสัตว์ในป่าที่อยู่ทางเขาด้านหลังของสำนักวารีพยัคฆ์ เมื่อไปถึงเรือ

  • อันหนิง...ยอดหญิงแห่งตงหลาง   ตอนที่ 45 ทำในสิ่งที่อยากทำ

    สองฝั่งข้างทางที่เป็นธรรมชาติเรียกสายตาของฉีอันหนิงให้มองออกไปผ่านหน้าต่างของรถม้าด้วยความตื่นตาตื่นใจ นางเคยเห็นภาพเช่นนี้ยามเมื่อคราที่เดินทางไปยังเมืองตงยางกับตงชวน หนทางจากเมืองตงหลางมายังเมืองตงฉวนนั้นค่อนข้างไกล ทำให้นางรู้สึกปวดเมื่อยจากการนั่งอยู่บนรถม้าที่วิ่งไปบนเส้นทางที่ขรุขระอยู่ไม่น้อย“ท่านพี่นี่เราใกล้จะถึงที่หมายหรือยังเจ้าคะ น้องรู้สึกเมื่อยล้ายิ่งนัก อีกอย่างน้องว่าม้าของเราต้องการพักนะเจ้าคะ” ฉีอันหนิงเปิดม่านบอกผู้เป็นสามีที่นั่งอยู่บนหลังม้าด้านนอก“อีกไม่ไกลแล้วล่ะน้องหญิง แต่ถ้าหากว่าเจ้าอยากจะพักก่อน ข้างหน้ามีโรงเตี๊ยม""ถ้าเช่นนั้นเราแวะพักกันสักครึ่งชั่วยามเถิดเจ้าค่ะ หากยังไปอีกไม่ไกลมันก็คงยังมิมืดค่ำเท่าใดนัก”ซ่งมู่เฉินเห็นด้วยกับภรรยา ครานี้เขามิได้มาแต่กับเหล่าบุรุษแต่ทว่าเขาพาสตรีมาด้วย ชายหนุ่มจึงหันไปสั่งผู้ติดตามให้หยุดพักที่โรงเตี๊ยมที่อยู่ข้างหน้า ซึ่งเป็นโรงเตี๊ยมสุดท้ายของเมืองนี้ก่อนเข้าสู่เมืองตงฉวนที่โรงเตี๊ยมยามนี้มีลูกค้าไม่มากเท่าใดนักเพราะส่วนใหญ่นั้นเป็นผู้ที่เดินทางผ่านไปผ่านมา กลิ่น

  • อันหนิง...ยอดหญิงแห่งตงหลาง   ตอนที่ 6 ความชอบที่ต่างกัน

    หนึ่งปีต่อมาร่างเล็กของเด็กหญิงวัยแปดปีกำลังขี่ม้าแข่งขันกับร่างสูงของเด็กชายวัยสิบสี่ปี เสียงร้องเรียกของบ่าวรับใช้ที่ข้างสนามทำให้สองพี่น้องชะลอความเร็วของม้าลง และค่อยๆ ขี่ม้ากลับมายังข้างสนาม ที่ซึ่งมีลุงลู่ ซุนซุน และหวงเทายืนอยู่ บ่าวชายรับม้าก่อนที่จะพาไปยังคอกม้า ส่วนคุณชายใหญ่และคุณหนูสี่

  • อันหนิง...ยอดหญิงแห่งตงหลาง   ตอนที่ 5 ฝึกฝน

    หลังจากที่บิดารับปากว่าจะให้ฉีอันหนิงฝึกขี่ม้าแล้ว เขาก็ทำตามที่รับปากนางเอาไว้โดยให้บ่าวรับใช้คนสนิทของตน เป็นผู้ช่วยฝึกให้นาง ฉีอันหนิงหัวเร็ว เด็กหญิงสามารถขี่ม้าได้แบบไม่หวาดกลัว ต่างจากพี่รองที่มิเอาดีในด้านนี้เลยสักนิด พี่ใหญ่มองน้องสาวด้วยสายตาที่ภาคภูมิใจ เขาขี่ม้าเป็นก่อนน้องๆ เพราะเขาเองก

  • อันหนิง...ยอดหญิงแห่งตงหลาง   ตอนที่ 4 ความสามารถที่เกินวัย

    การประลองโยนลูกศรลงกาปากสูงกลายเป็นจุดศูนย์รวมของผู้คนในงาน เพราะในยามนี้ได้มีร่างเล็กของเด็กหญิงกำลังจะแสดงความสามารถของนางให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาของผู้ชม และผู้ที่นางเข้าไปท้าชิง มือเล็กถือลูกศรขึ้นมาทั้งสองอันก่อนที่จะโยนออกไปเบื้องหน้าที่มีกาปากสูงตั้งอยู่พร้อมกัน ผู้คนที่มองมาต่างลุ้นไปกับก

  • อันหนิง...ยอดหญิงแห่งตงหลาง   ตอนที่ 2 สหาย

    สกุลฉีสนับสนุนบุตรทุกคนให้ได้ศึกษาเล่าเรียนวิชาที่สำนักศึกษาหลี่ชุน ไม่เว้นแม้แต่สตรีก็มิได้รับการปิดกั้น แม้จะมีหลากหลายสกุลที่มิได้สนับสนุนให้บุตรีออกไปศึกษาก็ตาม เข้าศึกษาได้เพียงหนึ่งเดือน ฉีอันหนิงก็กลายเป็นที่รักและเอ็นดูของอาจารย์ทุกคนในสำนักศึกษา เพราะความเฉลียวฉลาด ช่างเจรจาของนาง ฉีอันหนิ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status