LOGINตอนที่ 9
มากกว่าคำว่ารัก........
“คุณธิมีเงินอะไรก็ไม่รู้ค่ะโอนเข้าบัญชีของธิชา”
หญิงสาวตกใจมากที่มีเงินจำนวนหลายแสนบาทโอนเข้าบัญชีของเธอ
“เงินค่าเช่าคอนโดมิเนียมทั้งหมดเลขาของผมโอนให้คุณเอง”
หญิงสาวคิดแต่จะเอาทุกอย่างมาเพื่อใช้ต่อรองถ้าเกิดวันใดที่เธอกับสามีต้องเลิกกันจึงไม่ได้สนใจเรื่องค่าเช่าใด ๆ ในแต่ละเดือน
“คุณให้ธิชาทำไม”
“ก็คอนโดเป็นของคุณค่าเช่าผมก็ต้องให้เจ้าของไม่เห็นแปลกเลย เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมดูเหมือนแปลกใจสงสัยจะลืมไปแล้วว่าตัวเองมีคอนโดให้เช่าหลายห้องเลยนะ”
ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานในห้องนอนตรงเข้ามากอดภรรยาจากทางด้านหลังสองมือของเขาลูบไปที่ท้องของคนตัวเล็กเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง
“เดี๋ยวนี้ภรรยาผมอ้วนลงพุงจังหรือว่าในนั้นไม่ใช่ไขมันแต่เป็นตัวน้อย”
“ไม่ใช่ค่ะ ธิชาอ้วนขึ้น”
คนในอ้อมกอดรีบแกะมือของสามีออกทั้งสองข้างเพราะกลัวว่าถ้าอีกฝ่ายกอดเธอนานกว่านี้มีหวังความลับที่เธอยังไม่พร้อมจะเปิดเผยต้องมาแตกก่อนเวลาแน่ ๆ
ค่ำคืนที่สามของการกลับเข้ามาอยู่ในครอบครัวของสามี ธิชายังคงนอนไม่หลับเพราะเธอยังตัดสินใจไม่ได้ว่าควรจะบอกคนอื่นเรื่องที่เธอกำลังท้องดีไหม หญิงสาวจึงลงมานั่งเล่นที่สวนหน้าบ้านหวังนั่งคิดอะไรเพลิน ๆ
“อื้อ..ปล่อย ใคร..อะ”
หญิงสาวได้ยินเหมือนมีเสียงคนเดินอยู่ที่ข้างห้องทำงานของพ่อสามีเธอจึงลุกไปดูแต่ยังไม่ทันถึงกลับถูกมือหนามาปิดปากและพยามกอดเธอไว้แน่น
คนตัวเล็กพยายามดิ้นสุดแรงแต่ก็ไม่สามารถเอาตัวเองหลุดมาจากคนร่างใหญ่ที่จับเธอไว้แน่น มือทั้งสองขั้งถูกมัดไพล่หลังไว้ ปากก็ถูกปิดไว้ด้วยกระดาษกาว ธิชาพยายามองหน้าผู้ชายที่เข้ามาทำร้ายแต่ก็ไม่รู้จักและไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้ามาก่อน
“เอาไงพี่ กลับไหม”
ชายร่างเล็กกว่าที่ยืนแอบอยู่ในมุมมืดเดินออกมาพร้อมด้วยเหล็กยาวและกล่องเครื่องมือช่าง
“อะไรกันแค่อีนี่มาเจอทำไมต้องกลับ มัดมันไว้แล้วกว่าจะมีคนมาเจอก็เช้านู่นแหละลงมือเลยตู้เซฟอยู่ในห้อง”
หญิงสาวฟังบทสนทนาก็พอเดาได้ว่าผู้ชายสองคนนี้ต้องการมาเอาของมีค่าในตู้เซฟ
คนถูกมัดมองไม่เห็นแล้วว่าทั้งสองคนกำลังทำอะไรเพราะตอนนี้เธอถูกจับให้นั่งลงกับพื้นดินและมัดไว้อย่างแน่นเท่าที่ทำได้คือพยายามพาตัวเองไปให้ไกลจากตรงนี้แต่ด้วยความเป็นห่วงลูกในท้องจะกระทบกระเทือน ธิชาจึงตัดสินใจที่นั่งให้นิ่งที่สุด
“ธิชา ธิชา”
ธีภพเปิดประตูบ้านออกมาตามหาภรรยาเพราะตื่นมาแล้วไม่เห็นเธอ สองคนนั้นยังไม่ไป หญิงสาวได้แต่ภาวนาอย่าให้ ชายหนุ่มเดินมาตรงนี้แต่มันก็ไม่เป็นผล
“ธิชา เกิดอะไรขึ้น ใครอยู่แถวนี้มีโจรเข้าบ้าน”
ธีภพรีบแกะเชือกที่มัดแขนของภรรยาและตะโกนให้คนสวนได้ยินเพื่อให้ช่วยกันออกมาจับขโมย
“โวยวายเชียวนะมึง !”
หนึ่งในโจรเล็งปืนมาทางคนทั้งคู่ ธีภพรีบกางแขนของเขาบังตัวภรรยาไว้ทันที
“แกเป็นใคร” ชายหนุ่มถามเพื่อถ่วงเวลา
“พ่อ ! มึงมั้ง อยากดวงซวยมาขวางทางก็ตายไปเถอะ”
ปัง !
ธิชาสองมืออุดหูด้วยความกลัวทันที หลังเสียงปืนดังแค่เพียงนัดเดียวไฟทุกดวงในบ้านถูกเปิดคนสวนและคนขับรถทั้งห้าคนวิ่งมาตามเสียงปืน เมื่อพวกโจรเห็นว่ามีคนกำลังวิ่งมาจึงรีบหนีไปพร้อมถุงที่ใส่ทรัพย์สินที่ได้จากตู้เซฟไป
“คุณธี คุณธีอย่าเป็นอะไรนะคะ”
หญิงสาวรีบเอาตักของตัวเองเข้าไปรองศีรษะของสามีสองมือจับไปที่เสื้อชุดนอนที่ตอนนี้มีแต่เลือดเต็มไปหมด
“ธิชาคุณเป็นอะไรไหม มันยิงโดนคุณหรือเปล่า”
ธีภพพูดด้วยเสียงเบาเหมือนคนจะขาดใจแต่ยังไม่ทันที่ภรรยาจะตอบเขาก็หมดสติลง คนรถรีบเอารถออกทันทีโชคยังดีที่โรงพยาบาลอยู่ห่างขากบ้านไม่มากและเวลานี้ท้องถนนโล่งไม่ค่อยมีรถ ชายหนุ่มจึงไปถึงโรงพยาบาลได้เร็ว
เทวนาถโทรศัพท์แจ้งตำรวจและรีบโทรตามให้ณภัทรมาอยู่เป็นเพื่อนลูกสะใภ้เพราะตอนนี้เทวนาถเองก็ไม่ค่อยมีสติเต็มร้อยทั้งตกใจและเป็นห่วงลูกชาย ส่วนธิชาเองไม่ต้องพูดถึงนั่งนิ่ง น้ำตาไหลช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“คุณจะพาสามีฉันไปไหนคะ”
หญิงสาวลุกจากเก้าอีกหน้าห้องฉุกเฉินทันทีเมื่อทางโรงพยาบาลเข็นเตียงของธีภพออกมาจากห้องฉุกเฉิน
“เราต้องทำการผ่าตัดโดยด่วนค่ะ” นางพยาบาลชี้แจง
คุณหมอรีบเดินมาอธิบายถึงอาการและการรักษาที่ต้องทำโดยเร่งด่วนทันทีเพราะต้องให้ทางญาติเซ็นชื่ออนุญาตยินยอมให้ผ่าตัดเวลานี้ธิชายอมทุกอย่างขออย่างเดียวอย่าให้สามีของเธอเป็นอะไร
“คุณธีคุณต้องตื่นขึ้นมาอยู่กับธิชาและลูกนะคะ”
หญิงสาวบีบมือสามีแน่นก่อนที่ทางโรงพยาบาลจะกันตัวเธอออกมาเพราะต้องทำการผ่าตัดทันที
“เธอท้องแล้วทำไมไม่บอกธี”
ณภัทรเดินตามภรรยาเพื่อนมาตั้งแต่ห้องฉุกเฉิน เขาได้ยินทุกคำที่ธิชาพูดกับคนเจ็บจึงตัดสินใจถามทันที
“ฉันกลัว กลัวว่าถ้าคุณธีรู้ว่าฉันท้องแล้วเขาจะมาพรากลูกไป”
“ทำไมเธอถึงคิดแบบนั้นธิชา” คนถามส่ายหัวอย่างเสียอารมณ์
“ทำไมจะกลัวไม่ได้ คุณก็รู้ว่าที่คุณธีแต่งงานเพราะอะไรอย่าพยายามเล่นบทเพื่อนที่แสนดีในเวลานี้เลยค่ะ ธิชาเห็นข้อความที่คุณคุยกับคุณธีแล้ว”
หญิงสาวรู้สึกโล่งทันทีที่ได้พูดเรื่องที่ค้างคาเธอจมาหลายเดือน
“แต่...ช่างมันเถอะค่ะ ตอนนี้ฉันขอให้คุณธีปลอดภัย ฉันยอมทุกอย่างแล้ว”
ณภัทรได้แต่มองหน้าภรรยาเพื่อน เขาไม่รู้จะพูดอะไรดีความจริงส่วนหนึ่งเขาก็มีส่วนผิดที่ปกปิดเรื่องนี้แต่อีกใจเขาก็อยากจะบอกว่าทุกอย่างมันเป็นแค่ความรู้สึกในช่วงนั้นตอนนี้เพื่อนของเขาไม่ได้คิดเหมือนที่ธิชาเข้าใจ
“ธิชา คือ..ตอนนี้”
“คุณไม่ต้องพูดอะไรแล้วค่ะ” หญิงสาวร้องห้าม
บรรยากาศหน้าห้องผ่าตัดเงียบสงบเพราะทั้งธิชาและณภัทรต่างไม่พูดอะไรกัน เทวนาถก็กำลังให้การกับตำรวจอยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉิน ไม่มีใครเดินผ่านแถวนั้นเลยสักคน
“ธิชาไม่สนใจแล้วนะว่าคุณธีจะแต่งงานเพราะอะไรขอแค่ให้เขาปลอดภัยกลับมาก็พอ ธิชากับลูกจะไม่หนีไปไหนอีกแล้ว คุณก็ไม่ต้องคิดมากธิชาเข้าใจค่ะ”
คนตัวเล็กพูดออกมาท่ามกลางความเงียบ ณภัทรรู้ใจเสียคิดว่าหญิงสาวจะพูดอะไรที่เป็นการต่อว่าเขากับเพื่อน พอได้ยินแบบนี้คนฟังค่อยสบายใจขึ้นมาก็จะเหลือแต่ช่วยกันภาวนาให้เพื่อนของเขาปลอดภัยเท่านั้น
ธิชานอนรออยู่ที่เก้าอี้หน้าห้องผ่าตัดเกือบหกชั่วโมง หญิงสาวสะดุ้งตื่นเมื่อเพื่อนของสามีมาปลุกว่าทางโรงพยาบาลจะพาธีภพไปยังห้องไอซียูจนกว่าเขาจะฟื้น
“ธิชากลับไปบ้านก่อนไหม”
“ไม่ค่ะ คุณณภัทรกลับไปพักก่อนก็ได้ค่ะ ธิชาจะอยู่ดูคุณธี”
เทวนาถเดินมาพอดีพร้อมกับกระเป๋าใบใหญ่และผ้าห่มอีกหนึ่งผืน
“พ่อกลับไปเอาของมาให้คว้าอะไรมาได้ก็เอามาก่อนไปนอนรอที่ห้องพักข้าง ๆ พ่อติดต่อไว้ให้แล้ว”
โรงพยาบาลมีห้องพักสำหรับญาติที่ต้องการเฝ้าผู้ป่วยที่อยู่ห้องไอซียูถึงจะราคาแพงแต่เทวนาถก็ยินดีจ่าย
“นอนพักนะลูก หลานพ่อจะได้แข็งแรง”
ธิชามองพ่อสามีด้วยความตกใจเพราะเธอยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเขาเลยทำมเขาถึงรู้
“ไม่ต้องตกใจไป พ่อได้ยินที่ลูกบอกธีหน้าห้องฉุกเฉิน ห่วงเจ้าธีได้แต่อย่าลืมห่วงตัวเองนะ”
เทวนาถแวะคุยกับหมอมาแล้ว เขาจึงสบายใจขึ้นกับอาการลูกชายเพราะกระสุนไม่โดนจุดอันตรายแต่เสียเลือดไปมากต้องใช้เวลาพักฟื้นสักพักก็จะกลับมาเป็นปกติได้เหมือนเดิม
ตอนที่13คำที่รอฟัง เวลาผ่านไปเร็วมากทุกคนที่เคยมาอยู่เป็นเพื่อน ต่างก็แยกย้ายกันกลับหมดแล้ว สมิตาเองก็วุ่นกับงานที่บริษัทเพราะต้องมารับช่วงต่อจากบิดาทั้งหมด โดยที่เธอแทบจะไม่ค่อยได้เรียนรู้งานมาก่อนหน้านี้เลย ภาวิณีเองก็ติดใจการเดินสายทางธรรม เดือนหนึ่งเธอกับแม่ของหนูนาจะอยู่บ้านกันแค่เพียงไม่กี่วัน ที่เหลือก็จะเดินสายเส้นทางบุญกัน พ่อเลี้ยงชนินทร์ใช้ชีวิตนับจากวันที่หย่ากับครอบครัวใหม่ของเขา นาน ๆ ครั้งถึงจะได้แวะมาหาสมิตาที่บริษัท แต่ทุกครั้งที่มีปัญหา ลูกสาวก็จะโทรปรึกษาพ่อของเธอตลอด “ทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้น” ภูษิตเดินเข้ามาในห้องนอน หลังจากออกไปตรวจบริเวณรอบฟาร์มกับลูกน้องเสร็จแล้ว แต่ดันหันมาเห็นหนูนาจ้องโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้าตกใจ “พ่อเลี้ยงโดนจับคดีค้าไม้เถื่อนค่ะ” ชายหนุ่มคว้าโทรศัพท์จากมือของภรรยาเพื่อมาอ่านรายละเอียดทั้งหมด ก่อนเดินออกไปนอกตัวบ้านเพื่อโทรศัพท์หาสมิตา เพราะเธออาจจะยังไม่รู้ข่าว หรืออาจจะรู้รายละเอียดมากกว่าเขา “นอนกันเถอะ พรุ่งนี้ผมต้องช่วยลูกน้องขับรถเอานมไปส่ง ”
ตอนที่12บาดแผล ความล้มเหลวของครอบครัวสามี ทำให้หนูนาสงสารทุกคน เธอเกิดมาไม่มีพ่อแล้ว พ่อจากเธอไปแต่ทิ้งไว้แต่ความทรงจำที่สวยงาม ต่างจากภูษิตเขาเกิดมาในครอบครัวที่พร้อมหน้า แต่วันนี้วันที่ลูกๆ ทุกคนกำลังจะประสบความสำเร็จ ครอบครัวกลับต้องมีบาดแผล ที่แสนเจ็บปวด “พี่ภูอย่าคิดมากนะคะ คิดเสียว่ามันเป็นความสุขของคุณพ่อ เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เราต้องคอยเป็นกำลังใจให้คุณแม่ ไม่ว่าท่านจะตัดสินใจอย่างไร เราต้องเคารพและเชื่อมั่นในการตัดสินของท่านนะคะ” ภูษิตล้มตัวลงนอนบนตักของหนูนา เขาหลับตาลง พยายามไม่คิดอะไร แต่มันก็ยากที่จะไม่รู้สึก การตัดสินใจของภาวิณีคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้วในความคิดของเธอ ผู้หญิงคนนั้นและเด็กน้อยที่เกิดมา พวกเขาต้องการพ่อเลี้ยงชนินทร์ ส่วนเธอยังมีลูกๆ คอยเป็นกำลังใจให้ และเธอก็ไม่สามารถที่จะทนอยู่แบบสามคนได้แน่นอน พ่อเลี้ยงชนินทร์จัดการเรื่องทรัพย์สินทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อนที่เขาจะหย่ากับภาวิณีอย่างถูกต้อง ช่วงเวลานี้แม่ของหนูนารับหน้าที่เป็นเพื่อนที่คอยดูแลเยียวยาความรู้สึกให้กับเพื่อน ทั้งคู่พากันปถือศีลที่วัดแห่งหนึ่งที่อ
ตอนที่11ความเจ็บปวดซ้ำสอง วันนี้สองคนพี่น้องตกลงกัน จะเล่าความจริงให้มารดาฟัง หลังจากที่พ่อเลี้ยงออกไปทำงาน “สองคนพี่น้อง มานั่งประกบแม่แบบนี้ มีอะไรกันหรือเปล่า” ภาวิณีสัมผัสได้ถึงการกระทำที่ลูก ๆ ของเธอกำลังทำกับเธอ เหมือนมีเรื่องอะไรสักอย่าง “คุณแม่คะ เราสองคนรักแม่มาก รักที่สุด ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แม่จะมีพวกเราเสมอนะคะ” สมิตาโผเข้ากอดมารดา เสียงของเธอนิ่งสงบเพราะความเจ็บช้ำเมื่อคืนเธอทำใจยอมรับมันได้แล้ว ว่าไม่มีทางย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้ “ลูกๆ มีอะไร พูดกับแม่มาเลยดีกว่า ยิ่งทำแบบนี้ แม่ยิ่งรู้สึกใจคอไม่ดีเลย” ภาวิณีถอนหายใจยาว เพื่อเตรียมใจที่จะรับฟังสิ่งที่ลูกๆ อยากจะบอกเธอ ภูษิตรับหน้าที่เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้มารดาฟัง สองมือหนาของเขากุมมือภาวิณีไว้ตลอดเวลา และพยายามใช้คำพูดที่จะทำร้ายจิตใจแม่ให้น้อยที่สุด “สิ่งที่แม่แอบกลัวมาตลอด ในที่สุดมันก็เกิดขึ้น” การที่สามีของตัวเองเปลี่ยนไป มีหรือที่ภรรยาที่อยู่กินกันมาถึงสามสิบห้าปี จะสังเกตไม่ได้ แต่เธอก็ได้แต่หล
ตอนที่10ความจริง ภูษิตใช้เวลาในการจัดการเรื่องบ้านทั้งการสั่งเฟอร์นิเจอร์เข้ามา การจัดการเรื่องฟาร์มก็หมดเวลาไปสามวันพอดี ทั้งคู่จึงพากันกลับ และจะมาที่นี่อีกครั้งก็คือการเข้าอยู่อย่างเป็นทางการเลย “พี่ภูคะ ตั้งแต่ออกจากบ้านมาทำไมหนูนาเห็นพี่เอาแต่ทำหน้าเครียด มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ” หญิงสาวแอบมองหน้าสามีมาสักพักแล้ว เธอแอบเห็นเขาถอนหายใจหลายที หนูนาเลยตัดสินใจที่จะถามให้รู้ไปเลยว่าภูษิตกำลังมีเรื่องกังวลอะไรในใจ “พี่สงสารคุณแม่” ชายหนุ่มพูดเพียงเท่านั้นก็ถอนหายใจอย่างแรง “มีอะไรเกิดขึ้นคะ พี่ภูบอกหนูนาได้ไหม เผื่อเราจะพอช่วยกันแก้ไขได้” “ทุกอย่างมาไกลเกินกว่าจะแก้ไขแล้ว เราทุกคนคงทำได้แค่ยอมรับความจริง ผู้หญิงและเด็กที่หนูนาเห็นมากับคุณพ่อของพี่วันนั้น คือลูกและภรรยาอีกคนของท่าน” หญิงสาวเอื้อมมือไปจับมือของสามี เพราะรู้ว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหน ที่ต้องพูดความจริงออกมา น้ำเสียงที่สั่นเครือ ทำให้หญิงสาวรู้สึกสงสารเขาจับใจ “ร้องไห้ออกมาก็ได้นะคะ ถ้ามันจะทำให้พี่รู้สึกดีขึ้น การเป็นผู้ชายไม่ได้หมายความว่า
ตอนที่9เรือนหอ “อากาศดีจังเลยนะคะ หนูนาคิดว่าที่บ้านเราอากาสดีแล้ว แต่ที่นี่ดูจะมีหมอกควันน้อยกว่าที่บ้านเราอีก” หญิงสาวเปิดกระจกรถเพื่อสัมผัสกับอากาศข้างนอก เพราะทั้งคู่ออกเดินทางทันทีเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น อากาศข้างนอกจึงทั้งสดชื่นและไม่ร้อน “เห็นภูเขาลูกนั้นไหม นั่นแหละบ้านเรา” ภูษิตชี้ไปที่ภูเขาที่อยู่ด้านหน้า ที่ตอนนี้ยังมองเห็นไม่ค่อยชัดเพราะมีหมอกยามเช้าบดบังอยู่ “จริงเหรอคะ อากาศคงดีน่าดูอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติแบบนั้น” ชายหนุ่มแอบคิดกังวลมาตลอดว่าเจ้าสาวของเขา อาจจะไม่ชอบที่จะต้องมาอยู่ไกลความเจริญแบบนี้ เพราะเธอเคยใช้ชีวิตแบบสะดวกสบายมาก่อน “แถวที่เราอยู่จะไม่มีห้าง ไม่ร้านค้าแบบในเมืองนะ แต่ก็พอมีร้านค้าของชาวบ้าน ไว้เวลาอยากซื้ออะไรเราค่อยเข้าเมืองออกมาซื้อกันทีเดียว” “แล้วที่พ่อเลี้ยงเคยพูดเรื่องสร้างรีสอร์ตล่ะคะ ใช่ที่ดินผืนเดียวกันไหมคะ” หนูนาถามด้วยความสงสัย เพราะดูแล้ว เส้นทางที่เธอกำลังเดินทางอยู่ไม่มีรีสอร์ตเลยมีแต่เพียงสวนผลไม้ ฟาร์มโคนม ดูแล้วไม่น่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว “ท
ตอนที่8ครอบครัว คนแรกที่ภูษิตคิดถึง คือหนูนาแต่ก่อนที่เขาจะทันได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาภรรยา ทางบริษัทที่รับจ้างสร้างเรือนหอได้โทรมาแจ้งให้เขาเดินทางไปดูเรือนหอเพื่อเซ็นรับงานเพราะตอนนี้ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนแรกภูษิตตั้งใจจะพาหนูนาไปที่เรือนหอในวันที่ทุกอย่างพร้อมเข้าอยู่ แต่เขาเปลี่ยนใจ เพราะเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เขารู้สึกว่าทุกวันทุกนาทีมีค่า เหมือนเรื่องของพ่อถ้าเขารู้และหยุดทุกอย่างก่อนที่จะมีเด็กตัวเล็กๆคนนั้นเกิดขึ้นมาทุกอย่างคงง่ายกว่านี้ “เก็บเสื้อผ้ากับของใช้ให้ผมและของคุณด้วย เราจะไปดูเรือนหอกัน เตรียมไปสักสามวันนะ” หนูนารู้สึกงงๆ แต่ก็ทำตาม เพราะเดี๋ยวตอนนั่งรถไปคงมีเวลาได้ถามกัน เธอคิดว่าเรือนหอคงอยู่ไม่ไกลจากบ้านของพ่อเลี้ยงหรือบ้านของเธอเท่าไหร่ แต่จากที่สามีให้เธอเตรียมเสื้อผ้าของใช้แบบนี้คงไม่ใช่อย่างที่เธอคิดแน่ๆ เกือบชั่วโมงเหมือนกันกว่าที่ภูษิตจะขับรถมาถึงบ้าน สิ่งแรกที่เขาทำคือการเข้าไปหามารดาที่ห้องนอน “คุณแม่ครับผมกับหนูนาจะไปดูเรือนหอ น่าจะประมาณสามวัน เดี๋ยวเย็นนี้สมิตาจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อนแม่น







