Mag-log inเมื่อสองแฝดเพื่อนสนิทเสนอตัวเป็นเทรนเนอร์ มาลิน สาวเจ้าเนื้อก็ตอบตกลงเพราะเห็นแก่ของฟรี คิดว่าจะได้เบิร์นไขมัน แต่ไหงท่าออกกำลังกายมันแปลกๆ ทำไมการสควอชต้องนั่งตัก? ทำไมการคาร์ดิโอถึงต้องทำในห้องน้ำ? แล้ว ‘โปรตีนสูตรพิเศษ’ ทำไมมันข้นคลั่กขนาดนี้!?
view moreเสียงฉ่าของมันหมูที่สัมผัสกับโดมโลหะร้อนฉ่าดังประสานกับเสียงพูดคุยจอแจของผู้คนนับร้อยชีวิต กลิ่นควันหอมฉุยของเนื้อย่างหมักซอสสูตรเด็ดลอยคลุ้งไปทั่วเขตบริเวณร้านหมูกระทะชื่อดังย่านมหาวิทยาลัย สำหรับใครหลายคน กลิ่นนี้อาจจะเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ฝากรักไว้ตามเสื้อผ้าและเส้นผม แต่สำหรับ ‘มาลิน’ หรือ ‘หลิน’ แล้ว นี่คือน้ำหอมกลิ่นที่เย้ายวนที่สุดในโลก
หญิงสาวร่างอวบอัดในชุดนักศึกษาพอดีตัว หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือ เคย พอดีตัวเมื่อเทอมที่แล้ว กำลังจ้องมองชิ้นหมูสามชั้นที่กำลังเปลี่ยนสีจากชมพูอ่อนเป็นสีเหลืองเกรียมสวยอย่างใจจดใจจ่อ ดวงตากลมโตที่ถูกแต่งแต้มด้วยอายไลเนอร์เส้นบางเฉี่ยวดูเป็นประกายวิบวับยิ่งกว่าดาวบนท้องฟ้า แก้มป่องๆ ทั้งสองข้างที่อมชมพูระเรื่อจากไอความร้อนดูน่าหยิกจนใครเห็นก็อดเอ็นดูไม่ได้ ผิวขาวเนียนละเอียดแบบลูกคุณหนูเชื้อสายจีนตัดกับสีเสื้อนักศึกษาที่เริ่มจะตึงเปรี๊ยะช่วงหน้าอกหน้าใจ
“หลิน หมูสุกแล้วนะ ไม่คีบระวังไหม้นะครับ”
เสียงทุ้มนุ่มหูที่เจือไปด้วยความขี้เล่นดังขึ้นจากทางด้านขวา มือหนาที่เห็นเส้นเลือดปูดโปนจางๆ ยื่นตะเกียบมาคีบหมูชิ้นนั้นใส่จานของเธออย่างเอาใจ มาลินหันไปยิ้มตาหยีให้กับเจ้าของเสียง
‘เดือนหนาว’ แฝดผู้พี่นั่งเท้าคางมองเธออยู่ด้วยแววตาแพรวพราวเหมือนลูกหมาโกลเด้นที่กำลังมองเจ้าของ วันนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวคอกลมสวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีแดงที่พับแขนขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นมัดกล้ามแขนที่แน่นตึงจากการออกกำลังกาย ผมสีดำขลับที่เซ็ตมาอย่างดีเริ่มจะยุ่งนิดหน่อยเพราะเจ้าตัวชอบเสยผม แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าหล่อคมคายพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่กระชากใจสาวๆ โต๊ะข้างๆ ก็ยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดีเยี่ยม
“ขอบคุณนะเดือน งั้นเราไม่เกรงใจนะ” มาลินตอบเสียงใส ก่อนจะจิ้มหมูชิ้นนั้นลงในน้ำจิ้มสุกี้รสเด็ดแล้วส่งเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ จนแก้มกระเพื่อม ความสุขแผ่ซ่านไปทั่วลิ้นจนเธอแทบจะลืมความคับแน่นที่ช่วงเอวไปชั่วขณะ
“กินช้าๆ เดี๋ยวก็ติดคอหรอก”
เสียงทุ้มต่ำที่ราบเรียบกว่าดังมาจากด้านซ้าย ‘ดาวเหนือ’ แฝดผู้น้องขยับแว่นสายตากรอบเงินเล็กน้อย พลางรินน้ำเปล่าใส่แก้วแล้วเลื่อนมาวางไว้ตรงหน้าเธออย่างเงียบเชียบ ดาวเหนือแต่งตัวคล้ายกับเดือนหนาวแต่ดูเนี้ยบกว่าด้วยเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มที่ติดกระดุมครบทุกเม็ดจนถึงคอปก ทั้งที่อากาศร้อนจะตาย ใบหน้าของเขาเหมือนกับแฝดพี่ราวกับแกะออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน ต่างกันแค่แววตาภายใต้เลนส์แว่นที่ดูดุและจริงจังกว่า เหมือนครูฝ่ายปกครองที่หลุดเข้ามาในดงหมูกระทะ
“บ่นเก่งจริงพ่อคุณ” มาลินย่นจมูกใส่ดาวเหนือเบาๆ แต่ก็คว้าแก้วน้ำมาดูดอึกใหญ่ “ก็น้ำจิ้มร้านนี้มันอร่อยนี่นา”
“อร่อยก็กินเยอะๆ ครับ ตัวเล็กกินเก่งๆ พี่ชอบ” เดือนหนาวพูดพลางคีบกุ้งที่เขาแกะเปลือกให้เรียบร้อยแล้ววางบนจานของเธออีกตัว “ดูสิ ผอมจนจะปลิวตามลมแล้วเนี่ย”
‘ยิหวา’ เพื่อนสาวคนสนิทที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับวางตะเกียบแล้วกลอกตามองบนใส่เพดานร้าน “ไอ้เดือน มึงช่วยแหกตาดูเพื่อนนิดนึง คำว่า ‘ผอม’ ของมึงนี่สะกดเหมือนคำว่า ‘อืด’ หรือเปล่า? ดูสิ กระดุมเสื้อไอ้หลินมันร้องขอชีวิตแล้วนั่น”
มาลินสะดุ้งเฮือก รีบยกมือขึ้นปิดช่วงหน้าท้องทันที ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาไม่ใช่เพราะไอหมูกระทะ แต่เพราะความจริงที่เพื่อนพูดมันแทงใจดำมิดด้าม
“ยิหวา พูดเบาๆ สิ!” มาลินประท้วงเสียงงอแง “ช่วงนี้เราแค่บวมน้ำเฉยๆ หรอก ประจำเดือนจะมามั้ง”
“บวมน้ำพริกสิไม่ว่า” ยิหวาสวนกลับอย่างรู้ทัน “ไหนบอกจะลดน้ำหนักตั้งแต่ปีใหม่ นี่มันเดือนสิงหาแล้วนะยะ โปรเจกต์ลดน้ำหนักแกนี่เลื่อนเก่งยิ่งกว่ากำหนดส่งวิทยานิพนธ์อีก”
มาลินเถียงไม่ออก ได้แต่ก้มหน้างุดมองพุงกะทิของตัวเองที่ซ่อนอยู่ใต้กระโปรงพลีท เอวที่เคยคอดเว้าตอนปีหนึ่ง ตอนนี้มันเริ่มมีห่วงยางนุ่มนิ่มมาเกาะแกะ ยิ่งเวลานั่งแบบนี้ เธอรู้สึกได้เลยว่าขอบกระโปรงมันรัดแน่นจนแทบจะหายใจไม่ออก ถ้าปลดตะขอได้เธอคงทำไปนานแล้ว แต่ติดตรงที่ว่านั่งอยู่กลางร้านเนี่ยสิ
“อย่าไปว่าหลินมันดิวะ” เดือนหนาวแก้ต่างให้ แต่สายตากลับไล่มองสำรวจร่างอวบอิ่มของมาลินอย่างเปิดเผย ตั้งแต่ลำคอขาวเนียนที่มีเม็ดเหงื่อเกาะพราว ลงมาที่เนินอกอวบอิ่มที่ดันเสื้อนักศึกษาจนตึงเปรี๊ยะ ไล่ลงมาถึงหน้าท้องที่มีเนื้อมีหนัง “ผู้หญิงมีน้ำมีนวลน่ารักจะตาย กอดอุ่นดีออก”
“ใช่ ของดี” ดาวเหนือเสริมสั้นๆ ประโยคสั้นกุดแต่สายตาที่มองมาทางมาลินนั้นกลับสื่อความหมายลึกซึ้งจนคนถูกมองขนลุกซู่โดยไม่รู้สาเหตุ
หลังจากมื้ออาหารแห่งความสุขจบลง ทั้งสามคนเดินออกจากร้านท่ามกลางสายตาของผู้คนที่มองมาด้วยความสนใจ ชายหนุ่มหน้าตาดีระดับดาราเกาหลีสองคน เดินขนาบข้างสาวอวบหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม คนหนึ่งถือกระเป๋าให้ อีกคนคอยโอบไหล่กันคนเดินชน มันเป็นภาพที่ดูแปลกตาแต่น่ารักจนน่าอิจฉา“อิ่มจัง เดินไม่ไหวแล้ว...” มาลินบ่นอุบอิบ ลูบพุงกะทิที่ป่องออกมาจนเดรสตัวโคร่งเริ่มจะตึง “อุ้มหน่อย”เธอหยุดเดินแล้วกางแขนออกเหมือนเด็กขี้อ้อนทำใส่พ่อแม่ แต่สำหรับเดือนหนาวและดาวเหนือ นี่คือดาเมจที่รุนแรงกว่านิวเคลียร์“มาครับ ขี่หลังพี่ไหม?” เดือนหนาวย่อตัวลงให้“ไม่เอา เดี๋ยวเดือนหลังหัก อุ้มท่าเจ้าสาวดีกว่า” ดาวเหนือแย้ง แข็งแรงกว่าเห็นๆ“ไม่ต้องแย่งกัน!” มาลินหัวเราะคิกคัก “เดินไปที่รถนั่นแหละ ล้อเล่นเฉยๆ แต่จับมือหน่อยสิ”เธอยื่นมือสองข้างออกไป เดือนหนาวจับมือขวา ดาวเหนือจับมือซ้าย เดินจูงมือกันไปสามคนเหมือนครอบครัวสุขสันต์ที่อินดี้ที่สุด“นี่ ถามจริงๆ นะ” มาลินเอ่ยขึ้นขณะนั่งอยู่บนรถหรูมุ่งหน้ากลับคอนโด “พวกแกไม่อายเหรอที่มีแฟนอ้วนแบบเราอะ เดินไปไหนคนก็มอง สาวๆ สวยๆ หุ่นดีๆ ชอบพวกแกเยอะแยะ”คำถามซื่อๆ ที่แฝงความน้อยใจลึก
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก หรือจะพูดให้ถูกคือไวเหมือนเวลาที่มาลินคีบเนื้อวากิว A5 ลงหม้อชาบูแล้วมันหายวับไปในพริบตาสามเดือนผ่านไปหลังจาก ‘คอร์สเทรนเนอร์นรกแตก’ ที่กลายเป็นสวรรค์ชั้นเจ็ดเริ่มต้นขึ้น บรรยากาศภายในร้านชาบูบุฟเฟต์ระดับพรีเมียมเจ้าเดิมยังคงคึกคักไปด้วยผู้คน เสียงตะเกียบกระทบจานและเสียงพูดคุยจอแจเป็นดั่งดนตรีประกอบชีวิตที่มาลินคุ้นเคยแต่วันนี้ มีบางอย่างเปลี่ยนไปมาลินในชุดเดรสกระโปรงบานสีเหลืองมัสตาร์ดลายดอกเดซี่เล็กๆ น่ารักที่เลือกใส่เพราะมันพรางพุงได้ดีเยี่ยมและยางยืดรอบเอวนิ่มสบาย กำลังนั่งเคี้ยวตุ้ยๆ จนแก้มป่องเป็นก้อนกลม รัศมีแห่งความสุขแผ่ออกมาจากตัวเธอจนแทบจะกลบแสงไฟในร้าน ผมลอนสีน้ำตาลสวยถูกมัดรวบตึงโชว์ใบหน้าเกลี้ยงเกลา และคางที่เริ่มจะมีชั้นที่สองโผล่มาทักทายจางๆ“เอาอีกไหมครับ สามชั้นสไลซ์มาเพิ่มแล้วนะ”เดือนหนาวเอ่ยถามเสียงหวาน มือหนาที่สวมนาฬิกาหรูราคาเท่ารถยนต์ญี่ปุ่นหนึ่งคันกำลังทำหน้าที่คีบหมูสามชั้นที่ลวกสุกกำลังดี จุ่มลงในไข่ดองโชยุ แล้ววางลงบนจานของมาลินอย่างบรรจง“เอา! เอามาเลย” มาลินพยักหน้าหงึกหงัก ปากยังไม่ว่างแต่ใจสู้มาก “กุ้งด้วยนะเดือน แกะให้หน่อย”
เดือนหนาวและดาวเหนือมองหน้ากัน แล้วมองไปที่ตราชั่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก“โธ่... นึกว่าเรื่องอะไร” ดาวเหนือเสยผมที่ปรกหน้าอย่างหงุดหงิดนิดๆ “ก็นึกว่าขโมยขึ้นห้อง”“นี่มันเรื่องใหญ่นะเว้ย!” มาลินแว้ดใส่ ลุกขึ้นยืนเท้าสะเอว “ไหนบอกว่าเบิร์นไง ไหนบอกว่าสควอชแล้วผอม ไหนบอกว่ากินน้ำเยอะๆ แล้วไม่อ้วน นี่มันอะไร ฉันกลายเป็นหมูตอนหนักกว่าเดิมอีก!”“ฟังพี่ก่อนนะครับหลิน” ดาวเหนือพยายามใช้เหตุผล “น้ำหนักที่ขึ้นมาเนี่ย มันอาจจะเป็นมวลกล้ามเนื้อก็ได้ เพราะเราออกกำลังกายหนัก กล้ามเนื้อหนักกว่าไขมัน…”“อย่ามาใช้ทฤษฎีควายๆ หลอกเรานะ!” มาลินสวนทันควัน “กล้ามเนื้อบ้าอะไรจะขึ้นมาสองโลในอาทิตย์เดียว นี่มันไขมันล้วนๆ ไขมันจากหมูกระทะ จากชาบู จากเค้กที่พวกแกยัดเยียดให้กิน!”“ก็หลินบ่นว่าหิว” เดือนหนาวแก้ตัวเสียงอ่อย “กินเสร็จก็ต้องบำรุงสิ”“บำรุงบ้าอะไร นี่ขุนให้อ้วนรอเชือดชัดๆ!” มาลินร้องไห้หนักกว่าเดิม เดินไปกระชากเสื้อผ้าของตัวเองออกจากตู้ “พอแล้ว เลิกกัน เราลาออก ไม่เทรนแล้ว จะกลับไปกินยาลดความอ้วนแล้ว!”มาลินพยายามจะยัดขาตัวเองลงในกางเกงยีนส์ขาสั้นตัวเก่าตัวเก่ง เพื่อประกาศศักดาว่าจะกลับบ้าน
แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านกำมะหยี่สีเทาเข้มเข้ามาในห้องนอนมาสเตอร์เบดรูมสุดหรู ปลุกให้มาลินตื่นขึ้นจากนิทรา เธอขยับตัวบิดขี้เกียจภายใต้ผ้าห่มนวมผืนหนา ความรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกายยังคงหลงเหลืออยู่จางๆ ราวกับเป็นของที่ระลึกจากสมรภูมิรักเมื่อคืน แต่สิ่งที่แปลกไปคือความรู้สึก ‘เบาสบาย’ อย่างประหลาด“อืม ทำไมวันนี้ตัวเบาจัง”มาลินพึมพำกับตัวเอง ลุกขึ้นนั่งบนเตียงกว้าง ผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงฟูฟ่องเหมือนสิงโตน้อยดูน่าเอ็นดู เธอก้มมองสำรวจตัวเองที่สวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของดาวเหนือที่ยาวลงมาปิดเกือบถึงเข่า ความทรงจำเรื่องกิจกรรมเข้าจังหวะอันหนักหน่วงเมื่อคืนไหลย้อนกลับมา‘เบิร์นไปขนาดนั้น เหงื่อออกเป็นถัง น้ำหนักต้องลดลงบ้างแหละ!’ความคิดเข้าข้างตัวเองผุดขึ้นมาในสมองอันชาญฉลาด มาลินยิ้มกริ่ม มั่นใจว่าคอร์ส ‘เทรนเนอร์แฝด’ ที่ผ่านมาตลอดสัปดาห์ต้องสัมฤทธิ์ผลแน่ๆ อย่างน้อยๆ พุงกะทิน้อยๆ ของเธอก็น่าจะยุบลงไปบ้างล่ะนะเธอกวาดตามองไปข้างๆ พบว่าเดือนหนาว และดาวเหนือยังคงหลับสนิทอยู่คนละฝั่ง เดือนหนาวนอนคว่ำหน้ากอดหมอนข้าง เปลือยท่อนบนโชว์แผ่นหลังกว้างที่มีรอยเล็บจางๆ ส่วนดาวเหนือนอนหงาย หายใจเ
แสงแดดยามเช้าของกรุงเทพมหานครสาดส่องลงมากระทบตึกคณะบริหารธุรกิจจนเกิดเงาสะท้อนวูบวาบ บรรยากาศรอบคณะเต็มไปด้วยความคึกคักของเหล่านักศึกษาที่รีบเร่งเข้าเรียน บ้างก็จับกลุ่มคุยกันเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว แต่ทว่ามีสิ่งมีชีวิตหนึ่งหน่วยที่กำลังเคลื่อนที่สวนกระแสความเร่งรีบนั้น ด้วยความเร็วเท่ากับหอยทากที่เป็นต
บรรยากาศภายในห้องกระจกที่ถูกสมมติให้เป็น ‘ยิม’ ส่วนตัวเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแผ่วเบา แต่สำหรับมาลินแล้ว เสียงที่ดังที่สุดในตอนนี้คือเสียงหัวใจของเธอเองที่เต้นโครมครามราวกับกำลังรัวกลองชุดอยู่ในอก แผ่นหลังบางแนบชิดติดกับผนังกระจกเย็นเฉียบ สวนทางกับอุณหภูมิในร่างกายที่พุ่งสูงขึ้นจ
เมื่อปลุกใจตัวเองเสร็จ มาลินก็สูดหายใจลึกๆ แล้วค่อยๆ แง้มประตูห้องน้ำเดินออกมาทันทีที่เธอก้าวออกมา บรรยากาศในห้องนั่งเล่นดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะสองหนุ่มฝาแฝดเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วเช่นกัน เดือนหนาวอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวเว้าแขนลึกโชว์มัดกล้ามไหล่และแขนขาวผ่อง กางเกงวอร์มขายาวเอวต่ำที่เกาะหมิ่นเห
บรรยากาศภายในห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมืองเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศ แต่มาลินกลับรู้สึกเหงื่อซึมที่ฝ่ามือ เธอกำลังยืนอยู่กลางร้านขายอุปกรณ์กีฬาแบรนด์ดังรายล้อมไปด้วยหุ่นโชว์ที่สวมชุดรัดรูปโชว์ซิกแพ็กและกล้ามเนื้อเฟิร์มกระชับ ซึ่งดูช่างห่างไกลจากสภาพความเป็นจริงของเธอราวฟ้ากับเหววันนี้มาลินอยู่ในชุ











