LOGINตอนที่ 8
ยอมแล้วยอมทำตามหัวใจ........
วันนี้ก็เป็นเหมือนเช่นทุกวันที่ธีภพมานั่งที่ร้านอาหารใกล้กับประตูเข้าออกของห้างสรรพสินค้าเพียงเพราะหวังว่าจะเจอกับภรรยา ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ชายหนุ่มเฝ้ารอข่าวจากบริษัทนักสืบและออกตามหาด้วยตัวเองแต่ไม่มีแม้ข่าวคราวอะไรให้เขาได้รู้เพิ่มเติม
“เอาผัดมักกะโรนีกุ้งหนึ่งจานแล้วก็เอาผัดมะโรนีหมูสับ กลับบ้านหนึ่งที่ด้วยค่ะ”
คนที่กำลังนั่งใจลอยมองผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาอย่างสิ้นหวังรู้สึกตัวชาไปทั้งตัวเมื่อได้ยินเสียงของผู้หญิงที่นั่งอยู่ด้านหลังของเขาสั่งอาหารเพราะมันเป็นเสียงที่เขาคุ้นเคยและกำลังนั่งคิดถึงเจ้าของเสียงอยู่
ธีภพลังเลว่าตัวเองควรจะหันไปดูที่มาของเสียงที่แสนคุ้นเคยนั้นดีไหมเพราะเขากลัวว่าถ้าเป็นธิชาจริง ๆ เธออาจจะรีบหนีเขาไปและสุดท้ายเขาก็จะไม่ได้รู้ว่าเธออยู่ที่ไหนกันแน่
โทรศัพท์ถูกยกขึ้นมาให้อยู่ระดับสูงกว่าสายตาเพื่อให้สามารถเห็นภาพของคนที่นั่งหันหลังชนกับเขาถึงแม้มันจะเห็นได้ไม่ชัดแต่ธีภพก็มั่นใจว่าใช่ธิชาแน่ ๆ เพียงแค่เธอดูอวบขึ้นเท่านั้น
ชายหนุ่มนั่งฟังเสียงช้อนกระทบกับจานอย่างตื่นเต้นเพราะตอนนี้เขาอยู่ห่างภรรยาไม่ถึงฟุตแล้วหลังจากที่เฝ้าตามหา มานานแสนนาน เขาจะไม่ยอมให้โอกาสนี้หลุดมือไปแน่ ๆ
หญิงสาวด้านหลังเรียกพนักงานมาคิดเงินและกำลังจะเดินออกจากร้าน ชายหนุ่มรีบใช้โอกาสนี้เดินตามแต่ก็ไม่ลืมที่จะเว้นระยะไม่ให้อีกฝ่ายสงสัย
คนตามคิดว่าอีกฝ่ายคงต้องนั่งรถไปต่อแน่ ๆ แต่กลายเป็นว่าธิชาเดินข้ามสะพานลอยไปยังคอนโดมิเนียมที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
“ธิชาผมขอโทษ”
ชายหนุ่มตัดสินใจวิ่งไปดักด้านหน้าของอีกฝ่ายและนั่งลงคุกเข่าขวางเธอไว้ทันทีเพราะถ้าขืนปล่อยให้เธอกลับไปที่ห้อง เขาไม่มีทางตามขึ้นไปได้แน่ ๆ
“คุณธี”
หญิงสาวในชุดกระโปรงยาวคล้ายชุดนอนรีบถอยหลังทำท่าจะวิ่งหนีแต่ไม่ทันเพราะถูกมือหนาคว้ามือของเธอไว้ก่อน
“ให้โอกาสสามีคนนี้เถอะนะครับ ถ้าธิชาไม่ให้อภัย ผมจะนั่งอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน”
หญิงสาวทั้งตกใจและอายกับสายตาของทุกคนที่อยู่ชั้นล่างคอนโดเพราะต่างมองมาที่เธออย่างให้ความสนใจ
“คุณธีกลับไปเถอะค่ะ”
“ผมไม่กลับ ทุกคนครับผมอยากบอกให้ทุกคนช่วยเป็นพยานว่าผมรักภรรยาของผมที่สุดและผมอยากจะขอโทษกับสิ่งที่ผ่านมาที่ผมเคยเห็นแก่ตัว”
ชายหนุ่มนอกจากจะไม่ฟังในสิ่งที่ธิชาพูดแล้ว เขากลับตะโกนบอกรักและขอโทษเธอเสียงดังมากขึ้นจนตอนนี้มีหลายคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปไว้
“คุณธีพอเถอะค่ะ ธิชายอมแล้วมีอะไรขึ้นไปคุยกันบนห้องดีกว่า”
หญิงสาวจำใจต้องยอมให้อีกฝ่ายรู้ว่าตอนนี้เธอพักอยู่ที่ห้องไหนเพราะไม่อาจทนสายตาของทุกคนที่จ้องมองมาได้
“คุณตั้งใจทำให้ธิชาอายเพื่อที่คุณจะได้รู้ว่าธิชาอยู่ที่ไหน คุณมันร้ายมากเลยนะคะ”
ประตูห้องปิดสนิทหญิงสาวก็ตะคอกใส่หน้าอีกฝ่ายทันทีด้วยความโกรธที่ถูกทำให้อายผู้คน
“คุณจะว่าผมอย่างไรก็ได้แต่นาทีนี้ผมยอมทำทุกอย่างเพื่อที่จะไม่ให้เสียคุณไป”
คนร่างสูงรีบเดินมาจับมือของภรรยาแต่เขากับถูกผลักออกอย่างแรงจนเกือบล้มเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว
“คุณปล่อยฉันไปเถอะในเมื่อคุณไม่เคยรักที่ผ่านมาฉันเป็นเพียงแค่เครื่องมือที่จะทำให้พ่อของคุณมีความสุขก็เท่านั้น ความจริงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางที่แสดงว่ารักฉันรู้ความจริงหมดแล้ว”
ธิชาไม่จำเป็นต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้อีกแล้ว วันนี้เธอจะพูด ทุกอย่างที่มันอัดแค้นอยู่ในหัวใจของเธอมาตลอดหนึ่งเดือน
“ใช่ ผมหลอกคุณแต่นั่นมันก่อนที่เราจะแต่งงานกัน ตั้งแต่วันแรกที่ธิชาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ผมพยายามบอกตัวเองว่าไม่ให้รักคุณเพราะผมไม่อยากเจ็บปวดเหมือนคุณพ่อแต่ความรักมันห้ามกันไม่ได้แม้แต่ห้ามตัวเองก็ตามกว่าที่ผมจะกล้ายอมรับกับตัวเองมันก็สายเกินไปเพราะคุณหนีผมมาแล้ว”
ธีภพทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่าอีกครั้งแต่ครั้งนี้กลับดูไม่เข้มแข็งเหมือนเมื่อตอนอยู่ข้างล่าง ท่าทางของชายหนุ่มเหมือนคนที่กำลังหมดแรงที่จะยืนเสียมากกว่า
“ผมยอมรับทุกความผิดและพร้อมจะทำตามทุกอย่างที่คุณต้องการขอแค่เพียงให้คุณกลับไปอยู่กับผมแล้วไม่หนีผมไปไหนอีก”
ธิชาเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาอาบแก้มใสทั้งสองข้าง เธอเตรียมคำตอบไว้แล้วเพราะตลอดเวลาเธอคิดว่าต้องมีสักวันที่สามีของเธอจะต้องมายื่นข้อเสนอแบบนี้
“ที่ผ่านมาคุณเห็นความรักของธิชาไร้ค่า วันนี้ความรักมันมีราคาค่ะ ถ้าคุณอยากให้เรากลับไปเป็นครอบครัวเหมือนเดิมต้องแลกกับเงินสดสิบล้านบาทและคอนโดมิเนียมในส่วนที่เป็นของคุณทั้งหมดให้โอนเป็นชื่อของธิชา แค่นี้คุณทำได้ไหม”
หญิงสาวไม่ได้หน้าเลือดแต่ที่เธอยื่นข้อเสนอแบบนี้เพราะเธอต้องการให้ตัวเองมีฐานะมากกว่านี้ถ้าเกิดวันหนึ่งที่เธอกับธีภพต้องแย่งลูกกันขึ้นมาจริง ๆ เธอกลัวว่าด้วยเรื่องฐานะจะทำให้เธอแพ้เขา
“ได้ ผมจะยกคอนโดมิเนียมที่เป็นชื่อของผมทั้งหมดยี่สิบห้องให้เป็นของคุณและเงินสดจะโอนเข้าบัญชีคุณภายในพรุ่งนี้เช้า”
ชายหนุ่มมองหน้าภรรยาเหมือนพยายามค้นหาคำตอบว่าเพราะอะไรผู้หญิงที่ไม่เคยอยากได้อะไรในตัวเขาถึงได้ยื่นข้อเสนอแบบนี้แต่มันก็ดูจะมีแต่น้ำตาเท่านั้นที่ปกปิดความงดงามของดวงตาคู่สวยอยู่
คืนนี้ชายหนุ่มขอนอนที่นี่และเขาได้โทรศัพท์ไปสั่งเลขาให้เตรียมทำทุกอย่างตามที่ธิชาเสนอ
อ้อมกอดที่ทั้งคู่ต่างโหยหากันมานานมันช่างอบอุ่นยิ่งนัก ธิชาถึงแม้จะรู้สึกมีความสุขแค่ไหนแต่เธอก็บอกตัวเองให้เผื่อหัวใจไว้เจ็บเสมอ เธอจะไม่กลับไปรักผู้ชายที่กำลังกอดเธอทั้งหัวใจตราบใดที่เขายังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองมากพอ
เช้าวันใหม่ทุกอย่างถูกจัดแจงอย่างเรียบร้อย เอกสารเตรียมพร้อมสำหรับการโอน เช็คเงินสิบล้านถึงมือของธิชาเรียบร้อย
ธีภพใจร้อนกว่าคนยื่นข้อเสนอเสียอีกเขารีบทำทุกอย่างให้เสร็จภายในวันนี้เพราะต้องการให้ภรรยากลับไปอยู่กับเขาเหมือนเดิม
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะลูก”
เทวนาถยืนรอลูกสะใภ้อยู่ที่ประตูหน้าบ้านด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขที่เขาเองก็ไม่ได้ยิ้มแบบนี้มานานแล้ว
“ขอบคุณนะคะคุณพ่อที่ไม่โกรธธิชา” ลูกสะใภ้รู้สึกผิดที่ทำให้คนที่ดีกับเธอทุกอย่างต้องเสียใจ
“ไม่มีอะไรที่พ่อต้องโกรธ ธีภพผิดจริงสมควรแล้วที่จะได้รับบทเรียน กลับมาอยู่บ้านของเรานะลูก”
หญิงสาวโผกอดพ่อของสามีเธอพยายามที่จะกลั้นน้ำตาไว้เพราะตั้งแต่ท้องธิชาร้องไห้บ่อยมากจนกลัวว่าลูกที่เกิดมาจะกลายเป็นเด็กเจ้าน้ำตา
ธีภพมองภรรยาอยู่นานด้วยความสงสัยจริง ๆ แล้วเขาแปลกใจตั้งแต่เมื่อคืนที่ได้นอนกอดเจ้าสาวตัวเล็กที่ตอนนี้ดูมีพุงมากกว่าที่เคยมีและมันดูไม่ใช่การอ้วนขึ้นแบบธรรมดา
“คุณธีสงสัยอะไร ทำไมมองธิชาแบบนั้น”
“เปล่าไม่มีอะไรครับแค่รู้สึกเหมือนภรรยาของผมจะดูมีน้ำมีนวลขึ้นมากแต่ถึงจะดูอวบก็ยังคงน่ารักเหมือนเดิม”
สามีที่ตอนนี้ไม่กล้าจะพูดอะไรให้ผิดหูภรรยารีบเดินมาประคองธิชาขึ้นไปบนห้องนอน
คืนนี้ธีภพตั้งใจจะหาคำตอบให้ได้ว่าที่เขากำลังสงสัยมันจะเป็นอย่างที่คิดไหม ภรรยาของเขาไม่น่าจะอ้วนขึ้นแต่เธอน่าจะกำลังมีข่าวดีให้เขาแน่ ๆ
ตอนที่13คำที่รอฟัง เวลาผ่านไปเร็วมากทุกคนที่เคยมาอยู่เป็นเพื่อน ต่างก็แยกย้ายกันกลับหมดแล้ว สมิตาเองก็วุ่นกับงานที่บริษัทเพราะต้องมารับช่วงต่อจากบิดาทั้งหมด โดยที่เธอแทบจะไม่ค่อยได้เรียนรู้งานมาก่อนหน้านี้เลย ภาวิณีเองก็ติดใจการเดินสายทางธรรม เดือนหนึ่งเธอกับแม่ของหนูนาจะอยู่บ้านกันแค่เพียงไม่กี่วัน ที่เหลือก็จะเดินสายเส้นทางบุญกัน พ่อเลี้ยงชนินทร์ใช้ชีวิตนับจากวันที่หย่ากับครอบครัวใหม่ของเขา นาน ๆ ครั้งถึงจะได้แวะมาหาสมิตาที่บริษัท แต่ทุกครั้งที่มีปัญหา ลูกสาวก็จะโทรปรึกษาพ่อของเธอตลอด “ทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้น” ภูษิตเดินเข้ามาในห้องนอน หลังจากออกไปตรวจบริเวณรอบฟาร์มกับลูกน้องเสร็จแล้ว แต่ดันหันมาเห็นหนูนาจ้องโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้าตกใจ “พ่อเลี้ยงโดนจับคดีค้าไม้เถื่อนค่ะ” ชายหนุ่มคว้าโทรศัพท์จากมือของภรรยาเพื่อมาอ่านรายละเอียดทั้งหมด ก่อนเดินออกไปนอกตัวบ้านเพื่อโทรศัพท์หาสมิตา เพราะเธออาจจะยังไม่รู้ข่าว หรืออาจจะรู้รายละเอียดมากกว่าเขา “นอนกันเถอะ พรุ่งนี้ผมต้องช่วยลูกน้องขับรถเอานมไปส่ง ”
ตอนที่12บาดแผล ความล้มเหลวของครอบครัวสามี ทำให้หนูนาสงสารทุกคน เธอเกิดมาไม่มีพ่อแล้ว พ่อจากเธอไปแต่ทิ้งไว้แต่ความทรงจำที่สวยงาม ต่างจากภูษิตเขาเกิดมาในครอบครัวที่พร้อมหน้า แต่วันนี้วันที่ลูกๆ ทุกคนกำลังจะประสบความสำเร็จ ครอบครัวกลับต้องมีบาดแผล ที่แสนเจ็บปวด “พี่ภูอย่าคิดมากนะคะ คิดเสียว่ามันเป็นความสุขของคุณพ่อ เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เราต้องคอยเป็นกำลังใจให้คุณแม่ ไม่ว่าท่านจะตัดสินใจอย่างไร เราต้องเคารพและเชื่อมั่นในการตัดสินของท่านนะคะ” ภูษิตล้มตัวลงนอนบนตักของหนูนา เขาหลับตาลง พยายามไม่คิดอะไร แต่มันก็ยากที่จะไม่รู้สึก การตัดสินใจของภาวิณีคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้วในความคิดของเธอ ผู้หญิงคนนั้นและเด็กน้อยที่เกิดมา พวกเขาต้องการพ่อเลี้ยงชนินทร์ ส่วนเธอยังมีลูกๆ คอยเป็นกำลังใจให้ และเธอก็ไม่สามารถที่จะทนอยู่แบบสามคนได้แน่นอน พ่อเลี้ยงชนินทร์จัดการเรื่องทรัพย์สินทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อนที่เขาจะหย่ากับภาวิณีอย่างถูกต้อง ช่วงเวลานี้แม่ของหนูนารับหน้าที่เป็นเพื่อนที่คอยดูแลเยียวยาความรู้สึกให้กับเพื่อน ทั้งคู่พากันปถือศีลที่วัดแห่งหนึ่งที่อ
ตอนที่11ความเจ็บปวดซ้ำสอง วันนี้สองคนพี่น้องตกลงกัน จะเล่าความจริงให้มารดาฟัง หลังจากที่พ่อเลี้ยงออกไปทำงาน “สองคนพี่น้อง มานั่งประกบแม่แบบนี้ มีอะไรกันหรือเปล่า” ภาวิณีสัมผัสได้ถึงการกระทำที่ลูก ๆ ของเธอกำลังทำกับเธอ เหมือนมีเรื่องอะไรสักอย่าง “คุณแม่คะ เราสองคนรักแม่มาก รักที่สุด ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แม่จะมีพวกเราเสมอนะคะ” สมิตาโผเข้ากอดมารดา เสียงของเธอนิ่งสงบเพราะความเจ็บช้ำเมื่อคืนเธอทำใจยอมรับมันได้แล้ว ว่าไม่มีทางย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้ “ลูกๆ มีอะไร พูดกับแม่มาเลยดีกว่า ยิ่งทำแบบนี้ แม่ยิ่งรู้สึกใจคอไม่ดีเลย” ภาวิณีถอนหายใจยาว เพื่อเตรียมใจที่จะรับฟังสิ่งที่ลูกๆ อยากจะบอกเธอ ภูษิตรับหน้าที่เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้มารดาฟัง สองมือหนาของเขากุมมือภาวิณีไว้ตลอดเวลา และพยายามใช้คำพูดที่จะทำร้ายจิตใจแม่ให้น้อยที่สุด “สิ่งที่แม่แอบกลัวมาตลอด ในที่สุดมันก็เกิดขึ้น” การที่สามีของตัวเองเปลี่ยนไป มีหรือที่ภรรยาที่อยู่กินกันมาถึงสามสิบห้าปี จะสังเกตไม่ได้ แต่เธอก็ได้แต่หล
ตอนที่10ความจริง ภูษิตใช้เวลาในการจัดการเรื่องบ้านทั้งการสั่งเฟอร์นิเจอร์เข้ามา การจัดการเรื่องฟาร์มก็หมดเวลาไปสามวันพอดี ทั้งคู่จึงพากันกลับ และจะมาที่นี่อีกครั้งก็คือการเข้าอยู่อย่างเป็นทางการเลย “พี่ภูคะ ตั้งแต่ออกจากบ้านมาทำไมหนูนาเห็นพี่เอาแต่ทำหน้าเครียด มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ” หญิงสาวแอบมองหน้าสามีมาสักพักแล้ว เธอแอบเห็นเขาถอนหายใจหลายที หนูนาเลยตัดสินใจที่จะถามให้รู้ไปเลยว่าภูษิตกำลังมีเรื่องกังวลอะไรในใจ “พี่สงสารคุณแม่” ชายหนุ่มพูดเพียงเท่านั้นก็ถอนหายใจอย่างแรง “มีอะไรเกิดขึ้นคะ พี่ภูบอกหนูนาได้ไหม เผื่อเราจะพอช่วยกันแก้ไขได้” “ทุกอย่างมาไกลเกินกว่าจะแก้ไขแล้ว เราทุกคนคงทำได้แค่ยอมรับความจริง ผู้หญิงและเด็กที่หนูนาเห็นมากับคุณพ่อของพี่วันนั้น คือลูกและภรรยาอีกคนของท่าน” หญิงสาวเอื้อมมือไปจับมือของสามี เพราะรู้ว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหน ที่ต้องพูดความจริงออกมา น้ำเสียงที่สั่นเครือ ทำให้หญิงสาวรู้สึกสงสารเขาจับใจ “ร้องไห้ออกมาก็ได้นะคะ ถ้ามันจะทำให้พี่รู้สึกดีขึ้น การเป็นผู้ชายไม่ได้หมายความว่า
ตอนที่9เรือนหอ “อากาศดีจังเลยนะคะ หนูนาคิดว่าที่บ้านเราอากาสดีแล้ว แต่ที่นี่ดูจะมีหมอกควันน้อยกว่าที่บ้านเราอีก” หญิงสาวเปิดกระจกรถเพื่อสัมผัสกับอากาศข้างนอก เพราะทั้งคู่ออกเดินทางทันทีเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น อากาศข้างนอกจึงทั้งสดชื่นและไม่ร้อน “เห็นภูเขาลูกนั้นไหม นั่นแหละบ้านเรา” ภูษิตชี้ไปที่ภูเขาที่อยู่ด้านหน้า ที่ตอนนี้ยังมองเห็นไม่ค่อยชัดเพราะมีหมอกยามเช้าบดบังอยู่ “จริงเหรอคะ อากาศคงดีน่าดูอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติแบบนั้น” ชายหนุ่มแอบคิดกังวลมาตลอดว่าเจ้าสาวของเขา อาจจะไม่ชอบที่จะต้องมาอยู่ไกลความเจริญแบบนี้ เพราะเธอเคยใช้ชีวิตแบบสะดวกสบายมาก่อน “แถวที่เราอยู่จะไม่มีห้าง ไม่ร้านค้าแบบในเมืองนะ แต่ก็พอมีร้านค้าของชาวบ้าน ไว้เวลาอยากซื้ออะไรเราค่อยเข้าเมืองออกมาซื้อกันทีเดียว” “แล้วที่พ่อเลี้ยงเคยพูดเรื่องสร้างรีสอร์ตล่ะคะ ใช่ที่ดินผืนเดียวกันไหมคะ” หนูนาถามด้วยความสงสัย เพราะดูแล้ว เส้นทางที่เธอกำลังเดินทางอยู่ไม่มีรีสอร์ตเลยมีแต่เพียงสวนผลไม้ ฟาร์มโคนม ดูแล้วไม่น่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว “ท
ตอนที่8ครอบครัว คนแรกที่ภูษิตคิดถึง คือหนูนาแต่ก่อนที่เขาจะทันได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาภรรยา ทางบริษัทที่รับจ้างสร้างเรือนหอได้โทรมาแจ้งให้เขาเดินทางไปดูเรือนหอเพื่อเซ็นรับงานเพราะตอนนี้ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนแรกภูษิตตั้งใจจะพาหนูนาไปที่เรือนหอในวันที่ทุกอย่างพร้อมเข้าอยู่ แต่เขาเปลี่ยนใจ เพราะเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เขารู้สึกว่าทุกวันทุกนาทีมีค่า เหมือนเรื่องของพ่อถ้าเขารู้และหยุดทุกอย่างก่อนที่จะมีเด็กตัวเล็กๆคนนั้นเกิดขึ้นมาทุกอย่างคงง่ายกว่านี้ “เก็บเสื้อผ้ากับของใช้ให้ผมและของคุณด้วย เราจะไปดูเรือนหอกัน เตรียมไปสักสามวันนะ” หนูนารู้สึกงงๆ แต่ก็ทำตาม เพราะเดี๋ยวตอนนั่งรถไปคงมีเวลาได้ถามกัน เธอคิดว่าเรือนหอคงอยู่ไม่ไกลจากบ้านของพ่อเลี้ยงหรือบ้านของเธอเท่าไหร่ แต่จากที่สามีให้เธอเตรียมเสื้อผ้าของใช้แบบนี้คงไม่ใช่อย่างที่เธอคิดแน่ๆ เกือบชั่วโมงเหมือนกันกว่าที่ภูษิตจะขับรถมาถึงบ้าน สิ่งแรกที่เขาทำคือการเข้าไปหามารดาที่ห้องนอน “คุณแม่ครับผมกับหนูนาจะไปดูเรือนหอ น่าจะประมาณสามวัน เดี๋ยวเย็นนี้สมิตาจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อนแม่น




![คนดีของเฮียมังกร [ผัวเอวดุ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


