Se connecter“ว่ามาสิ”
“กรุณาบอกลูกน้องในไร่ของคุณด้วยว่าฉันเป็นคู่หมั้นคุณ โดยเฉพาะไอ้พวกลูกน้องหื่นพวกนั้น ฉันยังไม่ได้ชำระความเรื่องที่คุณปล่อยให้ฉันอยู่กับไอ้พวกนั้นเลยนะ ถ้าพวกมันรุมโทรมฉันจะทำยังไง” พูดถึงเรื่องนี้พรรณวรทก็โมโหขึ้นอีกครั้ง
“ก็ไม่ทำยังไง คุณจะได้มีผัวสมใจอยากยังไงล่ะ มีทีเดียวหลายคนเลยนะไม่ชอบหรอกเหรอ”
“บ้าที่สุด! คิดอย่างนี้กับคู่หมั้นคุณได้ยังไงกัน นี่แหนะ ๆ” เมื่อได้ฟังเหตุผลของชายหนุ่ม พรรณวรทยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่ จึงกำมือทุบไปที่แผงอกแกร่งระรัว
เวหาจับข้อมือน้อย ๆ ไว้อย่างง่ายดาย แต่ทว่าเธอกลับยังคงไม่ยอม ยกขาขึ้นเตะไปที่กลางเป้า แต่โชคดีที่ชายหนุ่มโยกตัวหนีไปได้ทัน
“นี่คุณจะบ้าไปแล้วเหรอ”
“ใช่! ฉันบ้าก็เพราะคุณนั่นล่ะ ถ้าฉันโดนไอ้พวกบ้านั่นรุมโทรมจริง ๆ ฉันจะฆ่าคุณเลยคอยดู”
“แล้วตอนนี้โดนหรือยังล่ะ”
“ไม่โดนแต่ก็โมโห เข้าใจไหมว่าคนมันโมโห”
“หยุดเอาแต่ใจได้แล้วที่นี่ไม่ใช่กรุงเทพฯ รู้ไว้ด้วย” เจ้าหล่อนยังไม่ยอมหยุดง่าย ๆ เวหาจึงแบกร่างบางขึ้นวางพาดบนบ่าหนา
“กรี๊ดดด คุณจะทำอะไรฉัน ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้คุณใหญ่ บอกให้ปล่อยยังไงล่ะ”
เวหาไม่สนใจประโยคที่เธอพล่ามออกมา เดินแบกร่างบอบบางตรงเข้าไปในป่าอย่างมีจุดมุ่งหมาย ลึกเข้าไปเรื่อย ๆ จนพรรณวรทเริ่มรู้สึกกลัว คิดว่าชายหนุ่มจะต้องมีเจตนาร้ายอย่างแน่นอน
“คุณใหญ่ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้”
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย”
“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะอีตาบ้า”
ตู้ม!!!
“ทีนี้จะหยุดแหกปากได้หรือยัง”
มาถึงธารน้ำแล้วเวหาก็โยนตัวเธอลงไปในนั้นอย่างสะใจ พรรณวรทพยายามตะเกียกตะกายเพื่อให้ใบหน้าโผล่พ้นเหนือผืนน้ำอย่างทุลักทุเลเพราะว่ายน้ำไม่เป็น
“แค่ก ๆ ช่วยฉันด้วย ฉันว่ายน้ำไม่เป็น”
“อย่ามาโกหกหน่อยเลย อย่างคุณน่ะเหรอจะว่ายน้ำไม่เป็น” ชายหนุ่มยังคงยืนกอดอกอย่างสบายใจอยู่บนฝั่ง รู้สึกสนุกเมื่อได้สำเร็จโทษเธอ
“แค่ก ๆ ฉันว่ายไม่เป็นจริง ๆ”
“ผมไม่หลงกลคุณหรอก ถ้าขึ้นมาไม่ได้ก็อยู่ในนั้นล่ะ”
เวหายืนจ้องมองเธออย่างไม่ให้คลาดสายตา ร่างบางจมลงไปเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงมือที่โผล่พ้นขึ้นโบกสะบัดไปมา แต่ทว่าเขายังคงคิดว่านั่นคือการแสดง จนร่างทั้งร่างถูกมวลน้ำกลืนหายไปเกือบจะนาที จึงขมวดคิ้วด้วยความเฉลียวใจ
“นี่คุณ! เลิกเล่นได้แล้ว”
“คุณแอลลี่ขึ้นมาได้แล้ว ไม่งั้นผมจะกลับแล้วนะ ถ้าไม่ขึ้นมาหาทางกลับเองละกัน”
“......”
ยังไม่มีวี่แววว่าเจ้าหล่อนจะโผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำ
“เหี้ยแล้วไง!”
เมื่อมั่นใจแล้วว่าเธอว่ายน้ำไม่เป็นจริง ๆ จึงรีบกระโดดลงไปช่วย ดำผุดดำว่ายจนในที่สุดก็เจอร่างที่หมดสติอยู่ใต้น้ำ ล็อกตัวพาขึ้นมาบนฝั่ง
“คุณ! คุณ! ฟื้นสิ”
เวหาพยายามเขย่าตัวเธอแต่ทว่าสาวเจ้ายังคงนอนนิ่งไม่ได้สติ เป็นเช่นนั้นเขาก็ไม่รีรอ โน้มใบหน้าลงไปผายปอด ทำอย่างนั้นจนกว่าเธอจะฟื้นขึ้นมา
“ฟื้นสิคุณ! ฟื้นสิ ๆ เร็ว!”
เขาพยายามช่วยชีวิตเธออย่างสุดความสามารถ รู้สึกผิดที่ทำอย่างนั้นลงไป หากเจ้าหล่อนเป็นอะไรไปคงเป็นตราบาปไปทั้งชีวิตอย่างแน่นอน
“แค่ก ๆ ๆ”
“ฟื้นแล้ว! คุณเป็นยังไงบ้าง” เวหายิ้มด้วยความโล่งใจ พยุงร่างบางขึ้นอย่างช้า ๆ
พรรณวรทนั่งสำลักน้ำอยู่สักพักก็ตั้งสติได้ ยกแขนขึ้นมาลูบคลำเพื่อให้มั่นใจว่าตัวเองยังคงมีชีวิตอยู่
“นี่ฉันยังไม่ตายใช่ไหม”
“ใช่! คุณยังไม่ตาย”
ได้ยินเสียงคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เจ้าหล่อนก็หันขวับไปมองด้วยแววตาแข็งกร้าว โกรธอย่างแรงที่เขาไม่ยอมเชื่อว่าเธอว่ายน้ำไม่เป็น
เพี๊ยะ!
“ถ้าฉันตายไปคุณจะรับผิดชอบยังไง!”
“ผม..ขอโทษ”
“ฮึก...ฉันไม่รับคำขอโทษจากคุณ” เจ้าหล่อนน้ำตาคลอแล้วสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง
“โอเค! ผมยอมรับผิดที่โยนคุณลงไปในน้ำ แต่คุณเองมันก็ดื้อด้าน ขี้โวยวาย เอาแต่ใจ เป็นฝ่ายกวนโมโหผมเองนี่นา”
“......” เจ้าหล่อนยังคงนั่งเงียบไม่ยอมหันมามองหน้าเขาแม้แต่น้อย
ช่วงเย็นวันนั้น.....แสงสีส้มอ่อนสะท้อนลงมาให้ความอบอุ่นแก่ผืนป่าสีเขียว ในช่วงพระอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำลงมา เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่คนงานต่างก็ทยอยเตรียมตัวกลับที่พักหลังจากหมดเวลาทำงาน เสียงสนทนาดังเซ็งแซ่ของคนงานเงียบลงเรื่อย ๆ จนบัดนี้มีเพียงเสียงนกร้องประสานเสียงดังมาให้ได้ยินเป็นระยะ ๆ“อยู่ที่นี่ก็ตั้งนาน...แต่ทำไมฉันไม่เคยมาเดินเล่นในไร่ช่วงเย็น ๆ อย่างนี้เลยนะ...รู้สึกดีจัง” เธอหันไปยิ้มให้ผู้เป็นสามี ขณะเดินจูงมือกันบนถนนลูกรังตรงกลางไร่องุ่นอย่างรู้สึกสบายใจ“ถ้าชอบเอาไว้ผมพามาบ่อย ๆ นะ รู้ไหมว่าคุณคือผู้หญิงคนแรกที่ผมเดินจูงมือในไร่อย่างนี้เลยนะ” เขาหันไปยิ้มให้ภรรยาสุดที่รัก ส่งความจริงใจผ่านนัยน์ตาคมคู่นั้น“น่าภูมิใจจัง เอ...ว่าแต่ฉันเป็นผู้หญิงคนที่เท่าไหร่ของคุณล่ะ”“เอาเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก”“เอาเรื่องจริงสิ ฉันอยากรู้ว่าคนอย่างพ่อเลี้ยงเวหาผ่านผู้หญิงมาแล้วกี่คน”“อืม...ขอผมนับแปบนึงนะ”“แสดงว่าเยอะน่าดูสินะ ฉันควรจะดีใจไหมเนี่ยที่ได้เป็นหนึ่งในเมียของคุณ” พรรณวรทส่ายหน้าเล็กน้อย ช่วงเวลาที่รอฟังคำตอบก็ทอดมองไปยังถนนที่อยู่ตรงหน้า มันไกลสุดลูกหูลูกตา ปลายทางมีภูเขาส
ผ่านเรื่องวุ่น ๆ มาแล้วตอนนี้ไร่ภูผากลับสู่ภาวะปกติเช่นเดิม ร้านกาแฟมีพนักงานสาวสวยเข้ามาใหม่ แต่ก็ไม่วายหลงเสน่ห์พ่อเลี้ยงเช่นเดิม พรรณวรทได้แต่ขำและคิดว่าคงหนีเรื่องอย่างนี้ไม่ได้ เพราะสามีของเธอออกจะหล่อและมาดแมนตรงสเปคสาว ๆ ถึงเพียงนี้ จึงเปลี่ยนจากระแวงเป็นความภูมิใจแทนซะเลยหลังจากถูกเสนอเงินจำนวนหนึ่งเพื่อให้ออกจากไร่ กาสะลองไม่เคยกลับมาเหยียบที่นี่อีกเลย แต่เพื่อนซี้ทั้งสองของเธอยังคงทำงานที่เดิม แม้นิสัยใจจะเปลี่ยนแปลงกันไม่ได้ แต่เมื่อไม่มีคนนำทีมอย่างกาสะลองก็ไม่มีปัญหาอะไร“คุณแอลลี่จะไปไหนครับ”ได้ยินเสียงพนาดังจากด้านหลัง พรรณวรทก็หันขวับไปมองแล้วส่งยิ้มให้“ฉันจะเข้าไปหาคุณใหญ่ที่ไร่ค่ะ พอดีว่าหัดทำขนมกล้วยเลยจะเอาไปส่งค่ะ คุณกลางมีอะไรหรือเปล่าคะ”“ผมมีอะไรจะให้ดูครับ” คนพูดยิ้มกริ่มราวกับมีเรื่องน่ายินดี“อะไรเหรอคะ คงจะเป็นเรื่องดี ๆ แน่นอนถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างนี้”พนาใช้นิ้วเขี่ยหน้าจอมือถืออยู่สักพักก็ยื่นมาให้พี่สะใภ้ดู“นี่ครับ”“นี่ใครกันคะหน้าตาสวยเชียว อย่าบอกนะว่าเป็นแฟนคุณกลาง”“ยังไม่ใช่แฟนครับ แค่กำลังตามจีบแต่ไม่รู้เขาจะยอมใจอ่อนหรือเปล่า”“ว่าแล้วเ
“แค่อยากรู้ว่าคุณรักผมมากแค่ไหน ตอนที่คุณร้องไห้อยู่บนรถผมโคตรจะดีใจมากเลยรู้ไหม คนอย่างพ่อเลี้ยงเวหาไม่มีทางยอมมีเมียน้อยให้เสียเกียรติหรอกครับผม”“ให้มันจริงอย่างที่พูดเถอะ ฉันจะคอยดู” เธอยิ้มและร้องไห้ในเวลาเดียวกัน ก่อนจะเป็นฝ่ายโน้มใบหน้าขึ้นไปจูบเขาก่อนเมื่อริมฝีปากสัมผัสกันแล้วเวหาก็คลายอ้อมกอด จับมือเรียวมาประสานนิ้วไว้บนที่นอนนุ่ม ส่งปลายลิ้นร้อนเข้าไปชอนไชลิ้มลองรสชาติความหอมหวานอย่างบ้าคลั่ง“อื้อ...”เวหาเริ่มปฏิบัติการปลดเปลื้องอาภรณ์ของเธอออกอย่างช้า ๆ จนเจ้าหล่อนอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า เขาจ้องมองทุกสัดส่วนของเธอปานจะกลืนกิน พร้อมทั้งถอดเสื้อผ้าตัวเองไปด้วย“ผมรักคุณมากนะแอลลี่ รักจนยอมให้คุณได้ทุกอย่าง”“ฉันก็รักคุณค่ะ”เวหาเดินเข่าเข้าไปนั่งตรงหว่างขาเรียว ยกขาข้างหนึ่งขึ้นมา ลากลิ้นเลียตั้งแต่ปลายเท้าแล้วหยุดอยู่ที่ต้นขา นัยน์ตาคมจ้องมองเนินสวาทด้วยแววตาเป็นประกาย แสดงออกทางสีหน้าว่าต้องการเธอมากแค่ไหน ก่อนจะแยกกลีบอูมทั้งสองข้างแล้วประทับริมฝีปากลง ลิ้มลองรสชาติอย่างหิวโหย“อ๊ะ...อื้อ...ซี๊ดดด....คุณใหญ่คะ!”จ๊วบ! จ๊วบ! จ๊วบ!พรรณวรทนอนดิ้นพล่าน ขบริมฝีปากล่างแน่น ๆ เ
สิ่งที่เธอได้ยินทำให้รู้สึกเจ็บปวดเหมือนโดนมีดกลีดกลางใจซ้ำ ๆ ดวงตาสวยแดงก่ำก่อนจะมีหยาดน้ำใส ๆ ไหลลงมาเป็นทางบนพวงแก้มขาว ไม่เคยคิดว่าเวหาจะตัดสินใจอย่างนี้ แล้วเธอยังอยากจะกลับไปหาเขาอยู่อีกหรือ(คุณแอลลี่ครับ!)(คุณแอลลี่ครับ!)“เอ่อ...ค่ะคุณกลาง”(คุณโอเคไหมครับเนี่ย จริง ๆ ผมไม่น่าพูดให้ฟังเลย)“ไม่เป็นไรค่ะฉันโอเค เขาคงตัดสินใจดีแล้วล่ะ คุณกลางแค่นี้ก่อนนะคะฉันต้องขึ้นไปห้องพักแล้ว”ตู๊ด ๆ ๆ ๆเธอไม่รอฟังคำร่ำลาจากปลายสาย เพราะตอนนี้น้ำตามันหลั่งออกมาไม่หยุดหย่อน แม้พยายามกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดออกมาแต่ก็ทำไม่ได้“ฮึก...ฮือ...”“คุณผู้หญิงเป็นอะไรไหมครับ”“ฉะ...ฉันไม่เป็นไรค่ะ”“จอดหน้าโรงแรมเลยใช่ไหมครับ”“ใช่ค่ะ”เธอรีบจ่ายเงินค่าโดยสารแล้วลงจากรถ เดินก้มหน้าตรงเข้าไปในโรงแรม เพราะกลัวว่าใครจะเห็นว่าตอนนี้เธออ่อนแอแค่ไหนห้านาทีต่อมา.......เข้ามาในห้องพักแล้วเจ้าหล่อนก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนอนอย่างไร้พลังงาน หยาดน้ำใสไหลลงจากหางตาเมื่อนึกถึงประโยคที่พนาเอ่ยผ่านสายมา หรือเขาจะหมดรักเธอแล้วจริง ๆ ถึงได้หักหาญน้ำใจกันเช่นนี้“คุณมันบ้าไปแล้ว ฮึก คุณทำอย่างนี้ได้ยังไงคุณใหญ่ ฉัน
@กรุงเทพมหานครได้กลับมาที่นี่อีกครั้งทำให้พรรณวรทนึกถึงเรื่องราวเก่า ๆ ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งยังมีบิดาอยู่ข้างกาย บ้านราคาหลายสิบล้านตอนนี้ตกเป็นของคนอื่นไปแล้ว เธอจะไม่มีวันลืมว่ามันเคยเป็นสถานที่ซึ่งบันทึกเรื่องราวความทรงจำดี ๆ ระหว่างเธอกับบิดาเอาไว้ แต่ก็ไม่คิดที่จะเอามันกลับคืนมาเป็นของตัวเองแล้ว ก็เพราะบ้านหลังนั้นอีกเช่นกันที่ทำให้บิดาเธอต้องปลิดชีพตัวเองออกจากโรงแรมที่พักแล้วเธอก็เดินทางมาที่วัด ซึ่งเป็นสถานที่เก็บอัฐิของบิดาเอาไว้ เดินถือพวงมาลัยไปตรงไปยังโซนที่ตั้งของเจดีย์บรรจุอัฐิ ซึ่งถูกจัดวางไว้เป็นสัดเป็นส่วนอย่างมีระเบียบ เมื่อถึงที่หมายแล้วเจ้าหล่อนก็หยุดอยู่ตรงหน้าเจดีย์ ซึ่งมีรูปของผู้เป็นบิดาติดอยู่พร้อมกับชื่อที่บ่งบอกว่าเป็นผู้ใด“พ่อ...หนูมาหาพ่อแล้วนะคะ” เธอนั่งพับเพียบแล้ววางพวงมาลัยที่ถูกร้อยเรียงอย่างปรานีตไว้บนฐานเจดีย์ ก่อนจะก้มลงกราบระลึกถึงบุญคุณที่ท่านให้กำเนิด และเลี้ยงดูจนเติบใหญ่มาจนถึงตอนนี้“วันนี้หนูไปเคลียร์หนี้สินของเราจนหมดทุกเจ้าแล้วนะคะ พ่อไม่ต้องห่วงอะไรแล้วนะ เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์เป็นเงินของคุณใหญ่ ผู้ชายที่พ่ออยากให้หนูแต่งงานด้วย แ
“ใช่หรือไม่ใช่พวกเธอต่างก็รู้ดี ถ้าพวกเธอสองคนยังอยากทำงานที่นี่ต่อไป บอกความจริงฉันมาว่าวันนั้นที่น้ำตก พวกเธอรู้เห็นอะไรบ้าง” มาถึงขั้นนี้แล้วพรรณวรทต้องการทำให้เรื่องมันกระจ่างเสียที มันจะได้จบ ๆ ไป“พวกเราไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลยนะคะแม่เลี้ยง”กาสะลองยิ้มเยาะอย่างพอใจ เพราะคิดว่าถึงอย่างไรเพื่อนทั้งสองก็ไม่มีทางหักหลังเป็นแน่“ใช่ ๆ พวกเราไม่ได้ไปที่นั่นจริง ๆ ค่ะมีแต่นังกาสะลองคนเดียวเท่านั้น”“เล่ามาว่าพวกเธอรู้เห็นอะไรบ้าง แล้วฉันจะไม่เอาเรื่อง”“นี่พวกแกกล้าหักหลังฉันเหรอ!” เจ้าหล่อนถลึงตามองเพื่อนสองเพื่อข่มขู่“ฉันขอโทษนะกาสะลอง เพราะถ้ายังอยู่ข้างแกพวกฉันก็ไม่มีเงาหัวแน่ ๆ แม่เลี้ยงคะ นังกาสะลองมันเป็นคนผลักเพื่อนแม่เลี้ยงตกน้ำในวันนั้น สร้างสถานการณ์ให้แม่เลี้ยงโดนใส่ร้ายค่ะ”“อีคำหล้าอีเพื่อนสารเลว มึงกล้าหักหลังกู”เพี๊ยะ!ด้วยความโมโหกาสะลองรีบพุ่งเข้าหาเพื่อน ขยุ้มผมด้านหลังแล้วง้างมือฟาดเข้าไปที่ใบหน้าสุดแรง หลังจากนั้นความชุลมุนในห้องพักคนงานก็เริ่มต้นขึ้นจากการตบตีของเพื่อนรักทั้งสามคน คนที่อยู่ในหอพักต่างก็ตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อมามุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพรรณวรทเดินกล
“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ”“สมควรแล้วไหมล่ะ ทำไมคุณถึงไม่มียางอายเอาซะเลย ทำอย่างนั้นต่อหน้าคนอื่นได้ยังไง” หลังเกิดเหตุการณ์น่าอายที่ร้านกาแฟ เวหาก็ลากตัวเธอขึ้นรถขับออกมาจากที่นั่นโดยเร็ว พามายังท้ายไร่ก่อนจะเป็นเป้าสายตาไปมากกว่านี้“ก็คุณคิดจะหักหน้าฉัน ไม่มีทางยอมให้มันเกิดขึ้นหรอก” เธอยืนกอดอกทำหน้าไม
“คู่หมั้นพ่อเลี้ยงงั้นเหรอ!” คนที่เพิ่งมาใหม่ยืนอึ้งไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เพราะตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่ ยังไม่เคยเห็นเวหาพาผู้หญิงคนไหนเข้ามาในไร่เลยสักครั้ง“ใช่! แล้วคุณล่ะเป็นใคร” ตอนนี้เจ้าหล่อนหายจากอาการตื่นกลัวแล้ว สามารถพูดคุยกับอีกฝ่ายได้อย่างสบายใจขึ้น“ฉันชื่อดาวเรืองเป็นผู้จัดการไร่นี้
ในระหว่างทางคนทั้งสองต่างก็นั่งเงียบ อีกคนขับรถไปอย่างไม่สบอารมณ์ ส่วนอีกคนเอาแต่นั่งมองสองข้างทางด้วยความตื่นตาตื่นใจ ใบหน้าสวยมีรอยยิ้มตลอดเวลา เมื่อได้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของสองข้างทาง ธรรมชาติที่เธอไม่คิดว่าจะได้กลับมาสัมผัสมันอีกครั้ง หลังจากครอบครัวย้ายไปอยู่เมืองหลวงตั้งแต่เธอยังเด็กเอี๊ยด!
เช้าวันใหม่ในไร่ภูผาได้เริ่มต้นขึ้น พรรณวรทเดินออกมาจากห้องด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม นั่นเพราะรู้สึกพอใจกับอากาศที่สดชื่นของไร่แห่งนี้ มันช่างแตกต่างจากเมืองหลวงที่เธอจากมาลิบลับ กวาดสายตามองหาคนในบ้าน ก่อนจะเจอกับแม่บ้านสูงวัยกำลังจะเดินผ่าน จึงกวักมือเรียกให้เข้ามาหาตนเอง“นี่ ๆ ป้า”“มีอะไรให้อิฉันรับใ







