Masukเธอมาเพื่อปอกลอกคุณพ่อเลี้ยงสุดหล่อผู้ที่เคยถูกหมั้นหมายไว้ตั้งแต่วัยเด็ก จึงทำทุกวิถีทางให้เขาหลงรัก เพื่อเป็นสะพานที่จะได้เงินก้อนโตไปใช้หนี้ ทว่ากลับเป็นเธอเสียเองที่หวั่นไหว...มอบหัวใจให้ผู้ชายเย็นชาคนนั้น ภารกิจหลอกให้รัก...จึงเปลี่ยนเป็นรักที่ไม่ได้หลอกลวง ท้ายที่สุดแล้วเธอจะเลือกสิ่งไหน...ระหว่าง “เงินตรา” หรือ “หัวใจ”
Lihat lebih banyak“อยู่นั่น! รีบตามไปเร็ว!”
“ว้าย! ไอ้พวกบ้าจะตามฉันไปถึงไหนเนี่ย”
หญิงสาวรูปร่างระหง ผมยาวสลวยถึงกลางแผ่นหลัง ใบหน้าเรียวรูปไข่ จมูกโด่งเป็นสัน ผิวพรรณขาวนวลเนียนสาดสะอ้าน กำลังวิ่งหนีชายฉกรรจ์ทั้งสองคนที่กำลังตามมาติด ๆ แม้จะสวมหมวกแกปและแว่นกันแดดสีดำเพื่ออำพรางใบหน้า แต่ทว่ากลับยังมีคนจำเธอได้
‘พรรณวรท ธาดาวรกุล’ หรือ ‘แอลลี่’ สาวสวยไฮโซที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จักดี เธอกำลังตกที่นั่งลำบาก จากการถูกเจ้าหนี้ตามล่าตัว ต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ในห้องเช่าอันคับแคบ ชีวิตพลิกผันหลังจากผู้เป็นบิดาได้ทำการอัตวินิบาตกรรมด้วยการใช้ปืนยิงที่ขมับ หลังจากถูกฟ้องล้มละลายและถูกเจ้าหนี้ตามทวงเงินจนเกิดอาการเครียด
“แท็กซี่ ๆ รีบจอดสิยะช้าอยู่ได้”
เจ้าหล่อนโบกมือเรียกรถแท็กซี่ไหว ๆ เพื่อส่งสัญญาณว่าเธอกำลังเร่งรีบมากแค่ไหน เมื่อรถจอดเทียบริมฟุตบาทแล้วก็รีบเข้าไปในรถทันที
“ไป XXX ค่ะพี่ ออกรถให้ไวเลยค่ะพี่หนูรีบมาก เร็ว ๆ ค่ะพี่”
“ครับ ๆ ๆ”
เธอเอ่ยปากเร่งพลางจ้องมองไปยังด้านหลัง พบว่าตอนนี้ชายฉกรรจ์ทั้งสองวิ่งใกล้จะถึงรถแล้ว ในวินาทีนั้นเจ้าหล่อนได้แต่ยกมือขึ้นประสานกลางอก หลับตาภาวนาขอให้สองคนนั้นอย่าตามมาถึงตัวเธอเลย
บรื๊น...
เมื่อรถออกตัวแล้วจึงลืมตาขึ้นมาด้วยความโล่งใจ หันกลับไปก็พบว่าคนพวกนั้นยืนเอามือเท้าสะเอว หายใจเหนื่อยหอบ จ้องมองมาด้วยความเสียดายเมื่อช้าไปเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น
เฮ้อ! ค่อยโล่งใจหน่อย”
“น้องหนีใครมาหรือเปล่าครับ” คนขับแท็กซี่ถามพลางจ้องมองเธอผ่านกระจกมองหลัง
“ปะ...เปล่าสักหน่อยพี่ ทำไมจะต้องหนีด้วยล่ะ” เจ้าหล่อนทำหน้าเลิ่กลั่ก ขยับแว่นเล็กน้อยด้วยความประหม่า
“ถ้าน้องแต่งตัวซอมซ่อกว่านี้พี่คงคิดว่ากำลังหนีเจ้าหนี้แน่ ๆ แต่ดู ๆ ไปแล้วบ้านน้องคงจะรวยน่าดู ไม่น่ามีหนี้มีสินหรอกใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ บ้านหนูรวยมากกกก”
“โทษทีนะที่ถาม รวยขนาดนั้นแล้วทำไมไม่ขับรถมาเองล่ะ คนรวยระดับน้องไม่น่ามานั่งแท็กซี่นะครับ”
พรรณวรททำหน้าเซ็งเมื่อโดนถามเซ้าซี้ ถอดแว่นออกมาแล้วมองแรงไปยังคนขับ เมื่อเห็นสายตาคมกริบของเธอโชว์เฟอร์แท็กซี่ถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าผู้โดยสารจะมองด้วยสายตาแบบนี้
“มันเรื่องส่วนตัวของหนูป่ะพี่”
“โทษทีครับ ที่ผมเสียมารยาทไปหน่อย”
เธอไม่ตอบแต่เหลือบตามองไปยังข้างถนนรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิต ตอนนี้จะทำอะไรก็ลำบากไปหมด เคยมีชีวิตที่สุขสบายแต่กลับตาลปัตร แฟนที่เคยคบหาก็บอกเลิกแล้วไปคบกับเพื่อนสนิท หลังจากรู้ว่าเธอเป็นแค่ไฮโซถังแตก เพื่อนที่เคยคบค้าสมาคมก็หายไปจากชีวิต เงินที่มีอยู่ก็ร่อยหรอลงเรื่อย ๆ ไม่รู้จะไปพึ่งใครได้
*-*-*-*-*-*-*-*-*
มือเรียวยื่นไปหมุนลูกบิดก่อนจะผลักประตูเข้ามาในห้องเช่าแคบ ๆ ราคาไม่กี่พันบาท แม้จะรู้สึกอึดอัดแต่ก็ต้องทนเพราะไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนแล้ว พาตัวเองหนีออกมาจากวงสังคมไฮโซ เพราะไม่มีใครต้อนรับเหมือนแต่ก่อน มันเป็นอะไรที่น่าน้อยใจมากที่สุด
“ฉันจะทำยังไงต่อไปดีเนี่ย พ่อจ๋าช่วยแอลลี่คิดหน่อยสิคะว่าจะทำยังไงต่อไปดี”
เธอเอ่ยหลังจากทิ้งตัวลงบนเตียงนอน ถอนหายใจพลางจ้องมงไปยังเพดานที่ว่างเปล่า คิดถึงใบหน้าผู้เป็นบิดา หากไม่เกิดเรื่องขึ้นป่านนี้เธอคงจะได้นอนอยู่ในคฤหาสน์สุดหรู ได้ออกไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อน ๆ ทุกวันเหมือนแต่ก่อนแล้วสินะ
“นี่เราจะต้องทนอยู่ในห้องแคบ ๆ อย่างนี้ไปนานแค่ไหนนะ เฮ้อ!”
เอียงหน้าไปมองที่โต๊ะข้างเตียงก็เห็นรูปถ่ายครอบครัว เห็นรอยยิ้มของบิดามารดาก็รู้สึกคิดถึงจับใจ เธอเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา ก่อนจะหวนให้นึกถึงเมื่อครั้งที่ถูกท่านทั้งสองรบเร้าให้แต่งงานกับคู่หมั้นสมัยยังเด็ก ซึ่งตอนนี้เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าหน้าตาเขาเป็นอย่างไรบ้าง
“หนูจะไปไร่ภูผาค่ะ ฮึก...ถ้าพ่อกับแม่รับรู้ ช่วยให้เขาคนนั้นยอมรับหนูด้วยนะคะ แม้มันอาจจะสายไปแล้วแต่หนูก็จะพยายาม ไปทวงสิทธิ์ของการเป็นคู่หมั้น เพราะตอนนี้หนูไม่มีที่พึ่งอีกแล้ว เป็นกำลังใจให้หนูด้วยนะคะ”
เจ้าหล่อนเอ่ยทั้งน้ำตา นอนกอดกรอบรูปถ่ายครอบครัวด้วยความคิดถึงท่านทั้งสองจับใจ ตอนนี้กรุงเทพฯ เป็นเหมือนสถานที่อันตรายสำหรับเธอไปแล้ว ‘ไร่ภูผา’ คือเป้าหมายใหม่ที่เธอคิดว่าน่าจะปลอดภัยที่สุดแล้ว
ช่วงเย็นวันนั้น.....แสงสีส้มอ่อนสะท้อนลงมาให้ความอบอุ่นแก่ผืนป่าสีเขียว ในช่วงพระอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำลงมา เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่คนงานต่างก็ทยอยเตรียมตัวกลับที่พักหลังจากหมดเวลาทำงาน เสียงสนทนาดังเซ็งแซ่ของคนงานเงียบลงเรื่อย ๆ จนบัดนี้มีเพียงเสียงนกร้องประสานเสียงดังมาให้ได้ยินเป็นระยะ ๆ“อยู่ที่นี่ก็ตั้งนาน...แต่ทำไมฉันไม่เคยมาเดินเล่นในไร่ช่วงเย็น ๆ อย่างนี้เลยนะ...รู้สึกดีจัง” เธอหันไปยิ้มให้ผู้เป็นสามี ขณะเดินจูงมือกันบนถนนลูกรังตรงกลางไร่องุ่นอย่างรู้สึกสบายใจ“ถ้าชอบเอาไว้ผมพามาบ่อย ๆ นะ รู้ไหมว่าคุณคือผู้หญิงคนแรกที่ผมเดินจูงมือในไร่อย่างนี้เลยนะ” เขาหันไปยิ้มให้ภรรยาสุดที่รัก ส่งความจริงใจผ่านนัยน์ตาคมคู่นั้น“น่าภูมิใจจัง เอ...ว่าแต่ฉันเป็นผู้หญิงคนที่เท่าไหร่ของคุณล่ะ”“เอาเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก”“เอาเรื่องจริงสิ ฉันอยากรู้ว่าคนอย่างพ่อเลี้ยงเวหาผ่านผู้หญิงมาแล้วกี่คน”“อืม...ขอผมนับแปบนึงนะ”“แสดงว่าเยอะน่าดูสินะ ฉันควรจะดีใจไหมเนี่ยที่ได้เป็นหนึ่งในเมียของคุณ” พรรณวรทส่ายหน้าเล็กน้อย ช่วงเวลาที่รอฟังคำตอบก็ทอดมองไปยังถนนที่อยู่ตรงหน้า มันไกลสุดลูกหูลูกตา ปลายทางมีภูเขาส
ผ่านเรื่องวุ่น ๆ มาแล้วตอนนี้ไร่ภูผากลับสู่ภาวะปกติเช่นเดิม ร้านกาแฟมีพนักงานสาวสวยเข้ามาใหม่ แต่ก็ไม่วายหลงเสน่ห์พ่อเลี้ยงเช่นเดิม พรรณวรทได้แต่ขำและคิดว่าคงหนีเรื่องอย่างนี้ไม่ได้ เพราะสามีของเธอออกจะหล่อและมาดแมนตรงสเปคสาว ๆ ถึงเพียงนี้ จึงเปลี่ยนจากระแวงเป็นความภูมิใจแทนซะเลยหลังจากถูกเสนอเงินจำนวนหนึ่งเพื่อให้ออกจากไร่ กาสะลองไม่เคยกลับมาเหยียบที่นี่อีกเลย แต่เพื่อนซี้ทั้งสองของเธอยังคงทำงานที่เดิม แม้นิสัยใจจะเปลี่ยนแปลงกันไม่ได้ แต่เมื่อไม่มีคนนำทีมอย่างกาสะลองก็ไม่มีปัญหาอะไร“คุณแอลลี่จะไปไหนครับ”ได้ยินเสียงพนาดังจากด้านหลัง พรรณวรทก็หันขวับไปมองแล้วส่งยิ้มให้“ฉันจะเข้าไปหาคุณใหญ่ที่ไร่ค่ะ พอดีว่าหัดทำขนมกล้วยเลยจะเอาไปส่งค่ะ คุณกลางมีอะไรหรือเปล่าคะ”“ผมมีอะไรจะให้ดูครับ” คนพูดยิ้มกริ่มราวกับมีเรื่องน่ายินดี“อะไรเหรอคะ คงจะเป็นเรื่องดี ๆ แน่นอนถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างนี้”พนาใช้นิ้วเขี่ยหน้าจอมือถืออยู่สักพักก็ยื่นมาให้พี่สะใภ้ดู“นี่ครับ”“นี่ใครกันคะหน้าตาสวยเชียว อย่าบอกนะว่าเป็นแฟนคุณกลาง”“ยังไม่ใช่แฟนครับ แค่กำลังตามจีบแต่ไม่รู้เขาจะยอมใจอ่อนหรือเปล่า”“ว่าแล้วเ
“แค่อยากรู้ว่าคุณรักผมมากแค่ไหน ตอนที่คุณร้องไห้อยู่บนรถผมโคตรจะดีใจมากเลยรู้ไหม คนอย่างพ่อเลี้ยงเวหาไม่มีทางยอมมีเมียน้อยให้เสียเกียรติหรอกครับผม”“ให้มันจริงอย่างที่พูดเถอะ ฉันจะคอยดู” เธอยิ้มและร้องไห้ในเวลาเดียวกัน ก่อนจะเป็นฝ่ายโน้มใบหน้าขึ้นไปจูบเขาก่อนเมื่อริมฝีปากสัมผัสกันแล้วเวหาก็คลายอ้อมกอด จับมือเรียวมาประสานนิ้วไว้บนที่นอนนุ่ม ส่งปลายลิ้นร้อนเข้าไปชอนไชลิ้มลองรสชาติความหอมหวานอย่างบ้าคลั่ง“อื้อ...”เวหาเริ่มปฏิบัติการปลดเปลื้องอาภรณ์ของเธอออกอย่างช้า ๆ จนเจ้าหล่อนอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า เขาจ้องมองทุกสัดส่วนของเธอปานจะกลืนกิน พร้อมทั้งถอดเสื้อผ้าตัวเองไปด้วย“ผมรักคุณมากนะแอลลี่ รักจนยอมให้คุณได้ทุกอย่าง”“ฉันก็รักคุณค่ะ”เวหาเดินเข่าเข้าไปนั่งตรงหว่างขาเรียว ยกขาข้างหนึ่งขึ้นมา ลากลิ้นเลียตั้งแต่ปลายเท้าแล้วหยุดอยู่ที่ต้นขา นัยน์ตาคมจ้องมองเนินสวาทด้วยแววตาเป็นประกาย แสดงออกทางสีหน้าว่าต้องการเธอมากแค่ไหน ก่อนจะแยกกลีบอูมทั้งสองข้างแล้วประทับริมฝีปากลง ลิ้มลองรสชาติอย่างหิวโหย“อ๊ะ...อื้อ...ซี๊ดดด....คุณใหญ่คะ!”จ๊วบ! จ๊วบ! จ๊วบ!พรรณวรทนอนดิ้นพล่าน ขบริมฝีปากล่างแน่น ๆ เ
สิ่งที่เธอได้ยินทำให้รู้สึกเจ็บปวดเหมือนโดนมีดกลีดกลางใจซ้ำ ๆ ดวงตาสวยแดงก่ำก่อนจะมีหยาดน้ำใส ๆ ไหลลงมาเป็นทางบนพวงแก้มขาว ไม่เคยคิดว่าเวหาจะตัดสินใจอย่างนี้ แล้วเธอยังอยากจะกลับไปหาเขาอยู่อีกหรือ(คุณแอลลี่ครับ!)(คุณแอลลี่ครับ!)“เอ่อ...ค่ะคุณกลาง”(คุณโอเคไหมครับเนี่ย จริง ๆ ผมไม่น่าพูดให้ฟังเลย)“ไม่เป็นไรค่ะฉันโอเค เขาคงตัดสินใจดีแล้วล่ะ คุณกลางแค่นี้ก่อนนะคะฉันต้องขึ้นไปห้องพักแล้ว”ตู๊ด ๆ ๆ ๆเธอไม่รอฟังคำร่ำลาจากปลายสาย เพราะตอนนี้น้ำตามันหลั่งออกมาไม่หยุดหย่อน แม้พยายามกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดออกมาแต่ก็ทำไม่ได้“ฮึก...ฮือ...”“คุณผู้หญิงเป็นอะไรไหมครับ”“ฉะ...ฉันไม่เป็นไรค่ะ”“จอดหน้าโรงแรมเลยใช่ไหมครับ”“ใช่ค่ะ”เธอรีบจ่ายเงินค่าโดยสารแล้วลงจากรถ เดินก้มหน้าตรงเข้าไปในโรงแรม เพราะกลัวว่าใครจะเห็นว่าตอนนี้เธออ่อนแอแค่ไหนห้านาทีต่อมา.......เข้ามาในห้องพักแล้วเจ้าหล่อนก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนอนอย่างไร้พลังงาน หยาดน้ำใสไหลลงจากหางตาเมื่อนึกถึงประโยคที่พนาเอ่ยผ่านสายมา หรือเขาจะหมดรักเธอแล้วจริง ๆ ถึงได้หักหาญน้ำใจกันเช่นนี้“คุณมันบ้าไปแล้ว ฮึก คุณทำอย่างนี้ได้ยังไงคุณใหญ่ ฉัน
“ว่ามาสิ”“กรุณาบอกลูกน้องในไร่ของคุณด้วยว่าฉันเป็นคู่หมั้นคุณ โดยเฉพาะไอ้พวกลูกน้องหื่นพวกนั้น ฉันยังไม่ได้ชำระความเรื่องที่คุณปล่อยให้ฉันอยู่กับไอ้พวกนั้นเลยนะ ถ้าพวกมันรุมโทรมฉันจะทำยังไง” พูดถึงเรื่องนี้พรรณวรทก็โมโหขึ้นอีกครั้ง“ก็ไม่ทำยังไง คุณจะได้มีผัวสมใจอยากยังไงล่ะ มีทีเดียวหลายคนเลยนะไม
“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ”“สมควรแล้วไหมล่ะ ทำไมคุณถึงไม่มียางอายเอาซะเลย ทำอย่างนั้นต่อหน้าคนอื่นได้ยังไง” หลังเกิดเหตุการณ์น่าอายที่ร้านกาแฟ เวหาก็ลากตัวเธอขึ้นรถขับออกมาจากที่นั่นโดยเร็ว พามายังท้ายไร่ก่อนจะเป็นเป้าสายตาไปมากกว่านี้“ก็คุณคิดจะหักหน้าฉัน ไม่มีทางยอมให้มันเกิดขึ้นหรอก” เธอยืนกอดอกทำหน้าไม
“คู่หมั้นพ่อเลี้ยงงั้นเหรอ!” คนที่เพิ่งมาใหม่ยืนอึ้งไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เพราะตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่ ยังไม่เคยเห็นเวหาพาผู้หญิงคนไหนเข้ามาในไร่เลยสักครั้ง“ใช่! แล้วคุณล่ะเป็นใคร” ตอนนี้เจ้าหล่อนหายจากอาการตื่นกลัวแล้ว สามารถพูดคุยกับอีกฝ่ายได้อย่างสบายใจขึ้น“ฉันชื่อดาวเรืองเป็นผู้จัดการไร่นี้
ในระหว่างทางคนทั้งสองต่างก็นั่งเงียบ อีกคนขับรถไปอย่างไม่สบอารมณ์ ส่วนอีกคนเอาแต่นั่งมองสองข้างทางด้วยความตื่นตาตื่นใจ ใบหน้าสวยมีรอยยิ้มตลอดเวลา เมื่อได้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของสองข้างทาง ธรรมชาติที่เธอไม่คิดว่าจะได้กลับมาสัมผัสมันอีกครั้ง หลังจากครอบครัวย้ายไปอยู่เมืองหลวงตั้งแต่เธอยังเด็กเอี๊ยด!





