Masukในระหว่างทางคนทั้งสองต่างก็นั่งเงียบ อีกคนขับรถไปอย่างไม่สบอารมณ์ ส่วนอีกคนเอาแต่นั่งมองสองข้างทางด้วยความตื่นตาตื่นใจ ใบหน้าสวยมีรอยยิ้มตลอดเวลา เมื่อได้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของสองข้างทาง ธรรมชาติที่เธอไม่คิดว่าจะได้กลับมาสัมผัสมันอีกครั้ง หลังจากครอบครัวย้ายไปอยู่เมืองหลวงตั้งแต่เธอยังเด็ก
เอี๊ยด!
ปึก!
“โอ๊ย! ขับรถเป็นหรือเปล่าเนี่ย หรือว่าคุณตั้งใจแกล้งฉัน” เจ้าหล่อนร้องโอดโอยหลังจากคนขับเบรกรถกะทันหัน ทำให้ศีรษะชนเข้ากับคอนโซลรถอย่างจัง จนต้องเอามือลูบหน้าผากป้อย ๆ
“แล้วแต่จะคิด คุณอยากมาเองช่วยไม่ได้นะ” ชายหนุ่มยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วลงจากรถไป
พรรณวรทตามลงมาติด ๆ แล้วเดินตรงไปหาเขา โดยยังไม่ได้ดูเลยว่าตอนนี้มีคนงานชายนับสิบ กำลังจ้องมองด้วยแววตาเป็นประกาย เพราะชุดเดรสสั้นสีแดงเพลิงที่เจ้าหล่อนสวมใส่ ล่อตาล่อใจคนที่ได้เห็นเหลือเกิน ยิ่งผิวขาวเนียนตัดกับสีชุดทำให้ดูมีออร่ายิ่งขึ้น
“คุณคิดว่าแค่นี้จะทำให้ฉันถอดใจงั้นเหรอ…ไม่มีทาง!”
“ถ้าคิดอยากจะเป็นเมียผม ก็ต้องทำความรู้จักกับลูกน้องผมก่อนสิ” ว่าพร้อมกระตุกยิ้มร้าย ปรายตามองชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งที่อยู่ด้านหลังหญิงสาว
“สวัสดีครับพ่อเลี้ยง” ทั้งหมดพร้อมใจกันทักทายเจ้าของไร่
“ทักทายกูแต่ทำไมตาไปมองคนอื่นอย่างนั้นวะ”
ได้ยินอย่างนั้นพรรณวรทก็หันหลังกลับไปมอง เจอสายตานับสิบคู่กำลังจ้องมองมาตาเป็นมัน คนพวกนั้นมองต่ำลงไปยังเรียวนาเนียนขาวอย่างตั้งใจ จนเธอต้องดึงชายกระโปรงลงด้วยความรู้สึกกลัว
“คนพวกนี้เป็นใครกัน”
“ลูกน้องผมยังไงล่ะ เดี๋ยวพาไปแนะนำให้รู้จัก มานี่!” เขาดึงมือเธอให้เดินเข้าไปใกล้ แต่ทว่าเจ้าหล่อนแทบไม่ขยับเท้า
“ไม่เอา! ฉันไม่อยากรู้จัก แค่เห็นก็รู้สึกขนลุกแล้ว” เธอแสดงสีหน้ารังเกียจอย่างออกนอกหน้า
“ต้องไป!” มีหรือที่เธอจะสู้แรงเขาได้ ดึงร่างบอบบางให้เดินตามหลังไปอย่างทุลักทุเล
“เฮ้ยพวกมึง วันนี้กูมีสาวสวยจะแนะนำให้รู้จักว่ะ” พ่อเลี้ยงเอ่ยกับลูกน้องอย่างเป็นกันเอง
“โห! ใครครับพ่อเลี้ยง โคตรสวยเลยอ่ะ หรือว่าจะเป็นเด็กใหม่ของพ่อเลี้ยงครับ”
“ใครก็ไม่รู้หลงทางมาว่ะ ฝากพวกมึงช่วยหาทางกลับบ้านให้เธอทีนะ กูไปล่ะ”
“ได้เลยครับพ่อเลี้ยง จะพาไปส่งให้ถึงที่บ้านเลยล่ะ”
เวหายักคิ้วให้เธออย่างเย้ยหยันก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้น เธอก้าวขาจะเดินตามหลังไป แต่ทว่าโดนคนงานเดินมาดักทางกักตัวไว้
“คุณใหญ่! รอฉันด้วย กรี๊ดด!! ออกไปเดี๋ยวนี้นะไอ้พวกคนงานชั้นต่ำ” เจ้าหล่อนขี้หน้าด่ากราดไปรอบตัว นั่นยิ่งทำให้คนพวกนั้นอยากจะแกล้งเธอมากขึ้น
“จะไปไหนครับน้องสาวคนสวย สวยขนาดนี้คนหรือนางฟ้าจ๊ะ”
“หุบปากเน่า ๆ ของแกไปเลย ออกไปเดี๋ยวนี้! ฉันเป็นคู่หมั้นของคุณใหญ่นะ พวกแกจะทำอย่างนี้ไม่ได้”
“ถ้าเป็นคู่หมั้นจริงมีหรือที่พ่อเลี้ยงจะปล่อยให้อยู่อย่างนี้ น้องสาวเป็นเด็กขายใช่ไหม สวย ๆ อย่างนี้ราคาเท่าไหร่จ๊ะ ฮ่า ๆ” คนพวกนั้นหัวเราะชอบใจ
“คุณใหญ่! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ จะปล่อยให้ฉันอยู่กับคนพวกนี้ไม่ได้นะ คุณใหญ่!” เธอตะโกนจนเสียงแหบแห้ง แต่ทว่ากลับไม่มีวี่แววว่าพ่อเลี้ยงเวหาจะกลับมารับตัวเธอ
“มามะ เดี๋ยวพวกพี่จะพาไปพักที่ห้องก่อน” มือเรียวถูกฉุดให้ดึงไปตามแรง เธอพยายามขัดขืนแต่ก็ไม่สามารถสู้แรงบุรุษได้
“ปล่อยฉันนะ ฮือ ๆ ไอ้พวกบ้า อย่าเอามือสกปรกของพวกแกมาจับตัวฉัน ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!” เจ้าหล่อนตะโกนร้องอย่างสุดเสียง เมื่อไม่มีทางรอดแล้วจึงนั่งร้องไห้อยู่กลางวง
“พวกเอ็งทำอะไรกัน!” เสียงใครบางคนตะโกนดังเข้ามา ปลุกให้พรรณวรทตื่นจากความกลัว เงยขึ้นมายิ้มอย่างมีความหวัง
“รีบเผ่นกันเถอะพวกมึง!” เมื่อรู้ว่าเป็นเสียงใคร ชายกลุ่มนั้นต่างก็รีบวิ่งหนีไปคนละทาง ราวกับผู้ร้ายวิ่งหนีตำรวจเสียอย่างนั้น
“ช่วยด้วยค่ะช่วยด้วย”
เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งอายุราวสามสิบต้น ๆ แต่งกายอย่างทะมัดทะแมง เสื้อแขนยาวลายสก็อต เข้าคู่กับกางเกงยีนสีซีดตัวเก่า ๆ พร้อมกับหมวกคาวบอย ยืนจ้องมองมาราวกับมีคำถามมากมาย
“คุณเป็นใคร เข้ามาที่นี่ได้ยังไง ดูแต่งเนื้อแต่งตัวเข้าสิ ล่อเสือล่อตะเข้ซะขนาดนั้น” คนพูดมองมาราวกับพรรณวรทคือตัวประหลาด
“ช่วยฉันด้วยค่ะ ไอ้คนงานพวกนั้นมันจะลวนลามฉัน ฉันชื่อแอลลี่เป็นคู่หมั้นคุณใหญ่เจ้าของไร่นี้คุณรู้จักใช่ไหม”
ช่วงเย็นวันนั้น.....แสงสีส้มอ่อนสะท้อนลงมาให้ความอบอุ่นแก่ผืนป่าสีเขียว ในช่วงพระอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำลงมา เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่คนงานต่างก็ทยอยเตรียมตัวกลับที่พักหลังจากหมดเวลาทำงาน เสียงสนทนาดังเซ็งแซ่ของคนงานเงียบลงเรื่อย ๆ จนบัดนี้มีเพียงเสียงนกร้องประสานเสียงดังมาให้ได้ยินเป็นระยะ ๆ“อยู่ที่นี่ก็ตั้งนาน...แต่ทำไมฉันไม่เคยมาเดินเล่นในไร่ช่วงเย็น ๆ อย่างนี้เลยนะ...รู้สึกดีจัง” เธอหันไปยิ้มให้ผู้เป็นสามี ขณะเดินจูงมือกันบนถนนลูกรังตรงกลางไร่องุ่นอย่างรู้สึกสบายใจ“ถ้าชอบเอาไว้ผมพามาบ่อย ๆ นะ รู้ไหมว่าคุณคือผู้หญิงคนแรกที่ผมเดินจูงมือในไร่อย่างนี้เลยนะ” เขาหันไปยิ้มให้ภรรยาสุดที่รัก ส่งความจริงใจผ่านนัยน์ตาคมคู่นั้น“น่าภูมิใจจัง เอ...ว่าแต่ฉันเป็นผู้หญิงคนที่เท่าไหร่ของคุณล่ะ”“เอาเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก”“เอาเรื่องจริงสิ ฉันอยากรู้ว่าคนอย่างพ่อเลี้ยงเวหาผ่านผู้หญิงมาแล้วกี่คน”“อืม...ขอผมนับแปบนึงนะ”“แสดงว่าเยอะน่าดูสินะ ฉันควรจะดีใจไหมเนี่ยที่ได้เป็นหนึ่งในเมียของคุณ” พรรณวรทส่ายหน้าเล็กน้อย ช่วงเวลาที่รอฟังคำตอบก็ทอดมองไปยังถนนที่อยู่ตรงหน้า มันไกลสุดลูกหูลูกตา ปลายทางมีภูเขาส
ผ่านเรื่องวุ่น ๆ มาแล้วตอนนี้ไร่ภูผากลับสู่ภาวะปกติเช่นเดิม ร้านกาแฟมีพนักงานสาวสวยเข้ามาใหม่ แต่ก็ไม่วายหลงเสน่ห์พ่อเลี้ยงเช่นเดิม พรรณวรทได้แต่ขำและคิดว่าคงหนีเรื่องอย่างนี้ไม่ได้ เพราะสามีของเธอออกจะหล่อและมาดแมนตรงสเปคสาว ๆ ถึงเพียงนี้ จึงเปลี่ยนจากระแวงเป็นความภูมิใจแทนซะเลยหลังจากถูกเสนอเงินจำนวนหนึ่งเพื่อให้ออกจากไร่ กาสะลองไม่เคยกลับมาเหยียบที่นี่อีกเลย แต่เพื่อนซี้ทั้งสองของเธอยังคงทำงานที่เดิม แม้นิสัยใจจะเปลี่ยนแปลงกันไม่ได้ แต่เมื่อไม่มีคนนำทีมอย่างกาสะลองก็ไม่มีปัญหาอะไร“คุณแอลลี่จะไปไหนครับ”ได้ยินเสียงพนาดังจากด้านหลัง พรรณวรทก็หันขวับไปมองแล้วส่งยิ้มให้“ฉันจะเข้าไปหาคุณใหญ่ที่ไร่ค่ะ พอดีว่าหัดทำขนมกล้วยเลยจะเอาไปส่งค่ะ คุณกลางมีอะไรหรือเปล่าคะ”“ผมมีอะไรจะให้ดูครับ” คนพูดยิ้มกริ่มราวกับมีเรื่องน่ายินดี“อะไรเหรอคะ คงจะเป็นเรื่องดี ๆ แน่นอนถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างนี้”พนาใช้นิ้วเขี่ยหน้าจอมือถืออยู่สักพักก็ยื่นมาให้พี่สะใภ้ดู“นี่ครับ”“นี่ใครกันคะหน้าตาสวยเชียว อย่าบอกนะว่าเป็นแฟนคุณกลาง”“ยังไม่ใช่แฟนครับ แค่กำลังตามจีบแต่ไม่รู้เขาจะยอมใจอ่อนหรือเปล่า”“ว่าแล้วเ
“แค่อยากรู้ว่าคุณรักผมมากแค่ไหน ตอนที่คุณร้องไห้อยู่บนรถผมโคตรจะดีใจมากเลยรู้ไหม คนอย่างพ่อเลี้ยงเวหาไม่มีทางยอมมีเมียน้อยให้เสียเกียรติหรอกครับผม”“ให้มันจริงอย่างที่พูดเถอะ ฉันจะคอยดู” เธอยิ้มและร้องไห้ในเวลาเดียวกัน ก่อนจะเป็นฝ่ายโน้มใบหน้าขึ้นไปจูบเขาก่อนเมื่อริมฝีปากสัมผัสกันแล้วเวหาก็คลายอ้อมกอด จับมือเรียวมาประสานนิ้วไว้บนที่นอนนุ่ม ส่งปลายลิ้นร้อนเข้าไปชอนไชลิ้มลองรสชาติความหอมหวานอย่างบ้าคลั่ง“อื้อ...”เวหาเริ่มปฏิบัติการปลดเปลื้องอาภรณ์ของเธอออกอย่างช้า ๆ จนเจ้าหล่อนอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า เขาจ้องมองทุกสัดส่วนของเธอปานจะกลืนกิน พร้อมทั้งถอดเสื้อผ้าตัวเองไปด้วย“ผมรักคุณมากนะแอลลี่ รักจนยอมให้คุณได้ทุกอย่าง”“ฉันก็รักคุณค่ะ”เวหาเดินเข่าเข้าไปนั่งตรงหว่างขาเรียว ยกขาข้างหนึ่งขึ้นมา ลากลิ้นเลียตั้งแต่ปลายเท้าแล้วหยุดอยู่ที่ต้นขา นัยน์ตาคมจ้องมองเนินสวาทด้วยแววตาเป็นประกาย แสดงออกทางสีหน้าว่าต้องการเธอมากแค่ไหน ก่อนจะแยกกลีบอูมทั้งสองข้างแล้วประทับริมฝีปากลง ลิ้มลองรสชาติอย่างหิวโหย“อ๊ะ...อื้อ...ซี๊ดดด....คุณใหญ่คะ!”จ๊วบ! จ๊วบ! จ๊วบ!พรรณวรทนอนดิ้นพล่าน ขบริมฝีปากล่างแน่น ๆ เ
สิ่งที่เธอได้ยินทำให้รู้สึกเจ็บปวดเหมือนโดนมีดกลีดกลางใจซ้ำ ๆ ดวงตาสวยแดงก่ำก่อนจะมีหยาดน้ำใส ๆ ไหลลงมาเป็นทางบนพวงแก้มขาว ไม่เคยคิดว่าเวหาจะตัดสินใจอย่างนี้ แล้วเธอยังอยากจะกลับไปหาเขาอยู่อีกหรือ(คุณแอลลี่ครับ!)(คุณแอลลี่ครับ!)“เอ่อ...ค่ะคุณกลาง”(คุณโอเคไหมครับเนี่ย จริง ๆ ผมไม่น่าพูดให้ฟังเลย)“ไม่เป็นไรค่ะฉันโอเค เขาคงตัดสินใจดีแล้วล่ะ คุณกลางแค่นี้ก่อนนะคะฉันต้องขึ้นไปห้องพักแล้ว”ตู๊ด ๆ ๆ ๆเธอไม่รอฟังคำร่ำลาจากปลายสาย เพราะตอนนี้น้ำตามันหลั่งออกมาไม่หยุดหย่อน แม้พยายามกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดออกมาแต่ก็ทำไม่ได้“ฮึก...ฮือ...”“คุณผู้หญิงเป็นอะไรไหมครับ”“ฉะ...ฉันไม่เป็นไรค่ะ”“จอดหน้าโรงแรมเลยใช่ไหมครับ”“ใช่ค่ะ”เธอรีบจ่ายเงินค่าโดยสารแล้วลงจากรถ เดินก้มหน้าตรงเข้าไปในโรงแรม เพราะกลัวว่าใครจะเห็นว่าตอนนี้เธออ่อนแอแค่ไหนห้านาทีต่อมา.......เข้ามาในห้องพักแล้วเจ้าหล่อนก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนอนอย่างไร้พลังงาน หยาดน้ำใสไหลลงจากหางตาเมื่อนึกถึงประโยคที่พนาเอ่ยผ่านสายมา หรือเขาจะหมดรักเธอแล้วจริง ๆ ถึงได้หักหาญน้ำใจกันเช่นนี้“คุณมันบ้าไปแล้ว ฮึก คุณทำอย่างนี้ได้ยังไงคุณใหญ่ ฉัน
@กรุงเทพมหานครได้กลับมาที่นี่อีกครั้งทำให้พรรณวรทนึกถึงเรื่องราวเก่า ๆ ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งยังมีบิดาอยู่ข้างกาย บ้านราคาหลายสิบล้านตอนนี้ตกเป็นของคนอื่นไปแล้ว เธอจะไม่มีวันลืมว่ามันเคยเป็นสถานที่ซึ่งบันทึกเรื่องราวความทรงจำดี ๆ ระหว่างเธอกับบิดาเอาไว้ แต่ก็ไม่คิดที่จะเอามันกลับคืนมาเป็นของตัวเองแล้ว ก็เพราะบ้านหลังนั้นอีกเช่นกันที่ทำให้บิดาเธอต้องปลิดชีพตัวเองออกจากโรงแรมที่พักแล้วเธอก็เดินทางมาที่วัด ซึ่งเป็นสถานที่เก็บอัฐิของบิดาเอาไว้ เดินถือพวงมาลัยไปตรงไปยังโซนที่ตั้งของเจดีย์บรรจุอัฐิ ซึ่งถูกจัดวางไว้เป็นสัดเป็นส่วนอย่างมีระเบียบ เมื่อถึงที่หมายแล้วเจ้าหล่อนก็หยุดอยู่ตรงหน้าเจดีย์ ซึ่งมีรูปของผู้เป็นบิดาติดอยู่พร้อมกับชื่อที่บ่งบอกว่าเป็นผู้ใด“พ่อ...หนูมาหาพ่อแล้วนะคะ” เธอนั่งพับเพียบแล้ววางพวงมาลัยที่ถูกร้อยเรียงอย่างปรานีตไว้บนฐานเจดีย์ ก่อนจะก้มลงกราบระลึกถึงบุญคุณที่ท่านให้กำเนิด และเลี้ยงดูจนเติบใหญ่มาจนถึงตอนนี้“วันนี้หนูไปเคลียร์หนี้สินของเราจนหมดทุกเจ้าแล้วนะคะ พ่อไม่ต้องห่วงอะไรแล้วนะ เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์เป็นเงินของคุณใหญ่ ผู้ชายที่พ่ออยากให้หนูแต่งงานด้วย แ
“ใช่หรือไม่ใช่พวกเธอต่างก็รู้ดี ถ้าพวกเธอสองคนยังอยากทำงานที่นี่ต่อไป บอกความจริงฉันมาว่าวันนั้นที่น้ำตก พวกเธอรู้เห็นอะไรบ้าง” มาถึงขั้นนี้แล้วพรรณวรทต้องการทำให้เรื่องมันกระจ่างเสียที มันจะได้จบ ๆ ไป“พวกเราไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลยนะคะแม่เลี้ยง”กาสะลองยิ้มเยาะอย่างพอใจ เพราะคิดว่าถึงอย่างไรเพื่อนทั้งสองก็ไม่มีทางหักหลังเป็นแน่“ใช่ ๆ พวกเราไม่ได้ไปที่นั่นจริง ๆ ค่ะมีแต่นังกาสะลองคนเดียวเท่านั้น”“เล่ามาว่าพวกเธอรู้เห็นอะไรบ้าง แล้วฉันจะไม่เอาเรื่อง”“นี่พวกแกกล้าหักหลังฉันเหรอ!” เจ้าหล่อนถลึงตามองเพื่อนสองเพื่อข่มขู่“ฉันขอโทษนะกาสะลอง เพราะถ้ายังอยู่ข้างแกพวกฉันก็ไม่มีเงาหัวแน่ ๆ แม่เลี้ยงคะ นังกาสะลองมันเป็นคนผลักเพื่อนแม่เลี้ยงตกน้ำในวันนั้น สร้างสถานการณ์ให้แม่เลี้ยงโดนใส่ร้ายค่ะ”“อีคำหล้าอีเพื่อนสารเลว มึงกล้าหักหลังกู”เพี๊ยะ!ด้วยความโมโหกาสะลองรีบพุ่งเข้าหาเพื่อน ขยุ้มผมด้านหลังแล้วง้างมือฟาดเข้าไปที่ใบหน้าสุดแรง หลังจากนั้นความชุลมุนในห้องพักคนงานก็เริ่มต้นขึ้นจากการตบตีของเพื่อนรักทั้งสามคน คนที่อยู่ในหอพักต่างก็ตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อมามุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพรรณวรทเดินกล
“ว่ามาสิ”“กรุณาบอกลูกน้องในไร่ของคุณด้วยว่าฉันเป็นคู่หมั้นคุณ โดยเฉพาะไอ้พวกลูกน้องหื่นพวกนั้น ฉันยังไม่ได้ชำระความเรื่องที่คุณปล่อยให้ฉันอยู่กับไอ้พวกนั้นเลยนะ ถ้าพวกมันรุมโทรมฉันจะทำยังไง” พูดถึงเรื่องนี้พรรณวรทก็โมโหขึ้นอีกครั้ง“ก็ไม่ทำยังไง คุณจะได้มีผัวสมใจอยากยังไงล่ะ มีทีเดียวหลายคนเลยนะไม
“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ”“สมควรแล้วไหมล่ะ ทำไมคุณถึงไม่มียางอายเอาซะเลย ทำอย่างนั้นต่อหน้าคนอื่นได้ยังไง” หลังเกิดเหตุการณ์น่าอายที่ร้านกาแฟ เวหาก็ลากตัวเธอขึ้นรถขับออกมาจากที่นั่นโดยเร็ว พามายังท้ายไร่ก่อนจะเป็นเป้าสายตาไปมากกว่านี้“ก็คุณคิดจะหักหน้าฉัน ไม่มีทางยอมให้มันเกิดขึ้นหรอก” เธอยืนกอดอกทำหน้าไม
“คู่หมั้นพ่อเลี้ยงงั้นเหรอ!” คนที่เพิ่งมาใหม่ยืนอึ้งไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เพราะตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่ ยังไม่เคยเห็นเวหาพาผู้หญิงคนไหนเข้ามาในไร่เลยสักครั้ง“ใช่! แล้วคุณล่ะเป็นใคร” ตอนนี้เจ้าหล่อนหายจากอาการตื่นกลัวแล้ว สามารถพูดคุยกับอีกฝ่ายได้อย่างสบายใจขึ้น“ฉันชื่อดาวเรืองเป็นผู้จัดการไร่นี้
เช้าวันใหม่ในไร่ภูผาได้เริ่มต้นขึ้น พรรณวรทเดินออกมาจากห้องด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม นั่นเพราะรู้สึกพอใจกับอากาศที่สดชื่นของไร่แห่งนี้ มันช่างแตกต่างจากเมืองหลวงที่เธอจากมาลิบลับ กวาดสายตามองหาคนในบ้าน ก่อนจะเจอกับแม่บ้านสูงวัยกำลังจะเดินผ่าน จึงกวักมือเรียกให้เข้ามาหาตนเอง“นี่ ๆ ป้า”“มีอะไรให้อิฉันรับใ







