ตอนที่ 5 สูตินรีเวช
“คุณภารัญ แต่คุณดื่มไปเยอะแล้วนะคะ ตาคุณแดงก่ำเลย มาค่ะหนูช่วยครึ่งแก้ว”
“ไม่ได้ ฉันดื่มเอง” ภารัญสาดเหล้าทั้งหมดล่วงผ่านเข้าในลำคอ จากนั้นหันไปบอกลาเพื่อน ๆ ทุกคน
“เดี๋ยวค่ะภารัญ คืนนี้ลิตาเมามาก คุณไปส่งลิตานะคะ” ลิตาพุ่งเข้ามากอดแขนแฟนหนุ่มพยายามเบียดหน้าอกนุ่มถูลงไปบนร่างกายกำยำ มนตกานต์มองตามอากัปกิริยานั้นแล้วรีบเบือนหน้าหลบไปทันที
“คุณเมาหรือ”
“ค่ะ เมามากเลย คืนนี้คุณไปส่งลิตาที่คอนโดนะคะ คอนโดลิตาอยู่ใกล้ ๆ นี้เอง”
“เมามากหรือจ๊ะ หนูลิตา”
ไม่ผิดจากที่คุณหญิงเพียงเพ็ญคาดการณ์เอาไว้ คนขับรถที่เธอส่งไปยังโรงแรมเคเคบอกว่าเมื่อไปถึง ไม่พบภารัญที่นั่นเจอแต่ผู้ชายสามสี่คนกำลังนั่งดื่มอยู่ภายในห้องพัก เมื่อให้คนขับรถเช็กสัญญาณจีพีเอสของลูกชายเห็นว่าภารัญยังไม่ได้ออกไปจากร้านเหล้า เธอจึงมั่นใจว่าลิตาคงใช้แผนสกปรก คิดโยนมนตกานต์ไปเข้าปากหมาขี้เรื้อนเหล่านั้น ยิ่งเห็นอย่างนี้มีหรือเธอจะยอมให้ลูกชายคว้าผู้หญิงใจคอโหดร้าย น่ารังเกียจมาเป็นเมีย
“คุณแม่!”
“หนูกานต์ พาพี่เขากลับบ้านเถอะลูก ส่วนเธอหนูลิตา ถ้าเมามากเพื่อนมีออกเต็มห้อง คงไม่มีใครปล่อยให้เธอ เมาจนลงไปนอนกลิ้งอยู่ข้างถนนหรอกจริงไหมจ๊ะ”
อาการกระสับกระส่ายร้อนรุ่มกระวนกระวาย จนภารัญนั่งไม่เป็นสุข จนทั้งคุณหญิงเพียงเพ็ญและมนตกานต์อดเป็นห่วงไม่ได้
“คุณภารัญคะ คุณไม่สบายเหรอคะตัวร้อนจี๋เลย” มนตกานต์วางหลังมือลงไปอังหน้าผากแดง
“ร้อน...มันร้อน” มือทึ้งดึงกระชากกระดุมเสื้อขาดกระเด็น
“ตารัญ เป็นอะไรลูก”
“คุณแม่ ร้อน...เจ็บ”
“อื้อ...” แก้มแดงสะบัดขวับหันกลับไปมองถนนนอกกระจกรถทันที เมื่อว่าที่สามีตะปบมือลงไปกำเป้ากางเกง ซึ่งเวลานี้มีอะไรบางอย่างมันแข็งลักษณะเป็นแท่งยาว ใหญ่จนมือภารัญกำเอาไว้แทบไม่มิด
“ตายแล้วลูกชายฉัน” คนที่ผ่านร้อน ผ่านหนาวมามาก หากแต่ไม่เคยเจอเหตุการณ์วิปริตน่าเกลียดอย่างนี้มาก่อน
“อ๊ากกกก”
“โอ๊ยยย เจ็บ” เจ้าของแขนเล็กสะดุ้งเฮือกเมื่อมือหยาบคว้าเอวบางกระชากเข้าไปหา
“ตารัญ”
“ไปโรงพยาบาลดีไหมครับ คุณผู้หญิง”
“ไปสิ จะรออะไรเล่า”
ภายในแผนกฉุกเฉินภารัญถูกทั้งหมอและพยาบาล ปฐมพยาบาลเจือจางฤทธิ์ของยาอุบาทว์ ด้านหน้านั้นมีนายตำรวจสองนายซึ่งคุณหญิงเพียงเพ็ญให้คนขับรถไปแจ้งความ กำลังนั่งสอบปากคำว่าที่ลูกสะใภ้ว่าก่อนหน้านี้ภายในห้องคาราโอเกะนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“คืนนี้ป้าฝากให้หนูกานต์ดูแลพี่เขาด้วยนะลูก” สัมผัสอ่อนโยนของคนเป็นแม่ลูบลงไปบนเรือนผมสีดำขลับของลูกชายเพียงคนเดียว
“ค่ะ”
ภาพมนตกานต์ นั่งสัปหงกจนหัวโขกหลังมือของเขาทำให้ภารัญนึกโมโหตัวเองไม่น้อย ภาพเหตุการณ์ก่อนสติสัมปชัญญะของเขาจะหลุดลอยไปคือแก้วเหล้าที่ลิตาส่งให้ กับท่าทีคะยั้นคะยอขอให้เขาไปส่งนั้นทำให้ภารัญเริ่มสับสนถึงตัวตนของลิตา
“นี่...นี่เธอ” หลังมือมีสายน้ำเกลือเจาะเกะกะเกลี่ยลงไปบนแก้มใสจนเห็นเลือดฝาดเพราะมันปราศจากรองพื้นหรือแป้งพัพฟ์แต่งแต้มระบายสี
“หา นี่คุณตื่นแล้วหรือคะ เป็นยังไงบ้างยัง..เอ่อ ยังเจ็บอะไรตรงไหนอีกหรือเปล่า” ปากบางเม้มกัดเมื่อไม่อาจสลัดภาพท่อนกระบองยักษ์ลำใหญ่เมื่อคืนออกไปจากหัวได้สักที
“หิวน้ำ ขอน้ำให้ฉันหน่อยได้ไหม”
“อือ” มือยกขึ้นมาขยี้ตาสองสามทีแล้วเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำเทจากขวดใส่แก้ว แล้วเดินนำกลับมาให้
“เมื่อคืน ขอบใจนะ”
“ค่ะ” เจ้าของแก้มแดงก้มหน้างุด ๆ มุดลงไปพยายามซ่อนความเขินอายไม่ให้อีกฝ่ายเห็น มนตกานต์ละอยากเอามือทุบสมองตัวเองเหลือเกิน เพราะไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่สามารถสลัดภาพเป้ากางเกงของภารัญออกไปได้เสียที
“ทำไม เป็นอะไร ไม่สบายเหรอ” มืออุ่นแตะทาบลงไปบนหน้าผากแดง
“เปล่าค่ะ หนูไปห้องน้ำก่อนนะคะ”
โครม !
“โอ๊ยยยยยย”
“กานต์ เธอเป็นอะไร”
“โอ๊ยยยยย ซี้ดดดด โอ๊ยยยยย”
เสียงโครมดังลั่น กับเสียงร้องโอดโอยมาจากในห้องน้ำ ภารัญกระชากสายน้ำเกลือบนหลังมือทิ้งก่อนจะวิ่งตามเข้าไปในห้องน้ำแคบ นั้นเห็นมนตกานต์นั่งตัวงออยู่บนพื้นห้องน้ำ
“เธอเป็นอะไร”
“เจ็บจิ๋ม”
“ฮะ!”
“จิ๋ม ชนขอบอันนั้น....”
“เอ่อ..”
คราวนี้หน้าแดงขึ้นสีทั้งแก้มของภารัญและมนตกานต์สายตาประหม่ามองต่ำลงไปยังมือบางที่วางทาบกดลงไปยังตรงกลางระหว่างง่ามขาสองข้าง ใบหน้ากลม ยับยู่ยี่ วางซบแก้มก้อนลงมาบนหัวไหล่จนภารัญทำอะไรไม่ถูก
“เอ่อ คือ...แล้ว เอ่อ...ฉัน...ฉันจะช่วยเธอยังไง”
"หนูเจ็บ..คุณภารัญเจ็บจิ๋ม"
“รัญ ตารัญลูก หนูกานต์”
“หา...คุณแม่”
ภายในห้องพักผู้ป่วยเวลานี้มีทั้งคุณหญิงเพียงเพ็ญที่ตั้งใจมาเยี่ยมลูกชาย คุณหมอประจำไข้ที่เข้ามาตรวจอาการตามเวลา รวมถึงพยาบาลสาวอีกสองคน และที่เดินตามเข้ามาด้านหลังนั่นคือนายตำรวจสองคนที่ตั้งใจจะมาสอบปากคำภารัญเพิ่มเติม
“หนูกานต์ ทำไมเดินอย่างนั้นละลูก หรือว่า....”
sds
สายตาหกคู่มองดูท่าเดินอันแปลกประหลาดของมนตกานต์ซึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมภารัญ ในสภาพขาสองข้างหนีบชิดติดเข้าหากัน มือบางกดบีบลงไปยังเบื้องต่ำอันเป็นอวัยวะสำคัญของผู้หญิง หลังมือขาวมีรอยเทปกาวซึ่งเคยยึดสายน้ำเกลือมีเลือดไหลออกมา แล้วบนกระโปรงสั้นของว่าที่ลูกสะใภ้นั้นยังเปรอะเต็มไปด้วยคราบเลือด
“โอยยยย ซี้ดดด เจ็บจิ๋มค่ะ”
“ตารัญ หนูกานต์”
“ไม่ใช่ ไม่ใช่นะครับคุณแม่”
กว่าภารัญจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ทุกคนเข้าใจได้ หน้าเขาร้อนจนเหมือนมีไฟมาเผา ส่วนมนตกานต์ถูกพาไปยังแผนกสูตินรีเวชเพื่อตรวจดูว่าไอ้ที่เดินเอาของสงวนไปชนขอบโต๊ะนั้นบาดเจ็บมากน้อยแค่ไหน
“เป็นยังไงบ้างลูก” คุณหญิงเพียงเพ็ญเดินเข้ามาประคองกอดเอวเด็กสาว
“แหะ ๆ ดีขึ้นแล้วค่ะ”
“เธอนี่มันจริง ๆ เลย”
“ภารัญ” ลิตาเดินมาหยุดยืนมองคนทั้งสองด้วยความสงสัย ป้ายประจำแผนกสูตินรีเวชด้านบนทำให้เธอร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด
“รัญ เข็นรถพาน้องกลับไปนอนพักที่ห้องก่อนเถอะ น้องยัง...เจ็บอยู่ เดี๋ยวจะกระเทือน”
“คุณแม่ครับ”
ภารัญหันไปทางแฟนสาว แล้วหวนนึกถึงคำบอกเล่าของนายตำรวจเมื่อเช้าที่บอกกับเขาว่าคนที่วางยาเขานั้นคือลิตา อีกทั้งคำบอกเล่าเรื่องราวพร้อมหลักฐานการล่อหลอก ลวงให้มนตกานต์ไปหาเขาในโรงแรมม่านรูดนั้นอีก
“พาน้องไปพักก่อนเถอะ เมื่อคืนหนูกานต์เขาอยู่ดูแลลูกทั้งคืนแล้ว คงจะทั้งเหนื่อย ทั้งเพลีย เดี๋ยวหนูลิตาแม่คุยเอง” คุณหญิงเพียงเพ็ญเน้นคำว่า ‘ดูแลทั้งคืน’ หันไปยิ้มเยือกเย็นให้กับแฟนลูกชาย แอบหวังผลจากการสื่อความหมายอันกำกวมนั้น
“แต่ว่า...” ภารัญก้มลงมองปากยู่ของคนที่นั่งตัวงออยู่บนรถเข็นแล้วจึงยอมเข็นรถนั่ง เดินห่างไปตามทางเดิน
“ภารัญคะ”
“หยุดก่อนจ่ะลิตา เธอกับฉัน เรายังมีเรื่องต้องคุยกันอีกมาก”
“เด็กนั่น....เป็นอะไรคะ” ตาขวางมองระแวงไปยังป้ายหน้าห้องสำหรับ ‘ตรวจภายใน’ หากแต่ความคิดอกุศลเพราะเธอเองก็หวังผลจากการวางยาปลุกเซ็กส์เมื่อคืน ทำให้ลิตายิ่งรู้สึกหงุดหงิดโกรธเคือง ขุ่นแค้นคนที่ทำให้แผนการของเธอล้มไม่เป็นท่า
“เธอไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
“ไม่จริง ถ้าภารัญมีสติครบถ้วน เขาไม่มีวันตาต่ำหลงไปเอาเด็กนั่นแน่ เขาก็ไม่มีวันนอกใจลิตา”
“เธอคิดว่าภารัญขาดสติอย่างนั้นหรือ”
“แน่นอน ภารัญเขารักลิตาคนเดียว เมื่อคืนนี้ถ้าเด็กนั่นไม่พาเขากลับไปก่อน บางที....”
“บางทีเมื่อคืนนี้ อาจเป็นเธอสินะที่ได้นอนกับลูกชายฉัน น่าเสียดายที่แผนของเธอไม่เป็นไปตามคาด”
“คุณแม่!!!”
“พ่อ แม่ของเธอจะทำหน้ายังไงนะ ถ้ามีหมายเรียกส่งไปถึงบ้าน”
“คุณแม่หมายความว่ายังไงคะ” แววตาประหม่ามองด้วยความหวาดระแวง กระทั่งด้านหลังนั้นมีนายตำรวจสองคนเดินเข้ามาสมทบ
“ขอเชิญคุณลิตา ไปให้ปากคำกับทางตำรวจเกี่ยวกับคดีการมอมยาคุณภารัญเมื่อคืนนี้ด้วยนะครับ”
“มอมยา คุณแม่เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าคะ”
“เมื่อคืนนี้กล้องวงจรปิดภายในร้านเหล้าแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเธอหยอดอะไรบางอย่างลงไปในแก้วเหล้าลูกชายฉัน แถมยังข้อความหลอกให้มนตกานต์ไปโรงแรมม่านรูด อย่าคิดว่าฉันรู้ไม่ทันเธอนะลิตา”
“นี่....”
“ฉันมีใบรับรองทางการแพทย์ ถึงอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ จนเกือบกลายเป็นภาวะช็อก หัวใจวายเฉียบพลันผลของภารัญ ซึ่งมีผมข้างเคียงมาจากยานรกนั้น ฉันสามารถแจ้งความข้อหาพยายามฆ่ากับเธอได้ เรื่องนี้จะกลายเป็นข่าวใหญ่บนหน้าฟีดสื่อออนไลน์ทุกแขนง พ่อ แม่ ญาติ พี่น้อง รวมถึงเพื่อน ๆ ของเธอทุกคน จะรับรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเธอ”
“ไม่...”
“ถ้าไม่อยากให้ฉันเดินหน้า เธอก็แค่ถอยหลังไป เข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม”
ตอนพิเศษที่ 5คุณแม่ลูกอ่อน นอนหลับอย่างสบายบนเตียงนอนอันหนานุ่ม ผ้าห่มอุ่นคลุมทับให้เธอได้ซุกตัวหลับอย่างเต็มอิ่ม คุณแม่ยังสาวขยับเปิดเปลือกตาขึ้นมาพบว่าห้องนอนกว้างขวางมีเพียงความสลัวอันเงียบสงบ รอบด้านหน้าต่างทุกบานถูกผ้าม่านสีทึบรูดปิดจนไม่มีช่องให้แสงแดดภายนอกลอดผ่านเข้ามา“ฮึ” ไม่มีใครอื่นอีกแล้วที่จะแสนดีเท่าสามีของเธอคนนี้ ดูทีการันต์คงอยากให้เธอนอนหลับสบายจึงได้ปิดม่านมิดชิดอย่างนี้“ที่รัก” วีรดาลุกขึ้นมาคว้านาฬิกากดเปิดดูเวลา ด้วยความสงสัยเพราะดูเหมือนวันนี้เธอหลับได้เต็มอิ่มเหลือเกิน“เที่ยง! ตายแล้ว นี่ฉันนอนเพลินขนาดนี้เชียวหรือ”คุณแม่ลูกสี่ลุกขึ้นมานั่งบิดขี้เกียจ จากนั้นรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อลงไปดูว่าลูก ๆ ยังสุขสบายดีหรือเปล่า เพราะวีรดาจำได้ว่าวันนี้เป็นวันเสาร์ลูกสาวและลูกชายไม่ได้ไปโรงเรียน“คุณแม่” ลูกสองคนเงยหน้าขึ้นมาจากของเล่นกระโดดตัวลอยวิ่งเข้ามาหาคุณแม่คนสวยทันที“คุณพ่อขา คุณแม่ลงมาแล้วค่ะ” พันดาวสาวน้อยช่างเจรจาพุ่งเข้ามากอดเอวคนเป็นแม่“ไงคะเด็ก ๆ เล่นอะไรกันอยู่เอ่ย” วีรดาย่อตัวลงมารั้งลูกทั้งสองเข้ามาหอมแก้มคนละที ก่อนที่สายตาจะมองไปเห็นการัน
ตอนพิเศษที่ 4ภายในห้องพักผู้ป่วยมีทั้งปู่ย่า อากง คุณลุง คุณป้า ต่างนั่งรอคอยการปรากฏตัวของสมาชิกใหม่อย่างใจจดใจจ่อ มุมหนึ่งคู่พี่น้องฝาแฝดนั่งกอดตุ๊กตา ที่ตั้งใจเอามาให้น้องเป็นของขวัญ ตะวันและพันดาวนั่งชะเง้อคอรอพ่อกับแม่ โดยมีนารินทร์อยู่เคียงข้าง“ตะวัน พันดาวหนูสองคนตื่นเต้นไหมคะเด็ก จะได้เจอหน้าน้องแล้ว” นารินทร์หันมาชวนหลานรักทั้งสองพูดคุย“คุณป้ารินทร์ขา น้องจะรักหนูดาวกับตะวันไหมคะ”“รักสิลูก น้องของหนูจะรักพี่ตะวันและพี่พันดาวแน่นอนค่ะ”นารินทร์ก้มลงไปหอมแก้มหลานสาว จับสังเกตอาการตื่นเต้นปนกังวลได้ อาการอย่างนี้เธอเองเคยประสบพบเจอมาก่อน ตอนคลอดน้อง ๆ ให้กับธนา และการคลอดลูกครั้งถัดมา เพราะเด็ก ๆ ยังไร้เดียงสา เกินกว่าจะเข้าใจ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ ทั้งพ่อแม่ คนรอบข้าง ที่จะช่วยกันอธิบายว่า ต่อให้พ่อแม่มีน้อง พวกเขายังคงเป็นคนสำคัญเช่นเคยไม่เปลี่ยนแปลง โชคดีที่ทั้งการันต์และวีรดา เตรียมพร้อมรับมือด้วยการ ฝึกฝนและสอนให้พี่ชายพี่สาวดูแลรักน้องตั้งแต่อยู่ในท้อง“สวัสดีครับทุกคน สมาชิกใหม่ของพวกเรามาแล้ว”การันต์เดินพ้นประตูเข้ามา โดยมือจับเข็นเตียงเหล็ก ซึ่งด้านบนมีภรรยาสา
ตอนพิเศษที่ 3การวางแผนเพื่อมีลูกครั้งนี้ทั้งวีรดาและการันต์ นอกจากเตรียมความพร้อมเรื่องวัตถุสิ่งของแล้ว สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือเตรียมให้ลูกสาวลูกชาย ตะวันและพันดาวค่อย ๆ ปรับตัวเรียนรู้ว่าอีกไม่นาน ในครอบครัวจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มและบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนอาจจะแตกต่างออกไปนิดหน่อย“คุณแม่ขา น้องอยู่ตรงไหนคะ” พี่สาวขี้สงสัยลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้ ชี้นิ้วขึ้นยังจอมอนิเตอร์ซึ่งกำลังฉายภาพการอัลตร้าซาวด์สมาชิกใหม่ของครอบครัว“ตรงนี้ไงครับ ตะวัน กับพันดาวเห็นน้องหรือเปล่าครับลูก น้องอยู่ตรงนี้” การันต์อุ้มลูกชายวัยสามขวบเศษขึ้นมายืนบนหน้าขาตัวเองบ้างจากนั้นจิ้มปลายนิ้วชี้ลงไปยังวงกลมบิดเบี้ยว แสดงการมีอยู่ของตัวอ่อนอายุเจ็ดสัปดาห์“ทำไม น้องเป็นก้อน ๆ อย่างนั้นคะคุณพ่อ”“น้องยังตัวเล็กเป็นเบบี๋ไงคะ น้องยังไม่โตเลย”“ต้องรดน้ำน้องอีกเยอะ ๆ หรือครับ” ตะวันซึ่งเวลานี้กำลังตื่นเต้นกับบทบาทของพี่ชายพูดขึ้น“ต้องให้คุณแม่ทานข้าว ทานขนม ทานผลไม้เยอะ ๆ แล้วน้องก็จะค่อย ๆ โตครับ” การันต์อธิบายอย่างง่าย ๆ เพื่อให้ลูกทั้งสองเข้าใจ“คุณแม่อยากกินข้าวไข่เจียวไหมคะ” ลูกสาวคนโตรีบก้มลงไปถามทันทีเพราะเมนูนี้ต
ตอนพิเศษที่ 2“คุณพ่อขา คุณแม่ขา เบบี๋ต้นไม้ของตะวันกับพันดาว มันมีอันสีเขียว ๆ ออกมาแล้ว คุณแม่มาดูสิ”ลูกสาวและลูกชายวิ่งหน้าตาตื่นมาเข้ามารีบดึงแขนพ่อกับแม่ ให้เดินตามมายังแปลงผัก ซึ่งหลายวันก่อนการันต์ชวนลูก ๆ ทดลองปลูกเพาะต้นอ่อนทานตะวัน เพื่อให้ลูก ๆ นั้นได้ทดลองปลูกผักด้วยตัวเองอย่างง่าย ๆ อีกประการหนึ่งคือทั้งเขาและวีรดาอยากให้ลูกได้เห็นว่ากว่าจะได้พืช ผัก อาหารแต่ละอย่างมานั้นมันต้องผ่านกระบวนการอะไรบ้างใบอ่อนสีเขียวเล็ก ๆ แทงยอดโผล่พ้นหน้าดินขึ้นมาทำให้เด็ก ๆ ตื่นเต้นอย่างมาก ดวงตากลมโตสองคู่ของลูกรัก จ้องเขม็งอย่างภาคภูมิใจ“จริงด้วย เบบี๋ทานตะวันสีเขียวออกมาแล้ว ลูกสองคนเก่งมากเลยค่ะ คุณพ่อ คุณแม่ภูมิใจในตัวลูกที่สุดเลย”วีรดาและการันต์ก้มลงไปสวมกอด พร้อมทั้งชี้ชวนชื่นชมในความสำเร็จของเด็ก ๆ ยิ่งทำให้ลูกรักทั้งสองฉีกยิ้มออกมากว้างกว่าเดิม“ตะวันกับพันดาวเก่งมากเลยใช่ไหมคะคุณพ่อ คุณแม่”“เก่งสิลูก”“แล้วเบบี๋ต้นทานตะวัน มันจะออกดอกเป็นสีเหลืองอันใหญ่ ๆ ไหมครับคุณพ่อ” ตะวันทำมือทำไม้แสดงท่าทาง จินตนาการไปไกลจนถึงดอกทานตะวันใหญ่อย่างที่เคยเห็นในหนังสือนิทาน“ออกดอกสิลูก ถ้าห
ตอนพิเศษที่ 1ช่วงเช้าของวันจันทร์เด็กชายตะวันและเด็กหญิงพันดาว ถูกเสียงหวานของวีรดาคุณแม่คนสวย ปลุกให้ลุกจากที่นอน เพื่อเตรียมตัวสำหรับการกลับไปเป็นเด็กนักเรียน ชั้นอนุบาลหนึ่ง“ตะวัน พันดาว ตื่นได้แล้วลูก วันนี้พวกหนูต้องไปโรงเรียนนะคะ” คุณแม่ยังสวยของสองเด็กแฝด เดินไปรูดเปิดผ้าม่านเพื่อให้แสงสว่างอันสดใสส่องเข้ามาในห้องได้มากขึ้น“ฮ้าวว...คุณแม่ขา ต้องไปโรงเรียนอีกแล้วหรือคะ” ลูกสาวคนโตดึงตัวเองลุกขึ้นมานั่ง ผมเผ้าเส้นยาวชี้ฟูยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง“ใช่ค่ะ วันนี้วันจันทร์ เราต้องไปโรงเรียน”“แต่หนูดาวไม่อยากไปโรงเรียนเลยค่ะ คุณแม่”สาวน้อยล้มตัวลงไปนอนบนหมอนหนุน มือเล็กดึงตุ๊กตาเป็ดตัวโปรดขึ้นมากอด“ทำไม หนูดาวถึงไม่อยากไปโรงเรียนละคะ” วีรดาเอ่ยถามลูกสาวออกมาด้วยความสงสัยในใจแอบกังวลเป็นห่วง เกรงว่าลูกสาวจะมีปัญหาอะไรที่โรงเรียน อาจโดนเพื่อนแกล้ง หรือว่าอาจถูกคุณครูดุ แต่หากมีเหตุการณ์อย่างนี้คุณครูจะต้องแจ้งให้ผู้ปกครองรู้ทันที ไม่มีปล่อยให้ข้ามวันแน่นอน“เราไม่ไปโรงเรียนได้ไหมคะคุณแม่” ลูกสาวคนโตยังคงต่อรองต่อไป“ไม่ได้หรอกค่ะ เด็กทุกคนต้องไปโรงเรียนเพื่อเรียนหนังสือ”“แต่คุณแม่ กั
ตอนที่ 23 ความสุขคืออะไร เดี๋ยวนี้ใครจะเข้าไปพบท่านประธาน จะเดินทะเล่อทะล่าก้าวขาฉับ ๆ เข้าไปในห้องทำงานนั้นไม่ได้อีกแล้ว ทุกย่างก้าวต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวัง หรือบางครั้งถึงกับต้องคลานเข่าเข้าไป ทั้งหมดทั้งสิ้นนั้น หาใช่เพราะการันต์นั้นเจ้ายศ เจ้าอย่างถือตัวกร่างทำตัวสูงส่งหากแต่เป็นเพราะ“คุณการันต์ครับ คือมีเมล์ส่งมาครับ” เลขานุการส่วนตัวคลานเข่าเข้ามาหาขณะที่การันต์เองก็คลานสี่ขาเข้าไปหาลูกน้อง บนแผ่นหลังกว้างมีลูกฝาแฝดนั่งหัวเราะอยู่ด้านบน นิ้วสั้นป้อมของลูกสาวคนโตจับปกคอเสื้อของพ่อเอาไว้แน่น“โอเค เดี๋ยวอีกสักพักผมจะขึ้นไปดู”“ครับผม”“กั๊บ กั๊บ” พันดาว สาวน้อยตาโตส่งเสียงเป็นสัญญาณให้พ่อทำหน้าที่เป็นม้าพาตัวเองเดินเล่น“ตะวัน พันดาว พอแล้วลูก ปล่อยให้คุณพ่อกลับไปทำงานได้แล้วค่ะ” วีรดาเดินกลับมาจากโต๊ะเตรียมอาหาร“พ่อ...งาน”“ใช่ค่ะ บอกให้คุณพ่อกลับไปทำงานได้แล้ว มัวแต่มาเล่นอย่างนี้เดี๋ยวไม่มีเงินมาซื้อขนมให้หนูสองคนนะ”“อื้อ...งาน” ลูกสาวรู้ความ ชี้นิ้วสั้นป้อมขึ้นไปยังโต๊ะทำงานใหญ่ มือขยุ้มจิกเส้นผมของพ่อทึ้งกระตุกซ้ำ ๆ ให้หน้าแหงนกลับขึ้นไปมองแฟ้มเอกสารกองใหญ่“ครับ พ่