LOGINอย่าถามหาความอ่อนโยนจากผู้ชายพรรค์นี้ เพราะในโลกของพวกเขา กฎหมายเขียนด้วยกำลัง และหนี้สินชำระด้วยร่างกาย 4 เรื่องราวรักระห่ำ ของ 4 หนุ่มสายดิบ ผู้ชายที่ไม่มีรถม้าขาวให้ขี่ มีแต่รถสิบล้อ รอยน้ำมัน กลิ่นป่า และอิทธิพลมืด พวกเขาไม่รู้จักวิธีรักที่นุ่มนวล รู้จักแต่การครอบครองที่ถึงพริกถึงขิง เมื่อดอกไม้ดอกงามพลัดหลงเข้ามาในดงหนาม ทางเลือกมีเพียงสองทาง จะยอมถูกเกี่ยวจนเลือดซิบ หรือจะยอมจำนนเป็นเมียคนเถื่อนตลอดกาล! ซีรีส์ชุด "รักระห่ำคนเถื่อน" ประกอบด้วย 1. เถื่อนสวาทสิบล้อ: คุณหนูตกยากต้องกลายเป็นตุ๊กตาหน้ารถของเจ้าหนี้ตีนผีที่พร้อมจะขยี้เธอให้แหลกคารถบรรทุก 2. เถื่อนสวาทช่างเครื่อง: ในอู่ซ่อมรถที่คละคลุ้งด้วยกลิ่นจาระบีถ่านไฟเก่าปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อแฟนเก่าที่เคยทิ้งเขาไปต้องกลับมานอนใต้ร่างช่างเถื่อนเพื่อใช้หนี้ค่าซ่อม 3. เถื่อนสวาทนายหัว: ลูกสาวศัตรูถูกจับมาเป็นเชลยในกรงขังของนายหัวจอมโหด บทลงโทษของเธอไม่ใช่การกักขังแต่มันคือการปรนเปรอเขาจนสว่างคาตา 4. เถื่อนสวาทเจ้าพ่อมาเฟีย: เจ้าพ่อเงินกู้วัยดึกหมายตานักศึกษาสาววัยใส ดอกเบี้ยที่เขาต้องการไม่ใช่เงิน แต่เป็นความสาวที่ต้องจ่ายทบต้นทบดอกทุกคืน
View Moreกลิ่นสนิมฉุนปนเปไปกับกลิ่นอับชื้นลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องพักสี่เหลี่ยมแคบ ๆ ท้ายอู่รถบรรทุก แสงไฟจากหลอดนีออนกลมที่กะพริบใกล้ดับเต็มทีสาดแสงสีขาวซีดลงบนร่างกำยำที่นั่งอยู่บนขอบเตียงเหล็กขาโยกเยก
สิงห์ นั่งอยู่ตรงนั้นในความเงียบ แผ่นหลังกว้างที่อาบไปด้วยเหงื่อเปลือยเปล่าเผยให้เห็นรอยสักยันต์เก้ายอดที่ซีดจางไปตามกาลเวลาตัดกับผิวสีทองแดงที่กร้านแดดจากการทำงานหนัก กล้ามเนื้อทุกส่วนบนร่างกายของเขาคือกล้ามเนื้อของกรรมกร ไม่ใช่กล้ามเนื้อที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีจากโรงยิมหรู
ในมือหยาบกร้านที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและคราบน้ำมันเครื่องฝังลึกคือกระดาษสองสามแผ่นที่กำหนดชะตาชีวิตของใครบางคน
สัญญาเงินกู้...
โฉนดที่ดิน...
สิงห์จ้องมองลายเซ็นของเถ้าแก่เหลียงที่ตวัดอย่างสิ้นท่า และตัวเลขหนี้สินที่มากพอจะซื้อบ้านทั้งหลังที่เขาอาศัยอยู่ได้
“หึ...หึ...” เขาหัวเราะในลำคอ เสียงแหบห้าวที่ฟังดูเหมือนเสียงเสียดสีของเหล็ก
เขาไม่เคยสนใจเงินเหล่านั้น เงินซื้อได้แค่สิ่งของ แต่มันซื้อความสะใจไม่ได้
ชายหนุ่มหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดอัดควันเข้าปอดลึกก่อนจะพ่นมันออกมาเป็นกลุ่มควันสีเทาที่ลอยวนไปผสมกับกลิ่นอับชื้นของห้อง สายตาคมกริบจ้องมองทะลุผนังปูนที่แตกร้าวย้อนกลับไปในความทรงจำ
หกเดือนก่อน...
วันที่เขาขับรถสิบล้อไปส่งปุ๋ยล็อตใหญ่ที่คฤหาสน์หลังนั้น มันเป็นวันที่อากาศร้อนอบอ้าวจนแทบจะเผาผิวจนไหม้ เหงื่อของเขาท่วมตัว เสื้อยืดเก่า ๆ เปียกชุ่มเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบฝุ่นดินแดง เขายืนรอรับใบเซ็นของอยู่ที่ลานหน้าบ้านที่ปูด้วยหินอ่อนสะอาดจนเขาไม่กล้าเหยียบเต็มเท้า
และวินาทีนั้นประตูระเบียงกระจกบานใหญ่ก็เลื่อนเปิดออก
ขวัญข้าว คุณหนูของบ้านก้าวออกมา
ผิวของหล่อนนวลเนียนขาวจนแสบตาในชุดเดรสสีฟ้าอ่อนที่ดูบอบบางสะอาดสะอ้าน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยมาปะทะกลิ่นเหงื่อและกลิ่นโคลนของเขา หล่อนเหมือนหลุดออกมาจากอีกโลกที่เขาไม่มีวันได้สัมผัส
หญิงสาวเดินผ่านหน้าเขาที่ยืนหัวเปียกโชก แล้วก็ชะงัก มือเล็ก ๆ ที่ขาวซีดเหมือนไม่เคยจับต้องงานหนักยกขึ้นปิดจมูก ดวงตาที่สวยหวานคู่นั้นหรี่ลงมองเขาไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่สิงห์ไม่มีวันลืม มันคือความรังเกียจเต็มสายตา
“เหม็นเหงื่อ”
เสียงกระซิบที่หล่อนหันไปพูดกับคนใช้มันเบาแต่มันดังพอที่สิงห์จะได้ยินชัดเจน
“พวกคนขับรถสิบล้อสกปรก”
หล่อนพูดแค่นั้นแล้วก็สะบัดหน้าเดินเชิดก้าวผ่านร่างของเขาที่ยืนเป็นอากาศธาตุขึ้นรถเก๋งคันหรูที่จอดเทียบรอขับผ่านหน้าเขาไป ทิ้งให้ไอ้คนเถื่อนจมอยู่กับความรู้สึกที่ถูกเหยียบย่ำ
หึ...หึ...หยิ่งผยองนักเหรอ คิดว่าตัวเองสูงส่งมากนักหรือไง คอยดูละกันนังคุณหนู สักวันจะโดนไอ้สิงห์คนนี้ปราบพยศให้หมอบแทบเท้า
สิงห์แสยะยิ้มกับความทรงจำในอดีต เขารอคอยและเฝ้ารอวันที่จะได้ขยี้ไอ้ความบริสุทธิ์สูงส่งนั่นทิ้งเต็มที
เขาอยากจะฉุดลากคุณหนูที่แสนบริสุทธิ์นั่นลงมาให้เปื้อนดินโคลนที่หล่อนเหยียดหยาม เขาอยากจะทำให้หล่อนจดจำว่าไอ้คนเถื่อนที่หล่อนรังเกียจมันมีปัญญาทำอะไรกับคุณหนูอย่างหล่อนได้บ้าง
และวันนี้ก็มาถึง เถ้าแก่เหลียงผิดนัดหนี้ท่วมโฉนด
ครืด...ครืด...
โทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าที่วางบนโต๊ะเหล็กสั่นจนเกิดเสียงดัง
สิงห์ขยี้บุหรี่มวนที่สองลงบนพื้นปูน ใช้ปลายเท้าบดขยี้มันก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
เบอร์ของลูกน้องที่เขาสั่งให้ไปเฝ้าหน้าคฤหาสน์หลังนั้น
“ว่าไง” เขาเปล่งเสียงแหบห้าวถาม
“นายครับ เถ้าแก่เหลียงมันเครียดจัด แต่ที่หนักกว่านั้น...” เสียงของลูกน้องสั่นด้วยความกลัว
“อะไร” สิงห์ขมวดคิ้ว
“เอ่อ...คือ...คุณหนูครับ...”
มือที่ถือโทรศัพท์เกร็งแน่น รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
“คุณหนูมันหนีออกจากบ้านไปแล้วครับ มะ...เมื่อชั่วโมงก่อนนี้เอง”
บรรยากาศรอบกายเงียบงันในทันที มีเพียงเสียงพัดลมที่ส่ายดังเอี๊ยดอ๊าด ในดวงตาที่เคยเรียบเฉย
บัดนี้มันลุกเป็นไฟก่อนจะปล่อยเสียงหัวเราะที่น่าสะพรึงกลัว
“หึ...หึ...ช่างโง่จริง ๆ คิดหนีจากกรงทองมาเข้าปากเสือ”
วินาทีแห่งการล่าได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
สิงห์ตัดสาย ไม่รอฟังอะไรอีก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งตึงราวกับสัตว์ป่าที่พร้อมจะกระโจนขย้ำเหยื่อ เขาคว้าเสื้อยืดสีดำตัวใหม่ที่พาดไว้บนพนักเก้าอี้และกุญแจรถที่แขวนอยู่ข้างประตู
“มึงหนีกูไม่พ้นหรอกอีคุณหนู”
ค่ำคืนนั้น ในบ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์นลอฟต์สองชั้นหลังใหญ่ที่ปลูกสร้างแยกออกมาจากบริเวณอู่เพื่อความเป็นส่วนตัว ผนังปูนเปลือยขัดมันตัดกับโครงเหล็กสีดำและกระจกบานยักษ์ที่สะท้อนความหรูหราสมฐานะเจ้าของธุรกิจ ภายในห้องนอนกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงและติดแอร์เย็นฉ่ำ มุกดานั่งอยู่หน้ากระจกเครื่องแป้งบานใหญ่ สวมชุดนอนผ้าซาตินบางเบาที่ลู่ไปตามสรีระ เธอหมุนตัวซ้ายขวา มองดูรูปร่างของตัวเองที่เริ่มมีน้ำมีนวลขึ้น หน้าท้องที่เคยแบนราบเริ่มนูนน้อย ๆ เธอถอนหายใจเบา ๆ ความกังวลของผู้หญิงเริ่มก่อตัว “ถอนหายใจทำไมเมียจ๋า” กล้าเดินออกมาจากห้องน้ำหรูด้วยสภาพนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว หยดน้ำเกาะพราวตามมัดกล้ามสีทองแดง กลิ่นสบู่หอมสดชื่นแทนที่กลิ่นน้ำมันเครื่อง เขาเดินเข้ามากอดเธอจากด้านหลัง วางคางเกยไหล่และสบตาเธอในกระจก “มุกกลัวไม่สวย” เธอสารภาพเสียงอ่อย “เดี๋ยวท้องลาย เดี๋ยวตัวบวม พี่กล้าจะเบื่อมุกไหม”
กลิ่นน้ำมันเครื่องไหม้และกลิ่นท่อไอเสียเคยเป็นสิ่งที่มุกดาชินชาและเริ่มจะหลงรักมัน เพราะมันคือกลิ่นของสามีและกลิ่นของบ้าน แต่เช้านี้กลิ่นที่คุ้นเคยกลับทำให้กระเพาะอาหารของเธอปั่นป่วนอย่างรุนแรง “อึก...” มุกดายกมือปิดปาก รีบวิ่งหน้าตั้งผ่านกองอะไหล่รถยนต์ ตรงดิ่งไปยังห้องน้ำหลังอู่ “มุก! เป็นอะไร!” เสียงตะโกนห้าวห้วนดังลั่นมาจากใต้ท้องรถสิบล้อ ร่างสูงใหญ่ของกล้าไถลตัวออกมาจากใต้ท้องรถด้วยความรวดเร็ว ประแจในมือถูกโยนทิ้งลงพื้นเสียงดังเคร้ง เขาไม่สนว่าหน้าจะเปื้อนคราบดำหรือมือจะเลอะน้ำมัน รีบวิ่งตามเมียสาวไปที่หน้าห้องน้ำทันที เสียงโอ๊กอ๊ากดังลอดออกมาจากข้างในทำเอาหัวใจคนเป็นผัวหล่นวูบ 
อากาศยามบ่ายในเดือนเมษายนร้อนระอุจนไอแดดเต้นยิบยับอยู่เหนือพื้นคอนกรีต อู่ช่างกล้าคลาคล่ำไปด้วยรถบรรทุกและลูกค้าที่แวะเวียนมาใช้บริการไม่ขาดสาย เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม แข่งกับเสียงเพลงลูกทุ่งจังหวะมัน ๆ ที่เปิดคลอเคล้าบรรยากาศการทำงาน แต่วันนี้ดูเหมือนจุดสนใจของทุกคนในอู่จะไม่ได้อยู่ที่รถสิบล้อคันยักษ์ สายตาของลูกน้องชายฉกรรจ์นับสิบชีวิต รวมถึงลูกค้าหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ ต่างลอบมองไปที่จุดเดียวกัน...โต๊ะบัญชีหน้าอู่ ร่างระหงของ ‘เจ๊ดัน’ ประจำอู่ นั่งไขว่ห้างเช็กบิลลูกค้าอยู่อย่างขะมักเขม้น มุกดาในลุคใหม่ที่สลัดคราบคุณนายไฮโซทิ้งไปจนหมดสิ้น วันนี้เธอรวบผมมวยสูงเผยให้เห็นต้นคอขาวผ่อง สวมเสื้อกล้ามสีขาวพอดีตัวที่ขับเน้นทรวดทรงองค์เอว และกางเกงยีนส์ขาสั้นกุดที่โชว์เรียวขาขาวเนียนยาวสวย
ตรงหน้าประตูรั้วเหล็กดัด ร่างบอบบางในชุดเดรสตัวเดิมยืนสงบนิ่งอยู่ตรงนั้น แสงแดดสีทองยามเย็นอาบไล้เรือนร่างของเธอจนดูเหมือนภาพฝัน มุกดา... เธอยืนอยู่ตรงนั้น สองมือถือถุงพลาสติกใบใหญ่และกระเป๋าเดินทางใบย่อม ไม่มีรถเบนซ์คันหรูจอดอยู่ข้างหลัง ไม่มีรถรับจ้าง กล้ายืนนิ่งราวกับถูกสาป หัวใจที่เหี่ยวเฉาเต้นแรงขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง เขาพยายามปั้นหน้าดุ เดินตรงเข้าไปหาเธอ “ลืมของรึไง” เขาถามเสียงแข็ง พยายามซ่อนความดีใจไว้ภายใตน้ำเสียงห้วนกระด้าง “หรือรถพังอีก” มุกดาส่ายหน้าช้า ๆ เธอยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มที่ดูเหนื่อยล้าแต่เต็มไปด้วยความสุขอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน “ไม่ได้ลืม แล้วรถก็ไม่ได้พัง” เธอตอบเสียงใส&nb