เมียคุณราล์ฟ

เมียคุณราล์ฟ

last updateLast Updated : 2026-01-04
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
48Chapters
2.0Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

12 ปีก่อน ราล์ฟ(22) ได้อุกปาระเด็กในวัย 7 ปี เพียงแค่เห็นรูปถ่ายก็ทำให้เขาตัดสินใจที่จะอุปการะทันที เพราะความสงสารและอยากจะสนับสนุนให้มีอนาคตที่สดใส ซึ่งผู้อุปการะและเด็กสามารถพูดคุยผ่านทางจดหมายเท่านั้น จนผ่านไป 12 ปี ความรู้สึกผูกพันก็ก่อเกิดขึ้นมาในใจของเขาโดยไม่รู้ตัว ___ "งั้นก็มานอนที่เตียงด้วยกันเถอะค่ะ" "ฮะ?" "เอ่อ...หนูหมายถึงมานอนคุยกันที่เตียงจะได้ไม่เมื่อยไงคะ ไหน ๆ คืนนี้เราก็จะไม่นอนกันแล้ว" "งั้นเธอก็นอนรอไปก่อน เดี๋ยวฉันอาบน้ำก่อน" "ค่ะ" มาลินก็รับคำด้วยดวงตาเป็นประกาย เพราะเธอมีคำถามมากมายที่อยากจะถามตลอด วันนี้ความฝันที่เธออยากจะมีโอกาสได้คุยกับผู้มีพระคุณก็ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปแล้ว ราล์ฟก็เดินเข้าไปในห้องห้องน้ำด้วยอารมณ์ปั่นป่วนไม่น้อย เพราะใครจะคิดว่าคนที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอดจะชวนขึ้นเตียงด้วยท่าทีไร้เดียงสาแบบนั้น ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าคำเชิญชวนของเธอไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงอะไร เพราะเธอก็คงอยากจะชวนเขาพูดคุยบนเตียงจริง ๆ แต่เธอจะรู้หรือเปล่าว่าการชวนขึ้นเตียงแบบนี้มันหมายถึงอะไร

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1

INTRO

12 ปีก่อน

มูลนิธิช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส เป็นมูลนิธิที่คนมีชื่อเสียง คนในวงการบันเทิง คนในวงการไฮโซหรือเซเลปดารามักจะสนับสนุนทุนให้เด็กที่ด้อยโอกาสและขาดทุนทรัพย์ได้มีโอกาสได้รับการศึกษา ซึ่งตระกูล มิลเลอร์ ก็เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญในการสนับสนุนมูลนิธิแห่งนี้ด้วย

เพียงแวบแรกที่บิดาของราล์ฟได้วางรูปถ่ายของเด็กด้อยโอกาสบนโต๊ะ เขาก็สะดุดตากับรูปของเด็กสาวคนหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะรีบคว้ารูปถ่ายใบนั้นขึ้นมาดูโดยอัตโนมัติ

เด็กสาววัย 7 ปี หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก ดวงตากลมโตเป็นประกาย ถึงใบหน้าจะดูยิ้มแย้มแจ่มใส แต่แววตากลับดูเศร้าจนน่าใจหาย อาจจะเป็นเพราะดวงตาเศร้าคู่นั้นที่ทำให้เขาสะดุดตา จนต้องคว้ารูปใบนั้นขึ้นมาท่ามกลางรูปมากมายที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ

ทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในวัย 22 ปี ก็หยิบประวัติของเด็กสาวคนนั้นขึ้นมาอ่าน ก่อนจะเอ่ยประโยคบางอย่างออกมา

"แด๊ดครับ ถ้าครอบครัวเราอุปการะเด็กคนนี้จะได้ไหม"

"ฉันเลือกเด็กที่จะอุปการะได้แล้วล่ะ นี่ไง"

"ครบ 20 คนแล้วหรือครับแด๊ด ถ้าเพิ่มคนนี้ไปอีกสักคนได้ไหม"

"ไม่ได้หรอก ฉันเลือกคนที่จะอุปการะแล้ว แล้วทางมูลนิธิก็ไม่ให้รับเกิน 20 คนด้วย เดี๋ยวก็มีคนอื่นรับไปอุปการะนั่นแหละ แต่ถ้าแกอยากจะส่งเสริมเด็กด้อยโอกาสมากขนาดนั้นก็ทำเองเลยสิ แกก็เรียนจบแล้วนี่ กลับมาจากเมืองนอกแค่ไม่กี่เดือนก็ดูแลทุกอย่างแทนฉันได้ดีขนาดนี้ แค่ส่งเสริมเด็กด้อยโอกาสสักคน ขนหน้าแข็งแกคงไม่ร่วงหรอกมั้ง"

"ผมสามารถสนับสนุนได้ด้วยหรือครับ"

"ได้สิ แกก็เรียนจบมีหน้าที่การงานมั่นคงแล้ว ทางมูลนิธิก็อนุมัติให้เป็นผู้อุปการะอยู่แล้วล่ะ"

"งั้นผมขออุปการะเด็กคนนี้นะครับแด๊ด"

"ทำไมจู่ ๆ ถึงอยากจะอุปการะขึ้นมาล่ะ ปกติแกไม่เคยสนใจเรื่องที่ฉันทำการกุศลหรือช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสแบบนี้เลยด้วยซ้ำ แล้วทำไมถึงต้องเป็นเด็กคนนี้ด้วยล่ะ"

"ไม่รู้สิครับแด๊ด แต่พอผมดูรูปถ่ายแล้ว ผมก็รู้สึกได้ว่าเด็กคนนี้น่าสงสาร โดยเฉพาะสายตาที่มองมาคู่นั้น ผมแค่อยากจะสนับสนุนให้ได้รับโอกาสที่ดี อาจจะทำให้เด็กคนนั้นมีรอยยิ้มขึ้นมาบ้างก็ได้ครับ"

โปรย

ฉันอยากให้เธอพูดว่า "ต้องการฉัน" เหมือนอย่างที่ฉัน "ต้องการเธอ"

#รักต่างวัย #เด็กในอุปการะ #เมียเด็ก

ราล์ฟ (34) x มาลิน (19)

__________________________________

เมื่อ 12 ปีก่อน ราล์ฟในวัย 22 ปี

เขาได้รับอุกปาระเด็กสาวคนหนึ่งในวัย 7 ปี ของมูลนิธิแห่งหนึ่ง

ซึ่งเพียงแค่เห็นรูปถ่ายก็ทำให้เขาตัดสินใจที่จะอุปการะทันที

เพราะความสงสารและอยากจะสนับสนุนให้เด็กคนนั้นได้มีอนาคตที่สดใส

ซึ่งผู้อุปการะและเด็กในอุปการะสามารถพูดคุยกันผ่านทางจดหมายเท่านั้น

จนผ่านไป 12 ปี ความรู้สึกผูกพันก็ก่อเกิดขึ้นมาในใจของเขาโดยไม่รู้ตัว

________________

ที่ผ่านมาเขาคิดมาตลอดว่าใจของตัวเองอาจจะสับสนที่ไปชอบคนที่ตัวเองอุปการะอยู่ ใจของเขาอาจจะแค่รู้สึกผูกพันกับคนที่ตัวเองส่งเสียมาก็ได้ แต่หลังจากที่ได้เห็นเจ้าของใบหน้าใสที่เขาเฝ้ารอคอยอ่านจดหมายมาตลอดสิบกว่าปี เขาก็เริ่มมั่นใจแล้วว่ามันไม่ใช่ความสับสนอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้หัวใจของเขากำลังตื่นเต้นและเต้นแรง

ราวกับตัวเองกำลังกลับไปเป็นเด็กหนุ่มที่กำลังจีบสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน

________________

"งั้นก็ไปกันเถอะ จากนี้ไปก็จงลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ซะ แล้วก็มาเริ่มต้นชีวิตใหม่กับฉัน"

มาลินที่ได้ยินคำพูดของผู้มีพระคุณก็แอบปาดน้ำตาที่ไหลออกมาทันที ถึงคำพูดที่เอ่ยออกมาจะเป็นแค่คำพูดที่แสนธรรมดา แต่สำหรับหัวใจของเธอที่กำลังเคว้งคว้างในตอนนี้ ก็ทำให้มาลินน้ำตาไหลออกมาด้วยความซึ้งใจ

'เขาไม่เปลี่ยนไปเลยจริง ๆ คำพูดเพียงสั้น ๆ แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกมีพลังบวกอยู่เสมอ นี่คือคุณราล์ฟที่เธอเคยคุยกันผ่านจดหมายมาตลอดสิบสองปีจริง ๆ ด้วย'

________________

"งั้นคุณราล์ฟก็มานอนที่เตียงด้วยกันเถอะค่ะ"

"ฮะ?"

"เอ่อ...หนูหมายถึงมานอนคุยกันที่เตียงก็จะได้ไม่เมื่อยไงคะ ไหน ๆ คืนนี้เราก็จะไม่นอนกันแล้ว"

"งั้นเธอก็นอนรอไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวฉันอาบน้ำก่อน"

"ค่ะ" มาลินก็รับคำด้วยดวงตาเป็นประกาย เพราะเธอมีคำถามมากมายเหลือเกินที่อยากจะถามผู้มีพระคุณมาตลอด สิบสองปีที่ได้แต่คุยกันผ่านทางจดหมาย วันนี้ความฝันที่เธออยากจะมีโอกาสได้คุยกับผู้มีพระคุณก็ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปแล้ว

ราล์ฟก็เดินเข้าไปในห้องห้องน้ำด้วยอารมณ์ปั่นป่วนไม่น้อย เพราะใครจะคิดว่าคนที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอดจะชวนขึ้นเตียงด้วยท่าทีไร้เดียงสาแบบนั้น ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าคำเชิญชวนของเธอไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงอะไร เพราะเธอก็คงอยากจะชวนเขาพูดคุยบนเตียงจริง ๆ แต่เธอจะรู้หรือเปล่าว่าการชวนขึ้นเตียงแบบนี้มันหมายถึงอะไร

___ตอนที่ 1___

"มึงคือความอัปยศมากที่สุดในชีวิตกู แค่เห็นหน้า กูก็อยากจะบีบคอมึงให้ตาย ๆ ไปซะ"

"คุณแม่!" มาลินในวัย 19 ปี ก็ลุกพรวดขึ้นมาจากฟูกผืนเก่าที่ใช้ปูนอน "ฝันอีกแล้วเหรอเนี่ย นี่เราฝันแบบนี้อีกแล้ว" มาลินรีบลุกขึ้นไปล้างหน้าในห้องน้ำตอนกลางดึก เพื่อไล่ความกลัวที่เกิดขึ้นภายในใจของตัวเอง

"วันนี้คุณแม่ก็ยังไม่กลับห้องอีกแล้วสินะ" หลังจากที่มาลินเดินไปเปิดประตูที่ห้องนอนของมารดา บนเตียงก็มีแต่ความว่างเปล่า ซึ่งมาลินก็ทราบดีว่ามารดาต้องไปที่บ่อนอีกแน่นอน

มาลินเดินกลับไปห้องของตัวเองอีกครั้ง ซึ่งแทบจะเรียกว่าห้องไม่ได้เลย เพราะเป็นแค่ห้องเก็บของเล็ก ๆ ที่มีแต่ของเก่าและเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้ใช้แล้วเต็มไปหมด ซึ่งที่นอนของมาลินก็มีเพียงแค่หมอนหนึ่งใบ ผ้าห่มหนึ่งผืนและฟูกที่ใช้ปูนอนเท่านั้น

ไม่นานหลังจากที่มาลินเดินกลับเข้าไปในห้องเก็บของ เธอก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายของมารดา ที่ตะโกนออกมาดังลั่นตั้งแต่หน้าประตูทางเข้าห้อง ซึ่งเป็นห้องเช่าเก่า ๆ ที่มีเพียงแค่หนึ่งห้องนอนและหนึ่งห้องน้ำเท่านั้น

"มึงออกมาสิวะอีมาลิน กูกลับมาถึงแล้ว ยังไม่รีบเอาน้ำมาต้อนรับกูอีก" มาลี มารดาของมาลินก็เดินโซเซเข้าไปในห้อง พร้อมกับหนีบขวดสุราไว้ที่ใต้รักแร้ด้วย

มาลินก็รีบเดินออกไปจากห้อง ก่อนจะรีบเตรียมน้ำดื่มไปให้มารดาอย่างรวดเร็ว

"ทำไมถึงชักช้านักวะ มัวแต่โอ้เอ้อยู่ได้!"

"หนูรีบแล้วนะคะคุณแม่ พอคุณแม่เรียก หนูก็รีบเอาน้ำมาให้ทันทีเลยนะคะ"

"มึงนี่มันไร้ประโยชน์จริง ๆ เรียนจบม.ปลายแล้วก็ยังทำตัวโง่ ๆ อยู่อีก ตอนนั้นกูน่าจะกินยาขับให้มึงตาย ๆ ไปซะตั้งแต่อยู่ในท้องก็สิ้นเรื่อง จะได้ไม่ต้องมาเกะกะสายตากูแบบนี้"

มาลินก็ไม่กล้าตอบโต้อะไรมารดานอกจากนั่งอยู่เงียบ ๆ แบบนั้น เพราะตั้งแต่จำความได้ เธอก็ไม่เคยได้ยินมารดาพูดจาดี ๆ กับเธอเลย

"แล้วนี่เรียนจบแล้วยังไม่คิดหางานทำอีกรึไง กลับมาอยู่บ้านตั้งสองเดือนแล้วนะตั้งแต่ที่เรียนจบมาน่ะ พอออกมาจากโรงเรียนประจำก็รีบหางานทำสักทีสิ จะได้รีบ ๆ ออกไปจากที่นี่ กูรำคาญมึงจะตายไม่รู้รึไงวะ ไปอยู่โรงเรียนประจำตั้งสิบกว่าปี กูนึกว่ามึงจะไปพ้น ๆ จากชีวิตกูแล้วซะอีก มึงยังจะกลับมาอีกทำไม"

"ก็คุณแม่อยู่ที่นี่ จะให้หนูไปอยู่ที่ไหนล่ะคะ เอ่อ...คุณแม่คะ คือว่าหนูอยากเรียนต่อมหาลัยน่ะค่ะ หนูสอบติดและผ่านเกณฑ์ของทางมหาลัยแล้ว แต่ว่าต้องมีผู้ปกครองไปที่มหาลัยในวันรายงานตัวด้วย เดือนหน้าคุณแม่ช่วยไปที่มหาลัยกับหนูหน่อยได้ไหมคะ"

"จบแค่นี้ได้ก็บุญหัวแล้ว ยังจะไปเรียนต่อมหาลัยทำไมให้เปลืองเงินอีก กูไม่มีเงินให้มึงหรอกนะ"

"หนูพอมีเงินเก็บอยู่ค่ะคุณแม่ ตอนอยู่ที่โรงเรียนประจำ เงินที่ผู้อุปการะส่งให้ใช้ก็แทบไม่ได้ใช้เลย หนูสัญญาว่าจะไม่รบกวนเงินของคุณแม่อย่างแน่นอน ตั้งแต่ที่หนูมาอยู่ที่นี่ หนูก็ทำงานพิเศษตลอดนะคะ หนูไม่ได้กลับมาอยู่ที่นี่เฉย ๆ แต่เพราะคุณแม่กลับดึกทุกวันต่างหาก ก็เลยไม่รู้ว่าแต่ละวันหนูทำอะไรบ้าง"

"ถ้ามีเงินเยอะขนาดนั้น ก็เอาเงินนั่นมาตอบแทนบุญคุณกูซะ แล้วเรียนมหาลัยอะไรนั่นมึงจะเรียนไปทำไม เอาเงินมาให้กูใช้ดีกว่าไหม เพราะไม่ว่ายังไง กูก็ไม่มีทางไปมอบตัวไร้สาระกับมึงหรอกนะ"

"แต่หนูอยากเรียนจริง ๆ นะคะคุณแม่"

"กูอุตส่าห์อุ้มท้องมึงมาตั้งเก้าเดือน ตอนนี้อายุสิบเก้าแล้วยังไม่คิดจะตอบแทนบุญคุณกูอีกหรือไงวะ หรือจะรอให้กูตายก่อนถึงจะคิดได้"

"หนูจะตอบแทนบุญคุณของคุณแม่แน่นอนค่ะ แต่หนูขอเวลาอีกสักหน่อยได้ไหมคะ ถ้าหนูจบปริญญาตรี อย่างน้อยก็มีวุฒิการศึกษา จะได้หางานได้ง่ายกว่าวุฒิมอหกนะคะ"

"มึงอย่ามาพูดมาก จะไสหัวไปไหนก็ไปเลย แล้วก็อย่าหวังว่ากูจะไปมอบตัวอะไรกับมึงนะ ยากจนขนาดนี้ยังจะคิดใฝ่สูงอยากเรียนปริญญาอีก"

"หนูไม่รบกวนคุณแม่จริง ๆ นะคะ หนูจะหางานเสริมทำด้วยระหว่างที่เรียน ขอแค่คุณแม่พาหนูไปมอบตัวก็พอค่ะ"

"มึงไม่ต้องหวังอยากเรียนสูง ๆ หรอก รีบทำงานหาเงินแล้วออกไปจากที่นี่ซะ เวลามึงอยู่ที่นี่แล้ว กูจะพาใครมาที่ห้องก็ไม่ได้ จะทำอะไรก็ไม่สะดวก อย่ามาอยู่ให้เป็นภาระของกูเลย รีบ ๆ ย้ายไปอยู่ที่อื่นสักที คนไร้ค่าแบบมึง ถ้าตายไปก็ไม่มีใครเสียใจหรอก มึงทำลายชีวิตของกูมามากพอแล้ว มึงเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนที่กูรักต้องหนีจากกูไป กูเกลียดมึงมาก รีบ ๆ ไปให้พ้น ๆ หน้ากูสักที!"

"ถึงคุณแม่จะเกลียดหนูก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณแม่จะด่าจะว่าหนูยังไงก็ได้ แต่อย่าไล่หนูไปจากคุณแม่เลยนะคะ หนูสัญญาว่าจะไม่รบกวนอะไรคุณแม่เลย จะไม่ทำให้คุณแม่เดือดร้อนด้วย นะคะคุณแม่"

ถึงมาลินจะรู้อยู่แล้วว่าสาเหตุที่มารดาเกลียดเธอเป็นเพราะอะไร ถึงจะรู้สาเหตุมาจากปากของคนอื่น เพราะมารดาไม่เคยเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้เธอฟัง ถึงแม้ว่ามารดาจะเกลียดเธอมากแค่ไหน แต่มารดาก็อุ้มท้องและทำให้เธอเกิดมาแล้ว ไม่ว่าจะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้มารดาเกลียดเธอก็ตาม แต่เธอก็ไม่อยากทิ้งให้มารดาอยู่ตามลำพังแบบนี้

"มึงออกไปให้พ้น ๆ หน้ากูเลย จะไปไหนก็ไปเลยไป"

 "ค่ะ" มาลินก็เดินหน้าสลดกลับไปที่ห้องเก็บของ จากนั้นก็หยิบเอาสมุดโน้ตลายสีชมพูหวานออกมากอดเพื่อให้กำลังใจตัวเอง เพราะนี่เป็นสิ่งเดียวที่คอยค้ำชูจิตใจของมาลินมาตลอด เวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจ

มาลินค่อย ๆ วางสมุดโน้ตลงบนชั้นวางของอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเปิดดูกล่องจดหมายที่ผู้อุปการะตอบกลับเธอทุกฉบับ ถึงแม้จะไม่เคยเห็นหน้าเลยสักครั้ง เพราะไม่เคยส่งรูปมาเลยก็ตาม แต่จดหมายทุกฉบับก็จะตอบเพียงข้อความสั้น ๆ แค่ไม่กี่คำเท่านั้น ซึ่งมาลินก็คาดเดาว่าผู้มีพระคุณจะต้องเป็นคนที่พูดน้อยแน่ ๆ

สมุดโน้ตที่ผู้มีพระคุณส่งมาให้ กลายเป็นสิ่งของล้ำค่าและเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจของมาลินไปแล้ว เพราะคนที่คิดว่าจะสามารถเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เธอได้ กลับไม่เคยใส่ใจหรือคิดว่าตัวเธอเป็นลูกเลยด้วยซ้ำ

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอได้รับตั้งแต่ที่ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนประจำตั้งแต่อายุเจ็ดปี ก็เป็นการช่วยเหลือจากผู้มีพระคุณของเธอเท่านั้น มารดาของเธอไม่แม้แต่จะไปเยี่ยมที่โรงเรียนเลยแม้แต่ครั้งเดียว 

แม้แต่ตอนที่โรงเรียนปิดภาคเรียนก็ไม่เคยไปรับเธอกลับบ้าน มาลินก็ต้องอยู่อย่างเหงา ๆ ที่โรงเรียนตลอดทุกปี ในขณะที่เพื่อน ๆ ต่างก็มีครอบครัวมารับกลับไปอยู่ที่บ้าน ในชีวิตของมาลินจึงอยู่ในโลกแคบ ๆ เพียงแค่ภายในรั้วโรงเรียนเท่านั้น

"ตั้งแต่ที่เราส่งจดหมายครั้งสุดท้ายถึงผู้มีพระคุณเมื่อเดือนก่อน จนป่านนี้แล้วยังไม่มีการตอบเลย หรือว่าครูที่โรงเรียนยังไม่ได้ส่งให้กันนะ"

มาลินคว้ากระดาษสีชมพูหวานที่ตัวเองมักจะใช้เขียนจดหมายถึงผู้มีพระคุณอยู่เสมอ ก่อนจะลงมือเขียนจดหมายฉบับใหม่ด้วยความตั้งใจ ก่อนจะบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทุกอย่างให้ผู้มีพระคุณรับรู้ตลอด

ตลอดสิบสองปีที่ผ่านมา มาลินมักจะเขียนจดหมายและบอกเล่าถึงชีวิตประจำวันของตัวเองทุกอย่างให้ผู้มีพระคุณรับรู้ผ่านทางจดหมายอยู่เสมอ ซึ่งมาลินก็มีความสุขทุกครั้งเวลาที่ได้เล่าเรื่องของตัวเองให้ผู้มีพระคุณรับรู้ ยกเว้นเรื่องที่มารดาเกลียดเธอเท่านั้นที่ไม่ได้บอกออกไป ซึ่งมาลินก็ไม่อยากทำให้ผู้มีพระคุณรู้สึกไม่ดีกับมารดาด้วย เธอจึงไม่เคยเล่าถึงปัญหาครอบครัวที่ตัวเองต้องเผชิญมาตลอด 

แต่นอกจากเรื่องนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอะไรที่เกี่ยวกับตัวเอง ทั้งของที่ชอบและไม่ชอบ หรือทุก ๆ อย่างที่เกี่ยวกับตัวเอง มาลินก็มักจะบอกเล่าทุกอย่างลงในจดหมายให้รับรู้ทุกอย่าง เพราะเขาคือคนที่เธอให้ความเคารพมากที่สุด

หลังจากที่เขียนในสิ่งที่ต้องการบอกแล้ว มาลินก็เขียนปิดท้ายเป็นความรู้สึกของตัวเองที่รู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งใจ ซึ่งมาลินก็มักจะเขียนความรู้สึกจริง ๆ ของตัวเองปิดท้ายจดหมายทุกฉบับ ความรู้สึกที่อยากจะขอบคุณผู้มีพระคุณที่เปรียบเสมือนคนให้ชีวิตใหม่กับเธอนั้น ต่อให้จะเขียนคำขอบคุณอีกสักกี่ร้อยกี่พันครั้ง มันก็คงไม่เพียงพอกับสิ่งยิ่งใหญ่ ที่ผู้มีพระคุณได้มอบความสุขและชีวิตใหม่ให้กับเธอเลย

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
48 Chapters
ตอนที่ 1
INTRO12 ปีก่อนมูลนิธิช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส เป็นมูลนิธิที่คนมีชื่อเสียง คนในวงการบันเทิง คนในวงการไฮโซหรือเซเลปดารามักจะสนับสนุนทุนให้เด็กที่ด้อยโอกาสและขาดทุนทรัพย์ได้มีโอกาสได้รับการศึกษา ซึ่งตระกูล มิลเลอร์ ก็เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญในการสนับสนุนมูลนิธิแห่งนี้ด้วยเพียงแวบแรกที่บิดาของราล์ฟได้วางรูปถ่ายของเด็กด้อยโอกาสบนโต๊ะ เขาก็สะดุดตากับรูปของเด็กสาวคนหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะรีบคว้ารูปถ่ายใบนั้นขึ้นมาดูโดยอัตโนมัติเด็กสาววัย 7 ปี หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก ดวงตากลมโตเป็นประกาย ถึงใบหน้าจะดูยิ้มแย้มแจ่มใส แต่แววตากลับดูเศร้าจนน่าใจหาย อาจจะเป็นเพราะดวงตาเศร้าคู่นั้นที่ทำให้เขาสะดุดตา จนต้องคว้ารูปใบนั้นขึ้นมาท่ามกลางรูปมากมายที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในวัย 22 ปี ก็หยิบประวัติของเด็กสาวคนนั้นขึ้นมาอ่าน ก่อนจะเอ่ยประโยคบางอย่างออกมา"แด๊ดครับ ถ้าครอบครัวเราอุปการะเด็กคนนี้จะได้ไหม""ฉันเลือกเด็กที่จะอุปการะได้แล้วล่ะ นี่ไง""ครบ 20 คนแล้วหรือครับแด๊ด ถ้าเพิ่มคนนี้ไปอีกสักคนได้ไหม""ไม่ได้หรอก ฉันเลือกคนที่จะอุปการะแล้ว แล้วทางมูลนิธิก็ไม่ให้รับเกิน 20 คนด้วย เดี๋ยวก
last updateLast Updated : 2025-12-31
Read more
ตอนที่ 2
"นายลืมอะไรไปรึเปล่า ตั้งแต่เด็กในอุปการะของฉันเรียนจบ ก็ไม่เห็นมีจดหมายมาสักฉบับเลยนะ นี่ก็ผ่านมาตั้งสองเดือนแล้ว นายลืมเอาจดหมายมาให้ฉันรึเปล่ากวิน""ไม่ใช่นะครับบอส จดหมายของวันนี้เพิ่งจะมาถึงเมื่อกี้นี้เอง ผมก็เลยยังไม่ได้เอามาให้บอสครับ ก็บอสบอกจะมีประชุมผู้บริหารในช่วงบ่าย ผมก็เลยจะเอามาให้บอสหลังจากที่ประชุมเสร็จน่ะครับ""นี่นายลำดับความสำคัญผิดไปรึเปล่า ไปเอาจดหมายนั่นมาเดี๋ยวนี้!" เสียงออกคำสั่งที่ดุดันของเจ้านาย ก็ทำให้กวินรีบรับคำเสียงสั่น ก่อนออกรีบออกไปเอาจดหมายตามคำสั่งอย่างรวดเร็วไม่ถึงสามนาที กวินก็นำซองจดหมายสีชมพูหวานไปวางอยู่บนโต๊ะทำงานของเจ้านาย ราล์ฟ ชายหนุ่มในวัย 34 ปี เขาเป็นผู้บริหารสูงสุดของอสังหาริมทรัพย์ในด้านโครงการคอนโดมิเนียมหรูที่ชื่อว่า Miller (มิลเลอร์) ที่มีมากกว่า 15 โครงการในประเทศไทย"มีแค่ฉบับเดียวเนี่ยนะ ฉบับนี้คือล่าสุดสินะ แล้วฉบับก่อน ๆ ล่ะ? นายไม่ได้เก็บไว้รึไง มันตั้งสองเดือนแล้วทำไมถึงมีแค่ฉบับเดียวเองล่ะ""บอสครับ คือว่าผมเคยให้จดหมายไปหนึ่งฉบับก่อนหน้านี้แล้วนะครับ""นี่นายอย่ามามั่วนะ นายจะเอามาให้ก่อนหน้านี้ได้ยังไง ตั้งแต่ที่เด็กคนนั้
last updateLast Updated : 2025-12-31
Read more
ตอนที่ 3
"นี่คือข้อมูลทั้งหมดที่หามาได้ครับบอส""แต่นายมาช้าไปสามชั่วโมงนะกวิน" ราล์ฟเปิดดูข้อมูลที่คนสนิทยื่นส่งให้ ผ่านไปสิบนาที ราล์ฟก็วางเอกสารลงด้วยความคาดไม่ถึง"ข้อมูลมีแค่นี้เองหรือไงกวิน แล้วที่ในข้อมูลบอกว่าอยู่กับแม่สองคน เรื่องนั้นฉันก็รู้อยู่แล้วไหม ข้อมูลที่มันลงลึกมากกว่านี้ไม่มีแล้วหรือยังไง""นั่นแหละครับ เหตุผลที่ผมมาช้าก็เพราะเรื่องนี้แหละ พอดีว่าผมได้ไปสอบถามคนในพื้นที่มา เขาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแม่ของคุณหนูตั้งครรภ์โดยที่ไม่ได้ตั้งใจครับ ซึ่งเธอชอบเที่ยวกลางคืน ใช้ชีวิตสนุกสนานและเข้าบ่อนเล่นการพนัน แต่พอรู้ว่าตั้งครรภ์ ผู้ชายที่รู้จักก็หนีหายหมดครับ จนไม่รู้ว่าพ่อของคุณหนูคือใคร แล้วผู้ชายที่เกี่ยวข้องในตอนนั้นก็ไม่มีใครอยากรับผิดชอบด้วย""งั้นหนี้มหาศาลในตอนนี้ ก็เกิดจากการที่แม่ของเด็กคนนั้นเข้าบ่อนสินะ? แล้วแบบนี้เด็กคนนั้นจะต้องรู้สึกยังไง ที่ไม่รู้ว่าพ่อของตัวเองเป็นใครแบบนี้น่ะ""เรื่องที่ผมได้ไปสอบถามคนที่อยู่แถวนั้นยังมีอีกนะครับบอส เพราะคนแถวนั้นต่างก็รู้จักเธอดี เธอเป็นคนที่ชอบเมาและโวยวายเป็นประจำ จนสร้างความเดือดร้อนให้กับที่อาศัยอยู่ข้างห้องและคนในอะพาร์ตเม
last updateLast Updated : 2025-12-31
Read more
ตอนที่ 4
"บอสครับ นี่เอาจริงเหรอครับที่คืนนี้จะพักอยู่ที่นี่น่ะ""ก็แน่ใจน่ะสิ ถ้าไม่แน่ใจ แล้วจะมาอยู่ที่นี่ตรงนี้รึไงกันล่ะ แถมเจ้าของห้องก็อนุญาตแล้วด้วย""ก็บอสเล่นให้เงินไปตั้งสามแสนเพื่อเช่าห้องนี้ต่อ ไม่ว่าใครก็ต้องยอมอยู่แล้วล่ะครับ""งั้นนายก็รีบให้บริษัททำความสะอาดมาจัดการห้องนี้ให้เรียบร้อยด้วย ของเก่า ๆ ก็ทิ้งไปให้หมดเลยนะ พอเสร็จแล้วนายก็กลับไปได้เลย เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะอยู่ที่นี่ต่อเอง""จะดีเหรอครับบอส นี่มันไม่เสี่ยงเกินไปเหรอครับ บอสไม่เห็นจำเป็นต้องลงมาจัดการทุกอย่างเองเลยนี่ครับ""เสี่ยงอะไร? ฉันแค่อยากรู้ความเป็นอยู่ของเด็กที่ฉันเคยอุปการะ แล้วมันเสี่ยงอะไรตรงไหน""ผมรู้ครับว่าบอสเป็นห่วง แต่ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องลงทุนมาเช่าอยู่ที่ห้องข้าง ๆ เลยนี่ครับ""นายเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาออกความเห็น ฉันบอกให้จัดการก็รีบจัดการเดี๋ยวนี้! แล้วก็ทำให้เสร็จก่อนที่เด็กคนนั้นจะกลับจากที่ทำงานด้วย""ดะ...ได้ครับบอส แล้วบอสจะอยู่ที่นี่กี่วันครับ""ก็จนกว่าจะจัดการทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อยนั่นแหละ ส่วนเจ้าของห้องนี้ก็จัดการโอนเป็นชื่อนายแล้วนี่ ฉันใช้ชื่อนายในการเช่าห้องนี้ แล้วฉันก็จะรอดูสถานกา
last updateLast Updated : 2025-12-31
Read more
ตอนที่ 5
"อะไรนะ! เธอคือคนที่อุปการะยัยมาลินจริง ๆ เหรอเนี่ย" มาลีกวาดสายตามองดูผู้ชายตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่เชื่อสายตา "นี่จะมาหลอกอะไรฉันรึเปล่า คนที่ส่งเสียยัยมาลินเรียนไม่ใช่คนแก่ ๆ คราวพ่อรึไง ดูจากหน้าตาก็ยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลยนี่""กรุณาเรียกบอสอย่างสุภาพด้วยนะครับคุณ แล้วก็กรุณาพูดจาให้มีมารยาทด้วย...""ไม่ต้องกวิน นายปล่อยมือออกจากผู้หญิงคนนั้นซะ ถ้าเธออยากจะพูดอะไรก็ปล่อยให้พูดไปเถอะ""แต่บอสครับ...""ฉันบอกให้เงียบไง!" ราล์ฟก็หันไปดุผู้ติดตาม ก่อนจะหันไปคุยกับมารดาของมาลินต่อ "ว่าแต่ทำไมคุณถึงคิดว่าคนที่อุปการะไม่น่าจะเป็นผมล่ะครับ" กวินก็ไม่ค่อยพอใจเจ้านายของตัวเองมากนัก เพราะเขาต้องยอมให้ผู้หญิงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาพูดจาห้วน ๆ ใส่ แถมยังแทนตัวเองว่าผมและพูดอย่างสุภาพอีกด้วย"ถ้าสิบสองปีมันก็ไม่สมเหตุสมผลน่ะสิ คนที่ส่งเสียยัยมาลินก็ส่งแต่ของดี ๆ มาให้ตลอด แถมยังส่งเสียให้เรียนโรงเรียนประจำสตรีที่มีชื่อเสียงด้วย ค่าใช้จ่ายต่อปีมันก็ไม่ใช่น้อย ๆ แถมค่าเทอมของที่นั่นก็แพงมากนี่ ถ้าเมื่อสิบสองปีก่อนเป็นเธอจริง ๆ งั้นตอนนั้นเธอก็ยังเป็นเด็กอยู่ไม่ใช่หรือไง อายุไม่ถึง เขาให้อ
last updateLast Updated : 2025-12-31
Read more
ตอนที่ 6
"เอ๊ะ? สิบล้าน ไม่นะคะคุณราล์ฟ อย่าทำแบบนั้นนะคะ คุณแม่ไม่มีวันพอใจกับเงินที่ได้หรอกค่ะ ถ้าคุณให้ไป เดี๋ยวคุณแม่ก็จะต้องตามไปเอากับคุณอีก อย่าตามใจท่านเลยนะคะ แล้วเรื่องตบหน้าแค่นี้ ฉันไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ มันไกลหัวใจ คุณราล์ฟกลับไปเถอะค่ะ อย่ามาที่นี่อีกเลยนะคะ""หน็อย...อีนังนี่ จะมาขัดลาภกูอีกแล้วนะ อีนังตัวดี!" มาลีก็ง้างแขนเพื่อจะตบหน้ามาลินอีก ส่วนมาลินก็หลับตาปี๋เพื่อเตรียมใจที่จะโดนมารดาตบอีกครั้ง"ผมบอกให้หยุดไง! นี่คุณเป็นแม่ภาษาอะไรกัน ทำกับลูกในไส้ของตัวเองได้ถึงขนาดนี้" ราล์ฟก็ปกป้องมาลินด้วยการจับแขนมาลีที่ง้างเตรียมจะตบ ก่อนจะรั้งไหล่เล็กของมาลินเข้าหาตัวมาลินก็ทำอะไรไม่ถูกเมื่อจู่ ๆ ก็เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของผู้มีพระคุณโดยไม่ทันตั้งตัว แต่เธอก็ไม่กล้าแม้แต่จะผลักไสหรืออะไรทั้งนั้น จึงได้แต่มองดูที่เสื้อสูทหรูของเขาแทน เพราะไม่รู้จะวางตัวยังไง"เธอก็เอาเช็คมาสิ แล้วจะเอายัยมาลินไปที่ไหนก็เอาไปเลย" มาลินที่สูงเพียงแค่หน้าอกของราล์ฟก็ยืนตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก เพราะเธอไม่อยากให้เรื่องราวมันจบแบบนี้ เธอรู้สึกเกรงใจที่มารดาจะต้องเอาเงินจากผู้มีพระคุณแบบนั้น"เธอไม่ต้องพูดอะไรแล้วล
last updateLast Updated : 2026-01-04
Read more
ตอนที่ 7
"ต่อจากนี้ไปเธอจะอยู่ที่นี่กับฉัน นี่เป็นเพนต์เฮาส์ของฉันเอง ปกติแล้วฉันก็จะมานอนค้างที่นี่บ้าง ก็จะไป ๆ มา ๆ ระหว่างที่นี่กับบ้านนั่นแหละ"มาลินกวาดสายตามองดูเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของคอนโดมิเนียมชื่อดังด้วยความตกตะลึง ซึ่งเป็นห้องที่ทั้งกว้างใหญ่และหรูหรา ราวกับยกบ้านทั้งหลังขึ้นมาไว้บนตึกสูงก็ไม่ปาน"คือว่าหนู เอ่อ...ฉันอยู่ที่นี่ได้จริง ๆ เหรอคะ ฉันสามารถอยู่ห้องที่หรูหราแบบนี้ได้จริง ๆ เหรอคะ""เธอก็อยู่ที่นี่นั่นแหละ ส่วนเรื่องเรียนเดี๋ยวฉันจะให้กวินเป็นคนจัดการให้ แล้วนี่ได้คิดไว้หรือเปล่าว่าอยากจะเรียนที่ไหนน่ะ""ตอนแรกก็ตั้งใจจะเรียนมหาลัยรัฐบาลที่ได้โควตาค่ะ แต่ว่า...หลังจากที่รู้ว่าจะไม่ได้เรียนต่อแล้ว ฉันก็มุ่งหน้าหางานทำอย่างเดียวเลย""งั้นก็เรียนมหาลัย XXX ก็แล้วกัน""ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เอกชนเลยเหรอคะ ฉันเรียนมหาลัยที่ได้โควตาก็ได้ค่ะ แค่มาอาศัยอยู่กับคุณก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว ถ้าต้องเข้าเรียนมหาลัยที่ค่าเทอมสูงอีก หนู...เอ่อ...ฉันไม่กล้าจะรบกวนอะไรคุณราล์ฟมากกว่านี้แล้วล่ะค่ะ""อ้อ...ฉันเห็นเธอมักจะสับสนเวลาที่เรียกแทนตัวเองว่าหนูกับฉัน ฉันไม่ติดหรอกนะ ถ้าเธอจะแทนตัวเองว่าหนูน
last updateLast Updated : 2026-01-04
Read more
ตอนที่ 8
"มีเรื่องอยากจะคุยกับฉันขนาดนั้นเลยรึไง" หลังจากที่ราล์ฟอาบน้ำเสร็จ เขาก็ขึ้นไปนอนบนเตียงหรูขนาดใหญ่ โดยที่ทั้งสองคนก็ได้เว้นระยะห่างกันพอสมควร"ใช่ค่ะ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ หนูกลับไม่รู้ว่าจะถามอะไรเลย มันทั้งตื่นเต้น ดีใจ จนทำอะไรไม่ถูกเลยล่ะค่ะ คำถามที่อยากจะถาม จู่ ๆ มันก็หายไปเฉย ๆ เลย""ถ้ายังคิดไม่ออก งั้นฉันขอถามเธอก่อนแล้วกัน""ค่ะ""ทำไมที่ผ่านมาถึงไม่บอกเรื่องของแม่เธอล่ะ แม่เธอเป็นแบบนี้มาตลอดเลยสินะ""หนูไม่อยากทำให้คุณราล์ฟไม่สบายใจ แล้วหนูก็อยากจะเขียนแต่สิ่งดี ๆ เวลาที่ได้เขียนจดหมายถึงคุณน่ะค่ะ""ไม่ใช่ว่าอยากจะปกป้องแม่หรอกใช่ไหม""ถึงแม้ว่าคุณแม่จะเป็นคนไม่ดี แต่ยังไงเธอก็คือแม่ของหนูค่ะ ถึงจะเป็นยังไง ท่านก็คือคนที่ให้กำเนิดหนูมา""แต่แปลกจริง ๆ นะ ทั้ง ๆ ที่เธอก็อยู่ในสภาพแวดล้อมที่แย่ขนาดนี้ แถมยังฟังคำหยาบคายจากแม่ของตัวเองมาตลอด แต่ทำไมเธอถึงได้พูดจาดีต่างจากแม่ของตัวเองเหลือเกินล่ะ""เอาจริง ๆ ตั้งแต่ที่หนูได้คุณราล์ฟมาอุปการะ หนูก็แทบไม่ได้กลับบ้านเลยค่ะ หนูก็ใช้ชีวิตอยู่แต่ในรั้วโรงเรียนประจำ อยู่กับคุณครูที่ปรึกษามาโดยตลอด อาจจะเป็นเพราะหนูได้อยู่ใกล้ชิดกับคุณ
last updateLast Updated : 2026-01-04
Read more
ตอนที่ 9
"เสื้อผ้าเยอะขนาดนี้เลยเหรอคะ""ใช่ครับ อันนี้เป็นเสื้อผ้า อันนี้จะเป็นข้าวของเครื่องใช้ของคุณหนู ส่วนพวกของบำรุงผิวหน้าต่าง ๆ บอสบอกว่าเดี๋ยวค่อยให้คุณหนูไปเลือกเอง เพราะไม่รู้ว่าคุณหนูแพ้อะไรน่ะครับ""ขอบคุณมากเลยค่ะ แล้วคุณราล์ฟยังไม่กลับเหรอคะ""ยังครับ หลังจากที่กลับจากมหาลัยกับคุณหนู บอสก็มีประชุมงานต่อในช่วงค่ำ เดี๋ยวผมก็ต้องไปรับบอสอีกทีครับ""ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้ทุกคนต้องวุ่นวายแบบนี้""บอสสั่งมาว่าให้คุณหนูทานข้าวเย็นด้วยนะครับ ส่วนวันพรุ่งนี้ในช่วงเย็น บอสไม่มีงาน เห็นบอกว่าให้คุณหนูแต่งตัวรอครับ บอสจะพาคุณหนูไปซื้อของใช้ส่วนตัวด้วย""เอ่อ...ถ้าเป็นของใช้ส่วนตัวไม่ต้องไปก็ได้นะคะ เพราะที่คุณราล์ฟเอามาให้ก็น่าจะใช้ได้นานแล้วค่ะ""อันนี้ผมก็ได้รับคำสั่งมาจากบอสอีกทีครับ แล้วผมก็คิดว่าคุณหนูน่าจะทำตามที่บอสบอกดีกว่า เพราะว่าเวลาที่บอสเอ่ยคำไหนออกมาแล้ว ก็ต้องเป็นคำนั้นครับ""นะ...นั่นสิคะ""งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ถ้าขาดเหลืออะไร บอสบอกว่าให้โทรหาได้ตลอดเลย""ขอบคุณมาก ๆ นะคะสำหรับวันนี้" มาลินก็ยกมือไหว้ทันทีหลังจากที่พูดจบ ส่วนกวินก็รีบห้ามแต่ก็ไม่ทัน เพราะไม่คิดว่าเธอจะยกมือ
last updateLast Updated : 2026-01-04
Read more
ตอนที่ 10
"คุณหนูเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ไม่สบายรึเปล่า""ไม่ทราบเลยค่ะ จู่ ๆ ก็จามโดยไม่ทราบสาเหตุเลย แต่ทั้งวันก็ไม่เห็นเป็นอะไรนะคะ""ให้ผมไปส่งที่โรงพยาบาลไหมครับ ให้หมอตรวจดูดีไหม""ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ ฉันน่าจะคันจมูกมากกว่า ขอบคุณมากนะคะที่มารับที่มหาลัยทุกวันแบบนี้""ไม่เป็นไรหรอกครับเพราะมันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว เพราะนายน้อยเป็นคนสั่ง ผมก็ต้องทำตามครับ ว่าแต่...เรียนมหาลัยผ่านไปสองสัปดาห์แล้ว ช่วงนี้มีคนที่คุณหนูสนิทอยู่รึเปล่าครับ""ตอนนี้ก็มีเพื่อนที่คิดว่าสนิทอยู่สองคนนะคะ เป็นผู้หญิงทั้งสองคนเลย เรียนคณะบริหารเหมือนกัน แต่คนละสาขาทั้งสองคนเลยค่ะ""อ๋อ...แล้วรู้จักกันได้ยังไงเหรอครับ ปกติแล้ว เราจะสนิทกับคนที่เรียนสาขาเดียวกันมากกว่านี่ครับ เพราะต้องคุยต้องทำงานร่วมกัน""พอดีเรารู้จักกันตอนรับน้องในคณะน่ะค่ะ ก็เลยรู้จักและคุยกันตลอด แต่เพื่อนในสาขาเดียวกันก็มีคนที่คิดว่าสนิทกันอยู่นะคะ แต่ที่คุยกันตลอดก็มีสองคนที่เรียนอยู่ต่างคณะค่ะ""มีแต่เพื่อนผู้หญิงเหรอครับ""ใช่ค่ะ มีแต่เพื่อนผู้หญิงเลย เพราะปกติก็เรียนแต่โรงเรียนหญิงล้วนมาตลอด ก็เลยค่อนข้างรู้สึกแปลก ๆ นิดหน่อยที่มีผู้ชายมาเรี
last updateLast Updated : 2026-01-04
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status