Masukเมื่อได้รับอนุญาตให้กลับเข้ามาพักยังตำหนัักเดิมอีกทั้งยังได้ตำแหน่งผินกลับคืนมาแล้ว จิ่งรั่วอิงก็รู้สึกพอใจมาก เตียงนอนและความเป็นอยู่ในตำหนักแห่งนี้นับว่าใช้ได้เลย เตียงนอนนุ่มๆ มีนางกำนัลล้อมรอบคอยเอาอกเอาใจ ชีวิตเช่นนี้ช่างดีจริงๆ
จะว่าไปการมีบิดาคอยหนุนหลังมันก็ดีเช่นนี้เองสินะ
"พระสนมเพคะ หากกินเยอะเกินไปจะอืดท้องเอาได้นะเพคะ มิสู่หม่อมฉันไปต้มน้ำขิงร้อนๆมาให้ดื่มดีหรือไม่"
หลิงซีเอ่ยถามด้วยความห่วงใย ส่วนอันหรานก็กำลังสั่งการนางกำนัลคนอื่นให้รีบจัดเตียงนอนของพระสนมให้แล้วเสร็จ
จิ่งรั่วอิงยิ้มตาหยี ก่อนจะเอ่ย
"ไม่ต้องหรอก ข้าไม่เป็นอะไร พรุ่งนี้ข้าอยากกินไก่ทอดกรอบ หมูอบน้ำผึ้ง ปลาเปรี้ยวหวาน เจ้าไปสั่งห้องเครื่องแต่เช้าเลยนะ อ้อ ขอข้าวเพิ่มอีกสามถ้วยด้วยล่ะ เฮ้อ วันนี้ข้าอิ่มชะมัด ขอไปนอนก่อนดีกว่า พวกเจ้าก็แยกย้ายกันไปพักเถอะ"
เอ่ยจบนางก็พุ่งตัวลงไปบนเตียงและนอนหลับอย่างมีความสุข
วันพรุ่งนี้จะเป็นยังไงก็ช่างหัวมันก่อนเถอะ วันนี้นางมีความสุขก็พอแล้ว เรื่องของวันพรุ่งนี้ค่อยคิดหาทางรับมือก็แล้วกัน
ด้านเซีี่ยเทียนอวี้นั้นเพราะอารมณ์คุกรุ่นจากเรื่องเมื่อคืนยังไม่จางหายไป เช้าวันต่อมาเขาจึงอารมณ์ไม่ดีเล็กน้อย ยามเข้าร่วมประชุมยามเช้าในท้องพระโรงใบหน้าก็เย็นชาจนเหล่าขุนนางพากันหวาดหวั่น
"ฝ่าบาท ยามนี้พระองค์ก็ทรงครองราชย์มาได้ระยะหนึ่งแล้ว สมควรแก่เวลาที่จะแต่งตั้งฮองเฮาได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ วังหลังจะได้สมบูรณ์ ขอฝ่าบาทโปรดทรงไตร่ตรองด้วย"
เซี่ยชินอ๋องเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย เซี่ยเทียนอวี้ลอบยิ้มหยันในใจ หากเป็นแต่ก่อนเขาคงเชื่อตาแก่นี่แน่นอน แต่ชาตินี้เขาจะไม่ตกหลุมพรางสองพ่อลูกคู่นี้อีก
"เสด็จอาช่างเป็นห่วงเป็นใยหลานยิ่งนัก หลานเองก็ปลื้มใจมาก หลานจะเก็บเรื่องนี้ไปพิจารณาและจะต้้องแต่งตั้งฮองเฮาในเร็ววันนี้แน่นอน"
"ฝ่าบาททรงพระปรีชายิ่ง"
เซี่ยชินอ๋องลอบยิ้มเย็นในใจ ไอ้หน้าโง่นี่ เขาเอ่ยปากแนะนำอะไรไปมันก็เชื่อทั้งหมด ช่างโง่บัดซบดีจริงๆ
แต่เขาเพิ่งจะดีใจได้ไม่นานก็ได้ยินเซี่ยเทียนอวี้เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน
"อีกไม่นานหลานก็จะต้องแต่งตั้งฮองเฮาแล้ว แต่หลานจะไม่ยอมมีความสุขคนเดียวเด็ดขาด หลานจึงอยากมอบภรรยาใหม่ให้ท่านสักหน่อย อาสะใภ้ตายจากไปนานแล้ว ท่านคงจะเปล่าเปลี่ยวใจมาก มิสู้รับอนุเข้าจวนสักสองสามคนเพื่อคลายเหงาเป็นอย่างไร ไป๋กงกง พาตัวอนุคนงามทั้งสามเข้ามาที"
เซี่ยชินอ๋องได้ยินก็รีบหันขวับไปมองทันที เมื่อได้เห็นสภาพอนุทั้งสามคนเขาก็แทบล้มทั้งยืน
ไม่ใช่สตรีวัยสาวหน้าตางดงาม ไม่ใช่นางรำจากหอนางโลมเลื่องชื่อ แต่เป็นสตรีวัยห้าสิบปลายๆ พวกนางแต่งหน้าหนาจัด อีกทั้งยังจ้องมองเขาตาเป็นมันอีกด้วย
เซีี่ยชินอ๋องหันกลับมามองเซี่ยเทียนอวี้ทันที ก่อนจะพบว่ายามนี้เซี่ยเทียนอวี้กำลังตบมือหัวเราะชอบใจอยู่บนบัลลังก์มังกร
"เสด็จอา ดูสิ ท่านดีใจจนพูดไม่ออกเลยสิท่า เป็นอย่างไร อนุคนงามทั้งสามคนที่ข้าเลือกให้ท่าน พวกนางทั้งสามคนน่ะ เคยเป็นคนดูแลหอนางโลมเลื่องชื่อมาก่อน เรื่องปรนนิบัติบุรุษน่ะท่านวางใจได้เลย เสด็จอา แต่ก่อนท่านก็เข้าออกหอนางโลมอยู่บ่อยๆ คงจะคุ้นหน้าคุ้นตาพวกนางอยู่กระมัง"
เซี่ยชินอ๋องถึงกับเอ่ยวาจาใดไม่ออก เขากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดฝืน
"ฝ่าบาท พวกนางแทบจะเป็นมารดากระหม่อมได้เลยนะพ่ะย่ะค่ะ”
"มารดาสิดี สตรีวัยนี้น่ะรู้จักดูแลเอาใจใส่คน อีกทั้งยังจริงใจมาก ไม่เหมือนสตรีวัยสาวที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อท่าน พวกนางยิ่งแก่ยิ่งมากประสบการณ์ ข้าให้คนตรวจสอบมาแล้ว เรื่องอย่างว่าของพวกนางยังยอดเยี่ยมทุกคน ท่านต้องติดใจจนไม่ยอมลุกจากเตียงแน่นอน เป็นอย่างไร ข้าตั้งใจเลือกมาให้ท่านโดยเฉพาะเลยนะ ท่านจะต้องดูแลพวกนางให้ดี นี่คืออนุพระราชทานเชียวนะ ห้ามตี ห้ามฆ่า ต้องเอ็นดูพวกนางให้มากๆ"
เซี่ยชินอ๋องฟังจบก็รู้สึกหมดอาลัยตายอยากขึ้นมาชั่วขณะ
“เหตุใดเสด็จอาจึงทำหน้าเช่นนั้นเล่า หรือไม่พอใจข้า ข้าทำสิ่งใดผิดหรือ”
เซี่ยเทียนอวี้ตีหน้าซื่อเอ่ยถาม เหล่าขุนนางคนอื่นๆเมื่อได้ยินก็พากันกดดันว่าเหตุใดเซี่ยชินอ๋องยังไม่กล่าวขอบคุณอีก นั่นยิ่งทำให้เซี่ยชินอ๋องเครียดหนักเข้าไปอีก
เซี่ยซู่อันที่เห็นว่าสถาณการณ์เกินจะควบคุมจึงรีบเอ่ยกับเซี่ยเทียนอวี้ทันที
“ทูลฝ่าบาท ระยะหลังมานี้เสด็จพ่อสุขภาพไม่สู้ดีเท่าใดนัก เกรงว่าจะไม่สามารถรับสตรีทั้งสามนางเข้าจวนได้พ่ะย่ะค่ะ ขอฝ่าบาทโปรดพิจารณาด้วย"
เซี่ยเทียนอวี้เมื่อได้ฟังก็มีท่าทีครุ่นคิด ก่อนจะยกมือขึ้นตบเข่าตนเองฉาดหนึ่ง
"จริงหรือ แต่ว่าข้าคือโอรสสวรรค์ ตรัสแล้วย่อมมิอาจคืนคำ ในเมื่อสุขภาพของเสด็จอาไม่ดี เช่นนั้นก็มอบพวกนางให้ท่านพี่แทนก็แล้วกัน ให้ตายเถอะ เหตุใดไม่บอกข้ามาตรงๆเล่าว่าท่านอยากได้สตรีสามนางนี้ไปกอดเอาไว้เอง ท่านคงจะชอบสตรีที่เหมือนกับมารดาใช่หรือไม่ เอาอย่างนี้ ข้ามอบให้เพิ่มอีกสักสองสามคนเป็นอย่างไร ห๊ะ?"
เซี่ยซู่อันเริ่มยืนไม่ติดที่ เขาเพียงออกหน้าช่วยบิดาเท่านั้น เหตุใดสุดท้ายจึงได้สตรีรุ่นแม่มาเป็นอนุแทนเล่า!
ช่างบัดซบยิ่งนัก!
"ฝ่าบาท!"
"เอาล่ะ ตกลงตามนี้ ไป๋กงกงส่งพวกนางไปที่จวนชินอ๋อง เจ้าจงย้ำกับคนที่นั่นว่าต้องดูแลพวกนางให้ดี เพราะพวกนางเป็นสตรีของท่านพี่ อย่างไรก็นับเป็นพี่สะใภ้ของข้า"
เซี่ยซู่อัน”……”
พี่สะใภ้บ้านป้าเจ้าสิ ถามเองตอบเอง ไม่เปิดช่องให้คนได้โต้แย้งเลย!
ไป๋กงกงรับคำก่อนจะให้คนส่งอนุทั้งสามนางไปที่จวนชินอ๋องทันที เซี่ยเทียนอวี้ลอบหัวเราะอยู่ในใจอย่างบ้าคลั่ง เขากำลังอารมณ์ไม่ดี สองพ่อลูกบัดซบนี่ก็มาเป็นที่ระบายให้เขาได้พอดี
เซี่ยชินอ๋องรู้สึกหน้ามืดขึ้นมาชั่วขณะจนร่างกายซวนเซ เซี่ยซู่อันรีบเข้ามาประคองบิดาตนทันที เซี่ยเทียนอวี้ยกจอกสุราขึ้นดื่มก่อนจะเอ่ยอย่างเป็นห่วงเป็นใย
"เสด็จอา ท่านดีใจจนแข้งขาอ่อนเชียวหรือ ข้าเข้าใจ ไปๆรีบกลับจวนไปก่อนเถอะ สองพ่อลูกแบ่งเมียกันดีดีเล่า อย่าแย่งกันนะ"
เซี่ยซู่อันกำมือแน่นแต่กลับไม่กล้าเอ่ยวาจาใด เขาลอบมองเซี่ยเทียนอวี้แต่กลับพบว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีพิรุธใด แววตาที่มองพวกเขาสองพ่อลูกยังคงอ่อนโยนเช่นเดิม
อยู่ๆเขาก็รู้สึกว่าตนเองเริ่มคาดเดาความคิดของเซี่ยเทียนอวี้ไม่ออก
"ค่อยๆเดินนะเพคะฮองเฮา ดูแล้วเหมือนจะได้ลูกแฝดเลยเพคะ"หลิงซีและอันหรานช่วยประคองเจ้านายของตนมานั่งอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเอ่ยอย่างดีอกดีใจ จิ่งรั่วอิงเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็แย้มยิ้มเต็มใบหน้า คราวก่อนนางทดลองใช้แส้ฟาดเขา ไม่นานนางก็ตั้งครรภ์จริงๆ นับว่าเยี่ยมมากเลยหญิงสาวหยิบผลผูเถาขึ้นมากินอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับเอ่ยชมว่าเซี่ยเทียนอวี้ช่างทำดีทำถึงจริงๆ“ฝ่าบาทคงจะกำลังร่วมประชุมยามเช้าอยู่กระมัง"จิ่งรั่วอิงเอ่ยถามนางกำนัลทั้งสอง หลิงซีและอันหรานพยักหน้าพลางเอ่ยตอบ"เพคะ หม่อมฉันได้ยินมาว่า ขุนนางพวกนั้นจ้องแต่จะให้ฝ่าบาทรับพระสนมคนใหม่เข้าวังหลวง พวกเขาอ้างว่ายามนี้ฮองเฮาทรงตั้งพระครรภ์ไม่อาจปรนนิบัติฝ่าบาทได้ จึงยกเรื่องนี้ขึ้นมาอ้างเพคะ"จิ่งรั่วอิงรับฟังอย่างไม่ใส่ใจเท่าใดนัก"ช่างเถอะ""ช่างเถอะอะไรกันเพคะ เกิดฝ่าบาททรงรับสตรีอื่นเข้ามาจริงๆ ฮองเอามิทรงหนักพระทัยแย่หรือเพคะ"จิ่งรั่วอิงไม่ตอบแต่กลับยกยิ้มมุมปาก หากเขากล้าทำเช่นนั้น นางจะตัดหนอนน้อยของเขาทิ้งเสีย ตัดแล้วสับๆโยนไปให้นกพิราบกิน!ด้านเซี่ยเทียนอวี้ยามนี้ก็กำลังร่วมประชุมยามเช้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ตั้งแต่เซี่ยชินอ
เมื่อเรื่องราวทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้้วยดี เซี่ยเทียนอวี้ก็สั่งให้คนนำศพของสองพ่อลูกบัดซบไปแขวนประจานเอาไว้ที่หน้าประตูเมือง เพื่อให้ผู้คนได้ดูเป็นเยี่ยงอย่างว่าหากใครคิดทำชั่วจะต้องถูกลงโทษเช่นนี้ ส่วนคนของเซี่ยชินอ๋องก็ถูกฆ่าล้างบางไม่เหลือ ค่ายหทารเดนตายก็ถูกทำลายสิ้น นับว่าทุกอย่างจบสิ้นไปได้ด้วยดีส่วนเวินเมี่ยวและมู่ลี่ เขาก็ปลดนางออกจากการเป็นพระสนม คืนอิสะให้แก่พวกนางทั้งสองคน และรับพวกนางเป็นน้องสาวบุญธรรม อีกทั้งยังอนุญาตให้พวกนางแต่งงานกับบุรุษที่ตนพึงใจได้ เวินเมี่ยวและมู่ลี่แม้จะเสียใจเพียงใดแต่ก็ยอมรับได้ เพราะอย่างน้อยฝ่าบาทก็ยังเมตตาพวกนางสองคนอยู่บ้างเซี่ยเทียนอวี้แต่งตั้งจิ่งรั่วอิงขึ้นเป็นฮองเฮา ในวังหลังของเขามีนางเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียวหลังจากเสร็จสิ้นพิธีการต่างๆแล้ว เขาและนางก็พากันกลับมาเยี่ยมจวนตระกูลจิ่ง เดิมทีนางจะกลับมาเยี่ยมบิดานานแล้ว แต่เพราะเซี่ยเทียนอวี้เล่นแง่ไม่ยอมปล่อยนางออกมาเสียทีนางจึงไม่อาจกลับบ้านได้ แต่พอนางโมโหจริงๆเขาจึงไม่กล้าขัดใจนางอีก และยังบอกว่าจะมาเยี่ยมจวนตระกูลจิ่งพร้อมกับนางอีกด้วย แม่ทัพใหญ่จิ่งและจิ่งรุ่ยเมื่อทราบว่าพวกนางจะกลับ
เซี่ยเทียนอวี้บาดเจ็บสาหัส แน่นอนว่าท่านหมอย่อมต้องทำการรักษาเขาอย่างรวดเร็ว เมื่ออาการของชายหนุ่มคงที่แล้ว จิ่งรั่วอิงจึงพาเขาเดินทางกลับเมืองหลวงในทันที อย่างไรเสียที่เมืองหลวงก็มีหมอฝีมือดีกว่าเมืองเยี่ยนจิง โชคดีที่หนนี้เดินทางมากับเรือ ภายในเรือมีห้องพักที่สะดวกสบายมากกว่ารถม้า จึงทำให้เซี่ยเทียนอวี้เดินทางกลับเมืองหลวงได้อย่างราบรื่นศพของเซี่ยซู่อันและเซี่ยชินอ๋องรวมไปถึงหวงซูเหยานั้นถูกนำขึ้นเรือกลับเมืองหลวงมาด้วย อย่างไรย่อมต้องรอให้เซี่ยเทียนอวี้ฟื้นขึ้นมาเสียก่อนจึงจะรู้ว่าควรต้องจะการเช่นไรต่อ ส่วนราชครูหวงนั้นเมื่อได้ทราบว่าบุตรสาวถูกเซี่ยซู่อันสังหารจนตายก็เสียใจจนเป็นบ้าเป็นหลัง จิ่งรั่วอิงอดเวทนาขึ้นมาไม่ได้ อีกทั้งยังด่าทอเซี่ยซู่อันว่าเขาช่างใจดำอำมหิตเกินคนยามนี้จิ่งรั่วอิงกำลังนั่งอยู่ข้างเตียงนอนของเซี่ยเทียนอวี้ ก่อนหน้านี้บิดาและพี่ชายของนางได้เข้ามาเยี่ยมดูอาการของเขารอบหนึ่งแล้ว ก่อนจะออกไปอารักขาอยู่ที่ด้านนอก ก่อนไปบิดาและพี่ชายยังเอ่ยปลอบใจนางหลายประโยค อีกทั้งยังย้ำว่าเซี่ยเทียนอวี้จะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอนจิ่งรั่วอิงยื่นมือไปลูบใบหน้าของเซี่ยเทียนอวี้เบ
ยามนี้เซี่ยซู่อันบ้าคลั่งจนไม่หลงเหลือความเป็นคนแล้ว หลังจากที่หนีออกมาจากเซี่ยเทียนอวี้ได้เขาก็เรียกรวมพลทหารเดนตายและสั่งให้ทหารพวกนั้นฆ่าคนบริสุทธิ์อย่าให้เหลือ เขาต้องการทำให้แผ่นดินอาบไปด้วยโลหิต เขาอยากเห็นนักว่าเซี่ยเทียนอวี้จะทำเช่นไร ในเมื่อเขาไม่ชนะ เซี่ยเทียนอวี้ก็ต้องพ่ายแพ้เช่นเดียวกัน“เซี่ยซู่อันเจ้าหยุดเถอะ!”เซี่ยเทียนอวี้พาทหารออกมาสมทบกับแม่ทัพใหญ่จิ่งและจิ่งรุ่ยเพื่อคุ้มกันชาวบ้าน ทหารทั้งสองฝั่งกำลังห่ำหั่นกันอย่างเอาเป็นตาย เซี่ยซู่อันหันมามองเซี่ยเทียนอวี้แล้วเอ่ยอย่างไม่รู้สึกผิด"เหตุใดข้าต้องหยุดด้วย ข้าจะทำลายทุกอย่างที่เจ้ารัก พรากทุกอย่างที่เป็นของเจ้าไปให้หมด หากข้าไม่ได้เป็นฮ่องเต้ เจ้าก็อย่าหวังจะได้นั่งบนบัลลังค์อย่างสงบสุขเลย อีกไม่นานหูเฟินจะนำกองกำลังเสริมมาสมทบ เจ้าคิดว่าในมือข้ามีแค่ทหารเดนตายอย่างนั้นหรือ เจ้าคิดผิดแล้ว!"เซี่ยเทียนอวี้เอ่ยอย่างภูมิอกภูมิใจ ทหารที่ว่าคือทหารของท่านพ่อที่มอบเอาไว้ให้กับเขา หากนำมาสมทบกับทหารเดนตายย่อมไม่ด้อยไปกว่าทหารของตระกูลจิ่ง เซี่ยเทียนอวี้มองเซี่ยซู่อันอย่างดูแคลนแล้วเอ่ยอย่างเวทนา"เจ้าคงผิดหวังแล้วล่ะซู่อ
จิ่งรั่วอิงมองเซี่ยซู่อันอย่างสมเพช นี่เขาถึงขนาดลงมือสังหารหวงซูเหยาเลยอย่างนั้นหรือ เขาทำไปเพราะอะไรกันแน่“ท่านฆ่านางทำไม!”“นางคิดจะหักหลังข้า ใครที่คิดจะหักหลังคนอย่างข้า ล้วนพบจุดจบไม่ดีสักคน!”“ท่านเสียสติไปแล้ว!”จิ่งรั่วอิงด่าทอบุรุษตรงหน้าอย่างไม่ไว้หน้าอีก ในเมื่อเขาเปิดเผยธาตุแท้ของตนเองออกมาแล้ว เช่นนั้นนางก็ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งอีกเช่นเดียวกัน เซี่ยซูอันที่ถูกด่ากลับไม่สะทกสะท้าน เขามองนางอย่างไม่ลดละ ดวงตาคมคู่นั้นแดงก่ำราวกับสีเลือด"ข้าไม่ได้เสียสติ! ข้ามีสติดีทุกอย่าง เดิมทีแผนการของข้าไม่ควรต้องเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ท่านพ่อข้าควรจะมีชีวิตอยู่ต่อ จากนั้นข้าก็สังหารเซี่ยเทียนอวี้ได้สำเร็จ สถาปนาตนเองขึ้นเป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่ แต่งตั้งหวงซูเหยาขึ้นเป็นฮองเฮา พวกเราจะมีลูกด้วยกันหลายคน แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดทุกอย่างจึงดูผิดแปลกไปหมด เหยาเอ๋อร์ต้องมาแต่งงานกับบิดาข้า ซ้ำร้ายนางยังเป็นคนวางยาพิษท่านพ่อข้า แล้วยังคิดจะหักหลังข้าอีกด้วย ข้าจึงต้องกำจัดนางทิ้ง เจ้ารู้ไหมยามที่ข้าใช้มีดสั้นจ้วงแทงกลางอกของนางข้าเจ็บปวดมากเพียงใด ทั้งที่ข้าค่อยๆแทงนางแท้ๆ แต่นางกลับกระอักเลือดออก
เซี่ยซู่อันยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาของตนอย่างลวกๆ ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เขาสั่งให้องค์รักษ์คนสนิทของตนเข้ามาทำความสะอาดล้างคราบเลือดออกให้หมด ก่อนจะจัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางใหม่ และพานางไปนอนบนเตียง ทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น นางเพียงนอนหลัับพักผ่อนเท่านั้น เหล่าสาวใช้ที่คอยรับใช้หวงซูเหยาก็พากันปิดปากเงียบไม่กล้าเอ่ยวาจาส่งเดช เพราะเซี่ยซู่อันข่มขู่เอาไว้ว่าหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปถึงหูของเซี่ยเทียนอวี้เมื่อใด เขาจะสังหารล้างโคตรพวกนางทั้งตระกูล นางกำนัลเหล่านั้นจึงทำได้เพียงกลืนความลับนี้ให้มันเน่าตายในท้องไปเสีย"หากมีคนถาม ก็บอกว่าพระชายาล้มป่วยตรอมใจที่ท่านพ่อจากไป ห้ามคนมารบกวน"เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย แววตาก็ดูเย็นชาดำทะมืนน่ากลัวเป็นอย่างมาก ในสายตาของข้ารับใช้ยามนี้เซี่ยซู่อันก็เหมือนคนที่เสียใจจนกลายเป็นบ้าไปแล้วชายหนุ่มกลับมาที่เรือนนอนของตนเอง ก่อนจะเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง และให้คนลอบนำไปส่งให้กับจิ่งรั่วอิงอย่างลับๆ ยามนี้เขาจะรั้งรอเวลาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ท่านพ่อจากไปอย่างไม่มีวันกลับ โชคดีที่เขาสามารถโยกย้ายทหารเดนตายมาที่เมืองเยี่ยนจิงได้สำเร็จแล้ว ที่เหลื







