FAZER LOGINเมื่อได้ระบายโทสะออกไปจากใจแล้ว เซี่ยเทียนอวี้ก็รู้สึกอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก เซี่ยซู่อันที่เห็นว่าบิดามีีหน้าไม่สู้ดี จึงรีบพากลับจวนชินอ๋องไปทันที เซี่ยเทียนอวี้ก็ใจดีมาก ยังเมตตาส่งหมอหลวงไปตรวจอาการของเซี่ยชินอ๋องอีกด้วย
เซี่ยซู่อันนี่แค่เริ่มต้น ข้ายังมีเรื่องสนุกเตรียมเอาไว้ให้พวกเจ้าสองพ่อลูกอีกมาก
เมื่อเซี่ยชินอ๋องและบุตรชายจากไปแล้ว เหล่าขุนนางจึงกลับมาร่วมประชุมยามเช้ากันต่อ
หัวข้อการประชุมวันนี้คือเรื่องการทำพิธีขอพรให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล หรือก็คือพิธีบวงสรวงดินและเทพเจ้านั่นเอง แคว้นเซิ่งจะมีีธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาหลายชั่วอายุคน นั่นก็คือในช่วงต้นฤดูร้อนของทุกปี โอรสวรรค์จะเสด็จออกจากวังหลวง มุ่งหน้าไปยังพระราชวังฤดูร้อนบนเขาเพื่อขอพรให้แผ่นดินสงบสุขและร่มเย็น ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล เทพเจ้าคุ้มครองปวงประชา
ทุกๆปีฮ่องเต้จะเดินทางไปขอพรและถือโอกาสนี้เสด็จประพาสที่พระราชวังฤดูร้อนด้วย และยังออกตรวจตราที่หัวเมืองต่างๆเพื่อดูความเป็นอยู่ของราษฎรที่นอกเมืองหลวง ยามนี้ถึงเวลาประจวบเหมาะเวียนมาอีกครั้งหนึ่งแล้ว เซี่ยเทียนอวี้ที่เป็นฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจึงสั่งให้เหล่าขุนนางทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม
อีกเรื่องที่ต้องเร่งจัดการก็คืออีกไม่กี่วันแม่ทัพใหญ่จิ่งจะเดินทางกลับเมืองหลวงแล้ว อย่างไรย่อมต้องเตรียมการต้อนรับเขาอย่างสมเกียรติ
เมื่อไม่มีสิ่งให้จัดการต่อแล้วเหล่าขุนนางจึงแยกย้ายกันกลับจวนของตนเองไปทันที
เซี่ยเทียนอวี้เดินออกมาจากท้องพระโรง ก่อนจะไปเยี่ยมคารวะมารดาเหมือนเช่นทุกวัน จากนั้นเขาก็กลับมายังตำหนักมังกรสวรรค์ของตนเอง แต่เมื่อมาถึงกลับพบว่ายามนี้จิ่งรั่วอิงกำลังยืนพิงต้นไม้อยู่ไม่ไกล เมื่อนางเห็นเขาก็รีบเข้ามาหาทันที
“ถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ”
เซี่ยเทียนอวี้ปรายตามองสตรีตรงหน้าด้วยความสงสัยปราดหนึ่ง
เหอะ เมื่อคืนกินไม่อิ่มหรือไรกัน วันนี้คงคิดจะมาห่ออะไรจากตำหนักของเขากลับไปกินอีกสิท่า!
“เจ้ามาทำไม”
“ฝ่าบาท หม่อมฉันมีเรื่องอยากปรึกษาพระองค์เพคะ เป็นเรื่องสำคัญมาก หวังว่าพระองค์จะทรงอนุญาต”
แม้จะไม่อยากจะสนทนากับเขามากนัก แต่ยามนี้นางมีแผนการหนึ่งในใจแล้ว จึงต้องบากหน้ามาเพื่อขอความช่วยเหลือจากเขา เซี่ยเทียนอวี้จ้องมองจิ่งรั่วอิงอย่างไม่ละสายตา คิดในใจว่าวันนี้นางจะมาไม้ไหนอีก
“เข้าไปพูดข้างในเถอะ”
เอ่ยจบเขาก็เดินนำนางเข้าไปในตำหนักมังกรสวรรค์ทันที ก่อนจะสั่งให้ข้ารับใช้คนอื่นๆออกไปให้หมด จากนั้นก็หันมาเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“มีอะไรก็รีบๆพูดมา ข้าไม่มีเวลาว่างมาฟังเรื่องไร้สาระของเจ้า”
จิ่งรั่วอิงเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ทิ้งกายลงนั่งข้างเขาทันที เซี่ยเทียนอวี้ใช้หางตามองนางอย่างไม่พอใจ
“ไปนั่งพื้นสิ อย่ามานั่งเทียบกับข้า ข้ารังเกียจเจ้า!”
จิ่งรั่วอิงเบ้ปาก ก่อนจะเปลี่ยนไปนั่งชันเข่าที่พื้นโดยไม่สนธรรมเนียมปฏิบัติอะไรทั้งสิ้น
“ที่ข้ามาวันนี้เพราะมีเรื่องหนึ่งอยากจะขอให้ท่านร่วมมือด้วย”
นางไม่เอ่ยวาจานอบน้อมอันใดอีก เซี่ยเทียนอวี้ที่ได้ฟังก็จ้องมองนางด้วยความสงสัย
“ว่ามาสิ เผื่อว่าข้อเสนอของเจ้าจะน่าสนใจ”
จิ่งรั่วอิงไม่รอช้า นางรีบเล่าเรื่องทั้งหมดที่ตนเองพบเห็นให้เขาฟังทุกอย่าง แต่นางไม่ได้บอกว่าตนเองทะลุมิมิติเข้ามาอยู่ในร่างนี้ นางบอกเพียงว่าหลังจากถูกโบยก็สลบไป จากนั้นนางก็ฝันเห็นเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกห้าปีข้างหน้า นางเป็นคนของเซี่ยซู่อัน เข้าวังหลวงมาเพราะมีจุดประสงค์อยากจะช่วยเซี่ยซู่อันสังหารเซี่ยเทียนอวี้ นางลอบวางยาพิษเซี่ยเทียนอวี้อย่างเลือดเย็น และยังยอมมีสัมพันธ์ทางกายกับเขาเพื่อหลอกให้เขาหลงรัก ไม่นานเขาก็เกิดล้มป่วยหนักจึงเข้าทางของนางพอดี นางจึงฉวยโอกาศเปิดทางให้เซี่ยซู่อันเข้ามาสังหารเซี่ยเทียนอวี้ได้สำเร็จ
เซี่ยเทียนอวี้ที่กำลังยกจอกสุราขึ้นดื่มพลันชะงักไปทันที ดวงตาฉายแววตื่นตระหนกวูบหนึ่ง
นางก็ฝันเห็นเหตุการณ์นั้นเช่นเดียวกับเขาอย่างนั้นหรือ
จะเป็นไปได้อย่างไร!
จิ่งรั่วอิงไม่ทันสังเกตสีหน้าที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของเซี่ยเทียนอวี้ นางยังคงเล่าเรื่องราวของตนเองต่อไป
“หลังจากท่านตายไปแล้ว ข้าก็ถูกเซี่ยซู่อันใช้เชือกรัดคอให้ตายตามท่านไป ไม่เพียงเท่านั้นเขายังสังหารคนตระกูลจิ่งของข้าทั้งตระกูล เขาผิดสัญญา บอกว่าจะแต่งกับข้า เขาจะแต่งตั้งข้าเป็นฮองเฮา แต่สุดท้ายเขากลับแต่งงานกับหวงซูเหยา สตรีที่เขารัก ข้าก็เป็นเพียงหมากบนกระดานให้เขาหลอกใช้ ข้าแค้นเขานัก อยากเอาคืนเขาให้สาสม ยิ่งเห็นหน้าข้าก็ยิ่งเกลียดเขา!”
จิ่งรั่วอิงกำมือแน่น นางไม่ชอบหน้าเซี่ยซู่อันจริงๆ อีกทั้งยังคิดว่านางจะปล่อยเขาไปไม่ได้เด็ดขาด หากนางไม่กำจัดเขา เขาก็จะต้องกำจัดนางอย่างแน่นอน เจ้าของร่างเดิมหลงใหลในคำหวานของเขา แต่นางไม่ใช่ นางจะไม่ยอมให้ตนเองต้องพบกับจุดจบเช่นนั้นอย่างแน่นอน
เซี่ยเทียนอวี้นั้นยามนี้เขากำลังนิ่งเงียบไม่ได้เอ่ยวาจาใดออกมา เขาไม่คิดเลยว่าสุดท้ายเซี่ยซู่อันก็ไม่เก็บจิ่งรั่วอิงเอาไว้ อีกทั้งยังสังหารนางด้วยมือตนเอง
ตอนนี้ในใจของเขามีความรู้สึกมากมายที่บอกไม่ถูก มันมีทั้งความรู้สึก สมน้ำหน้า สาแก่ใจ และเสียใจในเวลาเดียวกัน
เพราะความฝันที่เขาประสบพบเจอมานั้นมันทำให้เขาไม่เชื่อใจใครง่ายๆอีก ความทรมานก่อนตายจากการถูกพิษ ดาบที่เซี่ยซู่อันใช้สังหารเขายังคงทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ในใจไม่จางหาย
แน่นอนว่าเขาไม่มีทางบอกนางว่าเขาก็ฝันเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าเช่นเดียวกัน
จิ่งรั่วอิงที่เล่าทุกอย่างจนจบแล้ว จึงหันมามองเซี่ยเทียนอวี้ ก่อนจะพบว่าชายหนุ่มมีสีหน้าเรียบเฉยและไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาเลย
หรือเขาจะมองว่านางบ้า?
ความคิดมากมายตีกันในหัวของจิ่งรั่วอิงเต็มไปหมด
“เซี่ยเทียนอวี้ ท่านไม่เชื่อข้าหรือ”
“แล้วเหตุข้าต้องเชื่อเจ้าด้วยเล่า”
จิ่งรั่วอิงที่ได้ฟังก็กำมือแน่น ก่อนจะเอ่ย
“แต่ข้าว่าท่านเชื่อ และท่านเองก็อาจจะเคยฝันเห็นเหตุการณ์เดียวกับข้าด้วยซ้ำ เพียงแต่ท่านตายไปก่อนเลยไม่รู้จุดจบของข้า มิเช่นนั้นท่านจะเกลียดชังข้าด้วยเรื่องใด ข้าจำได้ว่าในฝันนั้น ท่านรักข้าจนหมดหัวใจ ไม่เคยเกลียดชังหรือระแวดระวังในตัวข้าเลยแม้แต่น้อย”
เมื่อถูกจิ่งรั่วอิงมองออก เซี่ยเทียนอวี้ก็ส่งเสียงหัวเราะหึหึในลำคอ แล้วจึงยื่นมือมากระชากตัวนางให้ขึ้นมานั่งข้างๆเขา
“ข้าเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็ไม่ใช่เรื่องของเจ้า”
“เช่นนั้นก็คิดซะว่าข้าไม่เคยเล่าอะไรให้ท่านฟังก็แล้วกัน ส่วนเรื่องเอาคืนเซี่ยซู่อันข้าจะหาทางเอง ขอตัวก่อน”
จิ่งรั่วอิงที่เห็นว่าเซี่ยเทียนอวี้คงไม่มีทางร่วมมือด้วยจึงไม่รบเร้าเขาต่อ แต่เซี่ยเทียนอวี้กลับกดตัวนางให้ลงไปนอนบนตั่งก่อนจะเป็นฝ่ายขึ้นมาคล่อมตัวนางเอาไว้ จิ่งรั่วอิงยื่นมือไปหมายจะผลักเขาออก แต่คนตรงหน้ากลับขืนตัวเอาไว้ไม่ยอมให้นางได้หนีไปตามที่ต้องการ
“ท่านจะทำอะไร”
เซี่ยเทียนอวี้จ้องมองจิ่งรั่วอิงด้วยแววตาที่เป็นประกายวาววับ
“จิ่งรั่วอิง ข้าขอถามเจ้า เจ้าต้องการปั่นหัวข้าใช่หรือไม่ แท้จริงแล้วเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ บอกมา!”
จิ่งรั่วอิงพยายามผลักเขาออกอีกครั้งแต่กลับไม่เป็นผล นางจึงไม่พยายามอีก หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วจึงเอ่ยกับเขาอย่างตรงไปตรงมา
“เซี่ยเทียนอวี้ พวกเรามาร่วมมือกัน ฆ่าเซี่ยซู่อันดีไหม”
เซี่ยเทียนอวี้ที่ได้ยินก็มองนางอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะออกมา
“เจ้าตัดใจฆ่าเขาได้ลงคอจริงหรือ”
“แน่นอน”
แววตาของนางไม่ได้ฉายแววล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย เซี่ยเทียนอวี้ยื่นมือไปลูบใบหน้าของจิ่งรั่วอิง ฝ่ามือสากๆของเขาเมื่อสัมผัสต้องใบหน้าของนาง มันทำให้หญิงสาวรู้สึกร้อนวูบวาบอย่างบอกไม่ถูก เมื่อนางสบประสานสายตากับเขาจิตใจก็เต้นถี่ระรัวอย่างบ้าคลั่ง
บัดซบจริงๆ หล่อจนใจสั่นไปหมดเลย!
“จิ่งรั่วอิง”
“ว่าอย่างไร”
“หากข้ายอมร่วมมือกับเจ้า เจ้าจะให้อะไรเป็นของตอบแทนข้าหรือ ข้าขอบอกตามตรงว่าข้าไม่อยากจะเชื่อใจเจ้าเลยด้วยซ้ำ เจ้ามันคนเสแสร้ง สับปรับหน้าไหว้หลังหลอกออกปานนี้ ข้าจะกล้าเชื่อเจ้าได้อย่างไรกัน”
เขาเอ่ยไปพลางใช้มือลูบใบหน้าของนางไปพลาง จิ่งรั่วอิงปัดมือเขาออกจากใบหน้าของตน ก่อนจะเอ่ยถามกลับไป
“เช่นนั้นท่านอยากได้อะไรเล่า ว่ามาเลย ขอเพียงท่านร่วมมือกับข้าฆ่าเซี่ยซู่อันได้สำเร็จ ข้าจะยอมรับปากท่านทุกเรื่องเลย”
“จริงหรือ”
เขามองสำรวจนางอย่างตั้งอกตั้งใจด้วยสายตาที่หื่นกระหาย เดิมทีเขาเพียงอยากจะยั่วโมโหนางเท่านั้น ทำให้นางโกธรที่ถูกเขามองอย่างเหยียดหยาม ยิ่งนางเสียหน้าเขาก็ยิ่งรู้สึกสาแก่ใจ!
จิ่งรั่วอิงมีหรือจะมองไม่ออกว่าเขาต้องการอะไร แต่นางก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เซี่ยซู่อันคือตัวอันตราย หากเขารู้ว่านางมีใจคิดแปรพักตร์ เขาจะต้องหาทางกำจัดนางในสักวันแน่ นางยังไม่อยากตาย
เมื่อคิดได้เช่นนั้น นางจึงเป็นฝ่ายพลิกเกมทันที หญิงสาวกดเซี่ยเทียนอวี้ให้เป็นฝ่ายนอนลงบนตั่งแทน ส่วนตนเองก็ขึ้นมานั่งคล่อมบนตัวเขา เซี่ยเทียนอวี้ตื่นตระหนกจนหน้าเปลี่ยนสี
“เจ้าจะทำอะไร!”
“ท่านอยากได้ของตอบแทนไม่ใช่หรือ เช่นนั้นข้าจะใช้ร่างกายตอบแทนท่าน ทำให้เซี่ยซู่อันตกต่ำได้หนึ่งครั้ง ข้าก็ตอบแทนท่านหนึ่งครั้ง หากท่านทำได้ดีข้ายินดีให้สองครั้งเลย แต่มีข้อแม้ หากทำตามแผนไม่สำเร็จอย่าได้มารุ่มร่ามข้าเด็ดขาด หลังจบเรื่องแล้วพวกเราก็ต่างคนต่างไป!”
ว่าจบนางก็หยิบกาสุราขึ้นมากระดกดื่มจนหมดรวดเดียว ความร้อนของสุราไหลผ่านร่างกายจนทำให้นางรู้สึกเสียวสะท้าน
เอาก็เอา ยังไงหมอนี่มันก็หน้าตาหล่อดี แถมยังเป็นถึงฮ่องเต้ด้วย ย่อมมีอำนาจช่วยนางได้มากกว่า หากให้เลือกระหว่างเป็นเมียซื่อจื่อกับเป็นเมียฮ่องเต้ นางยอมเป็นเมียฮ่องเต้ดีกว่า!
เอ่ยจบนางก็โน้มใบหน้าเข้าไปจูบเซี่ยเทียนอวี้อย่างดูดดื่ม เซียเทียนอวี้ถูกจู่โจมก็ตกใจคิดจะตะโกนให้คนมาลากนางออกไป แต่จิ่งรั่วอิงกลับยื่นมือมาปิดปากเขาเอาไว้
“อย่าเล่นตัวน่า คนได้เปรียบทั้งขึ้นทั้งล่องเป็นท่านแท้ๆ แล้วก็อย่าได้คิดลงโทษข้า ครั้งนี้ข้าไม่ยอมแน่ เซี่ยเทียนอวี้พวกเรามาร่วมมือกันสังหารคนชั่วเถอะ!”
เอ่ยจบนางก็ถอดเสื้อผ้าของตนเองออกจนหมด ก่อนจะจูบไซ้ซอกคอเขาอย่างหนักหน่วง
น่ารำคาญ! เขาไม่ทำนางทำเอง
เซี่ยเทียนอวี้ถูกรุกอย่างหนักก็เริ่มหายใจติดขัดขึ้นมา ยิ่งได้มองเห็นว่ายามนี้จิ่งรั่วอิงเปลือยกายล่อนจ้อนจนเผยให้เห็นผิวพรรณขาวนวลเนียนเขาก็ยิ่งหน้าแดงซ่านหนักขึ้นไปอีก น่าแปลกที่หนนี้เขากลับไม่เรียกคนมาลากตัวนางไปทำโทษเหมือนเช่นคราวก่อน
นางมีเสน่ห์บางอย่างที่น่าดึงดูดจนเขาไม่อาจละสายตาไปจากนางได้
เสน่ห์น่าหลงใหลที่แต่ก่อนนางไม่เคยมี!
“อย่าทำข้า อย่านะ อย่าเพิ่ง! ข้าถอดเสื้อผ้าก่อน โอว!”
เซี่ยเทียนอวี้ที่เพิ่งรู้ตัวว่าตนเองเอ่ยสิ่งใดออกไปก็รีบยกมือขึ้นปิดปากตนทันที
มารดามันเถอะ นี่เขาพูดอะไรออกไป
ไม่มีทาง เขาไม่ทีทางยอมนาง ไม่มีทาง!
ไม่มีทางทนได้แล้วโวย เอาก็ได้ว่ะ ไหนๆก็มาถึงขนาดนี้แล้ว เอาก็เอา ลองเอาสักรอบ!
ด้านจิ่งรั่วอิงนั้นก็ติดฝนอยู่กับเซี่ยซู่อันไม่อาจหนีไปไหนได้ ระหว่างนี้นางต้องแสร้งทำเป็นรักใคร่เขาเสียเต็มประดาทั้งที่ในใจอยากจะกระโดดถีบสองขาคู่ รออยู่ราวครึ่งชั่วยามในที่สุดฝนก็หยุดตกเสียที นางแสร้งทำท่าทีร้อนใจก่อนจะหันมาเอ่ยกับเขา"พี่ซู่อัน ข้าคงต้องรีบกลับแล้ว เกรงว่าหากเขาสร่างเมาแล้วไม่เห็นข้าจะสงสัยเอาได้ ท่านก็รีบกลับไปเถอะ ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ แล้วก็อย่าลืมคิดถึงข้าด้วยเล่า""ได้ ข้าจะคิดถึงเจ้าทุกคืนวัน”เขาเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แววตาที่ใช้มองนางก็หวานล้ำเป็นอย่างยิ่ง จิ่งรั่วอิงลอบปรบมืออยู่ในใจ ไอ้หมอนี่ถ้าอยู่ในยุคปัจจุบันมันจะต้องเป็นดาราดังแถวหน้าอย่างแน่นอน แสดงเก่งซะขนาดนี้เมื่อไม่มีสิ่งใดแล้วทั้งจิ่งรั่วอิงและเซี่ยซู่อันจึงแยกย้ายกันกลับไปยังที่ทางของตนเองทันทีระหว่างที่จิ่งรั่วอิงเดินกลับมาที่เรือนพักอารมณ์ของนางก็ไม่ใคร่จะดีเท่าใดนัก หญิงสาวถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกก่อนจะสั่งให้หลิงซีเอาไปเผาทิ้งเสีย หลิงซีสงสัยว่าเจ้านายจะเอาไปเผาทำไมชุดสวยขนาดนี้ช่างน่าเสียดายนัก แต่ว่านางกลับไม่กล้าเอ่ยถาม ทำได้เพียงรีบเอาเสื้อคลุมตัวนั้นไปเผาตามคำสั่งเมื่อจิ่งรั่วอิง
เย็นวันนั้นเซี่ยเทียนอวี้จัดงานเลี้ยงที่พระราชวังฤดูร้อนเพื่อให้เหล่าขุนนางและทุกคนที่รวมเดินทางมาได้ผ่อนคลายกันอย่างเต็มที่ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังมอบอาหารดีดีให้กับเหล่าข้ารับใช้อีกด้วยเสิ่นไทเฮานั้นอยู่พูดคุยกินดื่มด้วยเพียงชั่วครู่ก็ขอตัวกลับไปสวดมนต์ต่อ เซี่ยเทียนอวี้หันไปมองจิ่งรั่วอิงที่นั่งอยู่ข้างกันก็พบว่ายามนี้สตรีตัวแสบของเขากำลังนั่งรอให้นางกำนัลคีบอาหารเข้าปากให้อย่างสบายอารมณ์ เหอะ จะกินยังขี้เกียจคีบเองช่างเหลือเกินจริงเชียวจิ่งรั่วอิงหันมองไปโดยรอบ อยู่ๆสายตาก็สบประสานเข้ากับเซี่ยซู่อันที่มองมาพอดี เขาส่งสายตาบางอย่างให้กับนาง หญิงสาวจึงแสร้งพยักหน้าให้เขาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปกินอาหารต่อ ที่เขาส่งสายตาให้นางคงเพราะเรื่องที่นัดพบกันวันนั้นสินะนางจำได้ ด้านเซี่ยเทียนอวี้ก็ทำเป็นมองไม่เห็นว่าเซี่ยซู่อันส่งสายตาให้จิ่งรั่วอิง เขาต้องข่มกลั้นตนเองอย่างมากเพื่อไม่ให้ระเบิดอารมณ์ออกมาจนทำให้เสียเรื่องเซี่ยซู่อันที่เห็นว่าจิ่งรั่วอิงพยักหน้าตอบรับแล้วจึงพอจะสบายใจขึ้นมาได้บ้าง แรกเริ่มเขารู้สึกกังวลใจมากที่นางไม่ปฏิกิริยาตอบสนองต่อเขาเลย แต่เมื่อได้เห็นว่าวันนี้นางพยักหน้าร
วันเวลาล่วงเลยมาจนถึงวันที่เซี่ยเทียนอวี้จะต้องเดินทางไปทำพิธีขอฝนที่พระราชวังฤดูร้อนบนเขาแล้ว ครั้งนี้เขาให้เหล่าขุนนางเตรียมการเอาไว้เป็นอย่างดีทุกอย่าง การเดินทางในครานี้เขาพาจิ่งรั่วอิงไปด้วย ส่วนเสิ่นไทเฮาก็ติดตามไปด้วยเช่นเดียวกันเวินเมี่ยวและมู่ลี่อย่างไรก็ได้ชื่อว่าเป็นคนของเชื้อพระวงศ์ เซี่ยเทียนอวี้จึงอนุญาตให้พวกนางติดตามไปด้วยได้ สตรีทั้งสองแม้จะไม่ชอบใจจิ่งรั่วอิงมากเพียงใด แต่เมื่อได้ทราบว่ายามนี้คนเขาเป็นถึงจิ่งเฟย พวกนางสองคนจึงไม่กล้าหาเรื่องใส่ตัวอีกการเดินทางครั้งนี้มีแม่ทัพใหญ่จิ่งและจิ่งรุ่ยถวายอารักขาอย่างเข้มงวด แม่ทัพใหญ่จิ่งควบม้านำอยู่ขบวนหน้าสุด ส่วนจิ่งรุ่ยคุ้มกันอยู่ที่ท้ายขบวน เซี่ยเทียนอวี้และจิ่งรั่วอิงนั้นนั่งอยู่ในรถม้าคันแรก ตามมาด้วยรถม้าของเสิ่นไทเฮา รถม้าของเวินเมี่ยว มูลี่ และรถม้าของเซี่ยซู่อันกับเซี่ยชินอ๋อง ตามมาด้วยรถม้าของบรรดาเหล่าขุนนางและฮูหยินที่ติดตามมาด้วยจิ่งรั่วอิงนั่งเอนกายอยู่บนรถม้าอย่างสบายอารมณ์ มือหนึ่งก็หยิบขนมเข้าปาก มือหนึ่งก็ถือถ้วยชาขึ้นจิบอย่างมีความสุข เซี่ยเทียนอวี้ปรายตามองนางหนหนึ่งแล้วจึงเอ่ยประชดประชัน"เจ้านี่สบ
เรื่องที่เซี่ยชินอ๋องและเซี่ยซู่อันปลดทุกข์กลางงานเลี้ยงสร้างความอับอายให้กับพวกเขาสองพ่อลูกเป็นอย่างมาก ทั้งสองคนถึงขนาดขอลาป่วยไม่มาร่วมประชุมยามเช้าอยู่หลายวัน เมื่อกลับมาร่วมประชุมยามเช้าอีกครั้งก็ต้องอับอายยิ่งกว่าเดิม เพราะเหล่าขุนนางต่างมองพวกเขาด้วยสายตาประหลาดเซี่ยซู่อันถึงกับลอบสบถในใจไม่เคยท้องเสียกันหรือไง!ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นวันนั้นพวกเขาก็สืบหาเบาะแสมาโดยตลอด แต่กลับไม่พบเรื่องผิดปกติใดเลย พวกเขาจึงถอดใจไม่สืบสาวราวเรื่องต่อการประชุมขุนนางยามเช้าในวันนี้เป็นเรีืองของการเดินทางไปทำพิธีขอฝนที่พระราชวังฤดูร้อนบนเขา เซี่ยเทียนอวี้มีกำหนดการเดินทางในอีกสามวันข้างหน้า โดยมีแม่ทัพใหญ่จิ่งเป็นคนคอยคุ้มกันขบวนเสด็จด้านแม่ทัพใหญ่จิ่งก็รอโอกาสเหมาะมาถึง แล้วจึงเดินขึ้นมาด้านหน้าท้องพระโรงก่อนจะคำนับต่อหน้าพระพักตร์อย่างนอบน้อม เซี่ยเทียนอวี้ที่เห็นอย่างนั้นก็มองแม่ทัพใหญ่จิ่งคราหนึ่ง"ท่านแม่ทัพมีสิ่งใดก็พูดมาได้เลย ไม่ต้องมากพิธี"แม่ทัพใหญ่จิ่งยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะล้วงหยิบตราพยัคฆ์และส่งให้ไป๋กงกงนำขึ้นไปมอบให้กับเซี่ยเทียนอวี้"ยามนี้บ้านเมืองสงบสุขแล้ว กระหม่อมขอส่งคืนกองกำ
ด้านเซี่ยชินอ๋องและเซี่ยซู่อันนั้น หลังจากที่รับอนุทั้งสามนางเข้าจวนมา พวกเขาสองพ่อลูกก็แทบไม่ได้อยู่เป็นสุขเลยแม้แต่วันเดียว พวกนางมักจะหาเรื่องเข้าใกล้เขาสองคนไม่หยุด จนพวกเขาอยู่ในจวนไม่ได้ อยากจะฆ่าจะแกงจะทำร้ายพวกนางก็ไม่อาจทำได้อีก มิเช่นนั้นจะเป็นการเผยพิรุธให้เซี่ยเทียนอวี้สงสัยเอาได้เซี่ยชินอ๋องยกจอกสุราขึ้นดื่มเพื่อย้อมใจ ยามนี้เขากำลังหลบอยู่ในห้องใต้ดินของจวนอ๋องพร้อมกับเซี่ยซู่อัน"สารเลวนัก! มันจงใจสร้างเรื่องปวดหัวให้เจ้ากับข้าชัดๆ เซี่ยซู่อัน หรือว่าเทียนอวี้จะรู้แล้วว่าพวกเรามีใจคิดก่อกบฏ"เซี่ยซู่อันที่ได้ยินบิดาเอ่ยเช่นนั้นก็มีท่าทางครุ่นคิด ก่อนจะส่ายหน้าไปมา"ไม่มีทาง เขาโง่ออกปานนั้น ก่อนหน้านี้ข้าได้สังเกตดูท่าทีของเขาแล้ว เขาไม่ได้มีอะไรผิดปกติเลยขอรับท่านพ่อ ข้าบอกอะไรเขาก็เชื่อ เอาอย่างนี้ หากเราไม่สบายใจ แผนต่อไปก็ควรเริ่มให้เร็วขึ้นหน่อย ข้าจะส่งคนไปแฝงตัวอยู่ในตำหนักของเซี่ยเทียนอวี้ แต่ทว่าเราต้องรอให้ผ่านพ้นการทำพิธีขอพรจากท่านเทพไปเสียก่อน""ดี จัดการให้เรียบร้อย ยิ่งวางยาพิษมันได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเลย ข้าจะได้ฆ่าอีแก่สามคนนั่นทิ้งซะ!"เซี่ยชินอ๋องเ
เซี่ยเทียนอวี้ดึงทิึ้งเสื้อผ้าของตนเองออกจนหมด ยามนี้เขาและนางอยู่ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน เซี่ยเทียนอวี้จูบจิ่งรั่วอิงอย่างดูดดื่ม เขาสอดแทรกลิ้นชื้นแฉะเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของนางอย่างเอาแต่ใจ จิ่งรั่วอิงยื่นสองแขนไปโอบรัดรอบลำคอของเขา อีกทั้งยังจูบตอบเขาอย่างรู้งาน ก่อนที่นางจะผลักเขาให้เป็นฝ่ายลงไปนอนราบอยู่บนเตียง จากนั้นนางก็ขึ้นมานั่งคล่อมอยู่บนตัวของเขา"เซี่ยเทียนอวี้ วันนี้ท่านทำได้ดี ข้าจะตอบแทนท่านอย่างถึงใจเลย""ดี!"เซี่ยเทียนอวี้รับคำอย่างตื่นเต้น จิ่งรั่วอิงไม่รอช้า นางเลิื่อนใบหน้าลงไปที่หว่างขาของเขา ก่อนจะยื่นมือเรียวงามคว้าจับเข้าไปที่ลำแท่งเอ็นร้อนใหญ่ยาวจนเต็มมือ แล้วจึงสาวชักขึ้นลงอย่างช้าๆ ก่อนจะเร่งจังหวะให้เร็วมากขึ้น จากนั้นนางก็แลบลิ้นเลียปลายหัวหยักของเขาอย่างหยอกเย้า เซี่ยเทียนอวี้ร่างกายกระตุกวาบ เขาส่งเสียงร้องครางในลำคอด้วยความเสียวซ่าน"โอว เสียว!"เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้านอนบิดเกร็งจิ่งรั่วอิงก็ยิ่งได้ใจ นางครอบริมฝีปากกลืนกินท่อนเนื้อท่อนเอ็นของเขาจนมิดลำ แล้วจึงขยับศีรษะขึ้นลงอย่างถี่ระรัว เซี่ยเทียนอวี้หายใจไม่ทั่วท้อง มือของเขาจัับผ้าปูเตีย







