ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที

ฝ่าบาท ท่านช่วยไปไกลๆข้าที

last updateLast Updated : 2026-02-06
By:  หมอนบนโซฟาUpdated just now
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
16Chapters
61views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

“ยามข้ารักท่าน ท่านมิห่วงหา ยามข้าหมดใจ ไร้ซึ่งยินดียินร้าย เหตุใดท่านต้องแสร้งนึกถึงความหลัง เหนี่ยวรั้งข้าไว้ข้างกายเช่นนี้” เรื่องย่อ : เพราะเขาทนมองนางตายไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างเลือดเย็น เช่นนี้นางยังผูกใจรักเขาได้อยู่อีกหรือ บุรุษเช่นนี้หรือที่นางใฝ่หา เสิ่นหนิงจิน ฮองเฮาแห่งต้าหยาง เคยพยายามทุกวิถีทางให้นางได้อยู่ในสายตาชายที่รัก แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรความสัมพันธ์อันเก่าก่อนของนางและเขาก็มิอาจหวนกลับ ‘จินเอ๋อร์ของอวี่เกอ’ ยากจะหวนกลับ คงหลงเหลือเพียง ‘ฮ่องเต้และฮองเฮาแห่งต้าหยาง’เท่านั้น เจิ้งเฟยอวี่ x เสิ่นหนิงจิน “หากเป็นเมื่อก่อนเจ้าคงไม่มองข้าด้วยสายตาเช่นนี้” “มิต้องกังวลไปเพคะ หม่อมฉันอยู่มองพระองค์ด้วยสายตาเช่นนี้อีกไม่นานนักหรอก” “หมายความว่าอย่างไร...” “หม่อมฉันมิอยากเป็นฮองเฮาแล้วเพคะ” “...” “หากฝ่าบาทจะกรุณา ช่วยมอบอิสระให้หม่อมฉันได้หรือไม่เพคะ”

View More

Chapter 1

1.ไร้เงา

‘เมื่อใดกันที่ในใจท่าน ไร้ซึ่งเงาของข้า หรืออันที่จริง...มันมิเคยมีข้าอยู่ในนั้นตั้งแต่แรก’

สตรีสูงศักดิ์ในชุดปักดิ้นทอง กำลังใช้สองแขนตะเกียกตะกายอยู่ในผืนน้ำเย็นเฉียบ พยุงตัวให้ใบหน้าโผล่พ้นเพื่อกอบโกยเอาลมหายใจเข้าไปเต็มปอด ทว่าร่างกายกลับเหมือนจะถูกฉุดดึงลงสู่ก้นสระ

“อึก ช่วย-” ฮองเฮาของแผ่นดิน ผลุบโผล่อยู่กลางสระน้ำที่หนาวเหน็บ ตากลมมองไปรอบข้าง มีผู้คนลอยคออยู่ในสระเกือบสิบชีวิต เพราะเหตุไม่คาดฝันที่เกิดขึ้น

ช่วงสายของวันเหล่าสตรีของฮ่องเต้เจิ้งเฟยอวี่ ผู้ปกครองแคว้นต้าหยาง พากันมานั่งเรือชมทิวทัศน์กลางสระหลวง บ้างก็มาเก็บดอกบัวที่กำลังเบ่งบาน แต่กลับเกิดเหตุเรือชนกัน จนทำให้เรือของฮองเฮาเสิ่นหนิงจินและสนมขั้นกุ้ยเฟย ซ่งรั่วซีล่มลงกลางสระ

ขันทีกำนัลต่างหวีดร้องขอความช่วยเหลือ แน่นอนว่าผู้ที่พวกเขาหวังให้รอดชีวิตคงไม่พ้นสตรีทั้งสองนางขององค์กษัตริย์

“ฝะ ฝ่าบาท-” ภายใต้ความยากลำบากที่กำลังเผชิญอยู่ หนิงจินก็มีความหวังขึ้นมา เมื่อเห็นว่าสวามีของตนและเหล่าองครักษ์กำลังโดดลงกลางสระ

เสิ่นหนิงจินถีบยันมวลน้ำพยุงร่างกาย ในใจนึกเพียงว่าหากไม่หยุดยั้งความพยายาม อีกเพียงเสี้ยวลมหายใจผู้เป็นสวามีก็จะเข้ามาช่วย

ทว่ารอยยิ้มและแววตาแห่งความหวังก็เหือดหายไป ยามเห็นชายคนรักโอบอุ้มเอาสตรีอีกนางที่กำลังจะจมน้ำขึ้นแนบอก

ดวงใจราวกับถูกเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทง เรี่ยวแรงพลันหมดไปในพริบตา ทุกส่วนของร่างกายหยุดการเคลื่อนไหวจมลงสู่ก้นสระ

เปลือกตากะพริบมองไปทางใดก็มีแต่ความมืดมิด มวลน้ำมากมายไหลเข้ามา จนแสบร้อนไปทั่วโพรงจมูก แต่นั่นกลับไม่เจ็บเท่ากับรับรู้ว่า เขาทนเห็นนางตายไปต่อหน้าต่อตาได้จริงๆ

‘หากเจ้าจะเป็นเช่นนี้ ต่อให้ตายอยู่ตรงหน้า ข้าก็จะไม่สนใจเจ้าอีก’

ฝ่าบาท พระองค์ทำเช่นที่พูดได้จริงๆ

หนิงจินหนอหนิงจิน เจ้าช่างโง่งมนัก หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ วันนั้นนางจะไม่เผลอใจให้เขาเป็นอันขาด

“เฮือก!” ร่างผ่ายผอมเกร็งกระตุก สะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความฝันที่แสนเจ็บปวด

“ฮองเฮา! ฮองเฮาฟื้นแล้ว ใครอยู่ด้านนอกไปตามหมอหลวงเร็วเข้า!”

“ฮองเฮาเป็นอย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ”

“เจ็บปวดที่ใดหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

“...” นัยน์ตาสีสวยเหลือบมองรอบข้างพบว่าเป็นห้องบรรทมในตำหนักของตนเอง สตรีที่คลานเข่าเข้ามานั่งข้างเตียงคือซูถิงแม่นมที่ดูแลเสิ่นหนิงจินมาตั้งแต่เกิด ส่วนอีกสองคนก็คงเป็นขันทีฟ่งหนาน กับองครักษ์อู่เต๋อคุน

“ฮองเฮาเพคะ อย่าได้เงียบเช่นนี้เลยเพคะ หม่อมฉันใจคอไม่ดี”

“ข้าหิวน้ำ”

“กระหม่อมไปเอาให้เองพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์หนุ่มหันหลังวิ่งออกจากห้องบรรทมของนายเหนือหัวอย่างรวดเร็ว ท่าทางดื้อซนเช่นนั้นทำให้หนิงจินขำออกมาเบาๆ ทั้งที่แววตายังคงเศร้าหมอง

“ข้ายังไม่ตายสินะ” เรื่องที่เกิดขึ้นมิใช่ความฝัน ความเจ็บปวดพวกนั้นล้วนจริง

“ตรัสสิ่งใดเพคะ มิเป็นมงคลเอาเสียเลย” มือเหี่ยวของนางกำนัลอาวุโสแตะลงบนแขนคนงามที่ยามนี้ซูบผอม ซูถิงรู้อยู่เต็มอกว่านายของตนเจ็บปวดกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากเท่าใด

เจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจ

“...”

“น้ำมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมนำชาอุ่นๆ มาให้ด้วย” องครักษ์อู่ถือถาดเข้ามาวางบนโต๊ะ ขันทีฟ่งจึงรับหน้าที่รินน้ำใส่ถ้วยหยกเนื้อดี

“ขอบใจเจ้านักเต๋อคุน เจ้าคงเป็นคนช่วยข้าไว้อีกแล้วใช่หรือไม่”

“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมว่ายน้ำไม่คิดชีวิต แต่ก็ยังช้า ปล่อยให้ฮองเฮาจมน้ำหมดสติไปกว่าครึ่งเดือน” เต๋อคุนทำหน้าหมอง หากวันนั้นเขาว่ายน้ำเร็วกว่านี้ ฮองเฮาคงไม่ประชวร

“นี่ข้า หลับไปครึ่งเดือนเลยหรือ”

“เพคะ หมอหลวงเอ่ยว่าฮองเฮาได้รับไอเย็นจากน้ำ จึงมีอาการป่วยไข้ร่วมด้วย”

“ลำบากพวกเจ้าแล้ว ช่วยพยุงข้าที” ซูถิงยื่นมือไปช่วยพยุงร่างมารดาแผ่นดิน ให้ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ก่อนที่จะรับน้ำจากขันทีฟ่งมาป้อนให้หนิงจินถึงปาก

คนถูกปรนนิบัติอย่างดีส่งยิ้มบางๆ ให้ข้ารับใช้ นัยน์ตาสีน้ำตาลเหลือบไปเห็นดอกหลีฮวาที่ตนเองชอบ (梨花 ดอกแพร์) 

“ดอกไม้นี่ของผู้ใดหรือ” มืออ่อนแรงเอื้อมไปหยิบดอกหลีฮวาที่ถูกเด็ดและมัดรวมกันเป็นช่อเล็กๆ

“ขององค์ชายไป่เฉิงพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายเก็บมาถวายฮองเฮาทุกเช้า ตรัสว่าหากฮองเฮาได้กลิ่นหอมจะได้ตื่นขึ้นมาเร็วๆ กระหม่อมจึงนำมาวางข้างหมอนให้ทุกเช้าพ่ะย่ะค่ะ” ได้ยินขันทีฟ่งหนานพูดเช่นนั้น เสิ่นหนิงจินก็รู้สึกสะท้อนใจ นึกถึงเด็กชายวัยเพียงแค่ห้าหนาว

เจิ้งไป่เฉิงเป็นทายาทเพียงคนเดียวของฮ่องเต้เจิ้งเฟยอวี่ เกิดจากสนมขั้นเฟย เกาอันฝู หลังจากที่มารดาของเขาสิ้นลมไป หนิงจินก็ทูลขอองค์ชายมาเลี้ยงดู แต่ทั้งที่นางรับเขามาดูแลเพราะอยากเอาใจฝ่าบาท อยากให้สวามีหันมาสนใจตนเอง

แต่เด็กน้อยกลับนึกถึงนางถึงเพียงนี้

“ช่วยเรียกเขามาหาข้าทีนะ แล้ว…” ขันทีฟ่งหนานเงยหน้ามองรอรับคำสั่งถัดไป ทว่าเสียงหวานก็หยุดไว้เพียงเท่านั้น

เสิ่นหนิงจินตาร้อนผ่าว ก่อนที่สติสุดท้ายจะดับลงคิดว่าตนเองคงไม่มีชีวิตรอด ยังนึกเสียใจที่ตนเองโง่งม เฝ้าหวังจะได้รับความรักจากอีกฝ่าย ในเมื่อมีชีวิตรอดมาได้ นางก็ไม่ติดจะกลับไปเป็นเช่นนั้นอีก

แต่เมื่อคิดจะตัด ก็ต้องตัดบัวมิให้เหลือใย

“ฝ่าบาท เขามาเยี่ยมข้าบ้างหรือไม่” ริมฝีปากซีดเอ่ยถาม นี่จะเป็นคำถามสุดท้าย เป็นใยเส้นสุดท้าย หนิงจินอยากรู้ให้กระจ่างว่านางยังมีความหมายเพียงน้อยนิดสำหรับบุรุษผู้นั้นหรือไม่

“เอ่อ เพราะร่างกายของฮองเฮาอ่อนแอ หมอหลวงเลยมิให้ผู้ใดเข้าเยี่ยม เกรงว่าจะนำโรคจากด้านนอกมาแพร่พ่ะย่ะค่ะ” ขันทีฟ่งพูดติดๆ ขัดๆ ต่างจากเต๋อคุนที่กอดอกพ่นความจริงออกมาฉะฉาน

“ตอนนี้เลยพาเหล่าสนมออกไปเสพสุข ตั้งกระโจมล่าสัตว์อยู่นอกวังพ่ะย่ะค่ะ”

“เต๋อคุน ปากมากนัก!...มิได้เป็นเช่นนั้นหรอกเพคะ ฝ่าบาทคงจะมีกิจสำคัญต้องทำ” นางกำนัลอาวุโสพูดแก้ต่าง แต่มิได้ช่วยอันใด

“หึ!” หนิงจินแค่นหัวเราะใส่ตนเองที่หวังลมๆ แล้งๆ ขนาดจะตายต่อหน้าเขายังไม่ช่วย นับประสาอันใดกับแค่นอนป่วยอยู่ในตำหนัก

หนิงจินหนอหนิงจิน ยังคิดว่าเขาจะห่วงใยตนเองอยู่อีกหรือ

รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่บิดเบี้ยว อดกลั้นไว้ได้ไม่นาน สุดท้ายน้ำตาก็ร่วงอาบหน้างามราวห่าฝน ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าตนไม่เคยได้รับความใส่ใจ แต่ก็ยังเฝ้ารอไม่ต่างจากขอทานที่รอเศษอาหาร

ช่างน่าสมเพชเสียจริง

“ฮองเฮาเพคะ”

“เพราะเหตุใดหรือแม่นมซู เหตุใดสิ่งที่ข้าทำเพื่อเขา มันถึงไร้ค่าในสายตาเขาเช่นนี้ ฮึก” จากบุตรีสกุลขุนนางที่มารดาตรอมใจตายตามพี่ชาย บิดาหนีไปบวช ทิ้งขว้างให้นางใช้ชีวิตเพียงลำพัง เมื่อมีคนหยิบยื่นโอกาสที่จะได้อยู่เคียงข้างชายที่รักมาให้ นางผิดหรือที่คว้าเอาไว้ ผิดนักหรือที่อยากมีที่พักพิง

เสิ่นหนิงจินเปลี่ยนแปลงตนเองทุกอย่าง ให้เป็นสตรีอย่างที่ทุกคนมองว่าดี ยอมถูกดุด่า กดดันสารพัด เพื่อให้ได้เป็นหงส์เคียงข้างมังกร แต่แทนที่นางจะได้รับความรัก ได้รับรอยยิ้มเอ็นดูเหมือนเมื่อก่อน มันกลับกลายเป็นความเฉยชา

ไม่ว่านางจะทำอย่างไร กระทั่งยอมเอาอกเอาใจสนมรักของอีกฝ่าย เจิ้งเฟยอวี่ก็ไม่แม้แต่จะมองนางด้วยสายตาอื่น เย็นชาเช่นไร ก็ยังเป็นเช่นนั้น

“ฮึก ข้าไม่รู้ว่าข้าทำสิ่งใดผิดนักหรือ เหตุใดอวี่เกอจึงได้เกลียดชังข้าถึงเพียงนี้” ร่างผอมสะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมแขนของซูถิง

บ่าวแก่นึกปวดใจตาม นางเลี้ยงดูฮองเฮามาตั้งแต่เกิด เคยเห็นพระนางร้องไห้ปานจะขาดใจเช่นนี้เพียงสามครั้ง

คราแรกคือวันที่คุณชายเสิ่นชุนสิ้นลม คราที่สองคือยามที่ฮูหยินตรอมใจตายตามคุณชายไป และคราที่สามคงเป็นครานี้ ขนาดวันที่นายท่านเสิ่นตัดสินใจออกบวช ทิ้งขว้างคุณหนูให้อยู่ลำพัง คุณหนูของนางก็เพียงน้ำตาซึมเท่านั้น

“ทูนหัวของบ่าว”

“ข้าเคยคิดว่าอย่างน้อยเขาก็คงเอ็นดูข้าอย่างน้องสาว ยังนึกถึงความสัมพันธ์ครั้งเก่าของพวกเรา ฮึก แต่มันมิใช่เลย”

“...”

“ในใจของเขา ไม่มีแม้แต่เงาของข้า มันไม่มีข้าอยู่ในนั้นตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะในฐานะใด ฮึก” เสิ่นหนิงจินสะอึกสะอื้นต่อหน้าคนสนิททั้งสามอย่างไม่อาย

เนิ่นนานจนเกือบครึ่งชั่วยาม (1 ชั่วโมง) ดวงหน้าที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา บัดนี้แห้งเหือดเหลือเพียงคราบ นัยน์ตาโศกเศร้าเสียใจเปลี่ยนเป็นนิ่งเฉย ราวกับไม่รู้สึกรู้สากับสิ่งใด

“ดื่มชาก่อนพ่ะย่ะค่ะ น้ำในกายเสียไปมาก” ขันทีฟ่งหนานรินชายื่นให้ฮองเฮาของแคว้น

“เหอะ ก็เพราะฝ่าบาทของท่านขันที ฮองเฮาของข้าจึงทุกข์ใจเช่นนี้ หากครานี้ยังเข้าข้างกันอีก ท่านก็ไปอยู่กับนายเหนือหัวของท่านเสีย” อู่เต๋อคุนยังเด็ก อายุเพียงสิบหกหนาว จึงมิได้ทันระวังคำพูด

“ท่านองครักษ์พูดเกินไปแล้ว ข้าอยู่ตำหนักใด นายข้าย่อมเป็นผู้นั้น...เห็นฮองเฮาทุกข์ใจ กระหม่อมเองก็ทุกข์ใจไม่ต่างกัน” ขันทีฟ่งขยับเข้าใกล้แท่นบรรทม นั่งหมอบ เงยหน้ามองนายอยู่อย่างนั้น

จริงอยู่ว่าเขาพึ่งมารับใช้ฮองเฮา มิได้ติดตามมาอย่างซูถิงและเต๋อคุน แต่เขาก็รักและเคารพพระนางไม่ต่างกัน

“ข้ารู้ว่าพวกเจ้าทุกข์ใจเพราะข้ามามาก อภัยให้ข้าด้วย แต่ต่อจากนี้มันจะไม่เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว” สายตาเฉยชาและล่องลอย ทำเอาทั้งสามหันมองหน้ากันอย่างหวั่นใจ

“...”

“ครั้งนี้ข้าพอแล้ว ในเมื่อในใจของเขาไม่มีแม้แต่เงาของข้า”

“...”

“ข้าก็ไม่คิดจะผูกชีวิตไว้กับเขาอีก”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
16 Chapters
1.ไร้เงา
‘เมื่อใดกันที่ในใจท่าน ไร้ซึ่งเงาของข้า หรืออันที่จริง...มันมิเคยมีข้าอยู่ในนั้นตั้งแต่แรก’สตรีสูงศักดิ์ในชุดปักดิ้นทอง กำลังใช้สองแขนตะเกียกตะกายอยู่ในผืนน้ำเย็นเฉียบ พยุงตัวให้ใบหน้าโผล่พ้นเพื่อกอบโกยเอาลมหายใจเข้าไปเต็มปอด ทว่าร่างกายกลับเหมือนจะถูกฉุดดึงลงสู่ก้นสระ“อึก ช่วย-” ฮองเฮาของแผ่นดิน ผลุบโผล่อยู่กลางสระน้ำที่หนาวเหน็บ ตากลมมองไปรอบข้าง มีผู้คนลอยคออยู่ในสระเกือบสิบชีวิต เพราะเหตุไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นช่วงสายของวันเหล่าสตรีของฮ่องเต้เจิ้งเฟยอวี่ ผู้ปกครองแคว้นต้าหยาง พากันมานั่งเรือชมทิวทัศน์กลางสระหลวง บ้างก็มาเก็บดอกบัวที่กำลังเบ่งบาน แต่กลับเกิดเหตุเรือชนกัน จนทำให้เรือของฮองเฮาเสิ่นหนิงจินและสนมขั้นกุ้ยเฟย ซ่งรั่วซีล่มลงกลางสระขันทีกำนัลต่างหวีดร้องขอความช่วยเหลือ แน่นอนว่าผู้ที่พวกเขาหวังให้รอดชีวิตคงไม่พ้นสตรีทั้งสองนางขององค์กษัตริย์“ฝะ ฝ่าบาท-” ภายใต้ความยากลำบากที่กำลังเผชิญอยู่ หนิงจินก็มีความหวังขึ้นมา เมื่อเห็นว่าสวามีของตนและเหล่าองครักษ์กำลังโดดลงกลางสระเสิ่นหนิงจินถีบยันมวลน้ำพยุงร่างกาย ในใจนึกเพียงว่าหากไม่หยุดยั้งความพยายาม อีกเพียงเสี้ยวลมหายใจผู้เป็
last updateLast Updated : 2026-02-05
Read more
2.ลบเลือน (1)
‘ข้าจะลบเงาท่าน ออกจากใจของข้าให้จนได้’หมอหลวงพากันมายืนรออยู่หน้าตำหนักกวนผิงพักใหญ่ ในที่สุดก็ได้รับอนุญาตให้เข้ามาตรวจพระอาการของมารดาแผ่นดินอาการหลับไม่ตื่นของพระนางทำให้เหล่าหมอหลวงเคร่งเครียดมาตลอดสิบกว่าวัน พอรู้ว่าวันนี้เสิ่นฮองเฮาฟื้นคืนสติ ต่างก็โล่งอกกันถ้วนหน้า“ฮองเฮาเป็นอย่างไรบ้างขอรับท่านหมอหลวง”“องครักษ์อู่อย่าได้กังวล พระวรกายดีขึ้นเจ็ดถึงแปดส่วนแล้ว ขอเพียงฮองเฮาเสวยให้มาก พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มโอสถทุกเช้า ก็จะดีขึ้นในเร็ววันพ่ะย่ะค่ะ ช่วงนี้ขอฮองเฮาอย่าพึ่งออกไปตากลมด้านนอกนะพ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงถอนมือออกจากข้อแขนเล็กด้วยใบหน้ายินดี“ขอบใจท่านหมอมาก ข้าติดหนี้พวกท่านแล้ว”“หามิได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมขอทูลลา”เสิ่นหนิงจินพยักหน้าให้ขันทีฟ่งออกไปส่งหมอหลวง ก่อนจะยื่นมือให้แม่นมซูช่วยพยุงไปนั่งในสวนหลังตำหนัก อยู่แต่ในห้องบรรทมก็พลันจะทำให้รู้สึกอุดอู้เบื่อหน่ายเสียเปล่าๆ“แม่นมซู แจ้งออกไปว่าร่างกายข้ายังอ่อนแอ แม้จะฟื้นแล้วก็ยังต้องพักผ่อน ให้เว้นการคำนับเช้าไปก่อน ข้ายังไม่อยากมีเรื่องให้กวนใจ”“เพคะ หม่อมฉันจะบอกขันทีหน้าตำหนัก ว่ามิให้ผู้ใดเข้ามารบกวน”“อืม” เสียงค
last updateLast Updated : 2026-02-05
Read more
3. ลบเลือน(2)
“จริงสิ เสี่ยวคุน ข้าว่าจะให้เจ้าช่วยรื้อฟื้นเพลงดาบเสียหน่อย ไม่ได้ฝึกซ้อมเสียนานจนลืมไปหมดแล้ว ขี่ม้า ยิงธนูก็ด้วย”“จะดีหรือเพคะฮองเฮา”“ให้ข้าทำสิ่งที่อยากทำเถิดแม่นมซู ท่านก็รู้ว่าก่อนหน้า ข้าฝืนทนในสิ่งที่มิใช่ตนเองมานานพอแล้ว” สายตาออดอ้อนปนเศร้าหมอง ทำให้ใจนางกำนัลอาวุโสอ่อนยวบเหตุใดจะไม่รู้ว่าคุณหนูของนางมิชมชอบการเย็บปักถักร้อย ไม่ชอบที่ต้องมานั่งนิ่ง ปั้นหน้ายิ้มอ่อนให้กับคนที่ตนเกลียดชัง แต่เพราะต้องมาอยู่ในฐานะฮองเฮาจึงต้องฝืนทน เก็บความสดใส มุทะลุ เอาไว้ภายใต้รอยยิ้มที่ปั้นแต่งพวกนั้น“หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ แต่อย่างไรต่อหน้าผู้อื่นก็ต้องรักษากิริยา อย่าให้ถึงขั้นท้าประลองกับองครักษ์หน้าตำหนักนะเพคะ”“ข้าไม่ทำๆ ข้ารักแม่นมซูที่สุด”“เช่นนั้นเริ่มวันพรุ่งเลยดีหรือไม่ขอรับ ร่างกายคุณหนูจะได้แข็งแรงขึ้นในเร็ววัน”“เอาสิ แต่เจ้าเบาแรงกับข้าเสียหน่อย ร่างกายข้าตอนนี้ไม่รู้จะจับหอกจับดาบไหวหรือไม่” เสิ่นหนิงจินยิ้มรับอย่างดีใจ แต่ก็แอบกังวลว่าตนเองจะทำได้ไม่ดี เพราะหลังจากที่เข้าวังมา นางก็มิได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการต่อสู้อีกเลย วุ่นวายอยู่กับการดูแลวังหลัง“ฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ อ
last updateLast Updated : 2026-02-05
Read more
4. ลบเลือน (3)
“พ่ะย่ะค่ะ” อุ้งมือทั้งสองโอบอุ้มช่อดอกไม้อย่างทะนุถนอม“ขอบใจ...นี่รางวัลของเจ้า มานี่สิ ประเดี๋ยวแม่จะป้อนให้” สายตาสว่างจ้าพร้อมกับท่าทีลุกลี้ลุกลน ขยับเข้ามาอ้าปากงับขนมของเด็กชาย สร้างความหนักอึ้งในใจของหนิงจิน รู้สึกผิดที่ก่อนหน้าใช่เด็กบริสุทธิ์เป็นเครื่องมือ“ถูกปากหรือไม่”“...รสดียิ่งพ่ะย่ะค่ะ” แก้มใสเคี้ยวกรุบกรับ ก่อนจะกลืนลงท้องแล้วเอ่ยตอบ“หึๆ จริงสิ ช่วงนี้หมอหลวงยังมิให้แม่ออกนอกตำหนัก หากเจ้ามีสิ่งใดก็มาหาแม่ที่นี่ได้”“ลูก...มาได้หรือพ่ะย่ะค่ะ จะไม่รบกวนเสด็จแม่ใช่หรือไม่”“จะมาเมื่อใดก็มา หากอยากมานอนที่นี่ก็บอก” เสิ่นหนิงจินมองเห็นเงาตนเองในตัวเด็กตรงหน้า อีกฝ่ายเหมือนนางเหลือเกิน ขาดครอบครัว ไร้ที่พึ่งพิง แม้ฝ่าบาทจะเอ็นดูไป่เฉิงมาก แต่ก็มีราชกิจที่ต้องทำคงโดดเดี่ยวอ้างว้างมากเลยสินะ“จริงหรือพ่ะย่ะค่ะ! อุ๊บ! ขอพระทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ”“มิเป็นไร”“ชะ เช่นนั้นลูกขอไปเก็บของมานอนที่นี่ได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ ลูกจะได้อยู่ดูแลเสด็จแม่ยามดึก” ดวงตาเล็กเปล่งประกายไปด้วยความหวัง“อืม ไปเถิด เอาเพียงของจำเป็นก็พอ มิต้องขนมาทั้งหมด”“พ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่” ว่าแล้วเด็กชายก็ก้มคำนับ ก่
last updateLast Updated : 2026-02-05
Read more
5. ลบเลือน (4)
ปัง! เสียงฝ่ามือกระทบลงบนโต๊ะดังลั่นไปทั่วบริเวณ เหล่าธารกำนัลต่างก็ทรุดกายก้มหมอบอยู่กับพื้นอย่างรู้หน้าที่“ดื้อด้านนัก ที่ตกน้ำตกท่าไปก็เพราะความดื้อด้านของเจ้า รู้ทั้งรู้ว่าตนเองว่ายน้ำไม่เป็น ยังจะลงไม่ล่องเรืออีก พานทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนไปกันหมด” คำตำหนิจี้จุดดำในใจของหนิงจินจนเจ็บลึก ดวงหน้างามเชิดมองใบหน้าหล่อเหลาที่เคยลุ่มหลงเสิ่นหนิงจินมองคนที่ทำให้นางเจ็บช้ำด้วยสายตานิ่งเฉย ทว่าภายในอกกลับเดือดพล่าน ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้เป็นคนช่วยนาง เหตุใดต้องมายุ่ง แล้วที่เอ่ยว่าจะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน หมายถึงผู้ใดหมายถึงสนมนางนั้นหรือ“...”“...” ในเมื่ออีกฝ่ายจ้อง หนิงจินก็ไม่คิดจะหลบ“...”“เฮ้อ~” ความเงียบถูกทำลายด้วยเสียงถอนหายใจของฮ่องเต้เจิ้งเฟยอวี่ สงครามนี้จึงเป็นเฟยอวี่ที่ยอมถอนสายตาของตนออกมาแต่ถึงอย่างนั้นภายในศาลาก็ยังไร้เสียงพูดคุยตอบโต้ ต่างคนต่างหันหน้าไปคนละทาง ติดอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง บรรยากาศจึงชวนให้อึดอัดมากขึ้นไปอีกอันที่จริงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ควรเป็นเช่นนี้ ทั้งสองรู้จักกันตั้งแต่เด็ก ด้วยเพราะพี่ชายของพวกเขาเป็นสหายกัน พี่ชายของเจิ้งเฟยอวี่คือฮ่องเต้อง
last updateLast Updated : 2026-02-05
Read more
6. อำนาจในมือ (1)
‘ข้าเป็นฮองเฮา ใยข้าต้องหวาดกลัวต่ออำนาจสนมเช่นพวกเจ้า’เสียงเอะอะโวยวายดังครึกโครมมาแต่ไกล ย้ำเตือนว่าเกิดเหตุด่วนเหตุร้ายขึ้นดังที่ขันทีในตำหนักวิ่งมาแจ้ง ทว่าสตรีในชุดโดดเด่นสมฐานะกลับไม่คิดจะรีบเร่ง เยื้องย่างราวกับเดินชมสวนดอกไม้ ข้างกายมีโอรสนอกสายเลือดจับจูงมือมาด้วยอีกคน“เสด็จแม่อย่าไปเลยพ่ะย่ะค่ะ ลูกได้ยินเสียงข้าวของแตก เกรงว่าเสด็จแม่จะได้รับอันตรายไปด้วย”“องค์ชายอย่าได้กังวลเลยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะดูแลฮองเฮากับองค์ชายเป็นอย่างดี”“เจ้าตัวคนเดียว จะสู้กับคนมากมายได้อย่างไร ฟังจากเสียงแล้วน่ากลัวนัก”“เชื่อเต๋อคุนเถิด เขาเก่งกาจเรื่องนี้” หนิงจินลูบศีรษะ ปลอบเด็กชาย อันที่จริงนางก็ไม่คิดจะพาเด็กชายมาดูเรื่องไร้แก่สารพวกนี้ ทว่าไป่เฉิงกลับไม่ยอม ร้องจะมาด้วยให้จนได้ดูเหมือนว่าหลายวันที่อยู่ด้วยกัน เด็กชายจะเริ่มจะสนิทใจกับนางมากขึ้น เดี๋ยวนี้กล้าพูด กล้าถาม ทั้งยังกล้าต่อล้อต่อเถียง เมื่อครู่ก็พึ่งขู่นางมาว่าหากไม่พาตนเองมาด้วยจะนำเรื่องไปบอกบิดา หนิงจินจึงต้องพามา“กรี๊ด! ปล่อยข้านะ” เสียงของสนมขั้นเฟย เซี่ยเจียวมี่ ดังลั่นไปทั่วบริเวณ ภาพสองสตรีกำลังดึงทึ้งเส้นผมกันจนยุ่ง
last updateLast Updated : 2026-02-05
Read more
7. อำนาจในมือ (2)
“...”“แต่เอาเถิด อย่างไรก็พี่น้องร่วมสวามี ครั้งนี้ข้าจะให้พวกเจ้าชดใช้ข้าวของที่เสียหายไปทั้งหมด ขันทีฟ่ง ให้คนมาตีราคาข้าวของที่เสียหายไปแล้วเรียกเก็บจากพวกนาง”“พ่ะย่ะค่ะ” สิ้นเสียงตอบรับของขันทีฟ่ง สนมทั้งสองก็ลอบยิ้มกับตัวเอง เสิ่นฮองเฮาพูดจาโอ้อวดอำนาจเสียใหญ่โต สุดท้ายก็ลงโทษเพียงให้พวกนางชดใช้ข้าวของที่เสียหาย“มิต้องหรอกท่านขันที ข้าให้เจ้าไปทั้งหมดนี่ คงพอจะซื้อข้าวของพวกนี้ได้ทั้งหมด” เจียงกุ้ยเฟยโยนถุงเงินลงบนพื้น เซี่ยเจียวมี่ก็ไม่ยอมน้อยหน้า โยนถุงเงินให้ฟ่งหนานด้วยความเสียดายนางมาจากเผ่าชายแดน ยากนักจะได้ถือเงินทองเป็นกอบเป็นกำเช่นนี้ ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ยอมเสียหน้าเป็นแน่“อะ เอาของข้าไปด้วย เงิน- เงินเท่านี้ข้ามีจ่ายอยู่แล้ว”“ว่าง่ายเช่นนี้ก็ดี อ่อ ในเมื่อพวกเจ้าทำพัง วันนี้ก็ปัดกวดเช็ดถูที่นี่ให้เรียบร้อย วันพรุ่งข้าจะให้ฟ่งหนานซื้อข้าวของมาวางไว้ที่เดิม”“เพคะฮองเฮา พวกเจ้าขึ้นมาจัดการตามที่ฮองเฮาสั่งเสียสิ”“เซี่ยเฟยหูมีปัญหาหรือ ข้าสั่งเจ้าสองคน มิใช่นางกำนัลพวกนั้น”“ฮองเฮาหมายความว่าอย่างไรเพคะ” เซี่ยเจียวมี่หันมาถามด้วยความสงสัย จะให้พวกนางทำความสะอาดอย่างนั
last updateLast Updated : 2026-02-05
Read more
8. คับแคบ (1)
‘ต้าหยางคับแคบนักหรือ ท่านกับข้าจึงต้องพบหน้ากันอยู่ร่ำไป’“ถวายพระพรฮองเฮา”“เติ้งเฟย ลุกขึ้นเถิด” เสิ่นฮองเฮา เงยหน้าจากภาพวาดที่กำลังแต่งแต้ม“ทำสิ่งใดกันอยู่หรือเพคะ เหตุใดเจียงกุ้ยเฟยกับเซี่ยเฟยถึงได้...” ภาพที่เติ้งซูหลินเห็นตรงหน้าช่างหาดูได้ยากยิ่ง สนมทั้งสองปัดกวาดเช็ดถูศาลาด้วยสีหน้าบึ้งตึง สภาพของที่นี่ดูแล้วคงเกิดสงครามขึ้นอย่างที่ขันทีนำข่าวไปแจ้ง“มิมีอันใด พวกนางทำข้าวของเสียหาย ข้าเลยให้จัดการเก็บกวาดด้วยตนเอง เจ้าว่าบทลงโทษของข้ายุติธรรมหรือไม่”“เพคะ ผู้ใดก่อ ต้องเป็นผู้รับกรรม ท่านลุงของหม่อมฉันเคยสอนไว้เพคะ”“ฮ่าๆ เป็นคำสอนที่ซื่อตรงหนักแน่น สมกับเป็นสกุลแม่ทัพ” เสิ่นหนิงจินหัวเราะออกมาอย่างพอใจ ไม่ใช่เพียงเพราะถูกใจคำพูดของซูหลิน แต่นางตลกขบขันสีหน้าและผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงของสองสนม“ขอบพระทัยฮองเฮา” เติ้งซูหลินก้มคำนับอย่างนอบน้อมสนมขั้นเฟยนางนี้เป็นหลานสาวแม่ทัพ ซ้ำยังเคยจับหอกถือดาบเคียงข้างผู้เป็นลุง จึงรู้จักลำบากตั้งแต่เด็กและแน่นอนว่าเทิดทูนนายไว้เหนือหัว หนิงจินจึงค่อนข้างสนิทใจกับซูหลินกว่าสนมนางอื่นทั้งสองนั่งเล่นพูดคุยกันจนศาลาที่สภาพเละเทะกลับมาสะอาดสะอ
last updateLast Updated : 2026-02-06
Read more
9. คับแคบ (2)
แต่ยิ่งไม่อยากเจอ ก็ยิ่งจะได้เจอเสิ่นหนิงจินที่กำลังเก็บดอกไม้ไปทำถุงหอม เหลือบไปเห็นร่างองอาจเดินนำเหล่าขันทีกำนัลมาทางนี้ ก็รีบดึงแม่นมซูนั่งลง หลบข้างพุ่มไม้ เห็นเช่นนั้นข้ารับใช้ตำหนักกวนผิงก็ยอบนั่งเช่นเดียวกับนาย“ไปหรือยัง”“เอ่อ ฝ่าบาทหรือเพคะ เดินผ่านไปแล้วเพคะ”“จิ๊ ข้าไม่มีอารมณ์ทำถุงหอมแล้ว เราไปคอกม้ากันเถิด เต๋อคุน! วันนี้เจ้าช่วยข้าเลือกม้าที เผื่อใช้ออกไปเที่ยวเล่นด้านนอก” ทันทีที่เจ้านายสั่ง ทุกคนก็มุ่งหน้าไปที่คอกม้า โดยไม่รู้เลยว่าการหมอบหลบเมื่อครู่ ไม่ได้แนบเนียนสักนิด“ถวายพระพรฮองเฮา”“ข้าอยากได้ม้าสักตัว”“ชะ เชิญทางนี้พ่ะย่ะค่ะ” หนิงจินเดินตามคนดูแลคอกไปดูม้าพันธุ์ดี ด้วยคำปรึกษาของเต๋อคุนและคนเลี้ยงม้า สุดท้ายหนิงจินจึงเลือกมาได้สองตัว ตัวหนึ่งเป็นม้าสีโลหิตดุดัน อีกตัวมีสีขาวนวลสวยสง่าในสายตาของหนิงจินพวกมันต่างก็สวยทั้งคู่ จึงตัดสินใจไม่ได้สักที“อืม~”“สีขาวเหมาะกับเจ้า”“ฝะ ฝ่าบาท” เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลัง พอหันไปมองจึงพบว่าเป็นฮ่องเต้ของแคว้น ธารกำนัลต่างค้อมตัวถอยห่างจากบริเวณนั้นอย่างรู้งาน“ตัวนี้บังคับยาก นิสัยมันขี้ใจร้อน ไม่ฟังคำเจ้าของ” มือหนาล
last updateLast Updated : 2026-02-06
Read more
10. คับแคบ (3)
“หึ เชื้อพระวงศ์หรือคุณหนูสกุลไหนแอบหนีเที่ยวล่ะนี่...ข้ามีนามว่าจ้าวฮุ้ยฮวา”“อึก มองออกง่ายถึงเพียงนั้นเลยหรือ”“บุรุษจะมีใบหน้าหวานหยดเช่นใด ลูกกระเดือกก็ต้องมีให้เห็น และไม่มีทางหวงแหนหน้าอก เช่นที่เจ้าเป็นอยู่” ท่าทางมั่นใจของจ้าวฮุ้ยฮวา ทำให้หนิงจินกับเต๋อคุนหันมองกันอย่างอ่อนใจหากผู้อื่นยังมองออก คนที่เคยพบเห็นนางคงเดาได้ไม่ยาก คืนนี้ต้องหลบเลี่ยงคนรู้จัก มิเช่นนั้นความแตกเป็นแน่“เช่นนั้นท่านช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับได้หรือไม่ ข้าเพียงแค่อยากมาดูกายกรรม”“กายกรรมอันใดของเจ้า”“ก็คณะกายกรรมที่เดินทางมาจากแคว้นเฉวียนอย่างไรขอรับ” เต๋อคุนตอบฉะฉาน ทว่าสาวใหญ่กลับทำหน้ามึนงง“เขาจะมาวันพรุ่ง มิใช่วันนี้”“หา!” / “หา!” เสียงนายบ่าวประสานกัน ครานี้เต๋อคุนได้รับสายตาคาดโทษไปเต็มๆ กว่าจะหนีออกมาได้อย่างแนบเนียน กลับมาผิดวันเสียได้“ฮ่าๆ อย่าทำหน้าเช่นนั้นเลย เอาเป็นว่าพวกเจ้ามาที่หอของข้าก่อนก็แล้วกัน แม้จะไม่มีกายกรรมให้ดู แต่ก็มีการแสดงรื่นเริงใจอยู่บ้าง”“...”“ถือว่าแทนคำขอบคุณที่ช่วยข้าไว้เมื่อครู่...แม้ว่าข้าจะไม่ต้องการเลยก็ตาม”“เอ๋” คำพูดชวนสงสัย ทำให้หนิงจินตัดสินใจไปเที่
last updateLast Updated : 2026-02-06
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status