FAZER LOGINหลังกินมื้อเย็นอิ่มแล้วเซี่ยซู่อันก็กลับไปที่จวนชินอ๋องด้วยความขุ่นเคืองเต็มอก เมื่อกลับมาถึงก็พบกับบิดาของตนที่รออยู่พอดี เซี่ยชินอ๋องที่เห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์ของบุตรชาย ก็รับรู้ได้ทันทีว่าเซี่ยซู่อันกำลังโมโห เขาจึงเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
"ซู่อัน เหตุใดเจ้าจึงดูไม่สบอารมณ์เช่นนี้เล่า"
เซี่ยซู่อันทิ้งกายนั่งลงข้างๆบิดา ก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในตำหนักมังกรสวรรค์ให้บิดาฟังทั้งหมด เซี่ยชินอ๋องฟังจบก็ขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"เดิมทีการที่นางสามารถมัดใจเซี่ยเทียนอวี้ได้นับว่าเป็นเรื่องดี รอเวลาอีกสักหน่อยค่อยส่งมอบยาพิษให้นางนำไปให้เซี่ยเทียนอวี้ดื่มทีละน้อย รอให้อาการของเขาทรุดหนักลงพวกเราค่อยกำจัดเขาให้หายไปจากโลกนี้เสีย พ่อว่ามันก็ไม่มีอะไรที่น่าแปลกเลยนี่ ดีเสียอีก เซี่ยเทียนอวี้จะได้ไม่สงสัยพวกเรา"
เซี่ยซู่อันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยแย้ง
"ท่านพ่อ หากนางมีใจให้เซี่ยเทียนอวี้จนทำให้แผนการของพวกเราล้มเหลวนั่นไม่ใช่เรื่องดีเลย นางเปลี่ยนไปลูกดูออก วันนี้ลูกพยายามส่งสายตาให้แต่นางกลับทำเป็นไม่เห็น แล้วยังลงไม้ลงมือกับลูกอีกด้วย ลูกว่านางจะต้องชอบไอ้เวรนั่นเข้าให้แล้วแน่ๆ มิเช่นนั้นคงไม่กล้าต่อต้านลูกเช่นนี้ แววตาที่นางมองลูกก็ดูแปลกไป ราวกับว่านางได้ล่วงรู้แล้วว่าลูกคิดจะหลอกใช้นาง"
"เป็นไปไม่ได้ นางโง่ออกปากนั้น อีกทั้งยังรักเจ้าอย่างถวายชีวิต นางไม่มีทางรู้หรอก บางครานางอาจจะแกล้งเล่นละครตบตาเซี่ยเทียนอวี้เพื่อให้เขาตายใจ เจ้าก็อย่าคิดมาก อีกไม่นานแม่ทัพใหญ่จิ่งก็จะกลับมาแล้ว เราต้องเร่งทำตามแผนเดิม แล้วหลอกให้นางนำตราพยัคฆ์ของบิดามามอบให้เรา จากนั้นก็ทำการก่อกบฏสังหารเซี่ยเทียนอวี้และมารดาของเขาเสีย!"
เซี่ยซู่อันแม้จะไม่สบายใจแต่ก็ยังยอมเชื่อฟังคำของบิดาแต่โดยดี ท่านพ่อพูดถูก เขาจะร้อนใจไปไย รอดูท่าทีของฝ่ายนั้นไปก่อนก็ยังไม่สาย เขาไม่เชื่อหรอกว่าจิ่งรั่วอิงจะกล้าหักหลังเขา!
ด้านจิ่งรั่วอิงนั้นเมื่อเซี่ยซู่อันจากไปแล้ว นางก็คิดจะกลับตำหนักเย็น แต่่เซี่ยเทียนอวี้กลับรั้งตัวนางเอาไว้ จนนางเริ่มจะโมโหอีกรอบ
“มีอะไรอีก หรือจะลงโทษที่ข้าด่าท่านเมื่อครู่ จะลงโทษก็รีบๆเลย ข้าจะได้กลับไปนอน”
เอ่ยจบนางก็หาวออกมาวอดๆ เซี่ยเทียนอวี้ย่นจมูกคราหนึ่ง รู้สึกได้ว่าในปากนางมีกลิ่นขาหมูลอยมาเป็นระยะยามสนทนากับเขา ชายหนุ่มจึงจับตัวนางเอาไว้ ก่อนจะยัดใบป๋อเหอที่เขาพกเอาไว้ติดกายป้อนเข้าปากนางทันที จิ่งรั่วอิงคิดจะคายทิ้งแต่ชายหนุ่มกลับใช้มือปิดปากนางอย่างรวดเร็ว
“ห้ามคาย!เคี้ยวลงไป ไม่อย่างนั้นข้าจะประหารเจ้าเก้าชั่วโคตรแน่นอน”
จิ่งรั่วอิงขัดขืนไม่ได้จึงยอมเคี้ยวแต่โดยดี ช่างโรแมนติกดีแท้ พระเอกนางเอกสลับกันยัดใบป๋อเหอเข้าปากอีกฝ่ายด้วยความรักใคร่ เพราะเกรงว่าคนรักจะปากเหม็นจนเกินต้าน นางจะบ้าตาย!
เมื่อเห็นว่าจิ่งรั่วอิงกลืนใบป๋อเหอลงท้องไปแล้ว เซี่ยเทียนอวี้จึงยอมปล่อยนางให้เป็นอิสระ
"นับแต่วันนี้เจ้าจงย้ายกลับมาอยู่ตำหนักเดิมเสีย ข้าจะคืนตำแหน่งผินให้กับเจ้า อย่าคิดว่าที่ข้าทำเช่นนี้เพราะหลงใหลเจ้า ข้าทำไปเพราะเห็นแก่หน้าบิดาของเจ้าต่างหาก แต่ถ้าเจ้ายังใจกล้าก่อเรื่องไม่เลิก ข้าก็จะไม่ละเว้นเจ้าอีก"
ที่เขาทำเช่นนี้เพราะอยากจะดูให้ชัดกับตา ว่าหากนางได้ตำแหน่งคืนไปแล้วจะทำเช่นไรต่อไป นางจะต้องหาทางติดต่อกับเซี่ยซู่อันอีกแน่ๆ!
จิ่งรั่วอิงมองเซี่ยเทียนอวี้ด้วยความประหลาดใจ ง่ายดายปานนั้นเชียว นึกจะลดขั้นก็ลด นึกจะคืนตำแหน่งให้ก็คืน ช่างเป็นฮ่องเต้ประสาทโดยแท้!
แต่ก็ดี นางไม่อยากจะกลับไปขุดหัวมัน ยิงนกต้มงูกินอีกแล้ว ในเมื่อเขามอบตำแหน่งคืนให้ เช่นนั้นนางก็อย่าเล่นตัวไปเลย จะว่าไปก็น่าเสียดายไม่น้อย แรกเริ่มนางรู้สึกดีกับเขามากเพราะว่าเขาหล่อ เหตุผลเดียวเลยคือเขาหล่อ แต่เมื่อรู้ว่าเบ้าหน้าเขาแบกสันดานเอาไว้ นางก็เริ่มไม่ชอบเขาแล้ว
"ไสหัวไปซะ ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้าแล้ว อย่าคิดว่าข้าอยากจะเข้าใกล้เจ้านักหนา"
จิ่งรั่วอิงเองก็คร้านจะอยู่ต่อเช่นกันจึงคิดจะกลับไปนอน แต่ทว่านางกลับมองเห็นว่าบนโต๊ะยังมีอาหารอีกหลายจานเหลืออยู่ จึงรู้สึกเสียดายขึ้นมา
"ฝ่าบาทเพคะ"
"อะไรอีกเล่า!"
สตรีบ้านี่ตอแยเขาไม่เลิก คงจะติดใจในความหล่อของเขาสินะ เห้อ เกิดเป็นคนหล่อนี่มันเหนื่อยใจจริงๆ
"กับข้าวอีกสามจานที่เหลือบนโต๊ะหม่อมฉันขอห่อกลับตำหนักนะเพคะ เมื่อครู่ยังกินไม่อิ่มเลย"
เซี่ยเทียนอวี้"......"
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้ายืนนิ่งเงียบไม่เอ่ยตอบ จิ่งรั่วอิงจึงร้องเรียกเขาอีกหน
"ฝ่าบาทเพคะ"
"ที่เจ้าเรียกข้าเพราะจะบอกกับข้าว่าเจ้ายังกินไม่อิ่ม จึงอยากห่ออาหารที่เหลือกลับไปกินอย่างนั้นหรือ?"
เขาหันมาเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ จิ่งรั่วอิงยิ้มตาหยี ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงกระตือลือล้น
"เพคะ หม่อมฉันเสียดายมาก ขออนุญาตห่อกลับไปกินต่อที่ตำหนักนะเพคะ"
กล่าวจบนางก็สั่งให้หลิงซีและอันหรานยกอาหารกลับตำหนักของตนไปทันที เซี่ยเทียนอวี้รู้สึกเหมือนตนเองถูกชามข้าวฟาดหน้าอย่างไรอย่างนั้น นางไม่ได้สนใจความหล่อของเขาเลยแม้แต่น้อย แต่กลับสนใจอาหารตรงหน้ามากกว่าเขาเสียอีก
บัดซบนัก เขาโมโหแล้วนะ!
กินให้อ้วนตายไปเลย กินไม่พอก็ไปกินในห้องเครื่องต่อเถอะ ไม่ต้องมาสนใจเขาหรอก!
ด้านจิ่งรั่วอิงนั้นก็ติดฝนอยู่กับเซี่ยซู่อันไม่อาจหนีไปไหนได้ ระหว่างนี้นางต้องแสร้งทำเป็นรักใคร่เขาเสียเต็มประดาทั้งที่ในใจอยากจะกระโดดถีบสองขาคู่ รออยู่ราวครึ่งชั่วยามในที่สุดฝนก็หยุดตกเสียที นางแสร้งทำท่าทีร้อนใจก่อนจะหันมาเอ่ยกับเขา"พี่ซู่อัน ข้าคงต้องรีบกลับแล้ว เกรงว่าหากเขาสร่างเมาแล้วไม่เห็นข้าจะสงสัยเอาได้ ท่านก็รีบกลับไปเถอะ ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ แล้วก็อย่าลืมคิดถึงข้าด้วยเล่า""ได้ ข้าจะคิดถึงเจ้าทุกคืนวัน”เขาเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แววตาที่ใช้มองนางก็หวานล้ำเป็นอย่างยิ่ง จิ่งรั่วอิงลอบปรบมืออยู่ในใจ ไอ้หมอนี่ถ้าอยู่ในยุคปัจจุบันมันจะต้องเป็นดาราดังแถวหน้าอย่างแน่นอน แสดงเก่งซะขนาดนี้เมื่อไม่มีสิ่งใดแล้วทั้งจิ่งรั่วอิงและเซี่ยซู่อันจึงแยกย้ายกันกลับไปยังที่ทางของตนเองทันทีระหว่างที่จิ่งรั่วอิงเดินกลับมาที่เรือนพักอารมณ์ของนางก็ไม่ใคร่จะดีเท่าใดนัก หญิงสาวถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกก่อนจะสั่งให้หลิงซีเอาไปเผาทิ้งเสีย หลิงซีสงสัยว่าเจ้านายจะเอาไปเผาทำไมชุดสวยขนาดนี้ช่างน่าเสียดายนัก แต่ว่านางกลับไม่กล้าเอ่ยถาม ทำได้เพียงรีบเอาเสื้อคลุมตัวนั้นไปเผาตามคำสั่งเมื่อจิ่งรั่วอิง
เย็นวันนั้นเซี่ยเทียนอวี้จัดงานเลี้ยงที่พระราชวังฤดูร้อนเพื่อให้เหล่าขุนนางและทุกคนที่รวมเดินทางมาได้ผ่อนคลายกันอย่างเต็มที่ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังมอบอาหารดีดีให้กับเหล่าข้ารับใช้อีกด้วยเสิ่นไทเฮานั้นอยู่พูดคุยกินดื่มด้วยเพียงชั่วครู่ก็ขอตัวกลับไปสวดมนต์ต่อ เซี่ยเทียนอวี้หันไปมองจิ่งรั่วอิงที่นั่งอยู่ข้างกันก็พบว่ายามนี้สตรีตัวแสบของเขากำลังนั่งรอให้นางกำนัลคีบอาหารเข้าปากให้อย่างสบายอารมณ์ เหอะ จะกินยังขี้เกียจคีบเองช่างเหลือเกินจริงเชียวจิ่งรั่วอิงหันมองไปโดยรอบ อยู่ๆสายตาก็สบประสานเข้ากับเซี่ยซู่อันที่มองมาพอดี เขาส่งสายตาบางอย่างให้กับนาง หญิงสาวจึงแสร้งพยักหน้าให้เขาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปกินอาหารต่อ ที่เขาส่งสายตาให้นางคงเพราะเรื่องที่นัดพบกันวันนั้นสินะนางจำได้ ด้านเซี่ยเทียนอวี้ก็ทำเป็นมองไม่เห็นว่าเซี่ยซู่อันส่งสายตาให้จิ่งรั่วอิง เขาต้องข่มกลั้นตนเองอย่างมากเพื่อไม่ให้ระเบิดอารมณ์ออกมาจนทำให้เสียเรื่องเซี่ยซู่อันที่เห็นว่าจิ่งรั่วอิงพยักหน้าตอบรับแล้วจึงพอจะสบายใจขึ้นมาได้บ้าง แรกเริ่มเขารู้สึกกังวลใจมากที่นางไม่ปฏิกิริยาตอบสนองต่อเขาเลย แต่เมื่อได้เห็นว่าวันนี้นางพยักหน้าร
วันเวลาล่วงเลยมาจนถึงวันที่เซี่ยเทียนอวี้จะต้องเดินทางไปทำพิธีขอฝนที่พระราชวังฤดูร้อนบนเขาแล้ว ครั้งนี้เขาให้เหล่าขุนนางเตรียมการเอาไว้เป็นอย่างดีทุกอย่าง การเดินทางในครานี้เขาพาจิ่งรั่วอิงไปด้วย ส่วนเสิ่นไทเฮาก็ติดตามไปด้วยเช่นเดียวกันเวินเมี่ยวและมู่ลี่อย่างไรก็ได้ชื่อว่าเป็นคนของเชื้อพระวงศ์ เซี่ยเทียนอวี้จึงอนุญาตให้พวกนางติดตามไปด้วยได้ สตรีทั้งสองแม้จะไม่ชอบใจจิ่งรั่วอิงมากเพียงใด แต่เมื่อได้ทราบว่ายามนี้คนเขาเป็นถึงจิ่งเฟย พวกนางสองคนจึงไม่กล้าหาเรื่องใส่ตัวอีกการเดินทางครั้งนี้มีแม่ทัพใหญ่จิ่งและจิ่งรุ่ยถวายอารักขาอย่างเข้มงวด แม่ทัพใหญ่จิ่งควบม้านำอยู่ขบวนหน้าสุด ส่วนจิ่งรุ่ยคุ้มกันอยู่ที่ท้ายขบวน เซี่ยเทียนอวี้และจิ่งรั่วอิงนั้นนั่งอยู่ในรถม้าคันแรก ตามมาด้วยรถม้าของเสิ่นไทเฮา รถม้าของเวินเมี่ยว มูลี่ และรถม้าของเซี่ยซู่อันกับเซี่ยชินอ๋อง ตามมาด้วยรถม้าของบรรดาเหล่าขุนนางและฮูหยินที่ติดตามมาด้วยจิ่งรั่วอิงนั่งเอนกายอยู่บนรถม้าอย่างสบายอารมณ์ มือหนึ่งก็หยิบขนมเข้าปาก มือหนึ่งก็ถือถ้วยชาขึ้นจิบอย่างมีความสุข เซี่ยเทียนอวี้ปรายตามองนางหนหนึ่งแล้วจึงเอ่ยประชดประชัน"เจ้านี่สบ
เรื่องที่เซี่ยชินอ๋องและเซี่ยซู่อันปลดทุกข์กลางงานเลี้ยงสร้างความอับอายให้กับพวกเขาสองพ่อลูกเป็นอย่างมาก ทั้งสองคนถึงขนาดขอลาป่วยไม่มาร่วมประชุมยามเช้าอยู่หลายวัน เมื่อกลับมาร่วมประชุมยามเช้าอีกครั้งก็ต้องอับอายยิ่งกว่าเดิม เพราะเหล่าขุนนางต่างมองพวกเขาด้วยสายตาประหลาดเซี่ยซู่อันถึงกับลอบสบถในใจไม่เคยท้องเสียกันหรือไง!ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นวันนั้นพวกเขาก็สืบหาเบาะแสมาโดยตลอด แต่กลับไม่พบเรื่องผิดปกติใดเลย พวกเขาจึงถอดใจไม่สืบสาวราวเรื่องต่อการประชุมขุนนางยามเช้าในวันนี้เป็นเรีืองของการเดินทางไปทำพิธีขอฝนที่พระราชวังฤดูร้อนบนเขา เซี่ยเทียนอวี้มีกำหนดการเดินทางในอีกสามวันข้างหน้า โดยมีแม่ทัพใหญ่จิ่งเป็นคนคอยคุ้มกันขบวนเสด็จด้านแม่ทัพใหญ่จิ่งก็รอโอกาสเหมาะมาถึง แล้วจึงเดินขึ้นมาด้านหน้าท้องพระโรงก่อนจะคำนับต่อหน้าพระพักตร์อย่างนอบน้อม เซี่ยเทียนอวี้ที่เห็นอย่างนั้นก็มองแม่ทัพใหญ่จิ่งคราหนึ่ง"ท่านแม่ทัพมีสิ่งใดก็พูดมาได้เลย ไม่ต้องมากพิธี"แม่ทัพใหญ่จิ่งยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะล้วงหยิบตราพยัคฆ์และส่งให้ไป๋กงกงนำขึ้นไปมอบให้กับเซี่ยเทียนอวี้"ยามนี้บ้านเมืองสงบสุขแล้ว กระหม่อมขอส่งคืนกองกำ
ด้านเซี่ยชินอ๋องและเซี่ยซู่อันนั้น หลังจากที่รับอนุทั้งสามนางเข้าจวนมา พวกเขาสองพ่อลูกก็แทบไม่ได้อยู่เป็นสุขเลยแม้แต่วันเดียว พวกนางมักจะหาเรื่องเข้าใกล้เขาสองคนไม่หยุด จนพวกเขาอยู่ในจวนไม่ได้ อยากจะฆ่าจะแกงจะทำร้ายพวกนางก็ไม่อาจทำได้อีก มิเช่นนั้นจะเป็นการเผยพิรุธให้เซี่ยเทียนอวี้สงสัยเอาได้เซี่ยชินอ๋องยกจอกสุราขึ้นดื่มเพื่อย้อมใจ ยามนี้เขากำลังหลบอยู่ในห้องใต้ดินของจวนอ๋องพร้อมกับเซี่ยซู่อัน"สารเลวนัก! มันจงใจสร้างเรื่องปวดหัวให้เจ้ากับข้าชัดๆ เซี่ยซู่อัน หรือว่าเทียนอวี้จะรู้แล้วว่าพวกเรามีใจคิดก่อกบฏ"เซี่ยซู่อันที่ได้ยินบิดาเอ่ยเช่นนั้นก็มีท่าทางครุ่นคิด ก่อนจะส่ายหน้าไปมา"ไม่มีทาง เขาโง่ออกปานนั้น ก่อนหน้านี้ข้าได้สังเกตดูท่าทีของเขาแล้ว เขาไม่ได้มีอะไรผิดปกติเลยขอรับท่านพ่อ ข้าบอกอะไรเขาก็เชื่อ เอาอย่างนี้ หากเราไม่สบายใจ แผนต่อไปก็ควรเริ่มให้เร็วขึ้นหน่อย ข้าจะส่งคนไปแฝงตัวอยู่ในตำหนักของเซี่ยเทียนอวี้ แต่ทว่าเราต้องรอให้ผ่านพ้นการทำพิธีขอพรจากท่านเทพไปเสียก่อน""ดี จัดการให้เรียบร้อย ยิ่งวางยาพิษมันได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเลย ข้าจะได้ฆ่าอีแก่สามคนนั่นทิ้งซะ!"เซี่ยชินอ๋องเ
เซี่ยเทียนอวี้ดึงทิึ้งเสื้อผ้าของตนเองออกจนหมด ยามนี้เขาและนางอยู่ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน เซี่ยเทียนอวี้จูบจิ่งรั่วอิงอย่างดูดดื่ม เขาสอดแทรกลิ้นชื้นแฉะเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของนางอย่างเอาแต่ใจ จิ่งรั่วอิงยื่นสองแขนไปโอบรัดรอบลำคอของเขา อีกทั้งยังจูบตอบเขาอย่างรู้งาน ก่อนที่นางจะผลักเขาให้เป็นฝ่ายลงไปนอนราบอยู่บนเตียง จากนั้นนางก็ขึ้นมานั่งคล่อมอยู่บนตัวของเขา"เซี่ยเทียนอวี้ วันนี้ท่านทำได้ดี ข้าจะตอบแทนท่านอย่างถึงใจเลย""ดี!"เซี่ยเทียนอวี้รับคำอย่างตื่นเต้น จิ่งรั่วอิงไม่รอช้า นางเลิื่อนใบหน้าลงไปที่หว่างขาของเขา ก่อนจะยื่นมือเรียวงามคว้าจับเข้าไปที่ลำแท่งเอ็นร้อนใหญ่ยาวจนเต็มมือ แล้วจึงสาวชักขึ้นลงอย่างช้าๆ ก่อนจะเร่งจังหวะให้เร็วมากขึ้น จากนั้นนางก็แลบลิ้นเลียปลายหัวหยักของเขาอย่างหยอกเย้า เซี่ยเทียนอวี้ร่างกายกระตุกวาบ เขาส่งเสียงร้องครางในลำคอด้วยความเสียวซ่าน"โอว เสียว!"เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้านอนบิดเกร็งจิ่งรั่วอิงก็ยิ่งได้ใจ นางครอบริมฝีปากกลืนกินท่อนเนื้อท่อนเอ็นของเขาจนมิดลำ แล้วจึงขยับศีรษะขึ้นลงอย่างถี่ระรัว เซี่ยเทียนอวี้หายใจไม่ทั่วท้อง มือของเขาจัับผ้าปูเตีย







