LOGINเขาเอนศีรษะพิงโซฟา หลับตาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจู่ ๆ จะนึกถึงอีกเรื่องขึ้นมาได้เมื่อคืน...เขาไม่ได้ป้องกัน แถมในจังหวะนั้นยังเผลอปล่อยข้างในเธอไปอีกฮันเตอร์ลืมตาขึ้นทันทีความหงุดหงิดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความกังวล เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเหมือนจะโทรหาไอวี่ แต่ปลายนิ้วกลับหยุดค้างอยู่ตรงชื่อของเธอสุดท้ายก็ไม่ได้กดโทรออกไม่นานรถของฮันเตอร์ก็มาจอดอยู่ด้านหน้าคอนโดของไอวี่ถุงยาจากร้านขายยาถูกวางอยู่บนเบาะข้างคนขับแต่เจ้าตัวกลับยังนั่งอยู่ในรถเขามองทางเข้าคอนโดอยู่หลายครั้ง สลับกับมองถุงยาข้างตัวแค่เอาขึ้นไปให้พูดไม่กี่คำแล้วก็กลับแต่พอนึกถึงสีหน้าของไอวี่เมื่อเช้า เขากลับไม่รู้ว่าถ้าเจอหน้าเธอจริง ๆ ควรจะพูดอะไรจะขอโทษ?หรือทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น?ฮันเตอร์ถอนหายใจ ก่อนเอนหลังพิงเบาะอย่างหงุดหงิดกับตัวเองแต่ยังไม่ทันตัดสินใจ สายตาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนเดินออกมาจากประตูคอนโดไทม์สีหน้าของฮันเตอร์เปลี่ยนไปทันทีเขานั่งมองอีกฝ่ายเดินออกมาจากตึก ก่อนตรงไปยังรถที่จอดอยู่ไม่ไกลนี่ก็มืดแล้วแต่ไทม์เพิ่งออกมาจากคอนโดของไอวี่กรามของฮันเตอร์ขบเข้าหากันแน่นความคิดแรกที่แล่นเข้ามาในหัวทำ
“ขอบใจ”คำตอบสั้น ๆ พร้อมท่าทีที่ไม่ได้ให้ความสนใจเธอมากนัก ทำให้ข้าวฟ่างมองเขาอย่างแปลกใจ“วันนั้นหายไปเลยนะคะ”ฮันเตอร์ชะงักไปเล็กน้อย“อือ โทษที”มีเพียงเท่านั้น ไม่มีคำอธิบายว่าเขาหายไปไหน หรือทำไมถึงไม่กลับขึ้นมาอีกข้าวฟ่างมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขยับเข้าไปใกล้ แล้วโน้มตัวกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่เบาลง“จบเกมแล้ว ถ้าพี่ไม่ได้ไปไหน...ไปห้องข้าวฟ่างกันดีไหมคะ”ฮันเตอร์หันกลับมามองเธอสายตาคมสบกับดวงตาของข้าวฟ่างนิ่งอยู่สองสามวินาที แต่กลับไม่มีท่าทีตอบรับอย่างที่เธอคาดเอาไว้“ขอพี่เล่นต่อก่อนนะ”พูดจบเขาก็เดินผ่านเธอกลับไปที่โต๊ะสนุกเกอร์ข้าวฟ่างยืนมองตามอย่างงง ๆ“อะไรของเขา...”เธอพึมพำเบา ๆ ก่อนเดินกลับไปหาเพื่อนทางด้านฮันเตอร์ เขาก้มลงวางมือบนโต๊ะ เล็งลูกตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนออกแรงแทงปึก!ลูกสีแดงกระแทกขอบหลุมแล้วเด้งออกมาคนที่ยืนเล่นอยู่ด้วยเงยหน้ามองทันที“เป็นอะไรวะ วันนี้มึงพลาดบ่อยฉิบหาย”ฮันเตอร์ยืดตัวขึ้น“เปล่า”“เปล่าอะไร หน้ามึงหงุดหงิดตั้งแต่มาถึงแล้ว”“บอกว่าไม่มีอะไร”ฮันเตอร์ตอบตัดบท ก่อนหยิบแก้วขึ้นมาดื่มแต่ความจริงเขารู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองตั้
ข้าวฟ่างส่ายหน้า“ไม่รู้เหมือนกัน”“ทะเลาะกับใครมาหรือเปล่า หน้าตาเหมือนพร้อมจะเหวี่ยงคนทั้งร้าน”“เขาก็ไม่ได้เหวี่ยงใครสักหน่อย”“แต่ดูหงุดหงิดจะตาย”เพื่อนหันกลับไปมองฮันเตอร์อีกครั้ง ก่อนนึกอะไรขึ้นมาได้“เดี๋ยวนะ วันนั้นแกออกจากผับไปกับเขาไม่ใช่เหรอ”ข้าวฟ่างหันมามอง“อืม”อีกฝ่ายยิ้มอย่างรู้ทัน“เป็นไงมั่ง?”“อะไร”“อย่ามาทำไม่รู้เรื่อง”เพื่อนหัวเราะ ก่อนลดเสียงลง“เป็นไง พี่เขาลีลาดีอย่างที่เขาลือกันไหม”ข้าวฟ่างกลอกตาเล็กน้อย“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง”“อย่ามาโกหก”“ไม่ได้โกหก”เพื่อนขมวดคิ้วทันที“ทำไมอะ?”อีกคนที่นั่งฟังอยู่ด้วยขยับเข้ามาใกล้อย่างสนใจ“นั่นสิ เกิดอะไรขึ้น”ข้าวฟ่างเหลือบมองฮันเตอร์ที่ยังคงยืนแทงสนุกเกอร์อยู่ ก่อนเอนหลังพิงโซฟา“ก็วันนั้นออกจากผับแล้วไปต่อที่ห้องเรา”“แล้วไงต่อ”“ก็...”ข้าวฟ่างนิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นจะย้อนกลับเข้ามาในความคิดหลังออกจากผับ ข้าวฟ่างพาฮันเตอร์กลับไปที่ห้องของเธอทันทีที่ประตูปิดลง บรรยากาศที่คุกรุ่นมาตลอดทางก็เหมือนขาดสะบั้นทั้งคู่จูบกันอย่างเร่าร้อนตั้งแต่บริเวณหน้าประตู ก่อนที่ข้าวฟ่างจะโอบแขนรอบคอเขา แล้วปล่อยให้
“กำลังจะเข้า”“ก็เข้าไปสิ”มายด์หันมาค้อน“รู้แล้วน่า”พูดจบเธอก็สูดลมหายใจเข้า แล้วเดินไปได้เพียงสองก้าว ก่อนจะหยุดอีกครั้งเมื่อเห็นเภสัชกรผู้ชายยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ไทม์มองท่าทางนั้นแล้วหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย“ไหนตอนอยู่ข้างบน ใครบอกว่าเดี๋ยวฉันไปซื้อเอง”“เออ เราเอง”“แล้ว?”“ก็...”มายด์เม้มริมฝีปาก ก่อนหันมามองเขา“แกเข้าไปซื้อให้หน่อยสิ”ไทม์เลิกคิ้ว“อ้าว”“อะไรเล่า”“ชอบทำเป็นเก่ง”“ใครทำเป็นเก่ง”“ก็เมื่อกี้ยังพูดเหมือนง่ายจะตาย พอมาถึงจริงยืนอยู่หน้าร้านตั้งนานไม่ยอมเข้า”“ไทม์!”ไทม์หัวเราะเบา ๆ ก่อนเดินเข้าไปในร้านมายด์มองตามแผ่นหลังของเขาแล้วทำหน้าหงุดหงิด“กวนจริง”ถึงจะบ่น แต่สุดท้ายเธอก็ยืนรออยู่ด้านนอกอย่างว่าง่ายไม่นานไทม์ก็เดินกลับออกมาพร้อมถุงยาในมือ“ได้แล้ว”เขายื่นถุงให้มายด์รับมา ก่อนมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง“ไทม์”“อะไร”“แกคงเสียใจมากสินะ”คิ้วของไทม์ขมวดเข้าหากันทันที“เสียใจเรื่องอะไร”มายด์มองถุงยาในมือ ก่อนตอบเหมือนเป็นเรื่องที่รู้อยู่แล้ว“ก็เรื่องไอวี่ไง”“ทำไมนะ”“ก็แกชอบไอวี่”ไทม์นิ่งไปสายตาที่มองมายด์เหมือนกำลังพยายามทำความเข้าใจว่าเธอคิดแบบนั้นไ
เธอเปิดประตูให้กว้างขึ้น แล้วเดินนำทั้งสามคนเข้าไปด้านในแต่ระหว่างที่เดินไปยังโซฟา ทุกคนก็เริ่มสังเกตเห็นว่าไอวี่เดินช้ากว่าปกติ ท่าทางของเธอดูเกร็ง ๆ เหมือนกำลังเจ็บอยู่มายด์มองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรีบเดินตามเข้าไปจับแขนเพื่อนแล้วหมุนตัวกลับมา“เดี๋ยวอัย”“อะไร”พอได้มองใกล้ ๆ สายตาของมายด์ก็หยุดนิ่งอยู่ตรงลำคอของเธอทันทีเส้นผมที่เคยปิดเอาไว้เลื่อนออก เผยให้เห็นรอยจูบหลายรอยที่กระจายอยู่เต็มลำคอ และบางส่วนยังไล่ต่ำลงไปจนหายเข้าไปใต้คอเสื้อมิรินกับไทม์ที่ยืนอยู่ด้านหลังก็เห็นเช่นเดียวกันสีหน้าของทั้งสามคนเปลี่ยนไปทันทีมายด์มองหน้าเพื่อนอย่างตกใจ“บอกมาเดี๋ยวนี้ ใครทำอะไรแก”ไอวี่ชะงักเพียงคำถามนั้น ดวงตาที่พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกมาตลอดก็เริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้งสุดท้ายเธอจึงยอมเล่าทุกอย่างให้เพื่อนฟังตั้งแต่เรื่องเมื่อคืนที่เธอกับฮันเตอร์มีความสัมพันธ์กันเป็นครั้งแรก ไปจนถึงเรื่องเมื่อเช้าที่เขาเปิดไฟล์เสียงให้เธอฟัง และบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนถือเป็นสิ่งที่เธอใช้ชดเชยให้เขาพอไอวี่เล่าจบ ภายในห้องก็เงียบลงไปชั่วขณะก่อนที่ไทม์จะสบถออกมาด้วยความโมโห“แม่งเหี้ยจริง”
ฮันเตอร์ก้มมองมือที่เกาะแขนตัวเองอยู่เพียงครู่ ก่อนสายตาจะเลยไปหาไอวี่โดยอัตโนมัติเธอยังคงยืนอยู่ที่เดิมสีหน้าเรียบนิ่งราวกับไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนี้เลยแม้แต่น้อยฮันเตอร์เม้มริมฝีปากเล็กน้อย...เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วในเมื่อทุกอย่างระหว่างเขากับไอวี่มันเริ่มต้นจากการหลอกใช้กัน ก็ควรจบลงแบบนี้เขากดปลดล็อกรถ ก่อนหันไปทางข้าวฟ่าง“ไปสิ”ฮันเตอร์พาเธอเดินไปที่รถไอวี่ยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นแต่ภายใต้สีหน้าสงบนิ่ง มือที่กำสายกระเป๋ากลับค่อย ๆ บีบแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวเธอเห็นทุกอย่างเห็นผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาเกาะแขนเขาเห็นฮันเตอร์ไม่ได้ปฏิเสธและเห็นเขาพาเธอขึ้นรถไปด้วยกันหัวใจที่เจ็บอยู่แล้วเหมือนถูกตอกย้ำด้วยภาพตรงหน้าอีกครั้งเมื่อคืนเขายังอยู่กับเธอแต่เช้าวันนี้กลับมีผู้หญิงอีกคนมาหาเขาถึงคอนโดไอวี่พยายามเชิดหน้าเอาไว้ ไม่ยอมให้น้ำตาไหลออกมาตรงนี้ฮันเตอร์ขึ้นรถ ก่อนสตาร์ตเครื่อง แต่แทนที่จะขับออกไปทันที สายตากลับเหลือบมองผ่านกระจกไปทางไอวี่อีกครั้งจังหวะเดียวกับที่รถแท็กซี่เคลื่อนเข้ามาจอดตรงหน้าเธอเขามองจนเห็นไอวี่เปิดประตูขึ้นรถไปเรียบร้อย จึงค่อยละสายตากลับมา“ครั้งหน้







