LOGINไอวี่เข้าหาเขา…เพื่อทำลายหัวใจน้องสาวต่างแม่ แต่คนที่ควบคุมเกมมาตลอดอย่างฮันเตอร์ กลับพบความจริงว่า… เขาเป็นแค่ “หมาก” ในแผนของเธอ เมื่อความจริงถูกเปิดเผย เขาจึงเลือกเอาคืน ทำให้เธอหลงรัก แล้วเป็นฝ่ายเดินจากไป แต่ทุกอย่างกลับผิดแผน… เพราะคนที่หนีหัวใจตัวเองไม่พ้น กลับเป็น ฮันเตอร์
View Moreไอวี่ วัยสิบแปดปี เป็นเด็กสาวหน้าตาสะสวยโดดเด่น ใบหน้าเรียวหวาน ดวงตากลมโตเปี่ยมด้วยความมั่นใจ จมูกได้รูป ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ และเส้นผมสีดำยาวสลวยที่ปล่อยสยายอย่างเป็นธรรมชาติ
ขับรถสปอร์ตสีขาวคันหรูแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ของเจ้าสัวอธิป ก่อนหญิงสาวจะผลักประตูรถลงมาด้วยสีหน้าหงุดหงิด เธอคือ อัยวาริน อัครเศรษฐกุล หรือ ไอวี่ ลูกสาวเพียงคนเดียวของเจ้าสัวอธิปกับอารยา เมื่อห้าปีก่อน แม่ของไอวี่เสียชีวิต และไม่นานหลังจากนั้น พ่อของเธอก็พารสิกา ภรรยาใหม่ พร้อมเอวา ลูกสาวที่อายุน้อยกว่าเธอเพียงไม่กี่เดือน เข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ ตอนนั้นเอง ไอวี่จึงรู้ว่า พ่อของเธอนอกใจแม่มานานหลายปี และมีอีกครอบครัวมาตลอด เพียงแต่แม่ไม่เคยรู้ความจริง เพราะเสียชีวิตไปก่อน. นับจากวันนั้น ครอบครัวที่เคยสมบูรณ์ก็ไม่เหลืออีกต่อไป ส่วนไอวี่ก็ไม่เคยยอมรับทั้งผู้หญิงคนนั้นและลูกสาวของเธอว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน หญิงสาวเดินเข้ามาในห้องรับแขก ก่อนพบเจ้าสัวอธิปนั่งอยู่กับรสิกา ภรรยาคนใหม่ และเอวา ลูกสาวของทั้งคู่ เธอหยุดยืนตรงหน้า ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ "ป๊าระงับบัตรเครดิตอัยทำไมคะ" อธิปมองลูกสาว สีหน้าเคร่งเครียด "หายหน้าไปเป็นอาทิตย์ โทรก็ไม่รับ" "ถ้าป๊าไม่ทำแบบนี้ แกจะยอมกลับมาคุยกับป๊าไหม" ไอวี่ถอนหายใจเบา ๆ "มีอะไรคะ" "ปกติก็ไม่เห็นป๊าจะสนใจว่าอัยอยู่ที่ไหน" อธิปนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเปลี่ยนเรื่อง "เรื่องเรียนเป็นยังไง" "เอวาบอกว่าเปิดเรียนมาเกือบสองอาทิตย์แล้ว แต่แกยังไม่เข้าเรียนสักวัน" ไอวี่เหลือบมองเอวา ก่อนหันกลับมาสบตาพ่อ "อัยไม่อยากเรียนที่เดียวกับมัน" "ทำไมป๊าต้องส่งมันมาเรียนที่เดียวกับอัยด้วย" เอวายิ้มบาง ๆ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “เอวาว่าก็ดีนะคะ” “เราสองคนเป็นพี่น้องกัน เรียนด้วยกันจะได้ช่วยเหลือกัน” ไอวี่หันขวับไปมองทันที "ฉันไม่ได้พูดกับเธอ อย่าเสนอหน้า“ "ช่วยตัวเองให้รอดก่อนเถอะ" "แล้วก็เลิกสาระแนเรื่องของฉันสักที" "ไอวี่!" อธิปขึ้นเสียงทันที "พูดกับน้องดี ๆ" หญิงสาวหัวเราะเยาะเบา ๆ "น้องเหรอคะ..." "อัยไม่มีน้อง" บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที อธิปถอนหายใจ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ถ้าแกยังทำตัวแบบนี้" "ไม่กลับไปเรียน" "เอาแต่ใช้ชีวิตเหลวไหลไปวัน ๆ" "ป๊าจะตัดค่าใช้จ่ายทุกอย่างของแก" "บัตรเครดิตทุกใบ ป๊าจะอายัดทั้งหมด" "จากนี้ ถ้าอยากใช้เงิน ก็หาเอง" ไอวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนครั้งนี้...ป๊าจะเปลี่ยนไปจริง ๆ เธอเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนหมุนตัวเดินออกจากคฤหาสน์ ขึ้นรถ แล้วขับออกไปทันที. ไอวี่ขับรถกลับมายังคอนโดหรูใจกลางเมือง ที่นี่คือทรัพย์สินเพียงชิ้นเดียวที่แม่ของเธอทิ้งไว้ให้ก่อนจากไป หลังจากพ่อพารสิกาและเอวาเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ ไอวี่ก็เลือกย้ายออกมาอยู่ที่นี่เพียงลำพัง หญิงสาวเปิดประตูห้อง ก่อนทิ้งกระเป๋าลงบนโซฟาอย่างหมดแรง สายตาของเธอหยุดอยู่ที่กรอบรูปใบหนึ่งบนชั้นวางของ เป็นรูปเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่กำลังยิ้มกว้างอยู่ในอ้อมแขนของผู้เป็นพ่อ รอยยิ้มในวันนั้น... สดใสจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมของตัวเธอในวันนี้ ปลายนิ้วเรียวค่อย ๆ ลูบผ่านกระจกของกรอบรูปเบา ๆ ก่อนภาพในอดีตจะค่อย ๆ ผุดขึ้นมาในความทรงจำ ... ตอนนั้นเธอเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย วันประกาศผลสอบกลางภาค ไอวี่ทำคะแนนได้เต็มทุกวิชา เธอดีใจจนรีบหยิบโทรศัพท์โทรหาพ่อทันที "ป๊า! หนูสอบได้เต็มทุกวิชาเลยนะ!" เสียงหัวเราะจากปลายสายดังขึ้นอย่างภาคภูมิใจ "เก่งมากลูก" "เย็นนี้ป๊าจะไปรับ ไปฉลองกันสองคน" เพียงคำพูดนั้นก็ทำให้ไอวี่ยิ้มกว้างตลอดทั้งวัน เธอนั่งรออย่างมีความสุข รอจนโรงเรียนเลิก รอจนเพื่อนกลับบ้านกันหมด รอจนท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้ม และรอ...จนฟ้ามืด แต่รถของพ่อ... ไม่ก็มาสักที ไม่นาน โทรศัพท์ก็ดังขึ้น "ไอวี่...ป๊าขอโทษนะ" "เอวาไม่สบาย ป๊าต้องพาไปโรงพยาบาล" "ไว้วันหลังนะลูก ป๊าจะชดเชยให้" เธอเงียบไปพักใหญ่ ก่อนตอบกลับเพียงสั้น ๆ "ค่ะ..." วันนั้น... ไอวี่ไม่ได้เสียใจที่พลาดมื้อฉลอง แต่เธอเพิ่งเข้าใจความจริงบางอย่าง ตั้งแต่วันที่รสิกาและเอวาเข้ามาในชีวิตของพ่อ คนที่พ่อเลือกเป็นอันดับแรก... ไม่ใช่เธออีกแล้ว ตั้งแต่นั้นมา ทุกครั้งที่ต้องเลือกระหว่างเธอกับเอวา คนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง... มักเป็นเธอเสมอ ไอวี่ค่อย ๆ วางกรอบรูปลงตามเดิม ......................“สวัสดีค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”ไม่ว่าจะถูกถามเรื่องอะไร เธอก็ตอบอย่างมีมารยาทและวางตัวดี แม้จะเพิ่งเข้ามารับบทบาทนี้อย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรกก็ตามรูปลักษณ์ที่สวยสง่าและบุคลิกสุขุมของเธอดึงดูดสายตาคนในงานไม่น้อย หลายคนให้ความสนใจและเข้ามาทักทายด้วยตัวเองเอวาที่เดินตามอยู่ไม่ห่างมองภาพนั้นด้วยสีหน้าไม่พอใจนักงานที่เธอคิดว่าตัวเองควรจะเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับความสนใจ กลับกลายเป็นว่าแทบทุกสายตากำลังจับจ้องไปที่ไอวี่เพียงคนเดียวหลังจากเดินทักทายแขกอยู่พักใหญ่ ในที่สุดไอวี่ก็ได้กลับมานั่งพักที่โต๊ะของลลิน“เหนื่อยไหมลูก”“นิดหน่อยค่ะ”ลลินยิ้ม ก่อนหยิบแก้วน้ำส่งให้หลานสาว“ยิ้มจนเหนื่อยแล้วสินะ ดื่มน้ำก่อน”“ขอบคุณค่ะป้า”ลลินมองหลานอย่างสงสาร ก่อนเหลือบไปทางอีกโต๊ะซึ่งอธิปกำลังนั่งอยู่กับรสิกาและเอวาสีหน้าของเธอเปลี่ยนทันที“ป๊าแกนี่ก็หน้าด้านจริง ๆ”ไอวี่แทบสำลักน้ำ“ป้าคะ...”“ก็จริงไหม บริหารบริษัทกันยังไงจนขาดสภาพคล่องตั้งสามสิบล้าน แล้วสุดท้ายโยนมาให้แกจัดการ”ไอวี่ถอนหายใจเบา ๆ“ไม่เป็นไรค่ะ อัยจะพยายามแก้ให้ได้”ลลินหันกลับมามองหลาน“แล้วเรื่องเงิน แกคิดว่าจะคุยกับฮันเตอร์ได้ไ
ไอวี่นิ่งฟัง“ถ้าไม่ไหวก็เอาหุ้นคืนมาให้ป๊า ป๊าจะจัดการต่อเอง แล้วจะให้เงินอัยตามมูลค่าที่เหมาะสม อัยไม่จำเป็นต้องเหนื่อยกับเรื่องพวกนี้”“ไม่ค่ะ”คำตอบของเธอมาแทบจะทันทีอธิปเลิกคิ้วไอวี่รวบเอกสารทั้งหมดขึ้นมากอดไว้กับตัว ก่อนลุกขึ้นยืน“อัยจะจัดการเอง”“แน่ใจ?”“ค่ะ”แววตาของเธอจริงจังขึ้น“ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่แม่สร้างไว้ อัยก็จะรักษามันเอง”“ถึงต้องไปคุยกับบ้านฮันเตอร์?”ไอวี่ชะงักเพียงเล็กน้อย ก่อนตอบ“ค่ะ”เธอกระชับแฟ้มเอกสารในมือ“อัยกลับแล้วนะคะ”พูดจบ ไอวี่ก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไปพร้อมเอกสารหุ้นในมือทิ้งให้อธิปมองตามลูกสาวเงียบ ๆเพราะเขารู้ดีว่า—การได้หุ้นของแม่กลับคืนมา เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น...........ที่บ้านของเจ้าสัววิกรมวิกรมเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นพร้อมการ์ดเชิญใบหนึ่งในมือ ขณะที่อรอุมากำลังนั่งดูโทรทัศน์ ส่วนฮันเตอร์นั่งอยู่ข้าง ๆ แม่ ก้มหน้าเซ็นเอกสารงานของบริษัทเงียบ ๆ“เสาร์นี้ไปงานแนะนำผู้ถือหุ้นใหม่ของอธิปกับผมหน่อยสิคุณ”วิกรมยื่นการ์ดเชิญให้ภรรยาอรอุมารับมาอ่านเพียงครู่เดียวก็วางลงบนโต๊ะ“ไม่ไป”“อ้าว ทำไมล่ะคุณ”“จะไปทำไม ดูก็รู้แล้วว่าเขาจัดงานน
สุดท้ายจึงหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องนอน ปล่อยฮันเตอร์เอาไว้อยู่บนโซฟาตามลำพังเช้าวันต่อมา ไอวี่เปิดประตูห้องนอนออกมาด้วยอาการงัวเงียเมื่อคืนเธอพยายามไม่สนใจฮันเตอร์ที่นอนอยู่บนโซฟาด้านนอก แต่กลับพลิกตัวไปมาอยู่นานกว่าจะข่มตาหลับได้ก็เกือบเช้าทว่าตอนนี้โซฟากลับว่างเปล่าเขาไม่อยู่แล้วไอวี่มองไปรอบ ๆ ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่โทรศัพท์ของตัวเองซึ่งถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะเธอหยิบขึ้นมา และเห็นข้อความจากฮันเตอร์ที่ส่งเข้ามาเมื่อไม่นานHunter: ถึงคอนโดแล้ว ไม่ต้องคิดถึงHunter: จูบเมื่อคืนพี่ชอบนะ...ถ้ายังอยากได้อีก บอกได้นะ พี่ยินดี 😏ไอวี่อ่านจบก็เม้มริมฝีปากทันที“ไอ้บ้านี่...”แต่เพียงนึกถึงจูบเมื่อคืนขึ้นมา ใบหน้ากลับร้อนวูบอย่างห้ามไม่ได้เธอกดบล็อกเขาทันที ก่อนวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างหงุดหงิด แล้วหมุนตัวเดินเข้าห้องไปอาบน้ำ................หลายวันผ่านไปฮันเตอร์นั่งอยู่หน้าคณะ สายตามองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยสีหน้าหงุดหงิด ข้อความที่เขาลองส่งหาไอวี่ยังคงส่งไม่ผ่านเหมือนเดิมเธอบล็อกเขามาหลายวันแล้วแถมตลอดอาทิตย์นี้ยังไม่เห็นหน้าเธอในมหาวิทยาลัยอีกเลยฮันเตอร์ถอนหายใจหนัก ๆ ก่อนเอนหลังพิงเก้าอี
“พี่ฮันเตอร์ อัยขับเองได้”“รู้”“รู้แล้วก็จอดสิคะ”ฮันเตอร์เหลือบมองเธอแวบหนึ่ง“นั่งเฉย ๆ ไปเถอะ เดี๋ยวถึงคอนโดแล้วพี่ลงเอง”ไอวี่มองเขาอย่างหงุดหงิด แต่รู้ดีว่าเถียงต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์ จึงหันหน้าหนีไปทางกระจกส่วนฮันเตอร์ก็ขับรถต่อไปเงียบ ๆเมื่อรถมาถึงคอนโด ฮันเตอร์ก็ลงจากรถพร้อมกับไอวี่เธอกดล็อกรถ ก่อนเดินตรงเข้าไปด้านในโดยไม่คิดจะสนใจเขาอีกฮันเตอร์ยืนมองแผ่นหลังเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตามเข้าไปอย่างหน้าตาเฉยกระทั่งประตูลิฟต์กำลังจะปิด ไอวี่จึงเพิ่งเห็นว่าเขาเดินเข้ามาด้วยเธอขมวดคิ้วทันที“พี่ตามมาทำไม”“ไม่ได้ตาม”“แล้วขึ้นมาทำไมคะ”“มาหาเพื่อน”ฮันเตอร์ตอบสั้น ๆ ก่อนหันหน้าไปอีกทางราวกับไม่ใช่เรื่องของเธอไอวี่มองเขาอย่างไม่เชื่อ แต่ก็ขี้เกียจเถียงด้วยอีกทันทีที่ลิฟต์เปิดเมื่อขึ้นมาถึงชั้นของเธอ ไอวี่ก็รีบเดินออกมา ตรงไปยังห้องของตัวเอง ก่อนเปิดประตูแล้วก้าวเข้าไปทว่ายังไม่ทันปิด—มือของฮันเตอร์ก็ยันประตูเอาไว้“พี่ฮันเตอร์!”เขาแทรกตัวเข้ามาด้านในหน้าตาเฉย“พี่เข้ามาทำไม ไหนบอกว่ามาหาเพื่อนไง”ฮันเตอร์ไม่ได้ตอบทันที สายตากวาดมองไปรอบห้องอย่างแนบเนียนเงียบสนิทไม่ม
reviews