로그인ไปยืนกระโดดตบกลางลานเกียร์ห้าสิบครั้ง ปฏิบัติ!""แต่หนูใส่ส้นสูงอยู่นะคะพี่หิน!" ชิลลี่โวยวาย "ถอดออกซะสิครับ... หรือจะให้พี่ช่วยถอดให้?"มะไม่ต้องค่ะ พี่ถนัดถอดหรือคะ" "ใช่ครับถอดถุกอย่างไม่แค่รองเท้า
더 보기เสียงกลองรัวกระหน่ำกลางลานเกียร์ที่ถูกแดดแผดเผา แต่สายตาทุกคู่ของรุ่นพี่และเฟรชชี่ปีหนึ่งกลับไม่ได้มองไปที่โพเดียม... ทุกคนกำลังจ้องไปที่ร่างระหงส์ในชุดนักศึกษาสุดเซ็กซี่ เสื้อทรงบอยรัดรูปจนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน กับกระโปรงทรงเอผ่าข้างสั้นเหนือเข่าขึ้นมาหลายนิ้ว และที่พีคที่สุดคือ รองเท้าส้นเข็มสีแดงเพลิงสูงสี่นิ้วครึ่ง ที่ส่งเสียง ตึก! ตึก! ตึก! กระทบพื้นลานเกียร์อย่างมั่นใจ
"ชื่ออะไร!"
เสียงเข้มทรงพลังตวาดลั่นลานเกียร์ 'พี่หิน' เฮดว้ากปีสามในเสื้อช็อปสีแดงเลือดหมู เนี้ยบกริบ ไม่มีรอยยับแม้แต่จุดเดียว ใบหน้าหล่อเหลาราวกับสลักจากก้อนน้ำแข็งจ้องมองมา แววตานิ่งสนิททว่าแฝงไปด้วยรังสีคุกคามที่ทำให้เฟรชชี่หลายคนก้มหน้าหงอ
"ชิลลี่ค่ะ! ชิลลี่ที่แปลว่าพริก... และพริกเม็ดนี้ก็เผ็ดมากด้วย” เจ้าของชื่อลอยหน้าลอยตาตอบ ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงสดเหยียดยิ้มท้าทาย ไม่มีความกลัวเกรงเลยสักนิดสายตาคมกริบของเฮดว้ากหน้านิ่งไล่กวาดสายตา มองตั้งแต่เรียวปากสีแดง คอระหง ลงมาจนถึงรองเท้าส้นสูงปรี๊ดของเธอ มุมปากหนากระตุกยิ้มเย็นชาที่ชวนให้ขนลุก
"ปากดี...ในเมื่อชอบความสูงนัก งั้นไปยืนกระโดดตบกลางลานเกียร์ห้าสิบครั้ง ปฏิบัติ!"
"แต่หนูใส่ส้นสูงอยู่นะคะ! " ชิลลี่โวยวาย เสียงเริ่มสะบัด บ้าไปแล้ว ให้กระโดดตบใน รองเท้าส้นเข็มสี่นิ้วครึ่ง ขาเธอได้พลิกหักกันพอดี
"ก็ถอดออกซะสิครับ... หรือจะให้พี่ช่วยถอดให้?"
หินสาวเท้าเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมบุรุษผสมกลิ่นแดดจางๆ จากตัวเขาแผ่ซ่านจนชิลลี่เผลอกลืนน้ำลาย ยัยเด็กแสบเม้มปากแน่น มองหน้าหล่อดุที่ท้าทายเธออย่างไม่ลดละ ก่อนจะตัดสินใจสะบัดรองเท้าส้นสูงราคาแพงทิ้ง เท้าเปล่าเนียนละเอียดสัมผัสกับพื้นซีเมนต์ลานเกียร์ที่ร้อนระอุจนแทบพอง
"ถอดแล้วค่ะ! แล้วพี่ก็จำไว้เลยนะ... ความแค้นนี้ชิลลี่คิดทบต้นทบดอกแน่!"
เธอเชิดหน้าท้าแดด แม้จะตื่นเต้นจนหัวใจเต้นโครมคราม แต่คนอย่างชิลลี่... ไม่มีวันยอมก้มหัวให้ผู้ชายหน้าโหดอย่างเขาเด็ดขาด!
"เริ่มนับ! ถ้าเสียงไม่ดัง ไม่พร้อม ไม่ต้องหยุด!" หินสั่งเสียงกร้าว หันหลังเดินกลับไปยืนคุมเชิงอยู่หน้าแถว ทว่าหางตายังคงจับจ้องไปที่ร่างบางกลางลานแดดไม่วางตา
"หนึ่ง! สอง! สาม!..."
ชิลลี่กัดฟันกระโดดตบ ฝ่าเท้าเล็กๆ กระทบพื้นคอนกรีตที่ร้อนดั่งไฟลวกเหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดซึมตามไรผมและกรอบหน้าหวาน แสงแดดยามบ่ายสามโมงตรงไม่ใช่เรื่องตลก แต่ความดื้อรั้นในสายเลือดทำให้เธอเชิดหน้าขึ้น ริมฝีปากสีแดงสดเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นความแสบร้อนที่ฝ่าเท้า ทุกจังหวะที่เธอกระโดด เสื้อนักศึกษาทรงบอยที่รัดรูปอยู่แล้วยิ่งรั้งตึงจนแทบปริ
กระโปรงทรงเอผ่าข้างก็เลิกขึ้นจนเห็นต้นขาขาวเนียนวับๆ แวมๆ เฟรชชี่หนุ่มๆ หลายคนลอบกลืนน้ำลายลงคอ แม้แต่พวกรุ่นพี่ว้ากคนอื่นๆ ยังเผลอมองตาค้าง มีเพียงเฮดว้ากอย่างหินเท่านั้นที่ยืนนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาไร้อารมณ์ ทว่านัยน์ตาสีเข้มกลับวาวโรจน์ขึ้นอย่างประหลาดเขากวาดสายตาดุดันมองกราดไปรอบๆ ลานเกียร์ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนรุ่นพี่รุ่นน้องพากันหลบสายตาเป็นแถว ไม่มีใครกล้ามองยัยพริกขี้หนูกลางลานแดดอีก
"สี่สิบเก้า... ห้าสิบ!" ร่างบางหยุดชะงัก หอบหายใจโยน หน้าอกอวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหอบถี่ เหงื่อชุ่มจนเสื้อนักศึกษาแนบไปกับผิวเนื้อ ชิลลี่ยกมือขึ้นปาดเหงื่อลวกๆ ดวงตากลมโตตวัดมองไปยังร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกมองเธออยู่
"ครบแล้วค่ะ พอใจหรือยังคะ?" เธอถามเสียงสะบัด แม้จะเหนื่อยจนแทบขาดใจ แต่สายตายังคงดื้อดึงไม่ยอมแพ้ หินก้าวเข้ามาช้าๆ รองเท้าหนังขัดมันวับหยุดลงตรงหน้าปลายเท้าเปลือยเปล่าที่ตอนนี้แดงเถือกจากความร้อนของพื้นลานเกียร์ เขาหลุบตามองรอยแดงนั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเลื่อนสายตากลับขึ้นมาสบตากับคนดื้อรั้น
"คิดว่าแค่นี้จบแล้วเหรอ ชรินทร์ทิพย์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียบๆ ทว่ากดดันอยู่ในที "กฎระเบียบมีไว้ให้ปฏิบัติตาม ไม่ใช่ให้เด็กปีหนึ่งมาแต่งตัวยั่วประสาท ทำตัวท้าทายเพื่อเรียกร้องความสนใจ"
"หนูไม่ได้เรียกร้องความสนใจ!" ชิลลี่สวนทันควัน สองมือเท้าสะเอว
"หนูแต่งตัวเพราะความมั่นใจ ร่างกายก็ของหนู กฎบ้าบออะไรบังคับยันความสูงของส้นรองเท้าคะ?"
"นี่คือคณะวิศวะ ไม่ใช่รันเวย์เดินแบบ" หินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนชิลลี่สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน
"ถ้าอยากอวดสวยนัก ก็ต้องรับผลของการกระทำตัวเองให้ได้"
"ผลอะไรอีกล่ะคะ กระโดดตบจนเท้าสุกเป็นกุ้งต้มแล้วเนี่ย เอาอะไรอีก!" หินเหยียดยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ชิลลี่รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
"เย็นนี้หลังเลิกกิจกรรมรับน้อง... ไปที่ห้องสโมสรนักศึกษา โต๊ะประชุมในนั้นมีฝุ่นเกาะ เธอต้องไปทำความสะอาดมันทุกตัว"
"อะไรนะ! นี่พี่จะบ้าเหรอ หนูเป็นนักศึกษานะ ไม่ใช่แม่บ้าน!" ชิลลี่เบิกตากว้าง อ้าปากค้างกับบทลงโทษที่ไร้เหตุผลสิ้นดี
"จะนักศึกษาหรือแม่บ้าน ถ้าทำผิดกฎก็ต้องโดนลงโทษเหมือนกัน" หินยืดตัวขึ้นเต็มความสูง แววตากลับมาเย็นชาตามเดิม
"หกโมงเย็นตรง อย่าสาย... อ้อ แล้วก็อย่าคิดหนี เพราะพี่จะไปตรวจงานด้วยตัวเอง ถ้าโต๊ะไม่เงาวับ เธอเตรียมตัวโดนหนักกว่านี้ได้เลย"
พูดจบ เฮดว้ากจอมเผด็จการก็หมุนตัวเดินกลับไปสั่งการเพื่อนร่วมรุ่นต่อ ทิ้งให้ยัยตัวแสบยืนกำหมัดแน่นอยู่กลางลานแดด ชิลลี่มองตามแผ่นหลังกว้างในเสื้อช็อปสีด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย กิจกรรมรับน้องดำเนินต่อไปจนถึงห้าโมงครึ่ง รุ่นพี่สั่งปล่อยแถว เฟรชชี่พากันแยกย้ายกลับหอพักด้วยสภาพอิดโรย ชิลลี่ลากสังขารตัวเองมานั่งที่ม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ ยกเท้าขึ้นมาดูด้วยความหงุดหงิด ฝ่าเท้าของเธอแดงเถือกและปวดแสบปวดร้อนไปหมด
"ยัยชิลลี่ แกโอเคป่าววะ หน้าซีดเชียว" เพื่อนที่เพิ่งรู้จักกันในวันแรกวิ่งเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง
"โอเคบ้าอะไรล่ะ ปวดเท้าจะตายอยู่แล้ว ไอ้พี่หินบ้าอำนาจเอ๊ย! อย่าให้ถึงทีแม่บ้างนะ จะเอาคืนให้ร้องขอชีวิตเลยคอยดู!" ชิลลี่บ่นกระปอดกระแปด มือบางเอื้อมไปหยิบรองเท้าส้นเข็มสีแดงที่เพื่อนเก็บมาคืนให้
"ให้แล้วห้ามทวงคืนนะคะ" เธอจับจี้เกียร์ไว้แน่น ช้อนสายตาท้าทาย"เพราะชิลลี่คนนี้จะถือว่าเฮดว้ากสุดโหดคนนี้... ได้จองหนูไว้แล้ว ใครหน้าไหนก็ห้ามยุ่ง!" หินแค่นหัวเราะในลำคอด้วยความหมั่นเขี้ยว เขารวบเอวบางเข้ามากอดแน่นหน้าตาเฉย ไม่สนกฎระเบียบหรือสายตาใครอีกต่อไป เพราะตอนนี้ความรักของเขา... ถูกประกาศให้โลกรู้แล้วสองชั่วโมงต่อมา ณ เพนต์เฮาส์สุดหรูหลังจากฝ่าฟันงานเลี้ยงฉลองของคณะมาได้ หินก็รีบฉกตัวเมียรักกลับมาที่รังส่วนตัว ทันที... ทันทีที่ประตูห้องพักปิดลง ร่างบางก็ถูกดันให้ติดกับบานประตูไม้บานใหญ่ ตามด้วยริมฝีปากร้อนผ่าวที่ฉกวูบลงมาบดขยี้อย่างเอาแต่ใจและโหยหา"อื้อ... พี่หิน ใจเย็นสิคะ คืนนี้ยังอีกยาวไกลนะ"ชิลลี่ผลักอกเขาเบาๆ หอบหายใจแฮ่ก ริมฝีปากอวบอิ่มบวมเจ่อจากการถูกสูบพลังงาน "ใจเย็นไม่ได้แล้ว... พี่อดทนตีหน้าขรึมมาทั้งวันเพื่อรอเวลานี้รู้ไหม" หินกระซิบชิดซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มลาดไหล่เนียนจนเกิดรอยสีจางชิลลี่หัวเราะคิกคัก ลูบกลุ่มผมสีเข้มของเขาเบาๆ นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ช่วงหกเดือนที่ผ่านมา หลังจากวันที่ทะเลาะกันรุนแรงเรื่องผู้หญิงที่ชื่อพรีม หินก็พิสูจน์ให้เธอเห็นว่าเขารักเธอมากแค่
" พี่หิน.!..""ลงโทษพี่สิ... จะตบ จะตี จะด่าพี่ยังไงก็ได้" เขากระซิบชิดริมฝีปากบาง เลื่อนมือไปปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของเธอออกอย่างเชื่องช้า "แต่ห้ามเดินหนีพี่ไป ห้ามไล่ให้พี่ ไปหาใคร... เพราะร่างกายนี้ หัวใจดวงนี้ มันเป็นของเธอคนเดียวแล้ว ชิลลี่"สิ้นคำสารภาพรักที่หนักแน่น หินก็ประกบริมฝีปากลงมาอีกครั้ง คราวนี้มันเต็มไปด้วยความโหยหา ความเว้าวอน และความปรารถนาที่ลึกซึ้ง รสจูบที่นุ่มนวลแต่ร้อนแรงแผดเผากำแพงในใจของชิลลี่จนหลอมละลาย เธอเปิดปากรับเรียวลิ้นของเขาอย่างเต็มใจ สองมือที่เคยทุบตีเปลี่ยนเป็นโอบรอดลำคอแกร่ง รั้งเขาให้แนบชิดยิ่งขึ้นเมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างโอนอ่อนผ่อนตาม สัญชาตญาณดิบเถื่อนของหินก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง เขาจัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองและของเธอออกอย่างรวดเร็ว โยนทิ้งไปบนพื้นอย่างไร้ค่า เรือนร่างกำยำเปลือยเปล่าทาบทับลงบนเรือนร่างอรชร"อ๊า... พะ..พี่หิน" ชิลลี่ครางกระเส่า เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวซุกไซ้ลงไปขบเม้มยอดปทุมถันสีระเรื่อ ปลายลิ้นตวัดเลียรัวเร็วสลับกับการดูดดึงอย่างตะกละตะกลามฝ่ามือหนาลูบไล้ไปทั่วสัดส่วนโค้งเว้า ก่อนจะเลื่อนลงไปสัมผัสกับใจกลางความสาวที่กำลังฉ่ำเ
หินไม่ได้ใส่เสื้อช็อป เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำที่ยับยู่ยี่ ปลดกระดุมออกจนถึงลิ้นปี่ ผมเผ้ายุ่งไม่เป็นทรง นัยน์ตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ไปด้วยไฟโทสะและเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำจากการไม่ได้นอนทั้งคืน ทันทีที่สายตาคมกริบกวาดมาเห็นร่างบางในชุดสุดเซ็กซี่ที่นั่งไขว่ห้างอยู่ สันกรามแกร่งก็บดเข้าหากันจนปูดนูนเป็นสัน รังสีอำมหิตของเฮดว้ากแผ่ซ่านจนนักศึกษาบริเวณนั้นพากันถอยกรูด หลีกทางให้คนตัวโตที่ก้าวฉับๆ ตรงดิ่งมาที่โต๊ะม้าหินอ่อน"พะ... พี่หิน..." ตาลเสียงสั่น ถอยหนีไปหลบหลังเสาร์โดยอัตโนมัติ หินไม่สนใจใครทั้งนั้น มือหนาหยาบกร้านคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของชิลลี่แล้วออกแรงกระชากจนร่างบางถลาลุกขึ้นยืน!"โอ๊ย! ทำบ้าอะไร ปล่อยนะ!" ชิลลี่สะบัดมือเต็มแรง แต่คีมเหล็กของเขากลับรัดแน่นจนกระดูกแทบแหลก"บล็อกเบอร์พี่ทำไม!" หินตะคอกลั่นลานเกียร์ เสียงของเขาดุดันและเกรี้ยวกราดจนทุกคนสะดุ้งสุดตัว "ใครสั่งให้เธอส่งข้อความบ้าๆ พวกนั้นมาหาพี่ฮะ!""ไม่มีใครสั่ง! หนูตัดสินใจเอง! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ คนเขามองกันทั้งคณะแล้ว!" ชิลลี่ตวาดกลับ เชิดหน้าสู้สายตาดุดันอย่างไม่ลดละ"มองก็ช่างแม่ง! อยากมองก็มองไป!" หินตวาดกราดใส่กลุ
พรีมยื่นถุงกระดาษแบรนด์เนมสุดหรูที่ภายในบรรจุกล่องขนมมาการองจากร้านดังในปารีสส่งให้ ชิลลี่มองถุงนั้นด้วยความรู้สึกชาวาบไปทั้งใจ หินไม่เคยฝากใครเอาของมาให้เธอ เขาเป็นคนเผด็จการและชอบจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง การที่เขายอมให้ผู้หญิงคนนี้มาทำหน้าที่แทน บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและไว้ใจกันมากแค่ไหน"ขอบคุณค่ะ... แต่ความจริงพี่หินไม่เห็นต้องลำบากฝากพี่พรีมมาเลย" ชิลลี่รับถุงมาถือไว้ พยายามปั้นหน้ายิ้มสู้ แม้ข้างในจะปวดหนึบ"ไม่ลำบากหรอกค่ะ เรื่องแค่นี้เอง" พรีมยิ้มหวาน แต่แววตาที่มองกวาดตั้งแต่หัวจรดเท้าของชิลลี่กลับแฝงไปด้วยการประเมินและเหยียดหยามอยู่ลึกๆ"หินเขาชอบช่วยเหลือเด็กๆ ในคณะอยู่แล้ว ยิ่งเป็นเด็กปีหนึ่งหน้าตาน่ารักๆ แบบน้องชิลลี่ เขาก็คงเอ็นดูเป็นพิเศษ... เหมือนที่เขาเอ็นดู 'ของเล่น' ชิ้นใหม่ๆ นั่นแหละค่ะ" คำว่า 'ของเล่น' ถูกเน้นเสียงชัดเจนจนชิลลี่หน้าชา พายุที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับขมวดคิ้ว รู้สึกได้ถึงรังสีความกดดันจากการสนทนานี้พรีมขยับเข้ามาใกล้ชิลลี่อีกนิด โน้มใบหน้ามากระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน"ของเล่นถึงจะสนุกและตื่นเต้นแค่ไหน แต่สุดท้ายผู้ชายเขาก็ต้องเลือกของจริงที่เหมา