Compartir

7 ตอบแทนจังฮูหยิน

last update Última actualización: 2026-01-23 19:52:42

         ชิงหลานพาสาวใช้ย้อนกลับไปร้านเครื่องเขียนอีกคราหนึ่ง นางกล่าวขอบคุณเถ้าแก่เนี่ยแล้วขอซื้อกระดาษอย่างดีอีกห้าแผ่น

         “เงินที่เหลือทั้งหมดข้าจะให้ท่านแม่เอาไว้ใช้...นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าหาเงินได้เอง ข้ารู้แล้วล่ะเสี่ยวลิ่งว่าความภูมิใจในตนเองเป็นอย่างไร”

         เสี่ยวลิ่งมองหน้าคุณหนูของตนแล้วยิ้ม นางรีบหอบเอาม้วนกระดาษเข้าไว้ในอกอีกมือก็เอื้อมไปหยิบกระดาษห่อหมึกที่ถูกผูกด้วยเชือกป่านเป็นหูหิ้ว “คุณหนูอย่าหักโหมเลยเจ้าค่ะ เพิ่งจะหายป่วยทำเท่าที่จะทำได้ก็แล้วกันนะเจ้าคะ”

         ชิงหลานส่ายหน้าแล้วหันไปแย่งเอาห่อหมึกมาถือไว้เอง “ให้ข้าช่วยบ้างเถอะ เสี่ยวลิ่ง เจ้าเองทำเพื่อข้ามามากแล้ว”

         “คุณหนูอย่าพูดเช่นนั้นเลย พระคุณตระกูลจังนั้นชั่วชีวิตนี้ข้าก็คงชดใช้ไม่หมด”

         “อยู่กับพวกเราสองแม่ลูก ค่าจ้างเจ้าก็มิได้ กินอยู่ก็ขาดเขิน เช่นนี้แล้วมิใช่ว่าพวกเราหรอกหรือที่ทำให้เจ้าลำบาก”

         “มิได้ๆ ขอเพียงข้าได้อยู่รับใช้นายหญิงกับคุณหนู ข้าก็พอใจแล้วเจ้าค่ะ”

         “เสี่ยวลิ่งข้ารับปากว่าวันหน้าจะต้องหาเบี้ยหวัดให้เจ้าได้อย่างแน่นอน” เผยมู่ซีทำสีหน้าจริงจังจนเสี่ยวลิ่งอดหัวเราะไม่ได้

         “คุณหนู ข้าไม่เป็นไรจริงๆ นะ เจ้าคะ ขอเพียงท่านกับนายหญิงร่างกายแข็งแรงอยู่มีความสุขก็พอแล้ว”

         สองนายบ่าวเดินคุยกันมาจนถึงหน้าเรือนเป็นยามตะวันกำลังจะตกดินพอดี เหล่าลู่ออกมาจุดคบไฟหน้าเรือนและออกมายืนรอเสี่ยวลิ่งกับคุณหนูหน้าประตูจวน เมื่อเห็นคนทั้งคู่เดินมาถึงก็รีบกุลีกุจอเข้าไปรับ

         “คุณหนูกลับมาแล้ว...เหนื่อยหรือไม่ขอรับ”

         “เดินแค่นี้เองจะเหนื่อยได้อย่างไรกัน ว่าแต่ข้าหิวแล้วล่ะ”

         ได้ยินคุณหนูเอ่ยว่าหิว ลู่ฮั่นกับจังเสี่ยวลิ่งถึงกับยิ้มออกมาพร้อมกัน ตลอดห้าปีที่คุณหนูป่วยออดๆ แอดๆ พวกเขาต้องคอยกระตุ้นให้คุณหนูกินอาหารอยู่ทุกวัน

         “ฮูหยินตั้งโต๊ะรอคุณหนูอยู่แล้วขอรับ”

         “ท่านแม่คงมิได้ต้มข้าวให้ข้ากินอีกหรอกนะ ข้าน่ะเบื่อข้าวต้มจะแย่แล้ว”

         “มิได้ๆ นายหญิงเห็นคุณหนูเดินไปกลับตลาดเองได้ก็ทำขาหมูอบกับผัดผักไว้รอขอรับ”  

         สีหน้าของชิงหลานร่าเริงขึ้นในทันที “จริงหรือ ดีๆ ข้าจะกินให้เต็มคราบเลย” นางยื่นถุงใส่แท่งหมึกให้กับเหล่าลู่

         “เจ้าส่งม้วนกระดาษมาสิข้าจะเอาไปเก็บที่ห้องตำราให้เอง” เหล่าลู่หันไปบอกกับเสี่ยวลิ่ง

         “เหล่าลู่ท่านระวังกระดาษของคุณหนูหน่อยนะ คุณหนูจะใช้วาดภาพไปขาย วันนี้ภาพที่คุณหนูวาดได้ตั้งหนึ่งตำลึงเชียว”

         พ่อบ้านได้ยินก็ทำตาโต คาดไม่ถึงว่าคุณหนูที่เอาแต่นั่งๆ นอนๆ อยู่ในห้องมาหลายปี หลังฟื้นจากความตายกลับมีความสามารถในการวาดภาพอย่างน่าประหลาดใจ เขาเองก็ได้เห็นภาพที่คุณหนูวาดอยู่แวบหนึ่งก็รู้สึกว่าสวยงามดีแต่มิได้คิดว่าจะมีราคาถึงหนึ่งตำลึง

         ยังไม่ทันที่ชิงหลานจะได้เอ่ยปาก จังเสี่ยวลิ่งก็ทำหน้าที่รายงานสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้กับมารดาของนางได้ทราบ

         “เจ้าเก่งถึงเพียงนั้นเชียวหรือลูกแม่!”

         “ต่อไปข้าจะวาดภาพแล้วเอาไปขายช่วยท่านแบ่งเบาภาระดีหรือไม่เจ้าคะ” ชิงหลานหยิบเอาเงินที่เหลือจากการซื้อกระดาษออกมาวางต่อหน้าจังฮูหยิน “นี่คือเงินที่เหลือจากการซื้อกระดาษกับหมึก ท่านแม่เก็บเอาไว้ใช้ในครัวเรือนเถิดเจ้าค่ะ”

         แม้จะรู้ว่าสตรีงดงามตรงหน้ามิใช่มารดาที่แท้จริงของตนเอง แต่สำหรับนางที่ไม่เคยเห็นมารดามาทั้งชีวิตการได้อยู่ในร่างของชิงหลานแล้วได้เรียกคนตรงหน้าว่าแม่ก็นับว่าเป็นความอบอุ่นเล็กๆ ที่พอจะทำให้ลดความเศร้าโศกจากการอำลาชาติที่แล้วไปได้บ้าง

         จังฮูหยินยิ้มกว้างเก็บเอาถุงเงินที่บุตรสาวให้ไปเก็บในสาบเสื้อ “วันหน้าหากเจ้าต้องการใช้เงินซื้อหมึกกับกระดาษก็มาเบิกกับแม่ได้ทุกเมื่อ แม่จะทำบัญชีไว้ให้เจ้าเอง”

         “ขอบคุณเจ้าค่ะ”

         “รีบกินเถอะ ขาหมูอบกำลังร้อนๆ เจ้าจะได้มีกำลังไปวาดรูป”

         แม้ว่าชิงหลานอยากจะวาดภาพหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ทว่าจังฮูหยินกลับไม่ยินยอม ด้วยห่วงว่าร่างกายของชิงหลานจะทนไม่ไหว ชิงหลานจึงเอาตำราสอนวาดภาพออกมานอนเอกเขนกอ่านอยู่ห้องโถง ไม่นานนักมารดาก็ไล่นางเข้านอน

ภายหลังนางจึงรู้จากเสี่ยวลิ่งว่าในยามกลางคืนจังฮูหยินให้ทุกคนรีบเข้านอนเพื่อการประหยัดเทียนและขี้ไต้

หลังยามซวีพ่อบ้านลู่จะดับคบไฟทั่วทั้งบ้าน เผยมู่ซีแอบย่องมาเปิดหน้าต่างดูยามดึกจึงได้เห็นสภาพรอบเรือนอันมืดมิด ไม่อาจทำได้กระทั่งการจุดคบไฟเพื่อป้องกันโจร

         ....จังฮูหยินต้องประหยัดถึงเพียงนี้ ช่างน่าเวทนานัก ชิงหลานได้แต่สลดใจ....

         เมื่อยามที่ต้องนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงตามลำพัง ชิงหลานย้อนคิดถึงชีวิตในจวนสกุลเผย  นางเติบโตขึ้นมาได้ด้วยความเมตตากรุณาของท่านย่า มารดาของเผยมู่ซีเป็นฮูหยินเอกที่ลาโลกไปหลังจากให้กำเนิดบุตรสาวได้เพียงหนึ่งปี ไม่นานนักใต้เท้าเผยผู้เป็นบิดาก็ตบแต่งคุณหนูตระกูลใหญ่เข้ามาเป็นฮูหยินคนใหม่

เผยมู่ซีถูกย้ายเข้าไปนอนร่วมเรือนกับท่านย่า ท่านพ่อในความทรงจำของนางราวกับเป็นเพื่อนบ้านที่เห็นอยู่บ่อยครั้งแต่มิได้สนิทชิดเชื้อ นางต้องคอยยืนชะเง้อมองดูบิดาที่อุ้มน้องๆ เดินเล่นในสวนกลางบ้านจากเรือนของท่านย่า

นางจำได้ว่าท่านพ่อมักจะเล่นกับบุตรของฮูหยินคนใหม่แต่ห่างเหินกับลูกคนอื่นๆ  อนุภรรยาของบิดาผู้ใช้แซ่หม่ามีบุตรสาวหนึ่งคนที่นางไม่ค่อยสนิทชิดเชื้อด้วยสักเท่าใดนัก อาจเป็นเพราะฐานะของครอบครัวอนุหม่าค่อนข้างร่ำรวยนางจึงมิค่อยออกมาสุงสิงกับผู้ใด

ยิ่งท่านย่าของเผยมู่ซีมิได้เคร่งครัดธรรมเนียมที่ต้องออกมาคารวะแม่สามีทุกเช้า จะให้ทำเพียงบางครั้งโดยจะให้สาวใช้ไปแจ้งให้ทราบล่วงหน้า อนุหม่าจึงมักจะอยู่แต่ในเรือนและออกไปซื้อหาสิ่งของมีค่ามาตกแต่งจนเรือนของนางหรูหรากว่าผู้อื่น มองทีไรก็นึกว่าเป็นเรือนของฮูหยินเอก

         เผยมู่ซีสนิทกับอนุฉิว ภรรยาอีกคนของบิดา นางเป็นบุตรขุนนางท้องถิ่นที่หวังในลาภยศ บิดาของอนุฉิวต้องการอิงอำนาจขุนนางใหญ่ของใต้เท้าเผยเพื่อจะได้เลื่อนขั้น ฉิวเจียวซือเป็นคนกตัญญูจึงยอมแต่งงานตามคำสั่งของบิดาและติดตามใต้เท้าเผยมายังเมืองหลวง นางมีบุตรชายหนึ่งคนคือเผยสือถงอายุเพิ่งแปดขวบ

         ฮูหยินเอกของใต้เท้าเผยคือถังหนิงหวงเป็นคนที่วางตนต่อหน้าผู้อื่นได้อย่างเหมาะสมแต่ลับหลังกลับอารมณ์ร้ายและพร้อมจะกำจัดผู้ขวางทาง นางแต่งเข้าสกุลเผยในช่วงที่มีเพียงอนุหม่า ภายหลังด้วยการขัดขวางหลายวิธีทำให้สามีมิค่อยไปเยือนเรือนอนุหม่า ส่วนตัวนางเองก็มีบุตรชายและบุตรสาวอย่างละคน แม้ภายหลังอนุฉิวจะมีบุตรชายเช่นกันแต่กลับมิได้รับความสำคัญ

         ก่อนฟ้าสางชิงหลานได้ยินเสียงฝีเท้าผ่านหน้าห้องของตนจึงลุกขึ้นเดินออกไปสมทบกับมารดาและจังเสี่ยวลิ่ง

         “เจ้าตื่นขึ้นมาทำไมกัน  แม่กับเสี่ยวลิ่งสองคนเตรียมอาหารเสร็จก็จะไปปลุกเจ้าให้ลุกขึ้นมากินเอง กลับไปนอนพักเถอะนะลูก”

         “ท่านแม่ ข้าแข็งแรงแล้วให้ข้าแบ่งเบาภาระท่านบ้างเถอะ”

         “คุณหนูในครัวมีฟืนไฟอันตรายนัก เอาไว้ให้คุณหนูอ้วนท้วนยิ่งกว่านี้ข้าจะสอนคุณหนูทำอาหารเองเจ้าค่ะ”

         ชิงหลานได้ยินเช่นนั้นก็ตื่นเต้น ที่ผ่านมานางไม่เคยเฉียดเข้าใกล้ห้องครัวเลย  สักครั้ง ไม่ว่านางอยากจะกินสิ่งใดแค่ออดอ้อนท่านย่าก็พอแล้ว

ชาติก่อนนางไม่เคยคิดจะเข้าครัวแต่ชาตินี้ที่ได้เห็นจวนที่มีคนเพียงสี่คนอยู่อาศัย นางจึงได้เห็นว่าการดูแลจวนเป็นเรื่องยุ่งยากเพียงใด หากจะให้นั่งกินๆ นอนๆ เหมือนที่เคยทำ

“เสี่ยวลิ่ง เจ้ารับปากแล้วนะ หากว่าข้าแข็งแรงจะต้องสอนข้าทำอาหาร”

“เจ้าค่ะ ข้าไม่ลืม” สาวใช้ยิ้มกว้าง

ชิงหลานที่เห็นความยากลำบากของคนทั้งสามก็รู้สึกละอายยิ่งนัก แต่เมื่อก้มลงมองดูมือเท้าแขนขาผอมแห้งของตนแล้วก็จำยอมถอยออกไปจากห้องครัวแต่โดยดี นางจึงเดินไปยังห้องตำราคลี่กระดาษที่เพิ่งซื้อมาใหม่ที่เริ่มโค้งงอลงบนโต๊ะก่อนจะหาหนังสือมาวางทับเพื่อให้เรียบ

         เมื่อนึกถึงสีหน้าเปี่ยมสุขในยามที่มองนางนั่งพุ้ยข้าวของจังฮูหยิน ชิงหลานก็มีความสุขราวกับได้แม่ของตนเองคืนมา แม้จะละอายใจที่ตนยึดเอามารดาของชิงหลานผู้ล่วงลับแต่จะทำอย่างไรได้  ชะตาฟ้าลิขิตมาเช่นนี้

สิ่งที่นางพอจะตอบแทนจังฮูหยินได้ก็คงมีเพียงแต่ใช้ความสามารถที่มีช่วยนางหาเงินนับจากนี้!

         ‘ท่านแม่...ต่อไปก็ให้ลูกคนนี้ได้ทำมาหากินเลี้ยงดูท่านแทนชิงหลานเถิด’

****************

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   45 ศิษย์ของจอมยุทธ์ลู่

    องค์ชายสิบห้าที่หน้าเหวอ ชิงหลานเงยหน้าขึ้นสบสายพระเนตรของคนร่างสูงที่ยืนมองอยู่ พอเห็นเขาหน้าเสีย นางก็รีบเอ่ยกลบเกลื่อน “วันพรุ่งนี้ตอนบ่ายหลังจากวาดฝาผนังเสร็จหม่อมฉันจะวาดภาพองค์ชายให้ก็แล้วนะกันเพคะ ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกับพู่กันกล่องนี้” “อืม...ดี!” หมิงเฉิงอวี่เห็นว่าดึกพอสมควรแล้วจึงได้เดินออกมาลาเจ้าของจวนกลับเรือนรับรอง ก่อนจะเสด็จขึ้นรถม้าทรงหันรับสั่งกับจังฮูหยินว่าพรุ่งนี้จะส่งช่างมาซ่อมทางเดินในเรือนให้จังฮูหยินอึกอักเกรงพระทัย ทว่าองค์ชายกลับกล่าวตัดบทว่าเป็นค่าตอบแทนที่ทำอาหารอร่อยถวายพระองค์“หากว่าฮูหยินสำนึกพระคุณของข้าจริง ก็ช่วยทำอาหารอร่อยๆ ให้ข้ากินตลอดระยะเวลาที่ข้าต้องอยู่อำเภอเฉินก็แล้วกัน”จังฮูหยินได้ยินก็นิ่งอึ้ง ค้อมศีรษะ “เพคะ”ชิงหลานก้มหน้าถอนหายใจแรง เห็นทีนางจะสลัด หมิงเฉิงอวี่ไม่หลุดได้ง่ายๆ ท้ายรถม้าทรงประทับลับตาไปแล้ว จังฮูหยินจึงหันมาบุตรี “หลานเอ๋อร์ เจ้าเห็นหรือไม่ องค์ชายทรงมีเมตตาเพียงใด ทรงจะส่งคนงานมาช่วยเราซ่อมเรือนเสียด้วย แค่เพียงทำพระกระยาหารถวายเท่านั้นเอง” “เรายังรู้จุดประสงค์

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   44 ของขวัญวันเกิด

    องค์ชายทอดพระเนตรปลาเปรี้ยวหวานตัวใหญ่ในจานเปลบนโต๊ะกับหมูผัดผักก็แปลกพระทัย พระเนตรของพระองค์เต็มไปด้วยคำถาม ต้นพระขนงเลิกขึ้นเล็กน้อย ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก เจ้าของบ้านก็รีบอธิบาย “วันนี้เหล่าลู่ตกปลาตัวใหญ่ได้มาสองตัวเพคะ หม่อมฉันก็เลยทำปลาเปรี้ยวสำหรับถวายองค์ชายและอีกตัวก็ให้คนตกได้ ส่วนผักพวกนี้เสี่ยวลิ่งเป็นคนปลูกไว้หลังเรือน หม่อมฉันซื้อเนื้อวัวมาเมื่อเช้าจึงได้คิดทำผัดผักให้พระองค์ได้ทรงลองเสวยเพคะ คราวก่อนมิได้เตรียมตัวให้ดี หม่อมฉันขอประทานอภัย” หมิงเฉิงอวี่ทรงหันไปทางชิงหลานเห็นนางก้มหน้าเม้มปากก็พอจะทราบว่าคราวก่อนคงเป็นเพราะนางไม่อยากให้ตนมาเยือนที่จวนนี้อีกจึงได้คิดกลั่นแกล้ง “อืม...ปลาเปรี้ยวหวานของท่านกลิ่นหอมดีเหลือเกิน ข้าลงมือก่อนก็แล้วกัน สำหรับอาหารมื้อนี้ข้าต้องตอบแทนอย่างเหมาะสม” “ขอบพระทัยเพคะ” ชิงหลานแอบเอื้อมมือไปจับหัวเข่ามารดาบีบเบาๆ เป็นเชิงถามว่าเหตุใดจึงต้องทำอาหารต้อนรับอย่างดีเลิศเช่นนี้ จังฮูหยินตบหลังมือบุตรสาวเบาๆ ให้นางรู้ว่านี่คือสิ่งที่สมควรทำแล้ว องค์ชายสิบห้าเพลิดเพลินในรสชาติของอา

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   43 กระบี่ราตรี

    ผ่านไปเกือบสองชั่วยาม ชิงหลานก็วางพู่กัน เสี่ยวลิ่งรีบเก็บอุปกรณ์วาดภาพที่ต้องทำความสะอาดออกไปนอกอาคาร ท่าทางบีบนวดมือ โยกศีรษะผ่อนคลายนั้นทำให้องค์ชายสิบห้าลุ้นว่านางจะยังเจ็บมืออยู่หรือไม่ ทว่ากลับไม่กล้าเอ่ยปากถามออกไป “เสี่ยวลิ่งไปกันเถอะ ป่านนี้ศิษย์พี่คงรอแล้ว” “เจ้าค่ะ” เสี่ยวลิ่งรีบเก็บอุปกรณ์วาดภาพใส่กล่องแล้วเอาไปเก็บในตู้ นางหันไปหิ้วเอาปิ่นโตอาหาร ยืนเตรียมพร้อม องค์ชายสิบห้าทรงลุกขึ้นยืนรอให้นางทั้งสองเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อย “วันนี้ข้าจะตามพวกเจ้าไปจวนสกุลชิงด้วย” “ขออภัยเพคะองค์ชาย หม่อมฉันนัดหมายกับศิษย์พี่ไว้แล้ว องค์ชายจะทรงเปลี่ยนเป็นวันพรุ่งนี้ได้หรือไม่เพคะ ” “ไม่ได้!”แค่ได้ยินคำว่า ‘ศิษย์พี่’ หมิงเฉิงอวี่ก็รู้สึกเหมือนมีความร้อนสายหนึ่งพุ่งปรี๊ดจากเท้าไปถึงศีรษะจึงเผลอร้องเสียงดังออกมาครั้นคิดได้ก็รีบปรับท่าทีเสียใหม่ “ข้าหมายถึง ข้าเตรียมขนมสำหรับจะเอาไปฝากจังฮูหยินเอาไว้แล้ว หากเป็นพรุ่งนี้ก็อาจจะไม่อร่อยเท่าวันนี้” ชิงหลานเผลอชักสีหน้า “เพคะ ถ้าเช่นนั้นก็เสด็จไปที่จวนสกุลชิงเถิด ท่านแม่ข

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   42 เผลอทำนางโกรธแล้ว

    “เช่นนั้น พ่อบ้านลู่ผู้นี้ก็เก่งกว่าหัวหน้ามือปราบหลิว น่าสนใจอย่างที่เจ้าบอกจริงๆ ด้วยกังซือเฉิน...เจ้ากับจงเหยียนไปสืบฐานะของเหล่าลู่ผู้นี้ให้ชัดเจนที” “พะย่ะค่ะ” “นอกจากมีดสั้นเล่มนั้นแล้ว จั๋วเหรินหาวมิได้ให้สิ่งอื่นกับนางอีกใช่หรือไม่” กังซือเฉินที่กำลังคิดเรื่องพ่อบ้านลู่ถึงกับชะงักไปชั่วครู่เพราะคาดไม่ถึงว่า องค์ชายจะทรงสนพระทัยเรื่องที่คุณชายจั๋วมอบของขวัญให้กับคุณหนูชิง “นอกนั้นก็มีแค่ขนมกับอาหารที่เอาไปฝากจังฮูหยินที่จวนพะย่ะค่ะ” “ดี! กังเฉินเจ้าไปเตรียมกล่องขนมดอกกุ้ยฮวาเอาไว้ พรุ่งนี้ข้าจะเอาไปฝากจวนสกุลชิง” องครักษ์กังก้มหน้าลอบยิ้มเล็กน้อย องค์ชายเร่งรัดภารกิจที่เมืองหลวงที่แท้ก็ทรงเป็นห่วงสถานการณ์ที่อำเภอเฉินนี่เอง คุณหนูชิงผู้นี้ยังไม่ปักปิ่นก็ถูกจองโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว วันก่อนเขาถูกสั่งให้ไปซื้อขนมดอกกุ้ยฮวาจากภัตตาคารก็เพราะองค์ชายต้องการเอามาชิงเอาความดีความชอบจากสาวน้อยจิตรกรนี่เอง ยามเที่ยงของวันต่อมา ชิงหลานกำลังขะมักเขม้นในการวาดรูปจนมิได้สนใจว่ามีเสียงฝีเท้ามาหยุดอยู่ด้านหลัง ร่างสูงโปร่ง

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   41 ตัวจริงของเหล่าลู่

    กังซือเฉินองครักษ์หนุ่มผู้รับคำสั่งให้ตามดูแลคุณหนูชิงอยู่ห่างๆ จึงมิกล้าย่างกรายเข้าไปในจวนโดยพลการ คืนนี้คุณชายน้อยจั๋วมาส่งนางแล้ว เขาก็กลับเรือนพักรับรองได้องค์ชายสิบห้าสั่งให้เขากับสหายอีกคนรั้งอยู่ที่อำเภอเฉิน เขาทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้คุณหนูชิง ส่วนสหายองครักษ์อีกคนคอยตรวจตราความเรียบร้อยในวัดลู่เซี่ยนเพราะองค์ชายไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดกับภาพวาดฝาผนังในวิหารเก้าเทพและส่วนที่ต้องบูรณะ หลังจากได้เห็นฝีมือจัดการกับโจรย่องเบาของเหล่าลู่แล้ว กังซือเฉินก็รู้สึกข้องใจในฝีมือของคนผู้นี้ในตอนสายหลังจากคุณหนูชิงไปนั่งวาดภาพที่วัดแล้ว เขาจึงลอบมาดูที่จวนสกุลชิงดูว่าแต่ละวันของเหล่าลู่นั้นทำสิ่งใดบ้าง เมื่อเห็นว่าพ่อบ้านประจำจวนหาบน้ำผ่าฟืนด้วยความคล่องแคล่วก็รู้สึกประหลาดใจก่อนตะวันจะตรงหัว เหล่าลู่จะอุ่นอาหารแล้วตั้งโต๊ะไว้รอจังฮูหยิน ส่วนตัวเหล่าลู่จะเข้าไปกินในครัวเพียงผู้เดียว จากนั้นก็ย่องออกไปทางประตูเล็กหลังจวน วันนั้นครบกำหนดที่คุณหนูชิงจะต้องตามศิษย์พี่ไปหาอาจารย์หลังป่าไผ่ชานเมืองลู่ฮั่นซ่อนม้าตัวเก่งไว้เรือนเล็กที่อยู่ห่างกำแพงจวนไปเล็กน้อย เขาค

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   40 พยัคฆ์ซ่อนกาย

    ชิงหลานตื่นก่อนฟ้าสางเพื่อฝึกวรยุทธ์ นางต้องทบทวนกระบวนท่าที่จอมยุทธ์ลู่สอนไว้ทุกๆ สามวันในยามที่ต้องเดินทางไปเรือนของอาจารย์ ศิษย์พี่จะเป็นเตรียมม้าอีกตัวไว้รอนางที่หน้าเหลาสุรา และเพื่อมิให้รบกวนเวลาวาดภาพของนาง จอมยุทธ์ลู่จึงได้กำหนดให้นางไปพบในตอนเลิกงานจอมยุทธ์ลู่และศิษย์พี่คอยสอนนางอยู่จนมืดค่ำ หลังจากที่ทะลวงการเดินลมปราณให้นางแล้ว ชิงหลานสามารถต่อกระบวนท่าได้อย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว นางจดจำวิทยายุทธ์ในชาติก่อนของตนได้ทั้งหมด เพียงแต่ไม่อาจจะแสดงตนให้ผู้ใดรู้ว่า นางเก่งขึ้นมาในเวลาอันสั้น “เจ้าก้าวหน้าเร็วนัก! ฝึกไม่ถึงสิบวันฝีมือของเจ้าเท่ากับข้าตอนที่เรียนปีแรกแล้ว”จั๋วเหรินหาวทั้งแปลกใจทั้งดีใจ นางเก่งเกินกว่าทุกคนที่เขาเคยเห็น ที่ผ่านมานางมีแต่นอนป่วย เหตุใดจึงได้ฝึกวรยุทธ์ได้รวดเร็วราวกับเคยฝึกมาก่อนหลายมี แต่ส่วนหนึ่งในใจเขาก็นึกดีใจที่นางร่างกายแข็งแรงขึ้นมาก คุณชายน้อยจั๋วมีภาระทางใจอันลึกซึ้งที่ต้องดูแลนางให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ “เย็นนี้ ศิษย์พี่จะเลี้ยงเนื้ออบข้าอีกหรือไม่” “เจ้าอยากกินอะไรข้าก็เลี้ยงทั้งนั้น” ชิงหลาน

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status