LOGINอ่านนิยายได้เพียงคร่าว ๆ จ้าวหานหรงก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทะลุมิติเข้ามาเป็นตัวประกอบในนิยายเล่มนั้น มีบุตรฝาแฝดที่จะกลายเป็นตัวร้ายในอนาคตรวมถึงบิดาที่เป็นผู้นำของพวกเขาก็มีจุดจบไม่สวยงามไปด้วยกัน นางเป็นเพียงตัวประกอบที่ตายจากลูกตั้งแต่ตอนแรก ๆ จึงอยากเปลี่ยนเส้นทางให้ชีวิตของทุกคนไปสู่จุดจบที่งดงามทั้งที่เป็นเรื่องไม่ง่ายนัก มันจะเป็นเรื่องดีหากนางอ่านนิยายเรื่องนี้จบแล้ว การเปิดอ่านผ่านตาเป็นเรื่องที่นางต้องมาเผชิญเหตุการณ์เฉพาะหน้าอย่างไม่ทันเตรียมตัว โดยเฉพาะบุตรชายคนโตที่คาดเดาอารมณ์ได้ค่อนข้างยากแม้อยู่ในวัยเพียงสี่ขวบ นางในฐานะแม่ต้องคอยรับมือตัวร้ายคนนี้ให้ได้
View Moreในตรอกเล็ก ๆ ใจกลางเมืองใหญ่ย่านนี้นับว่าคึกคักมากที่สุด สองฟากถนนเต็มไปด้วยร้านค้าหลากหลาย ทั้งร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า ร้านขายขนมโบราณที่หายาก หลาย ๆ ร้านเสมือนย้อนยุคเข้าไปในช่วงเวลาสามสิบปีที่แล้ว หนึ่งในนั้นคือร้านหนังสือมือสองสุดแปลกตาตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างร้านขนมหวานและร้านเสริมสวย ทรงคลาสสิคทั้งที่ตอนนี้เป็นยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด
เท้าคู่เล็กของสตรีคนหนึ่งหยุดลงหน้าร้านหนังสือ เธอมองไปรอบ ๆ ร้านอยู่พักหนึ่งก็ก้าวขาเดินเข้าไปข้างใน วูบ สายลมพัดผ่านปะทะเข้ากับใบหน้างาม ผมหยิกฟูของเธอปลิวลู่ไปตามแรงลม หญิงสาวชะงักแล้วเดินต่อเข้าไปด้านใน แสงสลัวส่องสว่างเพียงเล็กน้อยให้ความรู้สึกลึกลับราวกับมีเวทมนตร์ จ้าวหานหรงเดินไปตามชั้นวางหนังสือที่จัดได้เป็นระเบียบเรียบร้อยทุกเล่มที่ได้สัมผัสราวกับมีมนต์ขลัง เธอหยุดครุ่นคิดก่อนหยิบนิยายเล่มสีน้ำตาลเข้มดูเก่าแต่สภาพดีขึ้นมาเล่มหนึ่ง "ชอบเล่มนี้เหรอ" ขณะที่หญิงสาวกำลังเปิดอ่านเนื้อเรื่องคร่าว ๆ อย่างสนใจต้องสะดุ้งตัวเมื่อได้ยินเสียงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน "อ้อ ค่ะ ฉันเห็นว่าน่าสนใจดี" เธอใจหายวาบหลังจากหันไปสนทนากับเจ้าหน้าที่ทว่าดู ๆ ไปแล้วเขาอาจจะเป็นเจ้าของร้านนี้มากกว่า ชายร่างสูงอายุราวแปดสิบปีใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน ดวงตาดูลึกล้ำราวกับทะเลสาบไร้ก้นบึ้ง เขาและเธอสนทนาอยู่ไม่นานเธอตัดสินใจเช่าหนังสือนิยายเล่มนี้จะเอาไว้อ่านเล่นยามว่าง เพราะหนังสือเก่าทรงคุณค่าที่น่าอ่านไม่มีขายทั่วไปมีเพียงให้เช่าอ่านและต้องที่ร้านนี้เท่านั้น คนที่รักการอ่านเช่นเธอจึงเสาะแสวงหาจนพบและถูกใจในทันทีที่เห็นเพียงหน้าปกที่ดูไปดูมาคล้ายมีพลังดึงดูด "ระยะเวลาการเช่าหนึ่งเดือน" เสียงแหบของชายชราชี้แจงและให้สมัครสมาชิกไปด้วย จ้าวหานหรงได้หนังสือที่อยากอ่านเธอเดินออกจากซอยเล็กอย่างรวดเร็วมุ่งตรงไปที่จอดรถยนต์ เธอจะรีบกลับบ้านไปอ่านหนังสือนิยายเล่มใหม่ผ่อนคลายความตึงเครียดจากโลกภายนอกที่แสนวุ่นวายเสียที "วันนี้คงไม่ทำอาหาร ซื้อไปกินก็แล้วกัน" จ้าวหานหรงแวะซื้อบะหมี่แถวนั้นหนึ่งห่อไว้เป็นอาหารมื้อเย็นแทนการทำกับข้าวที่จะทำให้เสียเวลาการอ่านหนังสือเล่มใหม่ของเธอ เธอสตาร์ทรถขับออกไปมุ่งหน้ากลับบ้าน ตอนนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่มตรงแล้ว เนื่องจากเป็นวันสุดท้ายของการทำงานในสัปดาห์นี้รถจึงยังคงติดยาว เธอมองหนังสือที่วางไว้บนเบาะข้างคนขับในใจตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก อีกไม่ถึงชั่วโมงก็จะได้เปิดอ่านแล้ว เธอชอบอ่านนิยายมากอ่านมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กวัยประถมต้น แต่นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เรียนจบจนกระทั่งทำงานที่ได้เช่าหนังสือมือสองและถูกใจได้ขนาดนี้ถูกใจจนไม่สามารถอธิบายได้ จู่ ๆ ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากด้านหลังรถของเธอหมอกหนาเตอะบดบังทุกอย่าง จ้าวหานหรงรู้สึกตัวจากสัญญาณเตือนเธอตกใจหันมมองไปด้านหลังเตรียมหาทางออกทว่า... ตู้มมมม! เสียงระเบิดดังสนั่นพื้นดินสะเทือนรถของจ้าวหานหรงมีไฟลุกท่วมรถแสงไฟสีแดงลุกโชติช่วง รอบ ๆ บริเวณสว่างวาบ ๆ ผู้คนทั้งอยู่ในรถและกำลังข้ามถนนต่างวิ่งหนีตายกันอลหม่าน จ้าวหานหรงถูกไฟคลอกตายคาที่ไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือเพราะเสียงระเบิดดังขึ้นต่อเนื่องไม่ยอมหยุด ต่อมาอีกราวครึ่งชั่วโมงรถดับเพลิงและรถพยาบาลพร้อมเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานจึงเดินทางมาถึง มองอีกด้านของร้านหนังสือในตรอกเล็ก ชายชรามองดูแสงไฟสีส้มสว่างไสวอยู่หน้าร้านเช่าหนังสือโบราณ ร้านรวงต่าง ๆ ในบริเวณนี้ปิดกันหมดแล้วมีเพียงแสงไฟจากข้างทางให้ความสว่างไม่มาก เขามองดูเหตุการณ์น่าระทึกขวัญเมื่อครู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนเดินเข้าไปในร้าน ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากที่ชายชราปิดประตูร้านเช่าหนังสือกลับหายวับไปในความมืดกลายเป็นเพียงกำแพงของร้านด้านข้างแทน ดูราวกับว่าสถานที่ตรงนี้ไม่เคยมีมาก่อน"ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายของพวกเจ้าแล้ว" หลี่เล่อเดินเข้ามาพร้อมกับท่านโหว โหวฮูหยินและเจ้าหน้าที่ของทางการอีกหลายคน ลี่ถิงตกใจเก็บอาการไม่อยู่ขณะที่นักพรตยังคงนิ่งขรึม "นี่มันเรื่องใดกันท่านโหว" "ไปให้การกับศาลพิจารณาก็แล้วกัน" "ข้าไม่ยอมนะเจ้าคะ!" "เจ้ายังปอกลอกจวนโหวไม่พออีกหรือเจ้าหลอกลวงข้าเอาลูกชู้มาให้ข้าเลี้ยง เจ้าคิดว่าข้าสมควรปล่อยให้เจ้าลอยนวลอยู่ที่นี่ต่อไปอย่างนั้นหรือ" นักพรตพูดสมทบขึ้นพยายามให้ท่านโหวใจเย็น "ท่านโหวเข้าใจผิดแล้ว" สายตาที่เคยนับถือกลับกลายเป็นเกลียดชังขึ้นมาทันที "อย่ามาพูดมากกับข้าไอ้คนหลอกลวง วางแผนฆ่าลูกฆ่าหลานข้าแล้วคิดครอบครองจวนโหว เจ้ามันใฝ่สูงเกินไปแล้ว" ท่านโหวพูดด้วยความโมโหเหลืออดกับความละโมบของสองคนนี้ ทั้งเจ็บปวดและแค้นใจในเวลาเดียวกัน ลี่ถิงมองท่านโหวอย่างขอร้อง แต่ท่านโหวไม่รับฟังอีกต่อไป "เอาตัวไป" ทหารเข้าจับกุมตัวตามคำสั่งนักพรตจะขัดขืนทว่าก็ยินยอมตามออกไป เขายังคงมั่นใจว่าจะรอดพ้นทุก ๆ ความผิด ขณะที่ลี่ถิงทั้งขอร้องวิงวอนขอความเห็นใจ หลี่หยวนเซียวเข้ามาขัดขวางไม่ยินยอมให้ทางการเอาตัวลี่ถิงไปแต่เขาก็แทบล้มทั้งยืนเมื่อได้ย
สายลับเข้ามารายงานเรื่องสำคัญที่หลี่เล่อให้ไปสืบเรื่องของนักพรต หลี่เล่อนั่งฟังการรายงานและให้โหวฮูหยินร่วมฟังไปด้วยกัน "เรียนคุณชายใหญ่ นักพรตคนนี้เดิมทีเป็นคนพเนจร เขาใช้ชีวิตร่อนเร่ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้รู้จักกับแม่นางลี่ถิงที่ตลาดและแอบคบหากันโดยเขาปลอมตัวเป็นนักพรตตั้งแต่นั้นมา ใช้เรื่องทำนายโชคชะตาเป็นอาชีพหลักในการหาเลี้ยงตัว" "เล่าต่อไป" ถึงโหวฮูหยินจะรู้เรื่องมาแล้วนางก็ยังอยากฟังต่อ "ลี่ถิงเป็นคนชักนำให้เข้ามาทำนายดวงชะตาในจวนโหว คนมักใหญ่ใฝ่สูงเห็นจวนโหวดูร่ำรวยก็เกิดความโลภร่วมมือกับลี่ถิงกำจัดคุณชายใหญ่โดยใช้ดวงชะตาเป็นเครื่องมือหลอกลวงผู้อื่นและที่สำคัญบุตรชายของนางคือลูกชายของนักพรตขอรับ" "เจ้าแน่ใจนะ" "ยิ่งกว่าแน่ใจขอรับ" สายลับนำหลักฐานที่ได้มาส่งให้หลี่เล่อทั้งหมด หากอ้างถึงพยานเขาสามารถพามาพบได้ เพราะนักพรตเกรงว่าลูกชายจะไม่ยอมรับตัวเองเขาจึงให้หมอทำคลอดที่เป็นคนพามาเองลงลายมือชื่อเป็นพยานว่าเขาเป็นพ่อของเด็กเก็บหลักฐานไว้ในบ้านพักและหมอคนนั้นก็หายสาบสูญไป เขาเป็นคนกุมความลับของเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่นับตั้งแต่นักพรตเริ่มวางแผนให้เด็กคนนี้เข้ามาเป็นทายา
หลี่เล่อโผล่ขึ้นมาพร้อมร่างหมดสติของจ้าวหานหรง นางสำลักน้ำขณะที่จมลงไปทหารและสาวรับใช้ช่วยกันรับร่างของนางและพาขึ้นฝั่งจากนั้นหลี่เล่อก็อุ้มร่างของจ้าวหานหรงมุ่งตรงกลับเรือนด้วยใจร้อนรน "คุณชายน้อยปลอดภัยแล้วแต่มีอาการไข้ขึ้นควรนอนพักขอรับ ส่วนฮูหยินน้อย..." เมื่อรู้ว่าหลี่จื่อหลินปลอดภัยและลืมตาขึ้นได้ดื่มยาของท่านหมอแล้วหลี่เล่อจึงมาดูอาการของจ้าวหานหรงต่อ "มีสิ่งใดผิดปกติรึท่านหมอ" "นางยังไม่ได้สติ ชีพจรเต้นอ่อนและไม่คงที่ หากนางฟื้นขึ้นมาจึงจะถือว่าปลอดภัยขอรับ" หัวใจของคนฟังหล่นวูบหมายความว่าตอนนี้จ้าวหานหรงมีอาการเป็นตายเท่ากัน เมื่อนางฟื้นขึ้นมาก็ถือว่ารอดชีวิตหากยังไม่ฟื้นก็หมายความว่า... "นางจะตายไม่ได้นะ ท่านหมอ" หลี่เล่อขอร้อง หมอเป็นหมอจากวังหลวงที่เก่งที่สุดยังส่ายหน้าไม่เข้าใจอาการของจ้าวหานหรงเช่นเดียวกัน เมฆหมอกหนาบดบังทัศนียภาพเบื้องหน้า มองไปทิศทางใดก็ไม่เห็นจุดสิ้นสุดแม้แต่ภาพด้านล่างก็ยังเป็นหมอกควันสีขาวล่องลอยไปมาไม่ขาดสาย จ้าวหานหรงราวกับล่องลอยอยู่บนอากาศ ร่างกายของนางคล้ายกำลังลอยไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงสถานที่แห่งหนึ่ง นางเพิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังยืนอยู่
ภายในเรือนของลี่ถิง ทั้งหลี่หยวนเซียวและนักพรตพร้อมด้วยลี่ถิงกำลังหารือกันถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกะทันหัน "ไม่นึกเลยว่าคุณชายใหญ่จะดวงแข็งครั้งแล้วครั้งเล่า" นักพรตเอ่ยขึ้นหลังจากแผนการของเขาผิดพลาดครั้งใหญ่ทั้งลี่ถิงและหลี่หยวนเซียวต่างเป็นกังวล "ท่านแม่ มิใช่ว่าวันหนึ่งจะเอาตำแหน่งของข้าคืนไปหรอกนะขอรับ" หลี่หยวนเซียวนั่งไม่ติดเรื่องนี้เขารับรู้มาตลอดและยินดีเป็นตัวแทนของหลี่เล่อในการทำหน้าที่ต่อจากท่านโหว "โหวฮูหยินบอกแล้วว่าไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่เป็นอย่างที่พูดถือว่านางเสียสัจจะ อีกอย่างการเปลี่ยนคนยุ่งยากหลายอย่างและท่านโหวก็ยังอยู่ข้างเรา" นางพยายามข่มกลั้นความหวาดระแวงเอาไว้เมื่อเรื่องที่วางแผนร่วมกับนักพรตล้มเหลวลงไปแล้วซึ่งเรื่องนี้หลี่หยวนเซียวไม่เคยรู้ "เจ้าก็ต้องรีบไปเรียนหนังสือไปเรียนการต่อสู้สร้างผลงานได้แล้ว ป่านนี้โหวฮูหยินคงให้อาจารย์ทั้งหลายเตรียมเข้าจวนแล้ว" นางเร่งเร้าบุตรชายที่ผัดผ่อนเรื่องนี้เรื่อยมา "โธ่ท่านแม่ ข้าขอเป็นปีหน้านะขอรับ" หลี่หยวนเซียวเบื่อหน่ายการร่ำเรียนท่องตำรา เขาเคยเรียนมาแล้วสามปีจึงขอพักผ่อนให้หายเบื่อถึงจะกลับไปเรียนต
reviews