อย่าเรียกข้าว่า...พี่ชาย!

อย่าเรียกข้าว่า...พี่ชาย!

last updateDernière mise à jour : 2025-11-22
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
44Chapitres
838Vues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เมื่อพี่ชายบุญธรรม อยากเปลี่ยนสถานะเป็นสามี ความรักที่ไม่ถูกไม่ควรในสายตาคนอื่น สุดท้ายแล้ว...มันจะจบลงเช่นไร? “พี่ชายเจ้าคะ พี่รักข้าแบบนั้นไม่ได้” “ทำไมจะรักไม่ได้?” “เพราะพวกเราเป็นพี่น้องกันเจ้าค่ะ” อวิ่นเฟยหยวนจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่งาม “อาถิง เจ้าก็รู้อยู่แก่ใจว่า เจ้ากับข้าไม่ใช่พี่น้องกัน ระหว่างเราสองคนไม่มีสายสัมพันธ์ทางโลหิตเลยแม้แต่น้อย” “แต่ที่ผ่านมาข้ามองพี่แบบพี่ชาย และรู้สึกกับพี่ฉันพี่น้องเจ้าค่ะ” กล่าวจบ อวิ่นซงถิงก็รีบผลักอีกฝ่ายออก จากนั้นนางก็หมุนตัว แล้วรีบเดินตรงไปที่ประตูห้อง ปึ้ง! บานประตูไม้กระแทกปิด จนเรือนร้างสั่นสะท้านไปทั้งหลัง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า บุรุษที่ยืนอยู่ด้านหลังเป็นผู้ซัดพลังใส่ เพื่อปิดมัน จากนั้นข้อมือของอวิ่นซงถิงก็ถูกกระชาก จนร่างหมุนกลับไปกระแทกกับแผงอกกว้าง รู้ตัวอีกทีร่างกายของนางก็กลับเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของอวิ่นเฟยหยวนแล้ว “อาถิง ที่ผ่านมาเจ้ามองข้า และรู้สึกกับข้าแบบพี่ชายของเจ้าจริง ๆ หรือ?” “ข้า...”

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 (1/2) : จุมพิตแรก (1) 

     “พี่ชาย พี่นัดข้ามาพบที่นี่ตามลำพัง พี่มีเรื่องสำคัญใดอยากกล่าวกับข้าหรือเจ้าคะ?” อวิ่นซงถิงเอ่ยถามบุรุษหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าเรือนร้างด้านหลังจวน โดยที่นางก้าวเท้าถอยหลังสองก้าว เพื่อเพิ่มระยะห่าง เนื่องจากเมื่อครู่นางเผลอเดินเข้าไปใกล้พี่ชายบุญธรรมมากเกินไป

     “เข้าไปพูดกันด้านใน”

     “แต่...” อวิ่นซงถิงรู้สึกลังเล ด้วยเพราะเกือบสองปีที่ผ่านมา พี่ชายบุญธรรมผู้นี้พยายามเว้นระยะห่างกับนาง ทว่าอยู่ ๆ ก็ส่งจดหมายเรียกให้มาพบที่นี่ตามลำพัง ถึงแม้ตอนนี้จะอยู่ในช่วงเวลากลางวัน แต่สายตาที่อีกฝ่ายจ้องมองมา...ทำให้นางรู้สึกหวาดหวั่น จนไม่อยากจะก้าวเท้าเข้าไปหา

     “หรือเจ้ารังเกียจพี่ชายคนนี้เสียแล้ว นั่นสินะ ข้ามันก็แค่...”

     “ข้าไม่เคยรังเกียจพี่ชายเลยนะเจ้าคะ เพียงแต่...” อวิ่นซงถิงรีบเอ่ยแทรก เมื่อเห็นท่าทีคล้ายกับกำลังรู้สึกเจ็บปวดใจของบุรุษหนุ่มตรงหน้า แต่นางกล่าวยังไม่ทันจบ ฝ่ายตรงข้ามก็เอ่ยตัดบทขึ้นมาว่า 

     “เช่นนั้นก็ตามข้าเข้ามา” 

     อวิ่นซงถิงเห็นแผ่นหลังกว้างหายเข้าไปในเรือนร้าง แม้ใจหนึ่งไม่อยากจะเดินตาม แต่เมื่อนึกไปถึงสีหน้าเมื่อครู่ของอีกฝ่าย นางก็ตัดสินใจเดินตามบุรุษหนุ่มผู้นั้นเข้าไป 

     พอเข้าไปในเรือนร้าง อวิ่นซงถิงเห็นบุรุษหนุ่มผู้นั้นเดินเข้าไปในห้องขนาดเล็กด้านในสุดของเรือน อีกฝ่ายนั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะกลมกลางห้อง โดยภายในห้องนั้นมีบานหน้าต่างที่เปิดทิ้งเอาไว้หนึ่งบาน มีโต๊ะกลมขนาดเล็กหนึ่งตัว เก้าอี้สองตัว และเตียงไม้ที่มีฟูกกับชุดเครื่องนอนใหม่...?

     นางรู้สึกแปลกใจจึงสอดส่ายสายตามองรอบห้องนั้นแบบเร็ว ๆ อีกหนึ่งครั้ง ทุกอย่างภายในห้องดูเก่ามาก เพราะเรือนหลังนี้ถูกทิ้งร้างมานาน มีเพียงเตียงไม้ ฟูกที่นอน และชุดเครื่องนอนเท่านั้นที่ดูใหม่มาก!

     อวิ่นซงถิงคิดจะก้าวเท้าถอยหลัง แต่ทว่ายามนี้บุรุษหนุ่มที่เดินนำนางเข้ามาในห้อง ยกมือขึ้นมาปิดหน้า ไหล่ทั้งสองข้างสั่นไหวเบา ๆ ราวกับเจ้าตัวกำลังร้องไห้ จากที่นางจะก้าวเท้าถอยหลังก็กลับกลายเป็นเดินขึ้นหน้า

     “พี่ชาย พี่เป็นอะไรหรือเจ้าคะ? อ๊ะ...!”

     เมื่อเห็นฝ่ายตรงข้ามเดินเข้ามาในจุดที่ตนสามารถเอื้อมคว้าได้ อวิ่นเฟยหยวนจึงรีบยื่นมือไปดึงตัวอวิ่นซงถิงเข้ามากอดทันที จากนั้นเขาก็แนบใบหน้าเข้าไปที่บริเวณหน้าท้องแบบราบของนาง แล้วเริ่มสูดดมกลิ่นกายหอมหวานที่ตนเฝ้าถวิลหา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปสบตา 

     “อาถิง ช่วงที่ผ่านมาเป็นพี่ชายเองที่หวาดกลัว และโง่เขลา ข้าขอโทษที่เอาแต่หลบหน้าเจ้า ขอโทษที่ทำตัวเฉยชา สร้างระยะห่างระหว่างเราสองคนขึ้นมา แต่ยามนี้ข้ามั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง และมั่นใจแล้วว่า สามารถทำให้ความรู้สึกที่ข้ามีต่อเจ้าเป็นจริง และทำให้มันถูกต้องได้” กล่าวมาถึงตรงนี้ อวิ่นเฟยหยวนก็ลุกขึ้นยืน จากนั้นเขาก้มลงไปมองสตรีในอ้อมแขนที่รีบเบือนหน้าหลบสายตา

     เมื่อเห็นเช่นนั้นอวิ่นเฟยหยวนจึงใช้มือข้างหนึ่งเชยคางของอวิ่นซงถิงให้เงยกลับขึ้นมาสบตา จากนั้นเขาก็กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า

     “อาถิง ข้ารักเจ้า รักในแบบบุรุษรักสตรี รักเจ้าแบบคนรัก ข้าไม่ได้รักเจ้าแบบน้องสาว”

     อวิ่นซงถิงตกตะลึงตั้งแต่ตัวนางถูกดึงเข้าไปกอด แล้วเมื่อได้สบสายตากับบุรุษหนุ่มในระยะที่ใกล้มาก และได้ยินประโยคบอกรักจากผู้ที่นางนับถือเป็นพี่ชาย ยามนี้ร่างกายของนางจึงยังนิ่งค้าง ส่วนความรู้สึกของนาง มันผสมปนเปกันไปหมดแล้ว! 

     จนเวลาผ่านล่วงเลยไปครู่หนึ่ง อวิ่นซงถิงถึงดึงสติของตนเองกลับมาได้ นางพยายามทำใจให้เย็น จากนั้นก็รีบตอบกลับไปว่า

     “พี่ชายเจ้าคะ พี่รักข้าแบบนั้นไม่ได้” 

     “ทำไมจะรักไม่ได้?”  

     “เพราะพวกเราเป็นพี่น้องกันเจ้าค่ะ”

     อวิ่นเฟยหยวนจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่งาม

     “อาถิง เจ้าก็รู้อยู่แก่ใจว่า เจ้ากับข้าไม่ใช่พี่น้องกัน ระหว่างเราสองคนไม่มีสายสัมพันธ์ทางโลหิตเลยแม้แต่น้อย” 

     “แต่ที่ผ่านมาข้ามองพี่แบบพี่ชาย และรู้สึกกับพี่ฉันพี่น้องเจ้าค่ะ” กล่าวจบ อวิ่นซงถิงก็รีบผลักอีกฝ่ายออก จากนั้นนางก็หมุนตัว แล้วรีบเดินตรงไปที่ประตูห้อง 

     ปึ้ง! 

     บานประตูไม้กระแทกปิด จนเรือนร้างสั่นสะท้านไปทั้งหลัง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า บุรุษที่ยืนอยู่ด้านหลังเป็นผู้ซัดพลังใส่ เพื่อปิดมัน จากนั้นข้อมือของอวิ่นซงถิงก็ถูกกระชาก จนร่างหมุนกลับไปกระแทกกับแผงอกกว้าง รู้ตัวอีกทีร่างกายของนางก็กลับเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของอวิ่นเฟยหยวนแล้ว

     “อาถิง ที่ผ่านมาเจ้ามองข้า และรู้สึกกับข้าแบบพี่ชายของเจ้าจริง ๆ หรือ?” 

     “ข้า...” อวิ่นซงถิงพูดต่อไม่ออก เมื่อถูกบังคับให้มองสบกับสายตาที่คล้ายกับกำลังรู้สึกเจ็บปวดของอวิ่นเฟยหยวน ยามนี้นางรู้สึกราวกับว่า มีค้อนขนาดใหญ่ทุบลงไปยังกำแพงน้ำแข็งที่นางเพียรสร้างขึ้นมา เพื่อปิดกั้นความรู้สึกไม่ถูกไม่ควรที่มันมักจะพยายามแสดงตัวตนออกมา 

     อวิ่นเฟยหยวนรับรู้ได้ถึงอาการสั่นเบา ๆ จากร่างบาง จากนั้นเขาก็เห็นหยาดน้ำตาค่อย ๆ รินไหลลงมาจากดวงตากลมโตของสตรีในอ้อมแขน เขาจึงยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาช่วยซับน้ำตา แล้วเอ่ยถาม 

     “ถิงเอ๋อร์ ข้าขอจุมพิตเจ้าได้หรือไม่?” 

     “พี่ชาย!!” 

     “ได้หรือไม่คนดี?” อวิ่นเฟยหยวนแม้จะยังไม่แน่ใจเต็มสิบส่วนว่า อวิ่นซงถิงรู้สึกแบบเดียวกันกับเขาหรือไม่ แต่เพราะความใกล้ชิดที่อีกฝ่ายเคยมอบให้ แล้วไหนจะสายตาที่สะท้อนให้เห็นถึงความหวั่นไหว เขาจึงเอ่ยร้องขอจุมพิตจากนาง เพื่อลองใจ

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
44
บทที่ 1 (1/2) : จุมพิตแรก (1) 
“พี่ชาย พี่นัดข้ามาพบที่นี่ตามลำพัง พี่มีเรื่องสำคัญใดอยากกล่าวกับข้าหรือเจ้าคะ?” อวิ่นซงถิงเอ่ยถามบุรุษหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าเรือนร้างด้านหลังจวน โดยที่นางก้าวเท้าถอยหลังสองก้าว เพื่อเพิ่มระยะห่าง เนื่องจากเมื่อครู่นางเผลอเดินเข้าไปใกล้พี่ชายบุญธรรมมากเกินไป “เข้าไปพูดกันด้านใน” “แต่...” อวิ่นซงถิงรู้สึกลังเล ด้วยเพราะเกือบสองปีที่ผ่านมา พี่ชายบุญธรรมผู้นี้พยายามเว้นระยะห่างกับนาง ทว่าอยู่ ๆ ก็ส่งจดหมายเรียกให้มาพบที่นี่ตามลำพัง ถึงแม้ตอนนี้จะอยู่ในช่วงเวลากลางวัน แต่สายตาที่อีกฝ่ายจ้องมองมา...ทำให้นางรู้สึกหวาดหวั่น จนไม่อยากจะก้าวเท้าเข้าไปหา “หรือเจ้ารังเกียจพี่ชายคนนี้เสียแล้ว นั่นสินะ ข้ามันก็แค่...” “ข้าไม่เคยรังเกียจพี่ชายเลยนะเจ้าคะ เพียงแต่...” อวิ่นซงถิงรีบเอ่ยแทรก เมื่อเห็นท่าทีคล้ายกับกำลังรู้สึกเจ็บปวดใจของบุรุษหนุ่มตรงหน้า แต่นางกล่าวยังไม่ทันจบ ฝ่ายตรงข้ามก็เอ่ยตัดบทขึ้นมาว่า “เช่นนั้นก็ตามข้าเข้ามา” อวิ่นซงถิงเห็นแผ่นหลังกว้างหายเข้าไปในเรือนร้าง แม้ใจหนึ่งไม่อยากจะเดินตาม แต่เมื่อนึกไปถึงสีหน้าเมื่อครู่ของอีกฝ่าย นางก็ตัดสินใจเดินตาม
Read More
บทที่ 1 (2/2) : จุมพิตแรก (2)
“แต่จุมพิตแรก...” “เพราะข้ารู้ว่า จุมพิตแรกมีไว้สำหรับคนที่ตนรัก ในเมื่อข้ารักเจ้า ข้าจึงยินดีมอบมันให้กับเจ้า แล้วอาถิงล่ะ ยินดีมอบจุมพิตแรกให้กับข้าหรือไม่?” อวิ่นเฟยหยวนกล่าว พร้อมกับส่งยิ้มอ่อนโยนให้กับอีกฝ่าย หากอวิ่นเฟยหยวนจำไม่ผิด ยามนั้นอวิ่นซงถิงน่าจะอายุประมาณสิบสองหนาวได้กระมัง เด็กหญิงตัวน้อยมักจะชอบไปนั่งฟังเรื่องเล่าจากนักเล่านิทานตามโรงเตี๊ยม และมักจะหาซื้อตำราเกี่ยวกับเรื่องราวความรักระหว่างบุรุษกับสตรีกลับมาอ่าน จากนั้นนางก็จะนำเรื่องที่ได้รับฟัง เรื่องที่ได้อ่านกลับมาเล่าให้เขาฟัง ระหว่างที่เล่า...เด็กหญิงตัวน้อยก็มักจะวาดฝันถึงบุรุษหนุ่มรูปงาม หรือไม่ก็เทพบุตรแสนดีในเรื่องเล่า แล้วยังวาดฝันถึงจุมพิตแรกที่แสนหวาน คู่ครอง และชีวิตแต่งงานในภายภาคหน้าของนาง ในยามนั้นอวิ่นเฟยหยวนคิดเอาไว้ว่า วันข้างหน้าเขาจะพยายามเสาะหาบุรุษในแบบที่อวิ่นซงถิงวาดฝันมาแต่งให้กับนาง ซึ่งตอนที่คิดเขาก็รู้สึกเหมือนจะไม่ยินยอมแปลก ๆ และรู้สึกเจ็บแปลบที่อกข้างซ้าย แต่เพราะตอนนั้นเขายังไม่เข้าใจในความรู้สึกของตนเอง เขาจึงไม่ได้เก็บเอาความรู้สึกแปลก ๆ เหล่านั้นมาขบคิดให้มากคว
Read More
บทที่ 2 (1/2) : ข้าขอเถิดนะ (1) ( มี nc นิด ๆ นะเจ้าคะ)
อวิ่นเฟยหยวนหรี่ตาขึ้นมอง เมื่อรับรู้ได้ถึงอาการสั่นไหวเพิ่มขึ้นของร่างบาง พอเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงหลับตา เขาจึงตัดสินใจจับมือทั้งสองข้างของอวิ่นซงถิงขึ้นมาโอบรอบคอ แล้วอุ้มนางขึ้นนั่งบนโต๊ะ โดยที่ริมฝีปากของเขายังคงไม่ผละออกจากริมฝีปากของนาง หลังจากนั้นอวิ่นเฟยหยวนก็ขบเม้มริมฝีปากอิ่มทั้งบน และล่าง เรียวลิ้นร้ายปาดเลียไปตามรอยแยก ระหว่างนั้นฝ่ามือหนาก็ยกขึ้นมาแตะเบา ๆ ที่ปลายคาง แล้วใช้ปลายนิ้วโป้งกับปลายนิ้วชี้บีบพวงแก้มนุ่ม จนริมฝีปากอิ่มเผยอออก เรียวลิ้นร้ายที่ตามไล้เลียอยู่ไม่ห่าง พอสบโอกาสก็รีบสอดแทรกเข้าไปฉกชิมความหอมหวาน และไล่เกี่ยวรัดลิ้นเล็ก ๆ ของร่างบาง “อื้อ...” อวิ่นซงถิงครางประท้วง พร้อมกับลดมือทั้งสองข้างลงมาทุบเบา ๆ ที่แผงอกกว้าง นางกำลังจะขาดอากาศหายใจ อวิ่นเฟยหยวนก็ยอมผละริมฝีปากออกให้เล็กน้อย แต่ทว่าเพียงไม่นานก็ทาบทับริมฝีปากบางกลับลงมา จุมพิตครั้งนี้เร่าร้อนขึ้นกว่าเดิมมาก ริมฝีปากของอวิ่นซงถิงถูกดูดดึงไม่หนักไม่เบา เรียวลิ้นร้ายของอีกฝ่ายกวาดต้อนไปทั่วโพรงปากอย่างอุกอาจ จากนั้นก็ตามพัวพันหยอกเย้าลิ้นเล็ก ๆ ของนาง ฉับพลันเสียงคล้ายกั
Read More
บทที่ 2 (2/2) : ข้าขอเถิดนะ (2) ( มี nc นิด ๆ นะเจ้าคะ)
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าของผู้เป็นบิดา เสียงสวบสาบของเนื้อผ้า จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงคล้ายกับจะร้องห้าม เสียงร้องครวญครางราวกับเจ็บปวดมาก แล้วไหนจะเสียงเนื้อกระทบกัน ซึ่งมันดังขึ้นเป็นจังหวะอย่างต่อเนื่องอยู่เหนือศีรษะของพวกนาง ยามนี้อวิ่นซงถิงเผลอเอาเสียงที่ได้ยินมาจินตนาการเป็นภาพ นางรู้สึกร้อนรุ่มจนสั่นสะท้าน รู้สึกแปลก ๆ ที่ช่องท้อง และส่วนล่าง อวิ่นซงถิงอยากจะร้องไห้ นางอยากมีเวทมนตร์จะได้เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นใบไม้ หรือเป็นเศษฝุ่นเล็ก ๆ ก็ได้ นางจะได้ปลิวออกไปจากที่นี่! ตอนนี้เลย!! “นายท่านมันลึก...อึก! ท่านี้มันเข้ามาลึกมาก...อื้อ! นายท่านเจ้าคะ ข้า...ข้าไม่ไหว มันเข้ามาลึกเกินไปเจ้าค่ะ!” “อาเฉียว เจ้าชอบให้ข้าเข้าไปลึก ๆ และก็ชอบแบบแรง ๆ เช่นนี้ไม่ใช่หรือ?” อวิ่นซงถิงหลับตาปี๋ นางไม่อยากได้ยิน นางอยากจะยกมือขึ้นมาปิดหู แต่ติดตรงที่ตัวนางถูกโอบกอด ยามนี้มือทั้งสองข้างอยู่ด้างล่าง นางจึงทำได้เพียงซุกใบหน้าเข้าไปที่แผงอกกว้าง เพื่อหลบหนีเสียงต่าง ๆ ที่มันยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แล้วในขณะนั้น... คราแรกอวิ่นเฟยหยวนตั้งใจจะตัดประสาทสัมผัส เ
Read More
บทที่ 3 (1/2) : เชื่อในตัวข้า (1) ( มี nc นิด ๆ นะเจ้าคะ)
เมื่อได้รับอนุญาต อวิ่นเฟยหยวนก็บดจุมพิตลงบนริมฝีปากอิ่มทันที เมื่อครู่เขาทันได้เห็นสายตาที่คล้ายกับจะเริ่มหวาดหวั่นของสตรีใต้ร่าง เขากลัวอวิ่นซงถิงจะเปลี่ยนใจ จึงรีบเลื่อนมือทั้งสองข้างจับลงบนสะโพกของนาง จากนั้นก็เริ่มขยับส่วนนั้นไปตามสัญชาตญาณ แม้เขาจะไม่เคยทำ แต่ก็เคยอ่านตำราวสันต์มาหลายเล่ม อวิ่นเฟยหยวนถูไถส่วนนั้นขึ้นลงอย่างช้า ๆ แต่หนักหน่วง ยามนี้เขากับอวิ่นซงถิงต่างสัมผัสได้ถึงร่างกายของกันและกันผ่านเนื้อผ้า “อึก! อ๊า...” ความเสียวซ่านทำให้อวิ่นเฟยหยวนเผลอหลุดเสียงครางกระเส่าเบา ๆ ออกมา เขาขังสตรีที่ตนรักเอาไว้ใต้ร่าง ออกแรงกระชับมือที่จับนาง เขาบดขยี้ ออกแรงกด พร้อมกับดึงสะโพกของร่างบางให้เข้าหา อวิ่นเฟยหยวนเลื่อนมือขึ้นมาลูบไล้ไปตามส่วนเว้าบนแผ่นหลังของร่างบาง อวิ่นซงถิงแอ่นตัวขึ้นดุจดั่งคันธนู จึงทำให้หน้าอกนุ่ม ๆ ของนางแนบชิดเข้ากับแผงอกของเขามากขึ้น ซึ่งในทุกครั้งที่เคลื่อนไหว อวิ่นเฟยหยวนก็ยังต้องพยายามควบคุมไม่ให้เสียงขยับร่างกาย และเสียงครางของเขากับอวิ่นซงถิงหลุดไปเข้าหูสองคนบนเตียง หูทั้งสองข้างของเขาจึงต้องคอยฟังความเคลื่อนไหวของหนึ่งบุร
Read More
บทที่ 3 (2/2) : เชื่อในตัวข้า (2)
      อวิ่นเฟยหยวนหอบหายใจ เขาโอบกอดสตรีใต้ร่างเอาไว้แน่น นางเหมือนจะเหนื่อยมาก จนเผลอหลับไปแล้ว เขาจึงพลิกเอาตัวเองลงไปนอนราบ แล้วยกร่างอวิ่นซงถิงขึ้นมานอนบนตัวเขา ดวงหน้างามยามนี้ยังคงมีสีแดงระเรื่อพาดผ่าน ริมฝีปากอิ่มบวมเจ่อขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อครู่เขาคงจุมพิตนางแรงเกินไป      เขาจึงยกมือข้างขวาขึ้นนวดคลึงริมฝีปากอิ่มทั้งบน และล่างอย่างทะนุถนอม จากนั้นอวิ่นเฟยหยวนก็ก้มลงจุมพิตเบา ๆ ที่ขมับของสตรีในอ้อมแขนด้วยความรู้สึกรักใคร่ และหวงแหน      หากแผนการที่อวิ่นเฟยหยวนวางไว้สำเร็จ อีกไม่นานเขาก็จะได้สตรีในอ้อมแขนมาครอบครองแบบสมบูรณ์ และถูกต้องในสายตาของผู้อื่น แต่หากไม่สำเร็จเขาก็ยินดีแลกด้วยทุกอย่างที่มี ต่อให้ต้องตาย เขาก็จะไม่ยอมปล่อยมือจากนาง ไม่ยอมให้นางไปเป็นภรรยาของบุรุษอื่น และจะไม่ยอมกลับไปเป็นเพียงแค่พี่น้องกับอวิ่นซงถิงเด็ดขาด!       อวิ่นเฟยหยวนเหลือบตาขึ้นมองแผ่นไม้ร
Read More
บทที่ 4 (1/2) : ความสัมพันธ์ (1)
      อวิ่นซงถิงเดินออกจากเรือนใหญ่ด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง นับจากวันที่อวิ่นเฟยหยวนนัดนางออกไปพบที่เรือนร้าง จนมาถึงวันนี้ก็ได้ผ่านล่วงเลยมาแล้วห้าเดือน ซึ่งมันเป็นห้าเดือนที่บุรุษผู้นั้นหายไปจากชีวิตนาง      ช่วงที่ผ่านมาอวิ่นซงถิงไม่ได้รับจดหมาย ไม่รับรู้ข่าวคราว นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่า อวิ่นเฟยหยวนหายไปไหน? สบายดีหรือไม่? ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังทำอะไร? ย้ายออกไปพักที่ไหน? แล้วพักอยู่กับใคร?      คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัว ซึ่งเป็นคำถามที่ไร้คำตอบ เพราะคนที่จะให้คำตอบของคำถามเหล่านี้ได้ก็มีเพียงแค่อวิ่นเฟยหยวนเท่านั้น        อวิ่นซงถิงผ่อนลมหายใจออกมา จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ชีวิตของนางตอนนี้ผูกติดอยู่กับคำถาม และคำพูดสุดท้ายที่อวิ่นเฟยหยวนกล่าวเอาไว้ก่อนจากลา ในแต่ละวันที่พ้นผ่านนางได้แต่บอกกับตัวเองซ้ำ ๆ ว่า ต้องเชื่อมั่น และเฝ้ารอ     แล้วก
Read More
บทที่ 4 (2/2) : ความสัมพันธ์ (2)
      จนเข้าสู่การแต่งงานปีที่หกของผู้เป็นบิดามารดา กลางปีนั้นฮูหยินเอกของนายอำเภอได้ตั้งครรภ์บุตรสาวคนแรก ยามนั้นคนทั้งจวนรู้สึกดีใจมาก แล้วหลังจากวันที่อวิ่นซงถิงถือกำเนิด ผู้คนในจวน โดยเฉพาะผู้เป็นบิดามารดาก็มักจะมาที่เรือนของนาง เพื่อคอยส่งมอบความรัก คอยประคบประหงม และคอยอยู่เฝ้าดูแลเอาใจใส่นางอย่างเต็มที่         อวิ่นซงถิงเอื้อมมือไปเด็ดกิ่งท้อ ก่อนจะยื่นไปให้บ่าวรับใช้ที่คอยเดินตามเงียบ ๆ อยู่ด้านหลัง ในอดีตอวิ่นเฟยหยวนมักจะเด็ดกิ่งท้อไปให้นางปักแจกันในห้องนอน แต่หลังจากที่อีกฝ่ายทำตัวเหินห่าง นางก็ไม่เคยได้รับกิ่งท้อจากบุรุษผู้นั้นอีกเลย     ในระหว่างที่เด็ด อวิ่นซงถิงก็นึกไปถึงเรื่องราวในวัยเด็กของพวกนาง...       อวิ่นซงถิงจำได้ว่า ตอนที่นางยังเล็กนาน ๆ ครั้งยามรับสำรับ นางจะได้เห็นเด็กชายตัวโตคนหนึ่งมาร่วมรับสำรับที่เรือนใหญ่พร้อมกับพวกนาง อีกฝ่ายมัก
Read More
บทที่ 5 (1/2) : เชื่อมั่น และเฝ้ารอ (1)
      อวิ่นซงถิงไม่เอ่ยถาม ไม่แสดงท่าทีกดดันฝ่ายตรงข้าม นางเพียงเฝ้ามอง และยืนรออยู่เงียบ ๆ      แล้วเมื่อเห็นว่า ใต้ต้นท้อเหลือเพียงเจ้าตัวกับนาง ผู้เป็นน้องชายก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า      “พี่รองขอรับ ท่านรู้เรื่องที่พี่ใหญ่ขอออกจากจวน และขอเอานามออกจากตระกูลอวิ่นแล้วใช่ไหมขอรับ?”     “อืม...ข้าเพิ่งรู้วันนี้”        อวิ่นซงซ่านเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นพี่สาว เขานึกว่า อีกฝ่ายจะรู้เรื่องนี้เป็นคนแรกเสียอีก ทว่าเหตุใด...?      ยามนี้อวิ่นซงซ่านรู้สึกลังเลใจเพิ่มขึ้น แต่...เรื่องนี้ช่างมันก่อนเถิด!      “พี่รอง ท่านรู้เหตุผลที่พี่ใหญ่ทำเช่นนี้หรือไม่?”      “ข้าไม่รู้” 
Read More
บทที่ 5 (2/2) : เชื่อมั่น และเฝ้ารอ (2)
      ผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ อวิ่นซงถิงก็ยังไม่ได้รับข่าวคราวใด ๆ จากบุรุษที่ตนเฝ้าคะนึงหา เช้าวันนี้ระหว่างที่รับสำรับนางได้ยินว่า ผู้เป็นมารดาจะออกไปรับเครื่องประดับที่สั่งทำไว้กับร้านประจำในตลาด      อวิ่นซงถิงที่รู้สึกว่า ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาในหัวของตนเอาแต่คิดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ แล้วก็เฝ้าคิดวนอยู่กับคำถามซึ่งไร้คนตอบ ยิ่งหลังจากได้รับรู้ข่าวคราวของอวิ่นเฟยหยวนจากผู้เป็นน้องชาย นางก็เหมือนจะยิ่งคิดฟุ้งซ่าน      อวิ่นซงถิงเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นบิดามารดา หากนางได้ออกไปเดินเที่ยวตลาด ได้ออกไปเจอกับผู้คนภายนอกจวนบ้าง ความคิดฟุ้งซ่านในหัวจะลดลงบ้างหรือไม่นะ?      แล้วเมื่อเห็นผู้เป็นบิดาบรรจงแกะก้างออกจากตัวปลา จากนั้นก็ตักเนื้อปลาขาว ๆ ใส่ลงไปในถ้วยข้าวของผู้เป็นมารดา อวิ่นซงถิงรู้สึกอิจฉาขึ้นมาเล็กน้อย นางจึงรีบก้มหน้านับเม็ดข้าวที่เหลือในถ้วยของตนเอง เพื่อตัดสินใจ 
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status