Share

8 เครื่องนอนชุดใหม่

last update Last Updated: 2026-01-23 19:53:03

         ชิงหลานก้มหน้าก้มตาวาดรูปตั้งแต่ยามเฉินไปจนถึงยามอู่ ส่วนจังฮูหยินกับจังเสี่ยวลิ่งก็อยู่ในห้องปักเย็บ กระทั่งสาวใช้รู้สึกว่าตนเองเริ่มหิวจึงเงยหน้าขึ้น

         “นายหญิงเจ้าคะ ได้เวลาอาหารเที่ยงแล้วเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าไปอุ่นอาหารสักครู่”

         “เจ้าไปเถอะ ประเดี๋ยวข้าไปเรียกหลานเอ๋อร์เอง”

         ท่อนแขนผอมแห้งของชิงหลานตวัดปลายพู่กันครั้งสุดท้ายเสร็จก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ ภาพที่นางกำลังก้มหน้าก้มตาวาดนับได้ว่าเป็นภาพที่นิยมยิ่งนักในเมืองหลวง

วิวทิวทัศน์อันสวยงามของน้ำตกเขตเทือกเขาเฟยหลงมักจะมีผู้นิยมเดินทางไปวาดเป็นจำนวนมากแต่บรรดาจิตรกรมีชื่อเสียงเหล่านั้น ไม่มีผู้ใดสามารถเลียนภาพลายเส้นอันทรงพลังของจิตรกรฉานได้ คนผู้นี้ไม่เคยเปิดเผยตัวตน แต่ภาพที่เขาวาดเอาไว้หลายภาพได้รับการประดับประดาไว้ในวังหลวง โดยเฉพาะภาพที่มีชื่อว่า “น้ำตกสวรรค์”

         จังฮูหยินเดินผ่านเข้าประตูห้องตำราที่มิได้ปิดไปยืนดูบุตรสาวที่ใช้ผ้าคาดศีรษะกำลังวางพู่กันลงพอดี

         “เจ้าวาดภาพนี้ได้สวยงามยิ่งนัก!” นางเอ่ยชม

ครั้นเมื่อมองต้นฉบับแล้วหันไปทางผลงานที่บุตรสาวเพิ่งรังสรรค์เสร็จก็ยิ่งรู้สึกอัศจรรย์ หากไม่คิดเข้าข้างบุตรสาว จังฮูหยินเห็นว่าภาพวาดที่หมึกยังไม่แห้งดีนี่งดงามยิ่งกว่าต้นฉบับเสียอีก

         “ท่านแม่ บ่ายนี้ข้าจะเอาภาพนี้ไปขาย คงจะพอจะซื้อเครื่องนอนใหม่ให้พวกเราคนละชุด”

ชิงหลานนอนกลิ้งอยู่บนฟูกนอนเก่าคร่ำคร่า ผ้าห่มที่ซีดเปื่อยจนแทบจะไม่เห็นสีเดิมรู้สึกไม่สบายตัวยิ่งนัก จริงอยู่ที่จังเสี่ยวลิ่งคอยซักและทำความสะอาดเครื่องนอนพวกนั้นให้นางอยู่ไม่ขาด ทว่าของใช้พวกนั้นล้วนสิ้นสภาพไปนานแล้ว หากเป็นที่จวนสกุลเผย ท่านย่าคงจะสั่งให้เอาไปทิ้ง

         จังฮูหยินใบหน้าสลด “แม่ขอโทษที่ไม่มีเงินจะซื้อใหม่ให้เจ้า”

         “ท่านแม่...ข้ามิได้กล่าวโทษท่าน ที่ข้าป่วยก็เป็นภาระมากแล้ว ยามนี้ข้ามีเรี่ยวแรงและสามารถวาดภาพขายได้ก็ขอให้ข้าได้ช่วยท่านบ้างเถิด”

         “เช่นนั้นรอให้แดดหายร้อนเสียก่อน แม่จะพาเจ้าไปตลาดเอง ยามนี้ไปกินของอร่อยให้อุ่นท้องก่อนเถิด”

         “เจ้าค่ะ”

         ยามบ่ายจังฮูหยินจึงออกไปหาท่านหมอฉินเพื่อบอกให้รู้อาการของบุตรสาวของตน เมื่อหมอฉินได้ยินว่าชิงหลานสามารถเดินเหินได้สะดวกกระทั่งเดินไปตลาดเองได้ก็ดีใจยิ่งนัก จึงนำสมุนไพรบำรุงกำลังมาให้หนึ่งห่อ จังฮูหยิน หยิบเงินสองพวงออกมาให้ท่านหมอฉิน

         “ที่ผ่านมา ท่านให้ยาข้ามาหลายห่อ เงินทองข้าก็มิเคยมีให้ ยามนี้ข้าก็พอหาเงินได้แล้วจึงอยากจะตอบแทนท่านบ้าง ข้ารู้ว่าท่านหมอเองก็มิค่อยได้เก็บเงินคนป่วยที่ยากไร้ โปรดรับไว้ด้วยเถิด”

         หมอฉินดูอึกอัก ชายชราสังเกตสีหน้าของจังฮูหยินดูแช่มชื่นก็พอจะรู้ว่านางน่าจะพูดความจริง นางน่าจะมีเงินพอเจียดมาจ่ายค่ายาได้แล้ว

“ในเมื่อพวกเจ้าดีขึ้น ข้าก็จะรับเอาไว้ก็แล้วกัน” ท่านหมอหมายถึงฐานะการเงินของจังฮูหยิน

         “ข้าอยากจะถามท่านหมอว่ายามนี้หากหลานเอ๋อร์เดินบ่อยๆ จะมีปัญหาใดหรือไม่”

         “นางเพิ่งฟื้นตัว หากรับประทานอาหารได้ปกติ ได้ออกกำลังเสียบ้าง ถ้าไม่มากเกินไปก็คงไม่มีปัญหา ดีเสียอีกกำลังขาของนางจะได้เพิ่มมากขึ้น”

         ได้ยินเช่นนั้นจังฮูหยินก็ยิ้มออกมา นางกล่าวขอบคุณท่านหมอฉินแล้วก็กลับจวนไป

ยามบ่ายชิงหลานไม่อาจฝืนร่างกายที่อ่อนแอของตนเองได้ นางจึงต้องนอนพักอยู่ร่วมหนึ่งชั่วยาม จังฮูหยินให้จังเสี่ยวลิ่งไปเคี่ยวยาบำรุงที่เพิ่งได้มา สาวใช้เห็นถ้วยยาที่เรียงอยู่ในถาดถึงสามถ้วยแล้วก็ส่ายหัวเบาๆ

         “เห็นทีคุณหนูคงไม่อยากป่วยก็คราวนี้ ยาแต่ละขนานขมลืมตายเลยเทียว”

         “เจ้ารู้แล้วก็ไปเตรียมน้ำตาลกรวดมาไว้ให้คุณหนูเสียสิ”

         จังเสี่ยวลิ่งยิ้มออก นางรีบเปิดฝาโถน้ำตาลกรวดก้อนเล็กๆ ที่อยู่มุมห้องหยิบออกมาวางสามก้อนไว้บนถาดก่อนจะยกออกไปรอคุณหนูตื่น

         ชิงหลานเองก็ไม่อยากอิดออดเหมือนเด็กๆ ในยามดื่มยา แต่รสชาติยาที่นางต้องดื่ม เหลือทนจะกลืนกินจริงๆ

ถ้วยแรกที่นางต้องดื่มติดกันหลายวันหลังเพราะเป็นยาฟื้นกล้ามเนื้อที่ท่านหมอเกาสั่งไว้ให้นาง ถ้วยต่อมาเป็นยาบำรุงที่ท่านแม่แอบซื้อมาจากเมืองหลวง ถ้วยนี้เพิ่งต้มเพิ่มเมื่อวาน แต่...ถ้วยที่สามเล่า

         “ท่านแม่เจ้าคะ ยาถ้วยที่สามมาจากที่ใดกัน ”

         จังฮูหยินยิ้มน้อยๆ “ท่านหมอฉินเห็นว่าเจ้ายังไม่แข็งแรงดีจึงให้ยาบำรุงกระดูกมา เจ้าจะได้แข็งแรงเร็วขึ้น ที่ผ่านมาหลายครั้งที่ท่านหมอฉินรักษาเจ้าโดยที่แม่ไม่มีเงินจ่ายค่ายา วันหน้าแม่หาเงินเพิ่มขึ้น เราจะได้ตอบแทนพระคุณหมอฉิน”        

เมื่อเห็นสีหน้าเชื่อมั่นของมารดา ชิงหลานก็จำใจต้องกลืนยาขมแต่ละถ้วยสลับกับหยิบน้ำตาลกรวดมาอมกระทั่งนางดื่มยาหมดทั้งสามถ้วย

         “ยามนี้แดดอ่อนลงแล้ว หมึกบนภาพของเจ้าก็คงแห้งแล้ว พวกเราไปตลาดกันเถอะ น่าจะพอเหลือเวลาสักนิดแม่อยากพาเจ้าไปไหว้พระโพธิสัตว์ที่วัดด้วย”

         ชิงหลานนึกถึงเรื่องที่ท่านย่าสกุลเผยเล่าให้เผยมู่ซีฟัง วัดพระโพธิสัตว์แห่งเมืองเฉินที่เคยเป็นที่ซ่อนขุมทรัพย์ของอดีตฮ่องเต้[1]

หมิงฮ่องเต้เสด็จผ่านคราหนึ่งจากนั้นทรงพระสุบินนิมิตเห็นพระโพธิสัตว์ทรงชี้บอกตำแหน่งขุมทรัพย์ ต่อมาฮ่องเต้ทรงค้นพบขุมทรัพย์นั้นจริง และนำเอาทองคำกลับวังหลวง ต่อมาจึงได้สั่งคนมาบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์ในวัดจนงดงาม กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ผู้คนนิยมแวะมากราบไหว้ขอพร

ผู้คนจากเมืองหลวงเองก็นิยมเดินทางมาขอพรจากพระโพธิสัตว์กวนอิมในศาลเจ้าหลังใหญ่ของวัดแห่งนี้ เพราะมีผู้เล่าลือกันว่าขอสิ่งใดก็ได้ดังประสงค์

เผยมู่ซีเองก็เคยเอ่ยชักชวนท่านย่าให้มายังอำเภอนี้แต่ยังไม่มีโอกาส

         “ดีจริงท่านแม่! ข้าอยากเห็นวัดนี้มานานแล้ว”

         จังฮูหยินได้ยินก็โคลงศีรษะ “ก่อนเจ้าป่วยแม่ก็พาไปไหว้พระบ่อยๆ แต่สี่ปีก่อนฮ่องเต้ทรงส่งองค์ชายมาช่วยดูแลการตกแต่งวัดครั้งใหญ่ แม่เองก็ไม่ค่อยได้ไป ป่านนี้อาจจะบูรณะเสร็จแล้วก็ได้”

         ชิงหลานหน้าเสียนางลืมไปว่าตนเองอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็ก วัดนั้นมารดาเคยพาไปหลายสิบหน เผลอเอ่ยไปว่าอยากเห็นวัดมานาน ดีที่จังฮูหยินไม่สงสัย ชิงหลานนึกโมโหตนเองที่ไม่คุ้นชินร่างนี้เสียที

         สองแม่ลูกตระกูลชิงมาถึงร้านฮุยฮวาของเถ้าแก่       เหอก็นำภาพที่ม้วนในถุงผ้าไปคลี่บนโต๊ะ เถ้าแก่เหอเห็นภาพที่โด่งดังและเป็นที่นิยมถูกวาดเลียนแบบอย่างประณีตบรรจงก็ตื่นตะลึง

         “คุณหนูชิง เจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ”

         “ภาพเช่นนี้ท่านคิดว่าจะพอจะขายได้หรือไม่”

         สายตาของเถ้าแก่เหอไม่ละจากภาพตรงหน้า “เจ้าวาดได้สวยกว่าภาพที่ข้ารับซื้อไว้ก่อนหน้านี้เสียอีก คราวนี้ใช้กระดาษดีเสียด้วย เช่นนี้คงจะขายออกไปขายกว่าคราวก่อน”

         “เถ้าแก่เหอ ข้ารู้ว่าคราวก่อนท่านให้ราคาถึงหนึ่งตำลึงเพราะเห็นแก่หน้า ครั้งนี้ข้าขอราคาเท่าเดิมก็แล้วกัน”

แม้เผยมู่ซีจะมิได้สนใจเรื่องการทำมาหากินมาก่อนแต่นางก็มิใช่คนโง่ นางเคยตระเวนไปร้านขายภาพในเมืองหลวงกับท่านอาจารย์จ้าวจึงพอรู้ว่าราคาภาพเลียนแบบที่นางวาดอยู่ควรมีราคาเท่าใด

         เถ้าแก่เหอได้ยินก็ยิ้มกว้าง ครั้งก่อนภาพที่รับซื้อเอาไว้ก็มีพ่อค้าที่เดินทางผ่านมาซื้อไปในราคาสองตำลึง กำไรหนึ่งเท่าตัวนับว่าหาได้ยาก แต่ก็ไม่รู้สึกแปลกใจที่จะมีผู้ยอมซื้อยอย่างง่ายดาย เพราะเมื่อแขวนภาพที่ชิงหลานวาดไว้เทียบกับภาพอื่นๆ ในร้าน ความงามโดดเด่นของภาพที่นางวาดไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนสะดุดตา

         “ได้สิคุณหนู ข้าให้ราคาเจ้าเท่าเดิมก็แล้วกัน” เถ้าแก่เหอรีบหันไปหยิบเงินออกมายื่นให้กับชิงหลาน

         “ขอบคุณเถ้าแก่” ชิงหลานยิ้มหน้าบาน ในใจก็นึกถึงเครื่องนอนใหม่

         จังฮูหยินเองก็พลอยโค้งคำนับไปเสียหลายครั้ง ความปลื้มปิติในตัวบุตรสาวเพิ่มขึ้นอีกมาก คราวแรกนางนึกกังวลว่าเถ้าแก่เหอเพียงรับซื้อภาพไว้เพราะเห็นแก่มิตรภาพกับเถ้าแก่เนี่ย แต่เมื่อเห็นภาพที่ชิงหลานวาดขึ้นแขวนบนร้านแล้ว นางก็ได้เห็นกับตาว่าที่คิดไว้มิได้เกินเลยจากความเป็น...ภาพวาดของหลานเอ๋อร์งดงามยิ่ง!

         จังเสี่ยวลิ่งตื่นเต้นยิ่งกว่าสองแม่ลูก เงินหนึ่งตำลึงที่คุณหนูได้มานอกจากจะซื้อเครื่องนอนใหม่สองชุดสำหรับสองแม่ลูกแล้ว ยังเหลือเผื่อแผ่ผ้าห่มผืนใหม่มาถึงนางและลู่ฮั่นอีกด้วย

         “ครั้งนี้ได้เพียงผ้าห่มให้เจ้ากับเหล่าลู่ เอาไว้ข้าวาดภาพคราวหน้าจะซื้อเครื่องนอนที่เหลือให้พวกเจ้าทั้งสองจนครบก็แล้วกัน”

[1] เรื่องเล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในนิยายเรื่อง “ซือซือฮองเฮาพันโฉม”

*************

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   45 ศิษย์ของจอมยุทธ์ลู่

    องค์ชายสิบห้าที่หน้าเหวอ ชิงหลานเงยหน้าขึ้นสบสายพระเนตรของคนร่างสูงที่ยืนมองอยู่ พอเห็นเขาหน้าเสีย นางก็รีบเอ่ยกลบเกลื่อน “วันพรุ่งนี้ตอนบ่ายหลังจากวาดฝาผนังเสร็จหม่อมฉันจะวาดภาพองค์ชายให้ก็แล้วนะกันเพคะ ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกับพู่กันกล่องนี้” “อืม...ดี!” หมิงเฉิงอวี่เห็นว่าดึกพอสมควรแล้วจึงได้เดินออกมาลาเจ้าของจวนกลับเรือนรับรอง ก่อนจะเสด็จขึ้นรถม้าทรงหันรับสั่งกับจังฮูหยินว่าพรุ่งนี้จะส่งช่างมาซ่อมทางเดินในเรือนให้จังฮูหยินอึกอักเกรงพระทัย ทว่าองค์ชายกลับกล่าวตัดบทว่าเป็นค่าตอบแทนที่ทำอาหารอร่อยถวายพระองค์“หากว่าฮูหยินสำนึกพระคุณของข้าจริง ก็ช่วยทำอาหารอร่อยๆ ให้ข้ากินตลอดระยะเวลาที่ข้าต้องอยู่อำเภอเฉินก็แล้วกัน”จังฮูหยินได้ยินก็นิ่งอึ้ง ค้อมศีรษะ “เพคะ”ชิงหลานก้มหน้าถอนหายใจแรง เห็นทีนางจะสลัด หมิงเฉิงอวี่ไม่หลุดได้ง่ายๆ ท้ายรถม้าทรงประทับลับตาไปแล้ว จังฮูหยินจึงหันมาบุตรี “หลานเอ๋อร์ เจ้าเห็นหรือไม่ องค์ชายทรงมีเมตตาเพียงใด ทรงจะส่งคนงานมาช่วยเราซ่อมเรือนเสียด้วย แค่เพียงทำพระกระยาหารถวายเท่านั้นเอง” “เรายังรู้จุดประสงค์

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   44 ของขวัญวันเกิด

    องค์ชายทอดพระเนตรปลาเปรี้ยวหวานตัวใหญ่ในจานเปลบนโต๊ะกับหมูผัดผักก็แปลกพระทัย พระเนตรของพระองค์เต็มไปด้วยคำถาม ต้นพระขนงเลิกขึ้นเล็กน้อย ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก เจ้าของบ้านก็รีบอธิบาย “วันนี้เหล่าลู่ตกปลาตัวใหญ่ได้มาสองตัวเพคะ หม่อมฉันก็เลยทำปลาเปรี้ยวสำหรับถวายองค์ชายและอีกตัวก็ให้คนตกได้ ส่วนผักพวกนี้เสี่ยวลิ่งเป็นคนปลูกไว้หลังเรือน หม่อมฉันซื้อเนื้อวัวมาเมื่อเช้าจึงได้คิดทำผัดผักให้พระองค์ได้ทรงลองเสวยเพคะ คราวก่อนมิได้เตรียมตัวให้ดี หม่อมฉันขอประทานอภัย” หมิงเฉิงอวี่ทรงหันไปทางชิงหลานเห็นนางก้มหน้าเม้มปากก็พอจะทราบว่าคราวก่อนคงเป็นเพราะนางไม่อยากให้ตนมาเยือนที่จวนนี้อีกจึงได้คิดกลั่นแกล้ง “อืม...ปลาเปรี้ยวหวานของท่านกลิ่นหอมดีเหลือเกิน ข้าลงมือก่อนก็แล้วกัน สำหรับอาหารมื้อนี้ข้าต้องตอบแทนอย่างเหมาะสม” “ขอบพระทัยเพคะ” ชิงหลานแอบเอื้อมมือไปจับหัวเข่ามารดาบีบเบาๆ เป็นเชิงถามว่าเหตุใดจึงต้องทำอาหารต้อนรับอย่างดีเลิศเช่นนี้ จังฮูหยินตบหลังมือบุตรสาวเบาๆ ให้นางรู้ว่านี่คือสิ่งที่สมควรทำแล้ว องค์ชายสิบห้าเพลิดเพลินในรสชาติของอา

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   43 กระบี่ราตรี

    ผ่านไปเกือบสองชั่วยาม ชิงหลานก็วางพู่กัน เสี่ยวลิ่งรีบเก็บอุปกรณ์วาดภาพที่ต้องทำความสะอาดออกไปนอกอาคาร ท่าทางบีบนวดมือ โยกศีรษะผ่อนคลายนั้นทำให้องค์ชายสิบห้าลุ้นว่านางจะยังเจ็บมืออยู่หรือไม่ ทว่ากลับไม่กล้าเอ่ยปากถามออกไป “เสี่ยวลิ่งไปกันเถอะ ป่านนี้ศิษย์พี่คงรอแล้ว” “เจ้าค่ะ” เสี่ยวลิ่งรีบเก็บอุปกรณ์วาดภาพใส่กล่องแล้วเอาไปเก็บในตู้ นางหันไปหิ้วเอาปิ่นโตอาหาร ยืนเตรียมพร้อม องค์ชายสิบห้าทรงลุกขึ้นยืนรอให้นางทั้งสองเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อย “วันนี้ข้าจะตามพวกเจ้าไปจวนสกุลชิงด้วย” “ขออภัยเพคะองค์ชาย หม่อมฉันนัดหมายกับศิษย์พี่ไว้แล้ว องค์ชายจะทรงเปลี่ยนเป็นวันพรุ่งนี้ได้หรือไม่เพคะ ” “ไม่ได้!”แค่ได้ยินคำว่า ‘ศิษย์พี่’ หมิงเฉิงอวี่ก็รู้สึกเหมือนมีความร้อนสายหนึ่งพุ่งปรี๊ดจากเท้าไปถึงศีรษะจึงเผลอร้องเสียงดังออกมาครั้นคิดได้ก็รีบปรับท่าทีเสียใหม่ “ข้าหมายถึง ข้าเตรียมขนมสำหรับจะเอาไปฝากจังฮูหยินเอาไว้แล้ว หากเป็นพรุ่งนี้ก็อาจจะไม่อร่อยเท่าวันนี้” ชิงหลานเผลอชักสีหน้า “เพคะ ถ้าเช่นนั้นก็เสด็จไปที่จวนสกุลชิงเถิด ท่านแม่ข

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   42 เผลอทำนางโกรธแล้ว

    “เช่นนั้น พ่อบ้านลู่ผู้นี้ก็เก่งกว่าหัวหน้ามือปราบหลิว น่าสนใจอย่างที่เจ้าบอกจริงๆ ด้วยกังซือเฉิน...เจ้ากับจงเหยียนไปสืบฐานะของเหล่าลู่ผู้นี้ให้ชัดเจนที” “พะย่ะค่ะ” “นอกจากมีดสั้นเล่มนั้นแล้ว จั๋วเหรินหาวมิได้ให้สิ่งอื่นกับนางอีกใช่หรือไม่” กังซือเฉินที่กำลังคิดเรื่องพ่อบ้านลู่ถึงกับชะงักไปชั่วครู่เพราะคาดไม่ถึงว่า องค์ชายจะทรงสนพระทัยเรื่องที่คุณชายจั๋วมอบของขวัญให้กับคุณหนูชิง “นอกนั้นก็มีแค่ขนมกับอาหารที่เอาไปฝากจังฮูหยินที่จวนพะย่ะค่ะ” “ดี! กังเฉินเจ้าไปเตรียมกล่องขนมดอกกุ้ยฮวาเอาไว้ พรุ่งนี้ข้าจะเอาไปฝากจวนสกุลชิง” องครักษ์กังก้มหน้าลอบยิ้มเล็กน้อย องค์ชายเร่งรัดภารกิจที่เมืองหลวงที่แท้ก็ทรงเป็นห่วงสถานการณ์ที่อำเภอเฉินนี่เอง คุณหนูชิงผู้นี้ยังไม่ปักปิ่นก็ถูกจองโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว วันก่อนเขาถูกสั่งให้ไปซื้อขนมดอกกุ้ยฮวาจากภัตตาคารก็เพราะองค์ชายต้องการเอามาชิงเอาความดีความชอบจากสาวน้อยจิตรกรนี่เอง ยามเที่ยงของวันต่อมา ชิงหลานกำลังขะมักเขม้นในการวาดรูปจนมิได้สนใจว่ามีเสียงฝีเท้ามาหยุดอยู่ด้านหลัง ร่างสูงโปร่ง

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   41 ตัวจริงของเหล่าลู่

    กังซือเฉินองครักษ์หนุ่มผู้รับคำสั่งให้ตามดูแลคุณหนูชิงอยู่ห่างๆ จึงมิกล้าย่างกรายเข้าไปในจวนโดยพลการ คืนนี้คุณชายน้อยจั๋วมาส่งนางแล้ว เขาก็กลับเรือนพักรับรองได้องค์ชายสิบห้าสั่งให้เขากับสหายอีกคนรั้งอยู่ที่อำเภอเฉิน เขาทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้คุณหนูชิง ส่วนสหายองครักษ์อีกคนคอยตรวจตราความเรียบร้อยในวัดลู่เซี่ยนเพราะองค์ชายไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดกับภาพวาดฝาผนังในวิหารเก้าเทพและส่วนที่ต้องบูรณะ หลังจากได้เห็นฝีมือจัดการกับโจรย่องเบาของเหล่าลู่แล้ว กังซือเฉินก็รู้สึกข้องใจในฝีมือของคนผู้นี้ในตอนสายหลังจากคุณหนูชิงไปนั่งวาดภาพที่วัดแล้ว เขาจึงลอบมาดูที่จวนสกุลชิงดูว่าแต่ละวันของเหล่าลู่นั้นทำสิ่งใดบ้าง เมื่อเห็นว่าพ่อบ้านประจำจวนหาบน้ำผ่าฟืนด้วยความคล่องแคล่วก็รู้สึกประหลาดใจก่อนตะวันจะตรงหัว เหล่าลู่จะอุ่นอาหารแล้วตั้งโต๊ะไว้รอจังฮูหยิน ส่วนตัวเหล่าลู่จะเข้าไปกินในครัวเพียงผู้เดียว จากนั้นก็ย่องออกไปทางประตูเล็กหลังจวน วันนั้นครบกำหนดที่คุณหนูชิงจะต้องตามศิษย์พี่ไปหาอาจารย์หลังป่าไผ่ชานเมืองลู่ฮั่นซ่อนม้าตัวเก่งไว้เรือนเล็กที่อยู่ห่างกำแพงจวนไปเล็กน้อย เขาค

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   40 พยัคฆ์ซ่อนกาย

    ชิงหลานตื่นก่อนฟ้าสางเพื่อฝึกวรยุทธ์ นางต้องทบทวนกระบวนท่าที่จอมยุทธ์ลู่สอนไว้ทุกๆ สามวันในยามที่ต้องเดินทางไปเรือนของอาจารย์ ศิษย์พี่จะเป็นเตรียมม้าอีกตัวไว้รอนางที่หน้าเหลาสุรา และเพื่อมิให้รบกวนเวลาวาดภาพของนาง จอมยุทธ์ลู่จึงได้กำหนดให้นางไปพบในตอนเลิกงานจอมยุทธ์ลู่และศิษย์พี่คอยสอนนางอยู่จนมืดค่ำ หลังจากที่ทะลวงการเดินลมปราณให้นางแล้ว ชิงหลานสามารถต่อกระบวนท่าได้อย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว นางจดจำวิทยายุทธ์ในชาติก่อนของตนได้ทั้งหมด เพียงแต่ไม่อาจจะแสดงตนให้ผู้ใดรู้ว่า นางเก่งขึ้นมาในเวลาอันสั้น “เจ้าก้าวหน้าเร็วนัก! ฝึกไม่ถึงสิบวันฝีมือของเจ้าเท่ากับข้าตอนที่เรียนปีแรกแล้ว”จั๋วเหรินหาวทั้งแปลกใจทั้งดีใจ นางเก่งเกินกว่าทุกคนที่เขาเคยเห็น ที่ผ่านมานางมีแต่นอนป่วย เหตุใดจึงได้ฝึกวรยุทธ์ได้รวดเร็วราวกับเคยฝึกมาก่อนหลายมี แต่ส่วนหนึ่งในใจเขาก็นึกดีใจที่นางร่างกายแข็งแรงขึ้นมาก คุณชายน้อยจั๋วมีภาระทางใจอันลึกซึ้งที่ต้องดูแลนางให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ “เย็นนี้ ศิษย์พี่จะเลี้ยงเนื้ออบข้าอีกหรือไม่” “เจ้าอยากกินอะไรข้าก็เลี้ยงทั้งนั้น” ชิงหลาน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status