Share

บทที่ 3

Penulis: บุปผาร่วงโรย
“พูดอะไรออกมา?” แม่เช็ดน้ำตา มองฉันด้วยสายตาดูแคลน “แกเห็นสืออี้ดีกับเจียวเจียว แกก็เลยอิจฉาแล้วจงใจแก้แค้นน้องไม่ใช่หรือไง”

“แกเคยคิดบ้างไหมว่านั่นคือน้องสาวแท้ๆ พ่อแม่เดียวกับแกนะ!”

พ่อเองก็ผสมโรงด้วย “เรามีลูกสาวแบบแกได้ยังไง! จิตใจอำมหิตสิ้นดี!”

กู้สืออี้สะบัดมือออกอย่างแรง “ขังเธอไว้ในคุกใต้ดินซะ ก่อนที่เจียวเจียวจะฟื้น เธอจงไปสำนึกผิดอยู่ในนั้นให้พอ”

“ฉันเปล่า… ฉันป่วยจริงๆ… ฉันไม่ได้แอบนัดพบชู้รัก…” เสียงของฉันสั่นเครืออย่างควบคุมไม่อยู่

“ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอไม่ได้ทำ” กู้สืออี้มองลงมาที่ฉันด้วยสายตาของผู้ที่อยู่เหนือกว่า “ฉินหยวนเยว่ คุณเป็นผู้หญิงที่ยอมตายเพื่อฉันได้ จะไปนอกใจได้ยังไง?”

เขาหันไปมองเสิ่นเจ๋อรุ่ย แววตาดูถูกเหยียดหยามยิ่งรุนแรงขึ้น “ที่เธอเข้าหาเขา ก็แค่เพื่อยั่วโมโหฉันเท่านั้น เธอจะวางแผนเรียกร้องความสนใจจากฉันก็ช่างเถอะ แต่เธอไม่ควรอย่างยิ่ง… ที่จะหลอกลวงเจียวเจียว”

พอได้ยินแบบนั้น พ่อกับแม่ก็ร้องไห้เสียงดังกว่าเดิม ราวกับว่าฉินเจียวเจียวใกล้จะตายแล้วจริงๆ

กู้สืออี้กำหมัดแน่นขึ้น หันไปสั่งลูกน้อง “ยังยืนบื้ออยู่ทำไม จับตัวไปขัง!”

ลูกน้องรับคำสั่งแล้วเดินตรงเข้ามาหาฉัน ทันใดนั้นรองหัวหน้าที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็พูดขึ้น “เจ้าพ่อครับ อุบัติเหตุรถชนยังไงก็เป็นแค่เหตุสุดวิสัย อีกอย่างเมื่อกี้พวกเราตรวจสอบแล้ว คุณนายตกเลือดจริงๆ นะครับ…”

ปัง!

กระสุนนัดหนึ่งเฉี่ยวผ่านใบหูของรองหัวหน้า พุ่งตรงไปฝังอยู่ที่ผนังฝั่งตรงข้าม

เขากุมหูที่มีเลือดสาดกระเซ็นแล้วทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด เลือดไหลนองย้อมพื้นจนแดงฉาน

แววตาของกู้สืออี้เย็นชาถึงขีดสุดเขาลดปืนลง “รองหัวหน้าหลิว จำใส่สมองไว้ด้วยว่าเจ้านายของแกคือใคร”

“เมื่อก่อนที่แกคอยแอบเข้าข้างเธอฉันจะทำเป็นไม่เห็น แต่ตอนนี้แกกลับร่วมมือกับเธอมาหลอกฉันอีก… ตกเลือดงั้นเหรอ? แกเห็นฉันเป็นคนโง่หรือไง!”

“กระสุนนัดนี้ถือเป็นคำเตือน ถ้ามีครั้งหน้า กระสุนจะฝังที่หัวใจแกแน่”

เขายืดตัวขึ้น ดีดนิ้วหนึ่งที ลูกน้องหลายคนก็เดินเข้ามา

ฉันถูกพวกเขาโยนเข้าไปในรถราวกับขยะชิ้นหนึ่ง

……

ตื่นมาอีกครั้ง เบื้องหน้าคือความมืดมิดชนิดที่มองไม่เห็นนิ้วมือตัวเอง

ท้องยังคงปวดหนึบๆ

ฉันลูบหน้าท้อง ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น ไม่รู้ว่าข้างในนั้นจะยังมีเสียงหัวใจเต้นอยู่ไหม

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ข้างนอกถึงมีเสียงคนคุยกัน เป็นเสียงของฉินเจียวเจียว

น้ำเสียงของเธอเจือสะอื้น “พี่สืออี้ ทำไมพี่ถึงขังพี่สาวไว้แบบนั้นล่ะคะ? ต้องโทษที่ฉันใจร้อนฝ่าไฟแดงเอง ถึงได้ถูกชน… ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ…”

“ไม่โทษเธอหรอก” เสียงของกู้สืออี้อ่อนโยนจนเหลือเชื่อ “เป็นเพราะเธอจงใจหลอกเธอต่างหาก”

“เฮ้อ พี่สาวคงแค่โมโหชั่ววูบ คิดว่าฉันเป็นภัยคุกคามต่อตำแหน่งของพี่เขาถึงได้ทำแบบนั้น” เธอยิ่งพูดยิ่งดูน่าสงสาร “แต่ฉันไม่ได้มีความคิดแบบนั้นจริงๆ นะคะ เธอเป็นพี่สาวแท้ๆ ของฉัน ฉันจะไปแย่งผู้ชายของพี่ได้ยังไง”

“ต่อให้ผู้ชายคนนั้น… จะเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟกต์ที่สุดในโลกก็ตาม…”

เสียงของเธอค่อยๆ เบาลง ข้างนอกเงียบสงบลงกะทันหัน

ฉันมองลอดช่องว่างของประตู เห็นเพียงกู้สืออี้ดึงเธอกอดไว้ในอ้อมอก มือลูบศีรษะเธอเบาๆ

เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก้มหน้าลงกระซิบเสียงเบา “อย่าพูดแบบนั้น”

“ฉันไม่เคยลืมเธอเลย”

“ถ้าไม่ใช่เพราะเธอจากไป ฉันจะแต่งงานกับเธอคนนั้นทำไม”

“ที่เธอคนนั้นได้เสวยสุขกับทุกอย่างนี้ ก็เพราะแค่มีส่วนคล้ายกับเธออยู่บ้างก็เท่านั้น”

เล็บของฉันจิกเข้าในฝ่ามือลึก แม้ชาติที่แล้วจะเข้าใจความรู้สึกของกู้สืออี้ดีอยู่แล้ว

แต่พอได้ยินกับหูตัวเองจริงๆ ขอบตาก็ยังร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

กู้สืออี้ในตอนแรกไม่ใช่เจ้าพ่อที่น่าเกรงขามจนผู้คนได้ยินชื่อแล้วต้องขวัญผวาแบบตอนนี้ เขาเป็นแค่เด็กหนุ่มที่ไร้เดียงสาคนหนึ่ง

มักจะแวะเวียนมาเล่นที่บ้านเรา มาเล่นกับฉันและน้องสาว

ตอนนั้นฉันดูออกว่าเขาชอบน้องสาว แต่น้องสาวกลับไม่ได้ชอบเขาเลยสักนิด มักจะแอบมาบ่นกับฉันว่าเขาไม่มีเงินไม่มีอำนาจ ให้ชีวิตที่เธอต้องการไม่ได้

ดังนั้นพอโตเป็นผู้ใหญ่ เธอจึงตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะไปเรียนต่อเมืองนอก เพื่อไปเจอคนรวยๆ ให้มากขึ้น

นับตั้งแต่เธอจากไป กู้สืออี้ซึมเศร้าไปพักหนึ่ง แต่หลังจากนั้นก็มากินข้าวกับฉันตามปกติ

ฉันนึกว่า เขาลืมน้องสาวได้แล้ว

ฉันนึกว่า ในใจเขาจะมีฉันอยู่บ้างแล้ว

ดังนั้นตอนที่เขากลายเป็นเจ้าพ่อผู้สูงส่งที่สุด และพ่อแม่บีบให้ฉันหาวิธีแต่งงานกับกู้สืออี้ ฉันจึงเต็มใจอย่างที่สุด

ต่อมาทุกอย่างราบรื่นกว่าที่คิด ยังไม่ทันที่ฉันจะเป็นฝ่ายเริ่ม เขาก็เข้ามาจีบและแต่งงานกับฉัน

ฉันคิดว่าเราจะมีอนาคตที่มีความสุข แต่สิ่งที่รอฉันอยู่กลับเป็นชีวิตแต่งงานแบบหลบๆ ซ่อนๆ ตลอดห้าปี

ความทรงจำอันน่าคับแค้นใจนับไม่ถ้วนพรั่งพรูเข้ามา ฉันปิดหน้าร้องไห้ออกมา

กู้สืออี้ดูเหมือนจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง พอทำท่าจะคลายอ้อมกอด ฉินเจียวเจียวก็รีบกอดคอเขาแล้วจูบลงไปทันที

กู้สืออี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกอดตอบเธอแน่น

จูบนี้ช่างอ่อนโยนเหลือเกิน

เนิ่นนานกว่าเขาจะค่อยๆ ปล่อยฉินเจียวเจียว

เธอซบลงในอ้อมอกของกู้สืออี้ พูดชี้นำว่า “ถ้าอย่างนั้นพี่สืออี้คะ ถ้าพี่สาวตื่นแล้วพี่จะบอกเรื่องของเรากับพี่เขายังไง? สู้หย่ากันไปเลย…”

กู้สืออี้ชะงักไปชัดเจน เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ดันฉินเจียวเจียวออก

“เรื่องนี้ไม่ต้องรีบ”

“ฉินหยวนเยว่รักฉันมาก ถ้าขอหย่าทันทีกลัวว่าเธอจะคลุ้มคลั่ง”

“ถ้าเกิดพี่ยอมรับได้เร็วล่ะคะ? พี่สืออี้ไม่ได้ชอบ…” ฉินเจียวเจียวเถียงกลับตามสัญชาตญาณ

แต่ถูกกู้สืออี้พูดขัดขึ้นทันที “พอเถอะ เรื่องนี้ฉันตัดสินใจเอง”

“ยังไงเธอก็เป็นพี่สาวเธอ เธอคงไม่อยากเห็นพี่สติแตกอาละวาดหรอกใช่ไหม”

ฉินเจียวเจียวยังพยายามจะพูดอะไรต่อ แต่ลูกน้องก็รีบวิ่งเข้ามารายงานอะไรบางอย่างที่ข้างหูกู้สืออี้

เขาสบถเสียงต่ำว่า “น่ารำคาญจริง” แล้วรีบเดินจากไป

ฉินเจียวเจียวมองแผ่นหลังของเขาที่เดินจากไป รอยยิ้มที่มุมปากหายวับไปทันที กลายเป็นความเกลียดชังอันรุนแรง

ทันทีที่กู้สืออี้ลับสายตา เธอหันขวับกลับมาแล้วถีบประตูห้องขังของฉันอย่างแรง

“เลิกแกล้งตายได้แล้ว ฉันรู้นะว่าตื่นแล้ว!”

“บ้าเอ๊ย! เล่นละครเกินเบอร์ไปหน่อย กลายเป็นว่าตอนนี้กู้สืออี้ดันคิดว่าฉันสงสารแกซะงั้น!”

เธอเดินเข้ามาในห้องขัง มองดูใบหน้าที่ไร้อารมณ์ของฉัน

“ตอนนี้แกคงได้ใจมากสินะ? แต่จะบอกให้ ถึงตอนนี้พวกแกจะยังไม่หย่ากัน แต่ฉันมีวิธีทำให้เขาทิ้งแกอีกเยอะ!”

พ่อกับแม่ก็เดินออกมาจากเงามืด “วางใจเถอะเจียวเจียว พ่อกับแม่จะช่วยลูกเล่นละครเอง นังพี่สาวลูกมันจ้องแต่จะทำร้ายลูก ก็อย่าหาว่าพ่อกับแม่ลำเอียงก็แล้วกัน!”

แม่ก้มมองฉันด้วยสายตาเหยียดหยาม “รู้งี้ตอนแรกไม่น่าเอาอนาคตไปฝากไว้กับคนไร้ประโยชน์อย่างแกเลย ทำให้พวกฉันต้องทนลำบากมาตั้งหลายปี”

พูดจบก็หันไปควงแขนฉินเจียวเจียว “เจียวเจียว ลูกต้องพยายามเข้านะ รอให้ลูกได้เป็นภรรยาเจ้าพ่อเมื่อไหร่ แม่จะดูซิว่าใครจะกล้ารังแกพวกเราอีก!”

พวกเขาหัวเราะเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ พ่อกับแม่ประคองฉินเจียวเจียวไว้ตรงกลางแล้วเดินไกลออกไป

ทางเดินกลับคืนสู่ความเงียบสงัดดุจความตายอีกครั้ง

ฉันหยิบมือถือในกระเป๋าออกมาด้วยมือที่สั่นเทา จู่ ๆ หน้าจอก็เด้งเตือนคำขอเป็นเพื่อนจากคนแปลกหน้า

[ผมสืบเรื่องราวทั้งหมดมาแล้ว]

[ผมจะช่วยคุณเอง]

เสิ่นเจ๋อรุ่ย

ฉันถอนหายใจยาว จริงๆ แล้วฉันไม่ชอบรบกวนคนอื่น

แต่ตอนนี้คนที่จะต่อกรกับอิทธิพลของกู้สืออี้ได้ ก็มีแค่เขาคนเดียว

ฉันกดรับคำขอเป็นเพื่อน นิ้วมือสั่นเทาขณะพิมพ์ข้อความตอบกลับไปไม่กี่คำ

[ต้องการเครื่องบินส่วนตัวหนึ่งลำ จุดหมายคือประเทศ D]
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่หนนี้ ขอหย่าสามีเจ้าพ่อ   บทที่ 15

    วันที่กู้สืออี้ถูกขับออกจากตระกูล ฉันเป็นคนปล่อยตัวเขาออกมาเองก่อนจากกัน เขามองหน้าฉันอย่างลึกซึ้ง“หยวนเยว่ เธอยังใจอ่อนเกินไปจริงๆ”“การที่เธอไว้ชีวิตฉัน ก็เท่ากับมอบโอกาสให้ฉันกลับมาแย่งชิงเธอคืนอีกครั้ง”ฉันหัวเราะเยาะในใจ แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉยทว่าเสิ่นเจ๋อรุ่ยกลับไม่ปิดบังความรู้สึก สีหน้าเขามืดครึ้มลง “แกไม่มีโอกาสนั้นหรอก”สิ้นเสียง เขาก็ชักปืนออกมาเล็งไปที่กู้สืออี้เหมือนกับตอนแรกที่กู้สืออี้เคยเล็งปืนใส่เขาแต่เขาไม่ได้ฆ่ากู้สืออี้เพียงแค่ยิงออกไปสองนัด นัดหนึ่งเจาะเข้าที่แขนซ้าย อีกนัดฝังที่แขนขวาเลือดสดๆ พุ่งกระฉูด กู้สืออี้เจ็บจนทรุดฮวบลงกับพื้น“เธอไม่ทรมานแกเพราะเธอจิตใจดี แต่ฉันไม่ใช่อย่างนั้น ฉันมีแค้นต้องชำระ”ภายหลังได้ยินยามเล่าว่า กู้สืออี้ลากสังขารที่โชกเลือดกลับมาที่หน้าประตูค่าย แต่กลับไม่มีใครจำเขาได้เลยเขาเสยผมที่ยุ่งเหยิงขึ้นเพื่อเปิดเผยใบหน้ายามชะงักไปนิดหนึ่ง กู้สืออี้จึงเดินทำท่าจะเข้าไปข้างในตามความเคยชินแต่วินาทีต่อมา พวกเขากลับถีบกระเด็นออกมาไกลถึงสามเมตรกู้สืออี้กระอักเลือดออกมาคำโต “พวกแกตาบอดหรือไง?! ฉันคือเจ้าพ่อนะ!”“เจ้าพ

  • เกิดใหม่หนนี้ ขอหย่าสามีเจ้าพ่อ   บทที่ 14

    วันที่สามของการถูกคุมขัง กู้สืออี้ยังคงไม่ยอมกินข้าวฉันรู้ว่าเขากำลังเดิมพัน เดิมพันว่าฉันจะตัดใจปล่อยให้เขาตายไม่ลงแต่เขาเดิมพันถูก ฉันไม่อยากให้เขาตายจริงๆไม่ใช่เพราะยังแคร์เขา แต่เป็นเพราะฉันเห็นคุณค่าของชีวิตมากกว่าเขายิ่งไปกว่านั้น การแก้แค้นที่ไร้สาระครั้งนี้ได้คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปมากพอแล้วดังนั้น ฉันจึงถือข้าวไปหาเขาที่คุกด้วยตัวเองไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน เขาดูซูบผอมไปถนัดตาวินาทีนั้นฉันนึกอยากจะหัวเราะออกมา ผ่านไปแค่ไม่กี่เดือน เหตุการณ์เดิมก็วนกลับมาฉายซ้ำเพียงแต่ครั้งนี้ เขาอยู่ข้างใน ส่วนฉันอยู่ข้างนอก“กินซะ”ฉันโยนกล่องข้าวลงตรงหน้าเขาเขาปรายตามองแวบหนึ่งแล้วหันหน้าหนี เป็นเชิงปฏิเสธฉันถอนหายใจ หยิบส้อมบนพื้นขึ้นมา แล้วจ่อไปที่ข้อมือตัวเอง “ถ้าคุณไม่กิน ฉันจะแทงลงไปเดี๋ยวนี้”วินาทีต่อมา ส้อมในมือฉันก็ถูกแย่งไป“เธอใจแข็งจริงๆ” กู้สืออี้เริ่มตักข้าวกินอย่างตะกละตะกลาม“เรียนมาจากคุณนั่นแหละ” ฉันพูดเสียงเบารอจนเขากินเสร็จ ฉันก็เก็บกล่องเปล่าเตรียมหันหลังเดินออกมา“ทำไมถึงไม่ฆ่าฉัน?”เสียงของเขาดังไล่หลังมาฉันหยุดเดิน หันกลับไปมองเขา แล้วพูดอย

  • เกิดใหม่หนนี้ ขอหย่าสามีเจ้าพ่อ   บทที่ 13

    “ปล่อยฉันนะ! ฉันจะไปช่วยเขา!”รองหัวหน้าหลิวกอดรัดฉันไว้แน่น “คุณนายครับ ไม่ทันแล้ว ขืนคุณเข้าไปมีแต่ตายเปล่า!”ฉันร้องไห้ตะโกนจนเสียงแหบแห้ง สุดท้ายก็ต้องกุมท้องขดตัวงอด้วยความเจ็บปวดรองหัวหน้าหลิวรีบพาตัวฉันขึ้นรถ แต่ไฟลุกลามรวดเร็วเกินไป“เวรเอ๊ย!”รถเบรกกะทันหันที่ข้างทางฉันเจ็บปวดจนขยับตัวไม่ไหวแล้ว จึงพูดเสียงเบาว่า “คุณหนีไปเถอะ ไม่ต้องห่วงฉันแล้ว”ยังไม่ทันที่เขาจะตอบ ใครบางคนก็ผลักเขาออกไป “แกไปก่อน ฉันจะปกป้องเขาเอง”เป็นกู้สืออี้ชายเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาถูกไฟไหม้จนขาดวิ่น ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบเลือดและเขม่าควัน“แต่เจ้าพ่อ…”“ฉันบอกให้รีบไปไง!”รองหัวหน้าหลิวมองเราสองคนอย่างลึกซึ้งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีไปกู้สืออี้อุ้มฉันขึ้นแนบอก แล้ววิ่งมุ่งหน้าไปยังภูเขาที่อยู่ไกลออกไปเหงื่อของเขาหยดลงบนใบหน้าฉัน หยดแล้วหยดเล่ากลางคืนมืดมิด เขาเองก็มองทางไม่ชัด ถูกหนามข้างทางเกี่ยวจนเลือดอาบไปทั้งตัวแต่เขากลับไม่ร้องออกมาสักแอะ แถมยังก้มลงมาบอกฉันเป็นระยะว่า “ไม่ต้องกลัวนะ ใกล้ถึงแล้ว เธอจะต้องไม่เป็นไร”วินาทีนั้น ฉันเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในคืนที่ฉันแบ

  • เกิดใหม่หนนี้ ขอหย่าสามีเจ้าพ่อ   บทที่ 12

    ฉันกับเสิ่นเจ๋อรุ่ยตกลงคบกันในสถานะแฟนเรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่วค่ายอย่างรวดเร็ว แม้แต่เด็กๆ ในหน่วยพยาบาลยังเรียกเสิ่นเจ๋อรุ่ยพร้อมรอยยิ้มว่า “แฟนพี่หมอ”ดูเหมือนเขาจะชอบชื่อเรียกนี้มาก ทุกครั้งที่ได้ยินก็จะทำหน้าภูมิใจสุดๆชีวิตกลับคืนสู่ความปกติสุขส่วนกู้สืออี้ นับตั้งแต่เหตุการณ์วุ่นวายในวันนั้น เขาก็หายตัวไปเลยฉันนึกว่าพอรู้ว่าเด็กไม่อยู่แล้วเขาจะถอดใจไปเอง คิดไม่ถึงว่าจู่ ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าระหว่างเรายังมีทะเบียนสมรสที่ไร้ค่าใบนั้นอยู่เขาส่งทนายมาเรียกตัวฉันกลับไปฉันจึงส่งเอกสารหย่าที่เซ็นไว้เรียบร้อยแล้วให้ทนายของเขาไปอย่างเด็ดขาดได้ยินทนายเล่าว่า ตอนกู้สืออี้ได้รับเอกสารหย่า เขาอาละวาดหนักมากเขาบอกว่าเอกสารเป็นของปลอม เพราะเขาไม่เคยเซ็นชื่อเลยสักครั้งถึงขั้นจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์ลายมือระดับท็อปมาตรวจสอบ แต่ผลก็ยืนยันชัดเจนว่านั่นคือลายเซ็นของเขาจริงๆพวกเราจึงสิ้นสุดสถานะสามีภรรยากันตามกฎหมายหลังหย่า ฉันใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับเสิ่นเจ๋อรุ่ย จนกระทั่งวันหนึ่งเขาพูดว่า“ที่ตระกูลเกิดเรื่องนิดหน่อย ผมต้องกลับไปจัดการ”เขาพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ เป็นธรรม

  • เกิดใหม่หนนี้ ขอหย่าสามีเจ้าพ่อ   บทที่ 11

    “อะไรนะ?!”ร่างกายของกู้สืออี้แข็งทื่อไปทันทีเขารีบก้มมองหน้าท้องของฉัน ซึ่งมันก็แบนราบอย่างที่เห็นจริงๆ“ไม่… เป็นไปไม่ได้…” เขาพึมพำกับตัวเอง ดวงตาแดงก่ำจนแทบจะมีเลือดหยดออกมา วินาทีต่อมาเขาก็จับไหล่ฉันเขย่าอย่างบ้าคลั่ง“ลูกหายไปได้ยังไง? หรือว่า… หรือว่าเธอเป็นคนเอาเด็กออกเองกับมือ?! ฉินหยวนเยว่ เธอเกลียดฉันขนาดนี้เชียวเหรอ!”ได้ยินเสียงตะคอกที่แทบจะขาดสติของเขา ความรังเกียจในแววตาของฉันก็ยิ่งลึกล้ำขึ้น“ฉันเนี่ยนะ?”“เด็กคนนี้ คุณต่างหาก พ่อแท้ๆ ของเขาต่างหากที่เป็นคนฆ่า”“บนโลกนี้ไม่มีเด็กคนไหนทนสภาพเลวร้ายในคุกใต้ดินแบบนั้นได้หรอก”กู้สืออี้อึ้งไปเหมือนถูกสาปฉันเดินผ่านตัวเขาตรงไปหาเสิ่นเจ๋อรุ่ย “ช่วยพาฉันกลับหน่อยได้ไหม ฉันเดินไม่ไหวแล้ว”เขาชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มแล้วพยักหน้า แต่เขาไม่ได้ให้ฉันขี่หลัง กลับช้อนตัวฉันขึ้นอุ้มในท่าเจ้าหญิงแทนกู้สืออี้รีบพุ่งเข้ามา แต่กลับถูกทหารติดอาวุธนับสิบคนขวางทางไว้เขาลืมไปแล้วว่าประเทศ D คือถิ่นของเสิ่นเจ๋อรุ่ยดังนั้นเขาจึงทำได้แค่ยืนมองผู้ชายที่เขาเกลียดเข้าไส้ อุ้มผู้หญิงที่เขารักเดินจากไปแถมตอนเดินออกไป เสิ่นเจ๋อร

  • เกิดใหม่หนนี้ ขอหย่าสามีเจ้าพ่อ   บทที่ 10

    (มุมมองนางเอก)ในที่สุดฉันก็มาถึงประเทศ Dตอนแรกที่เลือกที่นี่ ไม่ใช่แค่เพราะที่นี่ไม่มีอิทธิพลของกู้สืออี้แต่เพราะนี่คือความฝันในอดีตของฉัน ฉันอยากเป็นหมอภาคสนามหลังจากแต่งงานกับกู้สืออี้ เขาก็ไม่ยอมให้ฉันออกไปทำงาน เพราะกลัวคนอื่นจะเข้าหาฉันแล้วใช้เป็นเครื่องมือข่มขู่เขาถึงฉันจะไม่ได้จบจากคณะแพทยศาสตร์ แต่การติดตามกู้สืออี้ไปในสมรภูมิรบตลอดหลายปีนี้ เพื่อปกป้องเขา และเพื่อปกป้องตัวเอง ฉันจึงได้เรียนรู้วิชาการแพทย์พื้นฐานมามากมายหลายปีมานี้ ฉันเห็นคนตายต่อหน้าต่อตามานับไม่ถ้วนมีทั้งพ่อค้ายาที่ชั่วช้าสามานย์ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่โดนลูกหลงทุกครั้งที่เห็นพวกเขาล้มลงต่อหน้า ในใจฉันเจ็บปวดเหลือเกินและนี่ก็คือจุดที่ฉันกับกู้สืออี้แตกต่างกันที่สุดเขาไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องพวกนี้ เพราะการเป็นเจ้าพ่อจะใจอ่อนไม่ได้ เขาต้องเลือดเย็นไร้ความปรานี ถึงจะปกป้องลูกน้องได้พอนึกถึงใบหน้าอันเย็นชาของเขา หัวใจฉันก็ยังปวดแปลบๆเหมือนกับแผลที่มือที่ยังไม่หายดีแต่ฉันเชื่อว่า เมื่อเวลาผ่านไป ฉันจะก้าวผ่านมันไปได้อย่างแน่นอนอีกอย่างที่ประเทศ D ฉันได้เพื่อนดีๆ และยังมีเสิ่นเจ๋อรุ่ยอย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status