جميع فصول : الفصل -الفصل 10

15 فصول

บทที่ 1

“คุณฉิน ยินดีด้วยนะครับ คุณตั้งครรภ์ได้สามเดือนแล้ว”ฉันนั่งอยู่ตรงข้ามแพทย์ประจำตระกูล สีหน้าเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น ดูไม่ออกเลยสักนิดว่ากำลังดีใจหมอตื่นเต้นจนอยากจะโทรหากู้สืออี้ แต่กลับถูกฉันแย่งโทรศัพท์มือถือมาดื้อๆ“ไม่จำเป็น”เหล่าพยาบาลมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่เข้าใจความหมายของฉันพวกเขาไม่เข้าใจ ในฐานะที่ฉันเป็นภรรยาของเจ้าพ่อมาเฟียผู้มีอำนาจล้นฟ้า เด็กคนนี้คือเกียรติยศของทั้งตระกูล แต่ทำไมฉันถึงอยากจะซ่อนเขาเอาไว้แต่พวกเขาก็ไม่รู้เช่นกันว่า หากฉันพูดออกไป เด็กคนนี้จะต้องตายไปพร้อมกับฉันในฤดูหนาวนั้นวันคริสต์มาสในชาติที่แล้ว กู้สืออี้และทุกคนในครอบครัวพาน้องสาวที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศไปฉลองเทศกาลที่ภูเขาหิมะ ส่วนฉันได้แต่เดินตามหลังพวกเขา เฝ้ามองพวกเขาเฉลิมฉลองกันอย่างเงียบๆสุดท้ายเพราะสภาพอากาศเลวร้าย กู้สืออี้จึงเรียกเฮลิคอปเตอร์เพื่อเดินทางกลับ แต่จนกระทั่งเครื่องลงจอด ก็ไม่มีใครนึกถึงฉันเลยฉัน รวมถึงลูกในท้องที่ยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลก จึงต้องหนาวตายอยู่ท่ามกลางพายุหิมะทั้งอย่างนั้นโชคดีที่ฉันได้เกิดใหม่ ย้อนกลับมาในวันที่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ ซึ่งก็เป็นวันแรกท
اقرأ المزيد

บทที่ 2

ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเดินลงมาข้างล่าง แขกเหรื่อต่างพากันรุมล้อมฉินเจียวเจียวจนแน่นขนัดเธอสวมชุดกระโปรงสีขาวรุ่นลิมิเต็ด ยืนอยู่ท่ามกลางเหล่ามาเฟียราวกับดอกไม้สีขาวที่แสนบริสุทธิ์กู้สืออี้แกว่งแก้วไวน์แดงในมือ พิงหน้าต่างมองดูเธอด้วยสายตาอ่อนโยนฉันเองก็ไม่ได้ใส่ใจ ยืนลิ้มรสอาหารเลิศรสอยู่ที่มุมหนึ่ง“คุณผู้หญิงท่านนี้คือ?” ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาหาฉัน “คุณสวยมากครับ พอจะให้เกียรติเต้นรำกับผมสักเพลงได้ไหม”ยังไม่ทันที่ฉันจะตอบ ฉินเจียวเจียวก็แทรกตัวเข้ามาตรงกลางระหว่างเรา “เธอเป็นพี่สาวของฉันเองค่ะ ฉินหยวนเยว่”ชายหนุ่มพยักหน้า ยื่นมือมาทางฉัน “สวัสดีครับ ผมเสิ่นเจ๋อรุ่ย”พอได้ยินชื่อนี้ สีหน้าของฉินเจียวเจียวก็เจื่อนลงทันทีเสิ่นเจ๋อรุ่ยเป็นชนชั้นสูงที่มีชื่อเสียง บารมีไม่ได้ด้อยไปกว่ากู้สืออี้เลยแม้แต่น้อยแววตาของเธอฉายแววริษยาแวบหนึ่ง ก่อนจะจงใจหันไปพูดกับทางกู้สืออี้ว่า “ตายจริง พี่สาวนี่โชคดีจังเลยนะคะ เพิ่งมาถึงแป๊บเดียวก็ตกผู้ชายโปรไฟล์ดีขนาดนี้ได้แล้ว เจียวเจียวล่ะอิจฉาจริงๆ”กู้สืออี้หันมามองฉัน ขมวดคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง“ที่นี่คืองา
اقرأ المزيد

บทที่ 3

“พูดอะไรออกมา?” แม่เช็ดน้ำตา มองฉันด้วยสายตาดูแคลน “แกเห็นสืออี้ดีกับเจียวเจียว แกก็เลยอิจฉาแล้วจงใจแก้แค้นน้องไม่ใช่หรือไง”“แกเคยคิดบ้างไหมว่านั่นคือน้องสาวแท้ๆ พ่อแม่เดียวกับแกนะ!”พ่อเองก็ผสมโรงด้วย “เรามีลูกสาวแบบแกได้ยังไง! จิตใจอำมหิตสิ้นดี!”กู้สืออี้สะบัดมือออกอย่างแรง “ขังเธอไว้ในคุกใต้ดินซะ ก่อนที่เจียวเจียวจะฟื้น เธอจงไปสำนึกผิดอยู่ในนั้นให้พอ”“ฉันเปล่า… ฉันป่วยจริงๆ… ฉันไม่ได้แอบนัดพบชู้รัก…” เสียงของฉันสั่นเครืออย่างควบคุมไม่อยู่“ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอไม่ได้ทำ” กู้สืออี้มองลงมาที่ฉันด้วยสายตาของผู้ที่อยู่เหนือกว่า “ฉินหยวนเยว่ คุณเป็นผู้หญิงที่ยอมตายเพื่อฉันได้ จะไปนอกใจได้ยังไง?”เขาหันไปมองเสิ่นเจ๋อรุ่ย แววตาดูถูกเหยียดหยามยิ่งรุนแรงขึ้น “ที่เธอเข้าหาเขา ก็แค่เพื่อยั่วโมโหฉันเท่านั้น เธอจะวางแผนเรียกร้องความสนใจจากฉันก็ช่างเถอะ แต่เธอไม่ควรอย่างยิ่ง… ที่จะหลอกลวงเจียวเจียว”พอได้ยินแบบนั้น พ่อกับแม่ก็ร้องไห้เสียงดังกว่าเดิม ราวกับว่าฉินเจียวเจียวใกล้จะตายแล้วจริงๆกู้สืออี้กำหมัดแน่นขึ้น หันไปสั่งลูกน้อง “ยังยืนบื้ออยู่ทำไม จับตัวไปขัง!”ลูกน้องรับคำสั่งแล้วเดิ
اقرأ المزيد

บทที่ 4

ทันทีที่วางสาย เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากที่ไกลๆ“เธอทำอะไรอยู่?”ฉันรีบซ่อนมือถือไว้ใต้ตัวอย่างรวดเร็ว กู้สืออี้เดินเข้ามาหาฉันพร้อมรอยยิ้มเย็นเยือก“ร้อนรนอะไรขนาดนั้น? นึกว่าฉันจะยึดมือถือเธอหรือไง?”เขาเปิดประตูห้องขัง ย่อตัวลงนั่ง แล้วพิจารณาใบหน้าที่ซูบผอมอิดโรยของฉันอย่างละเอียด“ฉินหยวนเยว่ ฉันรู้ว่าเธออยากหนี แต่ที่นี่ถ้าฉันไม่อนุญาต แม้แต่แมลงวันสักตัวก็บินเข้ามาไม่ได้หรอก ฉันแนะนำให้เธอตั้งใจกินข้าวจะดีกว่า”ในแววตาของกู้สืออี้เต็มไปด้วยความมั่นใจ เหมือนกับความโอหังอวดดีตามประสาเจ้าพ่อที่เขาเป็นอยู่เสมอฉันมองแววตาอันเย็นชานี้ แล้วจู่ ๆ ก็รู้สึกแปลกหน้าเหลือเกิน“กู้สืออี้ ทำไมคุณถึงต้องทำกับฉันขนาดนี้?”อาจจะเป็นเพราะเสียงสะอื้นของฉัน กู้สืออี้จึงชะงักไปครู่หนึ่งหลังจากนั้นในแววตาก็ฉายแววโกรธเกรี้ยว “ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนั้นเธอบีบให้เจียวเจียวต้องไปเมืองนอก เธอจะทิ้งฉันไปเหรอ? แล้วถ้าไม่ใช่เพราะเธอจากไป เธอจะมีโอกาสฉวยโอกาสแทรกตัวเข้ามาได้ยังไง! ฉินหยวนเยว่ เธอหลอกฉันมาตั้งแต่ต้นจนจบ”เขาลงแรงที่มือเพิ่มขึ้นอีก แทบอยากจะบีบคางฉันให้แหลกคามือ“บนโลกใบนี้ ใครที่บังอาจห
اقرأ المزيد

บทที่ 5

ความหวังสุดท้ายในใจฉันมอดดับลงกู้สืออี้มองฉันด้วยสายตาเย็นชา “ฉินหยวนเยว่ เธอเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ”จากนั้นเขาก็เดินเข้ามาหาฉัน ยกเท้าขึ้นเหยียบลงบนท่อนแขนของฉัน แล้วถามว่า “ใช้มือข้างไหนแทง?”ฉันไม่ได้ตอบกลับ แม้แต่เรี่ยวแรงจะอ้าปากก็ยังไม่มี ร่างกายขยับเขยื้อนไม่ได้ราวกับศพ“ไม่พูด? งั้นดี”เขาชักปืนพกสีเงินออกมา แล้วเหนี่ยวไกอย่างไม่ลังเลปัง! ปัง!สิ้นเสียงปืนสองนัดมือซ้ายและมือขวาถูกเจาะด้วยกระสุนข้างละหนึ่งนัด“กรี๊ดดดด”ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปถึงขั้วหัวใจ น้ำตาของฉันไหลทะลักออกมากู้สืออี้กลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เขาเก็บปืนเข้าซองอย่างเลือดเย็น“ฉินหยวนเยว่ กระสุนสองนัดนี้คือคำเตือนสุดท้าย”“ถ้าเธอกล้าทำร้ายเจียวเจียวอีก เราได้หย่ากันจริงๆ แน่”พอได้ยินประโยคสุดท้าย รอยยิ้มที่มุมปากของพ่อกับแม่ก็หุบลงทันที พวกเขารีบพูดขึ้นว่า “ผู้หญิงจิตใจอำมหิตพรรค์นี้ต้องก่อเรื่องชั่วๆ อีกแน่ ท่านเจ้าพ่อรีบไล่มันไปเถอะครับ! ไม่งั้นในฐานะพ่อแม่ของเจียวเจียว พวกเราวางใจไม่ได้จริงๆ”พ่อกับแม่ผลัดกันพูดใส่ไฟ ในปากของพวกเขา ฉันเป็นแค่ขยะ เป็นตัวถ่วง เป็นคนที่สมควรตายที่สุดทั้งที่ความจริ
اقرأ المزيد

บทที่ 6

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปกี่วัน จำได้แค่ว่ายามเฝ้าประตูเอาข้าวมาส่งสองครั้ง ดวงอาทิตย์ที่หน้าต่างบานเล็กตกลับฟ้าไปสองหนวันนี้ กล่องข้าวถูกโยนเข้ามาอีกครั้งฉันไม่ได้หันไปมอง เพราะสองมื้อก่อนหน้านี้ล้วนเป็นขนมปังแห้งๆ ที่กลืนแทบไม่ลง แม้แต่น้ำที่ส่งมาให้ก็ยังขุ่นคลั่กของพวกนี้ขืนกินเข้าไป ฉันคงมีชีวิตอยู่ไม่ถึงวันที่สาม“รีบๆ เอาไปสิ!”ยามตะคอกใส่อย่างไม่สบอารมณ์“วันนี้เพิ่มกับข้าวให้ด้วยนะ”ฉันถึงได้หันกลับไปมอง เห็นว่าในกล่องข้าวมีเนื้อปลาเพิ่มเข้ามาจริงๆสัญชาตญาณร่างกายทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะพุ่งเข้าไปกินอย่างตะกละตะกลาม ยามเห็นท่าทางรีบร้อนของฉันก็อดหัวเราะเยาะไม่ได้“เชอะ ยังมีหน้ามาเรียกคุณนายกู้ สภาพตอนนี้ยังแย่กว่าคนรับใช้อย่างฉันซะอีก”ฉันไม่สนใจคำเยาะเย้ยของเขา ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวต่อไปฉันต้องรอด รอดไปให้ถึงวินาทีที่เสิ่นเจ๋อรุ่ยมาช่วยฉัน ส่วนเรื่องอื่นนั้นไม่สำคัญเลยทันใดนั้น ฉันก็เจอกระดาษแผ่นหนึ่งที่ก้นกล่องข้าว[พี่คะ ฉันกับพี่สืออี้กำลังจะแต่งงานกันแล้วนะ]อาหารมื้อหยาบๆ พวกนี้มาจากฝีมือใคร คงไม่ต้องเดาให้ยากฉันจ้องมองประโยคนั้นอยู่นาน สุดท้ายก็โยนมันทิ้งไป
اقرأ المزيد

บทที่ 7

(มุมมองบุคคลที่สาม)“เจ้าบ่าวครับ?”“คุณยินดีรับคุณผู้หญิงตรงหน้าเป็นภรรยาหรือไม่?”บาทหลวงถามซ้ำอีกรอบกู้สืออี้เพิ่งจะได้สติกลับมา เขาตอบรับแบบขอไปทีว่า “อืม ยินดี”ฉินเจียวเจียวชะงักไป เห็นได้ชัดว่าจับสังเกตได้ว่ากู้สืออี้ใจลอยแต่ตอนนี้แขกเหรื่อมีมากมาย เธอจึงไม่สะดวกจะถามมากความ ทำได้เพียงฉีกยิ้มเจื่อนๆ ออกมาสุดท้ายมาถึงช่วงจูบสาบาน กู้สืออี้ก็ยังคงเหม่อลอย จูบไปได้แค่สองวินาทีก็ผละออกฉินเจียวเจียวทนไม่ไหวอีกต่อไป ตะคอกใส่กู้สืออี้เสียงดังลั่น “พี่กู้ พี่ไม่อยากแต่งงานกับฉันใช่ไหมคะ!”เสียงตะโกนนั้นทำให้แขกทั้งงานเงียบกริบลงทันที พ่อแม่ที่เดิมทียิ้มแย้มก็เริ่มหน้าเสียใบหน้าของกู้สืออี้ทะมึนลง เพราะทุกคนที่อยู่ที่นี่ ไม่มีใครกล้าพูดกับเขาแบบนี้ยิ่งไปกว่านั้น คือการหักหน้าเขาต่อหน้าธารกำนัลดูเหมือนจะรู้ตัวว่าบรรยากาศไม่ดี ฉินเจียวเจียวจึงลดเสียงให้อ่อนลง พูดเสียงสะอื้นว่า “ฉันแค่รู้สึกว่าพี่ทำแบบขอไปที… ก็เลยเผลอตะคอกไป… ขอโทษค่ะ…”เสียงของเธอเบาลงเรื่อย ๆ แต่กู้สืออี้กลับไม่ได้เอาอกเอาใจเธอเหมือนอย่างเคยเขาโยนแหวนที่เตรียมไว้ให้รองหัวหน้าหลิว แล้วเดินจ้ำอ้าวจากไ
اقرأ المزيد

บทที่ 8

ยามก้มหน้าพูดจาอึกอัก กู้สืออี้จึงชักปืนออกมาทันที “พูด!”เขาตกใจจนเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น “คุณหนูรองฉินพาตัวคุณนายออกไปครับ พวกผมพยายามขวางแล้ว แต่ขวางไม่อยู่จริงๆ”พอได้ยินชื่อฉินเจียวเจียว กู้สืออี้ก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกแม้ในใจจะรู้สึกตะขิดตะขวงว่าเธอทำเกินหน้าที่ไปหน่อย แต่อย่างน้อยฉินหยวนเยว่ก็ยังอยู่ที่นี่“พาฉันไปหาเธอ”กู้สืออี้สั่งเสียงเย็นเขาเดินออกมาจากคุกใต้ดิน แต่กลับเห็นคนกลุ่มหนึ่งวิ่งลงมาอย่างรีบร้อนแต่ไกลกู้สืออี้ชะงักฝีเท้า ขมวดคิ้วมุ่นเพราะคนที่นำหน้ามาคือ… ฉินเฟิง พ่อของฉินหยวนเยว่แววตาของกู้สืออี้ฉายแววซับซ้อน ริมฝีปากบางขยับเอ่ย “ตามพวกเขาไป”เขาแอบตามฉินเฟิงไปตลอดทาง ทันทีที่เข้าใกล้ก็ได้ยินเสียงตะโกนเกรี้ยวกราดของฉินเจียวเจียว“อะไรนะ?! คนหายไปเหรอ?!”ฝีเท้าของกู้สืออี้หยุดชะงักทันที“พวกแกเฝ้าคนกันยังไง? ผู้ชายอกสามศอกตั้งสิบกว่าคน เฝ้าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวไม่อยู่เนี่ยนะ?! ไอพวกเศษสวะไร้ประโยชน์!”กู้สืออี้ขยับเข้าไปใกล้ห้อง พอเห็นสภาพของฉินเจียวเจียวก็ต้องอึ้งไปริมฝีปากของเธอซีดขาว ดูอ่อนแอไร้เรี่ยวแรง แต่แววตากลับเต็มไปด้วยรังสีอำมหิ
اقرأ المزيد

บทที่ 9

“เจ้าพ่อครับ ภาพจากกล้องวงจรปิดเกี่ยวกับคุณนายอยู่ที่นี่ทั้งหมดแล้วครับ”กู้สืออี้เสียบชิปเข้ากับคอมพิวเตอร์ หน้าจอเด้งภาพใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความชั่วร้ายของฉินเจียวเจียวขึ้นมาทันทีเธอลากฉินหยวนเยว่ที่ร่างกายอ่อนแอออกมาจากคุกใต้ดิน“ฉันจะให้พี่ดูความสุขของฉันด้วยตาตัวเอง! แล้วก็อกแตกตายเพราะความอิจฉาไปซะ!”เขาขมวดคิ้วปรับเลื่อนช่วงเวลาของวิดีโอ ในที่สุดก็ได้เห็นวินาทีที่ฉินเจียวเจียวหลุดปากพูดความจริงออกมา“งั้นฉันบอกความลับให้ฟังอีกเรื่องก็แล้วกัน จริงๆ แล้วเด็กที่แท้งไปวันนั้นไม่ใช่ลูกของกู้สืออี้หรอก”“ตระกูลของพวกเขาเข้มงวดเรื่องทายาทมาก แทนที่จะโดนจับได้ทีหลัง สู้ให้มันหายไปตอนนี้เลยจะดีกว่า”“ต้องขอบคุณพี่มากเลยนะ พี่สาวที่แสนดีของฉัน”……กู้สืออี้เบิกตากว้าง กวาดข้าวของบนโต๊ะลงพื้นจนหมดเกลี้ยง“นังสารเลว!”ที่แท้ก็เป็นแบบนี้ ที่แท้คนที่หลอกลวงเขามาตลอดคือคนอื่น!วิดีโอเล่นมาถึงฉากในงานแต่งงานเสียงในวิดีโอดังขึ้น เป็นเสียงเขาที่แนะนำกับทุกคนว่า “นี่คือภรรยาของผม ฉินเจียวเจียว”หัวใจของกู้สืออี้บีบรัดแน่น เขาขยายภาพหน้าจอโดยสัญชาตญาณ พยายามเพ่งมองสีหน้าของฉินหยวน
اقرأ المزيد

บทที่ 10

(มุมมองนางเอก)ในที่สุดฉันก็มาถึงประเทศ Dตอนแรกที่เลือกที่นี่ ไม่ใช่แค่เพราะที่นี่ไม่มีอิทธิพลของกู้สืออี้แต่เพราะนี่คือความฝันในอดีตของฉัน ฉันอยากเป็นหมอภาคสนามหลังจากแต่งงานกับกู้สืออี้ เขาก็ไม่ยอมให้ฉันออกไปทำงาน เพราะกลัวคนอื่นจะเข้าหาฉันแล้วใช้เป็นเครื่องมือข่มขู่เขาถึงฉันจะไม่ได้จบจากคณะแพทยศาสตร์ แต่การติดตามกู้สืออี้ไปในสมรภูมิรบตลอดหลายปีนี้ เพื่อปกป้องเขา และเพื่อปกป้องตัวเอง ฉันจึงได้เรียนรู้วิชาการแพทย์พื้นฐานมามากมายหลายปีมานี้ ฉันเห็นคนตายต่อหน้าต่อตามานับไม่ถ้วนมีทั้งพ่อค้ายาที่ชั่วช้าสามานย์ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่โดนลูกหลงทุกครั้งที่เห็นพวกเขาล้มลงต่อหน้า ในใจฉันเจ็บปวดเหลือเกินและนี่ก็คือจุดที่ฉันกับกู้สืออี้แตกต่างกันที่สุดเขาไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องพวกนี้ เพราะการเป็นเจ้าพ่อจะใจอ่อนไม่ได้ เขาต้องเลือดเย็นไร้ความปรานี ถึงจะปกป้องลูกน้องได้พอนึกถึงใบหน้าอันเย็นชาของเขา หัวใจฉันก็ยังปวดแปลบๆเหมือนกับแผลที่มือที่ยังไม่หายดีแต่ฉันเชื่อว่า เมื่อเวลาผ่านไป ฉันจะก้าวผ่านมันไปได้อย่างแน่นอนอีกอย่างที่ประเทศ D ฉันได้เพื่อนดีๆ และยังมีเสิ่นเจ๋อรุ่ยอย
اقرأ المزيد
السابق
12
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status