LOGIN-๘-
เธอคือภรรยาของผม
“เธอคือราตรี ภรรยาของผมเองครับ” ดูเหมือนว่าคุณสิงห์จะต้องรีบตอบ เพราะไม่อยากให้ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาสุดเก๋ เป็นที่หมายตาของสาวๆ ในพระนครแบบคุณปรเมศ จ้องมองราตรีนานมากไปกว่านี้ อาการร้อนรนแปลกๆ ในใจก่อตัวขึ้น
เหมือนว่าเขากำลัง ‘หวง’หล่อนอย่างจริงจัง
ปรเมศลดสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องจนเกินงามลงทันที ตอนแรกเขานึกว่าหล่อนคงเป็นน้องสาวหรือญาติของคุณสิงห์ มากกว่าที่จะเป็นภรรยา เพราะหน้าของเธอยังอ่อนเยาว์ เป็นสาวรุ่นเด็กในสถานบันเทิงของเขา
แต่… ในตอนนี้เขาควรรักษาระยะห่างเอาไว้ก่อนเพื่อมารยาท
“แหม กระผมก็นึกว่าเธอเป็นน้องสาวคุณนะครับ เธอยังดูเด็กอยู่เลย”
“ไม่เด็กนะครับ เธออายุยี่สิบแล้ว” ปรเมศเอียงคอมองหล่อน
ใบหน้าหล่อเหลาแบบนี้ สาวที่ไหนเห็นก็คงหลงรักทันที ไม่เหมือนกับใบหน้าของคุณสิงห์ ถึงจะหล่อแต่ก็ดูเป็นคนที่เข้าถึงยากกว่ามาก ไม่ได้หน้าเป็นมิตรกับทุกคน สมชื่อสิงห์
“นึกว่าสิบหกสิบเจ็ด” เขาพูดยิ้มกรุ้มกริ่ม
แต่ใบหน้าของราตรีไม่ได้มีแววพิศวาสอะไรเขาเลยแม้แต่นิด นอกจากความตกใจและอยากจะเข้าไปตบหน้าเขาอีกสักฉาดให้หายแค้น
เรื่องอะไรที่คนคนนึงจะหน้าเหมือนสามีเก่าของหล่อนได้ขนาดนี้ หากไม่ใช่เรื่องบังเอิญหล่อนก็คงว่า ฟ้ากลั่นแกล้งให้เธอ อย่าเพิ่งดีใจจนลืมตัวตนที่แท้จริงของตัวเองไปก่อน
“ราตรี เป็นอะไรรึเปล่า” คุณสิงห์เรียกภรรยา ที่ตอนนี้ยืนหน้าซีดเผือด หญิงสาวกระพริบตาถี่ และเรียกสติตัวเองให้กลับมาให้เร็วที่สุด
‘เขาไม่ใช่ปกรณ์ แค่…หน้าเหมือนเท่านั้น’ หล่อนรีบเตือนสติตัวเองอย่างรวดเร็ว
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ"
“ยินดีครับ” ปรเมศยื่นมือออกไปเชกแฮนด์ หมายว่าจะทำความรู้จักกับเธอแบบฝรั่ง ราตรียกมือไหว้เขาแทน ทำให้นายปรเมศต้องยื่นมือเก้อ
อาการของราตรีอยู่ในสายตาของนายคนขายไก่ทุกอิริยาบถ หล่อนช่างไว้ตัว วางตัวได้เหมาะสม เหมือนนางพญาที่อ่อนน้อม แม้การแต่งงานของเขาจะเป็นเรื่องหลอก แต่เขารู้สึกว่าหล่อนเป็นผู้หญิงที่คู่ควรและเหมาะสมอย่างที่สุด
“เราเข้าไปข้างในกันเถอะ ผมจัดเตรียมอาหารเช้าไว้ให้คุณปรเมศแล้วครับ”
คุณสิงห์เอ่ยชวนแขก
“เชิญครับ” ปรเมศผายมือให้ราตรีเดินไปก่อนอย่างสุภาพ ใจหล่อนตอนนี้เต้นแรงเหมือนจะระเบิด หลายความรู้สึกปะปนกันอยู่ ทั้งอึดอัด โกรธ แต่ต้องวางตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น…
หญิงสาวเดินนำไปที่โต๊ะอาหาร ป้าสร้อยกับจันทร์เจ้ายืนคอยท่าอยู่แล้ว พร้อมกับเจ้าแก้วเจ้ากล้า ที่นั่งคอยที่โต๊ะอาหารอย่างเรียบร้อยด้วยชุดเอี๊ยมค่อนข้างเป็นทางการ หน้าขาวด้วยแป้งประแจะที่พวงแก้มยุ้ยน่าเอ็นดู เด็กๆ คงเพิ่งอาบน้ำเสร็จ
ข้าวต้มหมูกลิ่นหอมยั่ว โรยหน้าด้วยผักชีและไชโป๊หวานเค็มน้อยๆ สวยน่ากินจนราตรีเผลอกลืนน้ำลายไม่รู้ตัว
“อาหารไทยเราทั้งสวยน่ากินทั้งอร่อย ผมไปเมืองนอกหลายปี คิดถึงจนอยากจะกลับบ้านทุกวันเลยเชียวครับ”
“แหม คุณปรเมศล่ะก็ ยังไม่ได้ลองชิมเลยนะคะ คุณรู้ว่าอร่อยได้ยังไงกัน”
ป้าสร้อยยิ้ม เมื่อได้รับคำชมในอาหารที่ตั้งใจทำสุดฝีมือ โดยแขกคือลูกชายเจ้าสัวผู้ร่ำรวย หล่อเหลา และปากหวาน ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่ในบ้านเขินม้วนกันเป็นแถบ
“แค่มองก็รู้ว่าอร่อยแน่ครับ” เขาเอ่ยยิ้มกรุ้มกริ่ม ทอดสายตามองไปที่ราตรีอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ คำพูดของเขาเหมือนจะแอบจีบใครบางคนอยู่
ราตรีทำเฉย แต่คนขายไก่กลับรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที หน้าร้อนผ่าวๆ
เคยได้ยินว่า ‘หมอนี่เป็นเสือผู้หญิงที่แยบยล เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกได้ไม่เท่าไหร่ก็สร้างชื่อเสียงให้คนซุบซิบ ลูกใครเมียใครไม่สนถ้าเขาพอใจ และเพราะหน้าตาและฐานะดึงดูดสาวๆ ได้อย่างไม่ยาก วันนี้ได้มาเห็นกับตาตัวเอง ดูท่าว่าเขาจะพอใจราตรีเข้าให้แล้ว’
“ทานให้อร่อยนะคะ” ป้าสร้อยยิ้มบอกกับลูกชายเจ้าสัว ส่วนจันทร์เจ้ายืนม้วนเป็นนางอายอยู่ข้างฝาผนังบ้านกับสไบ
เริ่มทานไปสักพัก ราตรีเหมือนว่าจะทานไม่ค่อยลงเท่าไหร่ ปรเมศเอื้อมมือไปตักผักโรยให้ราตรีเมื่อเห็นเธอเอื้อมมือลำบาก
“ขอบคุณค่ะ” หล่อนโค้งศีรษะเล็กน้อย
เจ้ากล้ามองเจ้าหนุ่มปรเมศอย่างไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ เขาที่นั่งข้างกับพ่อสิงห์ใช้ข้อศอกจิ๋วสะกิดคนเป็นพ่อ ทำหน้าพยักพะเยิดให้พ่อรินน้ำให้ราตรีบ้าง
คุณสิงห์หันไปรินน้ำให้กับราตรี เจ้าแก้วเจ้ากล้ายิ้มฟันหลออย่างชอบใจ
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวทำตัวไม่ถูก เหมือนตอนนี้เธออยู่ในสงครามอะไรสักอย่าง
“สงสัยว่าผมคงต้องมาฝากท้องที่นี่บ่อยๆ แล้วล่ะครับ อาหารอร่อยเหลือเกิน” ปรเมศเอ่ยขึ้นมา
“แม่ราตรีบอกว่าจะทำไก่ทอดให้กินด้วยนะคะ” เจ้าแก้วสาวน้อยเอ่ยขึ้น หมายจะอวดคนเป็นแม่เลี้ยงให้แขกฟัง
ปรเมศเลิกคิ้ว หันไปมองหน้าราตรี
“ไก่ทอดเหรอครับ แบบที่ทางใต้เขาหมักกินกันรึเปล่า” ราตรีส่ายหน้า ไม่รู้จะอธิบายยังไง
ความจริงมันก็คล้ายๆ กับไก่เคเอฟซี เพียงแต่ พ.ศ. นี้ หล่อนไม่รู้ว่าอีตาผู้พันแซนเดอร์สเกิดมาหมักไก่ทอดแล้วหรือยัง หล่อนเลยไม่สามารถอธิบายให้เขาเข้าใจได้
“ใช้แค่เกลือ น้ำตาล ไข่ หมักสามเกลอ (รากผักชี กระเทียม พริกไทย) ค่ะ วิธีการคือทำให้ไก่ฟูกรอบด้วยแป้งสาลี สลับการชุบกับน้ำ แล้วทอดในน้ำมันที่ร้อนจัด” เธออธิบายไปอย่างที่คิดว่าทุกคนจะเข้าใจ
แต่ตรงกันข้าม สถานที่นั้นกลับเงียบกริบด้วยอาการทึ่งและงง วิธีการทอดไก่แบบนี้ไม่เคยปรากฏในสูตรอาหารใดๆ ที่ประเทศไทย
“มันจะไม่แข็งหรือคะ” จันทร์เจ้าเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย
“ไม่หรอกจ่ะ วิธีการนี้ จะทำให้แป้งกรอบ ยิ่งทอดด้วยน้ำมันที่ร้อนพอดี จะทำให้ไก่มันอมน้ำมัน แล้วฉันจะลองทำให้กินนะ” ราตรีรีบบอกคนรับใช้เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
ดูจากน้ำเสียงแล้ว คนที่นี่คงไม่เคยเห็นไก่ทอดแบบใหม่แบบสับแน่ๆ
“น่าสนใจนะ ผมอยากจะเห็นหน้าตามันแล้วสิ ว่าจะออกมาเป็นยังไง” คุณสิงห์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงใจจริงๆ ราตรียิ้มให้คุณสิงห์อย่างอ่อนโยน
“ไว้ฉันจะทำให้คุณทานนะคะ”
“ผมเองก็อยากลองทานครับ ถ้าหากว่าคุณราตรีลงมือทำ อย่าลืมโทรเรียกผมนะครับ จะมาในทันทีเลย” ตาปรเมศรีบทำคะแนนต่ออย่างไม่ลดละ ไม่ยอมปล่อยให้คุณสิงห์ที่เป็นผัวเขาได้มีสิทธิ์พูดอะไรต่อ
“ถ้าอิ่มกันแล้ว ผมเชิญคุณปรเมศที่ห้องหนังสือเลยนะครับ เราจะได้คุยธุระกันต่อ” คุณสิงห์เอ่ยเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย
ราตรีไม่ได้คิดไปเองใช่ไหม ที่สายตาคมกริบของคนขายไก่เริ่มออกอาการไม่พอใจอย่างมาก ที่ปรเมศจ้องไม่ลดละมาทางเธอ อีกทั้งยังใช้น้ำเสียงอ่อนเสียงหวานดูผิดธรรมชาติของผู้ชายปกติ
‘และใช่แล้ว… หน้าตาแบบนี้ บุคลิกแบบนี้ แบบนายปรเมศ ที่เธอเคยเจอเมื่อชาติก่อน ผู้หญิงที่ไหนได้เห็นคงต้องมีหวั่นไหวกันบ้าง หลงคารมจนยอมแต่งงานด้วย แต่สุดท้ายก็เจ้าชู้ตัวพ่อ’
หญิงสาวหลีกเร้นตัวเองขึ้นมาอยู่ข้างบนห้องนอนตามเดิม เพราะไม่อยากเจอหน้านายปรเมศนั่นอีก คลื่นเหียนเหมือนจะคลื่นไส้ ไม่ได้เป็นเพราะหล่อนจะคิดถึงคะนึงหานายปกรณ์คนรักเก่าของเธอหรอก แต่ว่าหล่อนเกลียดจนไม่อยากจะปั้นหน้าคุยด้วยได้อีก
หวังว่าคงไม่เจอกันอีกแล้ว สาธุ! หนีมาเจ็ดสิบกว่าปี ยังอุตส่าห์ตามมายืนลอยหน้าลอยตาได้อีก อยากจะบ้า!
เธอเก็บผ้าเก็บผ่อนจัดห้องฆ่าเวลา จนคนขายไก่เดินมาเคาะประตู คาดว่าแขกของบ้านคงกลับไปแล้ว ฟังได้จากเสียงรถยนต์ที่เคลื่อนออกไปจากบ้านเมื่อห้านาทีก่อน
“เป็นยังไงบ้างคะ แขกกลับแล้วเหรอ” ราตรีถามไปอย่างนั้น
“ทำไมไม่รอส่งแขกหน่อยล่ะ เขาถามถึงคุณด้วยตอนคุยธุรกิจ” เสียงคนขายไก่ของเธอสะบัดเล็กน้อย…
‘นี่เรื่องอะไรจะต้องมาเคืองเธอล่ะ หล่อนไม่รู้ไม่เห็นกับนายปรเมศนั่นสักหน่อย’“ฉันไม่ค่อยว่างค่ะ หรือว่าคุณอยากให้ฉันอยู่คุยกับเขาล่ะ" หญิงสาวเอ่ยถาม มองไปยังร่างสูงที่ตอนนี้ยืนอยู่ใกล้เธอเพียงแค่ช่วงแขน
หล่อนรู้ว่าเขามีบางอย่างในดวงตาคู่นั้น แต่หล่อนไม่กล้าที่จะคิดไปไกล เรื่องการแต่งงานเป็นเรื่องหลอกลวงที่เขาใช้หล่อนเป็นไม้กันหมาอย่างสองแม่ลูกนั่นเท่านั้น ได้แต่เตือนตัวเองว่าถ้าไม่อยากเจ็บปวด ก็อย่าเอาใจไปเล่นกับเรื่องของความรักอีก
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายกระทบจมูก ทำเอาใจสั่นไหวแปลกๆ ความคิดวาบหวามแล่นเข้ามาในหัว
“ผมไม่อยากให้ใครได้เห็นคุณทั้งนั้น” เขาเอ่ย เหมือนเป็นคำพูดที่ไม่ได้ตั้งใจพูดมากนัก แต่มันดังเข้าไปถึงใจของรัตติอย่างห้ามไม่ได้
“นี่คุณ หึงฉันเหรอ” แววตาหญิงสาวล้อเลียนอย่างน่าเอ็นดู
คุณสิงห์ช้อนคางหญิงสาวขึ้นมาจนชิด “ถ้าบอกว่าใช่… หล่อนจะรับผิดชอบยังไงเหรอ” เสียงทุ้มต่ำเซ็กซี่จนเธอแอบกลืนน้ำลายลงคอเบาๆ
ตาสบตา ชายหนุ่มค่อยๆ เลื่อนตัวเข้าชิด ดวงตาคู่งามไม่สะท้านหรือหวาดกลัว
ปากกระจับเล็กๆ อมชมพูของหล่อนจะหวานขนาดไหนกัน ยากแล้วที่จะอดใจได้ไหว
‘เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้ภวังค์ฝันของทั้งสองสลายในพริบตา’
“คุณพ่อขา แก้วอยากไปตลาดด้วย” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กสาวดังมาจากด้านนอก
“พรุ่งนี้ได้ยินว่าคุณจะเข้าไปพระนคร” ราตรีถามกลบเกลื่อน หน้าแดงขึ้นมาจนคนตรงข้ามสังเกตได้
“ผมจะไปทำธุระ ถ้าคุณอยากไปเดินห้างด้วย ผมจะพาไป”
“ห้างในพระนครเหรอคะ”
“ตลาดติดแอร์ เดินสบายไม่ร้อน” เขาอธิบายให้หล่อนฟัง ราตรีตาโต โอกาสได้เข้าไปเที่ยวมาถึงแล้ว อย่างนี้จะพลาดไม่ได้เด็ดขาด
“ฉันไปค่ะ” หล่อนเขย่ามือคุณสิงห์อย่างดีใจ ชายหนุ่มมองมือหล่อนที่กุมเขาไว้ อมยิ้มอย่างชอบใจ
“จับแบบนี้ ผู้ชายเขาก็คิดว่าหล่อนมีใจนะ” ใบหน้าหล่อๆ ยิ้มให้เธอ เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเขายิ้มออกมา
“แล้วใครบอกว่าฉันไม่มีใจล่ะคะ” หญิงสาวเอ่ย ก่อนจะเดินไปเปิดประตูหาเจ้าแก้ว ทำเอาคนขายไก่ยืนอึ้งเหมือนโดนสะกดไปเป็นนาที
เขาคงไม่รู้หรอกว่าสาวอายุสามสิบในอีกเจ็ดสิบปีข้างหน้า ชีปัง ชีกล้าขนาดไหน แล้วชีก็ไม่หลงมุกขอมาทานข้าวที่บ้านของนายปรเมศอะไรนั่นหรอก…
วางใจได้เลยว่าการเลือกครั้งต่อไปไม่มีผิดแน่…
ตอนพิเศษ 2ภายในสำนักงานใหญ่ของร้านไก่ทอดแม่ราตรี...ยามใกล้ค่ำ ‘คุณหนูดาราราย’ ที่กำลังนั่งขยับปลายนิ้วกดเครื่องคิดเลขและตรวจเช็กบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่ที่หลังเคาน์เตอร์อย่างคล่องแคล่วว่องไว ภาพของเด็กสาวเอาแต่ใจในอดีตมลายหายไปจนสิ้น บัดนี้ดารารายในวัยใกล้ ๒๘ ปี ได้เติบโตกลายสภาพเป็นนักธุรกิจสาวรุ่นใหม่ไฟแรงผู้ทรงเสน่ห์และเปี่ยมด้วยความสามารถรอบด้านหล่อนประสบความสำเร็จล้นหลามจากการสร้างแบรนด์ห้องเสื้อผ้าของตนเองจนเริ่มชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วพระนคร อีกทั้งยังรับหน้าที่สำคัญเป็น ‘ผู้จัดการใหญ่’ คอยควบคุมงานดูแลรายละเอียดของร้านไก่ทอดแม่ราตรีในทุก ๆ สาขา มาดคุณหนูไฮโซตระกูลใหญ่แปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งขรึม เป็นผู้ใหญ่ และมีวิสัยทัศน์เฉียบแหลมจนคุณสิงห์และราตรีเอ่ยปากชมไม่ขาดสายด้วยรูปโฉมที่งดงามบวกกับดีกรีความเก่งกาจ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสักนิดที่จะมีบรรดาชายหนุ่มโปรไฟล์ดี ทั้งลูกท่านหลานเธอ ข้าราชการหนุ่มอนาคตไกล และนักธุรกิจใหญ่พากันแวะเวียนมาขายขนมจีบหยอดคำหวานเพื่อขอขายความรักดึงหล่อนไปครอบครองกันจนหัวบันไดไม่แห้งทว่า... ดารารายกลับไม่ได้มีท่าทีสนใจหรือปันใจให้ชายหน้าไหนเลยแม้แต่นิ
ตอนพิเศษ สายลมโชยพัดผ่าน หอบเอากลิ่นหอมกรุ่นของแป้งและสมุนไพรสูตรลับโชยฟุ้งไปทั่วทั้งสายถนน... เวลาผันผ่านล่วงเลยไปถึง ๖ ปีเต็ม บัดนี้ชื่อเสียงของ ‘ร้านไก่ทอดแม่ราตรี’ ได้ยกระดับแปรเปลี่ยนกลายเป็นตำนานความอร่อยคู่พระนคร กิจการเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ขยายอาณาจักรและกระจายสาขาออกไปทั่วทั้งเขตกรุงเทพมหานครรวมถึงจังหวัดใกล้เคียง แม้เงินทองและชื่อเสียงจะไหลมาเทมาปานสายน้ำ ทว่าสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตของราตรีและคุณสิงห์ กลับไม่ใช่ทรัพย์สินนอกกายเหล่านั้นหากแต่เป็น ‘โซ่ทองคล้องใจ’ ตัวน้อยๆ เพิ่มขึ้นมาถึง ๒ คน ที่เข้ามาเติมเต็มให้บ้านแห่งนี้ชื่นมื่นในทุกรุ่งอรุณลูกคนโตเป็นเด็กชายวัย ๖ ขวบ นามว่า ‘แดนสิงห์’ ชายหนุ่มตัวน้อยผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมกริบและมาดนิ่ง ถอดแบบความนิ่งขรึมของคุณพ่อสิงห์มาทุกตารางนิ้ว ส่วนลูกคนเล็กเป็นเด็กหญิงวัยกำลังน่ารักน่าเอ็นดูนามว่า ‘ดวงใจ’ เด็กหญิงตัวน้อยช่างพูดช่างเจรจา ถอดรหัสความฉลาดหลักแหลมมาจากคุณแม่ราตรีไม่มีผิดเพี้ยนภาพความน่ารักน่าเอ็นดูที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันจนกลายเป็นที่ชินตาของคนงานในร้าน คือภาพของอดีตเจ้าพ่อมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต บัดนี้สลัดคราบเสื
-๖o-จบบริบูรณ์ร่างสูงใหญ่ของคุณสิงห์บัดนี้สะบักสะบอมจนแทบดูไม่ได้ หยาดโลหิตสีแดงฉานไหลซึมชโลมท่วมเนื้อตัว หลังจากนายพลตำรวจใหญ่ผู้บัญชาการยอมเปิดทางปล่อยให้คุณสมบูรณ์และสมุน ระดมหมัดและเท้าซ้อมทรมานคนที่ฆ่าลูกชายจนหนำใจ นายสมบูรณ์เอื้อมมือไปชัก ‘มีดพกสั้นเล่มคม’ ออกมาจากกระเป๋าผ้าเสื้อ'มันคือมีดพกสั้นด้ามเดียวกับที่คุณสิงห์ใช้ปาดคอหอยของวสันต์ตายคากองเลือดนั่นเอง'คุณสมบูรณ์สาวเท้าฉับ ๆ ตรงดิ่งเข้ามาหาคุณสิงห์ที่นอนฟุบอยู่บนพื้นปูน ยื่นมือหนาไปจิกผมของอดีตเจ้าพ่อมาเฟียให้เงยใบหน้าอาบเลือดขึ้นมาเผชิญหน้ากัน แต่แม้คมมีดมรณะจะจ่ออยู่ชิดติดลูกกระเดือก นัยน์ตาคู่คมปลาบของคุณสิงห์กลับไม่ได้ฉายร่องรอยแห่งความหวาดกลัวหรือขวัญหนีดีฝ่อฉายชัดออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว“เก่งมาก... ไอ้สิงห์ มึงนี่มันเก่งกาจสมคำร่ำลือ สมกับที่เป็นอดีตเจ้าพ่อมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่จริง ๆ ... แต่กูจะบอกอะไรให้เอาบุญนะ มึงริอ่านมาเล่นงานผิดคนแล้วโว้ย! คืนนี้มึงจงตายตกต่ำลงนรกไปชดใช้กรรมตามลูกชายกูเดี๋ยวนี้เลย”คุณสมบูรณ์เค้นเสียงลอดไรฟันเตรียมลงทัณฑ์คุณสิงห์กัดกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน... ในวินาทีวิกฤตที่ความตายก้าวเท
-๕๙-ได้โปรด กลับมาหาผมบานประตูไม้พลันเปิดออกพร้อมร่างของผู้บัญชาการตำรวจใหญ่ที่เดินหน้าถอดสี เสียอาการ ก้าวเท้าฉับ ๆ หลบฉากออกมาด้านนอก ชายชราจัดแจงสีหน้าก่อนจะตรงดิ่งเข้ามาหา ‘ราตรี’ ที่นั่งรออยู่ พลางแสร้งกระแอมไอกลบเกลื่อนความชั่วร้าย ยื่นหน้าเข้ามาเปิดฉากตั้งโต๊ะสอบสวนป้ายสีเหยื่อสาวทันที“เอาล่ะคุณราตรี... ผมจะพูดตรง ๆ นะ คดีนี้ถ้าจะให้เรื่องมันจบง่าย ๆ คุณก็ต้องเซ็นอนุมัติยอมรับข้อกล่าวหาว่า... คุณน่ะ ‘สมยอม’ ก้าวขาขึ้นรถตามผู้การวสันต์ไปที่คฤหาสน์ลับด้วยความเต็มใจเอง ทว่าเพราะไอ้สิงห์สามีของคุณมันเกิดความหึงหวงหน้ามืดตามัว มันเลยแอบลอบเร้นตามไปบุกฆาตกรรมปาดคอหอยผู้การวสันต์ถึงในห้องนอน! เรื่องมันเป็นแบบนี้ใช่ไหม!”คำป้ายสีตอแหลชั่วช้าทำเอาไฟโทสะของราตรีพุ่งแล่นพรวดพราดขึ้นสมอง หล่อนโมโหจัด ตวัดสายตาจ้องหน้าหัวหน้าตำรวจเฒ่า พลางตอกกลับเสียงดังลั่นโรงพักอย่างไม่เกรงกลัวเกรง“นี่คุณตำรวจถึงกับลดตัวลงมาปรักปรำหน้าตาเฉย หาว่าฉันสมยอมหนีตามไอ้วสันต์ไป ทั้งที่ฉันมีสามีแต่งงานถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการใส่ความที่สกปรกชั่วช้าที่สุด เท่าที่มนุษย์จะคิดอ่านขึ้นมาได้เลยค่ะ!”ราตรีสูดลมหายใจ
-๕๘-เครื่องคุ้มภัยในเวลาเดียวกันทางฝั่งคฤหาสน์ลับ... ความโล่งอกของราตรีมลายหายไปในชั่วพริบตา ในขณะที่คุณสิงห์กำลังช่วยประคองประคองร่างบอบบางของภรรยาก้าวเดินขึ้นรถยนต์เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ จู่ ๆ แสงไฟหน้ารถนับสิบคันก็สาดส่องเข้ามาจนตาพร่า พร้อมกับเสียงสัญญาณไซเรนของรถตำรวจสังกัด ‘ผู้บัญชาการ’ เจ้านายของวสันต์ ที่แล่นเข้ามาจอดปิดล้อมทางเข้าออกไว้ทุกทิศทุกทาง!นายตำรวจเลวนับสิบชีวิตพร้อมอาวุธปืนครบมือกรูกันลงมาจากรถ พุ่งเข้าล็อกตัวคุมเชิง และจับกุมคุณสิงห์รวมถึงทีมงานนักฆ่าสองสามคนไว้ทันทีที่แท้... ไอ้ผู้บัญชาการเพิ่งจะได้รับสายตรงสั่งการด่วนมาจาก ‘คุณสมบูรณ์’ ขั้วอำนาจใหญ่บารมีล้นฟ้าผู้เป็นพ่อของวสันต์ ให้ส่งกำลังมาช่วยอารักขาลูกชายและถล่มฝั่งคุณสิงห์ ทันทีที่คนใช้ในบ้านลนลานวิ่งออกมารายงานด้วยใบหน้าซีดเผือดว่า พันตำรวจเอกวสันต์โดนคุณสิงห์ปาดคอหอยตายสนิทคากองเลือดไปเรียบร้อยแล้ว คุณสมบูรณ์ที่รับฟังสถานการณ์ผ่านสายโทรศัพท์ก็ถึงกับคลั่งจัดจนฟิวส์ขาด ระเบิดคำสั่งผ่านปลายสายทันที!“จับเป็นไอ้สิงห์และพรรคพวกอย่าให้พวกมันรอดชีวิตออกไปเห็นแสงตะวันเด็ดขาด”“คุณตำรวจคะ! พวกคุณกำลังเข้าใ
-๕๗- จบสิ้นความแค้นที่ยาวนานในขณะที่ภายในห้องนอนด้านบนอบอวลไปด้วยคราบเลือดระยำของวสันต์... ทางด้าน ‘สาวิตตรี’ ที่กบดานอยู่ฝั่งปีกซ้ายของคฤหาสน์ลับ บัดนี้หล่อนกำลังยืนรับฟังรายงานด่วนจากคนใช้ส่วนตัวด้วยใจระทึก ทันทีที่ทราบข่าวว่าไอ้ผู้การโรคจิตวสันต์โดนคุณสิงห์บุกเข้ามาปาดคอหอยเรียบร้อยคามือ แทนที่หล่อนจะตื่นตระหนกตกใจ หญิงสาวกลับขยับรอยยิ้มหยันสะใจพลางแค่นหัวเราะร่าออกมาอย่างไม่ใยดี“สมน้ำหน้ามัน! ไอ้หน้าโง่วสันต์... นึกว่ามีเส้นสายหนาเป็นตำรวจใหญ่แล้วจะเก่งกาจคับฟ้าเมืองไทย ที่ไหนได้... โง่เง่าตัณหากลับจนโดนบุกมาเชือดคอคาเตียงนอน สะใจจริงๆ”สาวิตตรีสบถสะใจทว่ามือบางกลับไม่นิ่งเฉย หล่อนรีบกุลีกุจอจัดแจงโกยเอาแก้วแหวนเงินทองและทรัพย์สินมีค่าทั้งหมดลงกระเป๋าเดินทางใบย่อมอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมพร้อม ‘หนีตาย’ มุ่งหน้าไปยังท่าเรือเจ้าพระยาตามแผนการลับที่หล่อนแอบติดต่อวางหมากสำรองไว้ตั้งแต่เริ่มแรก หญิงสาวจัดแจงหยิบผ้าคลุมผืนหนาขึ้นมาคลุมหน้าคลุมตาและอำพรางเนื้อตัวอย่างมิดชิด ก่อนจะรีบแอบเร้นตัวย่องลงบันไดก้าวขึ้นรถยนต์ค







