Masukรัตติ หญิงสาวในยุคปัจจุบัน ประสบอุบัติเหตุและได้ย้อนเวลาไปเกิดใหม่ในร่างของหญิงสาวยากจน อีกทั้งยังถูกขายต่อให้กับพ่อค้าไก่อดีตมาเฟีย ที่มีแต่คนเล่าลือว่าเหี้ยมโหดที่สุดในยุค
Lihat lebih banyak- ๑ -
เกิดใหม่
พ.ศ. ๒๕๖๘
มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด... ที่เธอต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ พร้อมคราบน้ำตาที่ยังไม่ทันแห้งอาบแก้ม ทั้งที่เธอทุ่มเทความรักให้หมดหัวใจกับ ‘เขา’ คนที่เธอตั้งใจจะฝากชีวิตไว้ชั่วนิจนิรันดร์
แต่เขากลับหักหลังเธอไปแอบสมสู่กับผู้หญิงอื่น และผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... ‘เพื่อนรัก’ ที่เธอไว้ใจที่สุด ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วราวกับฝันร้าย
คืนนั้นช่างแสนยาวนานและหนาวเหน็บ รัตติ วิ่งหนีออกมาจากโรงแรมหรูอย่างคนเสียสติ หลังจากภาพบาดตาของชายโฉดหญิงชั่วที่นอนกอดก่ายกันบนเตียงคิงไซส์ในห้องเพนต์เฮาส์ ห้องเดียวกับที่เขาเคยพร่ำบอกรักเธอ มันกรีดลึกจนเกินรับไหว สิ่งเดียวที่สมองสั่งการคือต้องหนีไปให้ไกลที่สุด
ทว่ายิ่งเหยียบคันเร่งหนีเท่าไหร่ ภาพอุจาดตาเหล่านั้นกลับยิ่งตามหลอกหลอนคล้ายปีศาจ
เสียงเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์แผดร้องลั่น ฝ่าความมืดมิดบนท้องถนน ด้วยความเร็วทะลุนรก ด้านหลังพวงมาลัยหรูคือหญิงสาวที่ปล่อยให้น้ำตาบดบังทัศนียภาพจนฝ้าฟาง
แสงไฟสปอตไลท์จากหน้ารถบรรทุกสว่างวาบเข้ามาในตา
วินาทีนั้น... โลกทั้งใบสว่างโร่ราวกับกลางวัน มันสว่างพอที่จะทำให้เธอตระหนักว่า วาระสุดท้ายในชาตินี้ได้มาถึงแล้ว
‘หลังจากนี้...สวรรค์หรือนรกจะเปิดรับวิญญาณของเธอ ก็ไม่อาจทราบได้’
☠️ ═══ ☠️
พ.ศ. ๒๕๐๓
ซ่าส์!
น้ำเย็นเยียบ กลิ่นโคลนคละคลุ้งสาดเข้าเต็มใบหน้า รัตติสำลักพรวด ยันตัวลุกขึ้นนั่งโดยสัญชาตญาณ กลิ่นคาวแปลกๆ คล้ายน้ำในคลองแสนสกปรกท่วมท้นไปทั้งร่าง หญิงสาวไอโขลกจนตัวโยน ทั้งตกใจ ทั้งสะอิดสะเอียน
ใครกัน... ใครกล้าเอาท่อน้ำทิ้งมาสาดใส่คนอย่างเธอ
ยังไม่ทันหายใจได้ทั่วท้อง หญิงวัยกลางคนหน้าตาถมึงตึงก็ถลาเข้ามาจิกกระชากต้นแขนของเธอจนแทบหลุด อาการวิงเวียนคล้ายเพิ่งก้าวลงจากรถไฟเหาะตีลังกาทำให้ร่างกายโงนเงน ไร้เรี่ยวแรงจะพยุงตัว สมองอันตื้อชาพยายามประมวลผลอย่างหนัก ว่าเธอย้ายจากซากรถสปอร์ตมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
“ฉันนึกว่าแกจะตายห่าไปแล้ว! อีนี่... ถ้าอยากจะตายน่ะ มึงต้องทำหน้าที่ของมึงให้จบซะก่อน”
สีหน้าของผู้หญิงตรงหน้าเปี่ยมไปด้วยความเกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง นิ้วชี้สั่นระริกชี้ตรงมาที่หน้าเธอ ปากก็พ่นวาจาร้ายกาจไม่หยุด รัตติตาโต นั่งมองตาแป๋วด้วยความงุนงง นึกในใจว่าตัวเองไปก่อกรรมทำเข็ญอะไรไว้กับป้ามหาภัยคนนี้ ถึงได้มาเล่นบทตัวร้ายหลังข่าวใส่เธอตั้งแต่ลืมตา
“คุณ... เป็นใครเหรอคะ?” รัตติถามออกไป เสียงแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน
หญิงวัยกลางคนชะงักกึก จ้องมองใบหน้าซูบซีดนั้นอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเบ้ปากบุ้ยใบ้ด้วยความเหยียดหยาม ที่เห็นหลานกำพร้าตัวซวยประจำบ้านริอ่านใช้คำพูดคำจาสะอาดหู
“แหม! มึงไปเอาคำพูดคำจาดัดจริตแบบนี้มาจากไหนหะ กระแดะจะพูด ‘คะ’ พูด ‘ขา’ ฟังแล้วมันบาดหูเว้ย”
พอสติเริ่มเข้าที่ คิ้วเรียวของรัตติก็ขมวดคิ้ว ยัยป้าปากปลาร้าคนนี้ไม่มีผ่อนหนักผ่อนเบาเลยสักนิด เธอถามดี ๆ แต่กลับได้คำด่าสวนกลับมา หญิงสาวสะบัดศีรษะไล่ความงุนงง เตรียมจะอ้าปากสวนกลับตามวิสัยสาวมั่นปี 2568
ทว่า... มีบางอย่างผิดปกติ
รัตติก้มลงมองมือตัวเอง แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง ผิวพรรณที่เคยเนียนนุ่มจากการเข้าสปา บัดนี้กลับแห้งกร้าน และเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการทำงานหนัก เมื่อเธอหันไปมองเงาสะท้อนในกระจกบานเล็กรมดำเก่า ๆ ที่แขวนอยู่บนฝาฝาบ้านไม้ สตรีที่สะท้อนกลับมา... ไม่ใช่ตัวเธอ!
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด!”
เสียงกรีดร้องลั่นบ้านทำเอาป้าวัยกลางคนสะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดจนเกือบหงายหลัง ตกใจในท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ไม่กี่อึดใจ เสียงฝีเท้าหนักๆ จากด้านนอกก็วิ่งตึงตังเข้ามา
ผู้มาใหม่สองคนคือชายชราท่าทางใจดี และเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่สิ่งที่ทำให้รัตติต้องอ้าปากค้าง คือเครื่องแต่งกายของทั้งสามคน พวกเขาแต่งตัวหลงยุค ราวกับหลุดออกมาจากฟิล์มภาพยนตร์เก่าๆ ผู้หญิงนุ่งผ้าถุง สวมเสื้อคอกระเช้า ผู้ชายถอดเสื้อคาดผ้าขาวม้า ใส่กางเกงม่อห้อม ผิวพรรณดำแดด ทุกคนดูย้อนยุคไปหมด
“ผีบ้าเข้าสิงหรือไง” เด็กสาวรุ่นตวาดแหวใส่ด้วยความไม่พอใจ
‘ละไม’ ตวาดใส่ลูกพี่ลูกน้องที่นอนแน่นิ่งไป จนเธอนึกว่า ราตรี ได้สิ้นใจตายไปจริงๆ แต่จู่ๆเจ้าหล่อนกลับฟื้นขึ้นมาโวยวายเสียงดังลั่นบ้านราวกับคนบ้า หรือนังนี่กำลังแกล้งบ้าเพราะไม่อยากแต่งงานกันแน่?
“ราตรี... เอ็งเป็นอย่างไรบ้างรึ? ลุงเห็นเอ็งเป็นลมพับไป กำลังจะไปตามหมอมารักษา พอดีได้ยินเสียงเอ็งร้องโวยวายเลยรีบมาดู” สีหน้าและแววตาของคนเป็นลุงฉายแววความห่วงใยอย่างจริงใจ
“ฉันก็บอกพี่แล้วไง ว่ามันไม่ได้เป็นอะไรหรอก!” นางสมใจได้ทีรีบแทรก “มันแค่แกล้งสำออย เพราะรู้ว่าตัวเองกำลังจะถูกส่งไปแต่งงาน”
“แต่งงาน?!” คราวนี้รัตติอุทานลั่น สมองหมุนคว้างหนักกว่าเก่า
นี่เธอตื่นมาอยู่ในร่างของใครก็ไม่รู้ แถมยังกำลังจะถูกจับคลุมถุงชนอีกเหรอ?
ความคิดชั่ววูบสั่งการให้รัตติตัดสินใจกระชากตัวเอง วิ่งฝ่าวงล้อมของทั้งสามคนออกไปด้านนอก เธอต้องการเห็นกับตาว่าสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่ฝันกลางวัน หญิงสาวสายตากวาดมองไปรอบบริเวณ
บ้านที่เธออยู่เป็นเรือนไม้เก่าคร่ำครึ กลิ่นอับของผ้าเก่า ไม้ผุ และกองฟางโชยมาเตะจมูก สภาพทรุดโทรมจนไม่ต่างจากบ้านผีสิง
เมื่อหลุดออกมาพ้นชายคา หญิงสาวหมุนตัวคว้าง มองทัศนียภาพรอบด้านด้วยความเหลือเชื่อ ต้นไม้ครึ้มหนาทึบจนบดบังแสงแดด ถ้ามีใครบอกว่าเธอถูกลักพาตัวมาปล่อยไว้ในรีสอร์ทสไตล์ย้อนยุคกลางป่า เธอก็พร้อมจะเชื่อ!
ทันใดนั้น... ความทรงจำสายหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวราวกับกระแสไฟฟ้า
ภาพชีวิตของ ‘ราตรี’ เด็กสาวกำพร้าที่ลุงรับมาเลี้ยงดู แต่ไม่นานที่ป้ากับลุงมีทายาท ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
‘ป้าสมใจ’ สะใภ้ใหญ่ก็เริ่มตราหน้าว่าเธอเป็นตัวกาลกิณี ลดสถานะเธอให้กลายเป็นคนรับใช้ในบ้าน คอยรองรับอารมณ์ของ ‘ละไม’ ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนที่เกลียดเธอตามแม่
ราตรีโตมาด้วยการกินหัวเผือกหัวมัน วันสำคัญเท่านั้นถึงจะได้ลิ้มรสข้าวข้าวก้นบาตรหรือของดีๆ
รัตติตัวสั่นเทิ้ม น้ำตารื้นขึ้นมาด้วยความเวทนาเจ้าของร่างเดิม
น่าสงสาร... ชีวิตรันทดยิ่งกว่าละครน้ำเน่าหลังข่าวที่เคยผ่านตาเสียอีก
ไม่กี่นาทีต่อมา สามพ่อแม่ลูกก็วิ่งตามมาทัน ป้าสมใจหอบหายใจจนร่างท้วมกระเพื่อม ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด แกชี้หน้าสตรีตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง
“มึงคิดจะหนีใช่ไหมนังราตรี! ยังไงวันนี้มึงก็ต้องแต่งงาน เพราะเจ้าบ่าวของมึงกำลังเดินทางมารับแล้ว!”
รัตติแค่นยิ้มในใจ... แน่ล่ะ สิ ถ้าเธอหนีไป ป้าสมใจก็คงชวดเงินสินสอด ป้าเลยวิ่งหน้าตื่นลุกลี้ลุกลนขนาดนี้
“สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การแต่งงานหรอกค่ะ...”
หญิงสาวหันกลับมาสบตาป้าสะใภ้ นัยน์ตาคู่เดิมที่เคยยอมคน บัดนี้วาวโรจน์ด้วยความทระนงของวิญญาณดวงใหม่ “มันคือการต้องอยู่ร่วมชายคากับคนในบ้านหลังนี้ต่างหาก”
ละไมได้ยินดังนั้นก็หัวเราะร่า เสียงแหลมเล็กบาดแก้วหู
“ที่แท้ก็รนหาที่ อยากมีผัวจนตัวสั่น! นี่ บอกอะไรให้ แกได้ผัวแถมยังได้ลูกติดมาอีกสองคนด้วยนะ อีกอย่าง ใคร ๆ เขาก็ลือกันทั้งบางว่า ‘นายสิงห์’ น่ะเป็นคนเถื่อน เป็นมาเฟียใจดำ ฆ่าคนอย่างกับบี้แมลงใจ คราวนี้แกได้ตายคาตีนผัวแน่ ถ้าทำอะไรไม่ถูกใจเขา”
นางสมใจรีบเอาศอกกระทุ้งสีข้างลูกสาว เพราะกลัวว่าถ้าราตรีรู้ความจริงทั้งหมดแล้วเกิดเป็นลมล้มพับไปอีกคน เงินสินสอดที่หวังไว้จะลอยหายไปกับตา
“อย่าพูดให้พี่เขาขวัญเสียสิละไม” คนเป็นลุงรีบห้ามปราม “คุณสิงห์ท่านเป็นคนเข้มงวดก็จริง แต่ท่านก็เป็นคนดี ไม่อย่างนั้นลุงไม่ตกปากรับคำยกราตรีให้ท่านหรอก”
มันคือความจริงที่ลุงยอมบากหน้าไปเจรจากับพ่อเลี้ยงสิงห์เพื่อขายที่นาประทังชีวิตในยุคข้าวยากหมากแพง
ลุงเล่าเรื่องความรันทดของราตรีให้เขาฟังด้วยความสงสาร และนายสิงห์ก็เอ่ยปากขอราตรีไปเป็นเมีย... พร้อมเสนอสินสอดเป็นเงินจำนวนถึง สองหมื่นบาท ข้าวสารอีกหลายกระสอบ และไก่ตัวเป็นๆ อีกยี่สิบตัว
สมองของรัตติ คำนวณมูลค่าทันที... พ.ศ. 2503 เงินสองหมื่นบาทนี่มันมหาศาลขนาดไหนกันนะ ถ้าย้อนหลังไปเจ็ดสิบปี ตอนนั้นทองประมาณบาทละสี่ร้อย ถ้าสองหมื่น ก็เยอะเอาเรื่องเชียวนะ หรือซื้อที่ดินได้หลายไร่เชียว
ลุงกำลังช่วยเธอให้พ้นจากนรกบนดินหลังนี้ต่างหาก และเงินก้อนนี้ก็มากพอจะซื้ออิสรภาพของเธอจากป้าสะใภ้ใจยักษ์
ราตรีคนใหม่สูดหายใจเข้าลึก... เธอเชื่อใจลุง! เธอจะยอมแต่งงานออกเรือนไปกับพ่อเลี้ยงชื่อสิงห์แต่ขายไก่
ไม่สิ! ชื่อสิงห์แต่ทำ ‘ฟาร์มไก่ระบบอุตสาหกรรม’ ต่างหาก!
ในยุคที่แผนพัฒนาเศรษฐกิจเพิ่งเริ่มต้น ใครที่ก้าวเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมเกษตรได้ ย่อมไม่ใช่นายกระจอก แต่คือ ‘มหาเศรษฐี’ ชัดๆ
ชีวิตใหม่ในยุค 2503 ของเธอ... มันต้องดีกว่าการจมรอยตีนอยู่ที่บ้านหลังนี้อย่างแน่นอน!
ตอนพิเศษ 2ภายในสำนักงานใหญ่ของร้านไก่ทอดแม่ราตรี...ยามใกล้ค่ำ ‘คุณหนูดาราราย’ ที่กำลังนั่งขยับปลายนิ้วกดเครื่องคิดเลขและตรวจเช็กบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่ที่หลังเคาน์เตอร์อย่างคล่องแคล่วว่องไว ภาพของเด็กสาวเอาแต่ใจในอดีตมลายหายไปจนสิ้น บัดนี้ดารารายในวัยใกล้ ๒๘ ปี ได้เติบโตกลายสภาพเป็นนักธุรกิจสาวรุ่นใหม่ไฟแรงผู้ทรงเสน่ห์และเปี่ยมด้วยความสามารถรอบด้านหล่อนประสบความสำเร็จล้นหลามจากการสร้างแบรนด์ห้องเสื้อผ้าของตนเองจนเริ่มชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วพระนคร อีกทั้งยังรับหน้าที่สำคัญเป็น ‘ผู้จัดการใหญ่’ คอยควบคุมงานดูแลรายละเอียดของร้านไก่ทอดแม่ราตรีในทุก ๆ สาขา มาดคุณหนูไฮโซตระกูลใหญ่แปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งขรึม เป็นผู้ใหญ่ และมีวิสัยทัศน์เฉียบแหลมจนคุณสิงห์และราตรีเอ่ยปากชมไม่ขาดสายด้วยรูปโฉมที่งดงามบวกกับดีกรีความเก่งกาจ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสักนิดที่จะมีบรรดาชายหนุ่มโปรไฟล์ดี ทั้งลูกท่านหลานเธอ ข้าราชการหนุ่มอนาคตไกล และนักธุรกิจใหญ่พากันแวะเวียนมาขายขนมจีบหยอดคำหวานเพื่อขอขายความรักดึงหล่อนไปครอบครองกันจนหัวบันไดไม่แห้งทว่า... ดารารายกลับไม่ได้มีท่าทีสนใจหรือปันใจให้ชายหน้าไหนเลยแม้แต่นิ
ตอนพิเศษ สายลมโชยพัดผ่าน หอบเอากลิ่นหอมกรุ่นของแป้งและสมุนไพรสูตรลับโชยฟุ้งไปทั่วทั้งสายถนน... เวลาผันผ่านล่วงเลยไปถึง ๖ ปีเต็ม บัดนี้ชื่อเสียงของ ‘ร้านไก่ทอดแม่ราตรี’ ได้ยกระดับแปรเปลี่ยนกลายเป็นตำนานความอร่อยคู่พระนคร กิจการเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ขยายอาณาจักรและกระจายสาขาออกไปทั่วทั้งเขตกรุงเทพมหานครรวมถึงจังหวัดใกล้เคียง แม้เงินทองและชื่อเสียงจะไหลมาเทมาปานสายน้ำ ทว่าสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตของราตรีและคุณสิงห์ กลับไม่ใช่ทรัพย์สินนอกกายเหล่านั้นหากแต่เป็น ‘โซ่ทองคล้องใจ’ ตัวน้อยๆ เพิ่มขึ้นมาถึง ๒ คน ที่เข้ามาเติมเต็มให้บ้านแห่งนี้ชื่นมื่นในทุกรุ่งอรุณลูกคนโตเป็นเด็กชายวัย ๖ ขวบ นามว่า ‘แดนสิงห์’ ชายหนุ่มตัวน้อยผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมกริบและมาดนิ่ง ถอดแบบความนิ่งขรึมของคุณพ่อสิงห์มาทุกตารางนิ้ว ส่วนลูกคนเล็กเป็นเด็กหญิงวัยกำลังน่ารักน่าเอ็นดูนามว่า ‘ดวงใจ’ เด็กหญิงตัวน้อยช่างพูดช่างเจรจา ถอดรหัสความฉลาดหลักแหลมมาจากคุณแม่ราตรีไม่มีผิดเพี้ยนภาพความน่ารักน่าเอ็นดูที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันจนกลายเป็นที่ชินตาของคนงานในร้าน คือภาพของอดีตเจ้าพ่อมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต บัดนี้สลัดคราบเสื
-๖o-จบบริบูรณ์ร่างสูงใหญ่ของคุณสิงห์บัดนี้สะบักสะบอมจนแทบดูไม่ได้ หยาดโลหิตสีแดงฉานไหลซึมชโลมท่วมเนื้อตัว หลังจากนายพลตำรวจใหญ่ผู้บัญชาการยอมเปิดทางปล่อยให้คุณสมบูรณ์และสมุน ระดมหมัดและเท้าซ้อมทรมานคนที่ฆ่าลูกชายจนหนำใจ นายสมบูรณ์เอื้อมมือไปชัก ‘มีดพกสั้นเล่มคม’ ออกมาจากกระเป๋าผ้าเสื้อ'มันคือมีดพกสั้นด้ามเดียวกับที่คุณสิงห์ใช้ปาดคอหอยของวสันต์ตายคากองเลือดนั่นเอง'คุณสมบูรณ์สาวเท้าฉับ ๆ ตรงดิ่งเข้ามาหาคุณสิงห์ที่นอนฟุบอยู่บนพื้นปูน ยื่นมือหนาไปจิกผมของอดีตเจ้าพ่อมาเฟียให้เงยใบหน้าอาบเลือดขึ้นมาเผชิญหน้ากัน แต่แม้คมมีดมรณะจะจ่ออยู่ชิดติดลูกกระเดือก นัยน์ตาคู่คมปลาบของคุณสิงห์กลับไม่ได้ฉายร่องรอยแห่งความหวาดกลัวหรือขวัญหนีดีฝ่อฉายชัดออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว“เก่งมาก... ไอ้สิงห์ มึงนี่มันเก่งกาจสมคำร่ำลือ สมกับที่เป็นอดีตเจ้าพ่อมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่จริง ๆ ... แต่กูจะบอกอะไรให้เอาบุญนะ มึงริอ่านมาเล่นงานผิดคนแล้วโว้ย! คืนนี้มึงจงตายตกต่ำลงนรกไปชดใช้กรรมตามลูกชายกูเดี๋ยวนี้เลย”คุณสมบูรณ์เค้นเสียงลอดไรฟันเตรียมลงทัณฑ์คุณสิงห์กัดกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน... ในวินาทีวิกฤตที่ความตายก้าวเท
-๕๙-ได้โปรด กลับมาหาผมบานประตูไม้พลันเปิดออกพร้อมร่างของผู้บัญชาการตำรวจใหญ่ที่เดินหน้าถอดสี เสียอาการ ก้าวเท้าฉับ ๆ หลบฉากออกมาด้านนอก ชายชราจัดแจงสีหน้าก่อนจะตรงดิ่งเข้ามาหา ‘ราตรี’ ที่นั่งรออยู่ พลางแสร้งกระแอมไอกลบเกลื่อนความชั่วร้าย ยื่นหน้าเข้ามาเปิดฉากตั้งโต๊ะสอบสวนป้ายสีเหยื่อสาวทันที“เอาล่ะคุณราตรี... ผมจะพูดตรง ๆ นะ คดีนี้ถ้าจะให้เรื่องมันจบง่าย ๆ คุณก็ต้องเซ็นอนุมัติยอมรับข้อกล่าวหาว่า... คุณน่ะ ‘สมยอม’ ก้าวขาขึ้นรถตามผู้การวสันต์ไปที่คฤหาสน์ลับด้วยความเต็มใจเอง ทว่าเพราะไอ้สิงห์สามีของคุณมันเกิดความหึงหวงหน้ามืดตามัว มันเลยแอบลอบเร้นตามไปบุกฆาตกรรมปาดคอหอยผู้การวสันต์ถึงในห้องนอน! เรื่องมันเป็นแบบนี้ใช่ไหม!”คำป้ายสีตอแหลชั่วช้าทำเอาไฟโทสะของราตรีพุ่งแล่นพรวดพราดขึ้นสมอง หล่อนโมโหจัด ตวัดสายตาจ้องหน้าหัวหน้าตำรวจเฒ่า พลางตอกกลับเสียงดังลั่นโรงพักอย่างไม่เกรงกลัวเกรง“นี่คุณตำรวจถึงกับลดตัวลงมาปรักปรำหน้าตาเฉย หาว่าฉันสมยอมหนีตามไอ้วสันต์ไป ทั้งที่ฉันมีสามีแต่งงานถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการใส่ความที่สกปรกชั่วช้าที่สุด เท่าที่มนุษย์จะคิดอ่านขึ้นมาได้เลยค่ะ!”ราตรีสูดลมหายใจ