مشاركة

- 3 - กูกลัว

last update تاريخ النشر: 2026-07-26 00:35:11

"เมื่อไหร่จะกลับไปเรียนวะ ขาดนานๆ เดี๋ยวก็เรียนไม่ทันไอ้พวกนั้นหรอก งานกลุ่มมึงกูก็ต้องเป็นคนแบกเนี่ย"

เสียงทุ้มของเกียร์ดังขึ้นทำลายความเงียบภายในห้องโดยสารของรถยนต์คันหรูที่กำลังแล่นไปตามถนนเส้นยาว หลังจากที่เขาแวะจอดให้พะพายลงไปซื้อดอกไม้ช่อใหญ่เพื่อนำไปไหว้หลุมศพพ่อกับแม่ของเธอตามความตั้งใจ

พะพายที่กำลังนั่งกอดช่อดอกลิลลี่สีขาวไว้บนตักชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตทอดมองออกไปนอกหน้าต่างรถ มองดูภาพทิวทัศน์ที่เคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้า ก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมาเบาๆ

"กู... กูกลัว"

น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศ

"กูกลัวว่าตัวเองจะยังรับไม่ไหว แล้วก็... กลัวสายตาซีนด้วย กูไม่รู้จะทำหน้ายังไงถ้าต้องเจอมัน"

คำตอบนั้นทำให้เกียร์ที่กำลังจับพวงมาลัยอยู่ลอบถอนหายใจออกมา เขาปรายตามองคนข้างๆแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองถนนตามเดิม

บรรยากาศอึดอัดโรยตัวลงมาปกคลุมอีกครั้ง จนกระทั่งพะพายเป็นฝ่ายทนความเงียบไม่ไหว และตัดสินใจเอ่ยถามในสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจมาตลอด

"เกียร์... แล้วซีนกับมีนาเป็นไงบ้างวะ?"

เกียร์ขยับตัวเล็กน้อย นิ้วเรียวเคาะพวงมาลัยเป็นจังหวะอย่างใช้ความคิด ก่อนจะตอบออกไปตามความจริง

"ก็กำลังตามง้อกันอยู่นั่นแหละ เรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เล็กๆ ความเชื่อใจมันพังไปแล้ว ก็คงต้องให้เวลากันหน่อย"

ได้ยินแบบนั้น พะพายก็ก้มหน้าลงคางชิดอก มือเล็กกำก้านดอกไม้ในมือแน่นจนสั่น ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ

ภาพเหตุการณ์ที่เธอไปทำตัวงี่เง่าจนทำให้ทั่งสองคนต้องเข้าใจผิดกันยังคงฉายชัดอยู่ในหัว เธอรู้ตัวว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้ความรักของพวกเขาสั่นคลอน

เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเริ่มมีสีหน้าสลดลงและทำท่าจะร้องไห้อีกแล้ว เกียร์ก็อดไม่ได้ที่จะพูดเตือนสติ

"มึงก็เลิกโทษตัวเองได้แล้วน่าพาย"

น้ำเสียงของเกียร์ไม่ได้ดุดัน แต่กลับแฝงไปด้วยความจริงจังและเหตุผล

"มึงผิดแหละที่ทำแบบนั้น กูไม่เถียง แต่ส่วนหนึ่งไอ้ซีนมันก็ผิดด้วย เพราะมันเองนั่นแหละที่ไม่เคยรักษาระยะห่างกับมึงเลย มันยอมมึงทุกอย่างจนมึงเคยตัวและคิดว่าตัวเองสำคัญที่สุด ส่วนนั้นกูว่าคือส่วนที่ไอ้ซีนมันต้องรับผิดชอบความรู้สึกของมีนาเอาเอง มึงไม่ต้องไปแบกรับไว้ทั้งหมดหรอก"

พะพายเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเกียร์ คำพูดของเขามันเหมือนน้ำเย็นที่ชโลมลงในใจเธอ ทำให้ความรู้สึกผิดที่หนักอึ้งเบาบางลงไปได้บ้าง

"ส่วนเรื่องของมึง" เกียร์หันมาสบตากับเธอชั่วครู่

"ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ ก็แค่เดินไปขอโทษมีนาซะ เท่าที่กูมอง... กูว่ามีนาไม่ใช่คนใจแคบหรือเป็นคนไม่ให้โอกาสคนหรอก ถ้ามึงสำนึกผิดจริงๆ เขาก็คงรับฟัง"

พะพายเม้มริมฝีปากนิ่งคิดตามคำแนะนำของเพื่อนสนิท ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

"อืม กูขอเตรียมใจก่อนแล้วกันนะ ให้กูพร้อมกว่านี้อีกนิด กูจะไปขอโทษเขาแน่นอน"

"เออ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ไม่ต้องรีบ"

เกียร์ตอบรับสั้นๆก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปยังลานจอดรถของสุสานที่เงียบสงบและร่มรื่น

เมื่อรถจอดสนิท ทั้งสองคนก็พากันเดินลงจากรถ พะพายอุ้มช่อดอกไม้เดินนำหน้าไปยังโซนที่ตั้งของหลุมศพพ่อและแม่ของเธอ โดยมีร่างสูงของเกียร์เดินล้วงกระเป๋ากางเกงตามหลังมาเงียบๆ คอยทอดสายตามองแผ่นหลังเล็กๆนั้นอย่างห่วงใย

สายลมพัดเอื่อยๆหอบเอาความเย็นสบายและกลิ่นของต้นหญ้ามาแตะจมูก พะพายหยุดยืนอยู่หน้าป้ายหินอ่อนสีขาวที่สลักชื่อของบุคคลที่เธอรักที่สุดในชีวิตเอาไว้ เธอค่อยๆย่อตัวลงนั่งคุกเข่า วางช่อดอกลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์ลงบนแท่นหินอย่างเบามือ

มือเล็กเอื้อมไปลูบรูปถ่ายใบหน้าเปื้อนยิ้มของพ่อกับแม่ที่ติดอยู่บนป้ายหินอ่อน ขอบตาของเธอเริ่มร้อนผ่าว หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ค่อยๆ ไหลรินลงมาอาบสองแก้ม

"พายมาเยี่ยมแล้วนะพ่อ... แม่..."

เสียงหวานสั่นเครือ พะพายสะอื้พยายามเปล่งเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก

"พายขอโทษนะแม่ ทั้งที่แม่สอนให้พายเป็นเด็กดีแท้ๆ แต่พายก็ทำไม่ได้ พายทำตัวงี่เง่า พายทำให้คนอื่นเดือดร้อน พายเกือบจะทิ้งชีวิตตัวเองไปแล้ว พายมันเป็นลูกที่ไม่เอาไหนเลยใช่ไหมแม่"

เธอพึมพำขอโทษซ้ำไปซ้ำมา น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นลงบนหลังมือของตัวเอง ความรู้สึกโดดเดี่ยวและอ้างว้างเกาะกินหัวใจจนปวดหนึบไปหมด

ในขณะที่พะพายกำลังร้องไห้จนไหล่สั่นไหว ฝ่ามือหนาและอบอุ่นของใครบางคนก็วางแหมะลงบนลาดไหล่บาง ก่อนจะบีบเบาๆเพื่อส่งผ่านกำลังใจ

"ร้องอีกละ ไอ้สัส ขี้เหร่ว่ะ"

คำพูดติดตลกและน้ำเสียงยียวนกวนประสาทที่คุ้นเคย ทำเอาพะพายที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายถึงกับชะงัก เธอสูดน้ำมูกเสียงดัง ก่อนจะหันขวับไปค้อนวงโตใส่คนที่ยืนค้ำหัวอยู่ด้านหลัง

"หุบปากไปเลยไอ้เกียร์! คนกำลังซึ้งๆ มึงจะมาขัดมู้ดทำไมเนี่ย!" พะพายแหวเข้าให้ พร้อมกับยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้มลวกๆ

เกียร์หัวเราะร่วนออกมาอย่างชอบใจที่สามารถดึงเธอกลับมาจากความเศร้าได้ เขายื่นกระดาษทิชชูที่พกติดตัวไว้ส่งให้เธอ

"ก็มึงขี้เหร่จริงๆอะ จมูกแดงตาบวม ถ่ายรูปประจานลงกลุ่มคณะดีไหมเนี่ย"

"มึงลองถ่ายดูดิ กูจะเอาหินก้อนนี้ทุ่มหัวมึงให้แบะเลย!" พะพายขู่ฟ่อก่อนรับทิชชูมาซับหน้าซับตาตัวเอง

เกียร์ส่ายหน้ายิ้มๆมองดูคนที่เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาและต่อล้อต่อเถียงกับเขาได้อีกครั้ง เขาปล่อยให้พะพายนั่งคุยกับพ่อแม่เงียบๆอีกพักใหญ่ จนกระทั่งเธอรู้สึกดีขึ้นและลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นที่กางเกง

"แล้วนี่อยากไปไหนต่อ?" เกียร์เอ่ยถาม ขณะเดินเคียงข้างกันกลับไปที่รถ

"นี่กูโดดเรียนวิชาไอ้จารย์เจษมาเพื่อพามึงมาเลยนะเว้ย คงไม่ใช่ว่าไหว้เสร็จแล้วจบแค่นี้มั้ง อย่างน้อยก็ต้องเลี้ยงข้าวกูสักมื้อปะวะ"

พะพายหันไปหรี่ตามองคนตัวโตอย่างจับผิด ปากบางเบ้ออกเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้

"มึงนี่นะ... กูเพื่อนมึงนะเว้ย พามาแค่นี้ทำเป็นบ่น ยังจะมาทวงค่าตอบแทนอีก ทำดีหวังผลเหรอวะ"

ได้ยินคำถามนั้น รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของเกียร์ก็ค่อยๆจางลง เขาหยุดเดิน หันมาเผชิญหน้ากับร่างเล็กอย่างเต็มตัว

ดวงตาคมกริบที่มักจะซ่อนความรู้สึกเอาไว้ภายใต้ความกะล่อน บัดนี้กลับทอดมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของพะพายอย่างสื่อความหมาย

"ใครบ้างวะทำดีไม่หวังผล..."

น้ำเสียงของเกียร์ราบเรียบ แต่มันกลับหนักแน่นและสั่นคลอนหัวใจคนฟังได้อย่างประหลาด เขาขยับก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิด จนพะพายต้องเงยหน้าขึ้นมอง

"แต่บางที... ผลของการทำดี มันก็ไม่ใช่อย่างที่เราคาดหวังไว้เสมอไปหรอกนะ"

ประโยคนั้นฟังดูเหมือนจะแฝงตัดพ้ออยู่ในนั้น พะพายนิ่งงันไป เธอจ้องมองเข้าไปในนัยน์ตาสีเข้มของคนตรงหน้า พยายามจะค้นหาความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดเหล่านั้น

สายตาของเกียร์ในตอนนี้มันมีอะไรบางอย่างที่มากกว่าความเป็นเพื่อน... บางอย่างที่เธอเองก็อธิบายไม่ถูก มันทั้งอบอุ่น ลึกซึ้ง และเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน

บรรยากาศรอบตัวเงียบสนิท มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ยืนสบตากันเนิ่นนาน ราวกับว่าโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ

พะพายรู้สึกได้ว่าหัวใจของตัวเองกำลังเต้นผิดจังหวะ ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอไม่เคยมีให้กับเกียร์มาก่อน กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ

แต่ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้ทันคิดอะไรไปไกลกว่านั้น...

เป๊าะ!

"โอ๊ย!"

พะพายสะดุ้งโหยง ยกมือขึ้นกุมหน้าผากตัวเองทันทีเมื่อโดนนิ้วแกร่งของเกียร์ดีดเข้าให้อย่างจัง ความเจ็บจี๊ดแล่นมาจนต้องเบ้หน้า

"ไอ้เกียร์! มึงดีดหน้าผากกูทำไมเนี่ย เจ็บนะเว้ย!"

เกียร์หัวเราะหึๆในลำคอ รีบปรับสีหน้าและแววตาให้กลับมาเป็นไอ้เกียร์คนเดิมจอมกวนประสาทอย่างรวดเร็ว เขาล้วงมือกลับเข้าไปในกระเป๋ากางเกง แล้วยักคิ้วให้เธออย่างกวนๆ

"ก็เห็นมึงจ้องกูตาเป็นมันเลยไง กูรู้ว่ากูหล่อมาก ไม่ต้องมองอึ้งขนาดนั้นหรอก หิวแล้วเว้ย ไปหาอะไรแดกกันดีกว่า กูอยากกินปิ้งย่าง มื้อนี้มึงจ่ายด้วย เข้าใจ๊?"

พูดจบร่างสูงก็หมุนตัวเดินผละนำหน้าไปที่รถ ทิ้งให้พะพายยืนลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆ มองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ระคนสับสน

"หลงตัวเองชิบหาย เออ! เลี้ยงก็เลี้ยงวะ"

พะพายตะโกนไล่หลัง ก่อนจะรีบก้าวเท้ายาวๆเดินตามเขาไป โดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่า... รอยยิ้มบางๆได้จุดประกายขึ้นบนใบหน้าของเธออีกครั้ง และมันเป็นรอยยิ้มที่เกิดขึ้นเพราะผู้ชายที่ชื่อเกียร์ คนที่เธอไม่เคยมองเห็นเลย ทั้งที่เขาอยู่ใกล้เธอที่สุด

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เกียร์ร้ายคล้องใจพะพาย   -41 -จบบริบูรณ์

    "จ้องหน้าพายขนาดนี้ กะจะกลืนพายลงท้องไปเลยหรือไงเกียร์""ถ้ากลืนได้กูกลืนไปนานแล้ว ไม่ปล่อยให้มึงมานอนบ่นกูฉอดๆ อยู่บนเตียงแบบนี้หรอกน่า"เสียงทุ้มที่เต็มไปด้วยความหยอกเย้าดังขึ้นพร้อมกับท่อนแขนแกร่งที่กระชับกอดรัดเอวบางให้ขยับเข้ามาแนบชิดมากยิ่งขึ้นแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่เข้ามาภายในห้องนอนกว้าง กระทบกับร่างสองร่างที่ยังคงนอนตระกองกอดกันอยู่บนเตียงคิงไซส์พะพายขยับตัวยุกยิกอยู่ในอ้อมกอดของเกียร์ เธอเงยหน้าขึ้นจากแผงอกกว้าง สบตากับนัยน์ตาคมกริบที่กำลังทอดมองมาที่เธอด้วยความรักที่ปิดไม่มิด รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากของคนที่เพิ่งตื่นนอน"ปล่อยเลย พายจะลุกไปอาบน้ำแล้ว สายป่านนี้แล้วเนี่ย" พะพายดันแผงอกเขาเบาๆ"ไม่อาววว วันนี้วันหยุด มึงจะรีบตื่นไปไหนวะ นอนกอดกันต่ออีกนิดนึงไม่ได้หรือไง"เกียร์ลากเสียงยาวอย่างออดอ้อน ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนและซอกคอหอมกรุ่นของแฟนสาวอย่างเอาแต่ใจ"ไอ้บ้าเกียร์ หนวดทิ่มคอพายเนี่ย! จั๊กจี้นะ!"พะพายหัวเราะคิกคัก พยายามหดคอหนีสัมผัสสากๆ จากไรหนวดที่เพิ่งขึ้นบางๆ ของเขา"ก็ใครใช้ให้มึงตัวหอมขนาดนี้วะพาย กูดมเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอเลยจริงๆ""เวอร์ละมึงอะ น

  • เกียร์ร้ายคล้องใจพะพาย   - 40 -โตขึ้นเยอะ

    "เล่ามาให้หมด ว่าพวกเธอร่วมมือกันทำบ้าอะไรลงไป พูดความจริงออกมา อย่าให้กูต้องหมดความอดทน"เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของเกียร์ดังก้องไปทั่วห้องพักฟื้นผู้ป่วยพิเศษ นัยน์ตาคมกริบของเขาจ้องเขม็งไปยังร่างของเธอสองคนที่กำลังนั่งคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้นห้อง โดยมีโซ่กับซีนยืนกอดอกตีหน้าขรึมคุมเชิงอยู่ด้านหลังบนเตียงผู้ป่วย เกียร์ยังคงนั่งพิงหัวเตียงโดยมีร่างเล็กของพะพายซุกตัวอยู่ในอ้อมกอด ท่อนแขนแกร่งของเขาโอบรัดรอบเอวบางเอาไว้แน่นราวกับจะปกป้องเธอจากทุกสิ่งบนโลกใบนี้"ฮึก แยม แยมขอโทษค่ะพี่เกียร์"แยมสะอื้นไห้จนตัวโยน ใบหน้าที่เคยสะสวยและเย่อหยิ่งบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและความหวาดกลัว"แยมไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องมันบานปลายขนาดนี้ แยมก็แค่อยาก... อยากจะหาโอกาสเข้าไปดูแลพี่เกียร์ตอนที่พี่พายไม่อยู่ แยมแค่อยากให้พี่เกียร์หันมามองแยมบ้าง""แล้วมึงก็เลยกล้าใช้ชื่อกูไปแอบอ้างกับพนักงานข้างล่างงั้นสิ?"พะพายที่นั่งพิงอกเกียร์อยู่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ได้เกรี้ยวกราดเหมือนเมื่อก่อน แต่แววตาของเธอก็ยังคงมีความเด็ดขาด"หนู... หนูขอโทษค่ะคุณพาย!" พนักงานต้อนรับที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้าง

  • เกียร์ร้ายคล้องใจพะพาย   -39 -เกียร์อยู่นี่

    "ไอ้ซีน กูมีเรื่องอยากให้มึงช่วยหน่อยว่ะ"น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าจากพิษไข้ เอ่ยทำลายความเงียบงันภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาลเกียร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง นัยน์ตาคมกริบที่เคยแข็งกร้าวและดุดัน บัดนี้ทอดมองเพียงแค่ใบหน้าซีดเซียวของคนที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความปวดร้าวฝ่ามือหนาที่ยังคงรุมๆ ด้วยอุณหภูมิความร้อนของร่างกาย เอื้อมไปลูบกลุ่มผมยาวสลวยของพะพายอย่างเบามือและทะนุถนอมที่สุดก่อนที่เขาจะเลื่อนมือลงมากอบกุมฝ่ามือเล็กที่เย็นเฉียบเอาไว้ ยกมันขึ้นมาจรดริมฝีปาก ประทับรอยจุมพิตลงบนหลังมือของเธอเนิ่นนาน ราวกับต้องการถ่ายทอดความรู้สึกผิดและความรักทั้งหมดที่มีส่งผ่านไปให้ถึงหัวใจของคนหลับเกียร์ค่อยๆ ละริมฝีปากออก ก่อนจะหันขวับไปสบตากับซีนที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่ไม่ไกล แววตาของเกียร์แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและเย็นเยียบจนน่าขนลุก"กูต้องการให้แยมได้รับบทเรียน บทเรียนที่สาสมกับสิ่งที่มันทำ ให้มันรู้ว่าการล้ำเส้นและทำให้พายเป็นแบบนี้ มันจะต้องเจอกับอะไร มึงจัดการให้กูทีนะไอ้ซีน เอาให้มันไม่มีที่ยืนไปเลย"ซีนพยักหน้ารับอย่างหนักแน่นโดยไม่ต้องเสียเ

  • เกียร์ร้ายคล้องใจพะพาย   - 38 -ไม่มีวัน

    "หมอครับ! พยาบาล! ช่วยแฟนผมด้วยครับ พาย... พายได้ยินกูไหม แข็งใจไว้นะพาย"เสียงทุ้มที่แหบพร่าและสั่นเครือตะโกนลั่นไปทั่วบริเวณโถงทางเดินของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังร่างสูงใหญ่ของเกียร์ที่กำลังถูกเผาผลาญด้วยพิษไข้ขั้นรุนแรง อุ้มร่างเล็กที่หมดสติและสั่นเกร็งของพะพายวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามาด้วยความรวดเร็วและตื่นตระหนกสุดขีดในเวลานี้เขาลืมความเจ็บป่วยของตัวเองไปจนหมดสิ้น สัญชาตญาณเดียวที่หลงเหลืออยู่ในหัวคือ เขาต้องช่วยผู้หญิงในอ้อมกอดให้ปลอดภัยให้เร็วที่สุดบุรุษพยาบาลและทีมแพทย์ฉุกเฉินรีบเข็นเตียงมารับร่างของพะพายอย่างรวดเร็ว เกียร์วางร่างของแฟนสาวลงบนเตียงด้วยมือที่สั่นเทา ดวงตาคมกริบที่แดงก่ำจ้องมองใบหน้าซีดเซียวของคนรักไม่วางตา ขณะที่เตียงกำลังถูกเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉิน"ญาติรออยู่ด้านนอกก่อนนะคะ เข้าไปไม่ได้ค่ะ" พยาบาลดึงแขนของเกียร์เอาไว้เมื่อเขากำลังจะก้าวตามเข้าไปเกียร์ชะงักฝีเท้า เขาจับขอบประตูห้องฉุกเฉินเอาไว้แน่น ก่อนจะช้อนสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและเว้าวอนมองหน้าคุณหมอเวรที่กำลังจะเดินตามเข้าไป"หมอครับ ฝากเขาด้วยนะครับหมอ ฝากชีวิตแฟนผมด้วยนะครับ""ไม่ต้องห่วงครับ หมอจะดูแลอย

  • เกียร์ร้ายคล้องใจพะพาย   -37 -ช็อก

    "มีนา ฮึก พี่ขอโทษ พี่ขอโทษจริงๆ นะมีนา ฮือออ"เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจดังขึ้นทันทีที่บานประตูห้องเปิดออก ร่างเล็กของพะพายที่ทรุดตัวนั่งอยู่บนพื้นห้องโผเข้ากอดเอวของมีนาเอาไว้แน่น น้ำตาเม็ดโตไหลทะลักอาบสองแก้มจนเปรอะเปื้อนเสื้อของรุ่นน้องสาวจนชุ่มชื้นไปหมดมีนาที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงพร้อมกับเจ้าขาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอรีบทิ้งกระเป๋าสะพายลงบนพื้นแล้วคุกเข่าลงไปกอดตอบรุ่นพี่สาวเอาไว้แน่น"พี่พาย... พี่พายใจเย็นๆ นะคะ เกิดอะไรขึ้น ทำไมร้องไห้หนักขนาดนี้?" มีนาเอ่ยถามเสียงสั่น ลูบแผ่นหลังที่กำลังสั่นสะท้านของพะพายอย่างอ่อนโยน"ฮือออ พี่เข้าใจแล้วมีนา พี่รู้ซึ้งแล้วว่าความเจ็บปวดมันเป็นยังไง ฮึก พี่ขอโทษที่พี่เคยทำเลวกับมีนานะ พี่ขอโทษที่พี่เคยทำให้มีนากับซีนต้องเข้าใจผิดกัน ฮือออ พี่มันเลว พี่มันสมควรโดนแบบนี้แล้วใช่ไหม"พะพายพร่ำบอกคำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกผิดบาปในอดีตที่เธอเคยจงใจเข้าไปสวมกอดซีนตอนที่เขาหลับเพื่อทำให้มีนาเข้าใจผิด มันย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจของเธอเองในวันนี้วันที่เธอต้องมาเผชิญกับภาพบาดตาบาดใจในรูปแบบเดียวกัน เธอกำลังชดใช้กรรมใช่ไหม นี่คือสิ่งที่สวร

  • เกียร์ร้ายคล้องใจพะพาย   - 36 - เวรกรรม

    "ฮึก ไปคอนโดlilit ค่ะพี่ ฮือ"เสียงหวานที่สั่นเครือและเต็มไปด้วยเสียงสะอื้น เอ่ยบอกจุดหมายปลายทางกับคนขับรถแท็กซี่ทันทีที่ก้าวขึ้นมานั่งบนเบาะหลัง พะพายยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเอง ปล่อยให้น้ำตาแห่งความเสียใจไหลรินออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้อีกต่อไป ร่างเล็กสั่นเทาไปทั้งตัวเธอวิ่งหนีออกมาจากคอนโดของเกียร์อย่างไม่รู้ทิศรู้ทาง ขาทั้งสองข้างก้าวสลับกันไปข้างหน้าด้วยความรู้สึกที่เหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมาตรงหน้า ภาพที่ผู้หญิงคนนั้นโน้มตัวลงไปหาเกียร์ และภาพที่ท่อนแขนแกร่งของเขายกขึ้นมาจับแขนของยัยแยมเอาไว้ มันฉายวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกตอกย้ำให้กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกทันทีที่แท็กซี่จอดเทียบหน้าคอนโดส่วนตัวของเธอ พะพายก็จ่ายเงินลวกๆ แล้วรีบวิ่งขึ้นลิฟต์ตรงดิ่งกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง ทันทีที่บานประตูถูกปิดลง ร่างบางก็ทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นห้องอย่างหมดเรี่ยวแรง"ฮือออ ทำไม ทำไมมึงทำแบบนี้วะเกียร์ ฮึก"พะพายกอดเข่าตัวเองแน่น ซุกใบหน้าลงกับท่อนแขนแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างน่าสงสาร ความเจ็บปวดที่ก่อตัวขึ้นในอกมันรุนแรงจนเธอแทบจะหายใจไม่ออก สองมือเล็กยกขึ้นมากำเสื้อบริเวณตำแหน่งหั

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status