Mag-log inเมื่อให้กำลังใจตัวเองเสร็จสรรพ์ ฉันก็ผลักประตูกระจกเข้ามาในหอ กดลิฟท์ขึ้นมายังชั้น 6 เดินถึงหน้าห้องตัวเองก็ใช้คีย์การ์ดสแกนเข้ามาด้านใน โชคดีที่คุณน้าให้แม่บ้านเตรียมข้าวกล่องแสนอร่อยมาให้ละ เที่ยงนี้เลยสบายไปอีกมื้อ
ฉันนำข้าวกล่องไปวางบนโต๊ะทานข้าว กดรีโมทเปิดแอร์ เดินไปหยิบชุดนักศึกษาในห้องนอนออกจากถุง จัดการแยกผ้าให้เรียบร้อยแล้วใส่ลงเครื่อง ตั้งเวลาเป็นอันเสร็จ ระหว่างนี้ไม่รู้จะทำอะไรก็เอาโน้ตบุ๊คออกมาเล่นเน็ต หานิยายอ่านจากเว็ปไซด์ชื่อดัง อุ๊ย! นักเขียนในดวงใจเพิ่งเปิดเรื่องใหม่ นางเอกเป็นคนเจียงใหม่เหมือนฉันเลย แค่อ่านตอนแรกก็อินเว่อร์...อยากสอยอีบุ๊คแล้วจ้ะแม่
พอเครื่องซักผ้าแจ้งเตือนฉันก็ผละออกจากหน้าจอ หยิบเสื้อออกมาตากที่ระเบียงก่อนจะนำผ้าสีใส่ลงเครื่องอีกรอบ ช่วงที่ผ่านมาฉันขอร้องให้พี่งามสอนรีดผ้าด้วยล่ะ... ฝันหวานคนนี้รีดผ้าเป็นแล้วเน้อ ถือว่าพัฒนาไปอีกขั้น เย้!
เย็นย่ำฉันเดินออกมาเก็บผ้าที่ระเบียง ตั้งใจจะรีดชุดนัก ศึกษาให้เรียบร้อยแต่พอเปิดค้นทุกตู้ปรากฏว่าที่หอไม่มีเตารีดให้ มีแค่ที่รองรีดเท่านั้น จะออกไปซื้อเตารีดคนเดียวก็ยังไม่รู้ทาง เอาเสื้อผ้าไปส่งรีดที่ร้านซักรีดแถวนี้ก่อนละกัน ไว้ได้เพื่อนใหม่แล้วค่อยชวนเพื่อนไปเดินห้างเพื่อซื้อก็ยังไม่สาย
ฉันนำเสื้อผ้าที่ซักเรียบร้อยใส่ลงถุงกระดาษ หอบหิ้วลงมาชั้นล่าง พอถึงใต้หอเห็นมีคนกำลังขนของย้ายเข้าหลายรายเลยอดยิ้มไม่ได้ เริ่มชีวิตนักศึกษาใหม่เหมือนกันสินะ
“น้องครับ ให้พี่ช่วยถือมั้ย” พอเดินออกหอได้สามช่วงตึก มีผู้ชายสามคนเข้ามาดักหน้า หนึ่งในนั้นยื่นมือแถมส่งยิ้มมา... มุกจีบที่เจอมานักต่อนัก เฮ้อ!
“ขอบคุณค่ะ แต่แฟนหนูคงไม่ชอบถ้ารู้ว่ามีผู้ชายมาถือของให้ ขอตัวก่อนนะคะ” ฉันบอกด้วยรอยยิ้มก่อนจะเฝดตัวออก มาอย่างรวดเร็วโดยไม่ฟังอะไรต่อ เดินอีกไม่กี่ก้าวก็เจอร้านซักรีด เจ้าของร้านบอกว่ามารับได้ตั้งแต่ทุ่มครึ่งเป็นต้นไป ฉันบอกขอบ คุณก่อนจะเดินจากร้าน ชักหิวแล้วแฮะแต่ไม่ได้เอามือถือลงมาด้วย ขึ้นไปเอาโทรศัพท์ก่อนดีกว่าเผื่อคุณพ่อคุณแม่โทรหา
พอเปิดประตูเข้าไปในห้องก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังพอดี ฉันรีบวิ่งไปรับก็เห็นว่าเป็นคุณย่าที่อยู่เชียงใหม่โทรหาหลานสาวคนนี้
“หวัดดีจ้าว” ฉันกรอกเสียงลงไปในสายพลางเดินไปที่ประตู
“กิ๋นข้าวแลงแล้วยังหลานย่า” คุณย่าถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเหมือนเช่นปกติ
“น้องกำลังยะลงไปกิ๋นข้าวจ้าว” ฉันบอกพลางเดินออกมานอกห้องพลางปิดประตู
“อั้นย่าบ่ก๋วนหลานละ ไว้บึดมะคืนย่าโทรหาหลานใหม่แล้วกั๋น” คุณย่าคงไม่อยากกวนเวลาทานข้าวของฉันเลยขอตัววางไปก่อน
“จ้าว...หวัดดีจ้าว” ฉันรับคำแล้วกดวางสายแต่พอหันมาดันเจอเด็กสาวคนนึง
โหว! น่ารักมากกกก! เหมือนตุ๊กตาเลย หรือจะเป็นเพื่อนเอกญี่ปุ่นที่รุ่นพี่เคยบอกมา คิดได้ก็รีบส่งยิ้มหวานให้ทันที เธอยิ้มตอบอย่างน่ารักก่อนที่ฉันจะเดินตามเธอมาที่ลิฟท์
“คือว่า เธอกำลังเข้าปี 1 เอกญี่ปุ่นใช่เปล่า” ฉันเสี่ยงทัก ทายคนน่ารักเว่อร์วังอย่างเป็นกันเอง เธอมีสีหน้างงเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้าช้าๆ
“อื้อ”
“เย้! นึกว่าจะหน้าแหกละ ดีใจที่ทักถูกคน เราฝันหวานนะ เรียกฝันเฉยๆ ก็ได้ เอกญี่ปุ่นปี 1 เหมือนกัน” ฉันรีบแนะนำตัว
ในที่สุดก็ได้เพื่อนก่อนเปิดเทอมแล้วเว้ย! ดีใจ๋ขะหนาดหนักเลยจ้าว!
“จริงป่ะเนี่ย! เราชื่อลูกพีชนะ เรียกพีชอย่างเดียวก็ได้” เธอแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มกว้าง นอกจากหน้าตาน่ารักมากแล้ว ชื่อก็ยังน่ารักด้วย ขนาดเป็นผู้หญิงด้วยกันนี่ยังละสายตาไม่ได้เลย... เกินต้านชะมัด “ดีใจอ่ะ เจอเพื่อนเอกเดียวกันตั้งแต่ก่อนเปิดเทอม ว่าแต่ฝันรู้ได้ไงว่าเราเรียนเอกญี่ปุ่น เราสองคนยังไม่เคยเจอกันป่ะ” พีชถามอย่างเป็นกันเองเมื่อฉันเดินตามเข้ามาลิฟท์
“อันที่จริงยังไม่เคยเจอหรอก แต่รุ่นพี่บอกเรามาว่าหอนี้มีเพื่อนเอกญี่ปุ่นพักอยู่ด้วย อ๊ะ! อย่าเพิ่งทำหน้างง รุ่นพี่ที่ว่าก็คือพี่เอ...ประธานเอกญี่ปุ่นปี 2 ไง” ฉันบอกด้วยรอยยิ้ม
“อ๋อ! พี่เอที่หล่อๆ แต่แทนตัวเองว่าพี่สาวใช่ป่ะ” พีชถามอย่างนึกได้
“ใช่ๆ พี่เอคนที่สวยที่สุดในปี 2 นั่นล่ะ” ฉันหัวเราะออกมาด้วยความขำ ก่อนที่พีชจะหัวเราะตามอย่างรู้กัน
“แล้วทำไมฝันถึงคิดว่าเราคือคนที่พี่เอพูดถึงล่ะ ถ้าเดาคือเก่งมากนะ เดาถูกด้วย” พีชเลิกคิ้วด้วยสีหน้าแปลกใจทำให้ฉันยิ้มอีกครั้ง
“หึ!” ฉันส่ายหน้าไปมา “ไม่ได้เดาเก่งไรหรอก ก็พี่เออีกนั่นแหละบอกเราว่าเพื่อนที่อยู่หอเดียวกันไว้ผมยาว ผิวขาว ตัว บางๆ ตาโต จมูกโด่ง แก้มอิ่มๆ มองบางมุมก็สวย มองบางมุมก็น่ารัก เราเห็นหน้าพีชครั้งแรกคิดว่าใช่เลย... นี่แหละต้องเป็นคนที่พี่เอบอกแน่” ฉันบอกด้วยรอยยิ้มหวาน
เอาจริงป่ะ สิ่งที่พี่เอบอกมาตรงปกทุกประการ! พีชน่ารักแบบมากจริงๆ!
“ฝันยิ้มน่ารักจัง” พีชชมกันซึ่งๆ หน้าทำเอาฉันไปไม่เป็น ทำได้แค่เพียงหัวเราะเขินๆ ก่อนที่เราสองคนจะหัวเราะให้กันซะงั้น
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ แม้ฉันกับพีชเพิ่งเจอกันไม่ถึงห้านาที แต่ดันคุยถูกคอราวกับรู้จักกันมานาน อย่างนี้สินะที่เค้าบอกว่าถูกชะตา! ยิ่งไปกว่านั้นฉันยังเซอร์ไพรส์หนักกว่าเดิมเมื่อรู้ว่าพีช มาจากแพร่... เพื่อนคนแรกของฉันหลังย้ายมาจากเชียงใหม่ก็เป็นคนเหนือด้วย! ถ้าคุณแม่รู้เข้าคงอุ่นใจแน่นอน
“อุ๊ย!” เสียงอุทานของพีชทำให้ฉันหยุดชะงัก
พอมองรอบตัวก็เห็นผู้ชายสี่คนหน้าตาหล่อเหลาราวกับซูเปอร์ไอดอลยืนอยู่แถวนี้พอดี
อ้าวเฮ้ย! ว่าแต่ปลายผมของพีชเข้าไปติดกระดุมเสื้อของผู้ชายคนนั้นได้ไง!!
โหว! แล้วผู้ชายเจ้าของกระดุมเสื้อคือหล่อมากเว่อร์ นี่คือการโคจรมาพบกันระหว่างน่ารักเกินต้านกับหล่อเกินต้านสินะ หูย! แค่เห็นก็ขนลุก พีชกับผู้ชายคนนี้ดูสมกันชะมัด!!
“น้องสองคนมาเที่ยวหาเพื่อนแถวนี้เหรอครับ” เสียงชวนคุยอย่างเป็นกันเองทำให้ฉันละสายตาจากพีชมามองคนพูด
ว่าพี่ผู้ชายคนนั้นหล่อเกินต้านแล้ว... พี่ผู้ชายที่ชวนคุยคือแบบ หล่อออร่าพุ่งไม่ต่างกัน ทั้งดวงตาคมกริบที่หวานระยับ จมูกโด่งรับกับเรียวคิ้มเข้มและริมฝีปากสีแดง ผมสีน้ำตาลอ่อนระต้นคอแถมยังเข้ากับกรอบหน้าได้รูปแสนเพอร์เฟ็กต์ ไหนจะสูงยาวเข่าดี ผิวหน้าขาวใสไร้สิว ผิวกายขาวออร่าอีกต่างหาก พนันได้เลยว่าเป็นขวัญใจสาวๆ แบบไม่ต้องสืบล้านเปอร์เซ็นต์!
“เปล่าค่ะ หนูกับเพื่อนเพิ่งออกมาจากหอค่ะ” ฉันส่ายหน้าน้อยๆ
“พักแถวนี้แสดงว่าเรียน ม.A อ่ะดิ” พี่คนเดิมถามพลางคลี่ยิ้ม ว้าว! ยิ้มทีโลกละลาย จากที่หล่ออยู่แล้วอัพสกิลความหล่อมากขึ้นกว่าเดิมเป็นล้านเท่าได้
“ใช่ค่ะ” ฉันพยักหน้าขึ้นลงช้าๆ
เอาจริง! แอบแปลกใจตัวเองเหมือนกัน ปกติฉันแทบไม่คุยกับผู้ชายที่ไม่รู้จัก แต่กับพี่รอยยิ้มโลกละลายคนนี้ เค้าถามมาฉันดันตอบซะงั้น ไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจอะไรเลย
“ปีหนึ่ง?” พี่หล่ออีกคนที่ยืนข้างพี่หล่อรอยยิ้มโลกละลายถามอย่างง่ายๆ
“ค่ะ”
“แล้วเรียนคณะไรกันบ้างครับ พวกพี่สี่คนก็เรียนวิศวะ ม.A เหมือนกัน” พี่หล่อรอยยิ้มโลกละลายยักคิ้วบอกอย่างเป็นกันเอง ส่วนพี่หล่ออีกสองคนได้แต่ส่งยิ้มมาอย่างใจดี
“พวกหนูสองคนเรียนเอกญี่ปุ่นค่ะ” ฉันบอกพลางคลี่ยิ้ม ชั่วขณะเดียวกันพี่เจ้าของรอยยิ้มหล่อโลกละลายก็มองกันแบบไม่กะพริบตาซะอย่างนั้น
ตึกตัก! ตึกตัก! มองจนฝันหวานคนนี้ที่ไม่เคยมีอาการใจเต้นกับผู้ชายคนไหนมาก่อน เริ่มใจ เต้นผิดจังหวะ หน้าร้อนผะผ่าว ไม่สามารถบอกได้ว่าอาการของตัวเองตอนนี้คืออะไรกันแน่
“ไปทานข้าวกันเถอะฝัน เราหิวมากแล้วเนี่ย” น้ำเสียงออดอ้อนรวมถึงมือบางที่เอื้อมมาจับแขนกันอย่างละมุนละม่อนทำให้ฉันหลุดจากภวังค์
“เอาสิพีช ไปเถอะ” ฉันรีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว เราสองคนบอกสวัสดีพวกเขาสี่คนแล้วเดินออกมา...
คำว่าหนูตามใจพี่เดย์ทุกอย่าง ตอนนี้ฉันเลยได้มานั่งดินเนอร์กับพี่เดย์บนรูฟท็อปของโรงแรมหรูชื่อดังริมแม่น้ำเจ้าพระยา มองดูวิวฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นสวนสนุกขนาดใหญ่ที่เราสองคนเคยไปด้วยกันครั้งนึง ไม่ต้องถามนะคะว่าหรูขนาดไหน เอาเป็นว่าหรูจนขนลุกเพราะเมนูแต่ละอย่างของที่นี่แพงระยับ แถมโต๊ะที่เราสองคนนั่งเป็นส่วนที่ยื่นออกมาต้องจองกันข้ามเดือน ทว่าพี่เดย์กลับได้มาอย่างง่ายดายเพราะใช้เส้นสายเพื่อนสนิทอย่างพี่กัสซึ่งเป็นลูกชายเจ้าของโรงแรมแห่งนี้นั่นเอง“ชอบมั้ยครับ” เสียงของพี่เดย์ทำให้ฉันละสายตาจากสวนสนุกที่มีแสงไฟระยิบระยับหันมองเจ้าตัว ก่อนจะยิ้มหวานแต่แอบกระซิบเบาๆ เพราะกลัวบริกรที่เดินไปมาได้ยิน“ก็ชอบค่ะ แต่อีกใจก็อดคิดไม่ได้ว่ามันหรูเกินไปรึเปล่า”“กับคนพิเศษ ไม่มีคำว่าเกินไปหรอกครับ” พี่เดย์บอกกันด้วยสายตามีความหมาย“ขนาดนั้น” ฉันลากเสียงยาวแซวขำ พี่เดย์ยักคิ้วกวน“อ่าฮะ”ปุ้ง! ปุ้ง! ปุ้ง!เสียงที่ดังขึ้นทำให้ฉันหันมองสวนสนุกอย่างตื่นเต้น เห็นพลุหลากสีสันกระจายเต็มท้องฟ้า แต่ที่
“หนูขอโทษนะคะที่ทำให้คุณหมอกับทางโรงพยาบาลวุ่นวาย ไหนจะโทรตามกันแล้วหนูไม่รับสายอีก” พอคิดได้ฉันรีบยกมือขอโทษ บอกด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด ทว่าคุณหมอยิ้มอย่างเข้าใจ“ไม่เป็นไรค่ะ ชื่อคล้ายกันเลยทำให้เข้าใจผิดได้”“ถ้างั้นทำไมหนูถึงผอมลงล่ะคะ” ฉันออกปากถามคุณหมอด้วยความสงสัย ทว่าพี่เดย์ที่มีสีหน้ายิ้มแย้มไม่เปลี่ยนเป็นฝ่ายตอบแทน“เพราะน้องฝันหวานไม่ค่อยทานอะไรไงครับ”“แต่หนูมีอาการนอนไม่ค่อยหลับด้วยนะคะ แถมเมื่อวันศุกร์ใจก็เต้นแรงมากด้วย” ฉันพูดอย่างกังขา“คนไข้มีเรื่องเครียดรึเปล่าคะ” คุณหมอตั้งคำถามมาทำเอาฉันชะงักไปนิดนึง“ก็เครียดค่ะ” ฉันยอมรับแต่โดยดี เครียดมากด้วยเถอะ“ถ้ามีเรื่องเครียดรวมถึงทานน้อยลงจะทำให้นอนไม่หลับ หัวใจเต้นแรง ถือเป็นอาการที่พบได้บ่อยมากค่ะ มันคาบเกี่ยวกับอาการไทรอยด์ หมอเลยสั่งให้ตรวจเลือดดู” คุณหมออธิบายให้เข้าใจอย่างง่ายๆ ฉันนี่ถึงกับเก็ททันทีในเมื่อช่วงก่อนเครียดจริงอะไรจริง “แต่คนไข้สบายใจได้ค่ะ ร่างกายเป็นปก
“กลัวหรือครับ” พี่เดย์ที่เดินจับมือกันหันมาถามด้วยสีหน้ากังวล ตอนนี้มือของฉันเย็นจนรู้สึกได้ เช้านี้เราสองคนตื่นขึ้นมาก็ทำภารกิจส่วนตัว ออกมาทานข้าวเช้าแถวหน้าคอนโดและมาโรงพยาบาลด้วยกับ ถึงรู้แก่ใจว่ามาหาหมอเพื่อทำการรักษาแต่ใจก็อดกลัวไม่ได้อยู่ดี ฮือ!“หนูกลัวค่ะ มันกังวลไปหมด กลัวสารพัดสิ่ง”“ไม่ต้องกลัวครับ พอพบหมอ ได้ทานยา ได้ปรับยาเดี๋ยวก็หาย” พี่เดย์ให้กำลังใจด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“อื้อ” ฉันพยักหน้าช้าๆ บอกตัวเองว่าอย่ากลัว อย่าเครียด เดี๋ยวก็ดีขึ้นเราสองคนเดินมาที่หน้าเคาท์เตอร์เพื่อบอกชื่อเสียงเรียงนาม ทว่าพยาบาลที่รับเรื่องกลับมีสีหน้าตื่นเต้นดีใจอย่างเห็นได้ชัด เล่นเอาฉันกับพี่เดย์มองหน้ากันด้วยความงงเลยทีเดียว“คุณลลิลสุรางค์ อชิรสิทธิ์กุลนะคะ”“ใช่ค่ะ หนูเอง” ฉันพยักหน้าน้อยๆ“คุณหมอเจ้าของไข้ที่วินิจฉัยโรคให้คุณลลิลสุรางค์เมื่อวันศุกร์อยากพบคุณมากเลยค่ะ ทางโรงพยาบาลพยายามติดต่อคุณแต่สายไม่ว่างเลย เดี๋ยวจะให้พยาบาลพาไปหาคุณหมอนะคะ”&ld
“คืนนี้พี่นอนที่นี่ได้มั้ยครับ” พอฉันเดินออกจากห้องน้ำในสภาพชุดนอน ผมเปียกจนต้องเอาผ้าเช็ดตัวคลุมไว้ พี่เดย์ที่นอนคว่ำมองหน้าจอมือถือตั้งแต่ก่อนฉันเข้าไปอาบน้ำ เงยหน้าขึ้นมาขออนุญาตกันด้วยสีหน้าจริงจัง“กลัวหนูวูบเหรอคะ” เมื่อกี้ก็ไม่ให้ล็อคประตูห้องน้ำ กลัวฉันเป็นลมเดี๋ยวเข้าไปช่วยไม่ทัน ตอนนี้อยากนอนนี่อีก... รู้เลยว่าเป็นห่วงมากถึงขั้นไม่กล้าให้ฉันอยู่คนเดียว“ครับ” พี่เดย์พยักหน้ารับ ทั้งสีหน้าและแววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงแบบปิดไม่มิด“อันที่จริงถ้าหนูไม่เหนื่อย ไม่ได้ออกแรงเยอะ ใจก็ไม่เต้นแรงหรอกค่ะ ดูอย่างสองวันที่ผ่านมาสิคะ หนูออกไปกับพี่เดย์ทุกวันยังโอเคอยู่เลย ที่คุณหมอกลัวช็อกเพราะถ้าใช้แรงมากไป หัวใจจะทำงานหนักขึ้นจนร่างกายรับไม่ไหวประมาณนั้น” ฉันบอกให้พี่เดย์คลายกังวลแต่สีหน้าของเจ้าตัวดันเป็นห่วงหนักยิ่งกว่าเดิม“พี่รู้สึกแย่มากที่ช่วยอะไรน้องไม่ได้เลย”“ไม่เอาสิคะ ไม่ใช่ความผิดของพี่เดย์สักหน่อย” ฉันรีบเดินเข้าไปนั่งข้าง พูดให้คลายกังวล “พี่เดย์ก็เห็น ที่ผ่
“แล้วคุณพ่อคุณแม่ไม่ว่าเหรอคะที่ฝัน... มีแฟน” ฉันกลั้นใจถามออกไป เอาจริงกลัวคำตอบที่ได้เหมือนกันนะ กลัวว่าให้เลิกกันตอนนี้เดี๋ยวนี้ฉันคงทำใจไม่ได้“มันเป็นเรื่องธรรมดาของวัยรุ่นไม่ใช่หรือลูกที่จะมีความรัก พ่อกับแม่เคยผ่านช่วงเวลานั้นมาก่อน รู้ดีว่าเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ แต่ถ้าถามว่าเป็นห่วงมั้ย ตอบตามความจริงพ่อกับแม่เป็นห่วงมาก ลูกไม่เคยคบใครมาก่อน ไม่เคยมีแฟน ไม่เคยรู้ว่าความรักระหว่างหญิงชายเป็นยังไง แต่พอเห็นผู้ชายที่หนูเลือกเป็นคนดี ใส่ใจกับคนรอบข้างแถมยังสามารถปกป้องหนูได้ พ่อกับแม่ก็เบาใจขึ้น” คุณแม่ตอบด้วยรอยยิ้มทำให้ฉันโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก ริมฝีปากคลี่ยิ้มโดยไม่รู้ตัว ความดีความน่ารักของพี่เดย์ผ่านด่านครอบครัวของฉันได้แล้ว ช่างเป็นเรื่องน่ายินดีอะไรเช่นนี้“แล้วตอนนี้พี่เดย์อยู่กับหนูมั้ย” พอคุณพ่อถาม ฉันอึกอักเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ายอมรับ“อยู่ค่ะ”“งั้นพ่อขอคุยกับพี่เดย์หน่อย” ยังไม่ทันที่ฉันจะยื่นมือถือให้ พี่เดย์ก็โผล่หน้าเข้ามาในจอ ยกมือไหว้คุณพ่อคุณแม่ของฉันอย่างเด็กมารยาทดี จากนั้นก
“แล้วบอกคุณพ่อคุณแม่รึยังครับ”“ยังค่ะ” ฉันส่ายหน้าผละออกจากอ้อมอกอุ่น มองพี่เดย์อย่างไม่คลาดสายตา รู้สึกว่าตัวเองโคตรโชคดีที่รับผู้ชายดีพร้อมคนนี้เข้ามาในชีวิต ขนาดวินาทีความเป็นความตายที่กำลังเป็น อยู่ พี่เดย์ยังไม่ทิ้งฉันไปไหน ฉันโชคดีจริงๆ ...“บอกท่านทั้งสองดีมั้ยครับ ท่านควรได้รู้ว่าลูกสาวไม่สบาย”ฉันมองหน้าพี่เดย์อย่างปรึกษา พี่เดย์พยักหน้าให้ ฉันเลยตอบตกลง “โอเคค่ะ”พี่เดย์ใช้นิ้วเช็ดคราบน้ำตาให้กัน หยิบมือถือของฉันส่งมา ฉันเม้มปากด้วยความกลัวปนกังวล กลัวบอกแล้วคุณพ่อคุณแม่จะตกใจหนัก ไม่เป็นอันทำอะไร เพราะงั้นที่ผ่านมาฉันเลยเลือกที่จะเงียบและเก็บเอาไว้เองแต่ถึงยังไงเรื่องนี้ก็สำคัญ ท่านทั้งสองควรรู้อย่างที่พี่เดย์บอกนั่นล่ะ เมื่อตัดสินใจได้ฉันวีดีโอคอลหาคุณแม่ทันที“ตายแล้วลูก หนูเป็นอะไรทำไมตาแดงอย่างนั้น” พอคุณแม่เห็นหน้ากันก็ร้องอย่างแตกตื่น แววตาเป็นห่วงปนตกใจ“ไหน ลูกเป็นอะไร” ฉันได้ยินเสียงคุณพ่อลอดเข้ามาก่อนที่จะเห็นท่านในวินาทีถัดมาพอเห็นค
“นั่น...” ฉันตาโตมองพี่เดย์หน้าตื่น“ถ้าน้องฝันหวานไม่รับไว้ พี่คงโดนพวกพี่เทมส์ล้อยันรับปริญญาว่าบ้า ที่ซื้อหมวกแบบเดียวกันต่างกันแค่สีมาใส่ เพราะงั้นช่วยรับไว้ด้วยนะครับ” ทั้งน้ำเสียงออดอ้อนและแววตาระยิบ ระยับของพี่เดย์ทำเอาใจดวงน้อยของฉันวิวหวิวในชั่ววินาที
“พี่จอดรถไว้ตรงโน้น ไปกันเถอะครับ” พี่เดย์ยักคิ้วด้วยใบหน้าสว่างไสวพร้อมกับผายมือไปทางขวา“ไหนบอกว่าจะเอารถแกไปไง” ฉันถามเอมที่กำลังพยายามใช้มือดันหลังให้ฉันเดิน“แกก็รู้แถวหลัง ม. หาที่จอดยาก ไปกับพี่เดย์นี่แหละสะดวกสุด ไม่ต้องวนหาที่จอดรถด้วย”เรื่องนั้นมันก็จริง เอาฟะ! ไปก็ไป ขืนตกลงกันไม่ได้ต้อ
สองทุ่ม“แกหิวมั้ยพีช” ฉันเงยหน้าขึ้นจากกองชีทเพื่อถามเพื่อนรักที่กำลังใช้ดินสอจดโน่นจดนี่ตั้งแต่จันทร์หน้าจะสอบมิดเทอมแล้วค่ะ เราสองคนเลยขนหนังสือรวมถึงชีทต่างๆ มานั่งติวที่ห้องฉันกัน มีอะไรไม่เข้าใจก็ช่วยกันหาคำตอบ เกรด A ต้องเป็นของเราทั้งคู่ สู้ววว!“นิดหน่อย แกก็หิวเหมือนกันเหรอ” พีชเงยหน้าขึ
“พวกมึงขา สอบเสร็จไปเช็คอินที่คาเฟ่หมากันป่ะ เพื่อนกูเพิ่งลงรูปในไอจี น่าไปมาก”“ไหนเอามาดู เฮ้ย! ได้ถ่ายรูปรวมกับน้องหมาเป็นสิบเลยเหรอวะ?”“อือ กูถามเพื่อนละ น้องหมาแต่ละตัวเชื่องมากแถมเป็นงานด้วย ละพวกมึงดูร้านก่อน... น่ารักเกินไปมั้ย”“มึงพรีเซนต์ขนาดนี้ กูไปหนึ่ง”“มึ๊ง! ดูตัวนี้ก่อน ขนโคตรฟูไป







