Se connecterเมื่อให้กำลังใจตัวเองเสร็จสรรพ์ ฉันก็ผลักประตูกระจกเข้ามาในหอ กดลิฟท์ขึ้นมายังชั้น 6 เดินถึงหน้าห้องตัวเองก็ใช้คีย์การ์ดสแกนเข้ามาด้านใน โชคดีที่คุณน้าให้แม่บ้านเตรียมข้าวกล่องแสนอร่อยมาให้ละ เที่ยงนี้เลยสบายไปอีกมื้อ
ฉันนำข้าวกล่องไปวางบนโต๊ะทานข้าว กดรีโมทเปิดแอร์ เดินไปหยิบชุดนักศึกษาในห้องนอนออกจากถุง จัดการแยกผ้าให้เรียบร้อยแล้วใส่ลงเครื่อง ตั้งเวลาเป็นอันเสร็จ ระหว่างนี้ไม่รู้จะทำอะไรก็เอาโน้ตบุ๊คออกมาเล่นเน็ต หานิยายอ่านจากเว็ปไซด์ชื่อดัง อุ๊ย! นักเขียนในดวงใจเพิ่งเปิดเรื่องใหม่ นางเอกเป็นคนเจียงใหม่เหมือนฉันเลย แค่อ่านตอนแรกก็อินเว่อร์...อยากสอยอีบุ๊คแล้วจ้ะแม่
พอเครื่องซักผ้าแจ้งเตือนฉันก็ผละออกจากหน้าจอ หยิบเสื้อออกมาตากที่ระเบียงก่อนจะนำผ้าสีใส่ลงเครื่องอีกรอบ ช่วงที่ผ่านมาฉันขอร้องให้พี่งามสอนรีดผ้าด้วยล่ะ... ฝันหวานคนนี้รีดผ้าเป็นแล้วเน้อ ถือว่าพัฒนาไปอีกขั้น เย้!
เย็นย่ำฉันเดินออกมาเก็บผ้าที่ระเบียง ตั้งใจจะรีดชุดนัก ศึกษาให้เรียบร้อยแต่พอเปิดค้นทุกตู้ปรากฏว่าที่หอไม่มีเตารีดให้ มีแค่ที่รองรีดเท่านั้น จะออกไปซื้อเตารีดคนเดียวก็ยังไม่รู้ทาง เอาเสื้อผ้าไปส่งรีดที่ร้านซักรีดแถวนี้ก่อนละกัน ไว้ได้เพื่อนใหม่แล้วค่อยชวนเพื่อนไปเดินห้างเพื่อซื้อก็ยังไม่สาย
ฉันนำเสื้อผ้าที่ซักเรียบร้อยใส่ลงถุงกระดาษ หอบหิ้วลงมาชั้นล่าง พอถึงใต้หอเห็นมีคนกำลังขนของย้ายเข้าหลายรายเลยอดยิ้มไม่ได้ เริ่มชีวิตนักศึกษาใหม่เหมือนกันสินะ
“น้องครับ ให้พี่ช่วยถือมั้ย” พอเดินออกหอได้สามช่วงตึก มีผู้ชายสามคนเข้ามาดักหน้า หนึ่งในนั้นยื่นมือแถมส่งยิ้มมา... มุกจีบที่เจอมานักต่อนัก เฮ้อ!
“ขอบคุณค่ะ แต่แฟนหนูคงไม่ชอบถ้ารู้ว่ามีผู้ชายมาถือของให้ ขอตัวก่อนนะคะ” ฉันบอกด้วยรอยยิ้มก่อนจะเฝดตัวออก มาอย่างรวดเร็วโดยไม่ฟังอะไรต่อ เดินอีกไม่กี่ก้าวก็เจอร้านซักรีด เจ้าของร้านบอกว่ามารับได้ตั้งแต่ทุ่มครึ่งเป็นต้นไป ฉันบอกขอบ คุณก่อนจะเดินจากร้าน ชักหิวแล้วแฮะแต่ไม่ได้เอามือถือลงมาด้วย ขึ้นไปเอาโทรศัพท์ก่อนดีกว่าเผื่อคุณพ่อคุณแม่โทรหา
พอเปิดประตูเข้าไปในห้องก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังพอดี ฉันรีบวิ่งไปรับก็เห็นว่าเป็นคุณย่าที่อยู่เชียงใหม่โทรหาหลานสาวคนนี้
“หวัดดีจ้าว” ฉันกรอกเสียงลงไปในสายพลางเดินไปที่ประตู
“กิ๋นข้าวแลงแล้วยังหลานย่า” คุณย่าถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเหมือนเช่นปกติ
“น้องกำลังยะลงไปกิ๋นข้าวจ้าว” ฉันบอกพลางเดินออกมานอกห้องพลางปิดประตู
“อั้นย่าบ่ก๋วนหลานละ ไว้บึดมะคืนย่าโทรหาหลานใหม่แล้วกั๋น” คุณย่าคงไม่อยากกวนเวลาทานข้าวของฉันเลยขอตัววางไปก่อน
“จ้าว...หวัดดีจ้าว” ฉันรับคำแล้วกดวางสายแต่พอหันมาดันเจอเด็กสาวคนนึง
โหว! น่ารักมากกกก! เหมือนตุ๊กตาเลย หรือจะเป็นเพื่อนเอกญี่ปุ่นที่รุ่นพี่เคยบอกมา คิดได้ก็รีบส่งยิ้มหวานให้ทันที เธอยิ้มตอบอย่างน่ารักก่อนที่ฉันจะเดินตามเธอมาที่ลิฟท์
“คือว่า เธอกำลังเข้าปี 1 เอกญี่ปุ่นใช่เปล่า” ฉันเสี่ยงทัก ทายคนน่ารักเว่อร์วังอย่างเป็นกันเอง เธอมีสีหน้างงเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้าช้าๆ
“อื้อ”
“เย้! นึกว่าจะหน้าแหกละ ดีใจที่ทักถูกคน เราฝันหวานนะ เรียกฝันเฉยๆ ก็ได้ เอกญี่ปุ่นปี 1 เหมือนกัน” ฉันรีบแนะนำตัว
ในที่สุดก็ได้เพื่อนก่อนเปิดเทอมแล้วเว้ย! ดีใจ๋ขะหนาดหนักเลยจ้าว!
“จริงป่ะเนี่ย! เราชื่อลูกพีชนะ เรียกพีชอย่างเดียวก็ได้” เธอแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มกว้าง นอกจากหน้าตาน่ารักมากแล้ว ชื่อก็ยังน่ารักด้วย ขนาดเป็นผู้หญิงด้วยกันนี่ยังละสายตาไม่ได้เลย... เกินต้านชะมัด “ดีใจอ่ะ เจอเพื่อนเอกเดียวกันตั้งแต่ก่อนเปิดเทอม ว่าแต่ฝันรู้ได้ไงว่าเราเรียนเอกญี่ปุ่น เราสองคนยังไม่เคยเจอกันป่ะ” พีชถามอย่างเป็นกันเองเมื่อฉันเดินตามเข้ามาลิฟท์
“อันที่จริงยังไม่เคยเจอหรอก แต่รุ่นพี่บอกเรามาว่าหอนี้มีเพื่อนเอกญี่ปุ่นพักอยู่ด้วย อ๊ะ! อย่าเพิ่งทำหน้างง รุ่นพี่ที่ว่าก็คือพี่เอ...ประธานเอกญี่ปุ่นปี 2 ไง” ฉันบอกด้วยรอยยิ้ม
“อ๋อ! พี่เอที่หล่อๆ แต่แทนตัวเองว่าพี่สาวใช่ป่ะ” พีชถามอย่างนึกได้
“ใช่ๆ พี่เอคนที่สวยที่สุดในปี 2 นั่นล่ะ” ฉันหัวเราะออกมาด้วยความขำ ก่อนที่พีชจะหัวเราะตามอย่างรู้กัน
“แล้วทำไมฝันถึงคิดว่าเราคือคนที่พี่เอพูดถึงล่ะ ถ้าเดาคือเก่งมากนะ เดาถูกด้วย” พีชเลิกคิ้วด้วยสีหน้าแปลกใจทำให้ฉันยิ้มอีกครั้ง
“หึ!” ฉันส่ายหน้าไปมา “ไม่ได้เดาเก่งไรหรอก ก็พี่เออีกนั่นแหละบอกเราว่าเพื่อนที่อยู่หอเดียวกันไว้ผมยาว ผิวขาว ตัว บางๆ ตาโต จมูกโด่ง แก้มอิ่มๆ มองบางมุมก็สวย มองบางมุมก็น่ารัก เราเห็นหน้าพีชครั้งแรกคิดว่าใช่เลย... นี่แหละต้องเป็นคนที่พี่เอบอกแน่” ฉันบอกด้วยรอยยิ้มหวาน
เอาจริงป่ะ สิ่งที่พี่เอบอกมาตรงปกทุกประการ! พีชน่ารักแบบมากจริงๆ!
“ฝันยิ้มน่ารักจัง” พีชชมกันซึ่งๆ หน้าทำเอาฉันไปไม่เป็น ทำได้แค่เพียงหัวเราะเขินๆ ก่อนที่เราสองคนจะหัวเราะให้กันซะงั้น
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ แม้ฉันกับพีชเพิ่งเจอกันไม่ถึงห้านาที แต่ดันคุยถูกคอราวกับรู้จักกันมานาน อย่างนี้สินะที่เค้าบอกว่าถูกชะตา! ยิ่งไปกว่านั้นฉันยังเซอร์ไพรส์หนักกว่าเดิมเมื่อรู้ว่าพีช มาจากแพร่... เพื่อนคนแรกของฉันหลังย้ายมาจากเชียงใหม่ก็เป็นคนเหนือด้วย! ถ้าคุณแม่รู้เข้าคงอุ่นใจแน่นอน
“อุ๊ย!” เสียงอุทานของพีชทำให้ฉันหยุดชะงัก
พอมองรอบตัวก็เห็นผู้ชายสี่คนหน้าตาหล่อเหลาราวกับซูเปอร์ไอดอลยืนอยู่แถวนี้พอดี
อ้าวเฮ้ย! ว่าแต่ปลายผมของพีชเข้าไปติดกระดุมเสื้อของผู้ชายคนนั้นได้ไง!!
โหว! แล้วผู้ชายเจ้าของกระดุมเสื้อคือหล่อมากเว่อร์ นี่คือการโคจรมาพบกันระหว่างน่ารักเกินต้านกับหล่อเกินต้านสินะ หูย! แค่เห็นก็ขนลุก พีชกับผู้ชายคนนี้ดูสมกันชะมัด!!
“น้องสองคนมาเที่ยวหาเพื่อนแถวนี้เหรอครับ” เสียงชวนคุยอย่างเป็นกันเองทำให้ฉันละสายตาจากพีชมามองคนพูด
ว่าพี่ผู้ชายคนนั้นหล่อเกินต้านแล้ว... พี่ผู้ชายที่ชวนคุยคือแบบ หล่อออร่าพุ่งไม่ต่างกัน ทั้งดวงตาคมกริบที่หวานระยับ จมูกโด่งรับกับเรียวคิ้มเข้มและริมฝีปากสีแดง ผมสีน้ำตาลอ่อนระต้นคอแถมยังเข้ากับกรอบหน้าได้รูปแสนเพอร์เฟ็กต์ ไหนจะสูงยาวเข่าดี ผิวหน้าขาวใสไร้สิว ผิวกายขาวออร่าอีกต่างหาก พนันได้เลยว่าเป็นขวัญใจสาวๆ แบบไม่ต้องสืบล้านเปอร์เซ็นต์!
“เปล่าค่ะ หนูกับเพื่อนเพิ่งออกมาจากหอค่ะ” ฉันส่ายหน้าน้อยๆ
“พักแถวนี้แสดงว่าเรียน ม.A อ่ะดิ” พี่คนเดิมถามพลางคลี่ยิ้ม ว้าว! ยิ้มทีโลกละลาย จากที่หล่ออยู่แล้วอัพสกิลความหล่อมากขึ้นกว่าเดิมเป็นล้านเท่าได้
“ใช่ค่ะ” ฉันพยักหน้าขึ้นลงช้าๆ
เอาจริง! แอบแปลกใจตัวเองเหมือนกัน ปกติฉันแทบไม่คุยกับผู้ชายที่ไม่รู้จัก แต่กับพี่รอยยิ้มโลกละลายคนนี้ เค้าถามมาฉันดันตอบซะงั้น ไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจอะไรเลย
“ปีหนึ่ง?” พี่หล่ออีกคนที่ยืนข้างพี่หล่อรอยยิ้มโลกละลายถามอย่างง่ายๆ
“ค่ะ”
“แล้วเรียนคณะไรกันบ้างครับ พวกพี่สี่คนก็เรียนวิศวะ ม.A เหมือนกัน” พี่หล่อรอยยิ้มโลกละลายยักคิ้วบอกอย่างเป็นกันเอง ส่วนพี่หล่ออีกสองคนได้แต่ส่งยิ้มมาอย่างใจดี
“พวกหนูสองคนเรียนเอกญี่ปุ่นค่ะ” ฉันบอกพลางคลี่ยิ้ม ชั่วขณะเดียวกันพี่เจ้าของรอยยิ้มหล่อโลกละลายก็มองกันแบบไม่กะพริบตาซะอย่างนั้น
ตึกตัก! ตึกตัก! มองจนฝันหวานคนนี้ที่ไม่เคยมีอาการใจเต้นกับผู้ชายคนไหนมาก่อน เริ่มใจ เต้นผิดจังหวะ หน้าร้อนผะผ่าว ไม่สามารถบอกได้ว่าอาการของตัวเองตอนนี้คืออะไรกันแน่
“ไปทานข้าวกันเถอะฝัน เราหิวมากแล้วเนี่ย” น้ำเสียงออดอ้อนรวมถึงมือบางที่เอื้อมมาจับแขนกันอย่างละมุนละม่อนทำให้ฉันหลุดจากภวังค์
“เอาสิพีช ไปเถอะ” ฉันรีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว เราสองคนบอกสวัสดีพวกเขาสี่คนแล้วเดินออกมา...
พรึ่บ! ฉันยกกระเป๋าขึ้นมาปิดหน้าแทบไม่ทัน หวังว่าพี่เดย์คงไม่เห็นฉันเข้าหรอกนะ!“เป็นไรรึเปล่าน้องฝันหวาน” หนึ่งในรุ่นพี่ถามฉันด้วยน้ำเสียงแปลกใจ“แฮร่!” ฉันหันมายิ้มแหยให้พวกรุ่นพี่ “ไม่มีไรค่ะ หนูแค่ร้อนนิดหน่อยเลยเอากระเป๋าขึ้นมาบัง”“พี่นึกว่าน้องฝันหวานหลบพี่ซะอีก”“เปล่าค่ะ หนูจะหลบพวกพี่ไปทำไมกัน” ฉันตอบโดยอัตโนมัติ เดี๋ยวนะ! รุ่นพี่ในเอกไม่มีใครขยับปากสักคน แล้วใครเป็นคนพูด?“ในเมื่อไม่หลบก็หันมาได้แล้วครับ” น้ำเสียงติดขำที่ดังจากด้านหลังทำให้ฉันตาโตในบัดดล อย่าบอกนะว่า...“มึงรู้จักน้องฝันหวานด้วยเหรอไอ้เดย์” ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงแปลกใจของรุ่นพี่ในเอกที่ทักทายคนด้านหลังทำให้ฉันรู้ว่า... พี่เดย์มาถึงตัวฉันแล้ว! ฮือ! ให้ตายเถอะ คนอะไรตาไวชะมัด!“รู้จักดิพี่ นี่แฟนผมเอง”ขวับ! ฉันหันมองคนตัวสูงด้านหลังที่กำลังยิ้มมุมปาก บ้าไปแล้วเหรอ พี่เดย์ตอบรุ่นพี่ในเอกของฉันแบบนี้ได้ไง! เกิดรุ่นพี่เอาไปเม้าท์ต่อ... ได้ลือกันทั่วเอกว่าฉันมีแฟนเป็นพี่ว้ากคณะวิศวะน่ะสิ“กูถามจริง!”“ไม่จริงพี่” พี่เดย์พูดเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่พวกเรา “ผมกำลังช่วยน้องอยู่ พี่เห็นไอ้เด็กปี 1 ด้านหลังที่มองมาทางนี
“ฝัน” พีชเรียกฉันด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความงุนงง“แฮ่” ฉันยิ้มเจื่อนให้เพื่อนรัก สายตาบอกใบ้ว่าอย่าเพิ่งถาม พีชดูเหมือนจะเข้าใจดีเลยหันกลับไปด้านหน้าตามเดิมฟู่ว! ฉันเป่าลมออกจากปากอย่างโล่งอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองพี่เดย์อีกครั้ง“มีอะไรรึเปล่าคะพี่เดย์” ฉันยิ้มแหยถามออกไปเบาๆ“เดี๋ยวเลิกแถวอย่าเพิ่งกลับนะครับ อยู่คุยกันเรื่องร้านก่อน” พี่เดย์บอกด้วยรอยยิ้มหวานก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ฉันใจเต้นตึกตักเมื่อเห็นรอยยิ้มโลกละลายนั่นหนึ่งกรุบ พอเหลือบสายตามองรอบตัวอย่างนึกได้ก็เล่นเอาฝันหวานคนนี้สะดุ้งแทบไม่ทันเมื่อเห็นเพื่อนที่อยู่แถวนี้พากันมองมาด้วยแววตาอยากรู้ ฮือ!ดูทรงละรู้เลย...จบจากการรับน้องในวันนี้ ต้องมีข่าวลือกระจายออกไปแน่นอนว่าฉันรู้จักกับพี่พี่ว้ากคณะวิศวะถึงขั้นอีกฝ่ายเดินมานัดแนะในแถวแล้วไหนจะต้องตอบคำถามของเพื่อนรักอย่างพีชอีก... ฮือ! ไม่น่าเลย รู้งี้เล่าให้พีชฟังตั้งแต่แรกก็ดีหรอก เป็นไงล่ะ... มัวแต่อายมัวแต่กลัวดีนัก สรุปเรื่องแดงขึ้นมาจนตั้งรับไม่ทันอยากร้องไห้! จะหนีก็หนีไม่ได้เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงพี่ว้าก ขืนไม่ไปตามนัดก็อาจจะโดนทำโทษ สรุปฉันต้องไปทานข้าวกับพี่เดย์จนได้
หลังเลิกเรียนกิจกรรมของเด็กปี 1 อย่างฉันรวมถึงเพื่อนในเอกที่ไม่ได้ลงแข่งดาวเดือน ไม่ได้ลงแข่งกีฬาหรือทำกิจกรรมอย่างอื่นให้คณะต้องเข้ารับน้องและซ้อมเชียร์ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก แต่ทำไงได้... ในเมื่อเราอยู่ปี 1 จะให้ปีกกล้าขาแข็งไม่เข้าร่วมกิจกรรมของทางมหาลัยก็ใช่เรื่อง เพราะงั้นถ้ารุ่นพี่สั่งให้ทำอะไรก็ทำไปเถอะ ตราบใดที่ไม่ใช่เรื่องเกินกว่าเหตุน่ะนะพอเฟรชชี่เดย์เฟรชชี่ไนท์จบลงก็หลุดพ้น ไม่ต้องมาฟังรุ่นพี่บ่นหรือว้ากโน่นนี่นั่น รวมถึงปรบ มือร้องเพลงที่น่าเบื่อกันละ“ฟังทางนี้หน่อยค่ะ พี่มีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้ปี 1 ทุกคนทราบ!” พี่เบียร์ ประธานคณะมนุษย์ศาสตร์ปี 2 ยกมือป้องปากประกาศเสียงดังกว่าปกติ พวกเราปี 1 ที่นั่งรวมตัวใต้ตึกกลางของคณะเงียบลง “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คณะของเราจะรับน้องพร้อมคณะวิศวะ หลังเลิกเรียนน้องๆ ต้องไปรวมตัวกันที่ลานเกียร์ ส่วนซ้อมเชียร์ยังเป็นของคณะใครคณะมันเหมือนเดิม”ขวับ! ฉันตาเหลือกพร้อมกับหันหน้าเข้าหาพีช เอมและแก้มยุ้ยทันควัน! เพื่อนสนิททั้งสามอาจจะกลัวพี่ว้ากคณะวิศวะถึงพากันตกใจที่ต้องรับน้องรวม ส่วนฝันหวานคนนี้มีอะไรมากกว่านั้น...ตั้งแต่พี่เดย์ช่วยฉันด
น่าเบื่อชิบหาย!ไอ้เด็กปี 1 โดดรับน้องช่วงกลางวัน สมัยอยู่ปี 1 ถึงพวกผมจะทั้งเบื่อทั้งเซ็งที่รุ่นพี่เรียกพบแค่ไหน แต่ทั้งผม ไอ้เทมส์ ไอ้เจมส์ ไอ้กัสต่างไปตามนัดให้มันจบๆ เพราะไม่อยากเห็นเพื่อนคนอื่นที่ไม่รู้เรื่องต้องลำบาก ละดูรุ่นน้องมันทำ... โคตรเห็นแก่ตัว ไม่คิดถึงใจใคร มันไม่คิดเลยว่าเพื่อนในรุ่นจะเดือดร้อน แค่อยู่ในระเบียบช่วงรับน้องมันจะตายรึไงวะ พอได้รุ่นแล้วก็ไม่มีใครบัง คับมันละ!แล้วโดดทั้งทีดันเสือกโดดมาห้องสมุดกลาง ผมที่เป็นหนึ่งในพี่ว้ากก็ต้องมาลากคอมันกลับคณะอีก... เสียเวลาโคตร!! เดินหาตามโต๊ะไม่เจอเด็กวิศวะสักราย หรือมันจะกลับคณะแล้ว!“แล้วเย็นนี้เอาไง” เสียงเด็กผู้หญิงที่นั่งคุยกันเบาๆ ทำให้ผมเดินย้อนกลับมาเมื่อรู้สึกเหมือนเห็นอะไรแว๊บๆ“ฉันไลน์บอกคุณแม่ละว่าเย็นนี้จะไปดูหนังแล้วกลับพร้อมแก ท่านก็ไม่ว่าอะไร” ผมยิ้มทันทีเมื่อเห็นน้องฝันหวานกำลังคุยกับเพื่อนที่หน้าเหมือนตุ๊กตา ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ คนที่ผมอยากเจอมาตลอดทั้งอาทิตย์อยู่ห่างไม่ถึงห้าก้าว หึ! อย่างน้อยมาห้องสมุดกลางก็มีเรื่องดีบ้างล่ะวะ!“แล้วแกล่ะพีช ขอที่บ้านยัง” น้องผู้หญิงอีกคนที่นั่งตรงข้ามน้องตุ๊กตาถาม
“เชรด! แต่ละคณะ แม่งงานดีๆ ทั้งนั้น”“น้องคนนี้กูให้เต็มร้อย ขาวมากกก”“เด็กสมัยนี้ทำไมมันน่ารักขนาดนี้วะ”“มึงดูน้องคนนี้ก่อน ทั้งสวยทั้งเซ็กซี่”“ทำไมคณะเราไม่มีแบบนี้บ้างวะ” เสียงไอ้แจ็คกับเพื่อนร่วมคลาสอีกหลายคนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ปี 1 เรียกสายตาผมให้หันไปมองพวกมัน ก่อนจะเดินมานั่งที่ประจำเพียงลำพัง... ไอ้กัสยังตามง้อลิลลี่ที่คณะบริหาร ไอ้เจมส์รถติดบนถนน ไอ้เทมส์กำลังวนหาที่จอดรถ ส่วนผมทนอากาศร้อนไม่ไหวเลยเข้ามาตากแอร์ในห้องเรียนก่อน“พวกมึงทำไรกันน่ะ เสียงนี่ลอดออกไปนอกห้องเลย” เสียงตะโกนถามดังมาจากหลังห้อง ผมเหลือบมองนิดนึงเห็นเพื่อนผู้หญิงที่มีน้อยนิดในคลาส มันสี่คนไปไหนด้วยกันตลอดแถมเรียนร่วมกับผู้ชายซะส่วนใหญ่ก็เลยห้าวอย่างที่เห็น“พวกกูกำลังเล็งน้องปี 1 อยู่ สาวน้อยแต่ละคนที่ถูกคัดสรรมาลงแฟนเพจ ม. งานดีๆ ทั้งนั้น” ไอ้แจ็คตะโกนตอบ... พวกผมก็งี้ เด็กวิศวะส่วนใหญ่มีแต่ผู้ชาย อยู่ต่อหน้าเพื่อนเลยกล้าพูดตรงๆ แต่ถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วยก็เก็บอาการเป็นนะเว้ย พวกเรายังรักษามารยาทอยู่“แล้วมึงอ่ะเดย์ วันนี้ฉายเดี่ยว” ไอ้แจงที่เข้ามานั่งด้านหน้าหันมาถามผมด้วยสีหน้าแปลกใจ“เปล่า! เดี๋ยว
พวกเราสี่คนรีบเดินมาหารุ่นพี่ตามที่นัดหมายทางไลน์ ปรากฏว่าอาจารย์ภาควิชาภาษาญี่ปุ่นสั่งโอเบนโตะจากร้านดังมาเลี้ยงนักศึกษาปี 1 เป็นอาหารกลางวันแล้ว... ดีใจน้ำตาไหลพราก ใจดีอะไรขนาดนี้ ขอบคุณค่ะเซนเซย์ฉัน พีช แก้มยุ้ยและเอม เดินเข้าไปรับโอเบนโตะจากรุ่นพี่ปี 2 ระหว่างทานข้าวก็ได้ทำความรู้จักกับพวกเพื่อนๆ ในเอกคนอื่นไปด้วย แล้วคือแต่ละคนเป็นกันเองมาก โดยเฉพาะเอมี่และลิซ่า... เพื่อนเก้งที่เรียกเสียงฮาจากทุกคนได้เป็นอย่างดี ฉันกับพีชทานข้าวไปหัวเราะสองคนนี้ไปไม่หยุด คือขำมาก ขำจริง จัง!หลังทานข้าวเรียบร้อย เซนเซย์ทุกท่านก็มาให้โอวาทเด็กปี 1 อย่างใจดี จากนั้นรุ่นพี่ปี 2 ก็ให้พวกเราเฟรชชี่แนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการ แถมตอนนี้ยังใจดีพาน้องๆ อย่างพวกเรามาเปิดโลกด้วยการแนะนำคณะต่างๆ ใน ม. ให้รู้จักโดยที่เอม แก้มยุ้ยรวมถึงเพื่อนเก้งรวมตัวอยู่ที่หัวแถวกับพวกพี่เอซึ่งเป็นประธานปี 2 หนำซ้ำพวกนั้นยังซักไซร้รุ่นพี่เรื่องหนุ่มฮ็อตใน ม. ไม่หยุด พวกรุ่นพี่ก็ยินดีเม้าท์มอยให้ฟังอย่างออกรส ส่วนฉันกับพีชเดินอยู่กลางแถว ทำความรู้จักเพื่อนกลุ่มอื่นอะไรไปตามประสาคนไม่สนใจหนุ่มๆ เท่าไหร่ แฮร่!จนกระทั่งถึงคณะ







