Share

เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน
เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน
Author: mindy

ฝันหวาน

Author: mindy
last update Last Updated: 2026-01-18 14:58:42

หลังกด enter แป้นพิมพ์ฉันก็หลับตาลง พนมมือนึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคยไปมูมาก่อนหน้านี้พร้อมเพื่อนสนิท ใจเต้นรัวยิ่งกว่าไปวิ่งรอบสนามมาหมาดๆ ทั้งที่แทบไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายด้วยซ้ำ

“ได้โปรดเมตตาหนูเถอะค่ะ ช่วยหนูด้วย” ฉันพึมพำด้วยแรงแห่งศรัทธา ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นทีละข้างอย่างลุ้นระทึก และพอเห็นผลที่ปรากฏก็เบิกตาโพลง เลื่อนหน้าแทบติดขอบจอโน้ตบุ๊คก่อนจะกรีดร้องด้วยความดีใจอย่างไม่กลัวคอหอยพัง

“กรี๊ดดด!” ฉันลุกจากเก้าอี้ กระโดดซอยเท้าไปมาบนพื้น ในที่สุดความฝันของฉันก็เป็นจริงแล้วโว้ย!

“น้องฝัน! เป็นหยังก่อจ้าวว! ปะจั๊กกิ้มแห๋มละกา” พี่เลี้ยงที่ดูแลฉันมาตั้งแต่เด็กที่ชื่อพี่งามเปิดประตูเข้ามาในห้อง นอนด้วยสีหน้าแตกตื่นตกใจ

“ปี้งาม! ฝันแอดผ่านแล้ว! ฝันยะได้ไปเฮียนตี้กรุงเทพแล้ว ฮู้ว!” ฉันจับมือพี่เลี้ยงเขย่าด้วยความดีใจสุดพลัง

“แต้กะจ้าว!” พี่งามเบิกตาโตถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น

“อื้อ” ฉันพยักหน้าระรัวก่อนที่น้ำตาจะไหลลงมาด้วยความตื้นตัน ในที่สุดความเพียรพยายามที่ทำมาโดยตลอดก็สัมฤทธิ์ผล ฟ้าเมตตาฉันแล้ว!

“ปี้ดีใจ๋ตวยหนาจ้าว น้องฝันของปี้เก่งตี้สุด ฮือ!” พี่งามกอดฉันไว้แน่น ก่อนจะร้องไห้อีกคน

“เป็นอะไรรึเปล่าลูก เสียงดังไปถึงหน้าบ้าน เอ้า! แล้วทำไมยืนกอดกันร้องไห้แบบนั้น มีเรื่องอะไรรึเปล่า หนูบอกแม่ได้นะลูก” เสียงของคุณแม่ทำให้ฉันผละออกจากอ้อมกอดพี่งาม โผเข้ากอดคุณแม่ทันควัน

“ฝันแอดผ่านแล้วค่ะคุณแม่! ฮึก! ฝันทำสำเร็จแล้ว”

“เอาใหม่สิลูก เมื่อกี๊หนูพูดอะไรนะ” คุณแม่ถามด้วยน้ำ เสียงเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง

ฉันผละออกจากอ้อมกอด ยิ้มให้คุณแม่ทั้งน้ำตา “ฝันแอดผ่านแล้วค่ะ ฝันมีที่เรียนแล้ว”

“ลูกแม่! ลูกสาวของแม่เก่งมาก หนูเก่งจริงๆ” ฉันเห็นน้ำตาของคุณแม่หยดแหมะลงบนใบหน้าสวยสมวัย แววตาและสีหน้าของท่านเต็มไปด้วยภาคภูมิใจก่อนที่เราสองคนแม่ลูกจะกอดกันแน่นด้วยความรัก

ฉันชื่อฝันหวานค่ะ เป็นคนเชียงใหม่โดยกำเนิด ด้วยความที่เป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัวแถมเป็นน้องสาวคนเล็กเลยถูกเลี้ยงดูมาแบบประคบประหงม ไม่ว่าจะทำอะไรก็ยังเป็นเด็กน้อยในสาย ตาของทุกคน ขนาดไปโรงเรียนหรือออกไปด้านนอกยังต้องมีคนขับรถไปรับไปส่งในขณะที่เพื่อนคนอื่นขับมอไซด์หรือขับรถยนต์ไปเองด้วยซ้ำ เรื่องค้างบ้านเพื่อนหรือแฮงค์เอาท์ต่างจังหวัดแบบเกิลล์แกงค์...ลืมได้เลย ไม่มีในพจนานุกรมของฝันหวานคนนี้แน่นอน

ถ้าถามว่าอึดอัดมั้ยที่มีอิสระน้อยกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน? อันที่จริงมันก็ไม่ได้อะไรขนาดนั้นนะคะ ฉันยังไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน ช็อปปิ้ง ดูหนัง ทานข้าว ไปคาเฟ่ ทำโน่นนี่นั่นหลังเลิกเรียนหรือวันหยุดได้ตามปกติ ขอแค่บอกล่วงหน้าก็เท่านั้น

ฉันรู้ดีที่คุณพ่อคุณแม่ไม่อนุญาตในบางอย่างก็เพราะความรักความเป็นห่วง ยิ่งเป็นลูกสาวคนเดียวด้วยแล้ว ยิ่งห่วงหนักขึ้นไปอีก เกิดเป็นอะไรขึ้นมาท่านสองคนต้องเสียใจมากแน่นอน ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกน่ะ... มากมายมหาศาลหาสิ่งใดเปรียบจริงๆ

ถ้าเติบโตเป็นผู้ใหญ่และมีโอกาสได้เป็นแม่คน ฉันก็คงมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก เหมือนที่คุณพ่อคุณแม่มอบให้ฉันเช่นกัน!! แต่ก็นั่นแหละ... ด้วยความที่เป็นมนุษย์ ถึงจะรู้เหตุผลทุกอย่างดีแต่บางทีในใจก็อดคิดไม่ได้ว่าคนเราต้องเติบโตขึ้นรึเปล่า?

ดูอย่างพี่ชายสุดที่รักทั้งสองของฉันสิ... เมื่อก่อนอยู่บ้าน มีคนทำอะไรให้ตลอด ตอนนี้เรียนอยู่อเมริกา เวลาฉันไปหาทีไร เห็นพี่ๆ ทำอะไรด้วยตัวเองทุกอย่าง รับผิดชอบตัวเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือการใช้ชีวิต ดูแข็งแกร่งและเป็นผู้ใหญ่จากเดิมเยอะมาก

ตัดภาพมาที่ฝันหวานน้องเล็กของทุกคน มีพี่เลี้ยงคอยทำให้แทบทุกอย่าง หน้าที่รับผิดชอบมีแค่เรื่องเรียนกับทำในสิ่งที่ตัวเองรักซึ่งคุณพ่อคุณแม่พร้อมสนับสนุนเต็มที่ พูดถึงมันก็ดีแหละ ดีมากด้วยซ้ำ แต่อีกใจของลูกสาวคนนี้ดันอยากออกไปเปิดโลกกว้างบ้างไรบ้าง อยากลองทำอะไรด้วยตัวเองสักครั้ง!!

เพราะงั้นด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวล ฉันจึงตัดสินใจเลือกมหาลัยในกรุงเทพ แทนที่จะเลือกในเชียงใหม่เหมือนกลุ่มเพื่อนสนิท ถ้าเลือกจังหวัดอื่น รู้ดีเลยว่ายังไงต้องโดนห้าม...

อีกอย่างพื้นเพของคุณแม่เป็นสาวสวยจากเมืองกรุงที่มาแต่งงานกับคุณพ่อสุดหล่อซึ่งเป็นคนเจียงใหม่ เพราะงั้นฉันเลยพอมีญาติพี่น้องอยู่ที่นั่นด้วย ถ้าเรียนในกรุงเทพ... คุณพ่อคุณแม่คงพอวาง ใจได้ในระดับนึง อย่างน้อยลูกสาวคนเล็กก็ไม่ถึงกับใช้ชีวิตในเมืองใหญ่เพียงลำพัง ความเป็นห่วงที่ลูกออกจากอ้อมอกก็คงลดน้อยลง (ล่ะมั้ง)

ใกล้เปิดเทอมก็ถึงวันที่ต้องย้ายเข้าหอ...

ตอนแรกคุณพ่อคุณแม่จะให้อยู่คอนโด แต่คอนโดที่ใกล้มหาลัยที่สุดก็อยู่ห่างพอสมควร ถ้าวันไหนเลิกช้าก็กลัวฉันกลับคนเดียวจะเป็นอันตรายอีก สุดท้ายเลยมาจบที่เช่าอพาร์ทเม้นท์แถวหลัง ม. ให้อยู่แทน เดินแป๊บๆ ไม่ถึงห้านาทีก็ถึงที่เรียน

ฉันได้อยู่หอใหม่เอี่ยมที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน ห้องพักแยกเป็นสัดส่วนเหมือนคอนโดหนึ่งห้องนอนแถมความปลอดภัยรวมถึงความสะดวกสบายของที่นี่ถือว่าอยู่ในระดับดี คุณพ่อคุณแม่ถึงวางใจให้ลูกสาวคนเล็กอยู่คนเดียวได้!

ของใช้ส่วนตัวที่ฉันเอามาจากเชียงใหม่ก็ไม่มีอะไรมาก เน้นมาซื้อใหม่เพราะถือว่าสะดวกกว่า เพราะงั้นวันนี้ฉันกับคุณแม่เลยมาช็อปปิ้งชุดนักศึกษา เสื้อผ้าใหม่ รวมถึงของใช้ส่วนตัวเยอะแยะมากมาย กว่าจะกลับถึงหอก็เย็นย่ำ คุณแม่ให้พี่งามและพี่แป้ง (คนที่บ้านคุณน้า) ช่วยกันขนของไปเก็บในห้อง จัดของให้เข้าที่เข้าทาง จากนั้นก็กลับมานอนบ้านคุณน้า

ช่วงสายของอีกวัน

หลังทานข้าวเช้าเรียบร้อยและอยู่คุยกันอีกสักพัก คุณพ่อคุณแม่รวมถึงฉันก็ล่ำลาคุณน้า ก่อนที่คนขับรถจะมาส่งฉันที่หน้าหอ ฉันกอดคุณพ่อคุณแม่ไว้แน่น พอต้องลากันจริงๆ ได้แต่บอกตัวเองว่า... เดี๋ยวปิดเทอมก็ได้เจอท่านทั้งสอง ไม่มีอะไรต้องกังวลหรอก

“ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือโดนแกล้ง หนูต้องรีบโทรหาพ่อกับแม่เลยนะลูก แม่จะรีบมาหาหนูให้เร็วที่สุด” คุณแม่ย้ำเป็นรอบที่สาม สีหน้าเป็นห่วงไม่คลาย

“ค่ะ ฝันจะรีบรายงานทันที” ฉันรับคำอย่างหนักแน่นเช่นกัน

“หนูจำที่พ่อสอนได้มั้ย” คุณพ่อถามด้วยหน้าตาจริงจังกว่าปกติ

“จำได้ค่ะ ถ้าใครมาจีบให้บอกว่ามีแฟนแล้ว แต่ถ้ายังตื๊อไม่เลิกให้โทรรายงานคุณพ่อทันที” ฉันบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพลางยิ้มให้คุณพ่อที่หวงลูกสาว ท่านจะได้รู้สึกคลายกังวลลงบ้าง คุณพ่อกับคุณแม่หันหน้าเข้าหากันพลางถอนหายใจยาว ฉันรู้แก่ใจดี... ถึงท่านทั้งสองพอจะทำใจได้บ้างแล้วที่ฉันต้องจากอ้อมอก จากบ้านเกิดมาเรียนต่อ แต่เอาเข้าจริงคุณพ่อคุณแม่ก็ยังเป็นห่วงมากอยู่ดี

“ถ้าหนูได้เพื่อนใหม่โทรมาเล่าให้แม่ฟังด้วยนะลูก อย่างน้อยแม่จะได้อุ่นใจที่หนูไม่ต้องตัวคนเดียว”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ ถ้าฝันมีเพื่อนเมื่อไหร่จะรีบโทรไปอวดทันที” ฉันรีบบอกอย่างเอาใจ

ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปฉันจะได้เริ่มชีวิตนักศึกษา จะได้ชีวิตเพียงคนเดียว การเรียนจะเป็นยังไง ฉันจะเข้ากับเพื่อนในเอกได้มั้ย แล้วใครจะนิสัยเข้ากับฉันได้จนกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน ไหนจะมีรับน้อง ไหนจะมีกิจกรรมตามที่รุ่นพี่เคยเล่าให้ฟังในวันที่มารายงานตัวอีก... ยิ่งคิดยิ่งตื่นเต้น

“ถ้าเงินไม่พอใช้หนูต้องบอกนะ เดี๋ยวพ่อโอนให้”

“โหวคุณพ่อขา สามหมื่นยังไม่รวมค่าหอ เหลือจนไม่รู้จะเหลือยังไงแล้วค่ะ ฝันไม่ใช่คนใช้เงินเก่งขนาดนั้นสักหน่อย” ฉันบอกยิ้มๆ

ปิ๊น!

“ฝันรักคุณพ่อคุณแม่นะคะ เดินทางปลอดภัยค่ะ บ๊ายบายปี้งาม หวัดดีจ้าวลุงศักดิ์”

เสียงแตรรถที่ดังจากด้านหลังทำให้ฉันยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มคุณพ่อคุณแม่โดยอัตโนมัติ บอกรักท่านทั้งสองอย่างออดอ้อน บอกลาพี่งามและคนขับรถก่อนจะรีบเดินลงจากรถตู้แบบครอบครัวและยืนมองรถจนลับตา

ถึงเวลาที่จะเติบโตแล้วฝันหวาน...สู้ว!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   พี่ว่าเราไทป์เดียวกัน3

    “แกคิดงั้น” ฉันถามอย่างชั่งใจ“อื้อ ขนาดพีชยังให้โอกาสพี่เทมส์เลย แกจะไม่ให้โอกาสพี่เดย์รึไง” แก้มยุ้ยแซวพีชไปในตัวทำเอาคนโดนแซวโวยเบาๆ หน้าแดงกว่าปกติ รู้เลยว่ากำลังเขิน ฮ่าๆ“อ้าว! ไหงลากฉันเข้าไปเกี่ยวด้วยเล่า”“ก็ในบรรดาเราทั้งหมด แกเห็นภาพชัดที่สุดไง ฉันเลยยกตัวอย่างให้ฝันเห็นก็เท่านั้น” แก้มยุ้ยยักคิ้วใส่เพื่อนรักที่นั่งข้างกันรัวๆพีชย่นจมูกใส่แต่กลับเถียงไม่ออกทำเอาพวกเราที่เหลือยิ้มด้วยความเอ็นดู จากนั้นพวกเราก็คุยกันเรื่อยเปื่อย พออิ่มไม่ไหวก็เช็คบิล ออกมาเดินย่อยเข้าร้านโน้นออกร้านนี้ ถึงเวลาก็เข้าไปดูหนัง ออกจากโรงมาก็มีคนเรียกฉันไว้ซะงั้น“น้องฝันหวานครับ”ขวับ! เราสี่คนที่กำลังเม้าท์มอยเรื่องหนังหันไปมองทางคนเรียกก็เห็นพี่เดย์กับพี่เทมส์ยืนข้างกัน แน่นอนว่าเพียงแค่ยืนเฉยๆ หนุ่มหล่อโลกละลายและหนุ่มหล่อเกินต้านก็สามารถเรียกสายตาจากสาวๆ แถวหน้าโรงหนังให้หันไปมองพวกเค้าเป็นสายตาเดียวได้อย่างง่ายดาย“สวัสดีค่ะพี่เทมส์ พี่เดย์” แก้มยุ้มกับเอมยกมือไหว้หนุ่ม

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   พี่ว่าเราไทป์เดียวกัน2

    แต่ทำเอาพีชที่นั่งข้างกันหน้าแดงขึ้นมา ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะพี่เทมส์ขอพีชเป็นแฟนแล้ว แต่เพื่อนฉันยังไม่ได้ตกลงกับหนุ่มหล่อเกินต้านหรอกนะคะ ขอดูๆ กันไปก่อน เชื่อเถอะอีกไม่นานพีชต้องตกลงแน่ ก็พี่เทมส์อ่ะโคตรเช้าถึงเย็นถึง ขนาดเมื่อกี้โทรมา ถึงขั้นจะรอรับพีชที่หน้าโรงหนังเลยเถอะ... คลั่งรักไม่ไหว ฮิ้ว!“ถึงขั้นตอบคำถามจนได้ mvp แถมพี่เค้ายังให้หมวกคู่แกมา ถามจริง... เท่าเดิมจริงอ่ะ” แก้มยุ้ยที่นั่งฝั่งตรงข้ามถามกันด้วยสีหน้าไม่เชื่อ พีชกับเอมถึงกับพยักหน้ารัวๆ ทำนองเห็นด้วยกับคนถาม“ก็เท่าเดิมจริงๆ นี่ พี่เค้าเล่าโน่นนี่นั่นให้ฟัง ฉันก็ตอบได้บ้างไรบ้างสิ”“อ่ะจ้า แต่ตอบได้ทุกคำถามเนอะ ไม่รู้ใจกันเลย” เอมยิ้มล้อเลียนทำเอาฉันหลบสายตาวิบวับของเพื่อน เฉไฉทำเป็นลวกเนื้อทันควัน“ฉันนึกว่าพี่เดย์ขอแกเป็นแฟนแล้วซะอีก ต่อหน้าคนอื่นพี่เค้ายังเปิดเผยขนาดนั้น คุยกันสองต่อสอง... ไม่รุกแกแย่เหรอ”“ก็รุก...แหละ” ฉันตอบเบาๆ ไปตามตรง“นั่นไง!” ทั้งเอม แก้มยุ้ยรวมถึงพีชโพล่งคำเดียวกันทันควัน โชคดีที่โต๊ะอื่นมีสภาพไม่ต่างจากเรา กินไปคุยไปก็เลยไม่มีใครหันมามองพวกเร

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   พี่ว่าเราไทป์เดียวกัน1

    ฉันหมุนตัวเช็คความเรียบร้อยบริเวณหน้ากระจก พอเห็นว่าทุกอย่างโอเคก็หยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นหมวกที่วางอยู่บนเตียงก็พาลคิดถึงรอยยิ้มหวานโลกละลายของคนให้ ใจดวงน้อยดันเต้นตึกตัก เม้มปากอย่างชั่งใจ คำถามที่ทำเอาหลับๆ ตื่นๆ แทบทั้งคืนวนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้งถ้าวันนี้พี่เดย์ไม่เห็นหมวกจะรู้สึกยังไง? เฉยๆ หรือแอบเฟลแล้วถ้าฉันใส่ไป... พี่เดย์จะดีใจ ยิ้มกว้างเหมือนตอนฉันรับไว้รึเปล่า?รู้ตัวอีกทีขาทั้งสองข้างก็มาหยุดที่ข้างเตียง ถ้าพี่เดย์ไม่พูดว่าหมวกคู่! ฉันคงสามารถหยิบขึ้นมาสวมโดยไม่คิดหนัก แต่เพราะพี่เค้าบอกชัดเจนว่าอยากให้เราใส่คู่กัน ฉันเลยเกิดลังเลเบาๆ ในเมื่อเราสองคนยังไม่ได้ตกลงในความสัมพันธ์ครั้งนี้แต่อย่างใดตัวฉันไม่เคยมีความรักมาก่อน ที่ผ่านมามีแต่คนเข้ามาจีบฉันก็ปฏิเสธทุกรายไป แต่กับพี่เดย์... มีเหตุการณ์ทำให้เราสองคนเจอกันบ่อยมาก แถมทุกครั้งที่ฉันเจอปัญหา ไม่ว่าจะมาจากผู้ชายที่ตามตื๊อรวมถึงแฟนคลับของพี่เดย์ที่มาอาละวาดใส่ พี่เดย์ไม่เคยทอดทิ้งกันแถมยังยื่นมือเข้าช่วยเหลือฝันหวานคนนี้ทุกครั้ง ไหนจะเรื่องน้องหมาที่พี่เค้าเคยรับเลี

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   ไม่ได้หมายความว่าฉันรับรักพี่เดย์ใช่มั้ย3

    “นั่น...” ฉันตาโตมองพี่เดย์หน้าตื่น“ถ้าน้องฝันหวานไม่รับไว้ พี่คงโดนพวกพี่เทมส์ล้อยันรับปริญญาว่าบ้า ที่ซื้อหมวกแบบเดียวกันต่างกันแค่สีมาใส่ เพราะงั้นช่วยรับไว้ด้วยนะครับ” ทั้งน้ำเสียงออดอ้อนและแววตาระยิบ ระยับของพี่เดย์ทำเอาใจดวงน้อยของฉันวิวหวิวในชั่ววินาทีจากที่ตอนแรกตั้งใจจะปฏิเสธอย่างแข็งขัน ไม่รับแน่นอน ตอนนี้ใจเริ่มเอนเอียงซะอย่างนั้น ฮือ!ไม่ได้ฝันหวาน นี่มันราคาแพงมาก เธอจะรับไม่ได้! ท่องเอาไว้เธอต้องปฏิเสธ!! ฉันสะกดจิตตัวเองก่อนจะบอกไปว่า“หนูรับไว้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ มันแพงเกินไป” ฉันว่าพลางจับหมวกหมายจะถอดคืนแต่พี่เดย์เร็วกว่า จับมือของฉันไว้อีกทีจนฉันต้องรีบดึงมือตัวเองออกโดยพลัน กลายเป็นว่ามือของพี่เดย์วางอยู่บนหัวฉันอย่างอ่อนโยนโดยมีหมวกกั้น“น้องฝันหวานเคยสัญญากับพี่ว่า เพื่อเป็นการตอบแทน ที่พี่รับเลี้ยงเจ้าฟูฟู ถ้าพี่อยากได้อะไรให้บอก น้องยินดีจะทำให้ ตอนนี้พี่อยากให้น้องรับหมวกใบนี้ไว้...ได้มั้ยครับ” พอพี่เดย์ให้เหตุผลทั้งรอยยิ้ม ฉันถึงกับปฏิเสธไม่ลงเพราะเคยรับปากพี่เค้าเอาไว้จริงๆ ...

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   ไม่ได้หมายความว่าฉันรับรักพี่เดย์ใช่มั้ย2

    “พี่จอดรถไว้ตรงโน้น ไปกันเถอะครับ” พี่เดย์ยักคิ้วด้วยใบหน้าสว่างไสวพร้อมกับผายมือไปทางขวา“ไหนบอกว่าจะเอารถแกไปไง” ฉันถามเอมที่กำลังพยายามใช้มือดันหลังให้ฉันเดิน“แกก็รู้แถวหลัง ม. หาที่จอดยาก ไปกับพี่เดย์นี่แหละสะดวกสุด ไม่ต้องวนหาที่จอดรถด้วย”เรื่องนั้นมันก็จริง เอาฟะ! ไปก็ไป ขืนตกลงกันไม่ได้ต้องตกเป็นเป้าสายตาและเป้าน้ำลายยิ่งกว่าเดิมมีเอมกับแก้มยุ้ยนั่งไปด้วย คงไม่โดนเม้าท์หนักหรอกเดินมาไม่เท่าไหร่ก็ถึงรถหรูของพี่เดย์ แต่ยังไม่ทันจะขึ้นไปนั่งรุ่นพี่ปี 2 ในเอกที่เห็นหน้าบ่อยครั้งกำลังพยุงกันมาทำให้พวกเราสามคนรวมถึงพี่เดย์หันไปมองเป็นตาเดียว“มีอะไรให้พวกเราช่วยมั้ยคะพี่เป้ย” แก้มยุ้ยร้องถามทำให้พี่เป้ยที่พยุงพี่มดหันมามองทางนี้“น้องๆ ช่วยพี่พยุงพี่มดอีกแรงได้มั้ย พี่มดเป็นไฮเปอร์ไทรอยด์ นอนไม่พออาการเลยกำเริบ ใจสั่นจนเดินไม่ไหว พี่กำลังจะขับรถไปส่งที่บ้านเนี่ย” พี่เป้ยบอกยาวเหยียดด้วยสีหน้าแตก ตื่น“เดี๋ยวเราอุ้มไปส่งที่รถ” พี่เดย์ขันอาสาพร้อมกับเดินตรงเข้าไปหารุ่นพี่ของฉัน“ไม่รบกวนเดย์ดีกว่า คือเพื่อนเราเป็นวันนั้นของเดือนน่ะ คงไม่สะดวกใจเท่าไหร่ถ้าให้ผู้ชายอุ้ม” พี่เป้ยกระซิ

  • เขาว่ากันว่า...หนุ่มวิศวะหล่อโลกละลายคลั่งรักฉัน   ไม่ได้หมายความว่าฉันรับรักพี่เย์ใช่มั้ย1

    เมื่องานเฟรชชี่เดย์จบลง น้องปี 1 อย่างพวกเราก็ถูกรุ่นพี่ปล่อยพักตามอัธยาศัย ทางคณะมีข้าวกล่องมาแจกอีกมื้อ แต่ฉัน เอม และแก้มยุ้ยตกลงจะไปหาอะไรทานแถวหลัง ม. แทน คือไม่ ใช่ไรหรอก แบบว่าเหนียวตัวกันมากไง กะจะไปอาบน้ำ (ที่ห้องฉัน) ทานข้าว พักให้หายเหนื่อยแล้วค่อยกลับมางานเฟรชชี่ไนท์อีกครั้ง“พวกแก พีชบอกว่าร้องเพลงได้ละ อีกสักพักจะมีคนมาแต่งหน้าให้” ฉันแชทกับพีชพลางบอกเอมและแก้มยุ้ยที่เดินอยู่ข้างๆ อย่างตื่นเต้น เอาตามตรงอยากเชียร์พีชร้องเพลงไม่ไหวแล้วเนี่ย“ชักอยากเห็นแล้วดิวะ ฉันว่าพีชต้องเปล่งประกายบนเวทีแน่นอน ฟันธง!” แก้มยุ้ยบอกด้วยแววตาระยิบระยับ น้ำเสียงตื่นเต้นไม่ต่างกัน“ถูก!” ฉันกับเอมพยักหน้าเห็นด้วยรัวๆนี่ไม่ใช่การชาบูเพื่อนนะคะ พีชโหมดปกติคือน่ารักเกินต้านอยู่ละ ยิ่งได้แต่งหน้าทำผมเสริมลุคเข้าไป มีหรือออร่าจะไม่พุ่งกว่าเดิม!“แล้วพีชทานไรยัง ให้พวกเราซื้อขึ้นไปให้มั้ย” เอมถามอย่างนึกได้ทำให้ฉันระรัวพิมถามไป“รุ่นพี่เตรียมไว้ให้ละ” ฉันบอกพลางยื่นหน้าจอมือถือให้สองคนนี้ดู เมื่ออีกฝ่ายถ่ายรูปสลัดกล่องโตมาให้ดูเป็นหลักฐานว่ารุ่นพี่เตรียมอาหารเย็นไว้ให้เรียบร้อย“เค งั้นเราสามคนก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status