LOGIN“พี่คิมคะ พอจะรู้จักพี่ไทเกอร์ไหมคะ” “อ๋อ เดี๋ยวพี่เขาก็มาแล้วล่ะ รออีกแป๊บ” ทัชชาพยักหน้ารับรู้ แล้วนั่งรอปู่รหัสแป๊บหนึ่ง ไม่นานก็มีร่างสูงของใครบางคนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ แล้วเสียงพี่คิมก็ดังขึ้น “น้อง ปู่รหัสมาแล้ว พี่ไทเกอร์” ทัชชาเงยหน้าขึ้นมองตั้งแต่ปลายเท้าของคนตรงหน้าจนสายตาเธอสบประสานกับเขา “พี่…ทะ ไทเกอร์” ‘อย่าเกร็งสิคะคนสวย เดี๋ยวจะเจ็บนะ’ ‘นมกลมสวยจัง พี่เลียหัวนมได้ไหมคะ’ ‘ตรงนั้นของหนู…แฉะหมดแล้วนะคะ’ ‘หนูออนท็อปให้พี่หน่อยค่ะ’ ‘อ๊า…เสียวฉิบหาย!’ ในใจเธอร้องเชี่ยดังมาก ผู้ชายที่เธอเคยวันไนท์สแตนด์ด้วยยืนอยู่ตรงหน้า ภาพคืนนั้นผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด ร่างเล็กลุกยืนก่อนที่เท้าเรียวจะก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัวกระทั่งเธอได้สติก็ตอนที่ฝ่ามือหนาคว้าจับแขนไว้แน่น “ถ้าถอยไปอีกก้าว หนูจะตกร่องน้ำแล้วนะคะ…คนสวย” “พะ พี่ไทเกอร์”
View Moreณ ลานกิจกรรมข้างตึกคณะวิศวะโยธา
เสียงพูดคุยและหัวเราะดังระงมไปทั่วบริเวณ เฟรชชี่ปีหนึ่งในชุดนักศึกษาสะอาดตากำลังเดินขวักไขว่ บ้างถือกระดาษล่าลายเซ็นรุ่นพี่แน่นมือ บ้างวิ่งวุ่นถามชื่อถามสาขาอย่างตื่นเต้นราวกับเล่นเกมล่าสมบัติ
ทัชชา เด็กสาวร่างบาง ผมยาวสลวยตามสไตล์คนชอบไว้ผมยาวแต่ไม่รวบมัด เธอยืนมองรอบบริเวณพลางถอนหายใจเบาๆ ในมือมีแผ่นกระดาษที่มีรายชื่อสายรหัสอยู่สามชื่อ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เจอใครสักคน
“ให้ตายสิ พี่รหัสชื่ออะไรนะ อ่า…พี่คิม ส่วนป้ารหัสชื่อพี่กรีน แล้วก็ปู่รหัสชื่อ…พี่ไทเกอร์” เธอพึมพำพลางกวาดสายตาหาคนในรายชื่อ
เสียงรุ่นพี่ถือโทรโข่งตะโกนอยู่ตรงกลางลาน
“เฟรชชี่คนไหนยังหาพี่รหัสไม่เจอ รีบเลยนะครับ อีกสิบห้านาทีจะปิดกิจกรรมแล้ว!”
“สิบห้านาทีเหรอ!” ทัชชาแทบจะร้องออกมา เธอรีบเดินแทรกฝูงคนไปเรื่อยๆ คอยถามรุ่นพี่ที่ผ่านมาทีละคน “พี่คะ รู้จักพี่คิมไหมคะ วิศวะโยธาปีสามค่ะ”
บางคนส่ายหน้า บางคนหัวเราะแล้วบอกว่า “เยอะไปหมดน้อง ต้องระบุหน่อยว่าคิมไหน”
จนกระทั่งเธอมาหยุดตรงโต๊ะน้ำดื่ม มีรุ่นพี่กลุ่มหนึ่งนั่งคุยกันอยู่ หนึ่งในนั้นเงยหน้ามาแล้วพูดขึ้นอย่างขำๆ
“คิมไหนวะ? อย่าบอกนะว่าหาคิมรหัส 417”
ทัชชาชะงัก ก่อนจะเผยรอยยิ้มบางๆ อย่างมีหวังขึ้น
“ใช่ค่ะ! ใช่เลย! พี่รู้จักเหรอคะ?”
รุ่นพี่คนนั้นหัวเราะพลางโบกมือ
“เจ้านั่นอยู่แถวซุ้มโยธานู่น เดินตรงไปอีกหน่อย เจอพี่ตัวสูงๆ ผิวขาวๆ หน้านิ่งๆ นั่นแหละ แต่ถ้าจะหาป้ารหัสนะ เตรียมใจไว้เลย ยากกว่าอีก”
“ยากกว่า?” ทัชชาขมวดคิ้ว
“พี่กรีนน่ะ ไม่ค่อยออกงานกิจกรรมเท่าไร เห็นว่าติดโปรเจกต์อยู่ในห้องควบกับเพื่อน ถ้าน้องอยากเจอจริงๆ คงต้องไปดักตอนพี่กรีนมาเซ็นชื่อรับน้องแหละ” รุ่นพี่พนักหน้าให้เบาๆ “ส่วนปู่รหัส ถ้าเจอที่ไหนถือว่ามีบุญ เพราะพี่เสือแกไม่ค่อยมาเพ่นพ่านแถวนี้หรอก แกอยู่กับกลุ่มสามเทพเจ้านู่นแหละ”
“อะไรนะคะ กลุ่มสามเทพเจ้า?”
“ใช่ แต่เดี๋ยวก็เจอ พี่เขาคงชอบแหละ หลานรหัสน่ารักขนาดนี้”
ทัชชาพยักหน้าขอบคุณ ก่อนจะวิ่งออกไปทางที่รุ่นพี่บอก ท่ามกลางเสียงเพลงเชียร์และเสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมรุ่น เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในภารกิจลับอะไรบางอย่าง ภารกิจตามหาพี่รหัส ป้ารหัสและปู่รหัสแห่งคณะวิศวะโยธา ที่ดูจะโหดกว่าการสอบคณิตพื้นฐานเสียอีก
ร่างเล็กเดินฝ่าฝูงคนมาจนหยุดอยู่หน้าโต๊ะหินอ่อนใต้ต้นจามจุรีใหญ่ เสียงพูดคุยหัวเราะของกลุ่มรุ่นพี่ดังแว่วมาแต่ไกล กลิ่นกาแฟดำและบุหรี่จางๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศอย่างที่มักพบในโซนของพวกปีโต
ที่โต๊ะนั้น มีผู้ชายกลุ่มหนึ่งนั่งเอนหลังสบายๆ อยู่ด้วยกัน
“มาหาใครจ๊ะคนสวย” หนึ่งในรุ่นพี่เอ่ยถามอย่างยิ้มๆ
“มาหาพี่คิมกับพี่กรีนแล้วก็พี่ไทเกอร์ค่ะ”
“พี่คิม สี่หนึ่งเจ็ดครับ”
“เย่! ในที่สุดก็เจอ” เธอกระโดดดีใจแล้วยื่นสมุดให้รุ่นพี่ “ทัชชา ปีหนึ่งวิศวะโยธาค่ะ รับหนูเป็นน้องรหัสด้วยนะคะ”
“หึหึ ครับ พี่รับน้องเป็นน้องรหัส” พี่คิมเซ็นชื่อตัวเองลงในสมุด
“พี่คิมคะ พอจะรู้จักพี่ไทเกอร์ไหมคะ”
“อ๋อ เดี๋ยวพี่เขาก็มาแล้วล่ะ รออีกแป๊บ”
ทัชชาพยักหน้ารับรู้ แล้วนั่งรอปู่รหัสแป๊บหนึ่ง ไม่นานก็มีร่างสูงของใครบางคนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ
แล้วเสียงพี่คิมก็ดังขึ้น
“น้อง ปู่รหัสมาแล้ว พี่ไทเกอร์”
ทัชชาเงยหน้าขึ้นมองตั้งแต่ปลายเท้าของคนตรงหน้าจนสายตาเธอสบประสานกับเขา
“พี่…ทะ ไทเกอร์”
‘อย่าเกร็งสิคะคนสวย เดี๋ยวจะเจ็บนะ’
‘นมกลมสวยจัง พี่เลียหัวนมได้ไหมคะ’
‘ตรงนั้นของหนู…แฉะหมดแล้วนะคะ’
‘หนูออนท็อปให้พี่หน่อยค่ะ’
‘อ๊า…เสียวฉิบหาย!’
ในใจเธอร้องเชี่ยดังมาก ผู้ชายที่เธอเคยวันไนต์สแตนด์ด้วยยืนอยู่ตรงหน้า ภาพคืนนั้นผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด ร่างเล็กลุกยืนก่อนที่เท้าเรียวจะก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัวกระทั่งเธอได้สติก็ตอนที่ฝ่ามือหนาคว้าจับแขนไว้แน่น
“ถ้าถอยไปอีกก้าว หนูจะตกร่องน้ำแล้วนะคะ…คนสวย”
“พะ พี่ไทเกอร์”
บทที่ 10 ความลับระหว่างเรา“จำได้ด้วยเหรอ นึกว่าจะจำกันไม่ได้แล้วซะอีก”“จำได้สิ แต่แค่ตกใจนิดหน่อยที่เจอเราในคณะนี้ แถมเรา…ยังเป็นสายรหัสพี่ด้วย”“แล้วทำไมทำเหมือนไม่รู้จักกัน”“ปกติพี่จะไม่เจอคนที่เคยนอนด้วยในมหา'ลัย หรืออาจจะเจอกัน เราก็ไม่ได้สนใจกัน แต่น้อง…” ไทเกอร์ยกยิ้มมุมปาก “น้องเป็นคนแรกที่ทักพี่ก่อน”“แปลกเหรอคะ ก็คนเคย…วันไนท์สแตนด์กันมาก่อน”“ก็ไม่แปลก แต่ไม่มีใครทำหรอก ยิ่งพูดถึงเรื่องคืนนั้นแล้ว…ไม่เคย”“อ๋อ…ค่ะ คงเก็บกฎของวันไนท์สแตนด์อีกแล้วใช่ไหม”“เรากำลังประชดพี่?”“ชาเปล่าประชดนะคะ”ไทเกอร์แสยะยิ้มมุมปาก ก่อนทิ้งก้นบุหรี่ที่สูบหมดเมื่อครู่ลงพื้นแล้วเหยียบจนดับ ควันสีเทาจางพวยพุ่งออกจากปากชายหนุ่ม พร้อมกับรอยยิ้มที่ยากจะเดาอะไรได้“พี่ก็ทำถูกแล้วนี่คะ เหมือนเรากำลังเข้าใจอะไรผิด”“เข้าใจผิด?” ทัชชาขมวดคิ้วเล็กน้อย “ยังไงคะ”“ยังไงน่ะเหรอ” ไทเกอร์ทวนคำเสียงเรียบ แต่แววตากลับฉายรอยบางอย่างที่อ่านไม่ออก เขาโน้มตัวเล็กน้อย ร่างสูงทอดสายตามองทัชชาอย่างคนที่ชั่งใจระหว่างจะพูดต่อหรือไม่พูดดีลมยามเย็นพัดกลิ่นควันบุหรี่ที่ยังอวลอยู่ให้จางหาย ทัชชาเผลอกำชายเสื้อแน่นเมื่อสา
บทที่ 9 พี่จำได้“พี่เสือก็อย่าไปแกล้งน้องมันดิ เดี๋ยวน้องก็งอแงอยากกลับบ้านหรอก” กรีนพูดแทรกขึ้นท่ามกลางความกดดัน ก่อนที่ชายหนุ่มจะยิ้มกว้าง ยกมือขึ้นเหนือศีรษะ“โอเค พี่ไม่แกล้งแล้วก็ได้”“นั่นไง เห็นไหมว่าไอ้พี่เสือมันชอบแกล้ง ตอนพี่เป็นน้องรหัสมันนะ พามาเลี้ยงต้อนรับก็แกล้งพี่แบบนี้”“ดีๆ ไอ้กรีน เอาใหญ่นะเรา” ไทเกอร์ตำหนิน้องรหัสตัวเองอย่างขำๆ “แต่พี่ไม่ใจร้ายนะคะ น้องทัชชาวางใจได้”“ค่ะ”เสียงหัวเราะของรุ่นพี่รอบโต๊ะช่วยคลายบรรยากาศตึงเครียดลงได้บ้าง ทว่าทัชชากลับรู้สึกได้ว่ารอยยิ้มของไทเกอร์ยังไม่จางไปจริงๆ เขายังคงมองเธออยู่เป็นระยะ เหมือนจะจับสังเกตทุกอาการ ทั้งตอนที่เธอยกแก้วน้ำดื่ม ทั้งตอนที่หลุบตาหนีพี่กรีนยังคงคุยกับพี่ๆ เสียงดังขรม ส่วนพี่ไต้ฝุ่นกับพี่ซานก็เริ่มแหย่กันเรื่องเก่าๆ ทำให้โต๊ะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ แต่ทัชชากลับเริ่มรู้สึกว่าหัวตัวเองหนักขึ้นทุกที เสียงรอบข้างเหมือนห่างออกไปเป็นระยะๆ“เป็นยังไงบ้างชา เมาหรือยัง” พี่กรีนถามพลางหันมามอง“นิดหน่อยค่ะ…” เธอยิ้มจางๆ “แต่ยังไม่อยากกลับ”“อู้ว… เด็กดีของพี่” คิมแซวขึ้นเสียงดัง“นั่นน้องรหัสมึงไอ้คิม” ไทเกอร์พูดขึ้
บทที่ 8 เลี้ยงต้อนรับหลังเลิกกิจกรรมทัชชาเดินมาทิ้งตัวนั่งลงบนม้านั่งใต้ต้นไม้ด้วยความอ่อนล้า เธอฟังหน้าลงกับกระเป๋าพร้อมถอนหายใจเบาๆ“น้องทัชชาใช่ปะ”“ค่ะ ทัชชาค่ะ พี่คือ…”“หวัดดี พี่กรีนเอง”“สวัสดีค่ะพี่กรีน ขอโทษที่ไม่ได้ไปขอลานเซ็รแล้วก็ไม่ได้ไปแนะนำตัวนะคะ”“ไม่เป็นไรๆ คิมมันบอกพี่แล้ว” เสียงพี่กรีนฟังดูสบายๆ แต่แววตาอบอุ่นจนทัชชารู้สึกคลายเกร็งไปได้ครึ่งหนึ่ง “นั่งพักนานหรือยัง พี่กับพวกนั้นกำลังจะไปร้านที่จองกันไว้ พอดีเห็นน้องชาอยู่คนเดียวเลยแวะมารับ”“อ๋อค่ะ พอดีชากำลังคิดอยู่เหมือนกัน ว่าจะไปยังไงดี”“งั้นดีเลย ไปกับพี่สิ เดี๋ยวพาไปเจอพี่ๆ ด้วย จะได้รู้จักไว้”พี่กรีนพูดจบก็ยิ้มกว้าง พลางเอื้อมมือมาหยิบกระเป๋าจากม้านั่งไปถือให้ ท่าทีใจดีแบบนั้นทำให้ทัชชาอดยิ้มบางๆ ไม่ได้ เธอลุกขึ้นเดินตามพี่กรีนไปช้าๆ ขณะลมเย็นพัดผ่านใบไม้เหนือหัว พี่กรีนขับรถมากับเพื่อน หลังจากส่งเพื่อนเสร็จก็พาทัชชาไปร้านอาหารระหว่างทาง ทั้งสองคุยกันเรื่อยเปื่อย กระทั่งพี่กรีนพูดถึงชื่อหนึ่งที่ทำให้ทัชชาเผลอเงยหน้าขึ้นมอง“เรารู้จักพี่ไทเกอร์แล้วใช่ไหม?”“ค่ะ พอได้ทำความรู้จักไปบ้างแล้วค่ะ”“ดีเลยๆ ป
บทที่ 7 ไม่นึกไม่ฝันหลายนาทีต่อมาไทเกอร์เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดคลุมสีเทา ผมเขายังเปียกชื้น หยดน้ำเกาะพราวตามลอนผมดำขลับของไทเกอร์ กลิ่นครีมอาบน้ำอ่อนๆ ลอยคลุ้งในอากาศผสมกลิ่นน้ำหอมที่เขาใช้เป็นประจำ กลิ่นสะอาดแต่แฝงด้วยความอบอุ่นและเย้ายวนเขาใช้มือเสยผมขึ้นลวกๆ ก่อนจะเดินตรงไปยังเตียงที่ทัชชายังคงนั่งนิ่งอยู่ ร่างบางมองเขาโดยไม่รู้ตัวว่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก“มองพี่แบบนั้น…อยากให้พี่ทำอะไรหรือเปล่า”เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแผ่วเบา แต่กลับทำให้หัวใจของทัชชาเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอแสงไฟในห้องนุ่มนวลสะท้อนกับหยดน้ำที่ไหลจากปลายเส้นผมของไทเกอร์ไล่ลงมาตามลำคอจนถึงอกแกร่งที่แย้มพ้นชุดคลุม ราวกับภาพตรงหน้าถูกออกแบบมาให้ดึงดูดโดยเฉพาะทัชชาเผลอก้มหน้าหลบสายตา แต่ก็ถูกไทเกอร์โน้มตัวลงจนปลายจมูกเฉียดแก้ม“เขินเหรอ” เขายิ้มบาง เสียงหัวเราะในลำคอดังแผ่ว “น่ารักดีนะเวลาทำหน้าแบบนี้”เธอไม่ตอบ มีเพียงเสียงลมหายใจของทั้งคู่ที่ดังสลับกันในความเงียบแสนเย็นชานั้น ก่อนที่ปลายนิ้วของไทเกอร์จะเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมข้างแก้มเธอเบาๆ อย่างอ่อนโ